Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก มือถืออัปเดตแล้วข้อมูลหาย รูปหาย วิดีโอหาย หรือหาไฟล์ไม่เจอ อย่าเพิ่ง Factory Reset หรือติดตั้งระบบใหม่ซ้ำ เพราะหลายกรณีข้อมูลไม่ได้ถูกลบจริง แต่อาจเกิดจาก Cloud ยัง Sync ไม่เสร็จ, ใช้บัญชีผิด, รูปอยู่ใน Recently Deleted/Trash, Album ถูกซ่อน, ไฟล์อยู่คนละ Folder หรือข้อมูลยัง Restore อยู่เบื้องหลัง
สำหรับ iPhone Apple ระบุชัดว่า การอัปเดต iOS ตามปกติจะทำให้ ข้อมูลและการตั้งค่าของผู้ใช้ยังคงเดิม และแนะนำให้ Backup ก่อน Update อยู่เสมอ ดังนั้นหากพบข้อมูลหายหลังอัปเดต ควรตรวจ Sync, Account, Recently Deleted และ Backup ก่อนสรุปว่าข้อมูลถูกลบโดย Update จริง ๆ.
สำหรับ Android หากรูปหาย Google แนะนำให้ตรวจ Google Account, Backup Status, Trash, Device Folders และ Google Photos ก่อน เพราะรูปที่ดูเหมือนหายอาจอยู่ในบัญชีอื่นหรือ Folder ที่ไม่ได้เปิด Backup.
บทความนี้ comsiam จะไล่ตรวจจากวิธีที่ปลอดภัยที่สุดไปจนถึงการ Restore Backup โดยไม่รีบล้างเครื่องและทำให้ข้อมูลที่ยังเหลืออยู่สูญหายเพิ่ม
อย่างน้อยสำหรับ iPhone Apple ระบุว่า เมื่ออัปเดตเป็น iOS เวอร์ชันล่าสุด Data และ Settings จะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และแนะนำให้ Backup ก่อน Update เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด.
ดังนั้นหาก Update เสร็จแล้วรูปหาย อย่าเพิ่งสรุปทันทีว่า iOS ลบรูปออกจากเครื่อง
ให้ตรวจ Sync และ Account ก่อน
นี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด
หากข้อมูลบางส่วนยังอยู่ในเครื่องแต่เพียงหาไม่เจอ การ Factory Reset จะสร้างความเสี่ยงเพิ่มเพราะเป็นการล้างข้อมูล Local
ควรใช้ลำดับ
ค้นหา → ตรวจ Cloud → ตรวจ Trash → ตรวจ Backup → แล้วจึงพิจารณา Restore
ไม่ควรเริ่มจาก Reset
ถ้า Update เพิ่งเสร็จและแอป Photos, Gallery หรือ Files แสดงข้อมูลผิดปกติ สามารถ Restart เครื่องตามปกติหนึ่งครั้งแล้วตรวจใหม่
แต่ Restart ไม่ใช่เครื่องมือกู้ข้อมูล
ถ้าข้อมูลยังไม่เห็น ต้องตรวจ Account, Cloud และ Folder ต่อ
เข้า
Settings > [ชื่อของคุณ]
ดู Apple Account ที่กำลัง Sign in
Apple ระบุว่าการที่ Photos จะแสดงข้อมูลตรงกันบนอุปกรณ์ ต้องใช้ Apple Account เดียวกัน และเปิด iCloud Photos อย่างเหมาะสม.
ถ้าเผลอ Sign in บัญชีอื่น Library อาจดูเหมือนหายทั้งชุด
เข้า
Settings > [ชื่อของคุณ] > iCloud > Photos
ตรวจว่า
Sync this iPhone
เปิดอยู่หรือไม่
Appleระบุว่า หาก iCloud Photos ถูกปิด รูปที่อยู่บน iCloud อาจดูเหมือนหายจากเครื่อง และเมื่อเปิด Sync กลับ อาจต้องเชื่อม Wi-Fi และรอสักระยะก่อนรูปจะกลับมาแสดง.
ถ้ามีรูปจำนวนมาก ระบบต้อง Sync Library
Appleแนะนำให้เชื่อมต่อ Wi-Fi และรอหลังเปิด iCloud Photos แล้วจึงตรวจรูปอีกครั้ง.
รูปหลายหมื่นรูปจึงไม่จำเป็นต้องกลับมาพร้อมกันทันที
เปิด
Photos > Collections > Utilities > Recently Deleted
Appleระบุว่ารูปและวิดีโอที่ถูกลบสามารถกู้จาก Recently Deleted ได้ภายในประมาณ 30 วัน.
หากเจอรูปที่หายอยู่ตรงนี้ ให้เลือก Recover
หากเพิ่ง Update แล้วพบรูปหาย อย่ากด
Delete All
ใน Recently Deleted เพื่อคืนพื้นที่
ให้ค้นหารูปที่ต้องการก่อน เพราะ Album นี้เป็นหนึ่งในช่องทางกู้รูปที่ Apple แนะนำโดยตรง.
บางครั้งรูปไม่ได้หาย แต่ถูกซ่อน
เปิด
Photos > Collections > Utilities > Hidden
Appleระบุว่ารูปที่ถูก Hide จะไม่แสดงใน Library ตามปกติ และสามารถ Unhide ได้จาก Hidden Album.
ถ้าใช้ iCloud Shared Photo Library รูปบางส่วนอาจอยู่ใน
Appleแนะนำให้สลับ Library View เมื่อตามหารูปที่หาย.
ดังนั้นตรวจมุมมอง Library ก่อนสรุปว่ารูปถูกลบ
หาก iPhone ไม่แสดงรูป แต่คุณยังมี iPad หรือ Mac ที่ใช้ Apple Account เดียวกัน ให้ตรวจ Photos บนอุปกรณ์เหล่านั้น
Appleระบุว่า iCloud Photos ทำให้รูปและวิดีโอสามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์ที่ใช้บัญชีเดียวกัน.
หากรูปยังอยู่ใน Cloud ปัญหาอาจเป็นเพียงการ Sync ของ iPhone
ถ้าไม่ใช่รูปแต่เป็น
และเคยอยู่ใน iCloud Drive สามารถตรวจ Recently Deleted ของ iCloud Drive ได้
Appleระบุว่าไฟล์ที่ถูกลบจาก iCloud Drive สามารถ Recover ได้ภายใน 30 วัน ตราบใดที่ยังไม่ได้ Permanently Remove.
Appleรองรับการกู้ไฟล์ที่ลบจาก iCloud Drive และแอปบางประเภทผ่านระบบ Data Recovery
ไฟล์ที่กู้สำเร็จจะกลับไปยัง Folder เดิมที่เคยอยู่ก่อนถูกลบ.
ดังนั้นไฟล์หายหลัง Update ควรตรวจ iCloud ก่อนใช้โปรแกรมกู้ข้อมูลใด ๆ
Appleระบุชัดว่าไฟล์ที่ถูก Permanently Removed แล้วไม่สามารถ Restore ผ่านระบบ Recover Deleted Files ของ iCloud ได้.
ดังนั้นอย่าล้าง Recently Deleted ระหว่างกำลังตามหาไฟล์
บางกรณี Update เกิดร่วมกับ Restore หรือ Setup ใหม่
เข้า
Settings > [ชื่อของคุณ] > iCloud > iCloud Backup
ถ้าระบบยัง Restore อยู่ Appleระบุว่าจะมีข้อความว่าอุปกรณ์กำลังถูก Restore และจะ Backup ใหม่เมื่อ Restore เสร็จ.
ดังนั้นควรรอ Restore จบก่อนสรุปว่าข้อมูลหาย
ถ้าเปิด iCloud Photos อยู่ รูปและวิดีโอจะ Sync ผ่าน iCloud Photos และไม่ได้ถูกใส่ซ้ำใน Nightly iCloud Backup
หลัง Restore เครื่อง Appleระบุว่าต้องเชื่อม Wi-Fi เพื่อให้ Photos Download กลับมาจาก iCloud.
นี่เป็นเหตุผลที่ Restore เสร็จแล้วรูปอาจยังดูไม่ครบ
Appleระบุว่า หากไม่ได้เปิด iCloud Photos รูปและวิดีโอบางส่วนสามารถอยู่ใน iCloud Backup ได้ และจะทยอย Download กลับใน Background เมื่อ Restore Backup.
เวลา Restore ขึ้นอยู่กับขนาด Backup และความเร็ว Wi-Fi
Appleระบุว่า หลัง Restore จาก iCloud Backup เนื้อหาที่ซื้อและข้อมูลจากบริการบางประเภทจะถูก Download กลับ และ Third-party Apps บางตัวอาจต้องดาวน์โหลดข้อมูลจากผู้ให้บริการของแอปอีกครั้ง.
ดังนั้นแอปกลับมาแต่ข้อมูลยังไม่ครบไม่ได้แปลว่า Update ลบข้อมูลเสมอไป
หากข้อมูลไม่อยู่ใน iCloud Appleแนะนำให้ตรวจว่าเคยมี Backup บน Mac หรือ PC ที่อาจมีข้อมูลนั้นหรือไม่.
อย่ารีบสร้าง Backup ใหม่ทับ Workflow เดิมจนกว่าจะรู้ว่า Backup เก่าที่ต้องการอยู่ที่ไหน
เปิด Google Photos
แตะรูป Profile
ตรวจว่ากำลังใช้ Google Account ไหน
Googleระบุว่ารูปบางชุดอาจดูเหมือนหายเพียงเพราะผู้ใช้เปิด Google Photos ด้วย บัญชีคนละบัญชี.
ถ้ามี Gmail หลายบัญชี ให้ตรวจทุกบัญชีที่เคยใช้กับเครื่อง
เปิด
Google Photos > Profile > Photos settings > Backup
ตรวจ
Back up = On
และดูว่า Backup Account ถูกต้องหรือไม่
Googleระบุว่ารูปที่หายอาจไม่เคย Backup และ Backup Settings เป็นตัวกำหนดว่ารูปใดถูกเก็บใน Google Photos.
Android มีหลาย Device Folder เช่น
Google Photos ให้เปิด Backup แยกตาม Device Folder และ Googleแนะนำให้ตรวจ Back up device folders หากรูปจากแอปอื่นหาย.
ดังนั้น Camera อาจอยู่ครบ แต่ Screenshots หายได้ถ้า Folder นั้นไม่เคย Backup
ใน Google Photos เปิด
Collections > On this device
Googleแนะนำตำแหน่งนี้สำหรับตามหารูปจากแอปหรือ Folder ภายใน Android ที่ไม่เห็นใน Library หลัก.
ไฟล์อาจยังอยู่ในโทรศัพท์ เพียงแต่ไม่ได้แสดงในมุมมองที่คุณกำลังดู
ถ้ารูปถูกลบ ให้ดู Trash
Googleระบุว่า
รูปที่ Backup แล้ว สามารถอยู่ใน Trash ได้สูงสุดประมาณ 60 วัน
ส่วน รูปที่ไม่ได้ Backup สามารถถูกลบถาวรหลังประมาณ 30 วัน ตามเงื่อนไขของระบบ.
ถ้ายังอยู่ใน Trash สามารถ Restore ได้
Googleระบุว่า Google Takeout ไม่สามารถนำข้อมูลที่ถูก Permanently Deleted กลับมาได้ และแนะนำให้ตรวจ Trash สำหรับ Content ที่เพิ่งถูกลบ.
ดังนั้นอย่าจ่ายเงินหรือใช้เครื่องมือสุ่มโดยคิดว่า Google Photos สามารถดึง Cloud File ที่ถูกลบถาวรกลับมาได้เสมอ
Googleระบุว่ารูปบางรูปดูเหมือนหายเพราะ Timestamp แตกต่าง เช่นไฟล์ Scan หรือ Download จากอุปกรณ์ที่ตั้งเวลาไม่ถูกต้อง.
ลอง Search ด้วย
แทนการเลื่อนหาเฉพาะวันที่ที่จำได้
Googleแนะนำให้ตรวจ Locked Folder หากตามหารูปไม่พบ เพราะรายการที่อยู่ใน Folder นี้อาจไม่ปรากฏใน Library ปกติ.
ดังนั้นอย่าสรุปว่าไฟล์หายก่อนตรวจ Folder พิเศษ
Google Photos รุ่นปัจจุบันสามารถจัดรูปเป็น Photo Stack ทำให้บางรูปไม่เห็นแยกเป็น Thumbnail หลัก
Googleแนะนำให้เปิด Stack แล้วดูรายการทั้งหมดเมื่อตามหารูปที่ดูเหมือนหาย.
Googleระบุว่า ไม่ใช่ทุกแอปสามารถ Backup หรือ Restore Settings และ Data ได้ทั้งหมด
ดังนั้นหากหลัง Update หรือ Restore ตัวแอปยังอยู่แต่ Draft, Game Save หรือ Local Data หาย อาจต้องตรวจ Cloud Backup ของแอปนั้นเอง.
ถ้าเป็น PDF, ZIP หรือไฟล์ Download อย่าค้นเฉพาะ Google Photos
เปิด Files by Google หรือ File Manager ของผู้ผลิต แล้วตรวจ
Googleระบุว่า Files by Google สามารถแสดงไฟล์ที่เพิ่งเพิ่ม ดาวน์โหลด หรือแก้ไขได้จาก Recents.
หากไฟล์เดิมเก็บบน Google Drive สามารถตรวจ Trash และเลือก Restore ได้
Google Drive มีระบบ Restore Deleted File จาก Trash โดยตรง.
อย่าสับสนระหว่างไฟล์ Local ในโทรศัพท์กับไฟล์ที่เก็บบน Google Drive
ถ้าพบไฟล์ใน
ยังถือว่ามีสำเนาที่สามารถนำกลับมาใช้งานได้
ให้ Copy หรือ Restore จากแหล่งที่ตรวจสอบแล้วแทนการพยายามกู้จาก Storage ภายในเป็นขั้นแรก
ถ้าไฟล์สำคัญมากและยืนยันแล้วว่า
ควรหลีกเลี่ยงการสร้างไฟล์จำนวนมากโดยไม่จำเป็น และพิจารณาติดต่อผู้ผลิตหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
ไม่ควรติดตั้งแอป “Recover Everything” แบบสุ่ม เพราะแอปใหม่เองก็ต้องใช้พื้นที่ Storage และไม่ได้รับประกันผล
การดัดแปลงระบบอาจเพิ่มความซับซ้อนและความเสี่ยงต่อข้อมูลที่ยังเหลืออยู่
ให้ใช้
Cloud → Trash → Backup → Official Support
ก่อน
โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ข้อมูลมีความสำคัญ
Factory Reset ไม่ใช่คำสั่งกู้ข้อมูล
หากมี Backup จริงจึงค่อยพิจารณา Restore จาก Backup หลังจากตรวจวันที่และเนื้อหา Backup ให้เรียบร้อย
สำหรับ iPhone Appleระบุว่าการ Restore จาก iCloud Backup หลังเครื่องถูกตั้งค่าแล้วจำเป็นต้อง Erase Content ก่อนเข้าสู่ขั้น Restore จึงไม่ควรทำหากยังไม่แน่ใจว่า Backup ที่ต้องการมีอยู่.
ตรวจ
☑ Apple Account ถูกบัญชี
☑ Backup มีวันที่ก่อนข้อมูลหาย
☑ Photos ใช้ iCloud Photos หรือ Backup
☑ Computer Backup มีหรือไม่
☑ ข้อมูลปัจจุบันในเครื่องถูก Backup แล้ว
Appleแนะนำให้ตรวจว่าข้อมูลที่หายนั้นเป็นประเภทที่รวมอยู่ใน iCloud Backup จริงหรือไม่ และตรวจ Computer Backup เพิ่มเติมหากยังหาไม่พบ.
ตรวจ
☑ Google Account
☑ Google Photos Backup
☑ Device Folders
☑ Google Drive
☑ Backup ของแอปนั้น
☑ Files/Downloads
☑ Trash
อย่า Reset เพียงเพราะ Gallery ว่าง เพราะ Googleระบุว่ารูปอาจอยู่ในบัญชีอื่น Device Folder หรือ Trash ได้.
ทำตามนี้:
1. Restart iPhone
2. Settings > [ชื่อ] ตรวจ Apple Account
3. Settings > [ชื่อ] > iCloud > Photos
4. เปิด Sync this iPhone
5. ต่อ Wi-Fi แล้วรอ Sync
6. Photos > Recently Deleted
7. Photos > Hidden
8. ตรวจ Shared Library
9. ตรวจ iCloud Photos จากอุปกรณ์อื่น
10. Files > Recently Deleted สำหรับเอกสาร
11. ตรวจ iCloud Backup/Computer Backup
Appleแนะนำ Account, iCloud Photos, Recently Deleted, Hidden และ Shared Library เป็นจุดหลักในการตามหารูปที่หาย.
ทำตามนี้:
1. Restart เครื่อง
2. เปิด Google Photos
3. ตรวจ Google Account
4. Photos settings > Backup
5. ตรวจ Backup Account
6. ตรวจ Back up device folders
7. Collections > On this device
8. ตรวจ Trash
9. ตรวจ Locked Folder
10. Search > Recently added
11. ตรวจ File Manager
12. ตรวจ Google Drive/Backup ของแอป
Googleระบุขั้นตอนตรวจ Account, Backup, Trash และ Device Folders โดยตรงสำหรับกรณีรูปหรือวิดีโอหาย.
เมื่อข้อมูลหายหลัง Update หลีกเลี่ยงการ
หลักสำคัญคือ รักษาข้อมูลที่ยังเหลืออยู่ก่อน
โอกาสดีที่สุดคือเมื่อข้อมูลยังอยู่ใน
Recently Deleted / Trash
หรือ
iCloud Photos / Google Photos
หรือ
iCloud Drive / Google Drive
หรือ
Cloud Backup / Computer Backup
Appleรองรับการ Recover iCloud Drive Files ภายในประมาณ 30 วันหากยังไม่ได้ Permanently Remove และ Google Photos รองรับ Restore จาก Trash ตามระยะเวลาของรายการนั้น.
กรณีที่ยากที่สุดคือ
Googleระบุว่ารายการใน Google Photos ที่ Permanently Deleted แล้วไม่สามารถกู้ด้วย Takeout ได้ และ Appleระบุว่า iCloud Files ที่ Permanently Removed แล้วไม่สามารถ Restore ผ่านระบบ Deleted Files ปกติได้.
หากเป็นข้อมูลที่สำคัญจริงและตรวจครบแล้วว่าไม่มี Cloud/Backup ให้หยุดการแก้แบบสุ่ม
ควรติดต่อ
พร้อมแจ้งให้ชัดว่า
ข้อมูลหายหลัง Update และยังไม่ได้ Factory Reset
วิธีนี้ดีกว่าการทดลอง Reset หรือ Flash ระบบซ้ำ
มีโอกาสกู้คืนได้ โดยเฉพาะถ้าข้อมูลยังอยู่ใน Cloud, Trash, Recently Deleted หรือ Backup แต่ไม่สามารถรับประกันได้ทุกกรณี
สำหรับ iPhone Appleระบุว่าการ Update iOS ตามปกติจะทำให้ Data และ Settings ยังคงเดิม และแนะนำให้ Backup ก่อน Update ดังนั้นหากรูปหรือไฟล์ดูเหมือนหายหลัง Update ควรตรวจ Sync และ Backup ก่อนสรุปว่าไฟล์ถูกลบจริง.
ถ้า รูป iPhone หาย ให้เริ่มจาก
Apple Account → iCloud Photos → Recently Deleted → Hidden → Shared Library
Appleระบุว่ารูปใน Recently Deleted สามารถ Recover ได้ประมาณ 30 วัน และการเปิด Sync this iPhone พร้อมเชื่อม Wi-Fiสามารถทำให้รูปจาก iCloud กลับมาแสดงอีกครั้ง.
ถ้า ไฟล์ iCloud Drive หาย สามารถตรวจ Recently Deleted หรือ Data Recovery โดย Appleรองรับการ Recover File ที่ถูกลบภายใน 30 วัน หากยังไม่ได้ Permanently Remove.
สำหรับ Android หาก รูปหายหลัง Update ให้ตรวจ
Google Account → Backup → Device Folders → On this device → Trash → Locked Folder
Googleระบุว่ารูปบางชุดอาจดูเหมือนหายเพราะใช้บัญชีผิด หรือ Folder นั้นไม่ได้เปิด Backup และรูปที่ยังอยู่ใน Trash สามารถ Restore ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด.
ถ้าเป็นไฟล์ Google Drive ให้ตรวจ Trash เพราะ Google Drive รองรับการ Restore Deleted File จาก Trash.
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่า Factory Reset, อย่าล้าง Trash และอย่าลบ Backup จนกว่าจะตรวจทุกตำแหน่งเรียบร้อย
หลักที่ comsiam แนะนำคือ “หยุดลบข้อมูลเพิ่ม → ตรวจบัญชี → ตรวจ Cloud → ตรวจ Trash/Recently Deleted → ตรวจ Folder → ตรวจ Backup → Restore เฉพาะเมื่อมั่นใจว่า Backup มีข้อมูล”
วิธีนี้ให้โอกาสดีที่สุดในการได้รูป วิดีโอ และไฟล์กลับมา โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงจากการล้างเครื่องหรือเขียนข้อมูลใหม่ทับพื้นที่ที่ยังอาจมีข้อมูลสำคัญอยู่