วิธีเปิด Spatial Audio บน AirPods และ iPhone พร้อมตั้งค่าเสียงตามศีรษะ

วิธีเปิด Spatial Audio ให้เชื่อมต่อ AirPods กับ iPhone ก่อน จากนั้นเปิดศูนย์ควบคุม กดแถบระดับเสียงค้างไว้ แล้วแตะ เสียงตามตำแหน่ง หรือ Spatial Audio จากนั้นเลือกแบบ คงที่ หรือ ติดตามศีรษะ ตามที่ต้องการ หากเมนูไม่ปรากฏ ให้ตรวจสอบรุ่น AirPods เนื้อหาที่เล่น และเวอร์ชัน iOS

Spatial Audio เป็นระบบสร้างมิติเสียงให้รู้สึกว่าเสียงอยู่รอบตัว ส่วนการติดตามศีรษะจะปรับทิศทางเสียงตามการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ โดย AirPods และเนื้อหาแต่ละประเภทอาจรองรับไม่เหมือนกัน


สารบัญ

  • Spatial Audio คืออะไร
  • AirPods รุ่นใดรองรับ
  • วิธีเปิด Spatial Audio ผ่านศูนย์ควบคุม
  • โหมดคงที่กับติดตามศีรษะต่างกันอย่างไร
  • วิธีตั้งค่า Personalized Spatial Audio
  • วิธีใช้กับเพลงและวิดีโอ
  • แก้ปัญหาไม่มีเมนู Spatial Audio
  • วิธีปิด Spatial Audio
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุป

1. Spatial Audio คืออะไร

Spatial Audio หรือเสียงตามตำแหน่ง เป็นระบบประมวลผลเสียงที่สร้างความรู้สึกว่าเสียงมาจากหลายทิศทาง ไม่ได้อยู่เพียงด้านซ้ายและขวาเหมือนเสียงสเตอริโอทั่วไป

คุณสมบัตินี้เหมาะกับเนื้อหา เช่น

  • ภาพยนตร์
  • ซีรีส์
  • มิวสิกวิดีโอ
  • เพลงที่รองรับเสียงรอบทิศทาง
  • แอปสตรีมที่รองรับ
  • การโทรและวิดีโอคอลบางประเภท
  • เนื้อหาที่บันทึกหรือผสมเสียงมาอย่างเหมาะสม

ประสบการณ์ที่ได้รับขึ้นอยู่กับรุ่นของ AirPods รุ่นของ iPhone แอป และรูปแบบเสียงของเนื้อหา


2. Spatial Audio กับเสียงสเตอริโอต่างกันอย่างไร

เสียงสเตอริโอ

เสียงสเตอริโอแบ่งช่องเสียงหลักเป็นซ้ายและขวา เหมาะกับเพลงและเนื้อหาทั่วไป

Spatial Audio

Spatial Audio ใช้การประมวลผลเพื่อสร้างตำแหน่งเสียงรอบตัว ทำให้เสียงพูด ดนตรี และเอฟเฟกต์มีมิติมากขึ้น

สเตอริโอเชิงพื้นที่

เนื้อหาสเตอริโอทั่วไปบางประเภทสามารถนำมาประมวลผลให้มีมิติเพิ่มขึ้นได้ แม้ไม่ได้ผลิตมาเป็นเสียงรอบทิศทางโดยตรง แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามเนื้อหา


3. ตรวจสอบว่า AirPods รองรับ Spatial Audio หรือไม่

AirPods ไม่ได้รองรับ Spatial Audio ครบทุกคุณสมบัติทุกรุ่น วิธีตรวจสอบรุ่นบน iPhone มีดังนี้

  1. เชื่อมต่อ AirPods กับ iPhone
  2. เปิด การตั้งค่า
  3. แตะชื่อ AirPods ที่แสดงด้านบน
  4. หากไม่พบ ให้เข้า Bluetooth
  5. แตะปุ่มข้อมูลรูปตัว i
  6. เลื่อนดูหมายเลขรุ่นและตัวเลือกเสียง
  7. ตรวจสอบว่ามีเมนู Spatial Audio หรือไม่

หากไม่มีเมนู ควรตรวจสอบทั้งรุ่น AirPods เวอร์ชัน iOS และเนื้อหาที่กำลังเล่นก่อนรีเซ็ตอุปกรณ์


4. สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิด Spatial Audio

ก่อนเริ่ม ควรตรวจสอบดังนี้

  • AirPods มีแบตเตอรี่เพียงพอ
  • AirPods เชื่อมต่อกับ iPhone แล้ว
  • ใส่หูฟังทั้งสองข้าง
  • เปิด Bluetooth
  • iPhone ใช้ iOS ที่รองรับ
  • แอปและเนื้อหารองรับรูปแบบเสียง
  • ปิดการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นชั่วคราว
  • ระดับเสียงอยู่ในระดับเหมาะสม

ควรทดลองกับภาพยนตร์หรือเพลงที่ระบุว่ารองรับเสียงรอบทิศทาง เพื่อให้สังเกตความแตกต่างได้ชัดเจน


5. วิธีเปิด Spatial Audio ผ่านศูนย์ควบคุม

  1. เชื่อมต่อ AirPods กับ iPhone
  2. ใส่ AirPods ทั้งสองข้าง
  3. เปิดเพลงหรือวิดีโอที่ต้องการ
  4. เปิดศูนย์ควบคุม
  5. กดแถบระดับเสียงค้างไว้
  6. แตะ เสียงตามตำแหน่ง หรือ Spatial Audio
  7. เลือกโหมดที่ต้องการ
  8. กลับไปยังแอป
  9. ทดลองฟังเสียง

ชื่อเมนูอาจแสดงแตกต่างกันตามภาษา รุ่น AirPods และเวอร์ชัน iOS


6. โหมดคงที่คืออะไร

โหมดคงที่จะสร้างมิติเสียงรอบตัว แต่ไม่เปลี่ยนตำแหน่งเสียงตามการหันศีรษะ

เหมาะสำหรับ

  • ฟังเพลง
  • ใช้งานระหว่างเดิน
  • ผู้ที่ไม่ต้องการให้ตำแหน่งเสียงเปลี่ยน
  • เนื้อหาที่ต้องการมิติเสียงแต่ไม่ต้องติดตามการเคลื่อนไหว
  • ผู้ที่รู้สึกว่าโหมดติดตามศีรษะทำให้เสียงลอย

หากเพิ่งเริ่มใช้ Spatial Audio ควรลองโหมดคงที่ก่อน เพราะเข้าใจลักษณะเสียงได้ง่ายกว่า


7. โหมดติดตามศีรษะคืออะไร

โหมดติดตามศีรษะจะปรับทิศทางเสียงตามการเคลื่อนไหวของศีรษะและตำแหน่งของ iPhone หรือหน้าจอ

ตัวอย่างเช่น เมื่อหันศีรษะไปด้านข้าง เสียงหลักอาจยังรู้สึกว่ามาจากตำแหน่งหน้าจอ ทำให้มีประสบการณ์คล้ายฟังจากลำโพงที่วางอยู่ตรงหน้า

โหมดนี้เหมาะสำหรับ

  • ดูภาพยนตร์
  • ดูซีรีส์
  • ชมเนื้อหาบนหน้าจอโดยวาง iPhone คงที่
  • เนื้อหาที่ออกแบบมาสำหรับเสียงรอบทิศทาง
  • ผู้ที่ต้องการความรู้สึกเหมือนอยู่ในพื้นที่เดียวกับเสียง

หากใช้งานระหว่างเดินหรือเคลื่อนไหวมาก อาจรู้สึกว่าทิศทางเสียงเปลี่ยนบ่อย ควรเปลี่ยนเป็นโหมดคงที่


8. วิธีสลับระหว่างคงที่กับติดตามศีรษะ

  1. เปิดเนื้อหาและเชื่อมต่อ AirPods
  2. เปิดศูนย์ควบคุม
  3. กดแถบระดับเสียงค้างไว้
  4. แตะตัวเลือก Spatial Audio
  5. เลือก คงที่
  6. ทดลองฟังสักครู่
  7. กลับมาเลือก ติดตามศีรษะ
  8. หันศีรษะช้า ๆ เพื่อสังเกตความแตกต่าง

ควรใช้เนื้อหาเดิมและระดับเสียงเท่าเดิมในการเปรียบเทียบ


9. วิธีเปิด Spatial Audio จากหน้าการตั้งค่า AirPods

  1. เชื่อมต่อ AirPods กับ iPhone
  2. เปิด การตั้งค่า
  3. แตะชื่อ AirPods
  4. เลื่อนหาหัวข้อ Spatial Audio
  5. เปิดหน้าตัวอย่างหรือการตั้งค่า
  6. เลือกฟังเสียงสเตอริโอกับ Spatial Audio เพื่อเปรียบเทียบ
  7. บันทึกการตั้งค่าตามที่ต้องการ

ตัวเลือกจริงอาจแตกต่างตามรุ่นของ AirPods และเวอร์ชันระบบ


10. Personalized Spatial Audio คืออะไร

Personalized Spatial Audio หรือเสียงตามตำแหน่งสำหรับคุณ ใช้ข้อมูลลักษณะศีรษะและใบหูเพื่อปรับการประมวลผลเสียงให้เหมาะกับผู้ใช้งานมากขึ้น

คุณสมบัตินี้อาจช่วยให้

  • ตำแหน่งเสียงชัดเจนขึ้น
  • เสียงด้านหน้าและด้านข้างแยกได้ดีขึ้น
  • ประสบการณ์เหมาะกับรูปทรงของผู้ใช้
  • ใช้การตั้งค่าเดียวกันกับอุปกรณ์ที่รองรับในบัญชีเดียวกัน

การตั้งค่าเป็นตัวเลือก ไม่จำเป็นต้องเปิดจึงจะใช้งาน Spatial Audio แบบทั่วไปได้


11. วิธีตั้งค่า Personalized Spatial Audio

หาก iPhone และ AirPods รองรับ สามารถตั้งค่าได้ดังนี้

  1. เชื่อมต่อ AirPods กับ iPhone
  2. เปิด การตั้งค่า
  3. แตะชื่อ AirPods
  4. เลือก เสียงตามตำแหน่งสำหรับคุณ
  5. แตะเริ่มการตั้งค่า
  6. ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ
  7. สแกนมุมมองด้านหน้าตามที่ระบบกำหนด
  8. สแกนบริเวณใบหูซ้ายและขวา
  9. รอให้ระบบประมวลผล
  10. ทดลองฟัง Spatial Audio อีกครั้ง

ควรตั้งค่าในบริเวณที่มีแสงเพียงพอ ถอดสิ่งที่บังใบหู และทำตามภาพแนะนำบนหน้าจออย่างช้า ๆ


12. ตั้งค่า Personalized Spatial Audio ไม่ได้ทำอย่างไร

หากสแกนไม่สำเร็จ ให้ลองวิธีต่อไปนี้

  • เพิ่มแสงในบริเวณที่ตั้งค่า
  • ทำความสะอาดกล้อง iPhone
  • ถอดหมวกหรือสิ่งที่บังใบหู
  • ถือ iPhone ตามระยะที่ระบบแนะนำ
  • เคลื่อนไหวศีรษะช้า ๆ
  • ทำตามเสียงและภาพแนะนำ
  • ปิดแอปแล้วเริ่มใหม่
  • รีสตาร์ท iPhone
  • ตรวจสอบรายการอัปเดต iOS

หากไม่ต้องการสแกน สามารถข้ามและใช้ Spatial Audio แบบปกติได้


13. วิธีใช้ Spatial Audio กับเพลง

  1. เชื่อมต่อ AirPods
  2. เปิดแอปเพลงที่รองรับ
  3. เลือกเพลงที่รองรับรูปแบบเสียงเชิงพื้นที่
  4. เปิดเพลง
  5. เปิดศูนย์ควบคุม
  6. กดแถบระดับเสียงค้าง
  7. เลือก Spatial Audio
  8. ทดลองโหมดคงที่และติดตามศีรษะ

เพลงบางรายการอาจให้เสียงแตกต่างจากเวอร์ชันสเตอริโออย่างชัดเจน ขณะที่บางเพลงอาจแตกต่างเพียงเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับการผลิตและการผสมเสียง


14. วิธีใช้ Spatial Audio กับภาพยนตร์และวิดีโอ

  1. เปิดแอปวิดีโอที่รองรับ
  2. เลือกเนื้อหาที่มีเสียงหลายช่องหรือเสียงเชิงพื้นที่
  3. ใส่ AirPods ทั้งสองข้าง
  4. เปิด Spatial Audio
  5. เลือกโหมดติดตามศีรษะ
  6. วาง iPhone ในตำแหน่งคงที่
  7. หันศีรษะเล็กน้อยเพื่อทดสอบทิศทางเสียง

หากตำแหน่งเสียงดูผิด ให้หยุดวิดีโอ วาง iPhone ตรงหน้า แล้วเริ่มเล่นใหม่เพื่อให้ระบบปรับตำแหน่งอีกครั้ง


15. ทำไม Spatial Audio ไม่มีความแตกต่าง

สาเหตุอาจประกอบด้วย

  • เนื้อหาไม่รองรับ
  • แอปส่งออกเสียงแบบสเตอริโอทั่วไป
  • เลือกโหมดปิดอยู่
  • AirPods รุ่นนั้นไม่รองรับ
  • ใส่ AirPods เพียงข้างเดียว
  • การตรวจจับศีรษะถูกปิด
  • อุปกรณ์เชื่อมต่อไม่สมบูรณ์
  • ลักษณะเสียงของเนื้อหาไม่มีเอฟเฟกต์เด่นชัด

ให้ทดลองกับเนื้อหาอื่นที่ระบุการรองรับอย่างชัดเจน และสลับระหว่างปิดกับโหมดคงที่เพื่อเปรียบเทียบ


16. ไม่มีเมนู Spatial Audio ในศูนย์ควบคุม

  1. ตรวจสอบว่า AirPods เชื่อมต่อแล้ว
  2. ใส่หูฟังทั้งสองข้าง
  3. เปิดเพลงหรือวิดีโอ
  4. เปิดศูนย์ควบคุม
  5. กดแถบระดับเสียงค้าง
  6. ตรวจสอบรุ่น AirPods
  7. ปิดและเปิด Bluetooth ใหม่
  8. รีสตาร์ท iPhone
  9. ตรวจสอบรายการอัปเดต iOS

หากยังไม่พบเมนู อาจเป็นเพราะรุ่นหรือเนื้อหาไม่รองรับคุณสมบัตินั้น


17. Spatial Audio เปิดเองต้องปิดอย่างไร

  1. เปิดศูนย์ควบคุม
  2. กดแถบระดับเสียงค้าง
  3. แตะ Spatial Audio
  4. เลือก ปิด
  5. กลับไปยังแอป
  6. ตรวจสอบเสียงอีกครั้ง

การปิดจากศูนย์ควบคุมอาจจดจำแยกตามแอปหรือประเภทเนื้อหาในบางสถานการณ์ จึงควรตรวจสอบขณะใช้แอปที่มีปัญหาโดยตรง


18. Spatial Audio ทำให้เสียงเบาหรือเสียงแปลก

การประมวลผลเสียงเชิงพื้นที่อาจทำให้ตำแหน่งเสียงและระดับบางช่วงแตกต่างจากสเตอริโอเดิม

ให้ทดลองดังนี้

  1. ปิด Spatial Audio
  2. ฟังช่วงเดิมของเพลงหรือวิดีโอ
  3. เปิด Spatial Audio แบบคงที่
  4. เปรียบเทียบอีกครั้ง
  5. ทดลองปิด Personalized Spatial Audio ชั่วคราว
  6. ตรวจสอบสมดุลเสียงซ้ายและขวา
  7. ลดระดับเสียงก่อนสลับโหมด

หากเสียงผิดปกติเฉพาะเพลงเดียว อาจเกิดจากการผลิตเสียงของเพลงนั้น ไม่ได้หมายความว่า AirPods มีปัญหา


19. Spatial Audio ทำให้เวียนหัวควรทำอย่างไร

หากรู้สึกไม่สบายจากการเปลี่ยนตำแหน่งเสียง ให้หยุดใช้งานโหมดติดตามศีรษะและเปลี่ยนเป็นโหมดคงที่หรือปิด Spatial Audio

ไม่จำเป็นต้องฝืนใช้งาน คุณสมบัตินี้เป็นตัวเลือกและไม่ได้จำเป็นต่อการฟังเพลงหรือใช้ AirPods ตามปกติ

หากอาการไม่หายหลังหยุดใช้ ควรพักการใช้งานหูฟังและแจ้งผู้ปกครองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ


20. ปิดและเปิด Bluetooth ใหม่

หากเมนูปรากฏแต่เปลี่ยนโหมดไม่ได้ ให้เริ่มการเชื่อมต่อใหม่

  1. ใส่ AirPods ลงในเคส
  2. เปิด การตั้งค่า
  3. เลือก Bluetooth
  4. ปิด Bluetooth
  5. รอประมาณ 10 วินาที
  6. เปิด Bluetooth ใหม่
  7. เชื่อมต่อ AirPods
  8. เปิดเนื้อหาที่รองรับ
  9. ทดลอง Spatial Audio

หากยังไม่ได้ ให้รีสตาร์ท iPhone แล้วทดสอบซ้ำ


21. ลบ AirPods แล้วจับคู่ใหม่

  1. ไปที่ การตั้งค่า > Bluetooth
  2. แตะปุ่มรูปตัว i ข้างชื่อ AirPods
  3. เลือก ลบอุปกรณ์นี้
  4. แตะยืนยัน
  5. ใส่ AirPods ลงในเคส
  6. ปิดฝาแล้วรอประมาณ 30 วินาที
  7. เปิดฝาและนำมาไว้ใกล้ iPhone
  8. เชื่อมต่อ AirPods ใหม่
  9. เปิดเนื้อหาที่รองรับ
  10. ตั้งค่า Spatial Audio อีกครั้ง

การลบ AirPods ไม่ทำให้รูปภาพ แอป หรือข้อมูลส่วนตัวใน iPhone หาย


22. อัปเดต iOS และ AirPods

หากคุณสมบัติไม่ปรากฏหรือทำงานผิดปกติ ควรตรวจสอบรายการอัปเดตของ iPhone

  1. เชื่อมต่อ iPhone กับ Wi-Fi
  2. เปิด การตั้งค่า
  3. เลือก ทั่วไป
  4. แตะ รายการอัปเดตซอฟต์แวร์
  5. ติดตั้งรายการอัปเดตที่รองรับ

สำหรับ AirPods ให้วางหูฟังไว้ในเคส เชื่อมต่อเคสกับแหล่งจ่ายไฟ และวางไว้ใกล้ iPhone ที่เชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อให้ระบบจัดการอัปเดตเมื่อพร้อม

แนวทางของ comsiam คือควรทดลอง Spatial Audio กับเนื้อหาเดียวกันก่อนและหลังอัปเดต เพื่อไม่ให้ความแตกต่างของเพลงหรือแอปทำให้ประเมินผลคลาดเคลื่อน


23. เมื่อใดควรตรวจสอบ AirPods เพิ่มเติม

ควรตรวจสอบเพิ่มเติมเมื่อพบอาการดังต่อไปนี้

  • รุ่นรองรับแต่ไม่มีเมนู Spatial Audio
  • โหมดติดตามศีรษะไม่ตอบสนอง
  • เสียงข้างซ้ายและขวาไม่สมดุล
  • มีเสียงแตกหรือเสียงขาดหาย
  • Spatial Audio ใช้ไม่ได้กับทุกแอปที่รองรับ
  • จับคู่ใหม่แล้วยังไม่ปรากฏเมนู
  • AirPods เคยตกกระแทกหรือสัมผัสความชื้น
  • เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวทำงานผิดปกติ
  • ใช้กับ iPhone เครื่องอื่นแล้วยังมีปัญหา

ควรนำ AirPods ทั้งสองข้างและเคสชาร์จไปตรวจพร้อมกัน หากปัญหาเกิดกับทุกอุปกรณ์และทุกเนื้อหาที่รองรับ


คำถามที่พบบ่อย

เปิด Spatial Audio บน AirPods ตรงไหน?

เชื่อมต่อ AirPods เปิดศูนย์ควบคุม กดแถบระดับเสียงค้าง แล้วแตะ Spatial Audio หรือเสียงตามตำแหน่ง

โหมดคงที่กับติดตามศีรษะต่างกันอย่างไร?

โหมดคงที่สร้างมิติเสียงโดยไม่เปลี่ยนตามศีรษะ ส่วนโหมดติดตามศีรษะจะปรับทิศทางเสียงตามการเคลื่อนไหวและตำแหน่งหน้าจอ

ทำไมไม่มีปุ่ม Spatial Audio?

AirPods หรือ iPhone อาจไม่รองรับ หูฟังยังไม่เชื่อมต่อ หรือเนื้อหาที่เปิดไม่สามารถใช้คุณสมบัตินี้ได้

Spatial Audio ใช้กับทุกเพลงหรือไม่?

ไม่ใช่ทุกเพลงจะรองรับรูปแบบเสียงเชิงพื้นที่โดยตรง แต่อุปกรณ์บางชุดอาจสามารถประมวลผลเสียงสเตอริโอให้มีมิติเพิ่มขึ้นได้

Personalized Spatial Audio จำเป็นหรือไม่?

ไม่จำเป็น เป็นตัวเลือกสำหรับปรับเสียงให้เหมาะกับผู้ใช้มากขึ้น สามารถใช้ Spatial Audio แบบทั่วไปได้โดยไม่ต้องตั้งค่าเฉพาะบุคคล

Spatial Audio เปลืองแบตเตอรี่หรือไม่?

อาจใช้พลังงานเพิ่มจากการประมวลผลเสียงและการติดตามศีรษะ โดยเฉพาะเมื่อเปิดใช้งานต่อเนื่อง


สรุป

วิธีเปิด Spatial Audio บน AirPods คือเชื่อมต่อหูฟัง เปิดศูนย์ควบคุม กดแถบระดับเสียงค้าง แล้วเลือก Spatial Audio แบบคงที่หรือติดตามศีรษะ หากต้องการปรับเสียงเพิ่มเติม สามารถตั้งค่า Personalized Spatial Audio จากหน้าการตั้งค่า AirPods ได้

หากเมนูไม่ปรากฏ ให้ตรวจสอบรุ่น เนื้อหา และเวอร์ชัน iOS จากนั้นเปิด Bluetooth ใหม่หรือจับคู่ AirPods อีกครั้ง โดย comsiam แนะนำให้เริ่มทดลองด้วยโหมดคงที่ก่อน แล้วจึงเปลี่ยนเป็นติดตามศีรษะเมื่อดูภาพยนตร์หรือวิดีโอที่รองรับ