Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีตั้งค่าความเป็นส่วนตัว Microsoft Copilot ทำอย่างไร? หากไม่ต้องการให้ AI จดจำข้อมูลส่วนตัว เก็บประวัติแชต นำข้อมูลไปปรับแต่งประสบการณ์ หรือแสดงโฆษณาตามความสนใจ ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ด้วยตนเอง
Microsoft Copilot มีระบบ Privacy Settings สำหรับควบคุมการทำงานหลายส่วน เช่น Memory, Chat History, Personalization, Shared Experiences และ Personalized Advertising แต่แต่ละตัวเลือกมีหน้าที่แตกต่างกัน การปิดฟีเจอร์หนึ่งไม่ได้หมายความว่าข้อมูลทุกประเภทจะถูกลบออกจากระบบทันที
คำตอบสั้น ๆ คือ ให้เปิด Microsoft Copilot เข้าสู่ระบบ ไปที่ Settings และตรวจสอบเมนู Personalization รวมถึงการจัดการประวัติสนทนา จากนั้นปิดฟีเจอร์ที่ไม่ต้องการ และลบข้อมูลเดิมแยกต่างหากตามความจำเป็น
บทความนี้จาก comsiam จะสอนตั้งค่าความเป็นส่วนตัว Microsoft Copilot แบบละเอียด ครอบคลุม Windows 11 เว็บไซต์ Android และ iPhone พร้อมอธิบายว่าปิดอะไรได้บ้าง ข้อมูลส่วนใดยังคงถูกเก็บไว้ และวิธีตั้งค่าให้เหมาะกับการใช้งานจริง
Privacy Settings คือการตั้งค่าที่ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมวิธีที่ Microsoft Copilot นำข้อมูลไปใช้สำหรับประสบการณ์ส่วนบุคคล การจดจำข้อมูล ประวัติสนทนา และการทำงานบางอย่างของบริการ
ตัวเลือกสำคัญประกอบด้วย
สิ่งสำคัญ: Microsoft เปิดตัว Copilot เวอร์ชันปรับปรุงสำหรับเว็บไซต์ คอมพิวเตอร์ และมือถือเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2026 ทำให้เมนูบางส่วนเปลี่ยนแปลงจากเวอร์ชันก่อนหน้า
ดังนั้นควรตรวจสอบว่ากำลังใช้งาน Copilot เวอร์ชันใดก่อนทำตามคู่มือ
สำหรับ Microsoft Copilot เวอร์ชันใหม่ที่ใช้บัญชี Microsoft ส่วนบุคคล สามารถเริ่มต้นได้ดังนี้
เปิด Copilot ผ่านเว็บไซต์หรือแอปที่ติดตั้งในอุปกรณ์
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีที่ต้องการจัดการข้อมูล เพราะการตั้งค่าอาจแตกต่างกันตามบัญชี
เลือกโปรไฟล์หรือเมนูการตั้งค่าของ Copilot
เข้าสู่หัวข้อการตั้งค่าส่วนบุคคล ซึ่งรวบรวมตัวเลือกเกี่ยวกับความจำ ประสบการณ์ร่วม การค้นหาเว็บ และโฆษณา
เลือกเปิดหรือปิดฟีเจอร์ตามระดับความเป็นส่วนตัวที่ต้องการ
กลับไปยังรายการแชต และลบบทสนทนาที่ไม่ต้องการเก็บไว้
การจัดการประวัติแชตกับการปิดความจำเป็นคนละขั้นตอน จึงควรตรวจสอบทั้งสองส่วน
Memory เป็นความสามารถที่ช่วยให้ Copilot จดจำรายละเอียดจากการสนทนา เช่น ความชอบ เป้าหมาย หรือรูปแบบการทำงาน
ตัวอย่างเช่น
หากไม่ต้องการให้ Copilot บันทึกความจำใหม่ สามารถปิดฟีเจอร์นี้ได้
หลังปิดแล้ว Copilot จะไม่บันทึกความจำใหม่ผ่านฟีเจอร์นี้ตามขอบเขตที่กำหนด
ไม่หายโดยอัตโนมัติ
Microsoft ระบุว่าการปิด Saved Memories ไม่ได้ลบความจำที่เคยบันทึกไว้ หากต้องการลบข้อมูลเก่าต้องดำเนินการเพิ่มเติม
หากต้องการลบรายละเอียดที่ Copilot จำไว้ ให้ทำดังนี้
ควรพิจารณาลบเมื่อ
การลบความจำไม่ได้ลบประวัติแชตทั้งหมด จึงควรจัดการประวัติสนทนาเพิ่มเติมเมื่อจำเป็น
Shared Experiences คือความสามารถที่ใช้ข้อมูลจากผลิตภัณฑ์ Microsoft ที่เกี่ยวข้อง เช่น Bing, Microsoft Edge และ MSN เพื่อปรับประสบการณ์การใช้งานให้เหมาะกับผู้ใช้มากขึ้น
ตัวอย่างเช่น หากสนทนากับ Copilot เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาจถูกใช้เพื่อปรับเนื้อหาหรือประสบการณ์ในบริการอื่นของ Microsoft ตามเงื่อนไขที่กำหนด
การปิดตัวเลือกนี้ช่วยลดการนำข้อมูลไปใช้สำหรับประสบการณ์ร่วมตามขอบเขตของฟีเจอร์
ข้อควรทราบ: การปิด Shared Experiences ไม่ใช่การปิด Personalized Ads เพราะ Microsoft แยกการตั้งค่าโฆษณาออกจากกัน
Copilot มีประวัติการสนทนาเพื่อให้ผู้ใช้ย้อนกลับไปอ่านหรือสนทนาต่อได้
หากต้องการลดข้อมูลที่จัดเก็บไว้ ควรตรวจสอบและลบประวัติที่ไม่จำเป็น
สำหรับบัญชี Microsoft ส่วนบุคคล สามารถจัดการผ่าน Microsoft Privacy Dashboard ได้
หากเข้าสู่ระบบด้วย Apple ID อาจมีตัวเลือก Clear my history ภายในส่วน Account และ Privacy ของแอป
ไม่ควรเข้าใจว่าทุกเวอร์ชันมีสวิตช์สำหรับปิดการบันทึกประวัติถาวร เพราะเครื่องมือที่ Microsoft ระบุชัดเจนสำหรับ Copilot เวอร์ชันใหม่คือการจัดการและลบประวัติ
การลบประวัติไม่ได้รับประกันว่าข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบจากทุกระบบทันที เนื่องจากอาจมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัย การเก็บรักษา และกฎหมาย
Copilot สามารถค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเพื่อประกอบคำตอบให้ทันสมัยมากขึ้น
หากไม่ต้องการให้ Copilot ใช้การค้นหาเว็บในเวอร์ชันที่รองรับ สามารถปิดได้
หลังปิดฟีเจอร์นี้ Copilot อาจไม่สามารถค้นหาข้อมูลล่าสุดจากเว็บเพื่อประกอบคำตอบได้ในรูปแบบเดิม
ข้อสำคัญ: การปิด Web Search ไม่ได้หมายความว่า Copilot หยุดประมวลผลคำถามบนบริการคลาวด์ และไม่ใช่คำสั่งลบประวัติสนทนา
ผู้ใช้ Copilot บางประเภทอาจเห็นโฆษณาภายในบริการ โดย Microsoft มีตัวเลือกควบคุมการปรับโฆษณาตามความสนใจ
การตั้งค่านี้ช่วยควบคุมการปรับโฆษณาให้เหมาะกับผู้ใช้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีโฆษณาแสดงอีกเลย
Microsoft อาจยังแสดงโฆษณาทั่วไปตามบริบทของการสนทนาปัจจุบัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ประวัติแชตที่ผ่านมาในการเลือกโฆษณา
หากต้องการขยายการควบคุมไปยังบริการ Microsoft อื่น สามารถตรวจสอบการตั้งค่าโฆษณาใน Microsoft Privacy Dashboard และปิดการแสดงโฆษณาตามความสนใจตามตัวเลือกที่มี
Copilot บางเวอร์ชันมีความสามารถนำเข้าข้อมูลการท่องเว็บจาก Microsoft Edge เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ต่อเนื่อง
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึงประวัติการเรียกดู คุกกี้ และข้อมูลบางประเภทที่บันทึกไว้ในเบราว์เซอร์
หมายเหตุ: ณ ตุลาคม 2026 Microsoft ระบุว่าการตั้งค่านี้สำหรับบัญชีส่วนบุคคลมีให้ใช้เฉพาะบัญชีที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา และยังมีเงื่อนไขสำหรับบัญชีองค์กร ดังนั้นผู้ใช้ในประเทศไทยอาจไม่พบเมนูดังกล่าว
ประเด็นนี้ต้องแยกตามเวอร์ชันอย่างชัดเจน
Microsoft ระบุในเอกสารสำหรับผู้ใช้ส่วนบุคคลว่า Prompt, Response และเนื้อหาไฟล์ที่ใช้งานผ่านแอป Copilot เวอร์ชันใหม่นั้น ไม่ถูกนำไปฝึก Foundation Models
ผู้ใช้จึงไม่ควรยึดคู่มือเก่าที่แนะนำให้ปิด Training on conversation activity โดยไม่ตรวจสอบว่าใช้ Copilot เวอร์ชันใด
สำหรับเวอร์ชันก่อนการปรับปรุง Microsoft เคยมีตัวเลือกต่อไปนี้
ผู้ใช้เวอร์ชันเก่าที่รองรับสามารถตรวจสอบได้ในส่วน Privacy โดยการเลือกไม่เข้าร่วมมีผลกับการใช้กิจกรรมสนทนาในอนาคตตามเงื่อนไข
Microsoft Copilot และ Copilot Chat ที่ได้รับ Enterprise Data Protection มีข้อผูกพันด้านการปกป้องข้อมูล และไม่นำ Prompt กับ Response ไปฝึก Foundation Models
อย่างไรก็ตาม การไม่ใช้ข้อมูลฝึกโมเดลไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการจัดเก็บข้อมูลสำหรับให้บริการ ตรวจสอบ หรือปฏิบัติตามนโยบายองค์กร
สำหรับผู้ใช้ Windows 11 สามารถเริ่มต้นจากแอป Copilot ได้โดยตรง
หากใช้ Copilot เวอร์ชันเก่าหรือแอปที่มีอินเทอร์เฟซต่างกัน ชื่อเมนูอาจไม่ตรงกับคำแนะนำทั้งหมด
การอัปเดตแอปให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบันจะช่วยให้ตรวจสอบการตั้งค่าตามเอกสารล่าสุดได้ง่ายขึ้น
การตั้งค่าบนมือถือใช้หลักการเดียวกับเว็บไซต์และ Windows แต่ตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างกัน
นอกจากนี้ควรตรวจสอบสิทธิ์แอปภายใน Android หรือ iOS ด้วย เช่น ไมโครโฟน กล้อง และรูปภาพ
การปิดสิทธิ์กล้องหรือไมโครโฟนเป็นการควบคุมระดับระบบปฏิบัติการ ไม่ใช่การลบข้อมูลที่เคยส่งเข้า Copilot แล้ว
ต่างกัน เพราะระบบจัดการข้อมูลและสิทธิ์การควบคุมไม่เหมือนกัน
| ประเด็น | บัญชีส่วนบุคคล | บัญชีองค์กร |
|---|---|---|
| Saved Memories | จัดการผ่าน Copilot | ขึ้นกับผลิตภัณฑ์และนโยบาย |
| ประวัติแชต | ผู้ใช้จัดการผ่านแอปหรือ Privacy Dashboard | อาจอยู่ภายใต้ Retention Policy |
| ข้อมูลฝึก AI | ขึ้นกับเวอร์ชันและนโยบายผลิตภัณฑ์ | ได้รับข้อผูกพัน EDP เมื่อเข้าเงื่อนไข |
| โฆษณาส่วนบุคคล | มีตัวเลือกในผลิตภัณฑ์ที่รองรับ | ขึ้นกับบริการและนโยบาย |
| การตรวจสอบกิจกรรม | เครื่องมือสำหรับผู้ใช้ทั่วไป | อาจใช้ Microsoft Purview |
| การควบคุมข้อมูล | ผู้ใช้ควบคุมส่วนที่บริการอนุญาต | ผู้ดูแลระบบอาจกำหนดนโยบายส่วนกลาง |
สำหรับบัญชีองค์กร ผู้ใช้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงนโยบายทั้งหมดได้ด้วยตนเอง เพราะบางส่วนถูกกำหนดโดยผู้ดูแลระบบ IT
แม้จะปิด Memory, Shared Experiences และ Personalized Ads แล้ว Microsoft อาจยังต้องประมวลผลหรือจัดเก็บข้อมูลบางประเภทเพื่อให้บริการทำงานได้
ตัวอย่างเช่น
การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวจึงหมายถึงการควบคุมการใช้ข้อมูลตามตัวเลือกที่มี ไม่ใช่การทำให้บริการออนไลน์ไม่ประมวลผลข้อมูลใด ๆ เลย
หากต้องการลดการจดจำและการนำข้อมูลไปปรับแต่งประสบการณ์ แนะนำให้ตรวจสอบตามรายการต่อไปนี้
| การตั้งค่า | แนวทางสำหรับผู้เน้นความเป็นส่วนตัว |
|---|---|
| Saved Memories | ปิด |
| Existing Memories | ตรวจสอบและลบที่ไม่ต้องการ |
| Shared Experiences | ปิด |
| Chat History | ลบรายการที่ไม่จำเป็น |
| Web Search | ปิดถ้าไม่ต้องการค้นหาเว็บ |
| Personalized Ads | ปิด |
| Edge Browser Import | ไม่เปิดถ้าไม่จำเป็น |
| App Permissions | ให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น |
| Microsoft Account Security | เปิดการยืนยันตัวตนเพิ่มเติม |
การตั้งค่านี้อาจลดความสะดวกบางอย่าง เช่น Copilot ไม่จดจำความชอบ หรือไม่สามารถอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากเว็บได้เมื่อปิด Web Search
จึงควรเลือกตามความต้องการใช้งานจริง ไม่จำเป็นต้องปิดทุกฟีเจอร์สำหรับผู้ใช้ทุกคน
ตรวจสอบว่าใช้ Copilot เวอร์ชันใหม่หรือเวอร์ชันเก่า เพราะเมนูด้านความเป็นส่วนตัวมีการเปลี่ยนแปลง
Copilot เวอร์ชันใหม่มีนโยบายเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลฝึก Foundation Models แตกต่างจากรุ่นเก่า จึงไม่ควรสรุปว่าไม่มีตัวเลือกเพราะบัญชีมีปัญหา
เป็นไปได้เพราะ Saved Memories กับ Chat History ไม่ใช่ฟังก์ชันเดียวกัน ต้องจัดการประวัติสนทนาแยกต่างหาก
ไฟล์ที่บันทึกไว้บน OneDrive หรือในอุปกรณ์อาจไม่ได้ถูกลบไปพร้อมประวัติสนทนา
การปิดโฆษณาส่วนบุคคลไม่ได้เท่ากับการปิดโฆษณาทั้งหมด
อาจเกิดจากการใช้บัญชีองค์กรที่ถูกควบคุมโดยผู้ดูแลระบบ หรือฟีเจอร์ยังไม่รองรับบัญชีและภูมิภาคนั้น
ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะปิดการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลทั้งหมด เพราะบริการยังจำเป็นต้องใช้ข้อมูลบางส่วนในการทำงาน แต่ผู้ใช้สามารถควบคุม Memory ประวัติแชต และฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัวที่รองรับได้
ไม่จำเป็น การปิด Saved Memories ไม่ได้ลบความจำที่เคยบันทึกไว้โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบและลบข้อมูลเก่าเพิ่มเติม
ได้ ผู้ใช้สามารถลบบทสนทนารายการเดียว หรือจัดการประวัติทั้งหมดผ่านช่องทางที่ Microsoft รองรับ
การตั้งค่าและนโยบายเปลี่ยนจากรุ่นเก่า โดย Microsoft ระบุว่า Prompt, Response และเนื้อหาไฟล์ในแอป Copilot เวอร์ชันใหม่ไม่ถูกนำไปฝึก Foundation Models
ยังสามารถใช้ความสามารถที่รองรับได้ แต่การตอบคำถามที่ต้องอาศัยข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์อาจได้รับผลกระทบ
ไม่จำเป็น เพราะยังอาจมีโฆษณาทั่วไปปรากฏอยู่
ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ การเชื่อมต่อ และการอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ผู้ใช้ควรตรวจสอบสิทธิ์และตัวเลือกการนำเข้าข้อมูลของเบราว์เซอร์
ควรใช้บัญชีองค์กรที่ได้รับการปกป้องข้อมูลตามเงื่อนไขของ Microsoft และตรวจสอบนโยบายสิทธิ์เข้าถึงไฟล์ การแชร์ข้อมูล และมาตรการของฝ่าย IT
การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว Microsoft Copilot ควรเริ่มจากการเปิด Settings และ Personalization เพื่อตรวจสอบ Saved Memories, Shared Experiences, Web Search และ Personalized Ads จากนั้นจัดการ Chat History แยกต่างหาก
หากต้องการลดการจดจำข้อมูลส่วนตัว ควรปิด Saved Memories และลบความจำเก่าที่ไม่ต้องการ หากต้องการลดการจัดเก็บประวัติ ควรลบบทสนทนาที่ไม่จำเป็นผ่าน Copilot หรือ Microsoft Privacy Dashboard
นอกจากนี้ควรตรวจสอบเวอร์ชันของแอป เพราะ Copilot รุ่นใหม่ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2026 มีเมนูและนโยบายบางอย่างแตกต่างจากเวอร์ชันก่อนหน้า
ข้อแนะนำจาก comsiam: การตั้งค่า Privacy ที่ดีไม่ใช่การปิดทุกฟีเจอร์โดยไม่เข้าใจผลกระทบ แต่ควรเลือกควบคุมเฉพาะข้อมูลที่ไม่ต้องการให้ระบบจดจำหรือใช้เพิ่มเติม พร้อมหลีกเลี่ยงการส่งรหัสผ่าน เอกสารลับ และข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นให้ AI ตั้งแต่ต้น
ComSiam Professional Team