Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วิธีลบ Copilot Agent ที่ไม่ใช้งาน สามารถทำได้โดยเปิด Microsoft 365 Copilot ไปที่เมนู Agents ค้นหา Agent ที่ต้องการลบ คลิกจุดสามจุด (…) แล้วเลือก Delete จากนั้นตรวจสอบชื่อ Agent และยืนยันการลบตามขั้นตอนที่ปรากฏบนหน้าจอ
อย่างไรก็ตาม การลบ Copilot Agent มีหลายรูปแบบและให้ผลแตกต่างกัน โดยเฉพาะคำสั่ง Delete, Uninstall และ Remove ซึ่งไม่ควรเข้าใจว่าเหมือนกันทั้งหมด
หากคุณเป็นผู้สร้าง Agent และต้องการลบ Agent ถาวร ต้องใช้คำสั่ง Delete ที่รองรับ แต่หากเพียงไม่ต้องการเห็น Agent ที่ติดตั้งไว้ในบัญชี อาจใช้ Uninstall แทนได้
สำหรับ Agent ที่สร้างด้วย Microsoft Copilot Studio หรือ SharePoint ขั้นตอนการลบอาจแตกต่างจาก Agent Builder ใน Microsoft 365 Copilot
บทความนี้ comsiam จะอธิบายวิธีลบ Copilot Agent แบบละเอียด พร้อมวิธีถอนการติดตั้ง วิธีจัดการสิทธิ์ผู้ใช้ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังลบ และแนวทางแก้ปัญหาเมื่อไม่พบปุ่ม Delete
การลบ Copilot Agent คือการนำผู้ช่วย AI ที่สร้างไว้หรือจัดการอยู่ในระบบออกจากแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง
แต่ผลของการดำเนินการขึ้นอยู่กับคำสั่งและประเภท Agent
ตัวอย่างเช่น
การเลือกคำสั่งผิดอาจทำให้ Agent ที่ทีมงานกำลังใช้งานถูกลบโดยไม่ตั้งใจ
| คำสั่ง | ความหมาย | ผลกระทบ |
|---|---|---|
| Delete | ลบ Agent | Agent อาจถูกลบถาวร |
| Uninstall | ถอนการติดตั้ง | นำ Agent ออกจากรายการผู้ใช้ |
| Remove access | ถอนสิทธิ์ | ผู้ใช้ที่ถูกถอนสิทธิ์เข้าถึงไม่ได้ |
| Disconnect | ยกเลิกการเชื่อมต่อ | ตัดความสัมพันธ์กับ Agent อื่น |
| Block | ปิดกั้นการใช้งาน | จำกัดการเข้าถึงตามนโยบาย |
หาก Agent เป็นของคุณและไม่จำเป็นต้องใช้งานอีกต่อไป อาจเลือก Delete
หาก Agent ยังมีประโยชน์กับคนอื่น แต่คุณไม่ต้องการใช้งานแล้ว ให้เลือก Uninstall หากระบบรองรับ
หากพนักงานบางคนไม่ควรใช้ Agent อีกต่อไป ให้ถอนสิทธิ์แทนการลบ
หากองค์กรต้องการหยุดการใช้งานชั่วคราว ควรพิจารณาความสามารถ Block หรือ Disable ตามประเภท Agent ก่อนเลือกการลบถาวร
การลบ Agent โดยไม่ตรวจสอบอาจกระทบการทำงานของสมาชิกในทีม
ควรตรวจสอบอย่างน้อย 8 เรื่อง
ตรวจสอบว่า Agent ถูกแชร์ให้ใครบ้าง และยังมีพนักงานใช้งานอยู่หรือไม่
หาก Agent มีผู้ดูแลหลายคน ควรแจ้งให้ทราบก่อนดำเนินการ
ตรวจสอบว่าเชื่อม SharePoint, OneDrive หรือข้อมูลประเภทอื่นไว้หรือไม่
หากมีการปรับคำสั่งเป็นเวลานาน ควรเก็บสำเนาการตั้งค่าที่จำเป็นก่อนลบ
หาก Agent เชื่อมระบบอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบว่าการลบจะกระทบกระบวนการทำงานใดบ้าง
หากมีผู้ใช้เข้าถึงผ่าน Teams ควรแจ้งการยกเลิกก่อนลบ
สำหรับระบบที่ใช้ Connected Agents หรือ Child Agents ควรตรวจสอบความสัมพันธ์ก่อนลบ
หากปัญหาเกิดจากคำตอบผิดหรือข้อมูลล้าสมัย การแก้ไข Instructions หรือ Knowledge อาจเหมาะสมกว่าการลบ Agent ทั้งตัว
วิธีนี้เหมาะกับ Agent ที่สร้างด้วย Microsoft 365 Copilot Agent Builder
ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft 365 ที่ใช้สร้าง Agent
ควรตรวจสอบว่าเป็นบัญชีที่ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ที่มีหลายบัญชี
มองหา Agents จากแถบนำทาง
เลือกดูรายการ Agent ที่สามารถเข้าถึงได้
หากไม่พบ Agent ที่ต้องการ ให้เปิด All agents และค้นหารายการ Agent ที่คุณสร้างหรือจัดการ
ตรวจสอบชื่อและคำอธิบายให้ตรงกับ Agent ที่ต้องการ
ตัวอย่าง:
IT Support Assistant
หรือ
Company Knowledge Agent
หากมีชื่อคล้ายกันหลายตัว ควรเปิดรายละเอียดเพื่อตรวจสอบก่อน
เปิดเมนู More ที่อยู่ข้างชื่อ Agent
หากคุณมีสิทธิ์ลบ Agent จะพบคำสั่ง Delete หรือไอคอนรูปถังขยะ
สำหรับ Agent Builder โดยทั่วไป ผู้สร้าง Agent เป็นผู้มีสิทธิ์ลบ ส่วนผู้ที่ได้รับสิทธิ์ร่วมแก้ไขอาจไม่มีสิทธิ์ลบ Agent ถาวร
อ่านรายละเอียดบนหน้าจอก่อนยืนยัน
การลบ Agent ที่สร้างด้วย Agent Builder เป็นการดำเนินการถาวรและไม่สามารถย้อนกลับได้ตามวิธีลบของผู้สร้าง
เลือกคำสั่งยืนยันตามหน้าจอ
กลับไปยังรายการ Agents แล้วตรวจสอบว่า Agent ถูกนำออกหรือไม่
หาก Agent ถูกแชร์ให้ผู้อื่น ผู้ใช้เหล่านั้นจะไม่สามารถใช้ Agent ที่ถูกลบได้อีกเมื่อการลบมีผล
หากไม่ต้องการใช้งาน Agent ที่เพิ่มไว้ แต่ไม่ได้ต้องการลบระบบของผู้สร้าง ให้ใช้ Uninstall
Agent จะถูกนำออกจากรายการของผู้ใช้ตามการทำงานของระบบ
ไม่ควรถือว่า Uninstall เป็นการลบ Agent ต้นฉบับ เพราะคำสั่งนี้ใช้สำหรับถอน Agent ออกจากรายการที่ติดตั้งของผู้ใช้
หาก Agent ยังเปิดให้ใช้งานและบัญชีมีสิทธิ์รองรับ อาจสามารถเพิ่มกลับมาใหม่ได้
Microsoft ระบุว่า Saved Prompts ที่เกี่ยวข้องกับ Agent ซึ่งถูกถอนการติดตั้งยังคงอยู่ใน Copilot Prompt Gallery
ดังนั้น Uninstall ไม่ได้หมายความว่าข้อมูลทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับ Agent จะถูกลบทั้งหมด
ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการวงจรชีวิตของ Agents ผ่าน Microsoft 365 Admin Center
สำหรับ Agent Builder Agent มีความสามารถในการลบถาวรจากหน้าจัดการส่วนกลาง
การลบถาวรผ่านกระบวนการนี้อาจส่งผลดังนี้
การลบอาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงจึงจะสะท้อนผลกับผู้ใช้ทั้งหมด
ระหว่างนั้น Agent อาจยังแสดงในรายการของบางคน แต่ไม่สามารถใช้งานได้
ข้อควรระวัง: การลบผ่านกระบวนการนี้เป็นการลบถาวร จึงต้องตรวจสอบ Agent และข้อมูลก่อนยืนยัน
หาก Agent ถูกสร้างใน Copilot Studio ต้องดำเนินการผ่านเครื่องมือจัดการของ Copilot Studio
ลงชื่อเข้าใช้บัญชีที่มีสิทธิ์จัดการ Agent
เลือก Environment ที่เก็บ Agent ที่ต้องการลบ
เลือกเมนู Agents เพื่อดูรายการ Agent ใน Environment
ค้นหาและเปิด Agent ที่ต้องการลบ
บนแถบคำสั่งด้านบน คลิกจุดสามจุด (…) ข้าง Settings
เลือกคำสั่ง Delete
ตรวจสอบผลกระทบก่อนยืนยันการลบ
ตรวจสอบช่องทางเผยแพร่ Tools, Workflows และการเชื่อมต่อที่เคยใช้กับ Agent
หากยังมีระบบอื่นอ้างอิง Agent ที่ลบไป อาจต้องปรับการตั้งค่าระบบเหล่านั้นเพิ่มเติม
SharePoint Agent สามารถจัดเก็บเป็นไฟล์ Agent ภายใน SharePoint ได้
ก่อนลบต้องตรวจสอบว่าเป็น Agent ที่สร้างจาก SharePoint โดยตรง หรือเป็น Agent ที่สร้างด้วย Agent Builder แล้วใช้ SharePoint เป็น Knowledge
ทั้งสองรูปแบบมีการจัดการแตกต่างกัน
การลบไฟล์ Agent ไม่ใช่การลบเอกสาร Knowledge ทั้งหมดของ SharePoint โดยอัตโนมัติ
แต่หากต้องการลบ Agent Builder Agent ที่อ้างอิง SharePoint ควรใช้วิธีจัดการ Agent ของ Agent Builder ไม่ใช่ลบเอกสารต้นทาง
คำตอบขึ้นอยู่กับประเภทข้อมูลและวิธีสร้าง Agent
เอกสาร SharePoint ที่มีอยู่เป็นแหล่งข้อมูลต้นทางไม่ได้ถูกลบเพียงเพราะลบ Agent ที่อ้างอิงข้อมูลเหล่านั้น
สำหรับ Agent Builder การลบถาวรโดยผู้ดูแลระบบอาจลบไฟล์ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Agent และ SharePoint Embedded Container ที่เกี่ยวข้อง
การลบ Agent ส่งผลต่อข้อมูลและองค์ประกอบของ Agent ตามกระบวนการของแพลตฟอร์ม ขณะที่ข้อมูลหรือระบบภายนอกที่เชื่อมต่ออยู่อาจยังคงอยู่
คำแนะนำ: ก่อนลบควรแยกให้ชัดระหว่างเอกสาร SharePoint ต้นฉบับกับไฟล์ที่จัดเก็บเป็นส่วนหนึ่งของ Agent เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบหรือคงอยู่เหมือนกัน
หาก Agent ถูกแชร์ให้พนักงานหลายคน การลบอาจทำให้ทุกคนไม่สามารถใช้งาน Agent ตัวนั้นต่อได้
ผลกระทบที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
ผู้ที่เคยได้รับลิงก์อาจไม่สามารถเปิด Agent ได้อีก
Agent ที่ถูกลบจะไม่พร้อมใช้งานจากรายการที่เกี่ยวข้องเมื่อการลบมีผลครบถ้วน
ข้อมูลต้นทางภายนอก Agent อาจยังอยู่ตามระบบเดิม
กระบวนการที่ต้องเรียก Agent อาจทำงานผิดพลาดหรือหยุดทำงาน
หากมีการเผยแพร่ Agent ไปยัง Teams ต้องตรวจสอบผลกระทบต่อการเข้าถึงและช่องทางที่เกี่ยวข้อง
สิทธิ์ SharePoint ที่กำหนดแยกจาก Agent อาจยังคงอยู่ ต้องตรวจสอบและถอนสิทธิ์เองเมื่อไม่จำเป็น
มีหลายแนวทางที่อาจเหมาะสมกว่า
เหมาะกับผู้ใช้ที่เพียงไม่ต้องการให้ Agent อยู่ในรายการของตน
เหมาะกับกรณีพนักงานย้ายทีม หรือมีผู้ใช้บางคนไม่ควรเข้าถึง Agent ต่อไป
ผู้ดูแลระบบอาจใช้ความสามารถ Block เพื่อจำกัดการใช้งาน Agent ตามนโยบายองค์กร
หากปัญหาเกิดจาก Knowledge ไม่ถูกต้องหรือ Instructions ไม่เหมาะสม สามารถปรับ Agent เดิมได้
ในระบบที่มี Connected Agents สามารถเลือก Disconnect เพื่อยกเลิกการเชื่อมต่อโดยไม่จำเป็นต้องลบ Agent ต้นฉบับ
Copilot Studio รองรับการจัดการสถานะของ Child Agents หรือ Connected Agents บางรูปแบบ โดยการปิดใช้งานไม่ใช่การลบถาวร
สาเหตุที่เป็นไปได้
วิธีแก้ไข
ตรวจสอบผู้สร้างและประเภท Agent ก่อนเลือกเครื่องมือจัดการให้ถูกต้อง
หากคุณเป็นเพียงผู้ใช้งาน Agent ที่ผู้อื่นสร้าง อาจมีเพียงคำสั่งถอนการติดตั้ง
ในกรณีนี้ไม่ควรคาดหวังว่าจะสามารถลบ Agent ต้นฉบับได้
บางกรณีระบบต้องใช้เวลาในการกระจายสถานะการลบ
สำหรับการลบถาวร Agent Builder ผ่าน Admin Center อาจใช้เวลาถึง 24 ชั่วโมงกว่าจะสะท้อนผลครบทุกผู้ใช้
ตรวจสอบว่าคุณเลือก Environment ถูกต้องและมีสิทธิ์จัดการ Agent หรือไม่
ตรวจสอบบัญชี Microsoft, Environment หรือ Tenant ที่ลงชื่อเข้าใช้
ตรวจสอบว่า Agent ถูกเผยแพร่หรือเชื่อมต่อผ่านช่องทางใด และมีรายการติดตั้งหรือการเผยแพร่ที่ยังต้องจัดการเพิ่มเติมหรือไม่
ตรวจสอบ Workflow หรือเครื่องมือที่อ้างอิง Agent ที่ถูกลบ จากนั้นเปลี่ยนการเชื่อมต่อหรือปรับกระบวนการให้เหมาะสม
เป็นไปได้ว่าข้อมูลนั้นเป็นเอกสารต้นทางใน SharePoint ซึ่งไม่ได้ถูกลบพร้อม Agent
หากต้องการจัดการเอกสาร ให้ดำเนินการผ่านระบบ SharePoint ตามสิทธิ์และนโยบายข้อมูลขององค์กร
ตรวจสอบบทบาทผู้ใช้และสิทธิ์ในการจัดการ Agent โดยไม่ควรเพิ่มสิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบเกินความจำเป็น
หากเป็นการลบถาวรที่ย้อนกลับไม่ได้ ต้องพิจารณาสร้าง Agent ใหม่จากข้อมูลหรือสำเนาการตั้งค่าที่เคยเก็บไว้
สำหรับบาง Agent ที่ผู้ดูแลระบบจัดการผ่านกระบวนการ Soft Delete อาจมีช่วงเวลาที่สามารถ Restore ได้ จึงควรตรวจสอบประเภท Agent และสถานะการลบโดยเร็ว
ขึ้นอยู่กับประเภท Agent และกระบวนการลบ
การลบถาวรผ่านคำสั่ง Delete สำหรับ Agent Builder เป็นการดำเนินการที่ไม่สามารถย้อนกลับได้
ไม่ควรถือว่าจะสามารถกู้คืน Agent ได้หลังยืนยันการลบ
ผู้ดูแลระบบสามารถกู้คืน Agent บางประเภทได้ภายในระยะเวลาเก็บรักษาที่ระบบกำหนด เช่น 30 วัน
หลังหมดระยะเวลาดังกล่าว หรือเมื่อเลือก Permanently delete แล้ว อาจไม่สามารถกู้คืนได้
ควรถือว่าการลบ Agent มีผลถาวรและตรวจสอบความพร้อมก่อนดำเนินการ
หากมีการสำรองหรือจัดการ Solutions ไว้ล่วงหน้า อาจใช้ข้อมูลเหล่านั้นช่วยสร้างระบบทดแทนได้ตามความสามารถของแพลตฟอร์ม
ข้อสำคัญ: อย่าสันนิษฐานว่า Agent ทุกประเภทมีถังขยะหรือปุ่ม Restore เหมือนกัน
สมมติว่าบริษัทเคยสร้าง Agent ชื่อ Sales Assistant 2025 เพื่อช่วยฝ่ายขาย
ต่อมามีการสร้าง Sales Knowledge Agent รุ่นใหม่ และย้ายทีมงานไปใช้งานเรียบร้อยแล้ว
แนวทางนี้ช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาจากการลบ Agent ที่ยังมีระบบอื่นใช้งานอยู่
บริษัทอาจมี Agents ดังนี้
หลังตรวจสอบพบว่า Old Technical Agent มีเนื้อหาซ้ำกับ IT Support Assistant
ก่อนลบควรตรวจสอบว่า Agent ใหม่มีคู่มือสำคัญครบหรือไม่
จากนั้นทดสอบคำถามที่ผู้ใช้เคยถาม Agent เก่า
หากผลทดสอบผ่านและไม่มี Workflow อื่นพึ่งพา Agent เดิม จึงค่อยยกเลิกการใช้งานหรือลบตามกระบวนการขององค์กร
ไม่ควรลบเพียงเพราะชื่อ Agent ดูเก่าหรือไม่ได้ใช้งานมาระยะหนึ่ง โดยยังไม่ตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
Agent อาจมี Instructions หรือ Knowledge ที่องค์กรยังต้องใช้
องค์กรอาจมีนโยบายเก็บบันทึกการใช้งานหรือหลักฐานสำหรับการตรวจสอบ
หลังลบ Agent ควรตรวจสอบสิทธิ์ของ SharePoint และระบบอื่นแยกต่างหาก
สำหรับ Agent สำคัญ ควรมีกระบวนการอนุมัติภายในก่อนลบ
Agent ที่เชื่อมระบบอัตโนมัติอาจมีการใช้งานแม้ไม่มีใครเปิดหน้าสนทนาโดยตรง
ช่วยให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า Agent ใดถูกลบ เมื่อใด และด้วยเหตุผลใด
| รายการ | สิ่งที่ต้องตรวจสอบ |
|---|---|
| ชื่อ Agent | ถูกตัวหรือไม่ |
| ประเภท Agent | Agent Builder, SharePoint หรือ Copilot Studio |
| เจ้าของ | มีสิทธิ์ลบหรือไม่ |
| ผู้ใช้งาน | มีใครใช้งานอยู่ |
| Knowledge | มีข้อมูลสำคัญหรือไม่ |
| Instructions | ต้องสำรองหรือไม่ |
| Workflows | มีระบบอื่นเชื่อมอยู่หรือไม่ |
| การแชร์ | มีลิงก์หรือการเผยแพร่ที่ต้องจัดการหรือไม่ |
| ค่าใช้จ่าย | มีบริการที่ต้องจัดการเพิ่มเติมหรือไม่ |
| การกู้คืน | รองรับหรือไม่ |
| การอนุมัติ | ผ่านนโยบายองค์กรหรือยัง |
| การตรวจสอบหลังลบ | กำหนดผู้รับผิดชอบแล้วหรือไม่ |
เปิด Microsoft 365 Copilot ค้นหา Agent ที่สร้างไว้ คลิกจุดสามจุด แล้วเลือก Delete หากมีสิทธิ์ลบ
ต่างกัน Delete ใช้ลบ Agent ขณะที่ Uninstall ใช้ถอน Agent ออกจากรายการที่ติดตั้งของผู้ใช้
อาจไม่ได้เป็นผู้สร้าง Agent หรือไม่มีสิทธิ์ลบ รวมถึงอาจเป็น Agent ที่ต้องจัดการผ่านแพลตฟอร์มอื่น
หากลบ Agent ต้นฉบับถาวร ผู้ใช้ที่เคยได้รับการแชร์จะไม่สามารถใช้ Agent นั้นต่อได้
เอกสาร SharePoint ต้นฉบับที่เป็นแหล่ง Knowledge ไม่ได้ถูกลบเพียงเพราะลบ Agent ที่อ้างอิง แต่ไฟล์ที่เป็นองค์ประกอบของ Agent เองอาจถูกลบตามกระบวนการ
ได้ โดยเปิด Copilot Studio เลือก Agent แล้วใช้คำสั่ง Delete จากเมนูจัดการ
หาก Agent ยังเปิดให้ใช้งานและบัญชีมีสิทธิ์รองรับ โดยทั่วไปสามารถเพิ่ม Agent กลับมาได้
การ Uninstall Agent ไม่ได้ลบ Saved Prompts ที่อยู่ใน Copilot Prompt Gallery โดยอัตโนมัติ
ขึ้นอยู่กับประเภท Agent บางระบบรองรับ Soft Delete และ Restore ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ Agent Builder ที่ถูกลบถาวรไม่สามารถย้อนกลับได้
ได้เมื่อมีสิทธิ์ลบ Agent แต่ควรตรวจสอบผลกระทบต่อผู้ใช้และระบบที่เกี่ยวข้องก่อน
ผู้ดูแลระบบที่มีสิทธิ์เหมาะสมสามารถจัดการและลบ Agent บางประเภทผ่าน Microsoft 365 Admin Center ได้
การลบ Agent ไม่ได้หมายความว่า License หรือการตั้งค่าคิดค่าบริการทุกประเภทจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ ควรตรวจสอบกับระบบ Billing และ License ขององค์กรแยกต่างหาก
การลบ Copilot Agent สามารถทำได้ผ่าน Microsoft 365 Copilot, Microsoft 365 Admin Center หรือ Copilot Studio ขึ้นอยู่กับประเภท Agent และสิทธิ์ผู้ใช้งาน
หากต้องการลบ Agent ที่สร้างด้วย Agent Builder สามารถใช้คำสั่ง Delete จากรายการ Agent ที่ตนสร้างไว้ แต่หากต้องการเพียงนำ Agent ออกจากรายการส่วนตัวควรใช้ Uninstall
สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบความแตกต่างระหว่างการลบถาวร การถอนการติดตั้ง และการถอนสิทธิ์ เพราะแต่ละวิธีส่งผลต่อข้อมูลและผู้ใช้งานแตกต่างกัน
comsiam แนะนำให้ใช้แนวทาง ตรวจสอบผู้ใช้ → สำรองการตั้งค่าที่จำเป็น → ตรวจสอบ Knowledge → ตรวจสอบ Workflow → เลือกวิธีลบ → ยืนยัน → ตรวจสอบผล
สำหรับ Agent ที่ใช้งานร่วมกันในองค์กร ไม่ควรลบโดยไม่มีการแจ้งผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะ Agent ที่เชื่อม SharePoint, Microsoft Teams หรือระบบอัตโนมัติ
เมื่อจัดการอย่างเป็นระบบ การลบ Agent ที่ไม่จำเป็นจะช่วยลดความซ้ำซ้อน ลดภาระการดูแล และทำให้การบริหาร AI Agents ขององค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น