ลงชื่อเข้า Apple ID หรือ Apple Account บน iPhone ไม่ได้ แก้อย่างไร? เข้า iCloud ไม่ได้ทำตามนี้

หาก ลงชื่อเข้า Apple ID หรือ Apple Account บน iPhone ไม่ได้ ทั้งที่เคยใช้งานได้ตามปกติ อย่าเพิ่ง Factory Reset เครื่อง เพราะสาเหตุอาจมาจากเรื่องง่าย ๆ เช่น อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร Password ผิด ไม่ได้รับ Verification Code หรือบริการของ Apple มีปัญหา ไปจนถึงกรณี Apple Account ถูกล็อกหรือปิดใช้งาน

ปัจจุบัน Apple ใช้คำว่า Apple Account แทน Apple ID แต่ยังใช้ Email Address หรือหมายเลขโทรศัพท์และ Password ของบัญชีเดิมสำหรับ Sign in ได้เหมือนเดิม หากเปิด Two-Factor Authentication ผู้ใช้อาจต้องกรอก Verification Code เพิ่มด้วย.

ดังนั้น วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ แยกก่อนว่าติดอยู่ขั้นไหน แล้วแก้เฉพาะจุด

① เช็กก่อนว่าติดอยู่ขั้นตอนไหน

อาการ “เข้า Apple Account ไม่ได้” มีหลายแบบ เช่น:

  • ใส่ Password แล้วบอกว่าผิด
  • หมุนค้างตอน Sign in
  • ขึ้น Verification Failed
  • ขึ้น Cannot Connect to Server
  • ไม่ได้รับ Verification Code
  • Code ส่งไปเบอร์เก่า
  • Apple Account ถูก Locked
  • Account Not Active
  • Account Disabled
  • iCloud เข้าไม่ได้
  • App Store ใช้ไม่ได้
  • Settings ขอให้ Sign in ซ้ำตลอด

แต่ละอาการใช้วิธีแก้ไม่เหมือนกัน

Apple เองแยกแนวทางสำหรับกรณี Password, Verification Code, Account Locked และปัญหาการเชื่อมต่อออกจากกัน.

ดังนั้นให้อ่านข้อความ Error แบบเต็มก่อนเริ่มแก้

② เช็กอินเทอร์เน็ตก่อน

ถ้าหน้า Sign in:

  • หมุนไม่หยุด
  • ค้าง
  • ขึ้น Server Error
  • Verification Failed
  • Cannot Connect

ให้ตรวจ Internet ก่อน

ลอง:

  1. เปิด Safari
  2. เข้าเว็บไซต์ทั่วไป
  3. เปลี่ยน Wi-Fi เป็น Mobile Data
  4. หรือเปลี่ยน Mobile Data เป็น Wi-Fi
  5. เปิด Airplane Mode แล้วปิด
  6. Restart iPhone
  7. ลอง Sign in ใหม่

Apple แนะนำให้ตรวจว่า iPhone หรือ iPad มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ดีเมื่อมีปัญหา Sign in หรือเชื่อมต่อกับ iCloud.

หากเว็บไซต์อื่นก็เข้าไม่ได้ ปัญหาอาจอยู่ที่ Network ไม่ใช่ Apple Account

③ เช็ก Apple System Status ถ้า Sign in หมุนค้าง

หาก Internet ปกติ แต่ Apple Account:

  • Sign in ไม่ผ่าน
  • หมุนค้าง
  • เชื่อม Server ไม่ได้

อาจต้องตรวจว่าบริการ Apple มีปัญหาชั่วคราวหรือไม่

Apple แนะนำว่าหากอุปกรณ์ Sign in แล้วหมุนต่อเนื่องหรือเชื่อม Server ไม่ได้ ให้ตรวจ Apple System Status เพื่อดูว่าบริการที่เกี่ยวข้องกำลังมี Outage หรือ Maintenance หรือไม่.

ถ้าระบบ Apple มีปัญหา การ:

  • เปลี่ยน Password
  • ลบ Account
  • Reset Network
  • Factory Reset

มักไม่ใช่วิธีแก้ที่ถูกต้อง

ควรรอให้บริการกลับมาปกติแล้วลองอีกครั้ง

④ ตรวจ Email หรือเบอร์โทรที่ใช้ Sign in

Apple Account สามารถ Sign in ด้วย Email Address หรือหมายเลขโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ Account ตามรูปแบบบัญชีของผู้ใช้.

หากมีหลาย Email ให้ตรวจว่ากำลังใช้บัญชีถูกหรือไม่

ลองตรวจจาก:

  • iPhone เครื่องเก่า
  • iPad
  • Mac
  • Email ใบเสร็จ Apple
  • App Store
  • iCloud
  • Family Sharing

ปัญหาที่พบได้บ่อยคือผู้ใช้จำ Password ถูก แต่กำลังกรอก Email ของ Apple Account ผิดบัญชี

⑤ ลืม Apple Account Password ทำอย่างไร

ถ้าระบบแจ้งว่า Password ไม่ถูกต้อง อย่าสุ่ม Password ต่อไปเรื่อย ๆ

ให้ Reset Password อย่างเป็นทางการ

ถ้ามี iPhone หรือ iPad ที่ยัง Sign in Account อยู่ สามารถเข้าโดยทั่วไปที่:

Settings > [ชื่อของคุณ] > Sign-In & Security > Change Password

และใช้ Device Passcode เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่ Apple กำหนด

Apple ระบุว่า Trusted Device ที่ Sign in Account อยู่แล้วเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการ Reset Apple Account Password.

ถ้ายังมี Trusted Device อยู่:

อย่า Sign Out และอย่า Factory Reset

จนกว่าจะจัดการ Password สำเร็จ

⑥ ใส่ Password ถูก แต่ยังขอ Verification Code

นี่เป็นพฤติกรรมปกติหากเปิด Two-Factor Authentication

Apple ระบุว่าเมื่อ Sign in Apple Account บนอุปกรณ์หรือ Browser ใหม่ ผู้ใช้ที่เปิด Two-Factor Authentication ต้องใช้ทั้ง:

  • Password
  • Verification Code

เพื่อยืนยันตัวตน.

ดังนั้น:

Password ถูก

ไม่ได้หมายความว่าจะเข้า Account ได้ทันทีทุกครั้ง

อาจยังต้องผ่านขั้น Verification ก่อน

⑦ Verification Code ส่งไปที่ไหน

Verification Code สามารถรับผ่าน:

  • Trusted Device
  • Trusted Phone Number

เมื่อ Sign in บนอุปกรณ์ใหม่ Trusted Device อื่นสามารถแสดง Code เพื่อใช้ยืนยันตัวตนได้.

ถ้ามี iPad หรือ Mac ที่ใช้ Apple Account เดียวกันอยู่ ให้ตรวจอุปกรณ์เหล่านั้นด้วย

อย่ารอ SMS อย่างเดียวหากมี Trusted Device อยู่

⑧ ไม่ได้รับ Verification Code ทำอย่างไร

บนหน้าจอที่ขอ Verification Code ให้มองหา:

Didn’t Get a Code?

หรือ

Can’t get to your devices?

Apple ระบุว่าสามารถใช้ตัวเลือกดังกล่าวเพื่อขอ Code ผ่าน Trusted Phone Number หรือเลือกวิธีอื่นที่ระบบเสนอ.

ให้ตรวจด้วยว่า:

  • SIM มีสัญญาณ
  • รับ SMS ได้
  • Trusted Phone Number ยังใช้อยู่
  • หมายเลขที่แสดงเป็นเบอร์ของคุณจริง
  • Trusted Device เชื่อม Internet

อย่ากดขอ Code ซ้ำจำนวนมากโดยไม่ตรวจสาเหตุก่อน

⑨ เปลี่ยนเบอร์แล้ว Verification Code ส่งไปเบอร์เก่า

หาก Trusted Phone Number เดิมใช้ไม่ได้แล้ว ให้กด:

Didn’t Get a Code?

หรือ

Can’t get to your devices?

และหากไม่มีสิทธิ์เข้าถึง Trusted Device หรือ Trusted Phone Number อย่างถาวร Apple ระบุว่ายังสามารถพยายามกู้สิทธิ์เข้าถึง Account ผ่านกระบวนการ Recovery ได้.

ถ้าหน้าจอมีตัวเลือก:

Can’t use [phone number]

ให้ทำตามขั้นตอนที่ Apple แสดงต่อไป.

⑩ ยังมี iPhone เครื่องเก่าอยู่ อย่า Reset

สมมติว่า:

  • ซื้อ iPhone เครื่องใหม่
  • กำลัง Sign in ไม่ได้
  • แต่ iPhone เครื่องเก่ายัง Sign in Account อยู่

อย่า Factory Reset เครื่องเก่า

เพราะมันอาจเป็น Trusted Device ที่ใช้:

  • รับ Verification Code
  • เปลี่ยน Password
  • ตรวจ Trusted Phone Number
  • จัดการ Security
  • ช่วย Recovery

ได้

การรีบล้างเครื่องเก่าอาจทำให้จากปัญหาง่าย ๆ กลายเป็นการกู้ Account ที่ยุ่งยากขึ้น

⑪ ขึ้น Verification Failed แก้อย่างไร

หากขึ้นข้อความลักษณะ:

Verification Failed

อย่าเพิ่งสรุปว่า Password ผิด

ให้ตรวจตามลำดับ:

  1. Internet
  2. Apple System Status
  3. Email/Phone ของ Account
  4. Password
  5. Verification Code
  6. วันที่และเวลาเครื่อง
  7. Software Update
  8. Account Status

Apple แนะนำให้ตรวจ Network และสถานะบริการเมื่อมีปัญหาเชื่อมต่อหรือ Sign in iCloud.

ถ้า Account Sign in ผ่านเว็บได้ แต่ iPhone เครื่องเดียวเข้าไม่ได้ ปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่ตัวเครื่องหรือการเชื่อมต่อมากขึ้น

⑫ ทดลอง Sign in ผ่านเว็บช่วยแยกปัญหาได้

หากไม่แน่ใจว่าปัญหาอยู่ที่ iPhone หรือ Account ให้ลอง Sign in Apple Account ผ่านเว็บของ Apple

Apple รองรับการ Sign in บนเว็บด้วย Email Address หรือ Phone Number และ Password และหากเปิด Two-Factor Authentication อาจต้องใช้ Verification Code เพิ่ม.

ถ้าเว็บก็เข้าไม่ได้

ให้ตรวจ:

  • Password
  • Verification
  • Account Locked
  • Account Disabled

ถ้าเว็บเข้าได้ แต่ iPhone เข้าไม่ได้

ให้เน้นตรวจ:

  • Internet
  • iOS
  • Apple Services
  • การตั้งค่าที่เครื่อง

วิธีนี้ช่วยแยกสาเหตุได้เร็วมาก

⑬ Apple Account ถูก Locked ทำอย่างไร

ถ้าข้อความระบุชัดว่า:

  • Apple Account Locked
  • Not Active
  • Disabled

อย่าแก้เหมือนปัญหา Network

Apple มีขั้นตอนเฉพาะสำหรับบัญชี Locked, Not Active หรือ Disabled และในบางกรณีอาจมีตัวเลือกให้ Request Access หรือ Reset Password ตามสถานะที่แสดง.

หัวข้อนี้แตกต่างจากการ Login ไม่ผ่านธรรมดา

ดังนั้นอ่านข้อความ Error ให้ครบ

⑭ ใส่รหัสผิดหลายครั้ง ระวัง Account ถูกล็อก

Apple ระบุว่าหากคุณหรือบุคคลอื่นกรอก Password, Security Questions หรือข้อมูลบัญชีผิดหลายครั้ง Apple Account สามารถถูกล็อกโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันความปลอดภัย.

ดังนั้นเมื่อไม่แน่ใจ Password:

อย่าลองเดาต่อ

ให้ Reset Password แทน

โดยเฉพาะอย่าสับสนระหว่าง:

  • iPhone Passcode
  • Apple Account Password
  • SIM PIN

เพราะเป็นคนละรหัสกัน

⑮ iPhone Passcode กับ Apple Account Password ต่างกัน

iPhone Passcode

ใช้ปลดล็อกตัวเครื่อง เช่น:

6-digit passcode

Apple Account Password

ใช้กับ:

  • iCloud
  • App Store
  • Apple Account
  • Find My
  • บริการ Apple

ดังนั้นถ้าหน้า Sign in ขอ Apple Account Password อย่าใส่ Passcode หน้าจอ iPhone แทน

แต่ในบางขั้นตอนที่ทำบน Trusted Device Apple อาจใช้ Device Passcode เพื่อยืนยันว่าคุณเป็นเจ้าของอุปกรณ์ก่อนอนุญาตให้เปลี่ยน Password

⑯ iCloud Sign in ไม่ได้ แต่ App Store ใช้ได้

ปัญหานี้อาจหมายความว่า Account ไม่ได้เสียทั้งระบบ

ให้ตรวจ:

  • iCloud Settings
  • Internet
  • Account Status
  • Apple System Status
  • Verification
  • Software Update

Apple มีเอกสารแยกสำหรับกรณี can’t connect or sign in to iCloud ซึ่งครอบคลุม Network, Verification Code และ Account Locked.

อย่าลบข้อมูลทั้งเครื่องเพียงเพราะ iCloud ส่วนเดียวมีปัญหา

⑰ App Store ใช้ไม่ได้ แต่ iCloud เข้าได้

หาก Apple Account ยังใช้งานกับ iCloud ได้ แต่ App Store แสดงข้อความเกี่ยวกับ:

Media & Purchases

ปัญหาอาจเป็นอีกส่วนหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่า Apple Account ทั้งบัญชี Sign in ไม่ได้

ให้อ่านข้อความ Error ที่ App Store ก่อน

โดยเฉพาะถ้าขึ้น:

Your Media & Purchases account has been disabled

กรณีนี้ต้องจัดการตามขั้นตอน Media & Purchases โดยเฉพาะ ไม่ใช่ Factory Reset iPhone

⑱ Settings ขึ้น “Update Apple Account Settings” ซ้ำ ๆ

หาก iPhone ขอให้อัปเดต Apple Account Settings ซ้ำ ให้ตรวจว่า:

  • Password ล่าสุดถูกต้อง
  • Two-Factor Verification ผ่าน
  • Internet ทำงาน
  • Apple Services ปกติ
  • มี Software Update หรือไม่

ถ้าเพิ่งเปลี่ยน Password อุปกรณ์หรือบริการบางส่วนอาจต้องยืนยัน Password ใหม่อีกครั้ง

อย่ากรอก Password ซ้ำกับหน้าต่างแปลก ๆ ที่ไม่ได้มาจาก Settings หรือบริการ Apple ที่คุณเปิดเอง

⑲ Account ใน Settings เป็นสีเทา กดไม่ได้ ไม่ได้แปลว่า Account ถูกล็อกเสมอไป

หากชื่อ Apple Account หรือปุ่ม Sign Out เป็นสีเทา ปัญหาอาจเกิดจาก Screen Time Restrictions

Apple ระบุว่าหาก Sign Out ไม่ได้และเห็นข้อความเกี่ยวกับ Restrictions ควรตรวจ Screen Time Passcode และข้อจำกัดของ Account Changes.

ดังนั้น:

Settings เป็นสีเทา ≠ Apple Account Locked เสมอไป

ต้องดูข้อความประกอบ

⑳ ใช้ VPN แล้ว Sign in ไม่ได้ ควรทำอย่างไร

หากกำลังใช้:

  • VPN
  • DNS Filter
  • Ad Blocker ระดับ Network
  • Corporate Network
  • Wi-Fi ที่ต้อง Login Portal

ให้ลองปิดชั่วคราวหรือเปลี่ยนเครือข่ายเพื่อทดสอบ

เป้าหมายคือแยกว่าปัญหา Sign in มาจาก Account หรือ Network

ไม่จำเป็นต้องลบ VPN ถาวร เพียงทดสอบด้วยเครือข่ายปกติก่อน

㉑ เช็กวันที่และเวลาของ iPhone

แนะนำให้เปิดการตั้งเวลาอัตโนมัติ

โดยทั่วไปเข้า:

Settings > General > Date & Time

แล้วเปิด:

Set Automatically

เวลาและ Time Zone ที่ผิดอาจรบกวนการเชื่อมต่อหรือการยืนยันกับบริการออนไลน์บางประเภท

หลังแก้แล้ว Restart และลอง Sign in ใหม่

㉒ Update iOS หากเครื่องใช้เวอร์ชันเก่า

หาก:

  • Internet ปกติ
  • Account เข้าเว็บได้
  • Apple Services ไม่ล่ม
  • Password ถูก

แต่ iPhone ยัง Sign in ไม่ผ่าน ให้ตรวจ Software Update

Apple แนะนำในปัญหาการสร้างหรือใช้งาน Apple Account บางประเภทให้ตรวจว่าอุปกรณ์ใช้ Software เวอร์ชันล่าสุดที่รองรับ.

ก่อน Update ควร:

  • มีแบตเพียงพอ
  • เชื่อม Wi-Fi ที่เสถียร
  • Backup ข้อมูลสำคัญ

㉓ อย่าลบ Account ถ้ายังจำ Password ไม่ได้

หาก iPhone ยัง Sign in Apple Account อยู่บางส่วน แต่คุณจำ Password ไม่ได้:

อย่า Sign Out

ก่อนที่จะ Reset Password สำเร็จ

เพราะอุปกรณ์ที่ยัง Sign in อาจเป็น Trusted Device และช่วยให้การเปลี่ยน Password ง่ายกว่าการกู้ Account จากศูนย์.

หลักง่าย ๆ คือ:

ยังเข้าเครื่องได้ = รักษาสถานะนั้นไว้ก่อน

㉔ ไม่มี Trusted Device และ Trusted Phone Number แล้วทำอย่างไร

หากไม่มีทั้ง:

  • Trusted iPhone
  • iPad
  • Mac
  • Trusted Phone Number

Apple ระบุว่ายังสามารถเริ่มกระบวนการ Account Recovery ได้.

โดยใช้ระบบของ Apple สำหรับ Reset Password และทำตามขั้นตอนที่แสดง

Account Recovery อาจไม่ได้เสร็จทันที เพราะระบบต้องตรวจสอบความเป็นเจ้าของเพื่อป้องกันคนอื่นยึดบัญชี

㉕ Account Recovery อาจต้องรอ

Apple ระบุว่า Account Recovery อาจใช้เวลาหลายวันหรือมากกว่านั้น และ Apple Support ไม่สามารถเร่งระยะเวลานี้ให้เร็วขึ้นได้.

ดังนั้นควรระวังบริการที่บอกว่า:

“จ่ายเงินแล้วเร่ง Apple Recovery ได้”

หรือ

“ปลด Apple Account ให้ภายใน 10 นาที”

หากระบบ Apple กำหนดระยะ Recovery จริง บุคคลภายนอกไม่ควรสามารถข้ามกระบวนการรักษาความปลอดภัยนั้นได้

㉖ Factory Reset iPhone ช่วยแก้ Sign in ไม่ได้ไหม

ไม่ควรเป็นวิธีแรก

หากต้นเหตุคือ:

  • Password ผิด
  • ไม่ได้รับ Verification Code
  • Trusted Number หาย
  • Account Locked
  • Apple Server มีปัญหา

Factory Reset ไม่ได้แก้ต้นเหตุเหล่านี้

และถ้า Find My เปิดอยู่ หลังล้างเครื่องอาจต้องยืนยัน Apple Account ที่เกี่ยวข้องอีกครั้งผ่าน Activation Lock

ดังนั้นอย่าทำให้ปัญหา “Sign in ไม่ได้” กลายเป็น “ตั้งค่า iPhone ไม่ได้หลัง Reset”

㉗ Reset Network Settings ช่วยไหม

ถ้าพิสูจน์แล้วว่าปัญหาอยู่ที่ Network สามารถพิจารณา Reset Network Settings เป็นขั้นตอนหลัง ๆ ได้

แต่ก่อนทำควรลองง่าย ๆ ก่อน:

  1. Wi-Fi อื่น
  2. Mobile Data
  3. Restart
  4. Airplane Mode
  5. ปิด VPN ชั่วคราว

เพราะ Reset Network Settings จะล้างการตั้งค่า Network บางส่วน เช่น Wi-Fi ที่บันทึกไว้

จึงไม่ควรทำเป็นขั้นแรกหากยังไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่เครือข่ายจริงหรือไม่

㉘ ซื้อ iPhone มือสองแล้ว Sign in Account ตัวเองไม่ได้

ต้องตรวจว่าปัญหาเป็น:

หน้า Setup ขอ Account เจ้าของเก่า

อาจเกี่ยวข้องกับ Activation Lock

เข้าหน้า Home ได้ แต่เพิ่ม Account ตัวเองไม่ได้

อาจเกี่ยวกับ:

  • Restrictions
  • MDM
  • Network
  • Software
  • Account ของคุณเอง

อย่าสับสนสองกรณีนี้

หากเครื่องถาม Apple Account ของเจ้าของเก่าหลัง Reset ให้ติดต่อผู้ขาย ไม่ควรใช้วิธี Bypass

㉙ iPhone ของบริษัทหรือโรงเรียน Sign in ไม่ได้

อุปกรณ์องค์กรอาจมี:

  • MDM
  • Restrictions
  • Managed Apple Account
  • นโยบาย IT

ทำให้การเพิ่มหรือเปลี่ยน Account ถูกจำกัด

หากเป็นเครื่องของ:

  • บริษัท
  • โรงเรียน
  • มหาวิทยาลัย

ควรติดต่อ Administrator หรือฝ่าย IT ก่อน Factory Reset หรือพยายามลบ Profile

㉚ ระวัง Phishing ระหว่างแก้ Apple Account

หากกำลังมีปัญหา Sign in อาจได้รับ Email หรือ SMS ลักษณะ:

Your Apple Account has been locked

Verify your account now

iCloud suspended

อย่ารีบกดลิงก์

ควรเปิด Settings หรือเข้าเว็บไซต์ Apple ด้วยตัวเอง

ไม่ควรส่ง:

  • Apple Account Password
  • Verification Code
  • Device Passcode
  • Recovery Key

ให้บุคคลอื่น

โดยเฉพาะ Verification Code ที่ได้รับระหว่าง Sign in ควรใช้เฉพาะกับการ Login ที่คุณเป็นผู้เริ่มเอง

㉛ มี Verification Code เข้ามาทั้งที่ไม่ได้ Sign in

ถ้ามี Trusted Device แจ้งว่ามีความพยายาม Sign in จากสถานที่หรืออุปกรณ์ที่คุณไม่รู้จัก:

อย่าอนุมัติ

จากนั้นควร:

  • ตรวจ Account Security
  • เปลี่ยน Password หากสงสัยว่ารหัสรั่ว
  • ตรวจ Trusted Devices
  • ตรวจ Trusted Phone Numbers

Two-Factor Authentication มีไว้เพื่อหยุดสถานการณ์ที่บุคคลอื่นรู้ Password แต่ยังไม่มี Verification Code.

㉜ ลำดับแก้ปัญหาแบบเร็วที่สุด

ถ้า Apple Account บน iPhone Sign in ไม่ได้ ให้ทำตามนี้:

ขั้นที่ 1

ตรวจ Wi-Fi หรือ Mobile Data

ขั้นที่ 2

ตรวจ Apple System Status

ขั้นที่ 3

ตรวจ Email หรือ Phone Number ของ Account

ขั้นที่ 4

ตรวจ Password

ขั้นที่ 5

หากลืม Password ให้ Reset ผ่าน Trusted Device

ขั้นที่ 6

หากติด Verification ให้กด Didn’t Get a Code?

ขั้นที่ 7

ตรวจ Trusted Device และ Trusted Phone Number

ขั้นที่ 8

ลอง Sign in ผ่านเว็บเพื่อแยก Account กับ iPhone

ขั้นที่ 9

ถ้าขึ้น Locked / Disabled / Not Active ให้แก้ Account Status

ขั้นที่ 10

หากไม่มี Trusted Device หรือเบอร์แล้ว ให้ใช้ Account Recovery

ขั้นที่ 11

อย่า Factory Reset ก่อนรู้สาเหตุ

ลำดับนี้ช่วยลดการแก้ผิดจุดและลดความเสี่ยงทำให้การกู้ Account ยากกว่าเดิม

㉝ คำถามที่พบบ่อย

ใส่ Apple ID Password ถูกแต่เข้าไม่ได้ทำไม

อาจต้องผ่าน Two-Factor Authentication ด้วย Verification Code หรืออาจมีปัญหาด้าน Network, Server หรือสถานะ Account.

Apple ID ปัจจุบันเรียกว่าอะไร

Apple ใช้ชื่อ Apple Account แทน Apple ID แต่ยังใช้ข้อมูลบัญชีเดิมสำหรับ Sign in

ไม่ได้รับ Verification Code ทำอย่างไร

เลือก Didn’t Get a Code? หรือ Can’t get to your devices? แล้วใช้ Trusted Phone Number หรือวิธีที่ระบบเสนอ.

เบอร์เก่าใช้ไม่ได้แล้วทำอย่างไร

หากไม่สามารถเข้าถึง Trusted Phone Number และ Trusted Devices ได้อีก สามารถเริ่มกระบวนการ Account Recovery ตามขั้นตอนของ Apple.

Sign in หมุนค้างทำอย่างไร

ตรวจ Internet และ Apple System Status ก่อน เพราะ Apple แนะนำให้ตรวจสถานะระบบหากอุปกรณ์ Sign in แล้วหมุนต่อเนื่องหรือเชื่อม Server ไม่ได้.

Apple Account ถูกล็อกทำอย่างไร

ให้ทำตามขั้นตอนสำหรับ Account Locked, Not Active หรือ Disabled ซึ่งอาจรวมถึง Reset Password หรือ Request Access ตามข้อความที่ระบบแสดง.

Factory Reset ช่วยไหม

ไม่ควรทำเป็นวิธีแรก เพราะไม่ได้แก้ Password, Verification Code หรือสถานะ Account และอาจทำให้ต้องยืนยัน Activation Lock เพิ่มหลัง Reset

สรุป ลงชื่อเข้า Apple ID หรือ Apple Account บน iPhone ไม่ได้ แก้อย่างไร

หาก Sign in Apple Account บน iPhone ไม่ได้ ให้แก้ตามลำดับนี้:

  1. ตรวจอินเทอร์เน็ต
  2. ตรวจ Apple System Status
  3. เช็ก Email หรือหมายเลขโทรศัพท์ของ Apple Account
  4. ตรวจ Password
  5. หากลืม Password ให้ Reset จาก Trusted Device
  6. หากติด Two-Factor Authentication ให้รับ Verification Code
  7. ไม่ได้รับ Code ให้กด Didn’t Get a Code?
  8. หากเปลี่ยนเบอร์ ให้ตรวจ Trusted Phone Number และ Trusted Devices
  9. ลอง Sign in ผ่านเว็บเพื่อแยกว่าปัญหาอยู่ที่ Account หรือ iPhone
  10. หากขึ้น Locked, Disabled หรือ Not Active ให้แก้สถานะ Account ตามขั้นตอนของ Apple
  11. หากไม่มี Trusted Device และ Trusted Number ให้ใช้ Account Recovery
  12. อย่า Factory Reset ก่อนรู้สาเหตุ

Apple ระบุว่าเมื่อ Sign in ด้วย Account ที่ใช้ Two-Factor Authentication ผู้ใช้ต้องมี Verification Code เพิ่ม และถ้าการ Sign in หมุนค้างหรือเชื่อม Server ไม่ได้ควรตรวจ System Status และการเชื่อมต่อก่อน.

สำหรับผู้อ่าน comsiam หากยังมี iPhone, iPad หรือ Mac สักเครื่องที่ Sign in Apple Account อยู่ อย่า Sign Out และอย่า Factory Reset เครื่องนั้น จนกว่าจะเข้า Account บนอุปกรณ์ใหม่ได้สำเร็จ เพราะ Trusted Device อาจเป็นช่องทางสำคัญสำหรับ Reset Password และรับ Verification Code.

comsiam แนะนำให้หลังกลับเข้าสู่ Apple Account ได้แล้ว ตรวจ Trusted Phone Number, Trusted Devices และ Two-Factor Authentication ให้เป็นข้อมูลปัจจุบัน โดยเฉพาะก่อนเปลี่ยนเบอร์หรือขาย iPhone เครื่องเก่า เพื่อป้องกันไม่ให้ครั้งต่อไปติดอยู่หน้า Verification โดยไม่มีอุปกรณ์หรือหมายเลขสำหรับยืนยันตัวตน