CapCut เปิดโปรเจกต์เก่าไม่ได้ แก้อย่างไร โดยไม่ทำให้งานหาย

CapCut เปิดโปรเจกต์เก่าไม่ได้ เปิดแล้วค้าง เด้งออก หรือขึ้นว่าไฟล์และเอฟเฟกต์หาย มักเกิดจากใช้บัญชีไม่ตรงกับบัญชีเดิม แอปคนละเวอร์ชัน ไฟล์ต้นฉบับถูกย้าย พื้นที่เก็บข้อมูลไม่พอ หรือข้อมูลบางส่วนในโปรเจกต์เสียหาย

วิธีแก้ที่ควรทำก่อนคือ อย่าลบโปรเจกต์ อย่าล้างข้อมูลแอป และอย่าถอนการติดตั้ง จากนั้นตรวจสอบบัญชีที่เข้าสู่ระบบ อัปเดต CapCut เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และนำไฟล์วิดีโอต้นฉบับกลับมาไว้ตำแหน่งเดิม

หากยังเห็นชื่อหรือภาพตัวอย่างของโปรเจกต์อยู่ โอกาสกู้กลับมาเปิดได้ยังมีมากกว่ากรณีที่โปรเจกต์ถูกลบออกจากเครื่องแล้ว

สารบัญ

  • อาการของโปรเจกต์เก่าที่เปิดไม่ได้
  • สาเหตุที่ CapCut เปิดโปรเจกต์เก่าไม่ได้
  • สิ่งที่ห้ามทำก่อนสำรองโปรเจกต์
  • วิธีแก้ตามลำดับ
  • วิธีแก้บน Android และ iPhone
  • วิธีแก้บน Windows และ Mac
  • วิธีแก้ Media Lost และเอฟเฟกต์หาย
  • โปรเจกต์เสียหรือแอปมีปัญหา ดูอย่างไร
  • วิธีป้องกันโปรเจกต์เปิดไม่ได้อีก
  • คำถามที่พบบ่อย

อาการของ CapCut เปิดโปรเจกต์เก่าไม่ได้

ปัญหาอาจแสดงออกได้หลายรูปแบบ เช่น

  • กดเปิดโปรเจกต์แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  • โหลดโปรเจกต์ค้างอยู่ที่เปอร์เซ็นต์เดิม
  • เปิดโปรเจกต์แล้ว CapCut เด้งปิด
  • ขึ้นข้อความว่าเปิด Draft ไม่สำเร็จ
  • เปิดได้แต่ภาพหรือเสียงบางส่วนหาย
  • ขึ้น Media Lost หรือ Media Not Found
  • เอฟเฟกต์ ฟอนต์ หรือเพลงแสดงว่าใช้งานไม่ได้
  • เปิดบนมือถือได้แต่เปิดบนคอมไม่ได้
  • เปิดด้วยบัญชีเดิมได้ แต่บัญชีใหม่มองไม่เห็น
  • โปรเจกต์จาก Cloud โหลดไม่เสร็จ
  • เปิดโปรเจกต์หลังอัปเดตแล้วหน้าตาไม่เหมือนเดิม
  • เปิดได้แต่ Timeline ค้างหรือแสดงเป็นหน้าจอดำ

ต้องแยกให้ออกว่า “โปรเจกต์ยังอยู่แต่เปิดไม่ได้” หรือ “โปรเจกต์หายจากรายการ” เพราะเป็นคนละปัญหา บทความนี้เน้นกรณียังเห็นโปรเจกต์หรือมีไฟล์อยู่ แต่ไม่สามารถเปิดแก้ไขได้ตามปกติ

สาเหตุที่ CapCut เปิดโปรเจกต์เก่าไม่ได้

สาเหตุที่พบได้บ่อยประกอบด้วย

  • เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีหรือวิธี Login คนละแบบ
  • CapCut เป็นเวอร์ชันเก่าเกินไป
  • โปรเจกต์สร้างจาก CapCut เวอร์ชันใหม่กว่า
  • โปรเจกต์ใช้เอฟเฟกต์หรือฟอนต์ที่ถูกนำออก
  • ไฟล์วิดีโอ รูป หรือเสียงต้นฉบับถูกย้าย
  • ไฟล์ต้นฉบับอยู่ใน SD Card หรือไดรฟ์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อ
  • โปรเจกต์จาก Cloud ยังดาวน์โหลดไม่ครบ
  • อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร
  • พื้นที่เก็บข้อมูลเหลือน้อย
  • Cache หรือ Render Cache เสียหาย
  • โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์มี RAM ไม่เพียงพอ
  • ไดรเวอร์การ์ดจอบนคอมพิวเตอร์มีปัญหา
  • โปรเจกต์มีองค์ประกอบจำนวนมากจนเครื่องเปิดไม่ไหว
  • ไฟล์ข้อมูลของโปรเจกต์บางส่วนเสียหาย
  • โปรเจกต์หรือเทมเพลตบางประเภทไม่รองรับข้ามแพลตฟอร์ม

⚠️ สิ่งที่ห้ามทำก่อนสำรองโปรเจกต์

เมื่อเปิดโปรเจกต์เก่าไม่ได้ อย่ารีบทำสิ่งต่อไปนี้

  • ล้างข้อมูล CapCut จากการตั้งค่าโทรศัพท์
  • ถอนการติดตั้งแอป
  • ลบโฟลเดอร์ Draft หรือโฟลเดอร์ CapCut
  • ใช้แอปล้างพื้นที่ลบข้อมูล CapCut อัตโนมัติ
  • ย้ายโฟลเดอร์โปรเจกต์ด้วยตนเอง
  • เปลี่ยนชื่อไฟล์ภายในโฟลเดอร์โปรเจกต์
  • ลบไฟล์วิดีโอต้นฉบับ
  • บันทึกทับโปรเจกต์ที่ยังเปิดได้บางส่วน

การล้าง Cache กับการล้างข้อมูลไม่เหมือนกัน การล้างเฉพาะ Cache มีไว้ลบไฟล์ชั่วคราว แต่การล้างข้อมูลหรือถอนแอปอาจทำให้ Draft ที่เก็บเฉพาะในเครื่องสูญหาย

① ทำสำเนาหรือสำรองโปรเจกต์ก่อน

ถ้ายังเห็นโปรเจกต์อยู่ในหน้า Projects ให้ตรวจสอบว่ามีคำสั่ง Duplicate, Back up, Upload to Cloud หรือ Send Project หรือไม่ ชื่อเมนูอาจต่างกันตามอุปกรณ์และเวอร์ชันของ CapCut

หากโปรเจกต์เปิดได้เป็นบางครั้ง ให้ทำตามลำดับนี้

  1. อย่าแก้ไขโปรเจกต์ต้นฉบับทันที
  2. สร้างสำเนาโปรเจกต์
  3. สำรองสำเนาขึ้น Cloud หากทำได้
  4. ตรวจสอบว่าไฟล์ต้นฉบับยังอยู่ครบ
  5. Export วิดีโอฉบับล่าสุดเก็บไว้เป็นไฟล์สำรอง

หากใช้คอมพิวเตอร์และโปรเจกต์อยู่ในไดรฟ์ภายนอก อย่าเพิ่งย้ายไฟล์ ให้สำรองทั้งโฟลเดอร์ไปยังตำแหน่งอื่นก่อน

② ตรวจสอบว่าเข้าบัญชีเดิมหรือไม่

CapCut สามารถเข้าสู่ระบบได้หลายวิธี เช่น TikTok, Google, Facebook, Apple หรืออีเมล การใช้อีเมลเดียวกันแต่เลือกวิธีเข้าสู่ระบบคนละแบบ อาจทำให้เข้าสู่คนละบัญชีและไม่เห็น Cloud Project เดิม

ให้ตรวจสอบดังนี้

  • รูปโปรไฟล์และชื่อบัญชีตรงกับบัญชีเดิมหรือไม่
  • เคยสมัครผ่าน TikTok, Google, Facebook, Apple หรืออีเมล
  • พื้นที่ Cloud และรายชื่อโปรเจกต์ตรงกับเครื่องเดิมหรือไม่
  • ใช้บัญชีส่วนตัวหรือบัญชี Team
  • เปิด CapCut บนเครื่องเดิมแล้วยังเห็นโปรเจกต์หรือไม่

หากไม่แน่ใจ ให้ลองออกจากระบบแล้วเข้าสู่ระบบด้วยวิธีเดิมที่ใช้ตอนสร้างโปรเจกต์ แต่อย่าล้างข้อมูลแอป

③ อัปเดต CapCut ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

โปรเจกต์ที่สร้างหรือแก้ไขด้วย CapCut เวอร์ชันใหม่อาจเปิดไม่สมบูรณ์บนแอปเวอร์ชันเก่า โดยเฉพาะโปรเจกต์ที่ใช้ฟีเจอร์ AI เอฟเฟกต์ หรือรูปแบบไฟล์รุ่นใหม่

ให้เปิด App Store, Google Play หรือเมนูอัปเดตบน CapCut Desktop แล้วติดตั้งเวอร์ชันล่าสุด หลังอัปเดตเสร็จให้รีสตาร์ตเครื่องก่อนเปิดโปรเจกต์

หากปัญหาเริ่มเกิดทันทีหลังอัปเดต อย่าลบแอป ให้เริ่มจากรีสตาร์ตเครื่อง ตรวจสอบพื้นที่ และล้างเฉพาะ Cache ก่อน

④ ตรวจสอบอินเทอร์เน็ตและรอให้ Cloud Project โหลดครบ

โปรเจกต์ที่สำรองไว้บน Cloud อาจมีเพียงภาพตัวอย่างอยู่ในเครื่อง ส่วนวิดีโอ เอฟเฟกต์ ฟอนต์ หรือเสียงต้องดาวน์โหลดเพิ่มเติม

วิธีตรวจสอบ ได้แก่

  • เปลี่ยนไปใช้ Wi-Fi ที่เสถียร
  • หลีกเลี่ยงเครือข่ายสาธารณะที่จำกัดการดาวน์โหลด
  • ปิด VPN หรือ DNS Filter ชั่วคราวเพื่อทดสอบ
  • เปิด CapCut ค้างไว้ด้านหน้า
  • ตรวจสอบว่าพื้นที่ Cloud เต็มหรือไม่
  • ตรวจสอบว่าเข้าสู่บัญชีถูกต้อง
  • รอให้สัญลักษณ์ซิงค์หรือดาวน์โหลดเสร็จ

หากเปิดบนคอมพิวเตอร์ ให้ตรวจสอบหน้า Spaces หรือ Cloud และดูว่าโปรเจกต์ดาวน์โหลดลงเครื่องครบแล้วหรือยัง

⑤ ตรวจสอบพื้นที่ว่างของเครื่อง

แม้โปรเจกต์จะอยู่บน Cloud แต่ CapCut ยังต้องใช้พื้นที่ในเครื่องเพื่อดาวน์โหลดไฟล์ สร้าง Cache และประมวลผล Timeline

ให้เพิ่มพื้นที่ว่างด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ลบไฟล์ดาวน์โหลดที่ไม่ใช้
  • ย้ายวิดีโอที่ Export แล้วไปพื้นที่สำรอง
  • ลบแอปหรือเกมที่ไม่จำเป็น
  • ล้างถังขยะของแกลเลอรี
  • ลบไฟล์ซ้ำ
  • ตรวจสอบพื้นที่ของไดรฟ์ระบบบนคอมพิวเตอร์
  • รีสตาร์ตเครื่องหลังเพิ่มพื้นที่

อย่าลบโฟลเดอร์ CapCut หรือไฟล์ต้นฉบับของโปรเจกต์เพื่อเพิ่มพื้นที่

⑥ ล้างเฉพาะ Cache ของ CapCut

ไฟล์ Cache ที่เสียอาจทำให้โปรเจกต์โหลดค้าง แสดงภาพผิด หรือเปิดแล้วเด้ง

Android

ไปที่:

การตั้งค่า > แอป > CapCut > พื้นที่เก็บข้อมูล > ล้างแคช

อย่ากดล้างข้อมูลหรือล้างพื้นที่จัดเก็บ

CapCut Desktop

หากยังเปิดหน้าแรกของ CapCut ได้ ให้เข้า Settings และค้นหาเมนู Cache หรือ Render Cache จากนั้นล้างเฉพาะไฟล์ชั่วคราว ปิดโปรแกรมและรีสตาร์ตคอมพิวเตอร์

iPhone และ iPad

ให้เริ่มจากปิดแอป รีสตาร์ตเครื่อง อัปเดตแอป และเพิ่มพื้นที่ว่างก่อน การ Offload หรือลบแอปควรทำหลังยืนยันแล้วว่าโปรเจกต์สำคัญถูกสำรองไว้

⑦ นำไฟล์ต้นฉบับกลับมาไว้ตำแหน่งเดิม

โปรเจกต์ CapCut ไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ต้นฉบับทุกไฟล์ไว้ภายใน Draft เสมอไป หากย้าย ลบ หรือเปลี่ยนชื่อวิดีโอ รูป และเสียง โปรเจกต์อาจขึ้น Media Lost หรือเปิดได้ไม่สมบูรณ์

ให้ตรวจสอบว่าเคยทำสิ่งเหล่านี้หรือไม่

  • ย้ายวิดีโอไปโฟลเดอร์อื่น
  • เปลี่ยนชื่อไฟล์ต้นฉบับ
  • ลบรูปหรือวิดีโอออกจากแกลเลอรี
  • ถอด SD Card
  • ถอดแฟลชไดรฟ์หรือฮาร์ดดิสก์ภายนอก
  • ย้ายโฟลเดอร์โปรเจกต์ไปอีกไดรฟ์
  • ใช้โปรแกรมล้างไฟล์ลบวิดีโอต้นฉบับ

หากจำตำแหน่งเดิมได้ ให้นำไฟล์กลับไปไว้ที่เดิม หรือใช้คำสั่ง Relink, Locate หรือ Replace เพื่อเชื่อมไฟล์ใหม่กับ Timeline

⑧ ตรวจสอบเอฟเฟกต์ ฟอนต์ เพลง และสื่อออนไลน์

เอฟเฟกต์หรือเพลงบางรายการอาจถูกนำออก เปลี่ยนชื่อ หมดสิทธิ์ใช้งาน หรือไม่รองรับบนอุปกรณ์ใหม่ ทำให้โปรเจกต์เก่าโหลดผิดปกติ

หากเปิดโปรเจกต์ได้บางส่วน ให้ทำสำเนาก่อน แล้วลองทำดังนี้

  1. ตรวจสอบรายการที่ขึ้น Missing
  2. เปลี่ยนเอฟเฟกต์เป็นรายการที่ยังใช้งานได้
  3. เปลี่ยนฟอนต์ที่หายเป็นฟอนต์มาตรฐาน
  4. เปลี่ยนเพลงออนไลน์เป็นไฟล์เสียงในเครื่องที่มีสิทธิ์ใช้งาน
  5. ปิดฟีเจอร์ AI ที่โหลดไม่สำเร็จ
  6. ทดลองเปิดและ Export สำเนาโปรเจกต์

อย่าทดลองลบองค์ประกอบจากโปรเจกต์ต้นฉบับโดยตรง

⑨ เปิดโปรเจกต์บนแพลตฟอร์มเดิมที่ใช้สร้าง

โปรเจกต์หรือเทมเพลตบางประเภทอาจทำงานบนมือถือ แต่เปิดบน PC หรือ Web ได้ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเมื่อใช้เอฟเฟกต์หรือฟีเจอร์เฉพาะแพลตฟอร์ม

หากสร้างโปรเจกต์บนมือถือ ให้ลองเปิดบนมือถือเครื่องเดิมก่อน หากสร้างบน CapCut Desktop ให้เปิดบนคอมพิวเตอร์เดิมและเชื่อมต่อไดรฟ์ที่เก็บไฟล์ต้นฉบับ

เมื่อเปิดได้แล้ว ให้สำรองโปรเจกต์หรือ Export วิดีโอเก็บไว้ก่อนย้ายไปอุปกรณ์อื่น

⑩ ลดภาระของเครื่องก่อนเปิดโปรเจกต์ใหญ่

โปรเจกต์เก่าที่มีวิดีโอ 4K หลายชั้น เอฟเฟกต์จำนวนมาก และไฟล์เสียงยาว อาจใช้ RAM และ GPU สูงจน CapCut เด้งขณะเปิด

ให้ทดลองดังนี้

  • ปิดเกมและแอปอื่นทั้งหมด
  • ปิดเบราว์เซอร์ที่เปิดหลายแท็บ
  • รีสตาร์ตเครื่อง
  • ปิดโหมดประหยัดพลังงาน
  • รอให้อุปกรณ์เย็นลง
  • เพิ่มพื้นที่ว่าง
  • อัปเดตไดรเวอร์การ์ดจอบนคอมพิวเตอร์
  • เปิด CapCut ก่อนแอปอื่น
  • ทดลองเปิดสำเนาของโปรเจกต์

หากเปิดได้ ให้แบ่งโปรเจกต์ยาวออกเป็นหลายส่วนและ Export งานสำคัญเก็บไว้

⑪ ทดสอบว่าเสียเฉพาะโปรเจกต์หรือทั้งแอป

สร้างโปรเจกต์ใหม่และนำเข้าวิดีโอสั้นหนึ่งไฟล์ จากนั้นปิดและเปิดโปรเจกต์ใหม่อีกครั้ง

  • ถ้าโปรเจกต์ใหม่เปิดได้: ปัญหาอยู่ที่โปรเจกต์เก่าหรือไฟล์ที่ใช้
  • ถ้าทุกโปรเจกต์เปิดไม่ได้: ปัญหาอาจอยู่ที่แอป Cache พื้นที่ หรือระบบ
  • ถ้าเปิดไม่ได้เฉพาะ Cloud Project: ตรวจสอบบัญชีและอินเทอร์เน็ต
  • ถ้าเปิดไม่ได้เฉพาะโปรเจกต์จากมือถือบน PC: อาจเป็นข้อจำกัดข้ามแพลตฟอร์ม
  • ถ้าเปิดได้แต่ Media Lost: ไฟล์ต้นฉบับถูกย้ายหรือลบ

ผลทดสอบนี้ช่วยให้เลือกวิธีแก้ได้ตรงจุดและลดความเสี่ยงต่อโปรเจกต์อื่น

⑫ ถอนการติดตั้งเป็นทางเลือกสุดท้าย

ไม่ควรถอน CapCut เพื่อทดลองแก้ปัญหาทันที เพราะ Draft ที่เก็บเฉพาะในเครื่องอาจถูกลบไปพร้อมแอป

พิจารณาติดตั้งใหม่เฉพาะเมื่อ

  • สำรองโปรเจกต์สำคัญแล้ว
  • ยืนยันว่า Cloud Project ซิงค์ครบ
  • ตรวจสอบไฟล์ต้นฉบับแล้ว
  • ลองอัปเดตและล้างเฉพาะ Cache แล้ว
  • โปรเจกต์อื่นก็เปิดไม่ได้เช่นกัน

หลังสำรองข้อมูล ให้ติดตั้ง CapCut จากแหล่งอย่างเป็นทางการ เข้าสู่ระบบด้วยวิธีเดิม และตรวจสอบ Cloud Project ก่อนนำไฟล์อื่นกลับมาใช้

โปรเจกต์เสียหรือ CapCut มีปัญหา ดูอย่างไร

น่าจะเป็นปัญหาที่โปรเจกต์

  • เปิดไม่ได้เฉพาะโปรเจกต์เดียว
  • ค้างที่ตำแหน่งเดิมทุกครั้ง
  • มี Media Lost จำนวนมาก
  • เริ่มมีปัญหาหลังย้ายไฟล์ต้นฉบับ
  • ใช้เอฟเฟกต์หรือฟอนต์ที่ไม่มีแล้ว
  • โปรเจกต์ใหม่เปิดได้ตามปกติ

น่าจะเป็นปัญหาที่แอปหรืออุปกรณ์

  • ทุกโปรเจกต์เปิดไม่ได้
  • CapCut เด้งตั้งแต่หน้าแรก
  • พื้นที่ของเครื่องใกล้เต็ม
  • แอปไม่ได้รับการอัปเดต
  • เครื่องร้อนหรือ RAM เหลือน้อย
  • แอปอื่นก็ทำงานช้าหรือเด้งเช่นกัน

วิธีป้องกันไม่ให้โปรเจกต์เก่าเปิดไม่ได้อีก

  • สำรองโปรเจกต์สำคัญเป็นระยะ
  • ใช้บัญชีและวิธีเข้าสู่ระบบเดิม
  • อัปเดต CapCut ก่อนเริ่มโปรเจกต์ใหม่
  • อย่าย้ายไฟล์ต้นฉบับระหว่างตัดต่อ
  • เก็บวิดีโอ รูป และเสียงไว้ในโฟลเดอร์เดียว
  • ไม่แก้ชื่อไฟล์ต้นฉบับจนกว่างานจะเสร็จ
  • Export วิดีโอฉบับล่าสุดเก็บไว้
  • ทำสำเนาโปรเจกต์ก่อนเปลี่ยนเอฟเฟกต์จำนวนมาก
  • ตรวจสอบ Cloud ว่าซิงค์เสร็จก่อนเปลี่ยนเครื่อง
  • อย่าล้างข้อมูลหรือถอนแอปโดยไม่มีไฟล์สำรอง

คำถามที่พบบ่อย

CapCut เปิดโปรเจกต์เก่าแล้วเด้งทำอย่างไร

ปิดแอปอื่น รีสตาร์ตเครื่อง เพิ่มพื้นที่ว่าง อัปเดต CapCut และล้างเฉพาะ Cache หากยังเด้งเฉพาะโปรเจกต์เดิม ให้ตรวจสอบไฟล์ต้นฉบับและเอฟเฟกต์ที่หาย

โปรเจกต์เก่าเปิดไม่ได้หลังอัปเดต CapCut ควรทำอย่างไร

อย่าลบแอป ให้รีสตาร์ตเครื่อง ตรวจสอบพื้นที่ว่างและอินเทอร์เน็ต แล้วอัปเดตระบบปฏิบัติการ หากเปิดได้บางส่วนให้ทำสำเนาโปรเจกต์ก่อนแก้ไข

Media Lost หมายความว่าโปรเจกต์หายหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าโปรเจกต์หาย แต่ CapCut หาไฟล์วิดีโอ รูป หรือเสียงต้นฉบับไม่พบ ให้นำไฟล์กลับตำแหน่งเดิมหรือเชื่อมไฟล์ใหม่

โปรเจกต์จากมือถือเปิดบนคอมไม่ได้เพราะอะไร

อาจเกิดจากโปรเจกต์ยังไม่ได้ซิงค์ ใช้บัญชีไม่ตรงกัน หรือมีฟีเจอร์และเทมเพลตที่ไม่รองรับบนคอมพิวเตอร์ ควรเปิดบนอุปกรณ์เดิมและสำรองก่อน

CapCut Pro หมดแล้วโปรเจกต์จะเปิดไม่ได้หรือไม่

โดยทั่วไป Draft ยังอยู่ แต่เอฟเฟกต์ เพลง หรือวัสดุแบบ Pro บางรายการอาจถูกจำกัด และอาจ Export ไม่ได้จนกว่าจะนำวัสดุ Pro ออกจากโปรเจกต์หรือกลับมาใช้สิทธิ์ที่รองรับ

ล้าง Cache ช่วยให้เปิดโปรเจกต์เก่าได้หรือไม่

ช่วยได้หากไฟล์ชั่วคราวเสียหาย แต่ต้องเลือก “ล้างแคช” เท่านั้น ไม่ใช่ “ล้างข้อมูล” และควรสำรองโปรเจกต์สำคัญไว้ก่อน

ถอน CapCut แล้วติดตั้งใหม่ โปรเจกต์จะหายไหม

โปรเจกต์ที่เก็บเฉพาะในเครื่องมีโอกาสหาย จึงไม่ควรถอนแอปก่อนตรวจสอบว่าโปรเจกต์ถูกสำรองหรือซิงค์ขึ้น Cloud เรียบร้อยแล้ว

สรุป

เมื่อ CapCut เปิดโปรเจกต์เก่าไม่ได้ ให้เริ่มจากสำรองข้อมูล ตรวจสอบบัญชีเดิม อัปเดตแอป เพิ่มพื้นที่ว่าง และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียร จากนั้นตรวจสอบว่าไฟล์ต้นฉบับถูกย้ายหรือเอฟเฟกต์เดิมหายไปหรือไม่

อย่าล้างข้อมูลหรือถอนการติดตั้งเป็นวิธีแรก เพราะโปรเจกต์ที่เก็บเฉพาะในเครื่องอาจสูญหาย ควรทำสำเนาและทดลองแก้กับสำเนาโปรเจกต์เสมอ