Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Samsung แอปไม่แจ้งเตือน LINE ไม่เด้ง Facebook และ Messenger ไม่มีแจ้งเตือน ข้อความเข้าแต่ไม่มีเสียง หรือแจ้งเตือนก็ต่อเมื่อเปิดแอป เป็นปัญหาที่ผู้ใช้ Samsung Galaxy อาจพบได้ทั้ง Galaxy A, Galaxy S และ Galaxy Z
บางเครื่องเพื่อนส่งข้อความ LINE มาแล้ว แต่หน้าจอไม่แสดงแจ้งเตือน บางเครื่อง Facebook หรือ Messenger แจ้งเตือนช้าหลายนาที ขณะที่บางเครื่องข้อความเข้าแล้วแต่ไม่ขึ้นหน้าจอล็อก หรือไม่มีเสียงเตือนทั้งที่เปิดเสียงโทรศัพท์ไว้
ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดจาก การปิดสิทธิ์แจ้งเตือนของแอป การตั้งค่า Notification categories, Do not disturb, Sleep หรือ Deep sleeping apps, การจัดการแบตเตอรี่ การตั้งค่าภายใน LINE และ Facebook รวมถึงปัญหาอินเทอร์เน็ต
วิธีแก้ที่ควรเริ่มต้นคือ เข้า Settings → Notifications → App notifications ตรวจว่าอนุญาต LINE, Facebook และ Messenger แล้วหรือยัง จากนั้นตรวจ Do not disturb และ Sleeping apps
หากแจ้งเตือนปรากฏแต่ไม่มีเสียง ให้ตรวจ Notification volume และ Sound and vibration แยกต่างหาก เพราะการแจ้งเตือนที่ไม่ปรากฏ กับการแจ้งเตือนที่ปรากฏแล้วแต่เงียบ เป็นคนละอาการ
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีแก้ Samsung แอปไม่แจ้งเตือนอย่างละเอียด ตั้งแต่ข้อความ LINE ไม่เด้ง Messenger ไม่เตือน การตั้งค่า One UI, Notification categories, Deep sleeping apps, Battery, Background data ไปจนถึงการแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อก โดยเน้นวิธีที่ไม่ต้องลบแอปหรือทำข้อมูลแชตหาย
สาเหตุที่ควรตรวจมีดังนี้
ควรเริ่มจากการแยกประเภทอาการให้ชัดเจนก่อนปรับตั้งค่า
เข้า Settings → Notifications → App notifications แล้วเปิด LINE, Facebook และ Messenger
เปิดเมนูแจ้งเตือนของ LINE และ Facebook ว่าไม่ได้ปิดไว้
ตรวจว่าระบบไม่ได้จำกัดเสียงและการแสดงแจ้งเตือน
หากแอปอยู่ใน Deep sleeping ให้ตรวจความจำเป็นในการนำออกจากรายการ
หากเห็นแจ้งเตือนแต่ไม่ได้ยินเสียง ให้ตรวจระดับเสียงแจ้งเตือน
ทดสอบทั้ง Wi-Fi และ Mobile data
ตรวจ Google Play Store หรือ Galaxy Store ตามแหล่งให้บริการแอป
ทดลองส่งข้อความใหม่หลังเครื่องเริ่มทำงาน
ไม่ควรเริ่มจาก Clear data, Uninstall หรือ Factory Reset เพราะอาจกระทบข้อมูลแชตและการเข้าสู่ระบบ
ไม่มีข้อความในแถบแจ้งเตือน ทั้งที่ได้รับข้อความใหม่
ควรตรวจ App notifications, Notification categories, Deep sleeping apps และอินเทอร์เน็ต
เห็นข้อความแจ้งเตือนตามปกติ แต่ไม่ดังและไม่สั่น
ควรตรวจ Notification volume, Sound mode, Do not disturb และหมวดแจ้งเตือนที่ตั้งเป็น Silent
ข้อความอยู่ในแถบแจ้งเตือน แต่ไม่มีป้ายเด้งด้านบนหน้าจอ
ควรตรวจ Notification pop-up style และการแสดงแจ้งเตือนของแอป
ควรตรวจ Deep sleeping apps, Battery restrictions, Background data และการเชื่อมต่อของแอปกับบริการแจ้งเตือน
การแยกอาการให้ถูกตั้งแต่แรกช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุด
เข้า Settings → Apps → เลือกแอป → Notifications
แต่ยังไม่ได้รับแจ้งเตือน ให้ตรวจ Notification categories และการตั้งค่าภายในแอปต่อ
Notification categories คือระบบแบ่งประเภทการแจ้งเตือนภายในแอป Android
แอปหนึ่งอาจมีการแจ้งเตือนหลายรูปแบบ เช่น
เพราะผู้ใช้อาจเปิด Allow notifications ไว้แล้ว แต่ปิดหมวดข้อความหรือการโทรภายในแอปโดยไม่ตั้งใจ
ชื่อหมวดขึ้นอยู่กับแอปและเวอร์ชันที่ติดตั้ง
ใน One UI บางเวอร์ชัน เมนูจัดการหมวดแจ้งเตือนอาจต้องเปิดใช้งานก่อน
อาจเกิดจากรูปแบบเมนูของรุ่นหรือเวอร์ชัน One UI
ไม่ควรสรุปว่าการแจ้งเตือนเสีย เพราะไม่มีเมนูชื่อตรงกัน
บางแอปอาจไม่ได้แสดงหมวดแจ้งเตือนแยกในรูปแบบเดียวกับแอปอื่น
หาก LINE ไม่แจ้งเตือน ให้ตรวจทั้ง Samsung และภายใน LINE
ดูว่าห้องสนทนาหรือกลุ่มที่มีปัญหาถูกปิดแจ้งเตือนไว้หรือไม่
หากข้อความแจ้งเตือนเฉพาะตอนเปิด LINE ให้ตรวจ Sleeping apps และการเชื่อมต่อเบื้องหลัง
หาก LINE มีข้อความใหม่แต่ไม่แสดงแบนเนอร์หรือ Pop-up ควรตรวจการแสดงแจ้งเตือน
แต่ไม่แสดง Pop-up แสดงว่าระบบรับการแจ้งเตือนแล้ว ควรเน้นการตั้งค่าการแสดงผล
ให้ตรวจอินเทอร์เน็ตและการทำงานเบื้องหลังเพิ่มเติม
อาการนี้ควรตรวจว่าแอปสามารถทำงานและรับข้อมูลเบื้องหลังได้หรือไม่
อาจถูกจำกัดการทำงานเบื้องหลังอย่างมาก
พิจารณานำ LINE ออกจาก Deep sleeping apps และตั้งค่าการใช้แบตเตอรี่ตามความจำเป็น โดยตระหนักว่าแอปอาจใช้พลังงานเพิ่มขึ้น
LINE Call และข้อความแชตอาจใช้หมวดการแจ้งเตือนหรือสิทธิ์ที่แตกต่างกัน
อาจเกี่ยวข้องกับสิทธิ์และรูปแบบการแสดงแจ้งเตือนของการโทร
ไม่ควรเริ่มจากการถอน LINE เพราะอาจกระทบข้อมูลแชต
Facebook มีการแจ้งเตือนหลายประเภท เช่น ความคิดเห็น การกล่าวถึง โพสต์ กิจกรรมและการโต้ตอบอื่น ๆ
ควรตรวจหมวดหรือประเภทการแจ้งเตือนของ Facebook โดยตรง
ให้ตรวจอินเทอร์เน็ตและการทำงานเบื้องหลังเพิ่มเติม
Messenger เป็นแอปที่มีระบบแจ้งเตือนของตัวเอง
อาจเป็นเพราะบทสนทนานั้นถูก Mute
ควรตรวจสิทธิ์ระดับระบบและการทำงานเบื้องหลังของ Messenger
หากมีสาย Messenger แต่ไม่มีหน้าต่างสายเรียกเข้าปรากฏ ให้ตรวจการแจ้งเตือนและสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง
ควรตรวจรูปแบบการแจ้งเตือนและการแสดงผลเหนือหน้าจออื่นตามความสามารถของแอป
ควรตรวจการทำงานเบื้องหลังและอินเทอร์เน็ตเป็นพิเศษ
Do not disturb เป็นโหมดควบคุมเสียงและการรบกวนจากการแจ้งเตือน
ในบางการตั้งค่า แจ้งเตือนอาจยังถูกบันทึกไว้แต่ไม่ส่งเสียงหรือไม่แสดงในลักษณะเดิม
สามารถตรวจตัวเลือกข้อยกเว้นของแอปตามรุ่นที่รองรับได้
ไม่ควรปิดโหมดนี้ถาวรหากใช้งานเพื่อการพักผ่อนหรือสมาธิโดยตั้งใจ
Samsung Modes and Routines สามารถปรับพฤติกรรมโทรศัพท์ตามช่วงเวลา สถานที่หรือเงื่อนไขที่ตั้งไว้
ควรตรวจ Sleep mode และตาราง Do not disturb
ควรตรวจ Work mode หรือ Routine ที่ผูกกับสถานที่
Deep sleeping apps เป็นส่วนหนึ่งของระบบจัดการการใช้พลังงานเบื้องหลังของ Samsung
แอปในกลุ่มนี้อาจถูกจำกัดการทำงานเมื่อไม่ได้เปิดใช้งาน ซึ่งอาจกระทบการส่งแจ้งเตือนแบบทันทีในบางสถานการณ์
พิจารณานำออกจากรายการ
ไม่ได้หมายความว่าแอปทุกตัวใน Deep sleeping จะไม่มีแจ้งเตือนทุกกรณี เพราะวิธีส่งข้อความและบริการระบบของแอปแตกต่างกัน
ชื่อเมนูอาจแตกต่างตาม One UI
ให้ค้นหา Background usage limits ผ่านช่องค้นหา Settings
การอนุญาตให้แอปทำงานเบื้องหลังมากขึ้นอาจเพิ่มการใช้แบตเตอรี่ ควรปรับเฉพาะแอปที่ต้องการแจ้งเตือนสำคัญ
| รายการ | Sleeping apps | Deep sleeping apps |
|---|---|---|
| วัตถุประสงค์ | จำกัดการทำงานเบื้องหลัง | จำกัดการทำงานเข้มงวดกว่า |
| การทำงานเมื่อไม่ได้เปิดแอป | อาจถูกจำกัด | อาจถูกจำกัดอย่างมาก |
| ผลต่อการแจ้งเตือน | อาจล่าช้าในบางกรณี | มีโอกาสกระทบมากขึ้น |
| เหมาะกับแอปที่ต้องแจ้งเตือนทันที | ควรตรวจความจำเป็น | โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงหากต้องรับแจ้งเตือนทันที |
ควรตรวจว่า LINE ไม่ถูกจำกัดเกินความจำเป็น
ระบบ Sleep อาจช่วยประหยัดพลังงานได้ตามรูปแบบการใช้งาน
ไม่จำเป็นต้องนำทุกแอปออกจาก Sleeping apps ทั้งหมด
Samsung บางรุ่นมีรายการ Never auto sleeping apps สำหรับแอปที่ผู้ใช้ไม่ต้องการให้ระบบนำเข้าสู่สถานะ Sleep อัตโนมัติ
ช่วยลดโอกาสที่ระบบจัดการพลังงานของ Samsung จะนำแอปที่เลือกเข้าสู่ Sleep โดยอัตโนมัติ
ไม่ได้รับประกันว่าแจ้งเตือนจะมาทันทีทุกครั้ง เพราะยังขึ้นกับเครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ และการตั้งค่าภายในแอป
Power saving อาจเปลี่ยนการทำงานของแอปและระบบบางส่วนเพื่อประหยัดพลังงานตามรุ่น
ควรตรวจข้อจำกัดแบตเตอรี่ที่เกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องปิดระบบประหยัดพลังงานถาวรทันที
ให้ตรวจ Notification permissions และอินเทอร์เน็ตต่อ
แอปสื่อสารอาจต้องใช้การรับส่งข้อมูลเบื้องหลังเพื่อทำงานตามปกติ
แอปบางประเภทอาจรับข้อมูลได้ล่าช้าหรือไม่ครบในบางสถานการณ์
เมนูและตัวเลือกแตกต่างกันตาม One UI และผู้ให้บริการเครือข่าย
ไม่จำเป็นต้องเปิดข้อมูลเบื้องหลังให้ทุกแอปโดยไม่มีเหตุผล
Data Saver ช่วยลดการใช้ข้อมูลมือถือของแอปที่ทำงานเบื้องหลัง
ควรตรวจการตั้งค่า Wi-Fi และการทำงานเบื้องหลังร่วมด้วย
Data Saver ไม่ได้ทำให้ทุกแอปหยุดแจ้งเตือนเสมอไป ต้องเปรียบเทียบผลจริง
หาก LINE แจ้งเตือนผ่าน Mobile data ได้ แต่ไม่แจ้งเตือนเมื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายนั้น
ควรตรวจเราเตอร์ DNS, VPN หรือข้อจำกัดเครือข่ายนั้นตามความเหมาะสม
ควรตรวจแอปและการตั้งค่า Samsung เพิ่มเติม
หาก Wi-Fi แจ้งเตือนปกติ แต่ Mobile data ไม่แจ้งเตือน ควรตรวจเครือข่ายมือถือและ Data Saver
ต้องแก้เครือข่ายมือถือก่อน
ให้ตรวจแอปและบริการแจ้งเตือนเพิ่มเติม
หากหน้าจอแสดงข้อความ แต่ไม่มีเสียงแจ้งเตือน ให้เริ่มจาก Sound mode และระดับเสียง
ให้ตรวจว่า Notification category ของแอปถูกตั้งเป็น Silent หรือไม่
ควรตรวจ Mute all sounds ใน Accessibility ด้วย
เพราะ Media และ Notifications เป็นคนละประเภทเสียง
การเพิ่ม Notifications volume อย่างเดียวอาจไม่ทำให้เสียงกลับมา ต้องตรวจ Sound mode ร่วมด้วย
Samsung Galaxy บางรุ่นมีตัวเลือก Mute all sounds ภายใต้ Accessibility
ควรพิจารณาความต้องการของผู้ใช้ก่อนเปลี่ยนการตั้งค่า
Mute all sounds เกี่ยวกับเสียง ไม่ใช่สาเหตุหลักของการที่ระบบไม่รับการแจ้งเตือนทั้งหมดเสมอไป
หากได้รับข้อความแล้ว แต่ไม่มีแจ้งเตือนบน Lock screen ให้ตรวจการแสดงแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อก
สามารถเลือกซ่อนเนื้อหาข้อความบนหน้าจอล็อกได้
การซ่อนเนื้อหาแจ้งเตือนไม่ได้หมายความว่าข้อความไม่ได้รับ และไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อความทั้งหมดบนหน้าจอล็อก
หากบนหน้าจอล็อกเห็นเพียงสัญลักษณ์แจ้งเตือน อาจเป็นรูปแบบที่ระบบตั้งไว้
โทรศัพท์อาจแสดงไอคอนหรือข้อความแบบจำกัดเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว
ไม่ควรถือว่าเป็นข้อผิดพลาดของ LINE โดยอัตโนมัติ
บางครั้งการแจ้งเตือนทำงาน แต่ระบบไม่ได้แสดงแบนเนอร์ด้านบน
การแสดงผลอาจต่างจาก Detailed
ควรตรวจว่าแจ้งเตือนถูกตั้งเป็น Silent หรือถูกจำกัดโดย Do not disturb หรือไม่
หากปัญหาเริ่มหลังอัปเดต One UI ควรตรวจการตั้งค่าที่อาจเปลี่ยนและอัปเดตแอปที่เกี่ยวข้อง
ควรเน้นการตั้งค่าระดับระบบก่อน
ให้ตรวจการตั้งค่าภายใน LINE และแชตที่ปิดแจ้งเตือน
เมื่อย้ายจากโทรศัพท์เก่ามา Samsung Galaxy เครื่องใหม่ ต้องตรวจสิทธิ์แจ้งเตือนและการทำงานของแอปอีกครั้ง
ควรตรวจสิทธิ์และการตั้งค่าของเครื่องใหม่ก่อน
ต้องตรวจสถานะบัญชีและการย้ายข้อมูลตามข้อกำหนดของ LINE ไม่ควรเข้าสู่ระบบสลับเครื่องโดยไม่ทราบผลกระทบ
หากตรวจสิทธิ์และการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่แอปยังผิดปกติ สามารถทดลอง Clear cache ของแอปที่มีปัญหาได้
การล้าง Cache ตามปกติเป็นการลบข้อมูลชั่วคราว ไม่ใช่การสั่งลบประวัติแชตทั้งหมด
อย่ากด Clear data แทน Clear cache
โดยเฉพาะ LINE เพราะข้อมูลที่ไม่ได้สำรองไว้อาจได้รับผลกระทบอย่างมาก
การถอนติดตั้งเป็นขั้นตอนที่ควรพิจารณาภายหลัง ไม่ใช่วิธีแรก
ไม่ควรถอนติดตั้งก่อนตรวจการสำรองแชตและวิธีกู้คืน เพราะข้อมูลบางประเภทอาจสูญหาย
ควรตรวจสิทธิ์และการตั้งค่าก่อน แม้บัญชีจะมีข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ แต่การตั้งค่าและข้อมูลบางส่วนในเครื่องอาจได้รับผลกระทบจากการติดตั้งใหม่
ไม่ควร Factory Reset เป็นขั้นตอนแรก
ก่อนคืนค่าโรงงาน ควรตรวจให้ครบ
Factory Reset จะลบข้อมูลส่วนตัวในเครื่องตามขอบเขตการคืนค่าโรงงาน และไม่ได้รับประกันว่าจะแก้บริการแจ้งเตือนที่มีปัญหาจากฝั่งแอปหรือเซิร์ฟเวอร์ได้
| อาการ | จุดที่ควรตรวจ | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| LINE ไม่แจ้งเตือนทุกข้อความ | Allow notifications | เปิดสิทธิ์ |
| LINE ไม่แจ้งเตือนเฉพาะกลุ่ม | Mute chat | ตรวจแชต |
| LINE แจ้งเตือนเมื่อเปิดแอป | Deep sleeping, Background data | ตรวจเบื้องหลัง |
| LINE โทรเข้าไม่เด้ง | หมวด Calls และการแสดงผล | ตรวจ LINE และ One UI |
| Facebook ไม่แจ้งเตือน | App notifications และ Facebook Settings | เปิดประเภทแจ้งเตือน |
| Messenger ไม่เตือนข้อความ | Messenger Notifications | ตรวจทั้งระบบและแอป |
| Messenger ไม่เตือนเฉพาะคน | แชตถูก Mute | เปิดแจ้งเตือนแชต |
| แจ้งเตือนขึ้นแต่ไม่มีเสียง | Notification volume, Silent | ตรวจเสียง |
| แจ้งเตือนหายตอนกลางคืน | Sleep mode, Do not disturb | ตรวจตารางเวลา |
| ไม่ขึ้นบนหน้าจอล็อก | Lock screen notifications | ตรวจการแสดงผล |
| ไม่แสดง Pop-up | Notification pop-up style | เลือกการแสดงผล |
| แจ้งเตือนช้าเฉพาะ Wi-Fi | เครือข่าย Wi-Fi | ทดสอบ Mobile data |
| แจ้งเตือนช้าเฉพาะ Mobile data | Data Saver, Background data | ตรวจเครือข่าย |
| หลังอัปเดต One UI ไม่เตือน | การตั้งค่าหรือแอป | ตรวจสิทธิ์และอัปเดต |
| ทุกแอปไม่มีเสียง | Sound mode, DND, Mute all sounds | ตรวจระบบเสียง |
| แจ้งเตือนบางประเภทหาย | Notification categories | เปิดหมวดที่ต้องการ |
เข้า Settings → Notifications → App notifications เปิด LINE แล้วตรวจการแจ้งเตือนใน LINE, Do not disturb และ Deep sleeping apps
ตรวจ Notification pop-up style และหมวดการแจ้งเตือนข้อความของ LINE
อาจเกี่ยวกับ Deep sleeping apps การจำกัดแบตเตอรี่ Background data หรือการเชื่อมต่อบริการแจ้งเตือน
ตรวจหมวดการโทรของ LINE, Do not disturb และการแสดงสายเรียกเข้าที่แอปและ One UI รองรับ
เปิดสิทธิ์ App notifications และตรวจหมวดแจ้งเตือนภายใน Facebook
ตรวจ Messenger ใน App notifications และ Notifications & sounds ภายในแอป
อาจปิดเสียงหรือ Mute บทสนทนานั้นไว้
Settings → Notifications → App notifications → เลือกแอป → Allow notifications
ตรวจ Settings → Notifications → Advanced settings → Manage notification categories for each app หาก One UI รุ่นนั้นรองรับ
ได้ เพราะโหมดนี้ควบคุมเสียงและลักษณะการแจ้งเตือนตามการตั้งค่าที่เลือก
อาจทำให้การทำงานเบื้องหลังถูกจำกัดและส่งผลต่อความทันเวลาของแจ้งเตือน ควรตรวจรายการดังกล่าว
เป็นรายการแอปที่ผู้ใช้ต้องการหลีกเลี่ยงการถูกนำเข้าสู่ Sleep อัตโนมัติตามระบบที่รองรับ
อาจมีผลกับการทำงานเบื้องหลังของบางแอป แต่ไม่ใช่สาเหตุทุกกรณี
Settings → Apps → เลือกแอป → Mobile data หรือ Data usage แล้วตรวจตัวเลือกอนุญาตใช้งานข้อมูลเบื้องหลัง
ตรวจ Notification volume, Sound mode, Do not disturb และหมวดการแจ้งเตือนที่ตั้งเป็น Silent
Settings → Sounds and vibration → Volume → Notifications
ตรวจ Lock screen notifications และรูปแบบการแสดงเนื้อหาบนหน้าจอล็อก
อาจตั้งค่าซ่อนเนื้อหาเพื่อความเป็นส่วนตัว หรือเลือกรูปแบบที่แสดงเฉพาะไอคอน
ตรวจ App notifications, Notification categories, Deep sleeping apps, อัปเดตแอป และรีสตาร์ตโทรศัพท์
ไม่ควรเริ่มจากการลบ เพราะอาจกระทบประวัติแชตและไฟล์ที่ไม่ได้สำรอง
ไม่ควรล้างเครื่องทันที เพราะควรตรวจสิทธิ์ การตั้งค่าเสียง แบตเตอรี่ และเครือข่ายก่อน
Samsung แอปไม่แจ้งเตือน LINE และ Facebook ไม่เด้ง มักควรเริ่มจากการตรวจสิทธิ์แจ้งเตือน การตั้งค่าภายในแอป Do not disturb และการทำงานเบื้องหลัง
หาก ไม่มีแจ้งเตือนเลย ให้ตรวจ App notifications → Notification categories → การตั้งค่าในแอป → Deep sleeping apps
หาก ข้อความเข้าแต่ไม่มีเสียง ให้ตรวจ Sounds and vibration → Volume → Notifications พร้อมตรวจ Sound mode และ Do not disturb
หาก ข้อความเข้าแต่ไม่เด้งบนหน้าจอ ให้ตรวจ Notification pop-up style และ Lock screen notifications
หาก แจ้งเตือนก็ต่อเมื่อเปิด LINE หรือ Messenger ให้ตรวจ Background usage limits, Battery restrictions, Background data และอินเทอร์เน็ต
ไม่ควร Clear data, Uninstall หรือ Factory Reset ก่อนตรวจวิธีที่มีผลกระทบต่ำกว่า เพราะอาจส่งผลต่อข้อมูลแชตและบัญชีผู้ใช้งาน
ComSiam แนะนำให้แยกอาการเป็น ไม่ได้รับแจ้งเตือน, ได้รับแต่ไม่มีเสียง, ไม่แสดง Pop-up และแจ้งเตือนล่าช้า แล้วแก้ตามจุดที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ Samsung Galaxy กลับมาแจ้งเตือนตามต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องลบแอปหรือข้อมูลสำคัญ