แอปดูดเงินมีอะไรบ้าง? รวมแอปรีโมตและแอปแฝง พร้อมวิธีตรวจสิทธิ์และป้องกันเงินในบัญชี

แอปที่ทำให้เสียเงินอาจไม่ได้ชื่อว่า “แอปดูดเงิน” มิจฉาชีพอาจหลอกให้ติดตั้งแอปควบคุมมือถือจากระยะไกล แฝงโปรแกรมอันตรายในแอปทั่วไป หรือหลอกให้กรอกรหัสผ่านและ OTP ในหน้าเว็บปลอม

สิ่งสำคัญคือ แอปรีโมตและแอปไฟฉายที่กล่าวถึงด้านล่างไม่ได้เป็นแอปขโมยเงินทุกตัว หลายแอปเป็นเครื่องมือปกติ แต่คนร้ายอาจนำชื่อแอปเหล่านั้นมาใช้หลอกให้ติดตั้ง เปิดสิทธิ์ หรือให้รหัสเชื่อมต่อ

① รายชื่อแอปรีโมตที่ควรรู้จัก

แอปต่อไปนี้เป็นตัวอย่างโปรแกรมควบคุมหรือเข้าถึงอุปกรณ์จากระยะไกลที่หน่วยงานรัฐเคยยกชื่อไว้ในคำเตือน

  • AnyDesk
  • TeamViewer และ TeamViewer QuickSupport
  • AirDroid
  • Chrome Remote Desktop
  • Inkwire
  • LogMeIn
  • VNC
  • Parsec

แอปเหล่านี้มีการใช้งานจริงเพื่อช่วยเหลือหรือดูแลอุปกรณ์จากระยะไกล ไม่ได้หมายความว่าติดตั้งแล้วเงินจะหายทันที ความเสี่ยงเกิดเมื่อคนแปลกหน้าเป็นฝ่ายสั่งให้ติดตั้ง ขอรหัสเชื่อมต่อ ให้แชร์หน้าจอ หรือเปิดสิทธิ์ควบคุมเครื่อง

ถ้ามีคนโทรหรือแชตมาบอกให้ติดตั้งแอปรีโมตเพื่อแก้บัญชี แจ้งความ รับเงินคืน หรือตรวจสอบธุรกรรม ให้วางสายก่อน อย่าติดตั้งและอย่าให้รหัสกับเขา

รายชื่อนี้เป็นตัวอย่างจากคำเตือนในอดีต ไม่ใช่บัญชีรายชื่อแอปอันตราย และไม่ใช่รายชื่อครบทุกแอป

② แอปแฝงที่เคยมีรายงาน

แอปอันตรายอาจปลอมตัวเป็นแอปทั่วไป เช่น

  • ไฟฉาย
  • แอปทำความสะอาดเครื่องหรือเร่งความเร็วมือถือ
  • แอปจัดการไฟล์หรือเพิ่มพื้นที่ว่าง
  • เกมหรือแอปวอลเปเปอร์
  • แอปอ่าน QR Code
  • แอปเงินกู้ปลอมหรือแอปที่แอบอ้างหน่วยงาน

ตัวอย่างที่เคยเป็นข่าวคือ โทรจัน Android/Charger.B ซึ่งนักวิจัยพบซ่อนอยู่ในแอปไฟฉายชื่อ Flashlight LED Widget ในปี 2017 แอปตัวอย่างดังกล่าวถูกนำออกจากร้านแอปหลังมีการแจ้งเตือน จึงเป็นกรณีศึกษาในอดีต ไม่ได้หมายความว่าแอปชื่อนี้ยังเป็นภัยอยู่ในปัจจุบัน

อีกตัวอย่างคือ LightsOut ซึ่งเคยซ่อนในแอปไฟฉายและแอปอรรถประโยชน์บางตัว โดยมีพฤติกรรมเกี่ยวกับโฆษณารบกวนและการซ่อนไอคอน ไม่ใช่กรณีเดียวกับโทรจันขโมยข้อมูลธนาคาร ส่วนรายงานเกี่ยวกับ BankBot เคยกล่าวถึงการแฝงในแอปทั่วไปบางประเภท เช่น ไฟฉาย เกม และแอปทำความสะอาด

บทเรียนจากข่าวเหล่านี้คือ อย่าตัดสินจากชื่อหรือหน้าตาแอปอย่างเดียว ให้ตรวจผู้พัฒนา แหล่งดาวน์โหลด และสิทธิ์ที่แอปขอด้วย

③ สัญญาณว่าแอปอาจขอสิทธิ์เกินหน้าที่

ให้ตรวจเป็นพิเศษเมื่อแอปที่ทำหน้าที่ง่าย ๆ เช่น ไฟฉายหรือวอลเปเปอร์ ขอสิทธิ์ต่อไปนี้โดยไม่มีเหตุผลที่เข้าใจได้

  • อ่านหรือสั่งงานหน้าจอผ่าน Accessibility
  • แสดงหน้าต่างทับแอปอื่น
  • อ่านการแจ้งเตือน
  • เป็นผู้ดูแลอุปกรณ์
  • ติดตั้งแอปอื่นจากแหล่งที่ไม่รู้จัก
  • เข้าถึง SMS รายชื่อผู้ติดต่อ หรือโทรศัพท์
  • ใช้ VPN หรือเข้าถึงข้อมูลการใช้งานของแอปอื่น
  • แชร์หรือบันทึกหน้าจอระหว่างเปิดแอปธนาคาร

แอปที่ใช้เพื่อการช่วยเหลือการเข้าถึงหรือการทำงานเฉพาะทางอาจต้องใช้สิทธิ์บางอย่าง จึงไม่ควรปิดทุกสิทธิ์โดยไม่ตรวจสอบ ให้ดูว่าแอปนั้นเป็นแอปที่เรารู้จักและจำเป็นต้องใช้หรือไม่

④ วิธีตรวจและปิดสิทธิ์แอปรีโมตบน Android

ชื่อเมนูอาจต่างกันตามยี่ห้อและเวอร์ชัน Android หากหาไม่พบ ให้ใช้ช่องค้นหาในหน้า “การตั้งค่า” แล้วพิมพ์ชื่อสิทธิ์ที่ต้องการตรวจ

ตรวจรายชื่อแอปที่ติดตั้ง

ไปที่ การตั้งค่า > แอป > ดูแอปทั้งหมด หรือ การจัดการแอป แล้วตรวจแอปที่เพิ่งติดตั้ง แอปที่จำชื่อไม่ได้ หรือแอปที่ไม่ได้ตั้งใจติดตั้ง

ตรวจสิทธิ์พิเศษ

ค้นหาเมนูหรือคำต่อไปนี้ในหน้าการตั้งค่า แล้วตรวจว่ามีแอปที่ไม่รู้จักเปิดสิทธิ์อยู่หรือไม่

  1. การช่วยเหลือพิเศษ (Accessibility)
    ปิดบริการของแอปที่ไม่รู้จักหรือไม่จำเป็น อย่าปิดบริการที่คุณต้องใช้เพื่อการมองเห็นหรือการช่วยเหลือตนเองโดยไม่ตรวจสอบก่อน
  2. แสดงทับแอปอื่น (Display over other apps)
    ปิดให้แอปที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะแอปที่ไม่มีเหตุผลต้องแสดงหน้าต่างบนแอปธนาคาร
  3. ผู้ดูแลอุปกรณ์ (Device administrator)
    ตรวจว่ามีแอปที่ไม่รู้จักเป็นผู้ดูแลเครื่องหรือไม่ หากต้องถอนแอปที่มีสิทธิ์นี้ อาจต้องปิดสิทธิ์ผู้ดูแลก่อน
  4. สิทธิ์เข้าถึงการแจ้งเตือน (Notification access)
    ปิดสิทธิ์ของแอปที่ไม่จำเป็นต้องอ่านข้อความแจ้งเตือน
  5. ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก (Install unknown apps)
    ปิดสิทธิ์ของเบราว์เซอร์ แอปแชต และแอปจัดการไฟล์ หากไม่ได้ตั้งใจติดตั้งไฟล์ด้วยตนเอง
  6. VPN และการเข้าถึงข้อมูลการใช้งาน (Usage access)
    ตรวจชื่อแอปและปิดรายการที่ไม่รู้จัก
  7. Google Play Protect
    เปิด Play Store แตะรูปบัญชี > Play Protect > สแกน และตรวจว่าเปิดการสแกนไว้

ถ้าพบแอปที่ไม่รู้จัก ให้ตัดอินเทอร์เน็ตก่อนหากสงสัยว่ามีการควบคุมเครื่อง จากนั้นจึงพิจารณาปิดสิทธิ์และถอนการติดตั้ง หากปุ่มถอนการติดตั้งใช้ไม่ได้ อย่ากดเมนูที่ไม่เข้าใจ ให้ขอความช่วยเหลือจากศูนย์บริการผู้ผลิตหรือช่างที่เชื่อถือได้

⑤ วิธีตรวจบน iPhone

ไปที่ การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย แล้วตรวจสิทธิ์ของแอปที่เข้าถึงกล้อง ไมโครโฟน รูปภาพ รายชื่อ ตำแหน่งที่ตั้ง และ Bluetooth ปิดสิทธิ์ที่ไม่จำเป็นต่อการทำงานของแอป

จากนั้นตรวจ การตั้งค่า > ทั่วไป > VPN และการจัดการอุปกรณ์ ว่ามีโปรไฟล์หรือการจัดการอุปกรณ์ที่ไม่รู้จักหรือไม่

หากเป็นโปรไฟล์ของที่ทำงานหรือโรงเรียน ให้ถามผู้ดูแลก่อนลบ หากเป็นโปรไฟล์ที่ติดตั้งหลังจากมีคนส่งลิงก์มาและคุณไม่รู้จัก ให้สอบถาม Apple หรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ เพราะการลบโปรไฟล์อาจลบการตั้งค่าและข้อมูลที่ผูกอยู่กับโปรไฟล์นั้นด้วย

รูปแบบการควบคุมเครื่องบน iPhone แตกต่างจาก Android แต่ยังมีความเสี่ยงจากการหลอกให้แชร์หน้าจอ เปิดเผยข้อมูล หรือกดยืนยันธุรกรรม อย่าทำตามคำแนะนำของคนแปลกหน้าขณะเปิดแอปธนาคาร

⑥ ตั้งค่าป้องกันที่แอปธนาคาร

  • เปิดการแจ้งเตือนเมื่อมีเงินออกจากบัญชี และตรวจว่าการแจ้งเตือนส่งถึงอุปกรณ์ที่ใช้อยู่
  • ตั้งวงเงินโอนต่อวันให้เหมาะกับการใช้งานจริง หากต้องเพิ่มวงเงินให้ทำผ่านช่องทางทางการของธนาคาร
  • ตั้งรหัสเข้าแอปธนาคารที่ไม่ซ้ำกับรหัสบริการอื่น และอย่าบอกรหัสหรือ OTP ให้ใคร
  • ตรวจชื่อผู้รับและยอดเงินทุกครั้งก่อนกดยืนยัน โดยเฉพาะเมื่อมีคนเร่งให้โอน
  • ใช้แอปธนาคารจาก App Store หรือ Google Play และอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด
  • อย่าเปิดแอปธนาคารระหว่างแชร์หน้าจอหรือมีแอปรีโมตที่คนอื่นเชื่อมต่ออยู่
  • ติดต่อธนาคารเพื่อถามวิธีระงับ Mobile Banking ชั่วคราว หากสงสัยว่ามีผู้อื่นเข้าถึงมือถือหรือบัญชี
  • ใช้โทรศัพท์ที่ยังได้รับอัปเดตความปลอดภัย หลีกเลี่ยงเครื่องที่ Root หรือ Jailbreak

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมาตรฐานให้สถาบันการเงินยกระดับการป้องกัน Mobile Banking และจัดให้มีช่องทางแจ้งเหตุเร่งด่วน แต่ระบบป้องกันของธนาคารไม่ใช่เหตุผลให้เปิดเผยรหัสหรือทำตามคำสั่งของคนโทรมา ผู้ใช้ควรตรวจการแจ้งเตือน วงเงิน และช่องทางติดต่อของธนาคารที่ตนใช้ด้วย

⑦ ถ้าสงสัยว่ามีคนรีโมตมือถืออยู่ ให้ทำอย่างไร?

  1. หยุดธุรกรรมทันที อย่าเปิดแอปธนาคาร อย่ากรอกรหัส และอย่าบอกรหัสเชื่อมต่อ
  2. ตัดอินเทอร์เน็ต เปิดโหมดเครื่องบิน หรือปิด Wi‑Fi และข้อมูลมือถือ หากทำไม่ได้หรือสงสัยว่าคนร้ายกำลังควบคุมเครื่อง ให้ปิดเครื่อง
  3. ใช้อีกเครื่องโทรหาธนาคาร โทรหมายเลขทางการบนบัตรหรือเว็บไซต์ธนาคาร แจ้งเหตุและขอระงับธุรกรรมหรือช่องทางที่เสี่ยง
  4. โทร AOC 1441 โดยเร็ว เพื่อแจ้งเหตุอาชญากรรมออนไลน์และขอคำแนะนำในการประสานงาน
  5. เก็บหลักฐาน เช่น เบอร์โทร ข้อความ ลิงก์ ชื่อแอป ภาพหน้าจอ เวลาเกิดเหตุ และรายการเงินเข้าออก
  6. แจ้งความผ่านช่องทางตำรวจทางการ และจดเลขอ้างอิงจากธนาคารกับเจ้าหน้าที่ไว้ติดตามเรื่อง
  7. เปลี่ยนรหัสผ่านจากอุปกรณ์ที่ปลอดภัย เริ่มจากอีเมลและบัญชีที่ผูกกับธนาคาร พร้อมตรวจอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ

อย่าใช้มือถือที่สงสัยว่าถูกควบคุมเป็นเครื่องโทรหาธนาคารหรือเปลี่ยนรหัสผ่าน และอย่าเพิ่งลบหลักฐานหรือกดล้างเครื่องก่อนบันทึกข้อมูลสำคัญ

⑧ รีสตาร์ตเครื่องไม่เหมือนรีเซ็ตล้างข้อมูล

รีสตาร์ต (Restart) คือปิดและเปิดระบบใหม่ตามปกติ โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ รายชื่อ หรือแอป แต่ไม่ได้ถอนแอปอันตรายและไม่ได้รับประกันว่าคนร้ายจะเข้าถึงเครื่องไม่ได้อีก

  • Android: บันทึกงานที่เปิดอยู่ กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง แล้วเลือก “รีสตาร์ต” หากไม่มีตัวเลือก ให้เลือก “ปิดเครื่อง” รอจนเครื่องดับ แล้วเปิดใหม่ตามปกติ
  • iPhone: ใช้เมนูปิดเครื่องตามรุ่น แล้วเปิดเครื่องใหม่ หากเครื่องค้าง ให้ทำตามวิธีบังคับรีสตาร์ตจากคู่มือ Apple สำหรับรุ่นนั้น

อย่าสับสนกับ รีเซ็ตเป็นค่าโรงงาน (Factory reset) หรือคำสั่ง “ลบข้อมูลทั้งหมด / Wipe data” เพราะอาจลบแอปและข้อมูลในเครื่อง การล้างเครื่องควรทำหลังสำรองข้อมูลและปรึกษาธนาคาร ผู้ผลิต หรือช่างที่เชื่อถือได้แล้วเท่านั้น

ถ้าสงสัยว่ามีแอปอันตราย อย่าคิดว่าการรีสตาร์ตอย่างเดียวแก้ปัญหาได้ ให้ตัดอินเทอร์เน็ต ติดต่อธนาคาร และตรวจแอปกับสิทธิ์ก่อน

⑨ เช็กลิสต์ป้องกันภัยเดือนละครั้ง

  • ตรวจแอปที่เพิ่งติดตั้งและถอนแอปที่ไม่รู้จัก
  • ตรวจ Accessibility, แสดงทับแอป, ผู้ดูแลอุปกรณ์ และสิทธิ์อ่านการแจ้งเตือน
  • ปิดการติดตั้งแอปจากแหล่งที่ไม่รู้จัก
  • สแกน Google Play Protect หากใช้ Android
  • ตรวจ VPN และโปรไฟล์การจัดการอุปกรณ์บน iPhone
  • อัปเดตระบบและแอปธนาคาร
  • เปิดแจ้งเตือนเงินออกและทบทวนวงเงินโอน
  • ไม่ติดตั้งแอปรีโมตตามคำสั่งจากคนแปลกหน้า
  • ไม่บอกรหัสผ่าน PIN หรือ OTP และไม่แชร์หน้าจอขณะใช้ธนาคาร
  • สำรองรูปภาพ รายชื่อ และไฟล์สำคัญเป็นประจำ

สรุป: รู้จักชื่อแอป ตรวจสิทธิ์ และป้องกันทั้งมือถือกับบัญชี

แอปรีโมตอย่าง AnyDesk หรือ TeamViewer เป็นเครื่องมือที่อาจถูกนำไปใช้หลอก แต่ไม่ได้ขโมยเงินโดยตัวมันเอง ส่วนแอปแฝงอย่างแอปไฟฉายหรือแอปทำความสะอาดเคยมีรายงานในอดีต จึงควรตรวจแหล่งดาวน์โหลดและสิทธิ์ที่แอปขอ ไม่ควรเหมารวมว่าแอปประเภทนั้นทุกตัวเป็นอันตราย

ป้องกันหลายชั้นด้วยการตรวจสิทธิ์ในมือถือ ตั้งวงเงินและแจ้งเตือนในแอปธนาคาร และไม่ให้คนแปลกหน้ารีโมตหรือสั่งทำธุรกรรม หากสงสัยว่าถูกควบคุมเครื่อง ให้ตัดอินเทอร์เน็ต ติดต่อธนาคารจากอีกเครื่อง และโทร AOC 1441 โดยเร็ว

ComSiam ขอเตือนให้ตรวจสอบกับธนาคารหรือตำรวจผ่านช่องทางที่ค้นหาเองก่อนติดตั้งแอปหรือทำธุรกรรมทุกครั้ง