AirPods เสียงแตก เสียงซ่า หรือมีเสียงรบกวนบน iPhone แก้อย่างไร

หาก AirPods มีเสียงแตกหรือเสียงซ่า ให้ทดลองเปิดเพลงที่ดาวน์โหลดไว้และนำ iPhone มาอยู่ใกล้หูฟังก่อน เพื่อแยกปัญหาอินเทอร์เน็ตกับ Bluetooth จากนั้นทำความสะอาดตะแกรงลำโพงและไมโครโฟน ปิดโหมดตัดเสียงรบกวนชั่วคราว แล้วเชื่อมต่อ AirPods ใหม่

หากเสียงผิดปกติเกิดกับทุกแอปและทุกอุปกรณ์ แม้รีเซ็ตแล้ว อาจเป็นปัญหาของลำโพง ไมโครโฟน แบตเตอรี่ หรือวงจรภายใน ควรนำ AirPods ไปตรวจสอบและหลีกเลี่ยงการเร่งเสียงให้ดังขึ้นเพื่อกลบเสียงรบกวน


สารบัญ

  • อาการเสียงผิดปกติของ AirPods
  • สาเหตุที่เสียงแตกหรือเสียงซ่า
  • วิธีแยกปัญหาไฟล์เสียงกับ AirPods
  • วิธีลดสัญญาณ Bluetooth รบกวน
  • วิธีทำความสะอาด AirPods
  • ตรวจสอบ ANC และ Transparency Mode
  • วิธีลบและรีเซ็ต AirPods
  • เมื่อใดควรนำไปตรวจสอบ
  • คำถามที่พบบ่อย
  • สรุป

1. อาการเสียงแตกและเสียงซ่าของ AirPods

อาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • เสียงแตกเมื่อเปิดเพลง
  • มีเสียงซ่าตลอดเวลา
  • มีเสียงรบกวนเฉพาะข้างซ้ายหรือข้างขวา
  • เสียงสั่นเมื่อมีเสียงทุ้ม
  • เสียงพร่าเมื่อเพิ่มระดับเสียง
  • เสียงคล้ายสัญญาณขาดหาย
  • มีเสียงผิดปกติเมื่อเดินหรือขยับศีรษะ
  • เสียงซ่าเฉพาะตอนโทรศัพท์
  • มีปัญหาเฉพาะเมื่อเปิดตัดเสียงรบกวน
  • โหมดฟังเสียงภายนอกมีเสียงลมหรือเสียงรบกวน
  • เสียงแตกเฉพาะบางแอป
  • ใช้งานไปสักพักแล้วอาการรุนแรงขึ้น
  • เสียงผิดปกติหลังหูฟังตกหรือสัมผัสความชื้น

ควรสังเกตว่าอาการเกิดกับ AirPods ข้างใด โหมดใด และแอปใด เพื่อช่วยแยกสาเหตุได้รวดเร็วขึ้น


2. สาเหตุที่ AirPods มีเสียงแตกหรือเสียงซ่า

สาเหตุที่พบได้บ่อยประกอบด้วย

  • ไฟล์เสียงมีคุณภาพต่ำหรือเสียหาย
  • อินเทอร์เน็ตไม่เสถียรระหว่างสตรีม
  • ระดับเสียงสูงเกินไป
  • ตะแกรงลำโพงมีฝุ่นหรือคราบอุดตัน
  • ไมโครโฟนมีสิ่งสกปรก
  • จุกหูฟัง AirPods Pro ใส่ไม่พอดี
  • สัญญาณ Bluetooth ถูกรบกวน
  • iPhone อยู่ห่างจาก AirPods
  • AirPods พยายามสลับไปยังอุปกรณ์อื่น
  • การตัดเสียงรบกวนทำงานผิดปกติ
  • ข้อมูลการจับคู่ Bluetooth เสียหาย
  • iOS หรือเฟิร์มแวร์ AirPods ยังไม่ได้อัปเดต
  • ลำโพงหรือไมโครโฟนมีความเสียหาย
  • AirPods เคยตกกระแทกหรือสัมผัสความชื้น

ควรเริ่มจากลดเสียงและเปลี่ยนไฟล์ทดสอบก่อน เพราะไม่กระทบการตั้งค่าใด ๆ


3. ลดระดับเสียงก่อนทดสอบ

หากเสียงแตกเฉพาะเมื่อเปิดดังมาก ควรลดระดับเสียงลงทันที

  1. เลือก AirPods เป็นอุปกรณ์เสียง
  2. ลดเสียงให้อยู่ในระดับต่ำ
  3. เปิดเพลงหรือเสียงพูด
  4. ค่อย ๆ เพิ่มระดับเสียง
  5. สังเกตว่าเสียงเริ่มแตกที่ระดับใด
  6. ทดลอง AirPods ทีละข้าง

ไม่ควรเปิดเสียงสูงสุดเพื่อทดสอบ เพราะไม่ช่วยระบุสาเหตุและอาจไม่เหมาะกับการฟังเป็นเวลานาน

หากเสียงแตกเฉพาะระดับสูง แต่ระดับปานกลางปกติ อาจเกิดจากไฟล์เสียง การปรับเสียง หรือความผิดปกติของลำโพงเมื่อทำงานหนัก


4. ทดลองด้วยเพลงหรือวิดีโออื่น

ไฟล์เสียงบางรายการอาจมีเสียงแตกมาตั้งแต่ต้น

ให้ทดลองดังนี้

  • เปลี่ยนไปใช้เพลงอื่น
  • เปิดเสียงพูดหรือพอดแคสต์
  • ทดลองวิดีโอ
  • ใช้แอปอื่น
  • ทดลองไฟล์ที่คุ้นเคย
  • ปิดการปรับเสียงภายในแอป
  • เปรียบเทียบกับลำโพง iPhone

หากเสียงแตกเฉพาะไฟล์เดียว ปัญหาอาจไม่ได้เกิดจาก AirPods


5. ทดลองไฟล์เสียงออฟไลน์

การสตรีมที่ไม่เสถียรอาจทำให้เสียงสะดุดจนคล้ายเสียงแตก

  1. ดาวน์โหลดเพลงหรือวิดีโอไว้ใน iPhone
  2. ปิด Wi-Fi และข้อมูลมือถือชั่วคราว
  3. เล่นไฟล์ออฟไลน์
  4. สังเกตเสียง AirPods
  5. ทดลองไฟล์อย่างน้อยสองรายการ

การอ่านผล

  • ไฟล์ออฟไลน์ปกติ: ควรตรวจสอบอินเทอร์เน็ตหรือแอป
  • ไฟล์ออฟไลน์ยังเสียงแตก: ควรตรวจสอบ AirPods และ Bluetooth
  • เสียงแตกเฉพาะแอปเดียว: ควรอัปเดตหรือตั้งค่าแอปใหม่
  • เสียงแตกทุกแอป: มีแนวโน้มเกี่ยวกับหูฟังหรือระบบเสียง

6. ปิดตัวปรับแต่งเสียงของแอป

แอปเพลงบางประเภทมี Equalizer หรือระบบเพิ่มเสียงทุ้ม หากปรับแรงเกินไปอาจทำให้เสียงแตก

  1. เปิดการตั้งค่าภายในแอปเพลง
  2. ปิด Equalizer ชั่วคราว
  3. ปิดระบบเพิ่มเสียงทุ้ม
  4. ปิดการปรับระดับเสียงอัตโนมัติ
  5. เปิดเพลงเดิม
  6. เปรียบเทียบเสียง

หากเสียงกลับมาปกติ ควรเลือกค่าปรับเสียงที่เบาลง ไม่ควรเพิ่มหลายช่วงความถี่พร้อมกันจนเกิดความผิดเพี้ยน


7. ตรวจสอบสมดุลเสียงซ้ายและขวา

หากเสียงผิดปกติเกิดเพียงข้างเดียว ให้ตรวจสอบสมดุลเสียง

  1. เปิด การตั้งค่า
  2. เลือก การช่วยการเข้าถึง
  3. แตะ เสียงและภาพ
  4. ตรวจสอบหัวข้อ สมดุล
  5. เลื่อนปุ่มให้อยู่ตรงกลาง
  6. เปิดเสียงโมโนชั่วคราวเพื่อทดสอบ
  7. เปรียบเทียบ AirPods ทั้งสองข้าง

หลังทดสอบสามารถปิดเสียงโมโน เพื่อกลับไปใช้เสียงสเตอริโอตามปกติได้


8. นำ iPhone มาไว้ใกล้ AirPods

สัญญาณ Bluetooth ที่อ่อนอาจทำให้เสียงกระตุก ขาดหาย หรือเกิดเสียงคล้ายสัญญาณรบกวน

ให้ทดลองดังนี้

  • ถือ iPhone ไว้ใกล้ตัว
  • ไม่วางเครื่องไว้อีกห้อง
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางและโลหะ
  • นำ iPhone ออกจากกระเป๋าที่มีอุปกรณ์หลายชิ้น
  • ทดลองในพื้นที่โล่ง
  • ปิดอุปกรณ์ไร้สายที่ไม่จำเป็น

หากเสียงกลับมาปกติเมื่อ iPhone อยู่ใกล้ ปัญหาอาจเกิดจากระยะห่างหรือสัญญาณรบกวน


9. หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีสัญญาณรบกวน

บริเวณที่อาจทำให้ Bluetooth ไม่เสถียร ได้แก่

  • สถานีขนส่ง
  • ห้างสรรพสินค้า
  • ห้องที่มีเราเตอร์หลายตัว
  • พื้นที่ที่มีหูฟังไร้สายจำนวนมาก
  • ใกล้เตาไมโครเวฟขณะทำงาน
  • ใกล้อุปกรณ์ส่งสัญญาณ
  • โต๊ะที่มีอุปกรณ์ Bluetooth หลายชิ้น
  • บริเวณที่มีเครื่องจักรหรือโลหะจำนวนมาก

หากอาการเกิดเฉพาะสถานที่หนึ่ง AirPods อาจไม่ได้เสีย แต่ได้รับผลจากสภาพแวดล้อม


10. ปิด Bluetooth ของอุปกรณ์อื่นชั่วคราว

AirPods อาจพยายามสลับไปยัง iPad, Mac หรือ iPhone เครื่องอื่น ทำให้เสียงขาดหรือรบกวนชั่วคราว

ให้ปิด Bluetooth ของอุปกรณ์ใกล้เคียง แล้วใช้ AirPods กับ iPhone เพียงเครื่องเดียว หากเสียงกลับมาปกติ ควรเปลี่ยนการตั้งค่าการสลับอุปกรณ์อัตโนมัติ


11. ตรวจสอบแบตเตอรี่ AirPods

แบตเตอรี่ต่ำหรือชาร์จไม่สมบูรณ์อาจทำให้การทำงานไม่เสถียร

  1. ใส่ AirPods ลงในเคส
  2. เปิดฝาใกล้ iPhone
  3. ตรวจสอบแบตเตอรี่ข้างซ้ายและข้างขวา
  4. ตรวจสอบแบตเตอรี่เคส
  5. ดูว่าทั้งสองข้างกำลังชาร์จหรือไม่
  6. ชาร์จอย่างน้อย 30 นาที
  7. ทดลองเสียงอีกครั้ง

หาก AirPods ข้างที่มีเสียงแตกมีแบตเตอรี่ลดเร็วผิดปกติ ควรตรวจสอบแบตเตอรี่และฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม


12. ทำความสะอาดตะแกรงลำโพง

คราบบนตะแกรงลำโพงอาจทำให้เสียงอู้อี้ สั่น หรือแตก

  1. นำ AirPods ออกจากหูและเคส
  2. ตรวจสอบตะแกรงใต้แสงสว่าง
  3. ใช้แปรงขนนุ่มที่สะอาดและแห้ง
  4. ปัดคราบออกอย่างเบามือ
  5. เช็ดตัวหูฟังด้วยผ้านุ่ม
  6. รอให้แห้งสนิท
  7. ทดลองเสียงในระดับต่ำ

ข้อควรระวัง

  • ไม่ใช้เข็มหรือของแหลมแคะตะแกรง
  • ไม่ฉีดน้ำหรือน้ำยาลงบน AirPods
  • ไม่กดคราบให้ลึกเข้าไป
  • ไม่ใช้ลมแรงเป่าลำโพง
  • ไม่ชาร์จหรือใช้งานขณะที่ยังชื้น

13. ตรวจสอบจุกหูฟัง AirPods Pro

จุกที่หลวม เสียรูป หรือมีคราบอุดตันอาจทำให้เสียงทุ้มสั่นและเสียงสองข้างไม่เท่ากัน

  1. ถอดจุกออกอย่างระมัดระวัง
  2. ตรวจสอบรอยฉีกขาด
  3. ทำความสะอาดตามวิธีที่เหมาะสม
  4. รอให้แห้งสนิท
  5. ใส่กลับให้แน่น
  6. ทดลองเปลี่ยนขนาดจุก
  7. เปิดเพลงเดิมเพื่อเปรียบเทียบ

หากเสียงผิดปกติหายหลังเปลี่ยนจุก ปัญหาไม่ได้เกิดจากลำโพง AirPods


14. ปิดการตัดเสียงรบกวนชั่วคราว

หากเสียงซ่าหรือเสียงแตกเกิดเฉพาะตอนเปิด ANC ให้เปลี่ยนโหมดเพื่อทดสอบ

  1. เปิดศูนย์ควบคุม
  2. กดแถบระดับเสียงค้าง
  3. เลือก ปิด การควบคุมเสียง
  4. เปิดเพลงหรืออยู่ในห้องเงียบ
  5. ตรวจสอบเสียงซ่า
  6. เปลี่ยนเป็นการตัดเสียงรบกวน
  7. เปรียบเทียบอาการ

หากมีเสียงผิดปกติเฉพาะ ANC อาจเกี่ยวข้องกับไมโครโฟน ตะแกรง หรือระบบประมวลผลเสียง


15. ปิดโหมดฟังเสียงภายนอกชั่วคราว

Transparency Mode ใช้ไมโครโฟนรับเสียงรอบตัว หากไมโครโฟนมีคราบ อาจเกิดเสียงลม เสียงซ่า หรือเสียงไม่สมดุล

  1. เปลี่ยนโหมดฟังเสียงภายนอกเป็นปิด
  2. ทดลองในสถานที่เดิม
  3. หากเสียงหาย ให้ทำความสะอาดไมโครโฟน
  4. เปิด Transparency Mode ใหม่
  5. เปรียบเทียบ AirPods ซ้ายและขวา

เสียงลมในพื้นที่กลางแจ้งอาจเป็นเสียงจากสภาพแวดล้อมที่ไมโครโฟนรับเข้ามา ไม่จำเป็นต้องเป็นความเสียหายเสมอไป


16. ปิด Spatial Audio ชั่วคราว

หากเสียงผิดปกติเกิดเฉพาะเมื่อเปิด Spatial Audio ให้ปิดเพื่อเปรียบเทียบ

  1. เปิดศูนย์ควบคุม
  2. กดแถบระดับเสียงค้าง
  3. แตะ Spatial Audio
  4. เลือก ปิด
  5. เปิดช่วงเดิมของเพลงหรือวิดีโอ
  6. เปรียบเทียบเสียง

หากเสียงกลับมาปกติ อาจเกิดจากเนื้อหา แอป หรือการประมวลผล Spatial Audio ไม่ได้เกิดจากลำโพงเสียโดยตรง


17. ใส่ AirPods กลับลงในเคส

  1. หยุดเพลง
  2. ใส่ AirPods ทั้งสองข้างลงในเคส
  3. ปิดฝา
  4. รอประมาณ 30 วินาที
  5. เปิดฝา
  6. นำ AirPods ออกมาใส่
  7. เชื่อมต่อกับ iPhone
  8. ทดลองไฟล์เสียงออฟไลน์

หากเสียงกลับมาปกติ อาจเป็นข้อผิดพลาดชั่วคราวของการเชื่อมต่อ


18. ปิดและเปิด Bluetooth ใหม่

  1. ใส่ AirPods ลงในเคส
  2. เปิด การตั้งค่า
  3. เลือก Bluetooth
  4. ปิด Bluetooth
  5. รอประมาณ 10 วินาที
  6. เปิด Bluetooth ใหม่
  7. เชื่อมต่อ AirPods
  8. เปิดเพลงเพื่อทดสอบ

หากยังไม่หาย ให้รีสตาร์ท iPhone แล้วทดลองอีกครั้ง


19. ลบ AirPods แล้วจับคู่ใหม่

  1. เปิด การตั้งค่า
  2. เลือก Bluetooth
  3. แตะปุ่มรูปตัว i ข้างชื่อ AirPods
  4. เลือก ลบอุปกรณ์นี้
  5. แตะยืนยัน
  6. ใส่ AirPods ลงในเคส
  7. ปิดฝาแล้วรอประมาณ 30 วินาที
  8. เปิดฝาใกล้ iPhone
  9. เชื่อมต่อใหม่
  10. ทดลองเสียงโดยปิด ANC และ Spatial Audio ก่อน

การลบ AirPods ไม่ทำให้ข้อมูลส่วนตัวใน iPhone หาย


20. รีเซ็ต AirPods

หากจับคู่ใหม่แล้วยังมีเสียงผิดปกติ ให้รีเซ็ต AirPods

สำหรับเคสที่มีปุ่มตั้งค่าด้านหลัง

  1. ใส่ AirPods ลงในเคส
  2. ปิดฝาแล้วรอประมาณ 30 วินาที
  3. เปิดฝา
  4. ลบ AirPods ออกจาก Bluetooth
  5. กดปุ่มด้านหลังค้างประมาณ 15 วินาที
  6. รอจนไฟกะพริบสีเหลืองอำพันแล้วเปลี่ยนเป็นสีขาว
  7. นำเคสมาไว้ใกล้ iPhone
  8. เชื่อมต่อใหม่
  9. ทดลอง AirPods ทีละข้าง
  10. เปรียบเทียบเสียง

AirPods ที่ไม่มีปุ่มด้านหลังใช้การแตะด้านหน้าของเคส ควรใช้ขั้นตอนที่ตรงกับรุ่น


21. อัปเดต iOS และ AirPods

  1. สำรองข้อมูลสำคัญ
  2. เชื่อมต่อ iPhone กับ Wi-Fi
  3. ไปที่ การตั้งค่า
  4. เลือก ทั่วไป
  5. แตะ รายการอัปเดตซอฟต์แวร์
  6. ติดตั้งรายการอัปเดตที่รองรับ

สำหรับ AirPods ให้วางไว้ในเคส ต่อเคสกับแหล่งจ่ายไฟ และวางใกล้ iPhone ที่เชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อให้ระบบจัดการอัปเดตเฟิร์มแวร์เมื่อพร้อม

แนวทางของ comsiam คือให้ทดสอบด้วยไฟล์เสียงเดิม ระดับเสียงเดิม และโหมดเสียงเดิมก่อนกับหลังอัปเดต เพื่อเปรียบเทียบผลอย่างชัดเจน


22. ทดสอบ AirPods ทีละข้าง

  1. ใส่ AirPods ข้างขวาไว้ในเคส
  2. ทดลองเฉพาะข้างซ้าย
  3. จดว่าเสียงผิดปกติหรือไม่
  4. ใส่ข้างซ้ายกลับในเคส
  5. ทดลองเฉพาะข้างขวา
  6. เปรียบเทียบผล

หากเสียงแตกเกิดเพียงข้างเดียวกับทุกอุปกรณ์ มีแนวโน้มว่าปัญหาอยู่ที่หูฟังข้างนั้น


23. ทดสอบกับอุปกรณ์เครื่องอื่น

เชื่อมต่อ AirPods กับ iPhone, iPad, Mac หรืออุปกรณ์ Bluetooth อีกเครื่อง แล้วทดลองไฟล์เสียงเดียวกัน

  • หากเสียงแตกทุกเครื่อง ปัญหาอาจอยู่ที่ AirPods
  • หากเกิดเฉพาะ iPhone เครื่องเดิม ปัญหาอาจอยู่ที่ระบบหรือการตั้งค่า
  • หากเกิดเฉพาะแอปเดียว ปัญหาอาจอยู่ที่แอป
  • หากเกิดเฉพาะ ANC หรือ Transparency Mode ควรตรวจสอบไมโครโฟน
  • หากเกิดเฉพาะระดับเสียงสูง ควรลดเสียงและตรวจสอบลำโพง

24. เมื่อใดควรนำ AirPods ไปตรวจสอบ

ควรนำ AirPods ไปตรวจสอบเมื่อพบอาการต่อไปนี้

  • เสียงแตกกับทุกแอปและทุกอุปกรณ์
  • มีเสียงซ่าตลอดแม้ไม่ได้เล่นเพลง
  • อาการเกิดเพียงข้างเดียวอย่างต่อเนื่อง
  • ปิด ANC และ Spatial Audio แล้วไม่หาย
  • ทำความสะอาดและรีเซ็ตแล้วไม่ดีขึ้น
  • มีเสียงผิดปกติหลังตกกระแทก
  • AirPods เคยสัมผัสความชื้น
  • แบตเตอรี่ลดเร็วหรือร้อนผิดปกติ
  • ลำโพงเสียงเบาลงอย่างชัดเจน
  • หูฟังชาร์จติด ๆ ดับ ๆ

ควรนำ AirPods ทั้งสองข้างและเคสชาร์จไปตรวจพร้อมกัน เพื่อเปรียบเทียบเสียงและตรวจระบบทั้งหมด


คำถามที่พบบ่อย

AirPods เสียงแตกเพราะเปิดดังเกินไปหรือไม่?

เป็นไปได้ ให้ลดระดับเสียงและทดลองไฟล์อื่น หากยังแตกในระดับต่ำ อาจเกี่ยวข้องกับลำโพง การเชื่อมต่อ หรือคราบอุดตัน

ทำไม AirPods มีเสียงซ่าเฉพาะตอนเปิด ANC?

ANC ใช้ไมโครโฟนและการประมวลผลเสียง หากตะแกรงสกปรกหรือไมโครโฟนมีปัญหา อาจเกิดเสียงซ่าได้

เสียงซ่ากลางแจ้งใน Transparency Mode ผิดปกติหรือไม่?

อาจเป็นเสียงลมที่ไมโครโฟนรับเข้ามา ให้ทดลองในห้องเงียบและปิด Transparency Mode เพื่อเปรียบเทียบ

ทำความสะอาด AirPods ช่วยแก้เสียงแตกได้หรือไม่?

ช่วยได้หากเกิดจากตะแกรงหรือช่องไมโครโฟนอุดตัน แต่ต้องทำอย่างเบามือและไม่ใช้ของแหลมหรือน้ำยาโดยตรง

รีเซ็ต AirPods ช่วยแก้เสียงซ่าได้หรือไม่?

ช่วยได้เมื่อเกิดจากการเชื่อมต่อหรือการตั้งค่า แต่ไม่สามารถซ่อมลำโพงหรือไมโครโฟนที่เสียได้

ควรเร่งเสียงเพื่อกลบเสียงซ่าหรือไม่?

ไม่ควร ควรลดเสียงและหาสาเหตุ เพราะการเปิดเสียงดังไม่ได้แก้ปัญหาและอาจทำให้ฟังไม่สบาย


สรุป

หาก AirPods มีเสียงแตก เสียงซ่า หรือเสียงรบกวน ให้ลดระดับเสียง ทดลองไฟล์ออฟไลน์ และนำ iPhone มาไว้ใกล้ จากนั้นทำความสะอาดตะแกรงลำโพงและไมโครโฟน พร้อมปิด ANC, Transparency Mode และ Spatial Audio ชั่วคราวเพื่อแยกสาเหตุ

หากยังมีเสียงผิดปกติกับทุกอุปกรณ์ ให้ลบ AirPods จับคู่ใหม่หรือรีเซ็ต โดย comsiam แนะนำให้ทดสอบหูฟังทีละข้างก่อนส่งซ่อม เพื่อระบุได้ชัดว่าปัญหาเกิดกับ AirPods ข้างใด