DNS ช่วยให้เข้าเกมเร็วขึ้นจริงหรือไม่ เปลี่ยนแล้วลด Ping ได้ไหม

DNS อาจช่วยให้เปิดหน้าเข้าสู่ระบบ ค้นหาเซิร์ฟเวอร์ หรือเชื่อมต่อบริการของเกมได้เร็วขึ้นเล็กน้อย หาก DNS เดิมตอบสนองช้าหรือมีปัญหา แต่โดยทั่วไปไม่ได้ช่วยลด Ping ระหว่างเล่นเกม เพราะหลังจากค้นหา IP Address สำเร็จ ข้อมูลเกมจะเดินทางตามเส้นทางของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

หากเกมกระตุก Ping สูง หรือมี Packet Loss ควรตรวจสอบ Wi‑Fi, สาย LAN, QoS, Bufferbloat และเซิร์ฟเวอร์เกมก่อน การเปลี่ยน DNS ไม่ใช่วิธีหลักสำหรับปัญหาเหล่านี้

สารบัญ

  • DNS คืออะไร
  • DNS เกี่ยวข้องกับเกมอย่างไร
  • เปลี่ยน DNS ช่วยเข้าเกมเร็วขึ้นหรือไม่
  • DNS ลด Ping ได้ไหม
  • กรณีใดควรเปลี่ยน DNS
  • ควรเปลี่ยนที่ Router หรือเครื่องเล่นเกม
  • วิธีทดสอบ DNS
  • เปลี่ยนแล้วเข้าเกมไม่ได้แก้อย่างไร
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุป

1. DNS คืออะไร

DNS ย่อมาจาก Domain Name System ทำหน้าที่แปลงชื่อบริการหรือชื่อเซิร์ฟเวอร์ให้เป็น IP Address ที่อุปกรณ์สามารถใช้สร้างการเชื่อมต่อได้

ตัวอย่างกระบวนการทำงานทั่วไปคือ

  1. ผู้เล่นเปิดเกม
  2. เกมติดต่อบริการเข้าสู่ระบบ
  3. อุปกรณ์สอบถาม DNS
  4. DNS ส่ง IP Address กลับมา
  5. เกมเชื่อมต่อไปยัง IP Address นั้น
  6. เริ่มดาวน์โหลดข้อมูลหรือเข้าเซิร์ฟเวอร์

DNS จึงมีบทบาทในช่วงเริ่มต้นของการเชื่อมต่อ แต่ไม่ได้ส่งข้อมูลเกมทั้งหมดแทนผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต


2. DNS เกี่ยวข้องกับเกมอย่างไร

เกมออนไลน์ไม่ได้เชื่อมต่อเพียงเซิร์ฟเวอร์เดียว อาจต้องติดต่อหลายระบบ เช่น

  • ระบบเข้าสู่บัญชี
  • เซิร์ฟเวอร์ตรวจสอบสิทธิ์
  • ระบบ Matchmaking
  • เซิร์ฟเวอร์เกม
  • ระบบ Party
  • Voice Chat
  • ร้านค้าภายในเกม
  • เซิร์ฟเวอร์ดาวน์โหลด
  • ระบบอัปเดต
  • เครือข่ายกระจายเนื้อหา

เมื่อเกมเริ่มติดต่อบริการเหล่านี้ DNS จะช่วยค้นหา IP Address หาก DNS ตอบสนองช้า หน้าเข้าสู่ระบบหรือการเชื่อมต่อครั้งแรกอาจใช้เวลานานขึ้น

หลังจากเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว ค่า Ping ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับเส้นทางระหว่างบ้านกับเซิร์ฟเวอร์ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ DNS ตลอดเวลา


3. เปลี่ยน DNS ช่วยให้เข้าเกมเร็วขึ้นจริงหรือไม่

ช่วยได้ในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อ DNS เดิมมีอาการดังนี้

  • ตอบสนองช้า
  • ค้นหาชื่อบริการไม่สำเร็จ
  • มีข้อผิดพลาดเป็นระยะ
  • ระบบแคชทำงานผิดปกติ
  • ผู้ให้บริการ DNS มีปัญหา
  • เกมค้างหน้า Connecting
  • เปิดร้านค้าในเกมช้า
  • เข้าสู่ระบบไม่สำเร็จ
  • ดาวน์โหลดอัปเดตเริ่มต้นช้า

ผลที่อาจเห็นหลังเปลี่ยน DNS ได้แก่

  • เปิดหน้า Login เร็วขึ้น
  • ค้นหาบริการได้เร็วขึ้น
  • ลดข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการค้นหาชื่อ
  • เริ่มดาวน์โหลดอัปเดตได้ตามปกติ
  • เชื่อมต่อแพลตฟอร์มเกมได้เสถียรขึ้น

หาก DNS เดิมทำงานดีอยู่แล้ว การเปลี่ยนอาจไม่รู้สึกแตกต่างเลย


4. DNS ช่วยลด Ping ในเกมได้หรือไม่

โดยทั่วไป DNS ไม่ได้ลด Ping ระหว่างเล่นเกมโดยตรง เพราะ DNS ทำงานหลักในขั้นตอนแปลงชื่อเซิร์ฟเวอร์เป็น IP Address

เมื่อเกมทราบ IP Address แล้ว ข้อมูลจะเดินทางผ่าน

  • เครื่องเล่นเกม
  • Router
  • ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
  • เครือข่ายระหว่างทาง
  • ศูนย์ข้อมูล
  • เซิร์ฟเวอร์เกม

การเปลี่ยน DNS ไม่ได้เปลี่ยนระยะทางทางกายภาพหรือเส้นทางของผู้ให้บริการในทุกกรณี

ทำไมบางคนเปลี่ยน DNS แล้วรู้สึกว่า Ping ลดลง

อาจเกิดจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น

  • รีสตาร์ต Router พร้อมกับเปลี่ยน DNS
  • เกมเลือกเซิร์ฟเวอร์ใหม่
  • เปลี่ยนช่วงเวลาที่ทดสอบ
  • เครือข่ายไม่หนาแน่นเหมือนครั้งก่อน
  • Wi‑Fi กลับมาเสถียรหลังเชื่อมต่อใหม่
  • ระบบเลือกเซิร์ฟเวอร์กระจายข้อมูลคนละจุด
  • ผลทดสอบเกิดจากความแตกต่างชั่วคราว

จึงควรทดสอบหลายครั้งในสถานการณ์เดียวกันก่อนสรุปว่า DNS ลด Ping ได้จริง


5. DNS เปลี่ยนเส้นทางอินเทอร์เน็ตได้หรือไม่

DNS มีหน้าที่ตอบว่าเซิร์ฟเวอร์ใช้ IP Address ใด ไม่ได้ควบคุมเส้นทางทั้งหมดหลังเริ่มเชื่อมต่อ

ในบางบริการ DNS อาจมีส่วนทำให้ระบบเลือกเซิร์ฟเวอร์กระจายข้อมูลที่ต่างกัน ส่งผลต่อความเร็วดาวน์โหลดหรือระยะทางในช่วงเชื่อมต่อบริการนั้น แต่ไม่รับประกันว่าจะเกิดกับเกมทุกประเภท

สำหรับเกมที่เชื่อมต่อ IP Address เดิมหรือเลือกภูมิภาคจากบัญชีและระบบ Matchmaking การเปลี่ยน DNS อาจไม่เปลี่ยนเซิร์ฟเวอร์เกมเลย


6. กรณีใดควรทดลองเปลี่ยน DNS

ควรทดลองเมื่อพบอาการต่อไปนี้

  • เกมค้างหน้า Connecting
  • เข้าสู่ระบบเกมไม่ได้
  • เปิดร้านค้าในเกมไม่ได้
  • ดาวน์โหลดอัปเดตไม่เริ่ม
  • ระบบแจ้งว่าหาเซิร์ฟเวอร์ไม่พบ
  • เปิดบริการบางอย่างไม่ได้
  • DNS เดิมตอบสนองผิดปกติ
  • อุปกรณ์อื่นในบ้านมีปัญหาเปิดบริการเดียวกัน
  • รีสตาร์ต Router แล้วอาการยังไม่หาย
  • ผู้ให้บริการยืนยันว่าอินเทอร์เน็ตปกติ

การเปลี่ยน DNS เป็นขั้นตอนทดสอบที่ย้อนกลับได้ง่าย แต่ควรจดค่าเดิมไว้ก่อน


7. กรณีใดเปลี่ยน DNS แล้วมักไม่ช่วย

DNS มักไม่ช่วยเมื่อปัญหาเกิดจาก

  • สัญญาณ Wi‑Fi อ่อน
  • เครื่องเล่นเกมอยู่ไกล Router
  • Ping สูงจากเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ
  • Packet Loss
  • Bufferbloat
  • Download หรือ Upload ถูกใช้จนเต็ม
  • NAT Type Strict
  • Double NAT
  • CGNAT
  • เซิร์ฟเวอร์เกมล่ม
  • สาย LAN ชำรุด
  • Router ทำงานหนัก
  • ระบบบัญชีถูกจำกัด
  • เกมมีไฟล์เสียหาย

ควรแก้ตามต้นเหตุ ไม่ควรเปลี่ยน DNS ซ้ำหลายบริการเพื่อหวังแก้ปัญหาที่ไม่เกี่ยวข้อง


8. DNS กับ NAT Type เกี่ยวข้องกันหรือไม่

DNS และ NAT ทำหน้าที่ต่างกัน

DNS

แปลงชื่อบริการเป็น IP Address เพื่อให้อุปกรณ์ทราบว่าจะเชื่อมต่อไปที่ใด

NAT

จัดการการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ภายในบ้านกับอินเทอร์เน็ต รวมถึงกำหนดว่าข้อมูลขาเข้าควรถูกส่งไปยังเครื่องใด

ดังนั้นการเปลี่ยน DNS โดยทั่วไปไม่สามารถเปลี่ยน NAT Type จาก Strict เป็น Open และไม่สามารถแก้ Double NAT หรือ CGNAT ได้

หาก NAT มีปัญหา ควรตรวจสอบ UPnP, Port Forwarding, Router ซ้อน และผู้ให้บริการ


9. ควรตั้ง DNS ที่ Router หรือเครื่องเล่นเกม

ตั้งที่ Router

เมื่อกำหนด DNS บน Router อุปกรณ์ภายในบ้านที่รับค่าผ่าน DHCP อาจใช้ DNS ชุดเดียวกัน

ข้อดี ได้แก่

  • เปลี่ยนครั้งเดียว
  • ใช้กับหลายอุปกรณ์
  • จัดการง่าย
  • ย้อนกลับได้จากจุดเดียว

ข้อควรระวังคือหาก DNS ใหม่มีปัญหา อุปกรณ์หลายเครื่องอาจได้รับผลกระทบพร้อมกัน

ตั้งที่เครื่องเล่นเกม

การกำหนดบนเครื่องเล่นเกมจะกระทบเฉพาะอุปกรณ์นั้น เหมาะกับการทดลองเปรียบเทียบก่อนเปลี่ยนทั้งบ้าน

ข้อดี ได้แก่

  • ทดสอบได้เฉพาะเครื่อง
  • ไม่กระทบ Smart TV และโทรศัพท์
  • ย้อนกลับเป็น Automatic ได้ง่าย
  • เหมาะกับการหาสาเหตุ

ควรทดลองที่เครื่องเล่นเกมก่อน หากผลดีและไม่มีปัญหาจึงพิจารณาตั้งบน Router


10. เลือก DNS อย่างไร

ไม่ควรเลือกจากคำโฆษณาว่าเป็น DNS สำหรับเกมเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาเรื่องต่อไปนี้

  • ความเร็วตอบสนองในพื้นที่
  • ความเสถียร
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ระบบป้องกันชื่อเว็บไซต์อันตราย
  • ความเข้ากันได้กับผู้ให้บริการ
  • ความสามารถรองรับ IPv4 และ IPv6
  • การดูแลระบบอย่างต่อเนื่อง
  • ไม่มีการกรองบริการที่ต้องใช้งาน
  • มี Primary และ Secondary DNS
  • สามารถย้อนกลับค่าเดิมได้

DNS ที่เร็วที่สุดสำหรับบ้านหนึ่งอาจไม่เร็วที่สุดสำหรับอีกบ้าน เพราะตำแหน่งและเส้นทางของผู้ให้บริการแตกต่างกัน


11. Primary DNS และ Secondary DNS คืออะไร

Primary DNS คือเซิร์ฟเวอร์หลักที่อุปกรณ์ใช้สอบถาม ส่วน Secondary DNS เป็นตัวสำรองเมื่อเซิร์ฟเวอร์หลักไม่ตอบสนอง

การใส่ Secondary ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์จะเลือกตัวที่เร็วที่สุดเสมอ วิธีใช้งานขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการและเครื่องเล่นเกม

ควรใช้คู่ DNS ที่ผู้ให้บริการเดียวกันกำหนดไว้ หรือเลือกค่าที่มั่นใจว่าเข้ากันได้ ไม่ควรใส่ตัวเลขแบบสุ่ม


12. วิธีเปลี่ยน DNS บนเครื่องเล่นเกมแบบทั่วไป

ตำแหน่งเมนูแตกต่างกันตามแพลตฟอร์ม แต่หลักการคล้ายกัน

12.1 จดค่าเดิม

ตรวจสอบว่าปัจจุบันตั้งเป็น Automatic หรือมีตัวเลขกำหนดเอง ถ่ายภาพหน้าจอไว้ก่อนเปลี่ยน

12.2 เปิดเมนู Network

เข้า Settings แล้วเลือก Network, Internet หรือ Connection Settings

12.3 เลือกการเชื่อมต่อที่ใช้งาน

เลือก Wired LAN หรือ Wi‑Fi ให้ตรงกับวิธีที่เครื่องกำลังเชื่อมต่อ

12.4 เลือก DNS แบบ Manual

เปลี่ยนจาก Automatic เป็น Manual แล้วใส่ Primary DNS และ Secondary DNS ของบริการที่ต้องการทดสอบ

12.5 คงค่าระบบอื่นเป็น Automatic

หากไม่ได้แก้ NAT หรือ IP Address ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน IP, Gateway, MTU และ Proxy พร้อมกัน

12.6 บันทึกและทดสอบ

บันทึกค่าแล้วเปิด Network Test จากนั้นปิดเกมให้สมบูรณ์และเปิดใหม่


13. วิธีเปลี่ยน DNS บน Router แบบทั่วไป

13.1 เข้าหน้าจัดการ Router

เชื่อมต่อ Wi‑Fi หลักหรือสาย LAN แล้วเข้าสู่ IP Address ภายในของ Router

13.2 ค้นหาเมนู Internet หรือ WAN

การตั้งค่า DNS มักอยู่ในหัวข้อ

  • Internet
  • WAN
  • DHCP
  • Network
  • DNS
  • Advanced

13.3 ปิด Automatic DNS

เลือก Manual DNS หรือ Use the following DNS server แล้วกรอก Primary กับ Secondary

13.4 บันทึกค่า

กด Apply หรือ Save แล้วรอให้ Router ใช้ค่าใหม่ อาจต้องรีสตาร์ตตามคำแนะนำของอุปกรณ์

13.5 เชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่

อุปกรณ์ที่ยังเก็บค่าเดิมอาจต้องปิดและเปิด Wi‑Fi หรือรับ DHCP ใหม่จึงจะใช้ DNS ชุดใหม่

ไม่ควรเปลี่ยนค่าอื่นในหน้า WAN พร้อมกัน เพราะอาจทำให้อินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อไม่ได้


14. วิธีทดสอบว่า DNS ใหม่ดีกว่าเดิมหรือไม่

14.1 ใช้สถานการณ์เดิม

ทดสอบเกมเดียวกัน เครื่องเดียวกัน และช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

14.2 จับเวลาเปิดเกม

เปรียบเทียบระยะเวลาตั้งแต่เปิดเกมจนเข้าสู่หน้า Login หรือหน้าหลัก

14.3 ทดลองหลายครั้ง

เปิดและปิดเกมอย่างสมบูรณ์แล้วทดสอบอย่างน้อยสามครั้ง เพราะระบบอาจเก็บ DNS Cache ไว้

14.4 ตรวจสอบข้อผิดพลาด

ดูว่าอาการหาเซิร์ฟเวอร์ไม่พบหรือหน้า Connecting ค้างลดลงหรือไม่

14.5 ตรวจสอบ Ping แยกต่างหาก

หากต้องการเปรียบเทียบ Ping ควรเล่นในเซิร์ฟเวอร์และภูมิภาคเดียวกัน อย่าสรุปจาก Match ที่เลือกเซิร์ฟเวอร์ต่างกัน

14.6 ทดสอบการดาวน์โหลด

ตรวจสอบความเร็วอัปเดตเกม แต่ต้องเข้าใจว่าความเร็วอาจเปลี่ยนตามเซิร์ฟเวอร์และช่วงเวลา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ DNS เพียงอย่างเดียว

ทีมงาน comsiam แนะนำให้ใช้ DNS ที่แก้ปัญหาได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรเลือกจากผลทดสอบครั้งเดียวหรือจากค่า Ping ไปยัง DNS เพียงอย่างเดียว


15. เปลี่ยน DNS แล้วเข้าเกมไม่ได้ แก้อย่างไร

15.1 กลับเป็น Automatic

เปลี่ยน DNS กลับเป็น Automatic หรือค่าที่ผู้ให้บริการกำหนด แล้วทดสอบใหม่

15.2 ตรวจสอบตัวเลข

ตรวจสอบว่าไม่ได้ใส่ตัวเลขผิด สลับช่อง หรือเว้นช่อง Primary ไว้

15.3 รีสตาร์ตเครื่องเล่นเกม

ปิดเครื่องให้สมบูรณ์แล้วเปิดใหม่ เพื่อให้ระบบล้างการเชื่อมต่อเดิมและรับค่าใหม่

15.4 รีสตาร์ต Router

ถ้าเปลี่ยน DNS ที่ Router ให้รีสตาร์ตและรอจนอินเทอร์เน็ตกลับมาปกติ

15.5 ตรวจสอบ IPv4 และ IPv6

หากเครือข่ายใช้ทั้งสองระบบ แต่กำหนด DNS เพียงรูปแบบเดียว อุปกรณ์อาจเลือกเส้นทางที่ต่างจากที่คาด ควรกลับเป็น Automatic หากไม่แน่ใจ

15.6 ตรวจสอบว่าเป็นทุกเกมหรือเกมเดียว

หากเกิดเฉพาะเกมเดียว ปัญหาอาจอยู่ที่บริการของเกม ไม่ใช่ DNS

15.7 ยกเลิกการเปลี่ยนค่าอื่น

หากเปลี่ยน MTU, Proxy, IP และ DNS พร้อมกัน ให้กลับค่าอื่นเป็น Automatic แล้วทดสอบ DNS เพียงรายการเดียว


16. DNS Cache คืออะไร

DNS Cache คือข้อมูลที่อุปกรณ์หรือ Router เก็บไว้ชั่วคราว เพื่อไม่ต้องสอบถาม DNS ซ้ำทุกครั้ง

ข้อดีคือช่วยให้การเชื่อมต่อบริการเดิมเริ่มต้นเร็วขึ้น แต่หากข้อมูลใน Cache เก่าหรือผิด อาจทำให้เชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้

วิธีแก้เบื้องต้น ได้แก่

  • ปิดเกมให้สมบูรณ์
  • รีสตาร์ตเครื่องเล่นเกม
  • รีสตาร์ต Router
  • ตัดและเชื่อมต่อเครือข่ายใหม่
  • กลับ DNS เป็น Automatic
  • รอให้ Cache หมดอายุ

ไม่จำเป็นต้องรีเซ็ต Router เป็นค่าโรงงานเพื่อแก้ DNS Cache


17. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • คิดว่า DNS ลด Ping ได้ทุกเกม
  • เปลี่ยน DNS หลายครั้งโดยไม่ทดสอบ
  • ใช้ผลครั้งเดียวตัดสิน
  • เปลี่ยน DNS พร้อม MTU และ Proxy
  • ใส่ Primary หรือ Secondary ผิด
  • ตั้ง DNS บน Router แล้วลืมว่าอุปกรณ์ทั้งบ้านได้รับผล
  • ใช้ DNS ที่ไม่ทราบผู้ให้บริการ
  • เปลี่ยน DNS เพื่อแก้ NAT Type
  • เปลี่ยน DNS เพื่อแก้ Wi‑Fi อ่อน
  • ไม่บันทึกค่าเดิม
  • ไม่รีสตาร์ตเกมหลังเปลี่ยน
  • เลือกเซิร์ฟเวอร์เกมต่างภูมิภาคในการเปรียบเทียบ

18. คำถามที่พบบ่อย

DNS ไหนดีที่สุดสำหรับเล่นเกม

ไม่มี DNS ที่ดีที่สุดสำหรับทุกบ้าน ควรเลือกบริการที่น่าเชื่อถือ ตอบสนองเร็วในพื้นที่ และทดสอบกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ใช้งานจริง

เปลี่ยน DNS แล้ว Ping ลดจริงหรือไม่

อาจเห็นความแตกต่างในบางสถานการณ์ แต่โดยทั่วไป DNS ไม่ได้ควบคุมเส้นทางระหว่างเล่นเกม จึงไม่ใช่วิธีหลักในการลด Ping

DNS ช่วยแก้เกมค้างหน้า Connecting ได้หรือไม่

ช่วยได้หากปัญหาเกิดจากการค้นหาชื่อเซิร์ฟเวอร์ แต่ไม่ช่วยหากเซิร์ฟเวอร์ล่มหรือเครือข่ายมี Packet Loss

DNS ช่วยดาวน์โหลดเกมเร็วขึ้นหรือไม่

อาจมีผลต่อการเลือกเซิร์ฟเวอร์กระจายข้อมูลบางระบบ แต่ไม่ได้เพิ่มความเร็วแพ็กเกจและไม่รับประกันว่าจะเร็วขึ้นทุกครั้ง

เปลี่ยน DNS แก้ NAT Strict ได้หรือไม่

ไม่ได้โดยตรง ควรตรวจสอบ UPnP, Port Forwarding, Double NAT และ CGNAT

ตั้ง DNS ที่ Router หรือเครื่องเล่นเกมดีกว่า

ควรทดลองที่เครื่องเล่นเกมก่อนเพื่อลดผลกระทบ หากได้ผลดีจึงพิจารณาตั้งที่ Router สำหรับอุปกรณ์ทั้งหมด

DNS มีผลกับ Wi‑Fi 2.4GHz และ 5GHz หรือไม่

ใช้ได้กับทั้งสองคลื่น แต่ไม่เพิ่มความแรงหรือระยะสัญญาณ Wi‑Fi

ใช้ DNS อัตโนมัติดีหรือไม่

ดีสำหรับผู้ใช้ทั่วไป หากไม่มีปัญหาการเชื่อมต่อ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็น Manual


19. สรุป

DNS ช่วยแปลงชื่อบริการของเกมเป็น IP Address จึงอาจทำให้การเข้าสู่ระบบ ค้นหาเซิร์ฟเวอร์ หรือเริ่มดาวน์โหลดเร็วขึ้น หาก DNS เดิมตอบสนองช้าหรือทำงานผิดปกติ

DNS โดยทั่วไปไม่ลด Ping ระหว่างเล่นเกม และไม่สามารถแก้ Wi‑Fi อ่อน Bufferbloat, NAT Type Strict, Double NAT หรือ CGNAT ได้

แนวทางของ comsiam คือใช้ DNS อัตโนมัติก่อน หากพบปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาชื่อจึงทดลอง DNS ที่น่าเชื่อถือบนเครื่องเล่นเกมเพียงเครื่องเดียว พร้อมทดสอบหลายครั้งและกลับค่าเดิมทันทีหากใช้งานแย่ลง