Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Samsung ต่อ Wi-Fi ได้แต่ไม่มีอินเทอร์เน็ต เชื่อมต่อสำเร็จ มีสัญลักษณ์ Wi-Fi บนหน้าจอ แต่เปิด Google, YouTube, Facebook หรือ LINE ไม่ได้ เป็นปัญหาที่ผู้ใช้ Samsung Galaxy พบได้ทั้งโทรศัพท์รุ่น Galaxy A, Galaxy S และ Galaxy Z
บางเครื่องขึ้นข้อความ Connected without internet หรือ Internet may not be available บางเครื่องเชื่อมต่อ Wi-Fi บ้านได้ แต่ไม่มีเว็บไซต์ใดเปิดขึ้น ขณะที่บางเครื่องพบว่าโทรศัพท์ Samsung ไม่มีเน็ตเพียงเครื่องเดียว ทั้งที่คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เครื่องอื่นใช้อินเทอร์เน็ตจากเราเตอร์เดียวกันได้ตามปกติ
ปัญหานี้ไม่ได้หมายความว่าโทรศัพท์เสียหรือเราเตอร์เสียเสมอไป เพราะ การเชื่อมต่อ Wi-Fi สำเร็จไม่ได้หมายความว่าเครือข่ายนั้นสามารถออกอินเทอร์เน็ตได้
สาเหตุอาจเกิดจากอินเทอร์เน็ตของผู้ให้บริการขัดข้อง เราเตอร์มีปัญหาที่ WAN หรือ DNS โทรศัพท์ได้รับ IP Address ไม่ถูกต้อง ตั้งค่า Private DNS หรือ VPN ไม่เหมาะสม หรือเครือข่ายกำหนดให้เข้าสู่ระบบก่อนใช้งาน
วิธีตรวจที่เร็วที่สุดคือ ลองใช้อุปกรณ์อีกเครื่องกับ Wi-Fi เดียวกัน แล้วนำ Samsung ไปทดลองเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ Hotspot อีกเครือข่ายหนึ่ง ผลการทดสอบสองทางนี้ช่วยแยกได้ว่าควรเริ่มแก้ที่โทรศัพท์หรือเราเตอร์
บทความนี้ ComSiam จะอธิบายวิธีแก้ Samsung ต่อ Wi-Fi ได้แต่ไม่มีอินเทอร์เน็ตแบบละเอียด ตั้งแต่ตรวจเราเตอร์และสายอินเทอร์เน็ต WAN ไปจนถึงวิธีแก้ DHCP, IP Address, DNS, VPN, Captive Portal, Mesh Wi-Fi และการรีเซ็ตเครือข่ายบน One UI โดยไม่ต้องลบข้อมูลภายในเครื่อง
เมื่อ Samsung Galaxy แสดงว่าเชื่อมต่อ Wi-Fi แล้ว หมายความว่าโทรศัพท์สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์กระจายสัญญาณไร้สายได้ในระดับหนึ่ง
แต่การเข้าสู่อินเทอร์เน็ตยังต้องผ่านระบบอีกหลายส่วน เช่น
หากขั้นตอนใดมีปัญหา โทรศัพท์อาจยังแสดงไอคอน Wi-Fi แต่ใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่ได้
เป็นข้อความที่ระบบใช้แจ้งว่าเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi ได้ แต่การตรวจสอบการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไม่สำเร็จ
ไม่จำเป็น เพราะโทรศัพท์อาจมีการตั้งค่า DNS หรือ VPN ที่ผิดปกติ หรือเครือข่ายอาจกำหนดให้เข้าสู่ระบบก่อน
สาเหตุสำคัญมีดังนี้
หลักการสำคัญ: ต้องตรวจว่าปัญหาเกิดกับโทรศัพท์เพียงเครื่องเดียวหรือเกิดกับอุปกรณ์ทุกเครื่องในเครือข่ายเดียวกัน
ตรวจว่าเป็นปัญหาอินเทอร์เน็ตทั้งหมดหรือเฉพาะบริการบางแห่ง
เชื่อมต่อกับ Wi-Fi เดียวกัน แล้วทดลองเปิดเว็บไซต์
ช่วยตรวจว่า Samsung สามารถใช้อินเทอร์เน็ตจาก Wi-Fi เครือข่ายอื่นได้หรือไม่
แก้ข้อผิดพลาดชั่วคราวของระบบ
ดูไฟสถานะ Internet, WAN และ PON/LOS ตามชนิดอุปกรณ์
ลบค่าการเชื่อมต่อเดิมของเครือข่ายนั้น
หากยังไม่ได้ ให้ตรวจค่าการเชื่อมต่อขั้นสูงเพิ่มเติม
การตรวจจากง่ายไปยากช่วยลดความเสี่ยงที่จะแก้ค่าผิดจุด
วิธีนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดสำหรับปัญหา Wi-Fi เชื่อมต่อได้แต่ไม่มีอินเทอร์เน็ต
| ผลทดสอบ | แนวทางวิเคราะห์ |
|---|---|
| ทุกเครื่องใช้ Wi-Fi เดิมไม่ได้ | ตรวจเราเตอร์และผู้ให้บริการ |
| มีเพียง Samsung ที่ใช้ไม่ได้ | ตรวจการตั้งค่า Samsung |
| Samsung ใช้ Hotspot อื่นได้ | ตรวจเครือข่าย Wi-Fi เดิม |
| Samsung ใช้ Wi-Fi ทุกแห่งไม่ได้ | ตรวจระบบ Samsung เพิ่มเติม |
| Wi-Fi ใช้ได้บางเว็บ | ตรวจ DNS, VPN หรือเว็บไซต์ปลายทาง |
ผลการทดสอบช่วยจำกัดขอบเขตปัญหา แต่ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าฮาร์ดแวร์ชิ้นใดเสีย
ให้เริ่มจากตรวจว่าเครือข่าย Wi-Fi นั้นออกอินเทอร์เน็ตได้จริงหรือไม่
หากโทรศัพท์อื่นก็ไม่มีเน็ต ควรตรวจระบบหลังเราเตอร์ก่อน
หากเฉพาะ Samsung มีปัญหา ให้ตรวจค่า IP Address, DNS, VPN และแอปเพิ่มเติม
การมีไอคอน Wi-Fi บนหน้าจอไม่ได้ยืนยันว่าระบบ DNS และอินเทอร์เน็ตทำงานครบถ้วน
อาจเกิดจากการแก้ไขชื่อโดเมน DNS การกำหนดเส้นทาง หรือปัญหาของเว็บไซต์ปลายทาง
ควรตรวจ Gateway, WAN และสถานะอินเทอร์เน็ตของผู้ให้บริการเพิ่มเติม
การรีสตาร์ตอาจแก้ข้อผิดพลาดชั่วคราวของระบบเครือข่าย
หากรีสตาร์ตแล้วใช้งานได้ แต่ต่อมามีปัญหาซ้ำ ควรตรวจการตั้งค่าระบบและเครือข่ายเพิ่มเติม
การรีสตาร์ตไม่สามารถแก้สายไฟเบอร์ที่ขาดหรือการขัดข้องของผู้ให้บริการได้
การลืมเครือข่ายเหมาะกับกรณีที่โทรศัพท์บันทึกค่า Wi-Fi เดิมผิดปกติ
ไม่ทำให้รูปภาพหรือแอปถูกลบ แต่ค่าการเชื่อมต่อของเครือข่ายนั้นจะถูกลืม และต้องใส่รหัสผ่านใหม่
ควรทราบรหัสผ่านก่อนใช้คำสั่ง Forget
หากอุปกรณ์ทุกเครื่องใช้อินเทอร์เน็ตไม่ได้ แม้ยังเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ได้ ควรตรวจเราเตอร์และระบบ WAN
อุปกรณ์ ONT บางรุ่นมีไฟ PON และ LOS
โดยทั่วไป LOS สีแดงหรือแสดงสถานะผิดปกติอาจเกี่ยวข้องกับการสูญเสียสัญญาณไฟเบอร์ แต่รูปแบบไฟสถานะขึ้นอยู่กับอุปกรณ์
ควรตรวจคู่มืออุปกรณ์และติดต่อผู้ให้บริการเมื่อพบสัญญาณผิดปกติ
ไม่ควรถอดหัวไฟเบอร์หรือมองเข้าไปในปลายสายไฟเบอร์ เนื่องจากอาจมีแสงเลเซอร์ที่มองไม่เห็นและเป็นอันตรายต่อดวงตา
สำหรับระบบที่มีโมเด็มหรือ ONT แยกจากเราเตอร์ สาย Ethernet ระหว่างอุปกรณ์อาจเป็นจุดที่เกิดปัญหาได้
ควรตรวจระบบ VLAN, PPPoE, DHCP WAN และนโยบาย Firewall ตามโครงสร้างเครือข่าย
ไม่ควรเปลี่ยนค่าระบบ WAN โดยไม่ทราบข้อมูลเดิม เพราะอาจทำให้ทุกอุปกรณ์ในเครือข่ายใช้งานไม่ได้
หากอุปกรณ์หลายเครื่องมีปัญหาพร้อมกัน การรีสตาร์ตเราเตอร์อาจช่วยคัดกรองข้อผิดพลาดชั่วคราว
Restart ไม่เหมือน Factory Reset
อย่ากดปุ่ม Reset ค้างจนคืนค่าโรงงาน เพราะอาจทำให้ค่า PPPoE, Wi-Fi, VLAN หรือค่าจากผู้ให้บริการถูกลบ
โทรศัพท์อาจได้รับ IP Address ภายในเครือข่ายแล้ว แต่ไม่มีเส้นทางออกอินเทอร์เน็ต
ตัวอย่างค่าที่พบในเครือข่ายทั่วไป เช่น
ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ใช่ค่าที่ต้องใช้กับทุกบ้าน
อาจได้รับค่าจาก DHCP ผิดตัวหรือมีการกำหนด IP ไม่ถูกต้อง
ควรตรวจอุปกรณ์ DHCP และโครงสร้างเครือข่ายก่อนเปลี่ยนค่าด้วยตัวเอง
หากโทรศัพท์ได้รับ IP Address ในช่วง 169.254.x.x อาจเกี่ยวข้องกับการกำหนดที่อยู่แบบ Link-local เมื่อไม่สามารถรับค่าที่เหมาะสมจาก DHCP ได้
ไม่ควรกำหนด IP Address แบบสุ่ม เพราะอาจชนกับอุปกรณ์อื่นหรือใช้ Gateway ผิด
DHCP เป็นบริการแจก IP Address และค่าที่เกี่ยวข้องให้กับอุปกรณ์
หากกำหนด Static IP ไว้โดยผู้ดูแล ไม่ควรเปลี่ยนเป็น DHCP โดยไม่ได้รับอนุญาต
ควรตรวจว่า DHCP Server แจก Gateway และ DNS ถูกต้องด้วย ไม่ใช่ดูเพียงว่าโทรศัพท์ได้รับ IP แล้ว
DNS ทำหน้าที่แปลงชื่อเว็บไซต์เป็นข้อมูลที่ระบบใช้ในการเชื่อมต่อ
หาก DNS ผิดปกติ โทรศัพท์อาจเปิดเว็บไซต์ด้วยชื่อโดเมนไม่ได้ แม้จะมีการเชื่อมต่อเครือข่ายอยู่
ไม่ควรสรุปว่าการเปลี่ยน DNS จะทำให้อินเทอร์เน็ตกลับมาได้ทุกกรณี เพราะหาก WAN ขัดข้อง DNS ก็ไม่สามารถแก้ได้
อาจมีปัญหากับผู้ให้บริการ DNS ที่กำหนดเองหรือเส้นทางเชื่อมต่อไปยังบริการนั้น
หากโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์องค์กรและมีนโยบาย DNS เพื่อความปลอดภัย ไม่ควรเปลี่ยนค่าโดยไม่ได้รับอนุญาต
VPN อาจกำหนดเส้นทางข้อมูลและ DNS ของโทรศัพท์
หากบริการ VPN ไม่เชื่อมต่อหรือมีนโยบายบังคับใช้งาน อาจทำให้ไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้
ควรติดต่อผู้ดูแลก่อนเปลี่ยน VPN เพราะการปิดระบบอาจขัดนโยบายความปลอดภัย
หาก Wi-Fi เชื่อมต่อได้แต่ไม่มีอินเทอร์เน็ตทุกแห่ง และมี VPN ทำงานอยู่ ควรตรวจจุดนี้เป็นพิเศษ
เครือข่ายสาธารณะบางแห่งต้องเข้าสู่ระบบก่อนใช้งาน เรียกว่า Captive Portal
อาจเกี่ยวข้องกับ Private DNS, VPN หรือระบบ Captive Portal ของเครือข่าย
ให้สอบถามผู้ดูแลสถานที่หรือผู้ให้บริการ Wi-Fi
ไม่ควรกรอกรหัสผ่านธนาคารหรือบัญชีสำคัญในหน้าที่ไม่น่าเชื่อถือ และควรระวังเครือข่ายปลอมที่ใช้ชื่อคล้ายกับ Wi-Fi จริง
หากบางแอปทำงานได้ แต่บางแอปใช้งานไม่ได้ อาจไม่ใช่ปัญหาอินเทอร์เน็ตทั้งหมด
ไม่ควร Factory Reset โทรศัพท์เพียงเพราะแอปเดียวเชื่อมต่อไม่ได้
หาก Samsung ใช้ Wi-Fi ได้ในตอนกลางวัน แต่ไม่มีอินเทอร์เน็ตช่วงกลางคืน อาจเกี่ยวข้องกับการตั้งเวลาบนเราเตอร์หรือระบบควบคุมการใช้งาน
หากปัญหาเกิดเป็นเวลาเดิมซ้ำ ๆ ควรตรวจการตั้งค่าตามตารางเวลา ก่อนสงสัยว่าโทรศัพท์เสีย
ระบบ Mesh หรือ Access Point หลายตัวอาจให้สัญญาณ Wi-Fi ได้ แม้การเชื่อมต่อกลับไปยังเราเตอร์หลักมีปัญหา
ควรเน้นตรวจการเชื่อมต่อระหว่าง Node รองกับระบบหลัก
ไม่ควรแก้ด้วยการเพิ่มกำลังส่ง Wi-Fi เพียงอย่างเดียว เพราะปัญหาอาจเป็น Backhaul ไม่ใช่ความแรงสัญญาณ
เครือข่ายองค์กรอาจมีระบบ VLAN, Firewall, Captive Portal, Proxy หรือการกำหนดสิทธิ์ตามผู้ใช้
ไม่ควรเปลี่ยน Static IP, Proxy หรือ DNS ขององค์กรเอง เพราะอาจขัดกับนโยบายและทำให้ระบบอื่นใช้งานไม่ได้
อาการเชื่อมต่อได้แล้วอินเทอร์เน็ตหลุดเป็นช่วงอาจเกิดจากคุณภาพเครือข่ายไม่เสถียร
หาก Wi-Fi ยังเชื่อมต่อแต่ทุกเครื่องไม่มีเน็ตพร้อมกัน ควรตรวจ WAN และอินเทอร์เน็ตผู้ให้บริการเป็นพิเศษ
หากปัญหาเริ่มหลังเปลี่ยนเราเตอร์ อาจเกิดจากค่าการเชื่อมต่อเครือข่ายใหม่ไม่สอดคล้องกับระบบเดิม
ไม่ควรกรอกข้อมูล PPPoE แบบคาดเดา หรือเปลี่ยนค่า VLAN ตามคำแนะนำที่ไม่ได้อ้างอิงอุปกรณ์และผู้ให้บริการจริง
การตั้ง Static IP ผิดอาจทำให้โทรศัพท์เชื่อมต่อกับ Wi-Fi ได้ แต่ไม่สามารถติดต่อ Gateway หรือ DNS
เครือข่ายบ้านทั่วไปมักใช้ DHCP เพื่อให้เราเตอร์กำหนดค่าอัตโนมัติ
แต่สำหรับระบบที่กำหนด Static IP โดยผู้ดูแล เช่น องค์กรหรือระบบอุปกรณ์เฉพาะ ควรใช้ค่าที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
Samsung อาจยังคงเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต หรือมีระบบสลับไปใช้ Mobile data ตามการตั้งค่าของรุ่น
อาจแสดงว่า Mobile data ทำงานได้ แต่ Wi-Fi เครือข่ายเดิมมีปัญหา
การใช้งาน Mobile data อาจมีค่าบริการตามแพ็กเกจ โดยเฉพาะหากระบบสลับข้อมูลอัตโนมัติ
ควรตรวจการใช้ข้อมูลของซิมและเงื่อนไขแพ็กเกจ
หากปัญหาเริ่มหลังอัปเดต One UI ควรตรวจระบบและการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องก่อน
การเริ่มมีปัญหาหลังอัปเดตไม่ได้ยืนยันว่า One UI เป็นสาเหตุโดยตรงเสมอไป
ไม่ควรแฟลชเฟิร์มแวร์จากแหล่งที่ไม่เชื่อถือ หรือ Factory Reset ก่อนตรวจการตั้งค่าพื้นฐาน
Safe mode ช่วยแยกปัญหาจากแอปที่ติดตั้งเพิ่มเติม
อาจมีแอป VPN, Firewall, DNS หรือแอปอื่นที่รบกวนการเชื่อมต่อ
ควรตรวจระบบเครือข่ายและค่าของโทรศัพท์เพิ่มเติม
รีสตาร์ตโทรศัพท์ตามปกติ
หากตรวจทุกอย่างแล้ว แต่ Samsung ยังไม่สามารถใช้อินเทอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi ได้ในหลายเครือข่าย อาจพิจารณารีเซ็ตการตั้งค่า Wi-Fi
การรีเซ็ตเฉพาะ Wi-Fi และ Bluetooth โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ หรือแอปส่วนตัว
แต่จะลบหรือคืนค่าข้อมูล Wi-Fi ที่บันทึกไว้ และการจับคู่อุปกรณ์ Bluetooth ซึ่งอาจต้องตั้งค่าใหม่
บางรุ่นมีเมนูรีเซ็ตเครือข่ายแบบรวมที่อาจกระทบการตั้งค่าเครือข่ายมือถือด้วย
ควรอ่านชื่อเมนูและคำเตือนก่อนยืนยัน
Samsung Members มีเครื่องมือ Phone diagnostics สำหรับตรวจการทำงานของ Galaxy ในรุ่นที่รองรับ
ยังต้องตรวจเราเตอร์ WAN, DHCP และ DNS เพิ่มเติม เพราะผลตรวจ Wi-Fi ไม่ได้รับประกันว่าอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการทำงานสมบูรณ์
ควรให้ศูนย์บริการ Samsung ตรวจซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม
ควรพิจารณาส่งศูนย์เมื่อมีหลักฐานว่าปัญหาเกิดกับโทรศัพท์อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงเครือข่ายหนึ่ง
ไม่ควรสรุปว่าชิป Wi-Fi เสียเพียงเพราะ Wi-Fi บ้านหนึ่งเครือข่ายไม่มีอินเทอร์เน็ต
| อาการ | สาเหตุที่ควรตรวจ | วิธีแก้ |
|---|---|---|
| ทุกเครื่องไม่มีอินเทอร์เน็ต | WAN หรือผู้ให้บริการ | ตรวจเราเตอร์และ ISP |
| Samsung เครื่องเดียวไม่มีเน็ต | การตั้งค่าโทรศัพท์ | ตรวจ IP, DNS, VPN |
| Samsung ใช้ Hotspot ได้ | เครือข่ายเดิม | ตรวจเราเตอร์ |
| Connected without internet | Gateway, WAN หรือ DNS | ทดสอบหลายอุปกรณ์ |
| มี IP 169.254.x.x | DHCP ไม่สำเร็จ | ตรวจ DHCP |
| มี IP แต่เปิดเว็บไม่ได้ | Gateway หรือ DNS | ตรวจค่าการเชื่อมต่อ |
| เปิด VPN แล้วไม่มีเน็ต | VPN หรือ Policy | ตรวจ VPN |
| Private DNS ใช้ไม่ได้ | DNS กำหนดเอง | ทดลอง Automatic |
| Wi-Fi โรงแรมไม่มีเน็ต | Captive Portal | Sign in |
| Mesh Node รองไม่มีเน็ต | Backhaul | ตรวจ Node และ Uplink |
| เน็ตหายเฉพาะกลางคืน | Schedule หรือ Firewall | ตรวจนโยบายเวลา |
| เปลี่ยนเราเตอร์แล้วไม่มีเน็ต | WAN หรือ DHCP | ตรวจการตั้งค่าใหม่ |
| Wi-Fi ได้แต่ LINE ไม่ได้ | แอปหรือ DNS | ตรวจแอปและเครือข่าย |
| ใช้ Mobile data ได้ แต่ Wi-Fi ไม่ได้ | เครือข่าย Wi-Fi | ตรวจเราเตอร์ |
| Safe mode ใช้ได้ | แอปภายนอก | ตรวจแอปที่ติดตั้ง |
| รีเซ็ตแล้วยังไม่หาย | เครือข่ายหรือฮาร์ดแวร์ | ทดสอบและส่งตรวจ |
ทดสอบ Wi-Fi ด้วยอุปกรณ์อีกเครื่อง ทดลอง Samsung กับ Hotspot อื่น รีสตาร์ต และตรวจเราเตอร์ ก่อนตรวจ DNS, VPN และการรีเซ็ต Wi-Fi
หมายความว่าเชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi แล้ว แต่ระบบตรวจสอบการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตไม่สำเร็จ
เพราะความแรงของ Wi-Fi ไม่ได้ยืนยันว่าเราเตอร์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ต้องตรวจ WAN, Gateway และ DNS
อาจเกิดจาก DNS, VPN, อินเทอร์เน็ตผู้ให้บริการ หรือปัญหาของเว็บไซต์ ควรทดลองหลายเว็บไซต์และหลายอุปกรณ์
ตรวจ IP Address, DNS, VPN, Forget network และทดลอง Samsung กับ Wi-Fi อื่น
เป็น IP Link-local ที่อาจปรากฏเมื่อเครื่องไม่ได้รับ IP จาก DHCP ตามที่ต้องการ ควรตรวจ DHCP และเครือข่าย
อาจช่วยได้หากปัญหาเกิดจาก DNS แต่ไม่สามารถแก้ WAN ขัดข้องหรือสายอินเทอร์เน็ตเสียได้
เข้า Settings → Connections → More connection settings → Private DNS
เป็นไปได้ หาก VPN มีปัญหาหรือกำหนดนโยบายปิดกั้นการเชื่อมต่อ ควรตรวจการตั้งค่าก่อน
ตรวจหน้า Sign in to network และทำตามขั้นตอนของเครือข่าย โดยตรวจความน่าเชื่อถือก่อนกรอกข้อมูล
อาจเกี่ยวข้องกับ Backhaul, Uplink, DHCP หรือ Gateway ของ Node ที่เชื่อมต่อ
ควรตรวจ Schedule, Parental Controls และนโยบาย Firewall ตามช่วงเวลา
ไม่จำเป็นทันที ควรตรวจ ISP, WAN, DHCP และทดสอบอุปกรณ์อื่นก่อน
การรีเซ็ตเฉพาะ Wi-Fi และ Bluetooth โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ แต่จะคืนค่าการเชื่อมต่อที่เกี่ยวข้อง
ไม่ควรล้างเครื่องทันที เพราะปัญหาอาจอยู่ที่เราเตอร์หรือระบบของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
ควรส่งตรวจเมื่อใช้ Wi-Fi หลายเครือข่ายไม่ได้ทั้งที่เครือข่ายเหล่านั้นใช้งานปกติ ตรวจซอฟต์แวร์แล้วไม่หาย หรือมีความผิดปกติของสวิตช์ Wi-Fi และฮาร์ดแวร์
Samsung ต่อ Wi-Fi ได้แต่ไม่มีอินเทอร์เน็ต อาจเกิดจากปัญหาเราเตอร์ WAN, DHCP, DNS, VPN หรือการตั้งค่าในโทรศัพท์ จึงไม่ควรรีบสรุปว่ามือถือเสีย
วิธีตรวจที่สำคัญที่สุดคือ ทดลอง Wi-Fi เดียวกันกับอุปกรณ์อีกเครื่อง และทดลอง Samsung กับ Hotspot อีกเครือข่าย
หากอุปกรณ์ทุกเครื่องไม่มีอินเทอร์เน็ต ควรตรวจเราเตอร์และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตก่อน
หากมีเพียง Samsung ที่ใช้งานไม่ได้ ให้เริ่มจาก Restart → Forget Wi-Fi → ตรวจ IP Address → ตรวจ Private DNS และ VPN → ทดลอง Safe mode
เมื่อยังไม่สำเร็จ สามารถพิจารณา Settings → General management → Reset → Reset Wi-Fi and Bluetooth settings โดยอ่านผลกระทบก่อนยืนยัน
ไม่ควร Factory Reset โทรศัพท์หรือเราเตอร์ทันที เพราะอาจทำให้ข้อมูลและการตั้งค่าสำคัญสูญหาย ทั้งที่ปัญหาเกิดจากระบบเครือข่ายเพียงส่วนเดียว
ComSiam แนะนำให้ตรวจปัญหาแยกเป็นสามส่วน ได้แก่ Samsung Galaxy, ระบบ Wi-Fi/เราเตอร์ และอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการ แล้วไล่ทดสอบทีละส่วน เพื่อหาสาเหตุได้รวดเร็วและหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนอุปกรณ์โดยไม่จำเป็น