Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากโหมดฟังเสียงภายนอกของ AirPods ใช้ไม่ได้ ให้ตรวจสอบก่อนว่ารุ่นรองรับ Transparency Mode จากนั้นใส่ AirPods ทั้งสองข้าง เปิดศูนย์ควบคุม กดแถบระดับเสียงค้าง แล้วเลือก ฟังเสียงภายนอก หากเปิดแล้วเสียงรอบตัวไม่ชัด ให้ทำความสะอาดไมโครโฟน ตรวจสอบจุกหูฟัง และปิดคุณสมบัติปรับเสียงอัตโนมัติชั่วคราว
หากเมนูไม่ปรากฏหรือสลับโหมดไม่ได้ ให้ปิดและเปิด Bluetooth ลบ AirPods แล้วจับคู่ใหม่ หรือรีเซ็ต AirPods ตามรุ่นที่ใช้งาน
โหมดฟังเสียงภายนอกหรือ Transparency Mode ใช้ไมโครโฟนของ AirPods รับเสียงจากรอบตัวแล้วส่งเข้ามายังหูฟัง ทำให้ได้ยินสิ่งแวดล้อมโดยไม่ต้องถอด AirPods
คุณสมบัตินี้เหมาะสำหรับสถานการณ์ เช่น
โหมดนี้ไม่ได้เพิ่มการได้ยินทุกเสียงในทุกสถานการณ์ ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับรุ่น การตั้งค่า ความสะอาดของไมโครโฟน และระดับเสียงที่กำลังเล่น
AirPods ไม่ได้รองรับโหมดฟังเสียงภายนอกทุกรุ่น หากไม่พบเมนู อาจเป็นเพราะรุ่นนั้นไม่มีคุณสมบัตินี้
วิธีตรวจสอบรุ่นบน iPhone มีดังนี้
หากไม่มีตัวเลือกตัดเสียงรบกวนหรือฟังเสียงภายนอก แต่ AirPods ฟังเพลงได้ตามปกติ ควรตรวจสอบรุ่นก่อนรีเซ็ตหรือส่งซ่อม
ควรทดลองในสถานที่ที่มีเสียงพูดหรือเสียงพัดลมระดับปกติ เพื่อสังเกตความแตกต่างระหว่างโหมดปิดและโหมดฟังเสียงภายนอก
หากไม่พบชื่อ AirPods ในหน้าหลัก ให้เข้า การตั้งค่า > Bluetooth แล้วแตะปุ่มรูปตัว i ข้างชื่อ AirPods
AirPods รุ่นที่รองรับสามารถตั้งให้กดก้านค้างเพื่อสลับโหมดเสียงได้
หากกดค้างแล้วเรียก Siri แทน แสดงว่าข้างนั้นถูกกำหนดให้ใช้คำสั่ง Siri ต้องเปลี่ยนเป็นการควบคุมเสียงก่อน
โหมดควบคุมเสียงอาจทำงานไม่สมบูรณ์เมื่อ AirPods ข้างใดข้างหนึ่งไม่มีแบตเตอรี่
หาก iPhone แสดงแบตเตอรี่เพียงข้างเดียว ให้ตรวจสอบการวางหูฟังและหน้าสัมผัสในเคส
โดยทั่วไปควรใส่ AirPods ครบสองข้างเพื่อทดสอบระบบควบคุมเสียงให้สมบูรณ์
หากใส่เพียงข้างเดียวแล้วโหมดไม่ทำงาน ให้ใส่อีกข้างและทดลองใหม่ หากจำเป็นต้องใช้เพียงข้างเดียว อาจมีตัวเลือกที่เกี่ยวข้องในเมนูการช่วยการเข้าถึงสำหรับบางรุ่น
การเปิดคุณสมบัติสำหรับการใช้งานข้างเดียวควรทำเมื่อจำเป็น และควรทดสอบว่าเสียงรอบตัวยังรับรู้ได้เหมาะสม
หากเปิดเพลงดังมาก เสียงภายนอกอาจถูกกลบจนรู้สึกว่าโหมดไม่ทำงาน
หากได้ยินเสียงรอบตัวเมื่อหยุดเพลง แสดงว่าโหมดทำงาน แต่อาจถูกเสียงเพลงที่ดังเกินไปกลบ
สำหรับ AirPods Pro จุกที่ไม่พอดีอาจทำให้เสียงภายนอกสองข้างแตกต่างกันหรือเกิดความรู้สึกอุดตัน
ควรตรวจสอบว่า
สามารถใช้จุกต่างขนาดกันระหว่างหูซ้ายและขวาได้ หากทำให้ใส่กระชับและสบายกว่า
โหมดฟังเสียงภายนอกต้องใช้ไมโครโฟนรับเสียงรอบตัว หากมีฝุ่นหรือคราบอุดตัน เสียงอาจเบา อู้อี้ หรือไม่เท่ากัน
หลังทำความสะอาด ให้สลับระหว่างโหมดปิดกับฟังเสียงภายนอกเพื่อเปรียบเทียบ
AirPods บางรุ่นมีโหมดที่ปรับระดับเสียงภายนอกและการลดเสียงรบกวนให้อัตโนมัติ จึงอาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่า Transparency Mode เปลี่ยนเอง
หากเสียงภายนอกกลับมาคงที่ แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้านี้อาจเกิดจากโหมดปรับอัตโนมัติ
คุณสมบัติรับรู้การสนทนาอาจปรับระดับเสียงและโหมดควบคุมเสียงเมื่อระบบตรวจพบว่าผู้ใช้กำลังพูด
หากโหมดเปลี่ยนเองหรือระดับเสียงรอบตัวไม่สม่ำเสมอ ให้ปิดคุณสมบัตินี้ชั่วคราวจากหน้าการตั้งค่า AirPods แล้วทดสอบใหม่
หากอาการหาย สามารถเลือกเปิดกลับเมื่อต้องการใช้งานจริงได้
การตั้งค่าการช่วยการเข้าถึงบางรายการสามารถปรับเสียงของ Transparency Mode ได้ หากตั้งค่าแรงเกินไป เสียงอาจแปลกหรือไม่สมดุล
หากเสียงกลับมาเป็นธรรมชาติ ควรตั้งค่าการปรับเสียงใหม่หรือลดระดับการปรับลง
หากเสียงภายนอกข้างหนึ่งเบากว่า ให้ตรวจสอบแถบสมดุลเสียง
หากแถบอยู่ตรงกลางแล้วข้างหนึ่งยังเบา ควรทำความสะอาดไมโครโฟนและทดสอบ AirPods ทีละข้าง
บางครั้งระบบอาจแสดงว่าเปิด Transparency Mode แล้ว แต่การประมวลผลยังค้าง
การสลับโหมดช่วยเริ่มระบบไมโครโฟนและการประมวลผลเสียงใหม่ โดยไม่ต้องรีเซ็ต AirPods
หากยังใช้ไม่ได้ ให้รีสตาร์ท iPhone แล้วทดลองอีกครั้ง
ข้อมูลการจับคู่ผิดพลาดอาจทำให้เมนูควบคุมเสียงหายหรือสลับโหมดไม่ได้
การลบ AirPods ไม่ทำให้รูปภาพ แอป หรือข้อมูลส่วนตัวใน iPhone หาย
หากจับคู่ใหม่แล้วยังใช้ Transparency Mode ไม่ได้ ให้รีเซ็ต AirPods
AirPods ที่ไม่มีปุ่มด้านหลังใช้การแตะด้านหน้าของเคส จึงควรใช้วิธีรีเซ็ตให้ตรงกับรุ่น
ระบบเวอร์ชันเก่าอาจมีปัญหากับเมนูและการประมวลผลเสียง
ใส่ AirPods ในเคส เชื่อมต่อเคสกับแหล่งจ่ายไฟ และวางไว้ใกล้ iPhone ที่เชื่อมต่อ Wi-Fi ระบบจะจัดการอัปเดตเมื่อเงื่อนไขเหมาะสม
แนวทางของ comsiam คือให้ทดสอบ Transparency Mode ในสถานที่เดิมก่อนและหลังอัปเดต เพื่อเปรียบเทียบได้ว่าเสียงภายนอกเปลี่ยนแปลงจริงหรือไม่
นำ AirPods ไปเชื่อมต่อกับ iPhone หรือ iPad อีกเครื่องที่รองรับ แล้วเปิด Transparency Mode
ควรนำ AirPods ไปตรวจสอบเมื่อพบอาการต่อไปนี้
ควรนำ AirPods ทั้งสองข้าง เคสชาร์จ และจุกหูฟังไปตรวจพร้อมกัน เพื่อทดสอบไมโครโฟนและการควบคุมเสียงได้ครบถ้วน
AirPods รุ่นนั้นอาจไม่รองรับ หรือหูฟังยังไม่ได้เชื่อมต่อกับ iPhone ควรตรวจสอบหมายเลขรุ่นก่อน
อาจเปิดเพลงดังเกินไป ไมโครโฟนมีคราบอุดตัน หรือเปิดการปรับเสียงอื่นร่วมด้วย ให้หยุดเพลงและปิดการปรับเสียงชั่วคราว
อาจเกิดจากตะแกรงไมโครโฟนข้างหนึ่งสกปรก จุกหูฟังไม่พอดี หรือสมดุลเสียงบน iPhone ไม่อยู่ตรงกลาง
ขึ้นอยู่กับรุ่นและการตั้งค่าการช่วยการเข้าถึง โดยทั่วไปควรใส่ทั้งสองข้างเพื่อให้ระบบทำงานสมบูรณ์
อาจใช้พลังงานเพิ่ม เพราะต้องใช้ไมโครโฟนและการประมวลผลเสียงรอบตัวอย่างต่อเนื่อง
ช่วยได้เมื่อปัญหาเกิดจากการตั้งค่าหรือข้อมูลการจับคู่ แต่ไม่สามารถแก้ไมโครโฟนหรือฮาร์ดแวร์ที่เสียได้
หากโหมดฟังเสียงภายนอก AirPods ใช้ไม่ได้ ให้ตรวจสอบว่ารุ่นรองรับ ใส่หูฟังทั้งสองข้าง และเลือก Transparency Mode ผ่านศูนย์ควบคุม จากนั้นลดเสียงเพลง ตรวจสอบจุกหูฟัง และทำความสะอาดไมโครโฟน
หากเมนูไม่ปรากฏหรือสลับโหมดไม่ได้ ให้เปิด Bluetooth ใหม่ ลบ AirPods แล้วจับคู่หรือรีเซ็ต โดย comsiam แนะนำให้ทดสอบด้วยการหยุดเพลงก่อน เพื่อแยกให้ออกว่าโหมดไม่ทำงานจริงหรือเพียงเสียงเพลงกลบเสียงรอบตัว