วิธีแก้ไข Copilot Agent เปลี่ยนคำสั่ง เพิ่มข้อมูล และปรับการทำงาน

วิธีแก้ไข Copilot Agent ที่สร้างไว้แล้ว สามารถทำได้โดยเปิด Microsoft 365 Copilot เลือกเมนู Agents ค้นหา Agent ที่ต้องการ คลิกจุดสามจุด (…) แล้วเลือก Edit จากนั้นแก้ไข Instructions, Knowledge, Description หรือ Suggested Prompts ตามต้องการ และกด Update เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผลกับผู้ใช้งาน

การแก้ไข Copilot Agent ไม่จำเป็นต้องลบ Agent เดิมแล้วสร้างใหม่ เพราะ Microsoft 365 Copilot Agent Builder รองรับการปรับแต่ง Agent ที่สร้างแล้ว ทั้งการเปลี่ยนบทบาท เพิ่มเอกสาร SharePoint ปรับคำตอบ และเพิ่มคำถามเริ่มต้น

ตัวอย่างเช่น บริษัทสร้าง Agent สำหรับ IT Support ไว้แล้ว แต่ต้องการเพิ่มความรู้เกี่ยวกับการติดตั้ง Fiber Optic หรือปรับให้ AI ตอบคำถามเป็นภาษาไทยแบบทีละขั้นตอน ก็สามารถแก้ไข Agent เดิมได้

บทความนี้ comsiam จะสอนวิธีแก้ไข Copilot Agent ตั้งแต่การค้นหา Agent ที่สร้างไว้ การแก้ไขคำสั่ง การเพิ่ม Knowledge การปรับรูปแบบคำตอบ การทดสอบ และวิธีอัปเดตให้ทีมงานใช้งานเวอร์ชันใหม่

🤖 การแก้ไข Copilot Agent คืออะไร?

การแก้ไข Copilot Agent คือการปรับแต่งข้อมูลและพฤติกรรมของ AI Agent ที่สร้างไว้แล้ว เพื่อให้ตอบคำถามได้เหมาะสมกับงานหรือความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป

องค์ประกอบสำคัญที่สามารถปรับแต่งได้ ได้แก่

  • Name — ชื่อ Agent
  • Description — คำอธิบายหน้าที่
  • Instructions — คำสั่งควบคุมการทำงาน
  • Knowledge — แหล่งข้อมูลที่ Agent ใช้
  • Suggested Prompts — คำถามเริ่มต้น
  • รูปแบบและขอบเขตคำตอบ
  • การตั้งค่าข้อมูลอื่นตามความสามารถของ Agent

ทำไมต้องแก้ไข Copilot Agent?

Agent ที่เคยใช้งานได้ดีอาจไม่ตอบโจทย์เมื่อองค์กรเปลี่ยนขั้นตอนทำงานหรือเพิ่มข้อมูลใหม่

ตัวอย่างเช่น

  1. บริษัทมีนโยบายใหม่
  2. เพิ่มสินค้าและบริการ
  3. เปลี่ยนขั้นตอนแจ้งซ่อม
  4. เพิ่มเอกสารคู่มือ
  5. ต้องการปรับภาษาให้เข้าใจง่ายขึ้น
  6. Agent ตอบคำถามผิดบ่อย
  7. ต้องการเพิ่ม Suggested Prompts
  8. ต้องการเปลี่ยนกลุ่มผู้ใช้งาน

การปรับปรุง Agent อย่างต่อเนื่องช่วยให้ AI สนับสนุนงานได้ตรงความต้องการมากขึ้น

✅ ใครสามารถแก้ไข Copilot Agent ได้บ้าง?

สำหรับ Agent ที่สร้างด้วย Microsoft 365 Copilot Agent Builder ผู้ที่สามารถแก้ไขได้ต้องเป็นเจ้าของ Agent หรือได้รับสิทธิ์ Can edit

เจ้าของ Agent

ผู้สร้าง Agent โดยทั่วไปมีสิทธิ์จัดการและแก้ไข Agent ของตัวเอง

ผู้ใช้ที่ได้รับ Can edit

สามารถร่วมดูแล แก้ไขและจัดการ Agent ตามความสามารถของระบบ

ผู้ใช้ที่ได้รับ Can chat

สามารถใช้งานและสนทนากับ Agent ได้ แต่ไม่มีสิทธิ์แก้ไขการตั้งค่า

สิทธิ์ใช้งาน Agentแก้ไข Agent
Ownerได้ได้
Can editได้ได้
Can chatได้ไม่ได้

หากไม่พบปุ่ม Edit ควรตรวจสอบว่าบัญชีที่ใช้อยู่มีสิทธิ์แก้ไข Agent ตัวนั้นหรือไม่

🚀 วิธีแก้ไข Copilot Agent ที่สร้างไว้แล้ว ทีละขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1: เปิด Microsoft 365 Copilot

ลงชื่อเข้าใช้ Microsoft 365 Copilot ด้วยบัญชีที่เป็นเจ้าของ Agent หรือได้รับสิทธิ์แก้ไข

ขั้นตอนที่ 2: เปิดเมนู Agents

ดูรายการ Agent ที่แถบด้านซ้าย

หาก Agent ที่ต้องการปรากฏอยู่ในรายการล่าสุด สามารถเปิดเมนูเพิ่มเติมจากชื่อ Agent ได้ทันที

ขั้นตอนที่ 3: ค้นหา Agent ที่ต้องการแก้ไข

หากไม่พบในรายการล่าสุด ให้เลือก All agents

จากนั้นค้นหาส่วน Your agents แล้วเลือก See more หากจำเป็น

อีกวิธีหนึ่งคือเปิด New agent แล้วเลือก View all agents จากหน้าที่รองรับ

ขั้นตอนที่ 4: คลิกจุดสามจุด (…)

มองหาไอคอนจุดสามจุดที่อยู่ข้างชื่อ Agent

คลิกเพื่อเปิดเมนูจัดการ

ขั้นตอนที่ 5: เลือก Edit

คลิก Edit หรือไอคอนรูปดินสอ

ระบบจะเปิดหน้า Agent Builder สำหรับแก้ไขการตั้งค่าเดิม

ขั้นตอนที่ 6: เลือกวิธีแก้ไข

สามารถแก้ไขได้สองแนวทางหลัก

Describe

ใช้ภาษาธรรมชาติอธิบายสิ่งที่ต้องการเปลี่ยน

Configure

แก้ไขรายละเอียดแต่ละส่วนด้วยตัวเอง เช่น Instructions และ Knowledge

ขั้นตอนที่ 7: แก้ไขข้อมูลที่ต้องการ

ปรับชื่อ คำอธิบาย แหล่งความรู้ หรือคำสั่งให้เหมาะกับงาน

ขั้นตอนที่ 8: ทดสอบ Agent

ใช้แท็บ Try it เพื่อทดลองถามคำถามหลังปรับแก้

ควรตรวจสอบทั้งคำถามที่เคยตอบได้และคำถามใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง

ขั้นตอนที่ 9: คลิก Update

เมื่อแก้ไขเรียบร้อย ให้คลิก Update ที่มุมขวาบน

แม้ระบบจะบันทึกการแก้ไขโดยอัตโนมัติ แต่การเปลี่ยนแปลงยังไม่พร้อมให้ผู้ใช้งานเห็นจนกว่าจะกด Update

ขั้นตอนที่ 10: ตรวจสอบผลหลังอัปเดต

กลับมาเปิด Agent แล้วทดลองคำถามอีกครั้ง

การเปลี่ยนแปลงอาจใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะพร้อมให้ผู้ใช้งานทั้งหมด

🧠 วิธีแก้ไข Instructions ใน Copilot Agent

Instructions คือคำสั่งที่ใช้กำหนดบทบาท พฤติกรรม และรูปแบบการตอบของ Agent

หาก Agent ตอบไม่ตรงหน้าที่ อธิบายยาวเกินไป หรือใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสม ควรเริ่มตรวจสอบ Instructions

วิธีแก้ไข Instructions

  1. เปิด Agent ที่ต้องการ
  2. เลือก Edit
  3. เปิด Configure
  4. ค้นหาส่วน Instructions
  5. แก้ไขข้อความ
  6. เปิด Try it เพื่อทดสอบ
  7. กด Update

ตัวอย่าง Instructions ก่อนแก้ไข

“คุณเป็น AI สำหรับตอบคำถามเกี่ยวกับ IT”

คำสั่งนี้กว้างเกินไป เพราะไม่ได้กำหนดขอบเขต รูปแบบคำตอบ หรือข้อจำกัด

ตัวอย่าง Instructions หลังแก้ไข

“คุณเป็น IT Support Assistant สำหรับช่วยพนักงานแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย ให้ตอบเป็นภาษาไทยสุภาพ อธิบายขั้นตอนตรวจสอบจากง่ายไปยาก ใช้ข้อมูลจาก Knowledge ที่ได้รับอนุญาตเป็นหลัก และหากไม่มีข้อมูลเพียงพอให้แจ้งตามตรง ห้ามสร้างสเปกอุปกรณ์หรือขั้นตอนที่ไม่มีหลักฐานรองรับ”

คำสั่งที่มีโครงสร้างชัดเจนช่วยให้ Agent เข้าใจหน้าที่และรูปแบบคำตอบได้ดีขึ้น

✍️ วิธีแก้ไข Copilot Agent ด้วยภาษาธรรมชาติ

หากไม่ต้องการแก้ไขการตั้งค่าทีละส่วน สามารถใช้ Describe เพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงได้

ตัวอย่างที่ 1: เปลี่ยนภาษา

“ปรับ Agent ให้ตอบเป็นภาษาไทยทุกครั้ง ยกเว้นคำศัพท์เทคนิคที่ควรใช้ภาษาอังกฤษ”

ตัวอย่างที่ 2: เปลี่ยนรูปแบบคำตอบ

“ให้ตอบคำถามด้วยสรุปสั้นก่อน จากนั้นแสดงรายละเอียดเป็นขั้นตอน”

ตัวอย่างที่ 3: เพิ่มขอบเขตความรู้

“เพิ่มหน้าที่ของ Agent ให้ครอบคลุมการติดตั้งระบบ Fiber Optic และการตรวจสอบปัญหาเครือข่าย”

การขยายหน้าที่ด้วยคำสั่งอย่างเดียวไม่ได้เพิ่มเอกสารใหม่ ต้องตรวจสอบ Knowledge ที่เกี่ยวข้องด้วย

ตัวอย่างที่ 4: ลดการตอบผิด

“หากไม่พบข้อมูลที่ยืนยันได้ ให้แจ้งว่าไม่มีข้อมูลเพียงพอ และแนะนำให้ตรวจสอบเอกสารต้นทาง”

ตัวอย่างที่ 5: ปรับให้เหมาะกับลูกค้า

“เปลี่ยนรูปแบบคำตอบให้สุภาพ กระชับ และหลีกเลี่ยงศัพท์เทคนิคที่ลูกค้าทั่วไปอาจไม่เข้าใจ”

หลังใช้ Describe ควรตรวจสอบผลการเปลี่ยนแปลงใน Configure ก่อน Update ทุกครั้ง

📁 วิธีเพิ่ม Knowledge ให้ Copilot Agent ที่สร้างแล้ว

Knowledge คือแหล่งข้อมูลที่ Agent ใช้ประกอบการตอบคำถาม

หากบริษัทมีเอกสารใหม่ สามารถเพิ่มเข้าไปใน Agent เดิมได้โดยไม่ต้องสร้าง Agent ใหม่

ขั้นตอนเพิ่ม Knowledge

  1. เปิด Microsoft 365 Copilot
  2. ค้นหา Agent ที่ต้องการ
  3. เลือก Edit
  4. เปิด Configure
  5. ค้นหาส่วน Knowledge
  6. เลือกเพิ่มแหล่งข้อมูลที่รองรับ
  7. ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง
  8. ทดลองถามคำถามจากข้อมูลใหม่
  9. กด Update

Knowledge ที่สามารถใช้ได้

ขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและความสามารถของ Agent เช่น

  • SharePoint
  • OneDrive
  • ไฟล์ที่อัปโหลด
  • เอกสารองค์กร
  • เว็บไซต์ที่รองรับ
  • Microsoft 365 Copilot Connectors
  • แหล่งข้อมูลอื่นที่ระบบอนุญาต

ตัวอย่างการเพิ่มเอกสาร

เดิม Agent ใช้คู่มือดังนี้

  • Windows Troubleshooting
  • Wi-Fi Installation
  • LAN Support

ต่อมาต้องการเพิ่มเอกสาร

  • Fiber Optic Installation
  • Optical Loss Testing
  • OTDR Troubleshooting

เมื่อเพิ่ม Knowledge แล้ว ควรทดสอบว่า Agent สามารถตอบคำถามใหม่ได้ และยังตอบคำถามเดิมได้ถูกต้อง

🔄 วิธีเปลี่ยนหรือลบ Knowledge ที่ไม่ต้องการ

การเก็บเอกสารเก่าหรือเอกสารที่ขัดแย้งกันอาจทำให้ Agent ให้คำตอบไม่เหมาะสม

วิธีเปลี่ยน Knowledge

  1. เปิด Agent Builder
  2. เลือก Configure
  3. เปิด Knowledge
  4. ตรวจสอบแหล่งข้อมูลปัจจุบัน
  5. ลบแหล่งข้อมูลที่ไม่ต้องการออกจากการตั้งค่า
  6. เพิ่มแหล่งข้อมูลใหม่
  7. ทดสอบคำตอบ
  8. กด Update

ควรเปลี่ยน Knowledge เมื่อใด?

  • เอกสารล้าสมัย
  • คู่มือเปลี่ยนเวอร์ชัน
  • นโยบายบริษัทเปลี่ยนแปลง
  • ยกเลิกสินค้าเก่า
  • เปลี่ยนขั้นตอนบริการ
  • แหล่งข้อมูลมีข้อผิดพลาด
  • Agent ใช้ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง

ข้อควรระวัง: การนำแหล่งข้อมูลออกจาก Knowledge ของ Agent ไม่ใช่การลบไฟล์ต้นฉบับออกจาก SharePoint หรือ OneDrive

📌 วิธีแก้ไข Suggested Prompts ใน Copilot Agent

Suggested Prompts คือคำถามตัวอย่างที่แสดงให้ผู้ใช้เลือกเพื่อเริ่มสนทนา

หาก Suggested Prompts ไม่ตรงกับหน้าที่ Agent ควรแก้ไขให้ชัดเจนและใช้งานได้จริง

ตัวอย่างก่อนแก้ไข

  • ถามคำถาม
  • ช่วยฉันหน่อย
  • แนะนำข้อมูล

คำถามเหล่านี้กว้างเกินไป

ตัวอย่างหลังแก้ไข

  • ตรวจสอบปัญหาคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อ Wi-Fi ไม่ได้
  • สรุปวิธีติดตั้ง Switch ตามคู่มือบริษัท
  • อธิบายขั้นตอนแจ้งซ่อมอุปกรณ์ IT
  • ค้นหาวิธีตรวจสอบสาย Fiber Optic
  • จัดทำ Checklist ก่อนส่งมอบระบบเครือข่าย

ขั้นตอนแก้ไข

  1. เปิด Agent
  2. เลือก Edit
  3. เปิด Configure
  4. ค้นหา Suggested Prompts
  5. แก้ไขคำถามตัวอย่าง
  6. ทดลองใช้งาน
  7. กด Update

Suggested Prompts ที่ดีควรแสดงงานหลักที่ Agent ช่วยทำได้จริง ไม่ใช่เพียงคำถามทั่วไป

🏷️ วิธีเปลี่ยนชื่อและ Description ของ Copilot Agent

เมื่อหน้าที่ของ Agent เปลี่ยนไป อาจต้องแก้ชื่อและคำอธิบายให้สอดคล้องกัน

ตัวอย่างชื่อก่อนแก้ไข

IT Assistant

ตัวอย่างชื่อหลังแก้ไข

Network Technical Assistant

ตัวอย่าง Description

“ผู้ช่วย AI สำหรับค้นหาคู่มือและตอบคำถามเกี่ยวกับระบบ LAN, Wi-Fi, Switch, Router และ Fiber Optic ของบริษัท”

หลักการตั้งชื่อ Agent

  1. ชื่อสั้นและสื่อความหมาย
  2. สอดคล้องกับหน้าที่จริง
  3. ไม่ใช้ชื่อกว้างเกินไป
  4. ไม่ทำให้เข้าใจผิดว่า Agent มีความสามารถที่ไม่ได้ตั้งค่า
  5. หลีกเลี่ยงชื่อซ้ำกับ Agent อื่น

🔍 วิธีทดสอบ Copilot Agent หลังแก้ไข

หลังปรับ Instructions หรือ Knowledge ควรทดสอบก่อน Update

ทดสอบที่ 1: คำถามพื้นฐาน

ถามว่า

“คุณมีหน้าที่ช่วยงานอะไร?”

ตรวจสอบว่าคำตอบตรงกับบทบาทใหม่

ทดสอบที่ 2: คำถามจาก Knowledge ใหม่

เลือกคำถามที่มีคำตอบอยู่ในเอกสารที่เพิ่งเพิ่ม

ทดสอบที่ 3: คำถามเดิม

ใช้คำถามที่เคยทดสอบผ่านแล้ว เพื่อดูว่าการปรับแก้ไม่ได้ทำให้คำตอบเดิมแย่ลง

ทดสอบที่ 4: คำถามที่ไม่มีข้อมูล

ตรวจสอบว่า Agent ยอมรับเมื่อไม่มีหลักฐานรองรับหรือไม่

ทดสอบที่ 5: ข้อมูลที่มีข้อจำกัดด้านสิทธิ์

ทดลองกับบัญชีที่มีสิทธิ์ต่างกัน เพื่อดูว่า Agent ไม่เปิดเผยข้อมูลเกินสิทธิ์

ทดสอบที่ 6: รูปแบบภาษา

ตรวจสอบว่า Agent ตอบด้วยภาษาที่กำหนด และจัดรูปแบบคำตอบตรงตามต้องการ

ทดสอบที่ 7: คำถามนอกขอบเขต

ถามสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ เพื่อประเมินการจัดการขอบเขตของ Agent

💾 แก้ไข Copilot Agent แล้วต้องกด Save หรือ Update?

สำหรับ Agent Builder ใน Microsoft 365 Copilot การเปลี่ยนแปลงในหน้าแก้ไขจะถูกบันทึกอัตโนมัติ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้งานจะเห็นเวอร์ชันใหม่ทันที

ต้องกด Update เพื่อทำให้การเปลี่ยนแปลงพร้อมใช้งานกับผู้รับที่แชร์ Agent ไว้

ความแตกต่างระหว่างการบันทึกกับการอัปเดต

รายการความหมาย
Auto-saveบันทึกสิ่งที่แก้ไขในระบบ
Updateทำให้เวอร์ชันใหม่พร้อมใช้งาน
Testทดลองตรวจสอบพฤติกรรม
Shareกำหนดผู้ที่ใช้งาน Agent ได้

หลัง Update ต้องทำอะไรต่อ?

ควรเปิด Agent ผ่านบัญชีผู้ใช้ทดสอบและตรวจสอบว่าเวอร์ชันใหม่ตอบได้ถูกต้อง

การเปลี่ยนแปลงอาจใช้เวลาหลายนาทีกว่าจะปรากฏกับผู้ใช้ปลายทาง

👥 แก้ไข Copilot Agent ที่แชร์ให้ทีมแล้วได้หรือไม่?

ได้ ผู้ที่เป็น Owner หรือมีสิทธิ์ Can edit สามารถแก้ไข Agent ที่แชร์ให้ทีมใช้งานได้

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขอาจส่งผลต่อการทำงานของสมาชิกในทีม จึงควรมีกระบวนการตรวจสอบก่อน Update

แนวทางที่แนะนำ

  1. แจ้งทีมก่อนแก้ไขเรื่องสำคัญ
  2. ระบุสิ่งที่จะเปลี่ยน
  3. ทดสอบคำถามเดิมและคำถามใหม่
  4. กด Update เมื่อพร้อม
  5. ตรวจสอบหลังอัปเดต
  6. เปิดรับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้

หากเปลี่ยน SharePoint Knowledge ต้องทำอย่างไร?

สำหรับ Agent Builder ที่ใช้ไฟล์หรือโฟลเดอร์ SharePoint เป็น Knowledge หลังแก้ไข Agent ที่เคยแชร์ไว้ Microsoft แนะนำให้แชร์ Agent กับผู้ใช้กลุ่มเดิมอีกครั้ง เพื่อให้สิทธิ์ของไฟล์และโฟลเดอร์ถูกจัดการอย่างสอดคล้อง

ควรตรวจสอบ SharePoint Permission แยกต่างหากด้วย เพราะการแชร์ Agent ไม่ได้รับประกันว่าผู้ใช้จะมีสิทธิ์อ่านข้อมูลทุกแหล่ง

🏢 ตัวอย่างแก้ไข Copilot Agent สำหรับฝ่าย IT Support

สมมติว่าบริษัทสร้าง Agent ชื่อ IT Support Assistant ไว้แล้ว

เดิมใช้ตอบคำถามเกี่ยวกับ Windows และ Microsoft 365

ต่อมาต้องการเพิ่มงานด้านระบบเครือข่าย

ก่อนแก้ไข

Name: IT Support Assistant

Knowledge:

  • Windows Troubleshooting
  • Microsoft 365 User Guide

Instructions:

“ตอบคำถามด้าน IT ของพนักงาน”

หลังแก้ไข

Name: Network & IT Support Assistant

Knowledge:

  • Windows Troubleshooting
  • Microsoft 365 User Guide
  • Network Installation
  • Wi-Fi Troubleshooting
  • Fiber Optic Manual

Instructions:

“คุณเป็นผู้ช่วยฝ่าย IT สำหรับพนักงานบริษัท ให้ตอบคำถามเกี่ยวกับ Windows, Microsoft 365, LAN, Wi-Fi และ Fiber Optic โดยใช้ข้อมูลจากคู่มือที่เชื่อมต่อเป็นหลัก อธิบายทีละขั้นตอนและระบุข้อควรระวัง หากไม่มีข้อมูลเพียงพอให้แจ้งตามตรง”

คำถามทดสอบ

  1. วิธีแก้ปัญหา Windows เชื่อมต่อ Wi-Fi ไม่ได้
  2. วิธีตรวจสอบ Switch เมื่อพอร์ต LAN ไม่ทำงาน
  3. วิธีตรวจสอบสาย Fiber Optic
  4. วิธีแก้ไขปัญหา Access Point
  5. วิธีตรวจสอบการตั้งค่า IP Address

หลังทดสอบควรให้ทีม IT ตรวจสอบเนื้อหาทางเทคนิคก่อนนำไปใช้งานจริง

🌐 ตัวอย่างแก้ไข Copilot Agent สำหรับธุรกิจติดตั้งระบบเครือข่าย

บริษัทรับติดตั้งระบบ LAN, Wi-Fi, CCTV และ Fiber Optic อาจสร้าง Agent สำหรับฝ่ายขายไว้แล้ว

ต่อมาต้องการเพิ่มความสามารถด้านตอบคำถามทางเทคนิค

เดิม

Agent: Sales Assistant

ตอบคำถามข้อมูลสินค้าและบริการทั่วไป

เป้าหมายใหม่

เพิ่มความรู้เรื่อง

  • CAT6 และ CAT6A
  • Network Switch
  • Access Point
  • Fiber Optic Single Mode
  • Fiber Optic Multimode
  • OTDR
  • Optical Power Meter
  • การตรวจสอบ Optical Loss

วิธีปรับปรุง

  1. เพิ่มเอกสารทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง
  2. แก้ Description
  3. ขยาย Instructions
  4. เพิ่ม Suggested Prompts
  5. ทดสอบคำถามทางเทคนิค
  6. ตรวจสอบความถูกต้องกับคู่มืออุปกรณ์
  7. กด Update

การแก้ไขนี้ช่วยให้ Agent รองรับงานได้กว้างขึ้นโดยยังใช้ Agent ตัวเดิม

📊 วิธีตรวจสอบประสิทธิภาพ Agent หลังอัปเดต

ผู้ที่เป็น Owner หรือได้รับสิทธิ์ Can edit สามารถใช้ความสามารถ Monitor ใน Agent Builder เพื่อดูข้อมูลการใช้งานตามที่ระบบรองรับ

วิธีเปิด Monitor

  1. เปิด Microsoft 365 Copilot
  2. ค้นหา Agent ที่ต้องการ
  3. เลือก Edit
  4. เปิดแท็บ Monitor
  5. เลือกช่วงเวลาที่ต้องการตรวจสอบ

ตัวอย่างช่วงเวลา ได้แก่ Last 7 days, Last 14 days, Last 30 days หรือ Custom

ตัวชี้วัดที่ควรติดตาม

  • การมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน
  • การใช้แหล่ง Knowledge
  • ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน
  • คำตอบที่ได้รับ Feedback
  • แนวโน้มการใช้งาน

ข้อมูลบางประเภท เช่น Reactions และ Comments อาจต้องให้ผู้ดูแลระบบเปิดการแชร์ Feedback ก่อน

วิธีประเมินคุณภาพ

ควรใช้ข้อมูล Monitor ร่วมกับชุดคำถามทดสอบที่มีคำตอบอ้างอิงชัดเจน เพื่อประเมินทั้งความนิยมและความถูกต้อง

🔐 ข้อควรระวังเมื่อแก้ไข Copilot Agent

1. ตรวจสอบสิทธิ์ Knowledge

การเพิ่มแหล่งข้อมูลใหม่อาจทำให้ Agent เข้าถึงข้อมูลประเภทใหม่ตามสิทธิ์ผู้ใช้

2. หลีกเลี่ยงการเพิ่มข้อมูลลับโดยไม่จำเป็น

ไม่ควรใส่รหัสผ่าน API Key หรือข้อมูลรับรองตัวตนใน Instructions

3. ตรวจสอบผลกระทบจากการเปลี่ยนบทบาท

หากเปลี่ยน Agent จากงานฝ่ายบุคคลเป็นงานฝ่ายขาย อาจทำให้คำตอบเดิมไม่เหมาะสม

4. ทดสอบก่อนอัปเดต

ไม่ควรกด Update โดยไม่ตรวจสอบการทำงาน โดยเฉพาะ Agent ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก

5. ตรวจสอบข้อมูลที่ขัดแย้งกัน

การเพิ่ม Knowledge ใหม่ควรตรวจสอบว่าเอกสารไม่ขัดแย้งกับข้อมูลที่มีอยู่

6. จำกัดสิทธิ์ Can edit

เฉพาะผู้รับผิดชอบที่จำเป็นควรได้รับสิทธิ์แก้ไข Agent

7. บันทึกประวัติการเปลี่ยนแปลง

สำหรับงานองค์กร ควรบันทึกวันที่ ผู้แก้ไข และรายละเอียดการปรับปรุง เพื่อช่วยตรวจสอบปัญหาภายหลัง

🔧 แก้ไข Copilot Agent ไม่ได้ แก้อย่างไร?

ปัญหาที่ 1: ไม่พบปุ่ม Edit

สาเหตุที่เป็นไปได้

  • ผู้ใช้มีสิทธิ์เพียง Can chat
  • ลงชื่อเข้าใช้ผิดบัญชี
  • Agent ไม่ได้อยู่ภายใต้สิทธิ์จัดการของผู้ใช้
  • ใช้ Agent จากแพลตฟอร์มที่มีวิธีแก้ไขต่างกัน

วิธีแก้ไข

ตรวจสอบบัญชีและสิทธิ์ Can edit หรือให้เจ้าของ Agent เพิ่มสิทธิ์แก้ไขตามความเหมาะสม

ปัญหาที่ 2: Agent ไม่อยู่ใน Your agents

รายการ Your agents สำหรับการจัดการแสดง Agent ที่ผู้ใช้เป็นเจ้าของหรือมีสิทธิ์ Can edit

Agent ที่แชร์มาให้ใช้งานแบบ Can chat อาจไม่แสดงในรายการจัดการนี้

ปัญหาที่ 3: แก้ไข Instructions แล้ว Agent ยังตอบเหมือนเดิม

ให้ตรวจสอบว่ากด Update แล้วหรือยัง

หาก Update แล้ว ควรรอให้ระบบประมวลผลและทดลองเปิดการสนทนาใหม่

ปัญหาที่ 4: เพิ่ม Knowledge ไม่ได้

ตรวจสอบประเภทแหล่งข้อมูล สิทธิ์และข้อจำกัดของ Agent Builder

หากเป็น SharePoint ควรตรวจสอบสิทธิ์เข้าถึง Site, Library หรือไฟล์

ปัญหาที่ 5: Agent ไม่อ่านเอกสารใหม่

ตรวจสอบว่า Knowledge ถูกเพิ่มสำเร็จแล้วหรือไม่ และเอกสารอยู่ในรูปแบบที่ระบบรองรับ

การประมวลผลข้อมูลใหม่อาจไม่เกิดขึ้นทันที

ปัญหาที่ 6: Agent ตอบผิดหลังแก้ไข

ตรวจสอบ Instructions ใหม่กับของเดิม และเปรียบเทียบเอกสาร Knowledge ที่เพิ่มเข้ามา

หากจำเป็นให้ปรับคำสั่งหรือแหล่งข้อมูล แล้วทดสอบใหม่ก่อน Update

ปัญหาที่ 7: ผู้ใช้งานยังเห็นเวอร์ชันเก่า

ตรวจสอบสถานะ Update และรอให้การเปลี่ยนแปลงพร้อมใช้งาน

หาก Agent ถูกเผยแพร่ผ่าน Agent Store ขององค์กร อาจต้องส่งเวอร์ชันใหม่ให้ผู้ดูแลระบบตรวจสอบและอนุมัติอีกครั้ง

ปัญหาที่ 8: เพิ่ม SharePoint แล้วผู้ใช้ตอบจากเอกสารไม่ได้

ตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้ใน SharePoint และแชร์ Agent กับผู้ใช้กลุ่มเดิมอีกครั้งเมื่อเกี่ยวข้องกับไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่เพิ่มหรือเปลี่ยนแปลง

ปัญหาที่ 9: ไม่พบแท็บ Monitor

ตรวจสอบสิทธิ์ Owner หรือ Can edit และความพร้อมของความสามารถในบัญชี

ปัญหาที่ 10: ต้องการเพิ่ม API หรือ Actions

Agent Builder เน้นการสร้าง Declarative Agents สำหรับงานที่ไม่ซับซ้อน

หากต้องการเพิ่มการเชื่อมต่อระบบภายนอกหรือ Actions ขั้นสูง ควรพิจารณาใช้ Microsoft Copilot Studio

🆚 แก้ไข Agent เดิม หรือสร้าง Agent ใหม่ แบบไหนดี?

สถานการณ์แนวทางที่แนะนำ
เปลี่ยนภาษาแก้ไข Agent เดิม
เพิ่มเอกสารแก้ไข Agent เดิม
เพิ่ม Suggested Promptsแก้ไข Agent เดิม
ปรับ Instructionsแก้ไข Agent เดิม
เปลี่ยนชื่อแก้ไข Agent เดิม
เพิ่มงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไข Agent เดิม
เปลี่ยนหน้าที่ทั้งหมดพิจารณาสร้าง Agent ใหม่
ต้องแยกข้อมูลลับตามทีมพิจารณาสร้าง Agent แยก
ต้องเชื่อม Workflow ซับซ้อนพิจารณา Copilot Studio

ทำไมไม่ควรรวมทุกงานไว้ใน Agent เดียว?

Agent ที่มีบทบาทกว้างเกินไปอาจมี Instructions ซับซ้อนและใช้ Knowledge ที่ไม่เกี่ยวข้องกันจำนวนมาก

สำหรับองค์กรที่มีหลายฝ่าย การสร้าง Agent แยกตามหน้าที่อาจช่วยให้จัดการความรู้และสิทธิ์ได้ชัดเจนกว่า

📈 7 เทคนิคปรับปรุง Copilot Agent ให้ตอบดีขึ้น

1. เขียน Instructions ให้เฉพาะเจาะจง

ระบุบทบาท ขอบเขต และรูปแบบคำตอบอย่างชัดเจน

2. ใช้ Knowledge ที่เกี่ยวข้อง

ไม่จำเป็นต้องเพิ่มเอกสารจำนวนมากหากไม่เกี่ยวข้องกับงาน

3. ปรับข้อมูลต้นทางให้ถูกต้อง

ควรแก้เอกสารที่ผิดพลาดก่อนปรับ Agent

4. เพิ่ม Suggested Prompts ที่ใช้งานจริง

เลือกคำถามจากปัญหาที่พนักงานถามบ่อย

5. ทดสอบคำถามหลายรูปแบบ

ทดลองทั้งคำถามสั้น ยาว และคำถามที่ไม่ชัดเจน

6. ตรวจสอบ Feedback

นำข้อผิดพลาดจากผู้ใช้งานมาปรับปรุง Instructions หรือ Knowledge

7. ประเมินผลหลัง Update

เปรียบเทียบความถูกต้องก่อนและหลังการปรับปรุง

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแก้ไข Copilot Agent

แก้ไข Copilot Agent ที่สร้างแล้วได้หรือไม่?

ได้ หากเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิ์ Can edit สามารถเปิดเมนู Edit เพื่อแก้ไข Agent ได้

วิธีเข้าไปแก้ไข Copilot Agent ทำอย่างไร?

เปิด Microsoft 365 Copilot เลือก Agent คลิกจุดสามจุด แล้วเลือก Edit

แก้ไข Instructions ได้ไหม?

ได้ สามารถแก้ผ่าน Configure หรืออธิบายการเปลี่ยนแปลงผ่าน Describe ในประสบการณ์ที่รองรับ

เพิ่ม Knowledge ให้ Agent เดิมได้หรือไม่?

ได้ สามารถเพิ่มแหล่งข้อมูลใหม่และทดสอบก่อนกด Update

เปลี่ยนชื่อ Copilot Agent ได้ไหม?

ได้ ผู้ที่มีสิทธิ์แก้ไขสามารถเปลี่ยน Name และ Description ได้

แก้ไข Suggested Prompts ได้ไหม?

ได้ สามารถเพิ่มหรือลดคำถามตัวอย่างให้ตรงกับหน้าที่ของ Agent

แก้ไขแล้วต้องกด Save หรือ Update?

สำหรับ Agent Builder การแก้ไขจะบันทึกอัตโนมัติ แต่ต้องกด Update เพื่อให้ผู้ใช้งานเห็นการเปลี่ยนแปลง

แก้ไข Agent ที่แชร์ไปแล้วได้หรือไม่?

ได้ ผู้ที่เป็น Owner หรือมีสิทธิ์ Can edit สามารถแก้ไข Agent ที่แชร์ไปแล้วได้

ทำไมแก้ไขแล้วเพื่อนร่วมงานยังเห็นข้อมูลเก่า?

อาจยังไม่ได้กด Update หรือระบบยังประมวลผลเวอร์ชันใหม่ไม่เสร็จ หากเผยแพร่ผ่าน Agent Store ขององค์กร อาจต้องผ่านการอนุมัติอัปเดตเพิ่มเติม

แก้ไข Agent แล้วต้องแชร์ใหม่ไหม?

หาก Agent ใช้ SharePoint Files หรือ Folders เป็น Knowledge Microsoft แนะนำให้แชร์กับผู้ใช้กลุ่มเดิมอีกครั้งหลังอัปเดต เพื่อช่วยให้สิทธิ์ข้อมูลมีความสอดคล้อง

สามารถเพิ่ม API ให้ Agent เดิมได้หรือไม่?

หากต้องการความสามารถ Actions และการเชื่อมต่อบริการภายนอกที่ซับซ้อน ควรใช้ Copilot Studio ซึ่งมีเครื่องมือรองรับมากกว่า Agent Builder

✅ สรุปวิธีแก้ไข Copilot Agent ให้ทำงานดีขึ้น

การแก้ไข Copilot Agent ใน Microsoft 365 Copilot สามารถทำได้โดยค้นหา Agent ที่สร้างไว้ เปิดเมนู Edit จากนั้นปรับ Instructions, Knowledge, Name, Description และ Suggested Prompts ผ่าน Describe หรือ Configure

หลังแก้ไขควรใช้ Try it ทดสอบคำถาม แล้วกด Update เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงพร้อมใช้งานกับผู้ที่ได้รับสิทธิ์

สิ่งสำคัญคือการแก้ไข Instructions อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากปัญหาเกิดจากข้อมูลต้นทางไม่ครบหรือ Knowledge ไม่ถูกต้อง ต้องปรับปรุงเอกสารและแหล่งข้อมูลร่วมด้วย

comsiam แนะนำให้ใช้แนวทาง Edit → Configure → Knowledge → Try it → Update → Monitor เพื่อให้การปรับปรุง Agent เป็นกระบวนการที่ตรวจสอบได้

สำหรับ Agent ที่แชร์ให้ทีมใช้งาน ควรตรวจสอบสิทธิ์ Knowledge และผลกระทบต่อผู้ใช้ทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนแหล่งข้อมูล SharePoint หรือปรับบทบาทการทำงาน

เมื่อมีการดูแลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง Copilot Agent จะสามารถตอบโจทย์งานขององค์กรได้ดีขึ้น และช่วยลดเวลาการค้นหาข้อมูลหรือทำงานซ้ำซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ