Free Fire อัปเดตไม่ได้ หรือไม่พบปุ่มอัปเดต แก้อย่างไร

Free Fire อัปเดตไม่ได้มักเกิดจากพื้นที่จัดเก็บไม่พอ อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร Google Play Store หรือ App Store ค้าง รวมถึงการอัปเดตกำลังทยอยเปิดให้ผู้เล่นแต่ละบัญชี หากไม่พบปุ่มอัปเดต ให้ค้นหา Free Fire ในร้านค้าโดยตรง ปิดร้านค้าแล้วเปิดใหม่ และรีสตาร์ทโทรศัพท์ก่อน

หากดาวน์โหลดจากร้านค้าเสร็จแล้ว แต่ค้างที่ Expansion Pack หรือดาวน์โหลดทรัพยากรภายในเกมซ้ำ ให้ตรวจสอบสิทธิ์ใช้พื้นที่ การใช้ข้อมูลเบื้องหลัง และพื้นที่ว่างของโทรศัพท์

คำแนะนำจาก comsiam คือ อย่าดาวน์โหลดไฟล์ APK หรือไฟล์อัปเดตจากเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก เพราะอาจเป็นเกมคนละเวอร์ชัน มีไฟล์ที่ถูกแก้ไข หรือทำให้บัญชีมีความเสี่ยง ควรอัปเดตผ่านร้านค้าอย่างเป็นทางการเท่านั้น

อาการ Free Fire อัปเดตไม่ได้ที่พบบ่อย

  • ไม่พบปุ่มอัปเดต Free Fire
  • ร้านค้าแสดงปุ่มเปิดทั้งที่เกมแจ้งให้อัปเดต
  • กดอัปเดตแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • ดาวน์โหลดค้างที่ 0%
  • อัปเดตค้างที่ 99%
  • ขึ้นข้อความรอดำเนินการ
  • ดาวน์โหลดแล้วเริ่มใหม่ตลอด
  • ขึ้น Download Failed
  • ขึ้นว่าพื้นที่ไม่เพียงพอ
  • ดาวน์โหลด Expansion Pack ซ้ำทุกครั้ง
  • ติดตั้งแพตช์เสร็จแต่เข้าเกมไม่ได้
  • Free Fire อัปเดตได้แต่ Free Fire MAX อัปเดตไม่ได้
  • App Store หรือ Play Store เปิดไม่ขึ้น
  • เกมแจ้งว่าเวอร์ชันเก่า

สาเหตุที่ทำให้ Free Fire อัปเดตไม่สำเร็จ

  • การอัปเดตกำลังทยอยเปิดให้ดาวน์โหลด
  • พื้นที่ภายในโทรศัพท์ไม่เพียงพอ
  • Wi-Fi หรือเน็ตมือถือขาดช่วง
  • มีแอปอื่นกำลังดาวน์โหลดพร้อมกัน
  • Google Play Store หรือ App Store ค้าง
  • ปิดข้อมูลเบื้องหลังของเกม
  • เปิดโหมดประหยัดข้อมูล
  • วันที่และเวลาบนเครื่องไม่ถูกต้อง
  • บัญชีร้านค้าอยู่คนละประเทศหรือภูมิภาค
  • โทรศัพท์ไม่รองรับเกมเวอร์ชันล่าสุด
  • ไฟล์แพตช์เดิมเสียหาย
  • สิทธิ์จัดเก็บข้อมูลมีปัญหา
  • Android หรือ iOS เก่าเกินไป
  • ใช้ Free Fire จากแหล่งติดตั้งที่ไม่ใช่ร้านค้าทางการ

① ตรวจสอบประกาศแพตช์และช่วงบังคับอัปเดต

ในวันที่มีแพตช์ใหม่ การอัปเดตอาจยังไม่ปรากฏพร้อมกันบนทุกอุปกรณ์หรือทุกบัญชี ร้านค้าบางภูมิภาคอาจใช้เวลาแสดงเวอร์ชันใหม่

ให้ตรวจสอบประกาศทางการของ Free Fire ก่อน หากยังอยู่ในช่วงปิดปรับปรุงหรือกำลังทยอยปล่อยแพตช์ ควรรอสักระยะแล้วตรวจสอบใหม่

ไม่ควรถอนการติดตั้งเกมทันที เพราะอาจต้องดาวน์โหลดตัวเกมและทรัพยากรทั้งหมดใหม่โดยไม่จำเป็น

② ค้นหา Free Fire ในร้านค้าโดยตรง

อย่ารอเฉพาะข้อความแจ้งเตือนจากหน้ารายการอัปเดต ให้เปิดร้านค้าแล้วค้นหาชื่อเกมโดยตรง

Android

  1. เปิด Google Play Store
  2. ค้นหา Free Fire
  3. เลือกเกมที่เผยแพร่โดย Garena
  4. ตรวจสอบว่ามีปุ่ม “อัปเดต” หรือไม่
  5. แตะอัปเดตและรอจนติดตั้งเสร็จ

iPhone

  1. เปิด App Store
  2. ค้นหา Free Fire
  3. เปิดหน้ารายละเอียดเกม
  4. แตะ “อัปเดต” หากปรากฏ
  5. รอจนติดตั้งเสร็จแล้วจึงเปิดเกม

ต้องตรวจสอบให้ถูกว่าเป็น Free Fire หรือ Free Fire MAX เพราะทั้งสองเป็นคนละแอปและอัปเดตแยกกัน

③ รีเฟรชหน้ารายการอัปเดต

ร้านค้าอาจยังแสดงข้อมูลเก่าแม้มีเวอร์ชันใหม่แล้ว

Google Play Store

เปิดหน้าจัดการแอปและอุปกรณ์ แล้วตรวจสอบรายการอัปเดตใหม่ หากยังไม่ปรากฏ ให้ปิด Play Store ให้สนิทและเปิดอีกครั้ง

App Store

แตะรูปบัญชีด้านบน เปิดรายการอัปเดต แล้วเลื่อนหรือรีเฟรชหน้ารายการ จากนั้นค้นหา Free Fire อีกครั้ง

หากยังแสดงปุ่ม “เปิด” ให้รีสตาร์ทโทรศัพท์แล้วตรวจสอบใหม่ภายหลัง

④ ตรวจสอบพื้นที่ว่างในโทรศัพท์

ไฟล์อัปเดตต้องใช้พื้นที่มากกว่าขนาดดาวน์โหลด เพราะระบบต้องเก็บไฟล์ชั่วคราว แตกไฟล์ และแทนที่ข้อมูลเดิม

ควรเพิ่มพื้นที่ว่างหลาย GB ก่อนเริ่มอัปเดต โดยลบสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น

  • วิดีโอขนาดใหญ่
  • คลิปบันทึกหน้าจอ
  • ไฟล์ในโฟลเดอร์ดาวน์โหลด
  • เกมที่ไม่ได้เล่น
  • แอปที่ไม่ได้ใช้
  • ไฟล์ออฟไลน์จากแอปดูหนัง
  • รูปและวิดีโอซ้ำ
  • ไฟล์ในถังขยะหรือรายการที่เพิ่งลบ

หลังเพิ่มพื้นที่แล้ว ให้รีสตาร์ทโทรศัพท์และลองอัปเดตใหม่

⑤ เปลี่ยนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

หากดาวน์โหลดค้างหรือเริ่มใหม่ตลอด ให้สลับเครือข่าย

  • เปลี่ยนจาก Wi-Fi ไปใช้เน็ตมือถือ
  • เปลี่ยนจากเน็ตมือถือไปใช้ Wi-Fi
  • ขยับเข้าใกล้เราเตอร์
  • เปิดโหมดเครื่องบินประมาณ 20 วินาทีแล้วปิด
  • รีสตาร์ทเราเตอร์
  • หยุดการดาวน์โหลดบนอุปกรณ์อื่น

หลีกเลี่ยง Wi-Fi สาธารณะที่มีผู้ใช้จำนวนมาก เพราะอาจขาดช่วงระหว่างดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่

⑥ ปิด VPN และ Private DNS

VPN, Private DNS และแอปบล็อกโฆษณาบางประเภทอาจรบกวนการเชื่อมต่อกับร้านค้าและเซิร์ฟเวอร์ดาวน์โหลด

ให้ปิดบริการเหล่านี้ชั่วคราว จากนั้นปิด Google Play Store หรือ App Store แล้วเปิดใหม่

ไม่ควรเปลี่ยนประเทศหรือภูมิภาคของบัญชีร้านค้าเพียงเพื่อให้พบปุ่มอัปเดต เพราะอาจทำให้เวอร์ชันเกมและระบบชำระเงินของบัญชีมีปัญหา

⑦ หยุดการอัปเดตแอปอื่น

หาก Google Play Store แสดงคำว่า “รอดำเนินการ” อาจมีแอปอื่นกำลังดาวน์โหลดอยู่ก่อน

ให้เปิด

Google Play Store > รูปโปรไฟล์ > จัดการแอปและอุปกรณ์

จากนั้นหยุดการดาวน์โหลดแอปที่ไม่จำเป็น และให้ Free Fire เป็นแอปเดียวที่กำลังอัปเดต

บน iPhone ให้ตรวจสอบหน้าจอหลักว่ามีแอปอื่นกำลังดาวน์โหลดหรือไม่ หากมี ให้หยุดชั่วคราวแล้วจัดลำดับ Free Fire ก่อน

⑧ ล้างแคช Google Play Store

หาก Play Store เปิดไม่ขึ้น ดาวน์โหลดค้าง หรือไม่แสดงปุ่มอัปเดต ให้ล้างแคชของร้านค้า

ไปที่

การตั้งค่า > แอป > Google Play Store > พื้นที่จัดเก็บและแคช > ล้างแคช

จากนั้นบังคับหยุด Play Store แล้วเปิดใหม่

หากยังไม่หาย สามารถรีสตาร์ทโทรศัพท์ก่อนลองอีกครั้ง การล้างข้อมูลทั้งหมดของ Play Store อาจรีเซ็ตการตั้งค่าบางส่วน จึงควรเริ่มจากล้างเฉพาะแคชก่อน

⑨ ตรวจสอบ Download Manager บน Android

Android ต้องใช้บริการจัดการการดาวน์โหลดเพื่อรับไฟล์จาก Google Play Store หากบริการนี้ถูกปิด การอัปเดตอาจไม่เริ่มทำงาน

ชื่อเมนูแตกต่างกันตามยี่ห้อ โดยทั่วไปสามารถตรวจสอบได้จาก

การตั้งค่า > แอป > แสดงแอประบบ > Download Manager

ตรวจสอบว่าบริการเปิดใช้งานอยู่ และได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูล จากนั้นรีสตาร์ทโทรศัพท์

ไม่ควรเปลี่ยนการตั้งค่าแอประบบอื่นที่ไม่รู้จัก

⑩ อนุญาตการใช้ข้อมูลเบื้องหลัง

หากขึ้น Download Failed หรือการดาวน์โหลดหยุดเมื่อสลับหน้าจอ ให้ตรวจสอบสิทธิ์ใช้อินเทอร์เน็ตของเกมและร้านค้า

บน Android ให้เปิด

การตั้งค่า > แอป > Free Fire > การใช้ข้อมูล

ตรวจสอบว่าเปิด

  • ข้อมูลมือถือ
  • Wi-Fi
  • ข้อมูลเบื้องหลัง
  • การใช้ข้อมูลแบบไม่จำกัดเมื่อเปิดโหมดประหยัดข้อมูล

ควรตรวจสอบ Google Play Store ในลักษณะเดียวกันด้วย

⑪ ปิดโหมดประหยัดข้อมูลและประหยัดแบตเตอรี่

โหมดประหยัดข้อมูลอาจจำกัดการดาวน์โหลดไฟล์ ส่วนโหมดประหยัดแบตเตอรี่อาจหยุดร้านค้าหรือเกมเมื่อทำงานเบื้องหลัง

ให้ปิดโหมดเหล่านี้ชั่วคราว แล้วเปิด Free Fire ค้างไว้จนดาวน์โหลดทรัพยากรครบ

โทรศัพท์บางรุ่นมีระบบปิดแอปอัตโนมัติ ควรอนุญาตให้ Free Fire และร้านค้าแอปทำงานระหว่างการอัปเดต

⑫ ตั้งวันที่และเวลาเป็นอัตโนมัติ

วันที่และเวลาที่ผิดอาจทำให้ร้านค้าเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์และตรวจสอบไฟล์ไม่สำเร็จ

Android

การตั้งค่า > ระบบ > วันที่และเวลา > ตั้งเวลาอัตโนมัติ

iPhone

การตั้งค่า > ทั่วไป > วันที่และเวลา > ตั้งค่าโดยอัตโนมัติ

หลังตั้งค่าแล้ว ให้รีสตาร์ทโทรศัพท์ก่อนลองอัปเดตใหม่

⑬ แก้ Free Fire อัปเดตไม่ได้บน iPhone

หาก Free Fire ค้างระหว่างดาวน์โหลดบน iPhone ให้ลองตามลำดับนี้

  1. เปิด App Store และค้นหา Free Fire
  2. แตะรูปบัญชีแล้วตรวจสอบรายการอัปเดต
  3. แตะไอคอนเกมเพื่อหยุดและดาวน์โหลดต่อ
  4. กดค้างที่ไอคอนแล้วเลือกจัดลำดับความสำคัญ หากมี
  5. ตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บของ iPhone
  6. รีสตาร์ทเครื่อง
  7. ตรวจสอบ Apple Account
  8. ตรวจสอบว่ามีข้อกำหนดหรือข้อมูลบัญชีที่ต้องยืนยันหรือไม่
  9. อัปเดต iOS
  10. ลองใช้เครือข่ายอื่น

หากแอปทุกตัวอัปเดตไม่ได้เหมือนกัน ปัญหาน่าจะอยู่ที่ App Store, Apple Account หรือระบบของโทรศัพท์ ไม่ได้เกิดเฉพาะ Free Fire

⑭ แก้ Expansion Pack ดาวน์โหลดซ้ำ

หากเข้า Free Fire แล้วเกมดาวน์โหลด Expansion Pack ซ้ำทุกครั้ง อาจเกิดจากไฟล์แพตช์ไม่ถูกบันทึกหรือสิทธิ์ของเกมมีปัญหา

ให้ตรวจสอบดังนี้

  • พื้นที่ว่างเพียงพอ
  • Free Fire ใช้พื้นที่จัดเก็บได้
  • อนุญาตให้เกมใช้ข้อมูลเบื้องหลัง
  • ปิดแอปล้างแคชอัตโนมัติ
  • ไม่ใช้โหมดล้างไฟล์เกมหลังปิดแอป
  • ปิดโหมดประหยัดข้อมูล
  • ดาวน์โหลดด้วยเครือข่ายที่เสถียร
  • เปิดเกมไว้จนดาวน์โหลดและตรวจสอบไฟล์เสร็จ

หลังดาวน์โหลดครบ ให้ปิดเกมตามปกติและเปิดใหม่เพื่อทดสอบ

⑮ ล้างแคช Free Fire บน Android

หากการอัปเดตในร้านค้าเสร็จแล้ว แต่โหลดแพตช์ภายในเกมค้าง สามารถล้างเฉพาะแคชได้

ไปที่

การตั้งค่า > แอป > Free Fire > พื้นที่จัดเก็บและแคช > ล้างแคช

จากนั้นบังคับหยุดเกม รีสตาร์ทโทรศัพท์ และเปิดใหม่

อย่ากดล้างข้อมูลหรือล้างพื้นที่จัดเก็บ หากยังไม่ได้ผูกบัญชี เพราะทรัพยากรและข้อมูลเข้าสู่ระบบอาจถูกลบ

⑯ อัปเดต Android หรือ iOS

ระบบเก่าอาจไม่รองรับร้านค้าและเกมเวอร์ชันใหม่อย่างสมบูรณ์ ให้ตรวจสอบการอัปเดตระบบที่มีให้สำหรับโทรศัพท์

ก่อนติดตั้งควรสำรองข้อมูล ชาร์จแบตเตอรี่ และเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เสถียร

หลังอัปเดตระบบเสร็จ ให้รีสตาร์ทเครื่อง เปิดร้านค้า แล้วตรวจสอบ Free Fire ใหม่อีกครั้ง

⑰ ตรวจสอบภูมิภาคและแหล่งติดตั้งเกม

หากเคยติดตั้ง Free Fire จากไฟล์ภายนอก ร้านค้าอาจไม่สามารถอัปเดตทับได้ เนื่องจากไฟล์ ลายเซ็นแอป หรือเวอร์ชันไม่ตรงกัน

ทางที่ปลอดภัยคือใช้ Free Fire จาก Google Play Store หรือ App Store ที่เป็นทางการ

หากจำเป็นต้องถอนแอปเดิม ต้องตรวจสอบก่อนว่าไอดีผูกกับบัญชีแล้ว โดยเฉพาะผู้เล่นที่ใช้บัญชี Guest

⑱ ถอนและติดตั้ง Free Fire ใหม่

ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้าย เมื่อไฟล์เกมเสียหายหรือร้านค้าไม่สามารถอัปเดตทับแอปเดิมได้

ก่อนถอนการติดตั้งให้ทำดังนี้

  1. ยืนยันว่าไอดีผูกกับบัญชี
  2. จด UID
  3. จำวิธีเข้าสู่ระบบเดิม
  4. ตรวจสอบพื้นที่ว่าง
  5. ถอนการติดตั้งเกม
  6. รีสตาร์ทโทรศัพท์
  7. ดาวน์โหลดจากร้านค้าทางการ
  8. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเดิม
  9. ดาวน์โหลดทรัพยากรจนเสร็จ
  10. ตรวจสอบ UID ก่อนเล่นต่อ

บัญชี Guest ที่ไม่ได้ผูกอาจสูญหายเมื่อถอนการติดตั้ง จึงห้ามข้ามขั้นตอนตรวจสอบบัญชี

วิธีแยกปัญหาการอัปเดต

ไม่พบปุ่มอัปเดต

ให้ค้นหาเกมโดยตรง รีเฟรชร้านค้า รีสตาร์ทเครื่อง และรอหากแพตช์กำลังทยอยเปิด

ขึ้นรอดำเนินการ

ให้หยุดดาวน์โหลดแอปอื่น ตรวจสอบเครือข่าย และล้างแคช Play Store

ขึ้น Download Failed

ให้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องหลัง พื้นที่ว่าง โหมดประหยัดข้อมูล และลองเปลี่ยนเครือข่าย

Expansion Pack ดาวน์โหลดซ้ำ

ให้ตรวจสอบสิทธิ์จัดเก็บ พื้นที่ว่าง และแอปล้างไฟล์อัตโนมัติ

อัปเดตเสร็จแต่เข้าเกมไม่ได้

ให้รีสตาร์ทโทรศัพท์ ล้างแคชเกม ตรวจสอบประกาศเซิร์ฟเวอร์ และรอ Hotfix หากมีปัญหาพร้อมกันหลายคน

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Free Fire ไม่มีปุ่มอัปเดต

การอัปเดตอาจยังไม่ปรากฏในบัญชีหรือภูมิภาคนั้นทันที ให้ค้นหาเกมโดยตรง ปิดและเปิดร้านค้าใหม่ แล้วตรวจสอบภายหลัง

Free Fire อัปเดตค้างที่ 99% ต้องยกเลิกไหม

ยังไม่ควรยกเลิกทันที เพราะระบบอาจกำลังตรวจสอบหรือติดตั้งไฟล์ ให้รอสักระยะ ตรวจสอบพื้นที่ และอย่าสลับเครือข่าย

ล้างแคช Play Store อันตรายไหม

การล้างเฉพาะแคชจะลบไฟล์ชั่วคราวของร้านค้า แต่ไม่ลบ Free Fire ควรหลีกเลี่ยงการล้างข้อมูลทั้งหมดหากยังไม่จำเป็น

Free Fire กับ Free Fire MAX ต้องอัปเดตพร้อมกันไหม

เป็นคนละแอปและอัปเดตแยกกัน ควรตรวจสอบเวอร์ชันของแอปที่ใช้งานจริง

ดาวน์โหลด APK มาอัปเดตแทนได้ไหม

ไม่แนะนำ เพราะอาจได้ไฟล์คนละภูมิภาค ไฟล์ที่ถูกแก้ไข หรือไฟล์ไม่ปลอดภัย ควรใช้ร้านค้าอย่างเป็นทางการ

สรุป

เมื่อ Free Fire อัปเดตไม่ได้ ให้เริ่มจากค้นหาเกมใน Google Play Store หรือ App Store โดยตรง ตรวจสอบพื้นที่ว่าง เปลี่ยนเครือข่าย และรีสตาร์ทโทรศัพท์ จากนั้นหยุดการดาวน์โหลดแอปอื่นและปิดโหมดประหยัดข้อมูล

ผู้ใช้ Android สามารถล้างแคช Google Play Store และตรวจสอบข้อมูลเบื้องหลัง ส่วน iPhone ควรตรวจสอบรายการอัปเดต พื้นที่ และ Apple Account การถอนและติดตั้งใหม่ควรใช้เป็นวิธีสุดท้ายหลังยืนยันการผูกบัญชีแล้ว ตามลำดับที่ comsiam แนะนำ