Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีเชื่อมเว็บไซต์กับ Microsoft Copilot Studio ทำได้โดยเปิด AI Agent ที่ต้องการ เลือกเมนู Knowledge คลิก Add knowledge เลือก Public websites จากนั้นใส่ URL ของเว็บไซต์ กด Add กำหนดชื่อและ Description แล้วเลือก Add to agent เมื่อระบบแสดงสถานะ Ready ให้ทดลองถามคำถามจากเนื้อหาเว็บไซต์ผ่าน Test Agent ก่อน Publish เพื่อเปิดใช้งานจริง
วิธีนี้ช่วยให้ AI Agent ใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์สาธารณะเป็นแหล่งความรู้ในการตอบคำถาม เช่น รายละเอียดสินค้า บริการ บทความ คู่มือ และคำถามที่พบบ่อย โดยไม่จำเป็นต้องคัดลอกเนื้อหาทุกหน้าไปใส่ใน Instructions
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่มีเว็บไซต์แนะนำบริการ LAN, Wi-Fi, Fiber Optic และ CCTV สามารถสร้าง Agent ให้ลูกค้าถามเกี่ยวกับบริการเหล่านี้ แล้วให้ระบบค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากเว็บไซต์เพื่อประกอบคำตอบ
อย่างไรก็ตาม Copilot Studio ไม่ได้เปิดอ่านเว็บไซต์ทุกหน้าหรือดาวน์โหลดเว็บไซต์ทั้งหมดเข้า Knowledge โดยตรง สำหรับ Public websites ที่ใช้ Standard Harness ระบบอาศัย Grounding with Bing Search ซึ่งค้นหาข้อมูลจากหน้าที่ Bing จัดทำดัชนีไว้ และจำกัดผลลัพธ์ตามขอบเขตเว็บไซต์ที่กำหนด
ดังนั้น หากเว็บไซต์ยังไม่ถูกจัดทำดัชนี มีข้อจำกัดการเข้าถึง หรือใช้ URL ที่ไม่รองรับ AI Agent อาจค้นหาข้อมูลไม่พบ แม้ผู้ใช้จะเปิดหน้าเว็บนั้นผ่านเบราว์เซอร์ได้ตามปกติ
บทความนี้ comsiam จะอธิบายวิธีเชื่อมเว็บไซต์กับ Microsoft Copilot Studio แบบละเอียด ตั้งแต่การเตรียมเว็บไซต์ การเพิ่ม URL การตั้งค่า Knowledge Description การทดสอบคำตอบ ข้อจำกัดของ Bing Search และการแก้ปัญหาเมื่อ Agent ไม่สามารถตอบจากเว็บไซต์ได้
การเชื่อมเว็บไซต์กับ Copilot Studio คือการกำหนดให้ AI Agent ใช้เนื้อหาจากเว็บไซต์เป็นแหล่งข้อมูลประกอบคำตอบ
ตัวอย่างข้อมูลที่เหมาะสม ได้แก่
เมื่อผู้ใช้ถามคำถาม Agent จะพยายามค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากเว็บไซต์ที่กำหนด แล้วนำข้อมูลนั้นมาช่วยสร้างคำตอบ
สมมติว่าเว็บไซต์บริษัทมีบทความเกี่ยวกับ Fiber Optic
ผู้ใช้ถามว่า
“สายไฟเบอร์ Single Mode กับ Multimode ต่างกันอย่างไร?”
หากหน้าเว็บที่เกี่ยวข้องสามารถค้นพบผ่านแหล่งข้อมูลที่เชื่อมต่อ Agent ก็สามารถใช้เนื้อหาดังกล่าวประกอบคำอธิบายได้
ไม่ใช่
การเพิ่มเว็บไซต์เป็น Knowledge ไม่ได้หมายความว่าระบบนำข้อมูลทั้งหมดไปฝึกโมเดลใหม่สำหรับบริษัทโดยเฉพาะ
แต่เป็นการกำหนดแหล่งข้อมูลที่ Agent สามารถค้นหาเพื่อใช้สร้างคำตอบในระหว่างการสนทนา
เช่น บริษัทให้บริการติดตั้ง LAN หรือ Fiber Optic หรือไม่
ช่วยตอบรายละเอียดจากหน้าสินค้าที่เผยแพร่บนเว็บไซต์
ใช้ข้อมูลจากบทความที่เกี่ยวข้องกับคำถาม
ช่วยลดการตอบคำถามเดิมซ้ำๆ
ใช้รายละเอียดการติดต่อที่เผยแพร่ไว้
ตอบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริการและคุณสมบัติสินค้า
ให้พนักงานค้นข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัทได้สะดวก
เช่น หลักการติดตั้งระบบเครือข่ายหรือการเลือกอุปกรณ์
หาก Bing มีข้อมูลล่าสุดและ Agent ค้นพบเนื้อหาที่ถูกต้อง ก็สามารถนำมาใช้ตอบได้
เหมาะกับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาสาธารณะจำนวนมากและได้รับการจัดทำดัชนีอย่างเหมาะสม
สำหรับ Public Websites ใน Standard Harness ระบบใช้เทคนิค Grounding with Bing Search
กระบวนการโดยภาพรวมมีดังนี้
Bing Index คือฐานข้อมูลหน้าเว็บไซต์ที่ระบบค้นหาของ Microsoft รวบรวมและจัดทำดัชนีไว้
หากหน้าเว็บไม่ได้อยู่ในดัชนี Bing ระบบ Public Websites อาจไม่สามารถใช้เนื้อหาหน้านั้นตอบคำถามได้
เป็นไปได้
เพราะการเปิดเว็บไซต์ผ่านเบราว์เซอร์ไม่ได้รับประกันว่าหน้าเว็บจะถูกจัดทำดัชนีและถูกเลือกเป็นผลลัพธ์ค้นหา
ไม่รับประกัน
ระบบใช้การค้นหาเพื่อเลือกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำถาม ไม่ได้อ่านทุกหน้าของเว็บไซต์ในแต่ละบทสนทนา
หน้าเว็บที่ต้องการใช้ควรเปิดอ่านได้โดยไม่ต้องลงชื่อเข้าใช้
ข้อความควรอยู่ในรูปแบบที่ระบบค้นหาสามารถเข้าถึงและจัดทำดัชนีได้
ตรวจสอบว่าหน้าสำคัญสามารถค้นพบผ่าน Bing
ควรใช้ URL เต็มที่ขึ้นต้นด้วย HTTPS
ตรวจสอบรายละเอียดบริการ สินค้า และเงื่อนไขที่เผยแพร่
ตัดสินใจว่าจะใช้ทั้งเว็บไซต์หรือเฉพาะหมวดหมู่
สร้างชุดคำถามจากเนื้อหาจริงอย่างน้อย 10–20 คำถาม
บัญชีต้องได้รับอนุญาตให้เพิ่ม Knowledge
การทดลองและการเผยแพร่จริงมีเงื่อนไขต่างกัน
เพื่อให้สามารถแก้ไขเนื้อหาที่ล้าสมัยและตรวจสอบคุณภาพคำตอบได้
ขั้นตอนนี้ใช้สำหรับ Agent แบบ Standard Harness ที่รองรับ Public Websites Knowledge
ลงชื่อเข้าใช้บริการด้วยบัญชีที่มีสิทธิ์สร้างหรือแก้ไข Agent
ตรวจสอบว่ากำลังทำงานใน Environment ที่ต้องการ
เลือกเมนู Agents แล้วเปิด Agent ที่ต้องการ
ตัวอย่าง:
IT Service Assistant
เลือก Knowledge จากหน้า Agent
หรือใช้ปุ่ม Add knowledge ที่หน้า Overview หากหน้าจอมีตัวเลือกดังกล่าว
ระบบจะแสดงรายการแหล่งข้อมูล
เลือกประเภท Knowledge สำหรับเว็บไซต์สาธารณะ
ระบุ URL เว็บไซต์ที่ต้องการให้ Agent ค้นหาข้อมูล
ตัวอย่าง:
จากนั้นกด Add เพื่อเพิ่ม URL ลงรายการ
ชื่อเริ่มต้นอาจเป็น URL ของเว็บไซต์
สามารถเปลี่ยนเป็นชื่อที่สื่อความหมาย เช่น
Company IT Services Website
เขียนคำอธิบายว่าเว็บไซต์นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และ Agent ควรใช้ตอบคำถามประเภทใด
ยืนยันเพิ่มเว็บไซต์เป็น Knowledge
เมื่อหน้า Knowledge แสดงสถานะ Ready ให้เริ่มทดสอบ
ทดลองคำถามที่มีคำตอบอยู่ในเว็บไซต์
เปรียบเทียบคำตอบกับเนื้อหาจริงของเว็บไซต์
หาก Agent เลือกข้อมูลผิดหรือไม่พบคำตอบ ให้ตรวจสอบการตั้งค่า
เมื่อทดสอบสำเร็จ ให้ Publish Agent ตามสิทธิ์ที่รองรับ
ข้อสำคัญ: สถานะ Ready หมายถึงแหล่ง Knowledge ถูกตั้งค่าพร้อมใช้งาน ไม่ใช่การรับรองว่าทุกหน้าในเว็บไซต์ถูก Bing Index และ Agent จะค้นพบทั้งหมด
การเลือก URL มีผลโดยตรงกับขอบเขตข้อมูลที่ Agent สามารถนำมาใช้ตอบคำถาม
ตัวอย่าง:
เหมาะกับ Agent ที่ต้องตอบคำถามจากหลายส่วนของเว็บไซต์บริการ
ตัวอย่าง:
เหมาะกับ Agent ที่ต้องใช้ข้อมูลเฉพาะบริการ
ตัวอย่าง:
เหมาะกับการจำกัดข้อมูลให้แคบลง เมื่อ URL และความลึกของ Path อยู่ในรูปแบบที่รองรับ
ถ้า Agent ต้องตอบคำถามเกี่ยวกับบริการหลายประเภท อาจเริ่มจากขอบเขตเว็บไซต์บริการ
ถ้าต้องการ Agent เฉพาะเรื่อง ควรเลือก URL ที่จำกัดขอบเขตให้ตรงกับหัวข้อ
เว็บไซต์หลักและ Subdomain ไม่จำเป็นต้องอยู่ในขอบเขตเดียวกันเสมอไป
ตัวอย่างเช่นการกำหนดเว็บไซต์ที่มี www อาจไม่ครอบคลุม Subdomain อื่นตามกฎ URL ของระบบ
ควรเพิ่ม Subdomain ที่ต้องการอย่างชัดเจน และตรวจสอบผลลัพธ์ด้วยคำถามจากแต่ละส่วน
Microsoft มีข้อกำหนดสำคัญสำหรับ URL ที่ใช้กับ Public Websites
เว็บไซต์ที่บังคับลงชื่อเข้าใช้ไม่เหมาะกับ Public Websites
หน้าเว็บที่ Bing ไม่จัดทำดัชนีไม่สามารถใช้เป็นแหล่งคำตอบผ่านวิธีนี้ได้อย่างน่าเชื่อถือ
การกำหนด URL มีข้อจำกัดเรื่องระดับ Path โดยไม่ควรเลือก URL ที่ลึกเกินรูปแบบที่ Microsoft รองรับ
เช่น URL ที่มี Query Parameters หรือรูปแบบที่ไม่ตรงข้อกำหนด
หาก URL ที่กำหนด Redirect ไปยัง Hostname อื่น ระบบอาจไม่สามารถใช้เนื้อหาได้ตามคาด
ไม่ควรนำ URL ของ Search Engine มาใช้เป็น Knowledge
เนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างเองอาจมีข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม
จำนวน URL แตกต่างตาม Orchestration และประเภท Knowledge ที่เลือกใช้
ข้อแนะนำ: หากเว็บไซต์มี Path ลึกมาก ควรใช้ URL ระดับหมวดหมู่หรือโดเมนที่รองรับ แล้วทดสอบว่าระบบค้นพบหน้าสำคัญหรือไม่
สำหรับ Public Websites ใน Standard Harness มีข้อจำกัดแตกต่างกันตามรูปแบบ Orchestration
| รูปแบบ | จำนวนเว็บไซต์ที่รองรับ |
|---|---|
| Generative Orchestration | สูงสุด 25 เว็บไซต์ |
| Classic Orchestration | สูงสุด 4 URL สาธารณะตามการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง |
ไม่จำเป็น
หากเพิ่ม URL ระดับเว็บไซต์หรือหมวดหมู่ ระบบสามารถค้นหาหน้าย่อยที่อยู่ในขอบเขตตามกฎ URL ได้
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะค้นพบทุกหน้าโดยอัตโนมัติ เพราะยังขึ้นอยู่กับ Bing Index และความเกี่ยวข้องกับคำถาม
Description มีความสำคัญ โดยเฉพาะ Agent ที่ใช้ Generative Orchestration
“Company website”
คำอธิบายนี้ไม่ระบุว่าเว็บไซต์มีข้อมูลประเภทใด
“This public website contains approved company information about LAN installation, Wi-Fi solutions, fiber optic services, CCTV installation, and IT maintenance. Use it when users ask about the company’s available IT services, service scope, and general service procedures.”
เพราะระบุ
ตั้งชื่อและ Description ให้แตกต่างกัน
ตัวอย่าง:
Company Services
ใช้สำหรับรายละเอียดบริการ
Fiber Optic Knowledge
ใช้สำหรับบทความความรู้ทางเทคนิค
Product Information
ใช้สำหรับรายละเอียดสินค้า
การแยกแหล่งข้อมูลอย่างเหมาะสมช่วยให้ Agent เลือก Knowledge ได้ตรงประเด็นมากขึ้น
แม้เพิ่มเว็บไซต์เป็น Knowledge แล้ว ก็ควรกำหนด Instructions ให้เหมาะกับหน้าที่ของ Agent
“You are a company IT services assistant.
Answer questions about LAN, Wi-Fi, Fiber Optic, CCTV, Server, and IT Maintenance services.
For company-specific information, use the approved public website knowledge sources.
Respond in polite Thai.
Do not invent service prices, warranties, certifications, project references, or confirmed appointments.
If the website knowledge does not contain enough information, explain that the answer cannot be confirmed.
When users request a quotation, explain what project details are needed before staff can prepare an estimate.
Do not claim that customer information has been submitted unless a connected tool confirms successful submission.”
ช่วยให้ Agent มีแนวทางการตอบสม่ำเสมอ และลดโอกาสสร้างข้อมูลบริษัทที่ไม่มีหลักฐาน
ไม่สามารถรับประกันได้จาก Instructions เพียงอย่างเดียว
หากต้องจำกัดคำตอบ ควรตรวจสอบการตั้งค่า Web Search, General Knowledge และความสามารถของ Agent ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทดสอบคำถามนอกขอบเขตด้วย
สมมติว่าบริษัทมีเว็บไซต์บริการ IT พร้อมหน้าข้อมูลดังนี้
สร้าง Agent สำหรับตอบคำถามลูกค้า
IT Customer Assistant
เว็บไซต์บริการ IT ที่เข้าถึงได้แบบสาธารณะ
ให้ใช้ข้อมูลบริษัทจากเว็บไซต์เป็นหลัก ไม่สร้างราคาและเงื่อนไขที่ไม่มีข้อมูลรองรับ
Agent ควรตอบเฉพาะบริการและเงื่อนไขที่ปรากฏจริงในเว็บไซต์
หากเว็บไซต์ไม่มีข้อมูลพื้นที่ให้บริการหรือราคา ไม่ควรสร้างข้อมูลนั้นขึ้นเอง
หากเว็บไซต์มีบทความจำนวนมาก เช่น คู่มือ Microsoft Copilot หรือ Fiber Optic สามารถใช้ Public Websites เพื่อช่วยให้ Agent ค้นหาข้อมูลจากบทความได้
การมีโครงสร้างเนื้อหาที่ดีและทำให้ Bing สามารถจัดทำดัชนีได้ เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับ Public Websites Knowledge
อย่างไรก็ตาม การทำ SEO ไม่ได้รับประกันว่า Agent จะเลือกหน้าใดหน้าหนึ่งมาตอบทุกครั้ง
| หัวข้อ | Public Websites | Uploaded Files |
|---|---|---|
| แหล่งข้อมูล | หน้าเว็บสาธารณะ | ไฟล์ที่อัปโหลด |
| วิธีค้นหา | อาศัย Bing Search | ค้นหาจากไฟล์ที่นำเข้าระบบ |
| ต้องมี Bing Index | ใช่ | ไม่จำเป็น |
| เหมาะกับ | เว็บบริการและบทความ | คู่มือหรือเอกสาร |
| การอัปเดต | ขึ้นอยู่กับเว็บและ Bing Index | ต้องอัปเดตสำเนาไฟล์ |
| ข้อมูลส่วนตัว | ไม่เหมาะกับข้อมูลลับ | ต้องระวังสิทธิ์ผู้ใช้ Agent |
| การจำกัดขอบเขต | ใช้ URL | ใช้ชุดเอกสาร |
หากข้อมูลเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์สาธารณะและค้นพบผ่าน Bing ให้พิจารณา Public Websites
หากเป็นคู่มือภายในหรือข้อมูลที่ไม่ควรเผยแพร่สาธารณะ ให้พิจารณาแหล่ง Knowledge อื่นที่เหมาะสมกับการควบคุมสิทธิ์ เช่น SharePoint
ควรทดสอบอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ถามเพียงว่า Agent อ่านเว็บไซต์ได้ไหม
ถามคำถามที่มีคำตอบตรงอยู่บนหน้าเว็บ
เปลี่ยนคำถามเป็นภาษาที่ลูกค้าจริงใช้
เลือกข้อมูลจากหน้าบทความที่อยู่ลึกในเว็บไซต์
ตรวจสอบว่า Agent ใช้ข้อมูลใหม่หรือยังตอบข้อมูลเก่า
ดูว่า Agent ยอมรับข้อจำกัดหรือสร้างคำตอบขึ้นเอง
ตรวจสอบว่า Agent เลือกข้อมูลตรงหมวด
หากไม่มีราคา ให้ตรวจสอบว่า Agent ไม่เดาราคา
ตรวจสอบหน่วยวัด ชื่อรุ่น และข้อกำหนดเฉพาะ
| คำถาม | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|
| บริษัทมีบริการอะไรบ้าง? | ตรงกับหน้า Services |
| มีบริการ Wi-Fi หรือไม่? | ตรงกับหน้า Wi-Fi |
| รับติดตั้ง Fiber Optic ไหม? | ตรงกับหน้า Fiber |
| ราคาติดตั้งเท่าไร? | ไม่สร้างราคาเอง |
| บทความอธิบายเรื่องอะไร? | ตรงกับเนื้อหาจริง |
| ติดต่อบริษัทอย่างไร? | ใช้ข้อมูลที่เผยแพร่จริง |
ตรวจสอบรูปแบบ URL และข้อจำกัดที่ระบบรองรับ
ตรวจสอบว่าหน้าเว็บได้รับการจัดทำดัชนีโดย Bing หรือไม่
ตรวจสอบว่า URL เปลี่ยนไปยัง Hostname อื่นหรือไม่
ควรใช้ URL ปลายทางที่รองรับโดยตรงเมื่อเป็นไปได้
ปรับเป็น URL ระดับที่ระบบรองรับ
Public Websites ไม่เหมาะกับเว็บไซต์ที่ต้องลงชื่อเข้าใช้
ควรใช้ Knowledge ประเภทอื่นที่รองรับการยืนยันตัวตน
Bing อาจยังไม่ได้จัดทำดัชนีเนื้อหานั้น
ควรตรวจสอบสถานะการค้นพบและดัชนีของหน้า
ตรวจสอบ URL Scope และ Knowledge Description
ตรวจสอบหน้าเว็บไซต์และข้อมูลที่ Bing มีอยู่
ปรับ Instructions และทดสอบคำถามภาษาไทยให้หลากหลายขึ้น
ตรวจสอบการตั้งค่า General Knowledge และ Web Search รวมถึง Instructions
ตรวจสอบว่าข้อมูลสำคัญอยู่ในข้อความที่ค้นหาได้ ไม่ใช่อยู่เฉพาะในภาพ
ปรับ Name และ Description ให้แยกหน้าที่ชัดเจน
ตรวจสอบว่า Publish เวอร์ชันล่าสุด และทดลองผ่านช่องทางใช้งานจริง
Public Websites ที่ใช้ Bing Search มีข้อจำกัดความยาวคำค้นรวมในคำขอ
ควรทดลองแบ่งคำถามให้สั้นและตรงประเด็นมากขึ้น
| รายการ | สิ่งที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|
| URL | ถูกต้อง |
| Public Access | เข้าถึงได้ |
| Bing Index | หน้าสำคัญค้นพบได้ |
| Redirect | ไม่มีปัญหาข้าม Hostname |
| URL Scope | ตรงกับเนื้อหาที่ต้องการ |
| Knowledge Name | สื่อความหมาย |
| Description | ระบุหน้าที่ชัด |
| Website Content | ถูกต้องและปัจจุบัน |
| Instructions | ไม่ให้สร้างข้อมูลขึ้นเอง |
| General Knowledge | ตั้งค่าเหมาะสม |
| Web Search | ตั้งค่าเหมาะสม |
| Test Questions | ผ่านการทดสอบ |
| Authentication | เหมาะกับช่องทาง |
| Billing | รองรับการใช้งานจริง |
| Publish | ใช้เวอร์ชันล่าสุด |
| Owner | มีผู้รับผิดชอบตรวจสอบ |
การเชื่อมเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่ม URL จำนวนมากที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกข้อมูลที่ถูกต้องและทำให้ระบบค้นพบเนื้อหาที่เหมาะสมกับคำถาม
เปิด Agent เลือก Knowledge กด Add knowledge เลือก Public websites ใส่ URL กด Add ตั้งชื่อและ Description แล้วเลือก Add to agent จากนั้นทดสอบ
ได้สำหรับเว็บไซต์สาธารณะที่อยู่ในขอบเขต URL และสามารถค้นพบผ่าน Bing ตามความสามารถของ Public Websites
ไม่รับประกัน เพราะระบบใช้การค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ดึงทุกหน้าในเว็บไซต์มาอ่านทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
ใช่ สำหรับ Public Websites แบบ Standard Harness ระบบอาศัย Bing Search
วิธี Public Websites อาจไม่สามารถนำข้อมูลจากหน้าเหล่านั้นมาตอบได้ ควรพิจารณาแหล่ง Knowledge แบบอื่น
สำหรับ Standard Harness มีข้อจำกัดต่างกันตาม Orchestration เช่น Generative รองรับได้สูงสุด 25 เว็บไซต์ และ Classic มีข้อจำกัด 4 URL สาธารณะตามรูปแบบที่เกี่ยวข้อง
สามารถใช้ URL ของ Subdomain ที่รองรับได้ แต่ต้องตรวจสอบขอบเขตการค้นหาและกฎ Hostname ให้ถูกต้อง
ได้หากหน้าเว็บเป็นสาธารณะ ค้นพบผ่าน Bing และ URL อยู่ในรูปแบบที่รองรับ
ไม่จำเป็นสำหรับการเพิ่ม Public Websites เป็น Knowledge เพราะเป็นการเชื่อมแหล่งข้อมูลผ่าน URL
ไม่เหมาะ เพราะวิธีนี้ออกแบบสำหรับข้อมูลสาธารณะ ควรใช้แหล่งข้อมูลที่รองรับ Authentication แทน
สามารถใช้เนื้อหาและคำถามภาษาไทยได้ตามความสามารถที่รองรับ แต่ควรทดสอบคุณภาพการค้นหาและคำตอบจริง
ไม่รับประกัน เพราะข้อมูลอาจขึ้นอยู่กับรอบการจัดทำดัชนีของ Bing
Public Websites ใช้ข้อมูลสาธารณะที่ค้นพบผ่าน Bing ส่วน SharePoint เหมาะกับข้อมูลองค์กรและใช้การควบคุมสิทธิ์ตามรูปแบบการเชื่อมต่อที่รองรับ
ได้ หากเว็บไซต์ตรงตามเงื่อนไข Public Websites
ตรวจสอบเนื้อหาเว็บไซต์ Bing Index, Knowledge Description, Instructions และการตั้งค่าความรู้ทั่วไปหรือ Web Search
หากต้องการให้ Agent ที่เผยแพร่แล้วใช้การเปลี่ยนแปลง Knowledge ล่าสุด ควรทดสอบและ Publish ตามกระบวนการที่รองรับ
Microsoft Copilot Studio สามารถใช้เว็บไซต์สาธารณะเป็น Knowledge เพื่อให้ AI Agent ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า บริการ บทความ และคู่มือ แล้วนำมาประกอบคำตอบได้
ขั้นตอนหลักคือเปิด Agent เลือก Knowledge กด Add knowledge เลือก Public websites ใส่ URL ตั้งชื่อและ Description แล้วทดสอบก่อน Publish
สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าระบบไม่ได้อ่านทุกหน้าของเว็บไซต์โดยตรง แต่ใช้ Grounding with Bing Search และอาศัยข้อมูลที่ได้รับการจัดทำดัชนี
หากเว็บไซต์ต้อง Login หรือมีข้อมูลที่ไม่สามารถถูกค้นพบผ่าน Bing ควรเลือก Knowledge ประเภทอื่นที่เหมาะสม
สำหรับธุรกิจที่มีเว็บไซต์ WordPress และบทความจำนวนมาก การใช้ Public Websites ช่วยให้สามารถต่อยอดเนื้อหาที่เผยแพร่ไว้เป็นฐานความรู้สำหรับ AI Agent ได้ โดยต้องตรวจสอบ URL Scope คุณภาพเนื้อหา และผลการค้นหาอย่างต่อเนื่อง
comsiam แนะนำขั้นตอน เตรียมเว็บไซต์ → ตรวจสอบ Bing Index → เลือก URL → เพิ่ม Knowledge → เขียน Description → ตั้ง Instructions → ทดสอบ → Publish → ติดตามผล
การเชื่อมเว็บไซต์อย่างถูกวิธีจะช่วยให้ AI Agent ใช้ข้อมูลธุรกิจได้ตรงประเด็นมากขึ้น และเป็นพื้นฐานสำหรับการสร้างระบบตอบคำถามลูกค้าหรือผู้ช่วยค้นหาความรู้บนเว็บไซต์อย่างมีประสิทธิภาพ