iPhone ไม่ได้รับรหัสยืนยัน Apple ID หรือ Apple Account แก้อย่างไร? Verification Code ไม่เข้า

หาก iPhone ไม่ได้รับรหัสยืนยัน Apple ID หรือ Apple Account ตอนกำลัง Sign in iCloud, ตั้งค่า iPhone เครื่องใหม่ หรือยืนยันตัวตนแบบ Two-Factor Authentication อย่าเพิ่งคิดว่า Apple Account มีปัญหา เพราะรหัสอาจถูกส่งไปยัง Trusted Device แทน SMS หรือ Trusted Phone Number ที่บันทึกไว้ในบัญชีอาจไม่ใช่หมายเลขที่กำลังใช้อยู่

ปัจจุบัน Apple ใช้ชื่อ Apple Account แทน Apple ID และ Two-Factor Authentication ใช้ Verification Code 6 หลัก ที่แสดงบน Trusted Device หรือส่งไปยัง Trusted Phone Number เพื่อยืนยันว่าผู้ที่กำลัง Sign in เป็นเจ้าของบัญชีจริง.

ดังนั้น ถ้า Verification Code ไม่เข้า ให้ไล่ตรวจตามขั้นตอนด้านล่างก่อน Factory Reset หรือสร้าง Apple Account ใหม่

① เช็กก่อนว่ารหัสต้องมาทาง SMS จริงหรือไม่

นี่เป็นจุดที่หลายคนเข้าใจผิด

เมื่อ Sign in Apple Account บนอุปกรณ์ใหม่ Apple อาจแสดง Verification Code บน Trusted Device ที่ลงชื่อบัญชีอยู่แล้ว โดยไม่ได้ส่ง SMS มาที่ iPhone เครื่องใหม่ทันที.

ตัวอย่างเช่น คุณกำลังตั้งค่า iPhone เครื่องใหม่ แต่ยังมี:

  • iPhone เครื่องเก่า
  • iPad
  • Mac

ที่ใช้ Apple Account เดียวกัน

ให้เปิดอุปกรณ์เหล่านั้นดู เพราะอาจมีข้อความแจ้งว่าอุปกรณ์ใหม่กำลังพยายาม Sign in

เมื่อยืนยันว่าเป็นคุณ ระบบจะแสดงรหัส 6 หลัก ให้นำไปกรอกบน iPhone เครื่องใหม่.

② Trusted Device คืออะไร

Trusted Device คืออุปกรณ์ Apple ที่ลงชื่อเข้า Apple Account ด้วย Two-Factor Authentication อยู่แล้ว และ Apple ใช้อุปกรณ์ดังกล่าวช่วยยืนยันตัวตนของเจ้าของ Account.

ตัวอย่าง:

  • iPhone เครื่องเดิม
  • iPad
  • Mac

หากยังมี Trusted Device อยู่ อย่า Sign Out และอย่า Factory Reset เครื่องนั้น จนกว่าจะเข้าบัญชีบนเครื่องใหม่ได้สำเร็จ

เพราะเครื่องเดิมอาจเป็นช่องทางสำคัญสำหรับรับ Verification Code และจัดการ Account Security

③ วิธีรับ Verification Code จาก Trusted Device

เมื่อคุณพยายาม Sign in บนอุปกรณ์ใหม่ Trusted Device สามารถแสดงคำขอ Sign-in ให้ยืนยัน

หากเป็นการเข้าสู่ระบบของคุณเอง ให้เลือกอนุญาต แล้วระบบจะแสดง Verification Code

จากนั้น:

  1. จำหรือจด Code 6 หลัก
  2. กลับไป iPhone เครื่องที่กำลัง Sign in
  3. กรอก Verification Code
  4. ดำเนินการ Setup ต่อ

Apple ระบุว่า Verification Code สำหรับ Two-Factor Authentication เป็นรหัส 6 หลักที่สามารถแสดงบน Trusted Device หรือส่งไป Trusted Phone Number.

④ ไม่มี Trusted Device ให้กด “Didn’t Get a Code?”

หากไม่มี iPhone, iPad หรือ Mac เครื่องอื่นให้รับ Code ให้ดูที่หน้าจอ Verification

เลือก:

Didn’t Get a Code?

หรือบางหน้าจออาจแสดง:

Can’t get to your devices?

Apple ระบุว่าจากเมนูนี้สามารถเลือกให้ระบบส่ง Verification Code ไปยัง Trusted Phone Number ผ่าน SMS หรือ Phone Call ได้.

นี่ควรเป็นวิธีแรกเมื่อไม่มี Trusted Device อยู่กับตัว

⑤ ขอ Verification Code ทาง SMS อย่างไร

เมื่ออยู่หน้า Verification Code:

  1. แตะ Didn’t Get a Code?
  2. เลือก Trusted Phone Number
  3. เลือกรับ Code ตามตัวเลือกที่ Appleแสดง
  4. รอ SMS
  5. กรอก Code 6 หลัก

Apple ระบุว่า หากไม่มี Trusted Device อยู่ใกล้ตัว ผู้ใช้สามารถเลือกให้ส่ง Code ไป Trusted Phone Number ผ่านข้อความหรือโทรศัพท์ได้.

⑥ ขอให้ Apple โทรบอกรหัสได้ไหม

ในขั้นตอนที่ระบบรองรับ Apple สามารถเสนอทางเลือกให้รับ Verification Code ผ่าน Phone Call แทน Text Message ได้.

หาก SMS ไม่เข้าแต่:

  • รับสายได้
  • หมายเลขยังใช้งานอยู่
  • SIM มีสัญญาณ

ลองเลือกวิธี Phone Call หากหน้าจอมีตัวเลือกนี้

จึงไม่จำเป็นต้องพึ่ง SMS เพียงอย่างเดียว

⑦ SMS ไม่เข้า ให้ทดสอบ SIM ก่อน

ถ้า Apple ระบุว่ากำลังส่ง Code ไปเบอร์ของคุณจริง แต่ข้อความไม่มา ให้ตรวจ SIM และเครือข่ายก่อน

ลอง:

  1. เช็กเสาสัญญาณ
  2. ปิด Airplane Mode
  3. Restart iPhone
  4. ให้คนอื่นส่ง SMS ธรรมดามาทดสอบ
  5. ทดลองรับสายเข้า
  6. ตรวจว่า SIM ยังเปิดบริการอยู่

ถ้า SMS ทั่วไปก็ไม่เข้า

มีโอกาสว่าปัญหาอยู่ที่:

  • SIM
  • ผู้ให้บริการเครือข่าย
  • สัญญาณ
  • บริการรับข้อความ

ไม่ใช่ Apple Account

ถ้า SMS อื่นเข้า แต่ Code Apple ไม่มา

ให้กลับไปใช้ Didn’t Get a Code? และตรวจ Trusted Phone Number อีกครั้ง

⑧ Trusted Phone Number คืออะไร

Trusted Phone Number คือหมายเลขที่ Apple ใช้สำหรับยืนยันตัวตนภายใต้ Two-Factor Authentication.

หมายเลขนี้อาจไม่ใช่ SIM ที่ใส่อยู่ใน iPhone ปัจจุบัน

ตัวอย่าง:

ปัจจุบันใช้เบอร์:

08X-XXX-9999

แต่ Apple Account ยังตั้ง Trusted Number เป็น:

08X-XXX-1234

รหัสก็อาจถูกส่งไปหมายเลขเดิม

ดังนั้นให้ดูเลขท้ายของหมายเลขที่ Apple แสดงบนหน้าจอ Verification ให้ดี

⑨ Trusted Phone Number ไม่ได้รับ Code อัตโนมัติเสมอไป

ประเด็นนี้สำคัญ

การที่หมายเลขถูกตั้งเป็น Trusted Phone Number ไม่ได้หมายความว่า Apple จะส่ง Verification Code ไปที่เบอร์นั้นอัตโนมัติทุกครั้ง

ในบางขั้นตอน คุณต้องแตะ:

Didn’t get a verification code?

แล้วเลือกหมายเลขที่ต้องการรับ Code เอง.

ดังนั้นหากกำลังนั่งรอ SMS โดยยังไม่ได้เลือกให้ส่ง Code อาจไม่มีข้อความเข้ามาเลย

⑩ เปลี่ยนเบอร์แล้ว Apple ยังส่ง Code ไปเบอร์เก่า ทำอย่างไร

ถ้า Trusted Phone Number เดิม:

  • ยกเลิกแล้ว
  • SIM หาย
  • เบอร์ถูกปิด
  • เปลี่ยนหมายเลขใหม่แล้ว

ให้เลือก:

Didn’t Get a Code?

หรือ

Can’t get to your devices?

จากนั้น Apple ระบุว่า หากไม่สามารถเข้าถึง Trusted Phone Number ที่บันทึกไว้ได้ สามารถเลือกตัวเลือกประมาณ:

Can’t use [phone number]

เพื่อดำเนินการต่อสู่กระบวนการกู้สิทธิ์ Account.

⑪ ไม่มีทั้ง Trusted Device และเบอร์เดิม ทำอย่างไร

ถ้าไม่มีทั้งหมด:

  • iPhone เครื่องเก่า
  • iPad
  • Mac
  • Trusted Phone Number

Apple ระบุว่ายังสามารถ พยายามกู้การเข้าถึง Apple Account ผ่าน Account Recovery ได้.

ขั้นตอนโดยหลักคือ:

  1. พยายาม Sign in Apple Account
  2. ไปถึงหน้า Verification
  3. เลือก Didn’t Get a Code? หรือ Can’t get to your devices?
  4. เลือก Can’t use [phone number]
  5. ทำตามขั้นตอน Recovery ที่ Apple แสดง

อย่าพยายาม Bypass Verification เพราะระบบนี้มีไว้ป้องกันบุคคลที่รู้ Password แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของบัญชี

⑫ รู้ Password แต่ไม่มีเบอร์เก่า ยังต้อง Account Recovery ไหม

อาจต้องใช้

เพราะ Two-Factor Authentication หมายความว่า Password เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ สำหรับการ Sign in บนอุปกรณ์ใหม่

Apple ใช้ทั้ง:

  • Apple Account Password
  • Verification Code

เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบเจ้าของบัญชี.

ดังนั้นสถานการณ์:

Email ถูก
Password ถูก
แต่ไม่มี Trusted Device และไม่มี Trusted Phone Number

ยังสามารถติด Verification ได้

หากไม่มีช่องทางยืนยันอื่น Account Recovery อาจเป็นทางออกที่ Apple เสนอ.

⑬ Account Recovery ใช้เวลานานไหม

Apple ระบุว่า Account Recovery เป็นกระบวนการที่ใช้เมื่อไม่สามารถ Reset หรือเข้าถึง Account ผ่านวิธีปกติ และด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยอาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบก่อนให้กลับเข้าสู่บัญชี.

ดังนั้นอย่าเชื่อบริการที่โฆษณาว่า:

  • เร่ง Apple Recovery
  • ข้าม Waiting Period
  • ปลด Apple ID ทันที
  • รับ OTP แทน Apple

หาก Apple กำลังตรวจสอบ Account ควรทำตามกระบวนการทางการเท่านั้น

⑭ มี Recovery Contact ช่วยได้ไหม

ได้ หากคุณ เคยตั้ง Account Recovery Contact ไว้ก่อนเกิดปัญหา

Apple ระบุว่า Recovery Contact สามารถช่วยเจ้าของบัญชีกลับเข้าสู่ Apple Account ได้หากลืม Password หรือ Device Passcode โดยบุคคลดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลใน Account ของคุณ.

หลังกลับเข้าบัญชีได้แล้ว การตั้ง Recovery Contact จึงเป็นวิธีที่ดีในการเตรียมรับเหตุการณ์ฉุกเฉินในอนาคต

⑮ Recovery Contact ไม่ใช่คนที่จะเห็นข้อมูล iCloud ของเรา

หลายคนไม่กล้าตั้ง Recovery Contact เพราะคิดว่าคนดังกล่าวจะสามารถ:

  • เปิดรูป
  • อ่าน Email
  • เข้า iCloud
  • ดูไฟล์

แต่ Apple ระบุว่า Recovery Contact มีหน้าที่ช่วยในกระบวนการกู้ Account และไม่ได้รับสิทธิ์เข้าถึง Account ของคุณโดยตรง.

จึงสามารถเลือกบุคคลที่เชื่อถือได้ เช่น สมาชิกครอบครัวที่ไว้ใจ

⑯ ใช้ Recovery Key ได้ไหม

หากคุณเคยเปิด Recovery Key ไว้ ระบบ Recovery ของ Account จะแตกต่างจากผู้ใช้ทั่วไป

Apple ระบุว่า Recovery Key เป็นรหัสลับ 28 ตัวอักษร ซึ่งสามารถใช้ร่วมกับ Trusted Phone Number และ Apple Device เพื่อกู้ Account และข้อมูล.

แต่มีข้อสำคัญคือ เมื่อเปิด Recovery Key แล้ว Standard Account Recovery ของ Apple จะถูกปิด.

ดังนั้นถ้าเคยเปิด Recovery Key ต้องเก็บ Key ไว้อย่างปลอดภัย

⑰ Security Key มีผลกับ Verification อย่างไร

ผู้ใช้ที่ตั้ง Physical Security Keys สำหรับ Apple Account อาจต้องใช้ Security Key ของตนในขั้นตอน Sign-in ตามการตั้งค่าความปลอดภัย

Apple รองรับ Security Keys สำหรับ Apple Account และสามารถจัดการได้ใน:

Settings > [ชื่อ] > Sign-In & Security > Two-Factor Authentication > Security Keys

หากคุณเคยตั้ง Security Key ไว้ อย่าลืมตรวจว่า Sign-in กำลังรอ Security Key แทน SMS หรือไม่

⑱ Verification Code มีอายุนานไหม

Verification Code เป็นรหัสแบบใช้ชั่วคราว ดังนั้นควรกรอก Code ที่ระบบเพิ่งแสดงหรือส่งมา

ถ้าขอ Code ใหม่แล้วได้รับหลายข้อความ อย่าเริ่มกรอกรหัสเก่าทีละตัว

ให้ใช้ รหัสล่าสุดที่ระบบกำลังร้องขอ

วิธีนี้ช่วยลดความสับสนเมื่อกด Resend หลายครั้ง

⑲ กดขอ Code ซ้ำหลายครั้งดีไหม

ไม่ควรกดรัว ๆ

หาก Code ไม่มา ให้ตรวจสาเหตุก่อน:

  • เลือก Trusted Phone Number ถูกหรือไม่
  • SIM รับ SMS ได้หรือไม่
  • มี Trusted Device หรือไม่
  • ต้องกด Didn’t Get a Code? หรือยัง
  • เบอร์เก่ายังอยู่ใน Account หรือไม่

การขอ Code ซ้ำหลายครั้งโดยไม่แก้ต้นเหตุไม่ได้ช่วยถ้า Apple กำลังส่งไปยังหมายเลขที่คุณไม่สามารถเข้าถึงได้

⑳ iPhone เครื่องเก่ายังมีอยู่ แต่ Verification ไม่ขึ้น

ให้ตรวจว่าอุปกรณ์นั้น:

  • เปิดเครื่องอยู่
  • เชื่อม Internet
  • ยัง Sign in Apple Account เดียวกัน
  • ไม่ได้ Sign Out ไปแล้ว

จากนั้นลองเริ่ม Sign-in บนอุปกรณ์ใหม่อีกครั้ง

หาก Trusted Device ยังไม่แสดง Code ให้ใช้ตัวเลือก Didn’t Get a Code? และเลือกรับ Code ผ่าน Trusted Phone Number แทนตามขั้นตอนของ Apple.

㉑ Mac สามารถรับ Verification Code ได้ไหม

ได้ หาก Mac เป็น Trusted Device ของ Apple Account นั้น

Apple ระบุว่า Verification Code สามารถแสดงโดยอัตโนมัติบน Trusted Devices.

ดังนั้นถ้า iPhone เครื่องเก่าหาย แต่ยังมี Mac ที่ใช้ Account เดิมอยู่ ให้ตรวจ Notification หรือ Account Security บน Mac ก่อนเข้าสู่ Account Recovery

อย่า Sign Out Mac โดยไม่จำเป็น

㉒ iPad ใช้รับ Code ได้ไหม

ได้เช่นเดียวกัน หาก iPad เป็น Trusted Device ที่ Sign in Apple Account ด้วย Two-Factor Authentication อยู่แล้ว

Apple อธิบายว่า Verification Code สามารถแสดงบน Trusted Devices เพื่อใช้ยืนยันการ Sign in บนอุปกรณ์ใหม่.

ดังนั้นอย่ามองเฉพาะ iPhone

ตรวจอุปกรณ์ Apple ทุกเครื่องที่ยังใช้ Apple Account เดียวกัน

㉓ iPhone หาย แต่ SIM ยังเป็นเบอร์เดิม ทำอย่างไร

หากโทรศัพท์เครื่องเดิมหาย แต่คุณยังเป็นเจ้าของหมายเลข Trusted Phone Number เดิม อาจติดต่อผู้ให้บริการเพื่อออก SIM/eSIM ใหม่ด้วยหมายเลขเดิมตามเงื่อนไขของเครือข่าย

จากนั้นสามารถใช้หมายเลขดังกล่าวรับ Verification Code ผ่าน SMS หรือ Call เมื่อ Apple เสนอตัวเลือกนั้น

หลักสำคัญคือ หมายเลขต้องยังอยู่ภายใต้การควบคุมของคุณ

หากหมายเลขถูกยกเลิกและกลายเป็นของคนอื่น ไม่ควรพยายามขอ OTP จากเจ้าของหมายเลขใหม่

㉔ เบอร์เก่ากลายเป็นของคนอื่น ต้องทำอย่างไร

หากหมายเลขเดิมถูกยกเลิกและถูกแจกให้ผู้ใช้อื่นแล้ว ให้ถือว่า คุณไม่มีสิทธิ์เข้าถึง Trusted Number เดิมอีกต่อไป

อย่า:

  • โทรไปขอ OTP
  • ขอให้เจ้าของเบอร์ใหม่ Forward Code
  • ให้ Password แก่บุคคลนั้น
  • ส่งข้อมูล Apple Account

ให้ใช้:

Can’t use [phone number]

และเข้าสู่กระบวนการ Recovery ที่ Apple เสนอแทน.

หลังกลับเข้าบัญชีได้ ให้ลบหมายเลขเก่าออกทันที

㉕ วิธีเพิ่ม Trusted Phone Number ใหม่

เมื่อกลับเข้าสู่ Apple Account ได้แล้ว ควรอัปเดต Trusted Phone Number ให้เป็นหมายเลขปัจจุบัน

Apple ระบุว่าสามารถจัดการ Trusted Phone Numbers ผ่าน Apple Account Security และเพิ่มหมายเลขใหม่เพื่อใช้ยืนยันตัวตนได้.

บน iPhone เมนูอาจอยู่ภายใต้:

Settings > [ชื่อ] > Sign-In & Security > Two-Factor Authentication

ชื่อหรือรายละเอียดเมนูอาจต่างเล็กน้อยตาม iOS

ควรมีหมายเลขที่:

  • ยังใช้อยู่จริง
  • รับ SMS ได้
  • รับสายได้
  • อยู่ภายใต้การควบคุมของคุณ

㉖ ควรมี Trusted Phone Number มากกว่าหนึ่งเบอร์ไหม

ถ้าสามารถจัดการได้อย่างปลอดภัย การมี Trusted Phone Number สำรองอาจช่วยลดปัญหาในกรณีหมายเลขหลักหายหรือใช้งานไม่ได้

Apple รองรับการเพิ่ม Trusted Phone Number เพิ่มเติมใน Account Security.

หมายเลขสำรองควรเป็นเบอร์ที่:

  • คุณเชื่อถือเจ้าของ
  • สามารถเข้าถึงได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • ไม่ใช่เบอร์ที่กำลังจะถูกยกเลิก

อย่าเพิ่มหมายเลขของบุคคลที่ไม่ไว้ใจ

㉗ Verification Code กับ SMS ยืนยัน Email เป็นเรื่องเดียวกันไหม

ไม่เหมือนกัน

Two-Factor Verification Code

คือรหัส 6 หลักสำหรับยืนยันการ Sign-in ผ่าน Trusted Device หรือ Trusted Phone Number.

Verification Email

เป็น Email ที่ Apple ส่งเพื่อยืนยัน Email Address ในบางขั้นตอนของ Account

Apple มีขั้นตอน Resend Verification Email แยกต่างหาก โดยสามารถ Sign in Apple Account บนเว็บแล้วเลือก Resend ข้าง Email Address ที่ต้องการยืนยัน.

ดังนั้นถ้าผู้ใช้บอกว่า:

“รหัส Apple ไม่เข้า Email”

ต้องตรวจก่อนว่าระบบกำลังรอ Verification Code 6 หลัก หรือกำลังรอ Verification Email

เป็นคนละกระบวนการ

㉘ ไม่ได้รับ Email ยืนยัน Apple ทำอย่างไร

หากปัญหาคือ Verification Email ไม่ใช่ Code ทาง SMS ให้ตรวจ:

  • Inbox
  • Spam/Junk
  • Email Address ที่ตั้งไว้
  • Mail Filter

Apple ระบุว่าสามารถ Sign in Apple Account บนเว็บและเลือก Resend ข้าง Email Address ที่ต้องการ Verify เพื่อให้ระบบส่ง Verification Email ใหม่ได้.

อย่ากด Didn’t Get a Code? หากสิ่งที่ระบบต้องการจริง ๆ คือ Email Verification

㉙ ไม่ควร Factory Reset iPhone เพื่อแก้ Verification Code

ไม่ควรอย่างยิ่ง

ถ้าปัญหาคือ:

  • Code ไม่เข้า
  • Trusted Number เก่า
  • Trusted Device ไม่อยู่
  • Account Recovery

Factory Reset ไม่ได้เปลี่ยน Trusted Phone Number ใน Apple Account

ตรงกันข้าม หาก iPhone เครื่องนั้นยังเป็น Trusted Device คุณอาจเสียช่องทางรับ Verification ไปด้วย

และหลัง Factory Reset อาจต้อง Sign in Apple Account อีกครั้ง ทำให้ปัญหาหนักกว่าเดิม

㉚ อย่า Sign Out จากทุกเครื่องพร้อมกัน

ถ้ามี:

  • iPhone เก่า
  • iPad
  • Mac

ที่ยัง Sign in Account อยู่ อย่า Sign Out ทั้งหมดก่อนย้ายไปเครื่องใหม่สำเร็จ

เพราะ Trusted Device เหล่านี้สามารถเป็นตัวช่วยสำคัญในการรับ Code

วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือ:

  1. ตั้งค่าเครื่องใหม่
  2. Sign in ให้ผ่าน
  3. ตรวจ Two-Factor Authentication
  4. ตรวจ Trusted Phone Numbers
  5. จากนั้นค่อยลบหรือ Reset เครื่องเก่า

㉛ มี Code เข้ามาทั้งที่ไม่ได้ Login ต้องทำอย่างไร

ถ้า Trusted Device แสดงคำขอ Sign-in หรือได้รับ Verification Code ทั้งที่คุณไม่ได้พยายามเข้าสู่ Account ให้ระวังว่าอาจมีบุคคลอื่นรู้ Apple Account หรือ Password ของคุณ

อย่าอนุมัติคำขอ Sign-in

และไม่ควรส่ง Code ให้ใคร

จากนั้นตรวจ:

  • Apple Account Password
  • Trusted Devices
  • Trusted Phone Numbers
  • Account Security

Two-Factor Authentication มีหน้าที่ป้องกันสถานการณ์ที่บุคคลอื่นมี Password แต่ไม่มี Second Factor.

㉜ มีคนโทรมาขอ Verification Code ห้ามให้

ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็น:

  • Apple
  • ร้านมือถือ
  • เจ้าหน้าที่ธนาคาร
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • ฝ่าย Support
  • คนรับกู้ Apple ID

อย่าให้ Verification Code

Code ที่ได้รับมีไว้สำหรับการ Sign-in ที่คุณเป็นผู้เริ่มเอง

หากมีคนรู้ Password ของคุณและพยายามหลอกขอ Code เพิ่ม เขาอาจกำลังพยายามผ่าน Two-Factor Authentication

㉝ อย่ากดลิงก์ SMS ที่บอก Apple Account ถูกล็อก

มิจฉาชีพอาจส่งข้อความว่า:

Apple ID Locked

Verify your account now

iCloud suspended

แล้วแนบลิงก์ปลอม

อย่าใช้ลิงก์ดังกล่าวเพื่อกรอก:

  • Password
  • Verification Code
  • Device Passcode
  • Recovery Key

หากมีปัญหากับ Apple Account ให้เปิด Settings หรือเข้า Account ของ Apple ด้วยตัวเอง

㉞ เปลี่ยน Password ช่วยให้ Code เข้าไหม

ไม่จำเป็น

หาก Password ถูกอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือ Verification Code ถูกส่งไป Trusted Phone Number เก่า การเปลี่ยน Passwordไม่ได้เปลี่ยนหมายเลขดังกล่าวโดยอัตโนมัติ

ควรแก้ที่:

  • Trusted Device
  • Trusted Phone Number
  • Account Recovery

ตามต้นเหตุ

การเปลี่ยน Password ซ้ำ ๆ โดยไม่จำเป็นอาจทำให้คุณสับสนว่ารหัสล่าสุดคืออะไร

㉟ Support PIN ใช่ Verification Code หรือไม่

ไม่ใช่

Apple มี Support PIN สำหรับช่วยยืนยัน Apple Account เมื่อติดต่อ Apple Support ในบางสถานการณ์ โดยสามารถสร้าง Support PIN ชั่วคราวจากหน้า Apple Account หลัง Sign in ได้.

ดังนั้น:

Verification Code = ใช้ยืนยัน Sign-in

ส่วน

Support PIN = ใช้ยืนยันตัวตนในกระบวนการ Support บางกรณี

อย่าสับสนสองอย่างนี้

㊱ หลังเข้า Account ได้แล้วควรตั้งค่าอะไร

เมื่อกลับเข้า Apple Account ได้แล้ว อย่ารอจนเกิดปัญหารอบใหม่

ให้ตรวจทันที:

Trusted Phone Numbers

ลบหมายเลขเก่าที่เลิกใช้ และเพิ่มหมายเลขปัจจุบัน.

Trusted Devices

ตรวจว่าอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นของคุณ

Recovery Contact

เพิ่มบุคคลที่เชื่อถือได้สำหรับช่วย Recovery ในอนาคต.

Recovery Key

หากต้องการใช้ ควรศึกษาผลให้เข้าใจก่อน เพราะเมื่อเปิด Recovery Key ระบบ Standard Account Recovery จะถูกปิด.

㊲ ลำดับแก้ปัญหา Verification Code ไม่เข้าแบบเร็วที่สุด

ถ้า iPhone ไม่ได้รับรหัสยืนยัน Apple Account ให้ทำตามนี้:

ขั้นที่ 1

ตรวจ Trusted Device ก่อน

ขั้นที่ 2

ถ้าไม่มี ให้กด Didn’t Get a Code?

ขั้นที่ 3

เลือกส่ง Code ไป Trusted Phone Number

ขั้นที่ 4

ถ้า SMS ไม่เข้า ให้เลือก Phone Call หากมี

ขั้นที่ 5

ตรวจ SIM และทดสอบ SMS ปกติ

ขั้นที่ 6

ตรวจว่า Trusted Number เป็นเบอร์ปัจจุบันหรือไม่

ขั้นที่ 7

ถ้าเบอร์เก่าใช้ไม่ได้ ให้เลือก Can’t use [phone number]

ขั้นที่ 8

ถ้าไม่มีทั้ง Device และ Number ให้เข้าสู่ Account Recovery

ขั้นที่ 9

อย่า Factory Reset Trusted Device

ขั้นที่ 10

หลังกลับเข้าได้ ให้อัปเดต Trusted Phone Numbers

วิธีนี้แก้ตรงสาเหตุมากกว่าการ Reset เครื่อง

㊳ คำถามที่พบบ่อย

รหัสยืนยัน Apple Account มีกี่หลัก

Apple ระบุว่า Two-Factor Authentication ใช้ Verification Code 6 หลัก ที่แสดงบน Trusted Device หรือส่งไปยัง Trusted Phone Number.

ไม่ได้รับ SMS Apple ทำอย่างไร

กด Didn’t Get a Code? แล้วเลือกให้ส่ง Code ไป Trusted Phone Number หรือรับผ่าน Phone Call ตามตัวเลือกที่ Apple มีให้.

ไม่มีมือถือเครื่องเก่าแล้วทำอย่างไร

ใช้ Trusted Phone Number หากยังเข้าถึงได้ หากไม่มีทั้ง Trusted Device และ Trusted Number สามารถเริ่ม Account Recovery ได้.

เปลี่ยนเบอร์แล้ว Code ส่งไปเบอร์เก่าทำอย่างไร

เลือก Can’t use [phone number] จากกระบวนการ Verification เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนกู้สิทธิ์ Account หากไม่สามารถเข้าถึง Trusted Number เดิมได้อีก.

Trusted Phone Number จะได้รับ Code อัตโนมัติไหม

ไม่เสมอไป ในบางขั้นตอนต้องกด Didn’t get a verification code? แล้วเลือก Trusted Phone Number ที่ต้องการรับ Code.

Verification Code กับ Verification Email เหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกัน Verification Code เป็นรหัส 6 หลักสำหรับ Two-Factor Authentication ส่วน Verification Email เป็น Email ยืนยันที่สามารถสั่ง Resend แยกต่างหากได้.

Factory Reset ช่วยให้ Code เข้าไหม

ไม่ช่วย และอาจทำให้สูญเสีย Trusted Device ที่ใช้รับ Verification Code

Recovery Contact ช่วยได้ไหม

ได้ หากตั้งไว้ล่วงหน้า Recovery Contact สามารถช่วยคุณกลับเข้าสู่ Account ได้โดยไม่ได้รับสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลของคุณ.

สรุป iPhone ไม่ได้รับรหัสยืนยัน Apple ID หรือ Apple Account แก้อย่างไร

หาก Verification Code Apple ไม่เข้า ให้แก้ตามลำดับ:

  1. เช็ก Trusted Device เช่น iPhone, iPad หรือ Mac ก่อน
  2. Verification Code ของ Apple เป็นรหัส 6 หลัก.
  3. หากไม่มี Trusted Device ให้กด Didn’t Get a Code?
  4. เลือกรับ Code ผ่าน Trusted Phone Number
  5. หากมีตัวเลือก สามารถรับผ่าน SMS หรือ Phone Call.
  6. ตรวจว่า Trusted Number ยังเป็นเบอร์ที่ใช้อยู่จริง
  7. ถ้าเบอร์เก่าใช้ไม่ได้ ให้เลือก Can’t use [phone number]
  8. หากไม่มีทั้ง Trusted Device และ Trusted Number ให้เริ่ม Account Recovery.
  9. อย่า Factory Reset อุปกรณ์ที่ยังเป็น Trusted Device
  10. ห้ามส่ง Verification Code ให้บุคคลอื่น
  11. หลังกลับเข้า Account ได้ ให้ลบเบอร์เก่าและเพิ่ม Trusted Phone Number ปัจจุบัน
  12. พิจารณาตั้ง Recovery Contact สำหรับกรณีฉุกเฉินในอนาคต.

สำหรับผู้อ่าน comsiam หากยังมี iPhone, iPad หรือ Mac เพียงเครื่องเดียวที่ Sign in Apple Account อยู่ อย่า Sign Out และอย่า Factory Reset เครื่องนั้นก่อนแก้ Verification สำเร็จ เพราะ Trusted Device สามารถเป็นช่องทางสำคัญในการรับรหัส 6 หลักและยืนยันตัวตนของคุณได้.

comsiam แนะนำให้หลังกลับเข้าบัญชีได้แล้ว ตรวจ Trusted Phone Numbers ทันทีและลบหมายเลขที่เลิกใช้ พร้อมเพิ่ม Recovery Contact ที่เชื่อถือได้ วิธีนี้ช่วยลดโอกาสที่ครั้งต่อไปจะติดอยู่หน้า Verification เพราะเปลี่ยนเบอร์ โทรศัพท์หาย หรือไม่มี Trusted Device ให้รับรหัส.