Microsoft Copilot Studio ราคาเท่าไร มีแพ็กเกจอะไรบ้าง และคิดค่าใช้งานอย่างไร

Microsoft Copilot Studio ราคาเริ่มต้นสำหรับแพ็กเกจ Copilot Credits แบบชำระล่วงหน้าอยู่ที่ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนต่อแพ็กเกจ โดยได้รับ 25,000 Copilot Credits สำหรับใช้กับ AI Agents ตามความสามารถและเงื่อนไขที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีรูปแบบ Pay-as-you-go ซึ่งคิดค่าบริการตามการใช้งานจริงผ่าน Azure Subscription โดยไม่จำเป็นต้องซื้อแพ็กเกจเครดิตล่วงหน้า

สำหรับผู้ที่ต้องการทดลองสร้าง AI Agent สามารถใช้ Copilot Studio Trial เพื่อศึกษาและทดสอบ Agent ผ่านหน้าต่าง Test Chat ได้ แต่ Trial ไม่อนุญาตให้ Publish Agent เพื่อใช้งานจริงตามเงื่อนไขที่ Microsoft กำหนด

สิ่งสำคัญคือ Copilot Studio ไม่ได้คิดค่าบริการเหมือนกันทุกกรณี เพราะค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับประเภท Agent, รูปแบบการชำระเงิน, จำนวน Copilot Credits ที่ใช้, ความซับซ้อนของคำตอบ และการเชื่อมต่อเครื่องมือหรือระบบอื่น

ตัวอย่างเช่น AI Agent ที่ตอบคำถามจากเอกสารบริษัทอาจใช้เครดิตน้อยกว่า Agent ที่ต้องวิเคราะห์คำถามหลายขั้นตอน เรียกใช้เครื่องมือ ค้นข้อมูลภายในองค์กร และดำเนิน Workflow

สำหรับธุรกิจที่ต้องการติดตั้ง AI Chatbot บนเว็บไซต์หรือสร้างระบบตอบคำถามพนักงาน การเข้าใจวิธีคิดค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มใช้งานจะช่วยให้กำหนดงบประมาณและควบคุมต้นทุนได้เหมาะสม

บทความนี้ comsiam จะอธิบายราคา Microsoft Copilot Studio แพ็กเกจที่มีให้เลือก วิธีคิดค่า Copilot Credits ตัวอย่างคำนวณต้นทุน ความแตกต่างระหว่าง Prepaid กับ Pay-as-you-go รวมถึงวิธีเลือกแพ็กเกจให้เหมาะกับธุรกิจ

💰 Microsoft Copilot Studio ราคาเท่าไร?

Copilot Studio มีรูปแบบการชำระเงินหลายประเภท โดยราคามาตรฐานสำหรับตลาดสหรัฐอเมริกาที่ Microsoft ประกาศมีดังนี้

รูปแบบราคาและเงื่อนไข
Copilot Studio Trialทดลองสร้างและทดสอบ Agent ตามสิทธิ์ Trial
Prepaid Copilot Credits200 ดอลลาร์สหรัฐต่อแพ็กเกจต่อเดือน
เครดิตใน Prepaid Pack25,000 Copilot Credits
Pay-as-you-goจ่ายตาม Copilot Credits ที่ใช้งานจริง
Copilot Credits Prepurchaseซื้อสิทธิ์ใช้เครดิตล่วงหน้าตามสัญญา
Microsoft 365 Copilotการใช้งาน Agent บางประเภทอาจรวมอยู่ใน License

หมายเหตุ: ราคา 200 ดอลลาร์สหรัฐเป็นราคาประกาศสำหรับตลาดสหรัฐฯ ไม่ใช่ราคาสุทธิที่ยืนยันสำหรับประเทศไทย ราคาจริงอาจแตกต่างจากภาษี สกุลเงิน สัญญาองค์กร และเงื่อนไขตัวแทนจำหน่าย

อีกประเด็นที่ต้องเข้าใจคือ Microsoft ใช้ Copilot Credits เป็นหน่วยวัดการใช้งาน Agent ไม่ใช่การคิดราคาเท่ากันทุกข้อความ

🤖 Copilot Credits คืออะไร?

Copilot Credits คือหน่วยที่ Microsoft ใช้วัดปริมาณการใช้ความสามารถของ AI Agents และระบบที่เกี่ยวข้อง

เมื่อ Agent ทำงาน เช่น ตอบคำถามจาก Knowledge หรือเรียกใช้ Tools ระบบอาจคิดเครดิตตามประเภทของกิจกรรม

ตัวอย่างกิจกรรมที่ใช้ Copilot Credits

  • Classic Answer
  • Generative Answer
  • Agent Action
  • Tenant Graph Grounding
  • Agent Flow
  • AI Tools
  • Content Processing
  • Voice Agents

กิจกรรมแต่ละประเภทใช้อัตราเครดิตแตกต่างกัน

Copilot Credits ต่างจาก Tokens อย่างไร?

Tokens เป็นหน่วยที่ใช้วัดข้อมูลข้อความหรือเนื้อหาที่โมเดลประมวลผล

Copilot Credits เป็นหน่วยคิดค่าบริการของ Microsoft Copilot Studio

ในบางความสามารถ เครดิตอาจคำนวณจากประเภทกิจกรรม ขณะที่บางเครื่องมือใช้จำนวน Tokens เป็นส่วนประกอบ

ดังนั้น Copilot Credits จึงไม่เท่ากับจำนวน Tokens โดยตรง

📊 ตารางอัตราการใช้ Copilot Credits

สำหรับ Agent ที่ใช้ Standard Harness Microsoft กำหนดอัตราการใช้เครดิตของความสามารถหลักดังนี้

ความสามารถอัตราการใช้
Classic Answer1 เครดิต
Generative Answer2 เครดิต
Agent Action5 เครดิต
Tenant Graph Grounding10 เครดิต
Agent Flow13 เครดิตต่อ 100 Actions
Content Processing8 เครดิตต่อหน้า
Classic Voice10 เครดิตต่อนาที
Generative AI Voice35 เครดิตต่อนาที
Premium Generative AI Voice75 เครดิตต่อนาที

ตัวเลขเหล่านี้ใช้สำหรับความสามารถตามประเภทที่ Microsoft กำหนด ไม่ได้หมายความว่าทุกบทสนทนาจะถูกคิดเครดิตเพียงรายการเดียว

ตัวอย่างการรวมเครดิต

หากคำถามหนึ่งต้องใช้

  • Generative Answer = 2 เครดิต
  • Agent Action = 5 เครดิต

รวมเป็น 7 Copilot Credits

แต่การทำงานจริงอาจเรียกหลายกิจกรรมหรือมีการใช้งานเพิ่มเติม จึงต้องตรวจสอบข้อมูลเครดิตจากระบบจริง

ทำไมบางคำถามใช้เครดิตมากกว่า?

เพราะ Agent อาจทำงานหลายขั้นตอน เช่น

  1. วิเคราะห์คำถาม
  2. ค้นหาข้อมูล
  3. เรียก API
  4. ประมวลผลผลลัพธ์
  5. สร้างคำตอบ
  6. เรียก Workflow เพิ่มเติม

แต่ละขั้นตอนอาจมีผลต่อปริมาณเครดิตตามประเภทและรูปแบบ Agent

🆓 ① Copilot Studio Trial — ทดลองฟรี

Copilot Studio Trial เหมาะกับผู้ที่ต้องการเรียนรู้วิธีสร้าง AI Agent โดยยังไม่พร้อมนำไปเผยแพร่จริง

Trial ทำอะไรได้บ้าง?

  • เข้าใช้งาน Copilot Studio
  • สร้าง Agent เพื่อทดลอง
  • กำหนด Instructions
  • เพิ่ม Knowledge ที่รองรับ
  • ออกแบบบทสนทนา
  • ทดสอบผ่าน Test Chat
  • ศึกษาเครื่องมือพัฒนา Agent

Trial มีข้อจำกัดอะไร?

ข้อจำกัดสำคัญคือ ไม่สามารถ Publish Agent เพื่อให้ผู้ใช้ปลายทางใช้งานจริงได้ภายใต้สิทธิ์ Trial เพียงอย่างเดียว

Trial เหมาะกับใคร?

  • ผู้เริ่มต้นเรียนรู้ Copilot Studio
  • นักศึกษา
  • ผู้ดูแลระบบ IT
  • นักพัฒนา
  • เจ้าของธุรกิจที่ต้องการทดลอง AI Agent
  • องค์กรที่ต้องการทำ Proof of Concept

Trial หมดอายุแล้วทำอย่างไร?

Microsoft มีเงื่อนไขให้ผู้ใช้สามารถขยายระยะเวลาทดลองได้ตามข้อกำหนดของบริการ

ควรตรวจสอบระยะเวลาที่แสดงในบัญชีจริง เพราะสิทธิ์ทดลองอาจเปลี่ยนแปลงได้

💳 ② Prepaid Copilot Credits — แพ็กเกจจ่ายล่วงหน้า

Prepaid Pack เป็นรูปแบบการซื้อเครดิตล่วงหน้ารายเดือน

ราคา

200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนต่อแพ็กเกจ

เครดิตที่ได้รับ

25,000 Copilot Credits

จุดเด่น

  • มีจำนวนเครดิตสำหรับวางแผนงบประมาณ
  • เหมาะกับองค์กรที่มีการใช้งานต่อเนื่อง
  • สามารถรวมความจุเครดิตระดับ Tenant ได้ตามเงื่อนไข
  • เพิ่มแพ็กเกจเมื่อความต้องการสูงขึ้นได้

ข้อควรระวัง

เครดิตที่ไม่ได้ใช้ในเดือนหนึ่งไม่ได้สะสมต่อไปยังเดือนถัดไปตามเงื่อนไขความจุแบบรายเดือนของ Microsoft

นอกจากนี้ต้องติดตามเครดิตคงเหลือ เพื่อป้องกันการใช้งานเกินขีดจำกัดที่ตั้งไว้

⚡ ③ Pay-as-you-go — จ่ายตามการใช้งานจริง

Pay-as-you-go เป็นรูปแบบที่องค์กรชำระค่าบริการตามเครดิตที่ Agent ใช้จริง

แทนที่จะซื้อ Prepaid Pack ล่วงหน้า สามารถเชื่อม Environment กับ Azure Subscription เพื่อคิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งาน

ข้อดี

  1. ไม่ต้องซื้อแพ็กเกจเครดิตล่วงหน้า
  2. เหมาะกับการใช้งานที่ยังไม่แน่นอน
  3. เริ่มต้นโครงการขนาดเล็กได้
  4. ชำระตามปริมาณการใช้จริง
  5. สามารถตรวจสอบค่าใช้จ่ายผ่านระบบที่เกี่ยวข้อง

ข้อจำกัด

หากปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นมาก ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นตาม

จึงควรกำหนดการติดตามต้นทุนและมาตรการควบคุมการใช้งาน

Pay-as-you-go เหมาะกับใคร?

  • ธุรกิจเริ่มต้น
  • โครงการนำร่อง
  • เว็บไซต์ที่ยังไม่มีข้อมูลจำนวนผู้ใช้
  • Agent ที่ใช้งานเป็นบางช่วง
  • องค์กรที่ต้องการทดลองก่อนเลือกแพ็กเกจล่วงหน้า

🏢 ④ Microsoft 365 Copilot — มี Agent รวมอยู่ใน License หรือไม่?

ผู้ใช้ที่มี Microsoft 365 Copilot License อาจใช้งาน Agents บางประเภทโดยไม่ต้องคิด Copilot Credits เพิ่มสำหรับกิจกรรมที่เข้าเงื่อนไข

กรณีสำคัญคือการใช้ Agent ภายในองค์กรโดยพนักงานที่มี Microsoft 365 Copilot License และยืนยันตัวตนด้วยบัญชีนั้น

ตัวอย่างเช่น

  • Agent ตอบคำถามจากข้อมูลบริษัท
  • Agent ที่เผยแพร่ให้พนักงานที่มี License ใช้งาน
  • การเรียกเครื่องมือบางประเภทภายใต้เงื่อนไขที่ Microsoft กำหนด

หมายความว่า Agent ทุกตัวใช้ฟรีหรือไม่?

ไม่ใช่

มีข้อยกเว้น เช่น

  • การใช้ Agent กับลูกค้าภายนอก
  • Agent ที่ใช้งานผ่านรูปแบบการเรียกเก็บเงินอื่น
  • Agent Flow ที่ไม่ได้ใช้ Trigger ตามเงื่อนไข
  • Computer-Using Agents
  • ความสามารถที่คิดค่าบริการแยกต่างหาก
  • การใช้งานที่เกินเงื่อนไข Fair Use

ดังนั้นองค์กรไม่ควรสรุปว่าการซื้อ Microsoft 365 Copilot แล้วจะสร้างและใช้งาน AI Agent ทุกประเภทได้โดยไม่มีต้นทุนเพิ่มเติม

🧾 ⑤ Copilot Credits Prepurchase Plan คืออะไร?

Copilot Credits Prepurchase Plan เป็นทางเลือกสำหรับองค์กรที่ต้องการซื้อสิทธิ์การใช้เครดิตล่วงหน้าในรูปแบบสัญญาระยะยาว

Microsoft ระบุว่าเป็นแผนชำระล่วงหน้าระยะหนึ่งปี โดยใช้หน่วย Copilot Credit Commit Units หรือ CCCUs

เหมาะกับใคร?

  • องค์กรขนาดใหญ่
  • องค์กรที่มีการใช้ Agent จำนวนมาก
  • บริษัทที่ต้องการจัดซื้อผ่านสัญญาองค์กร
  • ฝ่าย IT ที่สามารถประมาณปริมาณเครดิตได้ล่วงหน้า

แตกต่างจาก Prepaid Pack รายเดือนอย่างไร?

Prepaid Pack รายเดือนเป็นแพ็กเกจความจุที่ซื้อเป็นรายเดือน

ส่วน Prepurchase Plan เป็นการซื้อสิทธิ์ใช้เครดิตตามสัญญาล่วงหน้า ซึ่งมีรายละเอียดการจัดสรรและชำระเงินต่างกัน

ก่อนเลือกใช้ควรตรวจสอบเงื่อนไขของสัญญาจริง

🧮 ตัวอย่างคำนวณค่าใช้ Copilot Studio

เพื่อให้เข้าใจง่าย สมมติว่าองค์กรซื้อ Prepaid Pack ราคา 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ซึ่งได้รับ 25,000 Copilot Credits

ตัวอย่างที่ 1: Agent ตอบคำถามจาก Knowledge

สมมติว่าแต่ละคำตอบใช้ Generative Answer จำนวน 2 เครดิต และไม่มีการคิดกิจกรรมอื่นเพิ่มเติม

จำนวนคำตอบที่รองรับในทางทฤษฎีคือ

25,000 ÷ 2 = 12,500 คำตอบ

ตัวอย่างที่ 2: Agent ใช้ Actions

สมมติว่าแต่ละรายการใช้ Agent Action จำนวน 5 เครดิต โดยไม่รวมกิจกรรมประเภทอื่น

25,000 ÷ 5 = 5,000 Actions

ตัวอย่างที่ 3: Agent ใช้ Generative Answer และ Action

สมมติว่าแต่ละการทำงานใช้

  • Generative Answer 2 เครดิต
  • Agent Action 5 เครดิต

รวมเป็น 7 เครดิต

25,000 ÷ 7 ≈ 3,571 การทำงาน

ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างทางคณิตศาสตร์ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะรองรับจำนวนบทสนทนาได้เท่านี้จริง เพราะการใช้งานหนึ่งครั้งอาจมีหลายกิจกรรมและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

📉 ตัวอย่างประมาณการใช้เครดิตสำหรับธุรกิจ

รูปแบบการใช้งานสมมติเครดิตต่อครั้งจำนวนครั้งต่อเดือนเครดิตรวม
ตอบคำถามทั่วไปแบบ Generative21,0002,000
ตอบคำถามจาก Knowledge23,0006,000
เรียก Agent Action51,0005,000
ใช้ Tenant Graph Grounding105005,000
รวม——18,000

ตารางนี้สมมติให้แต่ละกิจกรรมคิดเครดิตตามรายการที่ระบุเพียงอย่างเดียว ไม่ได้แทนโครงสร้างของบทสนทนาจริง

หาก Agent ใช้ Generative Answer พร้อมกับ Tools หรือ Graph Grounding ในคำถามเดียว เครดิตอาจต้องรวมหลายส่วนเข้าด้วยกัน

🌐 ค่าใช้ Copilot Studio สำหรับ AI Chatbot บนเว็บไซต์

สมมติว่าธุรกิจต้องการสร้าง AI Chatbot สำหรับตอบคำถามลูกค้าบนเว็บไซต์

หน้าที่ของ Agent

  • แนะนำสินค้า
  • ตอบคำถามบริการ
  • อธิบายขั้นตอนติดต่อ
  • ค้นหาข้อมูลจาก Knowledge
  • ช่วยรวบรวมคำถามก่อนส่งต่อเจ้าหน้าที่

ปัจจัยที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย

  1. จำนวนผู้เข้าชมที่ใช้ Chatbot
  2. จำนวนคำถามต่อการสนทนา
  3. ประเภทคำตอบ
  4. การใช้ Generative Answers
  5. การเรียก Tools
  6. การเชื่อมฐานข้อมูล
  7. การใช้งาน Workflow
  8. ความซับซ้อนของ Agent

ตัวอย่างการวางงบประมาณ

หากมีการตอบคำถามแบบ Generative จำนวน 5,000 ครั้งต่อเดือน และคิด 2 เครดิตต่อคำตอบ

เครดิตที่ใช้ตามสมมติฐานคือ

5,000 × 2 = 10,000 Copilot Credits

หากมีการเรียก Actions หรือเครื่องมือเพิ่มเติม เครดิตจริงอาจสูงกว่านี้

ข้อควรระวัง

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ไม่เท่ากับจำนวนเครดิตที่ใช้จริง เพราะบางคนอาจไม่เปิด Chatbot ขณะที่บางคนอาจส่งหลายคำถามและเรียกใช้เครื่องมือหลายครั้ง

🏢 ตัวอย่างคำนวณค่าใช้สำหรับธุรกิจบริการ IT

สมมติว่าบริษัทสร้าง AI Agent สำหรับตอบคำถามเกี่ยวกับ

  • LAN
  • Wi-Fi
  • Fiber Optic
  • CCTV
  • Server
  • Maintenance

โดย Agent ใช้ Knowledge ในการตอบคำถามทั่วไป และเรียก Action เมื่อต้องตรวจสอบสถานะงานบริการ

ตัวอย่างกิจกรรม

คำถามทั่วไป

“บริษัทรับติดตั้งสาย Fiber Optic หรือไม่?”

สมมติใช้ Generative Answer 2 เครดิต

ตรวจสอบสถานะงาน

“ตรวจสอบสถานะใบงาน IT-1001”

สมมติใช้ Agent Action 5 เครดิต และ Generative Answer 2 เครดิต

รวม 7 เครดิต

ตัวอย่างการใช้งานต่อเดือน

  • คำถามทั่วไป 3,000 ครั้ง × 2 เครดิต = 6,000 เครดิต
  • คำถามตรวจสอบงาน 500 ครั้ง × 7 เครดิต = 3,500 เครดิต

รวม 9,500 Copilot Credits

ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างสำหรับวางแผนงบประมาณ ไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจเกิดจากการเชื่อมต่อ API หรือบริการภายนอก

🆚 Prepaid กับ Pay-as-you-go แบบไหนคุ้มกว่า?

หัวข้อPrepaidPay-as-you-go
วิธีจ่ายเงินซื้อแพ็กเกจล่วงหน้าจ่ายตามที่ใช้
งบประมาณวางกรอบความจุรายเดือนได้เปลี่ยนตามปริมาณใช้งาน
การเริ่มต้นต้องซื้อเครดิตล่วงหน้าไม่ต้องซื้อเครดิตล่วงหน้า
เหมาะกับงานที่มีปริมาณใช้งานค่อนข้างแน่นอนงานที่ปริมาณใช้งานไม่แน่นอน
ความเสี่ยงเครดิตเหลือใช้ไม่หมดค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามการใช้งาน
การบริหารต้องติดตามเครดิตคงเหลือต้องติดตามค่าใช้จ่ายจริง

หากเพิ่งเริ่มทำ AI Chatbot ควรเลือกแบบไหน?

หากยังไม่มีข้อมูลจำนวนผู้ใช้จริง Pay-as-you-go อาจช่วยให้เริ่มใช้งานและวัดต้นทุนได้โดยไม่ต้องซื้อแพ็กเกจเครดิตล่วงหน้า

แต่หากองค์กรมีการใช้งานสม่ำเสมอและสามารถคาดการณ์ปริมาณเครดิตได้ ก็สามารถเปรียบเทียบความเหมาะสมกับ Prepaid Pack

ควรใช้ข้อมูลการใช้งานจริงประกอบการตัดสินใจ

🛠️ วิธีเปิดใช้งาน Copilot Studio แบบ Pay-as-you-go

ขั้นตอนโดยภาพรวมมีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: เตรียม Azure Subscription

องค์กรต้องมี Azure Subscription ที่สามารถใช้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้

ขั้นตอนที่ 2: เปิด Power Platform Admin Center

ลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบที่มีสิทธิ์เหมาะสม

ขั้นตอนที่ 3: เลือก Environment

เลือก Environment ที่ต้องการให้ AI Agent ใช้งาน

ขั้นตอนที่ 4: ตั้งค่า Billing Policy

สร้างหรือเลือก Billing Policy ที่เชื่อมกับ Azure Subscription

ขั้นตอนที่ 5: เชื่อม Environment กับ Billing Policy

กำหนด Environment ที่ต้องการคิดค่าใช้จ่ายผ่าน Pay-as-you-go

ขั้นตอนที่ 6: ตรวจสอบความพร้อม

ตรวจสอบสิทธิ์และการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 7: Publish Agent

เผยแพร่ Agent ตามเงื่อนไข License และช่องทางที่รองรับ

ขั้นตอนที่ 8: ติดตามเครดิต

ตรวจสอบปริมาณการใช้และค่าใช้จ่ายจริง

ข้อควรระวัง

เมื่อเชื่อม Environment กับ Azure Billing แล้ว การใช้งานบางประเภทของ Power Platform หรือ Dataverse ที่เกินสิทธิ์รวมอาจถูกเรียกเก็บเงินผ่าน Azure ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

จึงต้องตรวจสอบ Billing Policy และสิทธิ์การใช้งานให้ครบถ้วน

🔍 วิธีตรวจสอบ Copilot Credits ที่ใช้ไป

ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบข้อมูลการใช้เครดิตผ่านระบบจัดการที่เกี่ยวข้อง

แนวทางตรวจสอบ

  1. เปิด Power Platform Admin Center
  2. ไปยังส่วน Licensing
  3. เลือก Copilot Studio
  4. ตรวจสอบเครดิตที่ใช้
  5. ตรวจสอบ Environment
  6. เปรียบเทียบการใช้งานกับความจุที่ซื้อ
  7. วิเคราะห์ Agent ที่ใช้เครดิตสูง
  8. ปรับการตั้งค่าตามความเหมาะสม

สำหรับ Agent บางประเภท ยังสามารถตรวจสอบข้อมูลเครดิตจากหน้า Monitor ของ Agent ได้

ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?

  • เครดิตที่ใช้ทั้งหมด
  • แนวโน้มการใช้รายวัน
  • Agent ที่ใช้เครดิตมาก
  • จำนวนกิจกรรม
  • การเรียก Tools
  • การใช้งาน Workflow
  • ความผิดปกติของปริมาณการใช้
  • ความจุคงเหลือ

⚠️ เครดิตหมดแล้วเกิดอะไรขึ้น?

สำหรับ Standard Harness Microsoft มีระบบบังคับใช้ข้อจำกัดเมื่อปริมาณการใช้งานเกินความจุที่ซื้อ

ผลกระทบขึ้นอยู่กับประเภทความจุและการตั้งค่าขององค์กร

ตัวอย่างเช่น Agent หรือ Agent Flow อาจไม่สามารถดำเนินงานใหม่ได้เมื่อความจุหมดตามนโยบายที่ใช้

วิธีลดความเสี่ยง

  1. ตรวจสอบเครดิตเป็นประจำ
  2. ประมาณการใช้งานล่วงหน้า
  3. ตั้งระบบติดตามค่าใช้จ่าย
  4. เพิ่มความจุเมื่อจำเป็น
  5. วิเคราะห์กิจกรรมที่ใช้เครดิตสูง
  6. ลดการเรียก Tools ที่ไม่จำเป็น
  7. ทดสอบ Agent ก่อนเผยแพร่จริง

🔐 วิธีควบคุมค่าใช้จ่าย Copilot Studio

1. เริ่มจาก Agent ขนาดเล็ก

สร้าง Agent ที่ทำหน้าที่หลักเพียงไม่กี่อย่างก่อน

2. ใช้ Knowledge ที่เกี่ยวข้อง

ลดความซับซ้อนของแหล่งข้อมูลที่ไม่จำเป็น

3. จำกัดจำนวน Tools

ไม่ควรเพิ่มการเรียก Tools โดยไม่มีเหตุผล

4. ทดสอบการใช้งานจริง

ตรวจสอบว่าแต่ละคำถามใช้เครดิตเท่าใด

5. ติดตาม Agent ที่ใช้เครดิตสูง

วิเคราะห์ว่าความซับซ้อนเกิดจากอะไร

6. เลือกรูปแบบการชำระเงินเหมาะสม

เปรียบเทียบ Prepaid กับ Pay-as-you-go

7. ตรวจสอบ Flow

ลดการเรียก Workflow ซ้ำโดยไม่จำเป็น

8. ตรวจสอบการตั้งค่า Voice

Voice Agents มีอัตราเครดิตต่างจาก Text Agents

9. ใช้ระบบยืนยันตัวตนตามความเหมาะสม

ช่วยควบคุมการเข้าถึงและลดการใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาต

10. กำหนดเจ้าของงบประมาณ

ควรมีผู้รับผิดชอบตรวจสอบต้นทุนของแต่ละ Agent

💼 Copilot Studio เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กหรือไม่?

เหมาะได้ หากธุรกิจมีงานที่ AI Agent ช่วยลดภาระได้จริง

ตัวอย่างเช่น

  • ตอบคำถามลูกค้า
  • ค้นหาข้อมูลสินค้า
  • รับแจ้งปัญหา
  • ช่วยพนักงานค้นคู่มือ
  • ประสานงาน Workflow

สิ่งที่ธุรกิจขนาดเล็กควรประเมิน

  1. จำนวนผู้ใช้งานต่อเดือน
  2. จำนวนคำถามเฉลี่ย
  3. ประเภทคำตอบ
  4. จำนวน Actions
  5. ค่าใช้จ่ายระบบอื่น
  6. เวลาที่ประหยัดได้
  7. ค่าใช้จ่ายดูแล Agent
  8. ความจำเป็นด้านความปลอดภัย

หากมีคำถามเพียงเล็กน้อย การสร้าง Agent ที่ซับซ้อนอาจไม่คุ้มค่ากับต้นทุน

แต่หากมีงานซ้ำๆ จำนวนมาก และสามารถออกแบบ Agent ให้ทำงานได้ถูกต้อง ก็อาจช่วยลดภาระของพนักงานได้

🔄 Standard Harness กับ GitHub Copilot Harness คิดเงินต่างกันหรือไม่?

แตกต่างกัน

Microsoft Copilot Studio มีหลายรูปแบบการพัฒนา Agent ซึ่งอาจใช้โครงสร้างการคิดเครดิตไม่เหมือนกัน

Standard Harness

เน้นการคิดค่าบริการตามกิจกรรมของ Agent เช่น Generative Answer และ Agent Action

การคิดค่าใช้จ่ายของ Agent ที่เผยแพร่แล้วขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่เกิดขึ้น

GitHub Copilot Harness

ใช้โครงสร้าง Usage-Based Billing ที่วัดเครดิตจากการใช้โมเดล เครื่องมือ และ Harness

Microsoft ระบุว่าการใช้งานประเภทนี้สามารถเริ่มคิดเครดิตตั้งแต่กระบวนการสร้าง ทดสอบ หรือประเมิน Agent ไม่ใช่เฉพาะหลัง Publish

ข้อควรระวัง

ก่อนสร้าง Agent ควรตรวจสอบว่าเลือก Harness ประเภทใด เพราะมีผลต่อการคิดค่าใช้จ่ายและวิธีควบคุมต้นทุน

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคา Microsoft Copilot Studio

Microsoft Copilot Studio ราคาเท่าไร?

ราคา Prepaid Pack สำหรับตลาดสหรัฐฯ อยู่ที่ 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนต่อแพ็กเกจ โดยได้รับ 25,000 Copilot Credits

Copilot Studio ใช้ฟรีได้ไหม?

มี Trial สำหรับสร้างและทดสอบ Agent แต่ Trial ไม่รองรับการ Publish ตามเงื่อนไขของ Microsoft

Copilot Studio คิดเงินตามข้อความหรือไม่?

ไม่ได้คิดทุกข้อความด้วยอัตราเดียวกัน แต่ใช้ Copilot Credits ตามประเภทกิจกรรมและความสามารถที่ Agent เรียกใช้

Copilot Credits คืออะไร?

เป็นหน่วยวัดการใช้งานสำหรับการคิดค่าบริการของ Copilot Studio

25,000 Copilot Credits ใช้ได้กี่ข้อความ?

ขึ้นอยู่กับประเภทกิจกรรม เช่น หากทุกคำตอบใช้ Generative Answer เพียง 2 เครดิต ในทางทฤษฎีจะรองรับได้ 12,500 คำตอบ แต่การใช้งานจริงอาจมีเครดิตจากกิจกรรมอื่นเพิ่มเติม

Pay-as-you-go คืออะไร?

คือการจ่ายค่า Copilot Credits ตามการใช้งานจริงผ่าน Azure Subscription

ต้องซื้อ Prepaid Pack ก่อนหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะสามารถใช้ Pay-as-you-go ตามเงื่อนไขที่ Microsoft รองรับ

Copilot Studio Trial Publish ได้ไหม?

ไม่ได้ภายใต้สิทธิ์ Trial เพียงอย่างเดียว

Microsoft 365 Copilot รวม Copilot Studio หรือไม่?

Microsoft 365 Copilot รองรับการสร้างและใช้ Agent บางประเภท โดยมีเงื่อนไขด้านสิทธิ์และการคิดค่าใช้จ่าย

มี Microsoft 365 Copilot แล้วต้องจ่ายค่า Agent เพิ่มไหม?

ขึ้นอยู่กับประเภท Agent และการใช้งาน บางกรณีอยู่ภายใต้ License แต่บางกรณียังมีการคิด Copilot Credits หรือค่าใช้จ่ายอื่น

Copilot Studio สร้าง Agent ได้กี่ตัว?

จำนวน Agent ที่สร้างและใช้งานขึ้นอยู่กับสิทธิ์ ข้อจำกัดของแพลตฟอร์ม และความจุที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่พิจารณาจากจำนวนเครดิตอย่างเดียว

Copilot Studio ทำ Chatbot บนเว็บไซต์ได้ไหม?

ได้สำหรับ Agent และช่องทางที่รองรับ โดยต้องมีสิทธิ์เผยแพร่และรูปแบบการคิดค่าบริการเหมาะสม

Copilot Studio เหมาะกับธุรกิจเล็กไหม?

เหมาะกับธุรกิจที่มีงานซ้ำๆ และต้องการ AI Agent โดยควรเริ่มจากการทดลองและประเมินต้นทุนจริงก่อนขยายระบบ

Copilot Studio มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอะไรบ้าง?

อาจมีค่า License ระบบที่เชื่อมต่อ Azure บริการข้อมูล API หรือเครื่องมือภายนอก ขึ้นอยู่กับสถาปัตยกรรมที่ใช้งาน

Copilot Credits ใช้ไม่หมดทบเดือนหน้าได้ไหม?

ความจุรายเดือนของ Prepaid Pack ไม่สะสมไปยังเดือนถัดไปตามเงื่อนไขปัจจุบัน

✅ สรุป Microsoft Copilot Studio ราคาเท่าไร และเลือกแพ็กเกจไหนดี?

Microsoft Copilot Studio เป็นแพลตฟอร์มสำหรับสร้าง AI Agents ที่มีรูปแบบคิดค่าบริการหลายประเภท โดยแพ็กเกจ Prepaid มาตรฐานสำหรับตลาดสหรัฐฯ ราคา 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนและได้รับ 25,000 Copilot Credits

นอกจากนี้ยังมี Pay-as-you-go สำหรับองค์กรที่ต้องการจ่ายตามการใช้งานจริง และ Trial สำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการทดลองสร้าง Agent

Copilot Credits ไม่ได้คิดแบบหนึ่งข้อความเท่ากับหนึ่งเครดิตเสมอไป เพราะความสามารถแต่ละประเภทมีอัตราการใช้งานแตกต่างกัน

สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่ยังไม่ทราบจำนวนผู้ใช้งาน การเริ่มด้วย Trial เพื่อทดสอบ และพิจารณา Pay-as-you-go เมื่อพร้อม Publish อาจช่วยให้ประเมินต้นทุนได้เหมาะสมกว่ารีบซื้อแพ็กเกจล่วงหน้า

ส่วนองค์กรที่มีการใช้งานจำนวนมากและคาดการณ์เครดิตได้สม่ำเสมอ ควรเปรียบเทียบ Prepaid Pack กับทางเลือกการจัดซื้อเครดิตรูปแบบอื่น

comsiam แนะนำให้ใช้แนวทาง กำหนดหน้าที่ Agent → ประมาณจำนวนผู้ใช้ → ประเมินเครดิตต่อกิจกรรม → เลือกแพ็กเกจ → ทดสอบการใช้งาน → ติดตามต้นทุน → ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

การเลือกแพ็กเกจ Copilot Studio ที่เหมาะสมไม่ควรดูเพียงราคาต่อเดือน แต่ควรพิจารณาต้นทุนรวม ความสามารถของ Agent จำนวนผู้ใช้งาน และประโยชน์ที่ธุรกิจได้รับจากการทำงานอัตโนมัติด้วย AI ด้วย