วิธีเชื่อมเว็บไซต์กับ Copilot Studio ให้ AI ใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์มาตอบคำถาม

วิธีเชื่อมเว็บไซต์กับ Microsoft Copilot Studio ทำได้โดยเปิด AI Agent ที่ต้องการ เลือกเมนู Knowledge คลิก Add knowledge เลือก Public websites จากนั้นใส่ URL ของเว็บไซต์ กด Add กำหนดชื่อและ Description แล้วเลือก Add to agent เมื่อระบบแสดงสถานะ Ready ให้ทดลองถามคำถามจากเนื้อหาเว็บไซต์ผ่าน Test Agent ก่อน Publish เพื่อเปิดใช้งานจริง

วิธีนี้ช่วยให้ AI Agent ใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์สาธารณะเป็นแหล่งความรู้ในการตอบคำถาม เช่น รายละเอียดสินค้า บริการ บทความ คู่มือ และคำถามที่พบบ่อย โดยไม่จำเป็นต้องคัดลอกเนื้อหาทุกหน้าไปใส่ใน Instructions

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่มีเว็บไซต์แนะนำบริการ LAN, Wi-Fi, Fiber Optic และ CCTV สามารถสร้าง Agent ให้ลูกค้าถามเกี่ยวกับบริการเหล่านี้ แล้วให้ระบบค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากเว็บไซต์เพื่อประกอบคำตอบ

อย่างไรก็ตาม Copilot Studio ไม่ได้เปิดอ่านเว็บไซต์ทุกหน้าหรือดาวน์โหลดเว็บไซต์ทั้งหมดเข้า Knowledge โดยตรง สำหรับ Public websites ที่ใช้ Standard Harness ระบบอาศัย Grounding with Bing Search ซึ่งค้นหาข้อมูลจากหน้าที่ Bing จัดทำดัชนีไว้ และจำกัดผลลัพธ์ตามขอบเขตเว็บไซต์ที่กำหนด

ดังนั้น หากเว็บไซต์ยังไม่ถูกจัดทำดัชนี มีข้อจำกัดการเข้าถึง หรือใช้ URL ที่ไม่รองรับ AI Agent อาจค้นหาข้อมูลไม่พบ แม้ผู้ใช้จะเปิดหน้าเว็บนั้นผ่านเบราว์เซอร์ได้ตามปกติ

บทความนี้ comsiam จะอธิบายวิธีเชื่อมเว็บไซต์กับ Microsoft Copilot Studio แบบละเอียด ตั้งแต่การเตรียมเว็บไซต์ การเพิ่ม URL การตั้งค่า Knowledge Description การทดสอบคำตอบ ข้อจำกัดของ Bing Search และการแก้ปัญหาเมื่อ Agent ไม่สามารถตอบจากเว็บไซต์ได้

🌐 การเชื่อมเว็บไซต์กับ Copilot Studio คืออะไร?

การเชื่อมเว็บไซต์กับ Copilot Studio คือการกำหนดให้ AI Agent ใช้เนื้อหาจากเว็บไซต์เป็นแหล่งข้อมูลประกอบคำตอบ

ตัวอย่างข้อมูลที่เหมาะสม ได้แก่

  • รายละเอียดสินค้าและบริการ
  • Company Profile
  • คู่มือใช้งาน
  • คำถามที่พบบ่อย
  • บทความให้ความรู้
  • ขั้นตอนการติดต่อ
  • เงื่อนไขบริการที่เผยแพร่สาธารณะ
  • ข้อมูลทางเทคนิคที่ได้รับอนุมัติ

เมื่อผู้ใช้ถามคำถาม Agent จะพยายามค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากเว็บไซต์ที่กำหนด แล้วนำข้อมูลนั้นมาช่วยสร้างคำตอบ

ตัวอย่างการทำงาน

สมมติว่าเว็บไซต์บริษัทมีบทความเกี่ยวกับ Fiber Optic

ผู้ใช้ถามว่า

“สายไฟเบอร์ Single Mode กับ Multimode ต่างกันอย่างไร?”

หากหน้าเว็บที่เกี่ยวข้องสามารถค้นพบผ่านแหล่งข้อมูลที่เชื่อมต่อ Agent ก็สามารถใช้เนื้อหาดังกล่าวประกอบคำอธิบายได้

การเพิ่มเว็บไซต์หมายถึง AI เรียนรู้ข้อมูลถาวรหรือไม่?

ไม่ใช่

การเพิ่มเว็บไซต์เป็น Knowledge ไม่ได้หมายความว่าระบบนำข้อมูลทั้งหมดไปฝึกโมเดลใหม่สำหรับบริษัทโดยเฉพาะ

แต่เป็นการกำหนดแหล่งข้อมูลที่ Agent สามารถค้นหาเพื่อใช้สร้างคำตอบในระหว่างการสนทนา

✨ เชื่อมเว็บไซต์กับ Copilot Studio แล้วทำอะไรได้บ้าง?

1. ตอบคำถามเกี่ยวกับบริการบริษัท

เช่น บริษัทให้บริการติดตั้ง LAN หรือ Fiber Optic หรือไม่

2. อธิบายสินค้า

ช่วยตอบรายละเอียดจากหน้าสินค้าที่เผยแพร่บนเว็บไซต์

3. ค้นหาบทความความรู้

ใช้ข้อมูลจากบทความที่เกี่ยวข้องกับคำถาม

4. ตอบ FAQ

ช่วยลดการตอบคำถามเดิมซ้ำๆ

5. แนะนำขั้นตอนติดต่อ

ใช้รายละเอียดการติดต่อที่เผยแพร่ไว้

6. ช่วยงานฝ่ายขาย

ตอบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับบริการและคุณสมบัติสินค้า

7. สนับสนุนพนักงาน

ให้พนักงานค้นข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์บริษัทได้สะดวก

8. แนะนำข้อมูลทางเทคนิค

เช่น หลักการติดตั้งระบบเครือข่ายหรือการเลือกอุปกรณ์

9. ช่วยให้คำตอบอ้างอิงข้อมูลปัจจุบันที่ค้นพบได้

หาก Bing มีข้อมูลล่าสุดและ Agent ค้นพบเนื้อหาที่ถูกต้อง ก็สามารถนำมาใช้ตอบได้

10. ลดภาระการเตรียม Knowledge แบบอัปโหลดไฟล์

เหมาะกับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาสาธารณะจำนวนมากและได้รับการจัดทำดัชนีอย่างเหมาะสม

🧩 Copilot Studio อ่านข้อมูลเว็บไซต์อย่างไร?

สำหรับ Public Websites ใน Standard Harness ระบบใช้เทคนิค Grounding with Bing Search

กระบวนการโดยภาพรวมมีดังนี้

  1. ผู้ใช้ส่งคำถามให้ Agent
  2. ระบบวิเคราะห์คำถาม
  3. สร้างคำค้นสำหรับ Bing Search
  4. จำกัดการค้นหาตามขอบเขต URL ที่กำหนด
  5. ดึงผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้อง
  6. ประเมินความเหมาะสมของข้อมูล
  7. สร้างคำตอบจากข้อมูลที่ค้นพบ
  8. แสดงผลให้ผู้ใช้

Bing Index คืออะไร?

Bing Index คือฐานข้อมูลหน้าเว็บไซต์ที่ระบบค้นหาของ Microsoft รวบรวมและจัดทำดัชนีไว้

หากหน้าเว็บไม่ได้อยู่ในดัชนี Bing ระบบ Public Websites อาจไม่สามารถใช้เนื้อหาหน้านั้นตอบคำถามได้

เว็บไซต์เปิดได้ แต่ Agent หาไม่เจอ เป็นไปได้หรือไม่?

เป็นไปได้

เพราะการเปิดเว็บไซต์ผ่านเบราว์เซอร์ไม่ได้รับประกันว่าหน้าเว็บจะถูกจัดทำดัชนีและถูกเลือกเป็นผลลัพธ์ค้นหา

Copilot Studio ค้นหาทุกหน้าอัตโนมัติหรือไม่?

ไม่รับประกัน

ระบบใช้การค้นหาเพื่อเลือกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคำถาม ไม่ได้อ่านทุกหน้าของเว็บไซต์ในแต่ละบทสนทนา

✅ ก่อนเชื่อมเว็บไซต์ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

1. เว็บไซต์ต้องเข้าถึงได้แบบสาธารณะ

หน้าเว็บที่ต้องการใช้ควรเปิดอ่านได้โดยไม่ต้องลงชื่อเข้าใช้

2. หน้าเว็บควรมีเนื้อหาที่ค้นหาได้

ข้อความควรอยู่ในรูปแบบที่ระบบค้นหาสามารถเข้าถึงและจัดทำดัชนีได้

3. เว็บไซต์ควรได้รับการจัดทำดัชนีโดย Bing

ตรวจสอบว่าหน้าสำคัญสามารถค้นพบผ่าน Bing

4. URL ต้องถูกต้อง

ควรใช้ URL เต็มที่ขึ้นต้นด้วย HTTPS

5. เนื้อหาต้องเป็นปัจจุบัน

ตรวจสอบรายละเอียดบริการ สินค้า และเงื่อนไขที่เผยแพร่

6. ควรเลือกขอบเขตข้อมูล

ตัดสินใจว่าจะใช้ทั้งเว็บไซต์หรือเฉพาะหมวดหมู่

7. ควรเตรียมคำถามทดสอบ

สร้างชุดคำถามจากเนื้อหาจริงอย่างน้อย 10–20 คำถาม

8. ควรมีสิทธิ์สร้างหรือแก้ไข Agent

บัญชีต้องได้รับอนุญาตให้เพิ่ม Knowledge

9. ตรวจสอบ License

การทดลองและการเผยแพร่จริงมีเงื่อนไขต่างกัน

10. กำหนดผู้รับผิดชอบข้อมูลเว็บไซต์

เพื่อให้สามารถแก้ไขเนื้อหาที่ล้าสมัยและตรวจสอบคุณภาพคำตอบได้

🚀 วิธีเชื่อมเว็บไซต์กับ Copilot Studio ทีละขั้นตอน

ขั้นตอนนี้ใช้สำหรับ Agent แบบ Standard Harness ที่รองรับ Public Websites Knowledge

ขั้นตอนที่ 1: เปิด Microsoft Copilot Studio

ลงชื่อเข้าใช้บริการด้วยบัญชีที่มีสิทธิ์สร้างหรือแก้ไข Agent

ขั้นตอนที่ 2: เลือก Environment

ตรวจสอบว่ากำลังทำงานใน Environment ที่ต้องการ

ขั้นตอนที่ 3: เปิด Agent

เลือกเมนู Agents แล้วเปิด Agent ที่ต้องการ

ตัวอย่าง:

IT Service Assistant

ขั้นตอนที่ 4: เปิดเมนู Knowledge

เลือก Knowledge จากหน้า Agent

หรือใช้ปุ่ม Add knowledge ที่หน้า Overview หากหน้าจอมีตัวเลือกดังกล่าว

ขั้นตอนที่ 5: คลิก Add knowledge

ระบบจะแสดงรายการแหล่งข้อมูล

ขั้นตอนที่ 6: เลือก Public websites

เลือกประเภท Knowledge สำหรับเว็บไซต์สาธารณะ

ขั้นตอนที่ 7: กรอก URL

ระบุ URL เว็บไซต์ที่ต้องการให้ Agent ค้นหาข้อมูล

ตัวอย่าง:

https://service.comsiam.com

จากนั้นกด Add เพื่อเพิ่ม URL ลงรายการ

ขั้นตอนที่ 8: กำหนด Name

ชื่อเริ่มต้นอาจเป็น URL ของเว็บไซต์

สามารถเปลี่ยนเป็นชื่อที่สื่อความหมาย เช่น

Company IT Services Website

ขั้นตอนที่ 9: กำหนด Description

เขียนคำอธิบายว่าเว็บไซต์นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร และ Agent ควรใช้ตอบคำถามประเภทใด

ขั้นตอนที่ 10: คลิก Add to agent

ยืนยันเพิ่มเว็บไซต์เป็น Knowledge

ขั้นตอนที่ 11: ตรวจสอบสถานะ

เมื่อหน้า Knowledge แสดงสถานะ Ready ให้เริ่มทดสอบ

ขั้นตอนที่ 12: เปิด Test Agent

ทดลองคำถามที่มีคำตอบอยู่ในเว็บไซต์

ขั้นตอนที่ 13: ตรวจสอบผลลัพธ์

เปรียบเทียบคำตอบกับเนื้อหาจริงของเว็บไซต์

ขั้นตอนที่ 14: ปรับ Description หรือขอบเขต URL

หาก Agent เลือกข้อมูลผิดหรือไม่พบคำตอบ ให้ตรวจสอบการตั้งค่า

ขั้นตอนที่ 15: Publish

เมื่อทดสอบสำเร็จ ให้ Publish Agent ตามสิทธิ์ที่รองรับ

ข้อสำคัญ: สถานะ Ready หมายถึงแหล่ง Knowledge ถูกตั้งค่าพร้อมใช้งาน ไม่ใช่การรับรองว่าทุกหน้าในเว็บไซต์ถูก Bing Index และ Agent จะค้นพบทั้งหมด

🔗 ควรใส่ URL หน้าแรกหรือ URL เฉพาะหมวดหมู่?

การเลือก URL มีผลโดยตรงกับขอบเขตข้อมูลที่ Agent สามารถนำมาใช้ตอบคำถาม

รูปแบบที่ 1: หน้าแรกของเว็บไซต์

ตัวอย่าง:

https://service.comsiam.com

เหมาะกับ Agent ที่ต้องตอบคำถามจากหลายส่วนของเว็บไซต์บริการ

รูปแบบที่ 2: หมวดหมู่หรือ Path

ตัวอย่าง:

https://example.com/services

เหมาะกับ Agent ที่ต้องใช้ข้อมูลเฉพาะบริการ

รูปแบบที่ 3: หน้าบทความเฉพาะ

ตัวอย่าง:

https://example.com/services/network

เหมาะกับการจำกัดข้อมูลให้แคบลง เมื่อ URL และความลึกของ Path อยู่ในรูปแบบที่รองรับ

เลือกแบบไหนดีกว่า?

ถ้า Agent ต้องตอบคำถามเกี่ยวกับบริการหลายประเภท อาจเริ่มจากขอบเขตเว็บไซต์บริการ

ถ้าต้องการ Agent เฉพาะเรื่อง ควรเลือก URL ที่จำกัดขอบเขตให้ตรงกับหัวข้อ

ข้อควรระวังเรื่อง Subdomain

เว็บไซต์หลักและ Subdomain ไม่จำเป็นต้องอยู่ในขอบเขตเดียวกันเสมอไป

ตัวอย่างเช่นการกำหนดเว็บไซต์ที่มี www อาจไม่ครอบคลุม Subdomain อื่นตามกฎ URL ของระบบ

ควรเพิ่ม Subdomain ที่ต้องการอย่างชัดเจน และตรวจสอบผลลัพธ์ด้วยคำถามจากแต่ละส่วน

📏 ข้อจำกัด URL ของ Public Websites

Microsoft มีข้อกำหนดสำคัญสำหรับ URL ที่ใช้กับ Public Websites

1. ต้องเป็น URL ที่เข้าถึงได้

เว็บไซต์ที่บังคับลงชื่อเข้าใช้ไม่เหมาะกับ Public Websites

2. ต้องค้นพบผ่าน Bing

หน้าเว็บที่ Bing ไม่จัดทำดัชนีไม่สามารถใช้เป็นแหล่งคำตอบผ่านวิธีนี้ได้อย่างน่าเชื่อถือ

3. ต้องระวังความลึกของ Path

การกำหนด URL มีข้อจำกัดเรื่องระดับ Path โดยไม่ควรเลือก URL ที่ลึกเกินรูปแบบที่ Microsoft รองรับ

4. ไม่รองรับ URL บางประเภท

เช่น URL ที่มี Query Parameters หรือรูปแบบที่ไม่ตรงข้อกำหนด

5. URL Redirect อาจมีปัญหา

หาก URL ที่กำหนด Redirect ไปยัง Hostname อื่น ระบบอาจไม่สามารถใช้เนื้อหาได้ตามคาด

6. เว็บไซต์ค้นหาไม่ใช่ Knowledge ที่เหมาะสม

ไม่ควรนำ URL ของ Search Engine มาใช้เป็น Knowledge

7. เว็บบอร์ดและ Social Networks ต้องระวัง

เนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างเองอาจมีข้อมูลไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม

8. มีข้อจำกัดจำนวน URL

จำนวน URL แตกต่างตาม Orchestration และประเภท Knowledge ที่เลือกใช้

ข้อแนะนำ: หากเว็บไซต์มี Path ลึกมาก ควรใช้ URL ระดับหมวดหมู่หรือโดเมนที่รองรับ แล้วทดสอบว่าระบบค้นพบหน้าสำคัญหรือไม่

🔢 เพิ่มเว็บไซต์ได้สูงสุดกี่ URL?

สำหรับ Public Websites ใน Standard Harness มีข้อจำกัดแตกต่างกันตามรูปแบบ Orchestration

รูปแบบจำนวนเว็บไซต์ที่รองรับ
Generative Orchestrationสูงสุด 25 เว็บไซต์
Classic Orchestrationสูงสุด 4 URL สาธารณะตามการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง

จำเป็นต้องเพิ่มทุกหน้าหรือไม่?

ไม่จำเป็น

หากเพิ่ม URL ระดับเว็บไซต์หรือหมวดหมู่ ระบบสามารถค้นหาหน้าย่อยที่อยู่ในขอบเขตตามกฎ URL ได้

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะค้นพบทุกหน้าโดยอัตโนมัติ เพราะยังขึ้นอยู่กับ Bing Index และความเกี่ยวข้องกับคำถาม

🧠 วิธีเขียน Knowledge Description ให้ AI ใช้เว็บไซต์ถูกต้อง

Description มีความสำคัญ โดยเฉพาะ Agent ที่ใช้ Generative Orchestration

Description ที่กว้างเกินไป

“Company website”

คำอธิบายนี้ไม่ระบุว่าเว็บไซต์มีข้อมูลประเภทใด

Description ที่แนะนำ

“This public website contains approved company information about LAN installation, Wi-Fi solutions, fiber optic services, CCTV installation, and IT maintenance. Use it when users ask about the company’s available IT services, service scope, and general service procedures.”

ทำไม Description นี้ดีกว่า?

เพราะระบุ

  1. ประเภทเว็บไซต์
  2. หัวข้อข้อมูล
  3. กลุ่มคำถาม
  4. ขอบเขตการใช้งาน

หากมีหลายเว็บไซต์ควรทำอย่างไร?

ตั้งชื่อและ Description ให้แตกต่างกัน

ตัวอย่าง:

Company Services

ใช้สำหรับรายละเอียดบริการ

Fiber Optic Knowledge

ใช้สำหรับบทความความรู้ทางเทคนิค

Product Information

ใช้สำหรับรายละเอียดสินค้า

การแยกแหล่งข้อมูลอย่างเหมาะสมช่วยให้ Agent เลือก Knowledge ได้ตรงประเด็นมากขึ้น

📝 วิธีเขียน Instructions ให้ Agent ตอบจากเว็บไซต์บริษัท

แม้เพิ่มเว็บไซต์เป็น Knowledge แล้ว ก็ควรกำหนด Instructions ให้เหมาะกับหน้าที่ของ Agent

ตัวอย่าง Instructions พร้อมใช้งาน

“You are a company IT services assistant.

Answer questions about LAN, Wi-Fi, Fiber Optic, CCTV, Server, and IT Maintenance services.

For company-specific information, use the approved public website knowledge sources.

Respond in polite Thai.

Do not invent service prices, warranties, certifications, project references, or confirmed appointments.

If the website knowledge does not contain enough information, explain that the answer cannot be confirmed.

When users request a quotation, explain what project details are needed before staff can prepare an estimate.

Do not claim that customer information has been submitted unless a connected tool confirms successful submission.”

Instructions ช่วยอะไร?

ช่วยให้ Agent มีแนวทางการตอบสม่ำเสมอ และลดโอกาสสร้างข้อมูลบริษัทที่ไม่มีหลักฐาน

Instructions ทำให้ Agent ใช้เฉพาะเว็บไซต์ได้ 100% หรือไม่?

ไม่สามารถรับประกันได้จาก Instructions เพียงอย่างเดียว

หากต้องจำกัดคำตอบ ควรตรวจสอบการตั้งค่า Web Search, General Knowledge และความสามารถของ Agent ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทดสอบคำถามนอกขอบเขตด้วย

🏢 ตัวอย่างเชื่อมเว็บไซต์บริการ IT กับ Copilot Studio

สมมติว่าบริษัทมีเว็บไซต์บริการ IT พร้อมหน้าข้อมูลดังนี้

  • About Us
  • LAN Services
  • Wi-Fi Solutions
  • Fiber Optic Services
  • CCTV Services
  • Maintenance & Support
  • Contact Us

เป้าหมาย

สร้าง Agent สำหรับตอบคำถามลูกค้า

ชื่อ Agent

IT Customer Assistant

Knowledge

เว็บไซต์บริการ IT ที่เข้าถึงได้แบบสาธารณะ

Instructions

ให้ใช้ข้อมูลบริษัทจากเว็บไซต์เป็นหลัก ไม่สร้างราคาและเงื่อนไขที่ไม่มีข้อมูลรองรับ

ตัวอย่างคำถามทดสอบ

  1. บริษัทให้บริการอะไรบ้าง?
  2. รับติดตั้งระบบ Wi-Fi สำหรับสำนักงานไหม?
  3. รับเดินสาย Fiber Optic หรือไม่?
  4. มีบริการ Maintenance หรือไม่?
  5. ต้องเตรียมข้อมูลอะไรเพื่อขอใบเสนอราคา?
  6. บริษัทให้บริการติดตั้ง CCTV หรือไม่?
  7. มีบริการระบบเครือข่ายภายในอาคารไหม?
  8. มีขั้นตอนติดต่อเจ้าหน้าที่อย่างไร?
  9. บริษัทมีข้อมูลเกี่ยวกับ Server หรือไม่?
  10. สามารถขอสำรวจหน้างานได้อย่างไร?

สิ่งที่ควรตรวจสอบ

Agent ควรตอบเฉพาะบริการและเงื่อนไขที่ปรากฏจริงในเว็บไซต์

หากเว็บไซต์ไม่มีข้อมูลพื้นที่ให้บริการหรือราคา ไม่ควรสร้างข้อมูลนั้นขึ้นเอง

🌐 ตัวอย่างเชื่อมเว็บบทความความรู้เข้ากับ Copilot Studio

หากเว็บไซต์มีบทความจำนวนมาก เช่น คู่มือ Microsoft Copilot หรือ Fiber Optic สามารถใช้ Public Websites เพื่อช่วยให้ Agent ค้นหาข้อมูลจากบทความได้

ตัวอย่างหัวข้อ

  • Microsoft Copilot คืออะไร
  • วิธีใช้ Microsoft Copilot
  • Microsoft Copilot Studio
  • AI Agent คืออะไร
  • Fiber Optic คืออะไร
  • การติดตั้ง Fiber Optic
  • วิธีทดสอบสายไฟเบอร์
  • วิธีแก้ปัญหาระบบ LAN

ควรจัดโครงสร้างเว็บอย่างไร?

  1. ใช้หัวข้อ H1 ชัดเจน
  2. จัดหัวข้อย่อย H2 และ H3 อย่างมีลำดับ
  3. ใช้ชื่อบทความที่ตรงประเด็น
  4. มีข้อความที่อ่านได้จริง
  5. ลดเนื้อหาซ้ำ
  6. ตรวจสอบความถูกต้อง
  7. ทำให้หน้าสำคัญสามารถถูกจัดทำดัชนี
  8. อัปเดตข้อมูลเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง

SEO ช่วยให้ Copilot Studio ค้นพบข้อมูลได้หรือไม่?

การมีโครงสร้างเนื้อหาที่ดีและทำให้ Bing สามารถจัดทำดัชนีได้ เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับ Public Websites Knowledge

อย่างไรก็ตาม การทำ SEO ไม่ได้รับประกันว่า Agent จะเลือกหน้าใดหน้าหนึ่งมาตอบทุกครั้ง

🆚 Public Websites กับ Upload Files ต่างกันอย่างไร?

หัวข้อPublic WebsitesUploaded Files
แหล่งข้อมูลหน้าเว็บสาธารณะไฟล์ที่อัปโหลด
วิธีค้นหาอาศัย Bing Searchค้นหาจากไฟล์ที่นำเข้าระบบ
ต้องมี Bing Indexใช่ไม่จำเป็น
เหมาะกับเว็บบริการและบทความคู่มือหรือเอกสาร
การอัปเดตขึ้นอยู่กับเว็บและ Bing Indexต้องอัปเดตสำเนาไฟล์
ข้อมูลส่วนตัวไม่เหมาะกับข้อมูลลับต้องระวังสิทธิ์ผู้ใช้ Agent
การจำกัดขอบเขตใช้ URLใช้ชุดเอกสาร

ควรเลือกแบบไหน?

หากข้อมูลเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์สาธารณะและค้นพบผ่าน Bing ให้พิจารณา Public Websites

หากเป็นคู่มือภายในหรือข้อมูลที่ไม่ควรเผยแพร่สาธารณะ ให้พิจารณาแหล่ง Knowledge อื่นที่เหมาะสมกับการควบคุมสิทธิ์ เช่น SharePoint

🧪 วิธีทดสอบว่า AI ใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์จริงหรือไม่

ควรทดสอบอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ถามเพียงว่า Agent อ่านเว็บไซต์ได้ไหม

ทดสอบที่ 1: ข้อมูลที่มีชัดเจน

ถามคำถามที่มีคำตอบตรงอยู่บนหน้าเว็บ

ทดสอบที่ 2: ใช้คำถามภาษาพูด

เปลี่ยนคำถามเป็นภาษาที่ลูกค้าจริงใช้

ทดสอบที่ 3: คำถามจากหน้าลึก

เลือกข้อมูลจากหน้าบทความที่อยู่ลึกในเว็บไซต์

ทดสอบที่ 4: ข้อมูลที่เพิ่งอัปเดต

ตรวจสอบว่า Agent ใช้ข้อมูลใหม่หรือยังตอบข้อมูลเก่า

ทดสอบที่ 5: คำถามที่ไม่มีในเว็บไซต์

ดูว่า Agent ยอมรับข้อจำกัดหรือสร้างคำตอบขึ้นเอง

ทดสอบที่ 6: ข้อมูลจากหลายหมวด

ตรวจสอบว่า Agent เลือกข้อมูลตรงหมวด

ทดสอบที่ 7: ข้อมูลราคา

หากไม่มีราคา ให้ตรวจสอบว่า Agent ไม่เดาราคา

ทดสอบที่ 8: รายละเอียดทางเทคนิค

ตรวจสอบหน่วยวัด ชื่อรุ่น และข้อกำหนดเฉพาะ

ตารางบันทึกผลการทดสอบ

คำถามสิ่งที่ต้องตรวจ
บริษัทมีบริการอะไรบ้าง?ตรงกับหน้า Services
มีบริการ Wi-Fi หรือไม่?ตรงกับหน้า Wi-Fi
รับติดตั้ง Fiber Optic ไหม?ตรงกับหน้า Fiber
ราคาติดตั้งเท่าไร?ไม่สร้างราคาเอง
บทความอธิบายเรื่องอะไร?ตรงกับเนื้อหาจริง
ติดต่อบริษัทอย่างไร?ใช้ข้อมูลที่เผยแพร่จริง

🔧 Copilot Studio ไม่อ่านเว็บไซต์ แก้อย่างไร?

ปัญหาที่ 1: เว็บไซต์เพิ่ม Knowledge ไม่สำเร็จ

ตรวจสอบรูปแบบ URL และข้อจำกัดที่ระบบรองรับ

ปัญหาที่ 2: เว็บไซต์เปิดได้ แต่ AI ตอบไม่ได้

ตรวจสอบว่าหน้าเว็บได้รับการจัดทำดัชนีโดย Bing หรือไม่

ปัญหาที่ 3: URL มี Redirect

ตรวจสอบว่า URL เปลี่ยนไปยัง Hostname อื่นหรือไม่

ควรใช้ URL ปลายทางที่รองรับโดยตรงเมื่อเป็นไปได้

ปัญหาที่ 4: URL มี Path ลึกเกินไป

ปรับเป็น URL ระดับที่ระบบรองรับ

ปัญหาที่ 5: เว็บไซต์ต้อง Login

Public Websites ไม่เหมาะกับเว็บไซต์ที่ต้องลงชื่อเข้าใช้

ควรใช้ Knowledge ประเภทอื่นที่รองรับการยืนยันตัวตน

ปัญหาที่ 6: หน้าเว็บเพิ่งเผยแพร่

Bing อาจยังไม่ได้จัดทำดัชนีเนื้อหานั้น

ควรตรวจสอบสถานะการค้นพบและดัชนีของหน้า

ปัญหาที่ 7: Agent ตอบจากหน้าอื่น

ตรวจสอบ URL Scope และ Knowledge Description

ปัญหาที่ 8: Agent ตอบข้อมูลเก่า

ตรวจสอบหน้าเว็บไซต์และข้อมูลที่ Bing มีอยู่

ปัญหาที่ 9: Agent ไม่ตอบภาษาไทย

ปรับ Instructions และทดสอบคำถามภาษาไทยให้หลากหลายขึ้น

ปัญหาที่ 10: Agent ตอบข้อมูลที่ไม่มีในเว็บ

ตรวจสอบการตั้งค่า General Knowledge และ Web Search รวมถึง Instructions

ปัญหาที่ 11: เว็บไซต์มีเนื้อหาที่อ่านยาก

ตรวจสอบว่าข้อมูลสำคัญอยู่ในข้อความที่ค้นหาได้ ไม่ใช่อยู่เฉพาะในภาพ

ปัญหาที่ 12: เพิ่มเว็บไซต์หลายแห่งแล้วเลือกผิด

ปรับ Name และ Description ให้แยกหน้าที่ชัดเจน

ปัญหาที่ 13: ทดสอบแล้วตอบได้ แต่ Publish แล้วไม่เหมือนเดิม

ตรวจสอบว่า Publish เวอร์ชันล่าสุด และทดลองผ่านช่องทางใช้งานจริง

ปัญหาที่ 14: คำถามยาวมากแล้วไม่พบข้อมูล

Public Websites ที่ใช้ Bing Search มีข้อจำกัดความยาวคำค้นรวมในคำขอ

ควรทดลองแบ่งคำถามให้สั้นและตรงประเด็นมากขึ้น

📊 Checklist ก่อน Publish Agent ที่เชื่อมเว็บไซต์

รายการสิ่งที่ต้องตรวจสอบ
URLถูกต้อง
Public Accessเข้าถึงได้
Bing Indexหน้าสำคัญค้นพบได้
Redirectไม่มีปัญหาข้าม Hostname
URL Scopeตรงกับเนื้อหาที่ต้องการ
Knowledge Nameสื่อความหมาย
Descriptionระบุหน้าที่ชัด
Website Contentถูกต้องและปัจจุบัน
Instructionsไม่ให้สร้างข้อมูลขึ้นเอง
General Knowledgeตั้งค่าเหมาะสม
Web Searchตั้งค่าเหมาะสม
Test Questionsผ่านการทดสอบ
Authenticationเหมาะกับช่องทาง
Billingรองรับการใช้งานจริง
Publishใช้เวอร์ชันล่าสุด
Ownerมีผู้รับผิดชอบตรวจสอบ

📈 10 เทคนิคเชื่อมเว็บไซต์กับ Copilot Studio ให้ AI ตอบแม่นยำขึ้น

1. เลือกเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ Agent

2. ใช้ URL Scope ที่เหมาะสม

3. ตรวจสอบ Bing Index

4. ตั้งชื่อ Knowledge ให้ชัดเจน

5. เขียน Description ให้ตรงเนื้อหา

6. จัดหน้าเว็บด้วย H1, H2 และ H3

7. หลีกเลี่ยงเนื้อหาเก่าหรือขัดแย้งกัน

8. เขียน Instructions ให้แจ้งเมื่อไม่มีข้อมูล

9. ทดสอบคำถามจริงจากลูกค้า

10. ตรวจสอบผลและอัปเดตเนื้อหาเป็นประจำ

การเชื่อมเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเพิ่ม URL จำนวนมากที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกข้อมูลที่ถูกต้องและทำให้ระบบค้นพบเนื้อหาที่เหมาะสมกับคำถาม

❓ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเชื่อมเว็บไซต์กับ Copilot Studio

วิธีเชื่อมเว็บไซต์กับ Copilot Studio ทำอย่างไร?

เปิด Agent เลือก Knowledge กด Add knowledge เลือก Public websites ใส่ URL กด Add ตั้งชื่อและ Description แล้วเลือก Add to agent จากนั้นทดสอบ

Copilot Studio อ่านข้อมูลจากเว็บไซต์ได้ไหม?

ได้สำหรับเว็บไซต์สาธารณะที่อยู่ในขอบเขต URL และสามารถค้นพบผ่าน Bing ตามความสามารถของ Public Websites

Copilot Studio อ่านทุกหน้าในเว็บไซต์ได้ไหม?

ไม่รับประกัน เพราะระบบใช้การค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ดึงทุกหน้าในเว็บไซต์มาอ่านทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

ต้องใช้ Bing Index หรือไม่?

ใช่ สำหรับ Public Websites แบบ Standard Harness ระบบอาศัย Bing Search

เว็บไซต์ที่ไม่อยู่ใน Bing ใช้ได้ไหม?

วิธี Public Websites อาจไม่สามารถนำข้อมูลจากหน้าเหล่านั้นมาตอบได้ ควรพิจารณาแหล่ง Knowledge แบบอื่น

Copilot Studio เพิ่มเว็บไซต์ได้กี่ URL?

สำหรับ Standard Harness มีข้อจำกัดต่างกันตาม Orchestration เช่น Generative รองรับได้สูงสุด 25 เว็บไซต์ และ Classic มีข้อจำกัด 4 URL สาธารณะตามรูปแบบที่เกี่ยวข้อง

Copilot Studio รองรับ Subdomain ไหม?

สามารถใช้ URL ของ Subdomain ที่รองรับได้ แต่ต้องตรวจสอบขอบเขตการค้นหาและกฎ Hostname ให้ถูกต้อง

เว็บไซต์ WordPress ใช้กับ Copilot Studio ได้ไหม?

ได้หากหน้าเว็บเป็นสาธารณะ ค้นพบผ่าน Bing และ URL อยู่ในรูปแบบที่รองรับ

เว็บไซต์ต้องติดตั้ง Plugin เพิ่มไหม?

ไม่จำเป็นสำหรับการเพิ่ม Public Websites เป็น Knowledge เพราะเป็นการเชื่อมแหล่งข้อมูลผ่าน URL

เว็บที่ต้อง Login ใช้เป็น Public Websites ได้ไหม?

ไม่เหมาะ เพราะวิธีนี้ออกแบบสำหรับข้อมูลสาธารณะ ควรใช้แหล่งข้อมูลที่รองรับ Authentication แทน

Copilot Studio ใช้ข้อมูลเว็บไซต์ภาษาไทยได้ไหม?

สามารถใช้เนื้อหาและคำถามภาษาไทยได้ตามความสามารถที่รองรับ แต่ควรทดสอบคุณภาพการค้นหาและคำตอบจริง

ถ้าเว็บไซต์อัปเดตแล้ว AI จะตอบใหม่ทันทีไหม?

ไม่รับประกัน เพราะข้อมูลอาจขึ้นอยู่กับรอบการจัดทำดัชนีของ Bing

Public Websites ต่างจาก SharePoint อย่างไร?

Public Websites ใช้ข้อมูลสาธารณะที่ค้นพบผ่าน Bing ส่วน SharePoint เหมาะกับข้อมูลองค์กรและใช้การควบคุมสิทธิ์ตามรูปแบบการเชื่อมต่อที่รองรับ

Copilot Studio ใช้เว็บไซต์ของตัวเองเป็น Knowledge ได้ไหม?

ได้ หากเว็บไซต์ตรงตามเงื่อนไข Public Websites

Agent ตอบข้อมูลผิดควรแก้อย่างไร?

ตรวจสอบเนื้อหาเว็บไซต์ Bing Index, Knowledge Description, Instructions และการตั้งค่าความรู้ทั่วไปหรือ Web Search

เพิ่มเว็บไซต์แล้วต้อง Publish ใหม่ไหม?

หากต้องการให้ Agent ที่เผยแพร่แล้วใช้การเปลี่ยนแปลง Knowledge ล่าสุด ควรทดสอบและ Publish ตามกระบวนการที่รองรับ

✅ สรุปวิธีเชื่อมเว็บไซต์กับ Copilot Studio ให้ AI ใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์มาตอบคำถาม

Microsoft Copilot Studio สามารถใช้เว็บไซต์สาธารณะเป็น Knowledge เพื่อให้ AI Agent ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า บริการ บทความ และคู่มือ แล้วนำมาประกอบคำตอบได้

ขั้นตอนหลักคือเปิด Agent เลือก Knowledge กด Add knowledge เลือก Public websites ใส่ URL ตั้งชื่อและ Description แล้วทดสอบก่อน Publish

สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าระบบไม่ได้อ่านทุกหน้าของเว็บไซต์โดยตรง แต่ใช้ Grounding with Bing Search และอาศัยข้อมูลที่ได้รับการจัดทำดัชนี

หากเว็บไซต์ต้อง Login หรือมีข้อมูลที่ไม่สามารถถูกค้นพบผ่าน Bing ควรเลือก Knowledge ประเภทอื่นที่เหมาะสม

สำหรับธุรกิจที่มีเว็บไซต์ WordPress และบทความจำนวนมาก การใช้ Public Websites ช่วยให้สามารถต่อยอดเนื้อหาที่เผยแพร่ไว้เป็นฐานความรู้สำหรับ AI Agent ได้ โดยต้องตรวจสอบ URL Scope คุณภาพเนื้อหา และผลการค้นหาอย่างต่อเนื่อง

comsiam แนะนำขั้นตอน เตรียมเว็บไซต์ → ตรวจสอบ Bing Index → เลือก URL → เพิ่ม Knowledge → เขียน Description → ตั้ง Instructions → ทดสอบ → Publish → ติดตามผล

การเชื่อมเว็บไซต์อย่างถูกวิธีจะช่วยให้ AI Agent ใช้ข้อมูลธุรกิจได้ตรงประเด็นมากขึ้น และเป็นพื้นฐานสำหรับการสร้างระบบตอบคำถามลูกค้าหรือผู้ช่วยค้นหาความรู้บนเว็บไซต์อย่างมีประสิทธิภาพ