Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

vivo Y36 สำรองข้อมูลก่อนรีเซ็ตเครื่องอย่างไร สำรองรูปภาพ วิดีโอ รายชื่อ SMS ประวัติ LINE และข้อมูลแอปก่อน Factory Reset ต้องทำอะไรบ้าง เป็นคำถามสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาโทรศัพท์ช้า ระบบค้าง หรือเตรียมนำเครื่องส่งซ่อม แต่ไม่ต้องการสูญเสียข้อมูลส่วนตัว
การรีเซ็ตเครื่องกลับเป็นค่าโรงงาน หรือ Factory Reset เป็นกระบวนการที่ลบข้อมูลผู้ใช้ภายในโทรศัพท์ ไม่ใช่เพียงการเริ่มระบบใหม่ ดังนั้นหากยังไม่ได้สำรองข้อมูลอย่างถูกต้อง รูปภาพ ไฟล์งาน ประวัติสนทนาและข้อมูลแอปบางประเภทอาจสูญหายและไม่สามารถกู้คืนได้
แม้ vivo Y36 จะรองรับการสำรองข้อมูลผ่านบัญชี Google และมีวิธีคัดลอกไฟล์ไปยังคอมพิวเตอร์ แต่การสำรองเพียงวิธีเดียวอาจไม่ครอบคลุมข้อมูลทุกประเภท โดยเฉพาะ LINE แอปธนาคาร แอปยืนยันตัวตน และไฟล์ที่จัดเก็บอยู่ในพื้นที่เฉพาะของแอป
บทความนี้จาก ComSiam จะอธิบายวิธีสำรองข้อมูล vivo Y36 รุ่นประเทศไทยที่เปิดตัวพร้อม Android 13 และ Funtouch OS 13 อย่างละเอียด ตั้งแต่การใช้ Google Backup, Google Photos, Google Contacts, การคัดลอกไฟล์ผ่าน USB และการสำรอง LINE ไปยัง Google Drive ตลอดจนวิธีตรวจสอบไฟล์สำรอง เตรียมรหัสบัญชี Google และป้องกันปัญหา FRP ก่อนรีเซ็ตเครื่อง
ข้อสำคัญ: หากยังไม่ได้ตรวจสอบว่าข้อมูลสำรองสมบูรณ์ อย่าเพิ่งเลือก Erase All Data หรือ Factory Reset
การ Factory Reset จะลบข้อมูลผู้ใช้ที่จัดเก็บอยู่ภายในโทรศัพท์ตามกระบวนการของ Android
ข้อมูลที่สำรองไว้ในบัญชี Google สำเร็จแล้วโดยทั่วไปไม่ได้ถูกลบออกจากคลาวด์เพียงเพราะ Factory Reset โทรศัพท์
อย่างไรก็ตาม ต้องใช้บัญชีเดิมและผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนเพื่อเข้าถึงหรือกู้คืนข้อมูล
และไม่ใช่ข้อมูลทุกประเภทในเครื่องที่จะถูกสำรองขึ้น Google โดยอัตโนมัติ
บทความนี้อ้างอิง vivo Y36 รุ่น 4G ประเทศไทย ไม่ใช่ Y36 5G
| รายการ | vivo Y36 4G |
|---|---|
| ชิปประมวลผล | Qualcomm Snapdragon 680 |
| RAM | 8GB |
| พื้นที่เก็บข้อมูล | 256GB |
| ระบบปฏิบัติการเมื่อเปิดตัว | Android 13 |
| ระบบ vivo | Funtouch OS 13 |
| แบตเตอรี่ | 5,000 mAh |
| ชาร์จเร็ว | 44W FlashCharge |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB Type-C |
| หน้าจอ | LCD 6.64 นิ้ว |
| ความละเอียดหน้าจอ | 2388 × 1080 พิกเซล |
พื้นที่เก็บข้อมูลมากช่วยให้สามารถเก็บไฟล์ได้จำนวนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าไฟล์เหล่านั้นจะถูกสำรองไว้อัตโนมัติ
หากเครื่องมีรูปภาพและวิดีโอจำนวนมาก ควรตรวจสอบว่าพื้นที่สำรองภายนอกมีความจุเพียงพอด้วย
ควรเตรียมอุปกรณ์และข้อมูลเข้าสู่ระบบให้พร้อมก่อนเริ่มกระบวนการ
① โทรศัพท์ vivo Y36 ที่ปลดล็อกได้
② รหัส PIN, Pattern หรือ Password ปัจจุบัน
③ บัญชี Google ที่ใช้งานในเครื่อง
④ รหัสผ่านบัญชี Google
⑤ วิธีรับรหัสยืนยันตัวตนสองขั้นตอน
⑥ Wi-Fi หรืออินเทอร์เน็ตที่เสถียร
⑦ พื้นที่ว่างใน Google Account หรืออุปกรณ์สำรอง
⑧ คอมพิวเตอร์หรือสื่อเก็บข้อมูล หากต้องการสำรองไฟล์เพิ่มเติม
⑨ สาย USB-C ที่ถ่ายโอนข้อมูลได้
⑩ ข้อมูลเข้าสู่บัญชี LINE และบริการสำคัญอื่น
Google แนะนำให้ชาร์จโทรศัพท์อย่างน้อย 70% ก่อนทำ Factory Reset
ควรตรวจสอบแบตเตอรี่และความปลอดภัยของอุปกรณ์ก่อนดำเนินการ เพราะการรีเซ็ตไม่ควรถูกขัดจังหวะจากพลังงานหมด
Google มีระบบสำรองข้อมูล Android ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลอุปกรณ์และข้อมูลของแอปที่รองรับไว้ในบัญชี Google
① เปิด Settings
② เข้าเมนู Google
③ ค้นหา Backup หรือ Backup and Restore
④ ตรวจสอบบัญชี Google ที่ใช้สำรอง
⑤ เปิดระบบ Backup หากยังไม่ได้เปิด
⑥ ตรวจสอบหมวดข้อมูลที่ระบบรองรับ
⑦ เลือก Back up now หากมี
⑧ รอให้ระบบสำรองข้อมูลเสร็จ
⑨ ตรวจสอบรายละเอียดและเวลาสำรองล่าสุด
ใน Funtouch OS 13 เมนูอาจจัดวางแตกต่างจาก Android รุ่นอื่น หรือเปลี่ยนแปลงหลังอัปเดตซอฟต์แวร์
สามารถใช้ช่องค้นหาใน Settings โดยพิมพ์คำว่า Backup หรือ สำรองข้อมูล
ไม่ควรเลือกเมนู Reset เพียงเพราะอยู่ใกล้เมนู Backup
Google ระบุว่าระบบสำรองข้อมูล Android สามารถครอบคลุมข้อมูลบางประเภทตามการรองรับของระบบและแอป
| ประเภทข้อมูล | การสำรองผ่าน Google |
|---|---|
| รายชื่อ Google Contacts | ซิงก์หรือกู้คืนได้เมื่อเปิดใช้งาน |
| SMS / MMS | รองรับตามระบบสำรองอุปกรณ์ |
| ประวัติการโทร | รองรับตามระบบ |
| การตั้งค่าอุปกรณ์ | รองรับบางรายการ |
| รายการแอป | รองรับ |
| ข้อมูลภายในแอป | เฉพาะแอปที่รองรับ |
| รูปภาพ | ใช้ Google Photos Backup |
| วิดีโอ | ใช้ Google Photos Backup |
| ไฟล์งานทั่วไป | ควรสำรองแยกผ่าน Drive หรือคอมพิวเตอร์ |
| ประวัติ LINE | ต้องใช้ระบบสำรองของ LINE โดยเฉพาะ |
| ข้อมูลแอปธนาคาร | อาจต้องลงทะเบียนใหม่ |
| แอป Authenticator | ต้องตรวจสอบการโอนย้ายของแต่ละแอป |
ไม่
Google ระบุชัดว่าแอปบางประเภทไม่รองรับการสำรองหรือกู้คืนข้อมูลครบทุกส่วน
จึงไม่ควรถือว่าการกด Back up now เพียงครั้งเดียวทำให้ข้อมูลทั้งหมดปลอดภัยแล้ว
ควรตรวจสอบสถานะจริง ไม่ใช่ดูเพียงว่าเปิดสวิตช์ Backup อยู่
ควรเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้เสถียรและปล่อยให้กระบวนการทำงานต่อ
Google ระบุว่าการสำรองข้อมูลอุปกรณ์อาจใช้เวลาสูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมงในบางกรณี
ห้ามรีเซ็ตเครื่องขณะข้อมูลสำคัญยังอยู่ระหว่างสำรอง
หากใช้ Google Photos สามารถสำรองรูปภาพและวิดีโอจากโทรศัพท์ไปยังบัญชี Google ได้
① เปิด Google Photos
② ตรวจสอบว่าลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ที่ถูกต้อง
③ เปิดเมนูโปรไฟล์
④ เข้า Photos Settings
⑤ เลือก Backup
⑥ เปิด Backup หากต้องการใช้งาน
⑦ ตรวจสอบพื้นที่เก็บข้อมูลของบัญชี
⑧ รอให้รูปภาพและวิดีโอสำรองครบ
⑨ ตรวจสอบสถานะการสำรอง
ต้องตรวจสอบว่ารูปภาพเก่า รูปภาพใหม่ และวิดีโอสำคัญปรากฏอยู่ในบัญชีสำรองจริง
ควรทดสอบเปิดดูไฟล์จากอุปกรณ์อื่นด้วยบัญชีเดียวกัน เพื่อยืนยันว่าข้อมูลไม่ได้อยู่เฉพาะในโทรศัพท์
ไม่ควรเข้าใจว่าการเปิด Backup จะสำรองรูปจากทุกโฟลเดอร์ของโทรศัพท์โดยอัตโนมัติทุกกรณี
บางโฟลเดอร์อาจต้องเปิดการสำรองแยก
① เปิด Google Photos
② เข้า Settings
③ เลือก Backup
④ ค้นหา Back up device folders
⑤ ตรวจสอบโฟลเดอร์ที่ต้องการ
⑥ เปิดสำรองสำหรับโฟลเดอร์สำคัญที่ยังไม่ถูกเลือก
⑦ รอจนกระบวนการเสร็จ
รูปภาพที่อยู่ในห้องสนทนา LINE แต่ยังไม่ได้บันทึกเป็นไฟล์ที่เข้าถึงได้จากอุปกรณ์ อาจไม่ปรากฏใน Google Photos Backup
การตรวจสอบสำเนาเป็นขั้นตอนที่สำคัญกว่าการกดเริ่ม Backup
① เปิด Google Photos บนอุปกรณ์อื่น
② ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google เดียวกัน
③ เปิดรูปภาพเก่าหลายช่วงเวลา
④ เปิดรูปภาพใหม่ล่าสุด
⑤ ทดลองเล่นวิดีโอ
⑥ ตรวจสอบโฟลเดอร์สำคัญ
⑦ เปรียบเทียบจำนวนและช่วงวันที่ของไฟล์
⑧ ตรวจสอบว่ามีไฟล์ที่ต้องเก็บเป็นต้นฉบับหรือไม่
เพราะแอปอาจแสดงรูปภาพที่เก็บอยู่เฉพาะในอุปกรณ์
ควรตรวจสอบสถานะ Backup และทดลองเปิดข้อมูลจากอุปกรณ์อีกเครื่องหรือผ่านบัญชีเดียวกันโดยอิสระ
วิดีโอมักมีขนาดใหญ่และใช้พื้นที่เก็บข้อมูลมากกว่ารูปภาพทั่วไป
หากเป็นไฟล์สำคัญ เช่น คลิปครอบครัวหรือวิดีโองาน ควรมีสำเนามากกว่าหนึ่งแห่งเมื่อทำได้
เพื่อลดความเสี่ยงหากการสำรองบนคลาวด์ไม่สมบูรณ์หรือเกิดข้อผิดพลาดในการเข้าถึงบัญชี
การคัดลอกไฟล์ผ่าน USB เป็นอีกวิธีที่เหมาะสำหรับไฟล์จำนวนมาก
① เปิดคอมพิวเตอร์
② เชื่อมต่อ vivo Y36 ด้วยสาย USB-C ที่รองรับการถ่ายโอนข้อมูล
③ ปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์
④ เลือก File Transfer หากมีหน้าต่างให้เลือก
⑤ เปิดพื้นที่เก็บข้อมูลโทรศัพท์จากคอมพิวเตอร์
⑥ ค้นหาโฟลเดอร์ DCIM, Pictures, Movies และ Download
⑦ คัดลอกไฟล์ไปยังโฟลเดอร์สำรองในคอมพิวเตอร์
⑧ รอจนคัดลอกเสร็จ
⑨ เปิดรูปภาพและวิดีโอบางไฟล์เพื่อตรวจสอบ
⑩ เปรียบเทียบว่ามีไฟล์สำคัญครบหรือไม่
ควรใช้คำสั่ง Copy ไม่ใช่ Move เมื่อต้องการเก็บต้นฉบับไว้ในโทรศัพท์จนกว่าจะตรวจสอบสำเนาเสร็จ
และไม่ควรลบไฟล์ต้นฉบับระหว่างการถ่ายโอนข้อมูล
ไฟล์สำคัญอาจกระจายอยู่หลายตำแหน่ง ไม่ได้มีเฉพาะรูปใน Camera
| โฟลเดอร์ | ตัวอย่างข้อมูล |
|---|---|
| DCIM | รูปถ่ายและวิดีโอจากกล้อง |
| Pictures | รูปภาพจากแอปและภาพที่บันทึก |
| Movies | ไฟล์วิดีโอ |
| Download | ไฟล์ที่ดาวน์โหลด |
| Documents | เอกสาร |
| Music | ไฟล์เสียง |
| Recordings | ไฟล์บันทึกเสียง หากระบบจัดเก็บไว้ |
| โฟลเดอร์เฉพาะแอป | ข้อมูลตามที่แอปเปิดให้เข้าถึง |
หากใช้พื้นที่เก็บข้อมูลที่เข้ารหัสหรือซ่อนอยู่ภายในฟีเจอร์ของโทรศัพท์ ควรตรวจสอบวิธีส่งออกและสำรองตามระบบที่รองรับ
ไม่ควรคาดหวังว่าการคัดลอก DCIM เพียงโฟลเดอร์เดียวจะครอบคลุมไฟล์ทั้งหมด
รายชื่ออาจจัดเก็บอยู่ใน Google Account, SIM หรือพื้นที่ภายในโทรศัพท์
① เปิดแอป Contacts
② ตรวจสอบบัญชีที่แสดงรายชื่อ
③ เข้า Settings ที่เกี่ยวข้องกับการซิงก์รายชื่อ
④ ตรวจสอบว่าเปิด Google Contacts Sync หรือไม่
⑤ หากรายชื่อเก็บเฉพาะในเครื่อง ให้พิจารณาส่งออกเป็นไฟล์ VCF ตามตัวเลือกที่มี
⑥ สำรองไฟล์ VCF ไปยังพื้นที่ปลอดภัย
⑦ ตรวจสอบรายชื่อในบัญชี Google จากอุปกรณ์อื่น
ข้อมูลบนซิมโดยทั่วไปไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ข้อมูลผู้ใช้ภายในที่ Factory Reset ลบโดยตรง
แต่ควรสำรองรายชื่อสำคัญไว้ใน Google Contacts หรือไฟล์ VCF เพิ่มเติม เพราะการพึ่งพาเพียงซิมไม่ใช่วิธีสำรองที่ครอบคลุมที่สุด
Google Backup รองรับการสำรอง SMS/MMS และประวัติการโทรตามระบบ Android และเงื่อนไขอุปกรณ์
ไม่ควรรับประกันว่าทุกข้อความจะกู้คืนได้ในทุกอุปกรณ์
ความสามารถในการกู้คืนขึ้นอยู่กับชนิดข้อมูล แอปข้อความ ระบบ Android และความสมบูรณ์ของข้อมูลสำรอง
หากมี SMS ที่สำคัญมาก เช่น ข้อมูลธุรกิจหรือหลักฐานการติดต่อ ควรพิจารณาวิธีเก็บหลักฐานเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม
ไฟล์งานควรคัดลอกแยกจากระบบสำรองข้อมูลทั่วไป เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ
① เปิด Files หรือแอปจัดการไฟล์
② ตรวจสอบโฟลเดอร์ Downloads และ Documents
③ เลือกไฟล์สำคัญ
④ คัดลอกไปยัง Google Drive หรือคอมพิวเตอร์
⑤ รอจนการอัปโหลดหรือคัดลอกเสร็จ
⑥ เปิดไฟล์สำรองทดสอบ
⑦ ตรวจสอบชื่อและขนาดไฟล์
ไม่ควรเข้าใจว่า Google Backup ของอุปกรณ์จะสำรองทุกไฟล์ใน Downloads โดยอัตโนมัติ
ประวัติ LINE ต้องสำรองผ่านระบบของ LINE โดยเฉพาะ
การสำรอง Google Backup ของอุปกรณ์ไม่ได้รับประกันว่าจะเก็บประวัติ LINE ที่ต้องการได้ครบ
สำหรับ Android ระบบสำรองมาตรฐานของ LINE ใช้ Google Drive ตามเงื่อนไขของบริการ
① เปิดแอป LINE บน vivo Y36
② เลือกแท็บ Home หรือหน้าหลัก
③ เปิด Settings
④ ค้นหาหัวข้อ Backup and Transfer
⑤ เลือก Chat History Backup
⑥ ตรวจสอบบัญชี Google สำหรับการสำรอง
⑦ เลือก Back up now
⑧ หาก LINE ให้กำหนด Backup PIN หรือรหัสเรียกคืน ให้ทำตามคำแนะนำ
⑨ รอให้ระบบสำรองจนเสร็จ
⑩ ตรวจสอบสถานะและวันที่สำรองล่าสุด
เพราะหากสำรองครั้งล่าสุดเมื่อหลายเดือนก่อน ข้อความที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นอาจยังไม่ได้ถูกรวมไว้
ควรตรวจสอบการสำรองล่าสุดก่อนทำ Factory Reset ทุกครั้ง
LINE ระบุว่าการสำรองข้อมูลมาตรฐานบน Android เก็บประวัติการสนทนาแบบข้อความตัวอักษรตามข้อกำหนดของบริการ
| ข้อมูล LINE | Standard Backup |
|---|---|
| ข้อความตัวอักษร | รองรับ |
| รูปภาพในประวัติแชต | ไม่รวมในการสำรองมาตรฐาน |
| วิดีโอในประวัติแชต | ไม่รวมในการสำรองมาตรฐาน |
| ไฟล์ที่ส่งในห้องแชต | ไม่รวมในการสำรองมาตรฐาน |
| ข้อความเสียง | ไม่รวมในการสำรองมาตรฐาน |
| การย้าย Android ไป Android | รองรับตามเงื่อนไข |
| การย้าย Android ไป iPhone | ไม่รองรับด้วย Standard Backup |
การสำรองมาตรฐานไม่ได้รับประกันว่ารูปภาพและวิดีโอในประวัติสนทนาจะกลับมาหลังล้างเครื่อง
หากมีรูปภาพหรือไฟล์สำคัญ ควรบันทึกออกมาเป็นไฟล์แยกก่อน
LINE มีบริการสำรองข้อมูลพรีเมียมในพื้นที่ที่รองรับ ซึ่งสามารถครอบคลุมรูปภาพ วิดีโอ ไฟล์และข้อความเสียงมากกว่าการสำรองมาตรฐานตามข้อกำหนดของบริการ
แต่ต้องตรวจสอบสถานะการใช้งาน ความครบถ้วนของการสำรอง และข้อจำกัดของไฟล์ที่หมดอายุหรือเคยถูกลบด้วย
แม้สำรองข้อความ LINE แล้ว ไฟล์สื่อในห้องสนทนายังต้องตรวจสอบแยกต่างหาก
รูปภาพหรือไฟล์ที่ไม่สามารถเปิดหรือดาวน์โหลดจาก LINE ได้แล้ว อาจไม่สามารถกู้คืนผ่านระบบสำรองมาตรฐาน
จึงควรตรวจสอบไฟล์สำคัญก่อนล้างเครื่อง ไม่ใช่รอจนรีเซ็ตเสร็จแล้วค่อยค้นหา
เมื่อสำรองข้อมูลสำเร็จและมีความจำเป็นต้องรีเซ็ต หลังติดตั้ง LINE ใหม่ควรดำเนินการตามขั้นตอนการเข้าสู่ระบบและกู้คืนที่ LINE รองรับ
① เปิด LINE หลังตั้งค่าโทรศัพท์เสร็จ
② เลือกเข้าสู่บัญชีเดิม
③ ยืนยันตัวตนตามระบบ
④ ตรวจสอบบัญชี Google ที่ใช้สำรองแชต
⑤ เมื่อระบบเสนอให้กู้คืนประวัติสนทนา ให้เลือกข้อมูลสำรองที่ถูกต้อง
⑥ ใส่รหัสเรียกคืนหรือข้อมูลที่ LINE กำหนด หากมี
⑦ รอให้ระบบกู้คืน
⑧ ตรวจสอบห้องสนทนาและข้อความสำคัญ
ควรใช้บัญชี Google ที่มีข้อมูลสำรอง LINE อยู่จริง
หากเลือกบัญชี Google ผิด ระบบอาจไม่พบข้อมูลสำรองที่ต้องการ
ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของข้อมูลสำรอง เวอร์ชันแอป และเงื่อนไขการกู้คืน
ไม่ควรรับประกันว่าจะได้ข้อมูลครบทั้งหมดเพียงเพราะเคยกด Backup
แอปธนาคารมักมีมาตรการยืนยันตัวตนและผูกบัญชีกับอุปกรณ์
หลัง Factory Reset อาจต้องลงทะเบียนหรือยืนยันตัวตนใหม่
ไม่ควรคัดลอกฐานข้อมูลแอปธนาคารด้วยโปรแกรมที่ไม่รู้จัก หรือพยายามข้ามระบบยืนยันตัวตน
ควรใช้ขั้นตอนอย่างเป็นทางการของแต่ละบริการ
หากใช้แอปสร้างรหัสยืนยันตัวตน เช่น Google Authenticator หรือบริการอื่น ควรตรวจสอบระบบซิงก์และการโอนย้ายก่อนล้างเครื่อง
① เปิดแอปยืนยันตัวตนที่ใช้อยู่
② ตรวจสอบว่ามีฟังก์ชันสำรองหรือซิงก์หรือไม่
③ ตรวจสอบบัญชีที่เชื่อมโยง
④ เตรียม Recovery Codes ของบริการที่เกี่ยวข้อง
⑤ ทดลองยืนยันตัวตนจากวิธีสำรองที่ถูกต้อง
⑥ เมื่อแน่ใจแล้วจึงดำเนินการขั้นต่อไป
การสูญเสียแอป Authenticator โดยไม่มีวิธีกู้คืนอาจทำให้เข้าใช้บัญชี Google หรือบริการอื่นไม่ได้
ไม่ควรสมมติว่ารหัสยืนยันตัวตนทุกแอปจะกลับมาพร้อม Google Backup
FRP (Factory Reset Protection) เป็นกลไกป้องกันการนำอุปกรณ์ Android ที่ถูกรีเซ็ตไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต
หลังรีเซ็ตอุปกรณ์ที่มีระบบป้องกัน ผู้ใช้จึงอาจต้องยืนยันบัญชี Google ที่เคยอยู่บนเครื่องหรือข้อมูลล็อกหน้าจอเดิม
หากเจ้าของเครื่องจำบัญชี Google หรือรหัสผ่านไม่ได้ อาจไม่สามารถตั้งค่าโทรศัพท์หลังรีเซ็ตได้จนกว่าจะผ่านขั้นตอนยืนยันตัวตนที่ถูกต้อง
ไม่ควรรีเซ็ตเครื่องโดยหวังว่าจะสามารถข้ามการยืนยันบัญชีได้ภายหลัง
① เปิด Settings
② เข้า Accounts หรือ Accounts & Sync ตามเมนูที่แสดง
③ ตรวจสอบบัญชี Google ทั้งหมดที่เพิ่มไว้
④ บันทึกอีเมลบัญชีที่ใช้งาน
⑤ ตรวจสอบว่าสามารถเข้าสู่บัญชีได้
⑥ ตรวจสอบรหัสผ่านและช่องทางรับรหัสยืนยัน
⑦ ยืนยันว่าบัญชีที่สำรองข้อมูลเป็นบัญชีที่ตนเองเข้าถึงได้จริง
Google แนะนำให้รอประมาณ 24 ชั่วโมงก่อน Factory Reset หากเพิ่งเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชี
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการยืนยันบัญชีภายหลังตามมาตรการรักษาความปลอดภัย
ผู้ใช้มักสับสนระหว่างการรีเซ็ตการตั้งค่าและการลบข้อมูลทั้งหมด
| คำสั่ง | ผลโดยทั่วไป |
|---|---|
| Restart | เริ่มระบบใหม่ ไม่ใช่ล้างข้อมูล |
| Force Restart | บังคับเริ่มระบบใหม่เมื่อค้าง |
| Reset Network Settings | คืนค่าเครือข่ายตามรายการที่ระบบระบุ |
| Reset All Settings | คืนค่าการตั้งค่าระบบตามขอบเขตของผู้ผลิต |
| Erase All Data | ลบข้อมูลผู้ใช้ภายในเครื่อง |
| Factory Reset | คืนค่าโรงงานและลบข้อมูลผู้ใช้ |
คำสั่งคืนค่าการตั้งค่าระบบอาจไม่ลบรูปภาพตามการออกแบบของเมนูนั้น แต่ต้องตรวจสอบคำอธิบายบนหน้าจอ vivo Y36 ที่ใช้งานจริง
ไม่ควรใช้เพียงคำว่า Reset เป็นตัวตัดสิน
เป็นคำสั่งที่มีความเสี่ยงสูงต่อข้อมูลภายในโทรศัพท์
หากยังมีข้อมูลสำคัญที่ไม่ได้สำรอง ไม่ควรยืนยันคำสั่งนี้
ก่อนพิจารณาล้างเครื่อง ควรผ่านรายการตรวจสอบให้ครบ
หากยังมีข้อใดที่สำคัญแต่ตรวจสอบไม่สำเร็จ ควรหยุดก่อนและแก้ไขการสำรองข้อมูลให้เรียบร้อย
หากสำรองข้อมูลไว้ในบัญชี Google สำเร็จ สามารถกู้คืนข้อมูลที่รองรับได้เมื่อเริ่มตั้งค่าโทรศัพท์หลัง Factory Reset
① เปิด vivo Y36 หลังรีเซ็ต
② เลือกภาษา
③ เชื่อมต่อ Wi-Fi หรือเครือข่ายมือถือ
④ ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google เดิม
⑤ ยืนยันตัวตนหากระบบร้องขอ
⑥ เลือกข้อมูลสำรองของอุปกรณ์ที่ถูกต้อง เมื่อมีตัวเลือก
⑦ เลือกรายการที่ต้องการกู้คืน
⑧ รอให้แอปและข้อมูลที่รองรับทยอยกลับมา
⑨ เปิด Google Photos เพื่อตรวจสอบภาพที่สำรอง
⑩ กู้คืน LINE แยกตามขั้นตอนของ LINE
ขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูล ความเร็วอินเทอร์เน็ตและแอปที่ต้องติดตั้ง
Google ระบุว่ากระบวนการกู้คืนข้อมูลบางส่วนอาจใช้เวลาสูงสุดประมาณ 24 ชั่วโมง
ไม่ควรสรุปว่าข้อมูลสูญหายทันทีหากแอปบางตัวกำลังทยอยติดตั้งหลังตั้งค่าเสร็จ
การสำรองและกู้คืน Android มีข้อจำกัดตามระบบและแอป
Google ระบุว่าการกู้คืนข้อมูลจาก Android เวอร์ชันสูงกว่าไปยังอุปกรณ์ที่ใช้เวอร์ชันต่ำกว่าอาจไม่รองรับหรือเกิดปัญหาข้อมูลไม่ครบ
จึงควรตรวจสอบเวอร์ชันระบบและความเข้ากันได้ก่อนดำเนินการ
EasyShare เป็นเครื่องมือของ vivo สำหรับส่งไฟล์และคัดลอกข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ที่รองรับ
Phone Clone ไม่ใช่สิ่งเดียวกับ Google Backup หรือ LINE Chat History Backup
หากคัดลอกข้อมูลไปโทรศัพท์อีกเครื่อง ควรตรวจสอบว่าไฟล์เปิดได้จริง
และไม่ควรเข้าใจว่าการโคลนแอปจะทำให้ข้อมูล LINE หรือแอปธนาคารกลับมาได้ครบโดยอัตโนมัติ
หากโทรศัพท์เปิดไม่ติด การสำรองข้อมูลใหม่อาจทำไม่ได้จนกว่าจะสามารถเปิดเครื่องและปลดล็อกได้
① ตรวจสอบว่ามีข้อมูลสำรองใน Google Account หรือไม่
② ตรวจสอบ Google Photos จากอุปกรณ์อื่น
③ ตรวจสอบ Google Contacts
④ ตรวจสอบข้อมูลสำรอง LINE ที่เคยสร้างไว้
⑤ ตรวจสอบว่ามีไฟล์สำรองบนคอมพิวเตอร์หรือไม่
⑥ แจ้งศูนย์บริการว่ามีข้อมูลสำคัญที่ยังไม่ได้สำรอง
ข้อมูลภายในโทรศัพท์ Android สมัยใหม่มักมีการเข้ารหัสและเชื่อมโยงกับระบบฮาร์ดแวร์และการยืนยันตัวตน
หากเมนบอร์ดเดิมเสียหายรุนแรง การเปลี่ยนเมนบอร์ดอาจทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเดิมได้
ควรสอบถามผลกระทบก่อนอนุมัติการซ่อม
ไม่ควรใช้ Factory Reset เป็นวิธีแรกหากเครื่องช้า ค้าง หรือแบตหมดเร็ว
Factory Reset อาจช่วยในบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ แต่ไม่ได้แก้ความเสียหายของแบตเตอรี่ เมนบอร์ดหรือฮาร์ดแวร์ทุกประเภท
| ข้อมูล | วิธีสำรอง | สิ่งที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|---|
| รูปภาพ | Google Photos / คอมพิวเตอร์ | เปิดสำเนาได้ |
| วิดีโอ | Google Photos / USB | เล่นไฟล์ได้ |
| รายชื่อ | Google Contacts / VCF | รายชื่อครบ |
| SMS | Google Backup ตามที่รองรับ | สถานะสำรองล่าสุด |
| ประวัติการโทร | Google Backup | อยู่ใน Backup details |
| เอกสาร | Google Drive / คอมพิวเตอร์ | ไฟล์ครบ |
| แอป | Google Backup | แอปและข้อมูลที่รองรับ |
| LINE ข้อความ | LINE Standard Backup | วันที่สำรองและบัญชี Google |
| LINE รูปและวิดีโอ | บันทึกไฟล์แยก / Premium Backup ที่รองรับ | ไฟล์เปิดได้ |
| แอปธนาคาร | เตรียมลงทะเบียนใหม่ตามบริการ | วิธีรับ OTP |
| Authenticator | วิธีโอนย้ายของแอป | Recovery Codes |
| บัญชี Google | ตรวจสอบข้อมูลเข้าสู่ระบบ | ผ่านการยืนยันตัวตน |
| ไฟล์ส่วนตัว | ส่งออกจากฟีเจอร์ที่ใช้งาน | ตรวจสอบสำเนา |
| การตั้งค่าพิเศษ | บันทึกรายละเอียดที่จำเป็น | นำกลับมาใช้ได้ |
รายการนี้ช่วยลดความเสี่ยง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกข้อมูลสามารถสำรองหรือกู้คืนได้ครบ 100%
เปิด Google Backup สำรองข้อมูลอุปกรณ์ ใช้ Google Photos สำรองรูปภาพ คัดลอกไฟล์งานแยก และสำรองประวัติ LINE ผ่านระบบของ LINE โดยเฉพาะ
รูปภาพที่เก็บเฉพาะภายในโทรศัพท์อาจถูกลบ หากไม่มีสำเนาบนคลาวด์หรืออุปกรณ์อื่นก็อาจไม่สามารถกู้คืนได้
ได้ โดยเปิด Backup และตรวจสอบว่ารูปภาพสำรองไปยังบัญชี Google สำเร็จจริง
ใช้ Google Drive สำหรับไฟล์ทั่วไป และใช้ Google Backup สำหรับข้อมูลอุปกรณ์ที่รองรับ ส่วน LINE มีระบบสำรอง Google Drive ภายในแอป LINE เอง
Google Backup รองรับ SMS/MMS ตามเงื่อนไขของ Android ควรตรวจสอบ Backup details และสถานะล่าสุดก่อน
ซิงก์กับ Google Contacts หรือส่งออกไฟล์ VCF สำหรับรายชื่อที่เก็บเฉพาะอุปกรณ์
ขึ้นอยู่กับข้อมูลสำรองและเงื่อนไข LINE โดย Standard Backup บน Android สำรองข้อความตัวอักษร ไม่ครอบคลุมสื่อทุกประเภทในห้องสนทนา
เปิด LINE เข้า Settings แล้วเลือก Chat History Backup ภายใต้ Backup and Transfer จากนั้นเลือก Back up now และรอจนเสร็จ
การสำรองมาตรฐานไม่ได้ครอบคลุมรูปและวิดีโอในประวัติแชต ต้องบันทึกไฟล์สำคัญแยกหรือตรวจสอบบริการสำรองพรีเมียมที่รองรับ
อาจต้องใช้บัญชี Google ที่เคยเชื่อมโยงกับเครื่องเพื่อผ่านการยืนยันตัวตน FRP และเพื่อกู้คืนข้อมูล
ไม่ควรรีเซ็ตก่อนกู้คืนการเข้าถึงบัญชี เพราะอาจติดขั้นตอนยืนยันตัวตนหลัง Factory Reset
ไม่เหมือนกัน โดย Reset All Settings เน้นการคืนค่าการตั้งค่าตามขอบเขตที่ระบบระบุ ส่วน Factory Reset หรือ Erase All Data ลบข้อมูลผู้ใช้ภายในเครื่อง
การรีเซ็ตเฉพาะเครือข่ายไม่ใช่คำสั่งลบข้อมูล LINE แต่ควรตรวจสอบคำอธิบายเมนูก่อนยืนยัน
ไม่ควรคาดหวังว่าจะกู้คืนข้อมูลแอปธนาคารได้ทั้งหมด เพราะบริการมักต้องยืนยันตัวตนหรือผูกอุปกรณ์ใหม่
ควรตรวจสอบว่าไฟล์สำรองเปิดได้จริง LINE สำรองสำเร็จ และมีรหัสบัญชี Google พร้อมก่อน หากยังไม่ครบไม่ควรรีเซ็ต
ไม่จำเป็นต้องทำเป็นวิธีแรก ควรตรวจสอบพื้นที่เก็บข้อมูล แอป ความร้อนและระบบก่อน
หากต้องการ สำรองข้อมูล vivo Y36 ก่อน Factory Reset ควรเริ่มจากเปิด Google Backup แล้วตรวจสอบบัญชีและสถานะการสำรองข้อมูลอุปกรณ์ให้สำเร็จ
ต่อมาควรใช้ Google Photos สำรองรูปภาพและวิดีโอ พร้อมตรวจสอบโฟลเดอร์สำคัญที่ไม่ได้เปิดสำรองอัตโนมัติ
สำหรับรายชื่อผู้ติดต่อ ควรตรวจสอบ Google Contacts หรือเก็บสำเนา VCF ส่วนไฟล์เอกสารและวิดีโอขนาดใหญ่ควรคัดลอกไปยังคอมพิวเตอร์หรือพื้นที่สำรองอื่นเพิ่มเติม
LINE ต้องสำรองแยกต่างหาก โดยใช้ฟังก์ชัน Chat History Backup บน Android ผ่าน Google Drive และตรวจสอบข้อจำกัดของ Standard Backup ซึ่งรองรับข้อความตัวอักษรเป็นหลัก ไม่ใช่การสำรองรูปภาพและวิดีโอทั้งหมดในห้องแชต
ก่อนรีเซ็ตต้องตรวจสอบบัญชี Google รหัสผ่าน PIN หรือ Pattern และวิธียืนยันตัวตนให้พร้อม เพื่อป้องกันปัญหา FRP หลังคืนค่าโรงงาน
ที่สำคัญควรแยกให้ออกระหว่าง Restart, Reset Network Settings, Reset All Settings และ Erase All Data เพราะคำสั่งเหล่านี้มีผลกระทบแตกต่างกัน
ComSiam แนะนำให้ทำสำเนาข้อมูลสำคัญมากกว่าหนึ่งแห่งเมื่อเป็นไปได้ และตรวจสอบว่ากู้คืนหรือเปิดไฟล์สำรองได้จริงก่อน Factory Reset ทุกครั้ง หากยังมีรูปภาพ ประวัติ LINE หรือข้อมูลบัญชีสำคัญที่ไม่ได้สำรอง ไม่ควรล้างเครื่องเพียงเพื่อทดลองแก้ปัญหาซอฟต์แวร์