Prompt Microsoft Copilot สำหรับ Teams สรุปประชุมและงานที่ต้องทำ

Prompt Microsoft Copilot สำหรับ Teams ที่ดี ควรระบุให้ชัดว่า ต้องการสรุปอะไรจากการประชุม ต้องการรู้ Decision ไหน งานอะไรต้องทำต่อ ใครเป็นผู้รับผิดชอบ มี Deadline หรือไม่ และประเด็นใดยังไม่ได้ข้อสรุป

แทนที่จะถามเพียงว่า “สรุปประชุมให้หน่อย” ควรสั่งให้ Copilot แยกผลลัพธ์ออกเป็นหมวด เช่น Key Points, Decisions, Action Items, Owners, Deadlines, Risks และ Open Questions เพื่อให้ข้อมูลหลังประชุมสามารถนำไปทำงานต่อได้ทันที

ปัจจุบัน Copilot ใน Microsoft Teams สามารถช่วยสรุปประเด็นสำคัญของการประชุม แนะนำ Action Items และตอบคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่พูดคุยระหว่างหรือหลังประชุมได้ในประสบการณ์ที่รองรับ นอกจากนี้ Meeting Recap ยังช่วยติดตามสิ่งที่พลาดไปได้ แต่ผลลัพธ์ที่ AI สร้างควรได้รับการตรวจสอบก่อนนำไปใช้เป็นข้อมูลทางการ

สูตร Prompt ที่ใช้ง่ายคือ:

Meeting + Goal + Topics + Decisions + Action Items + Owner + Deadline + Open Questions + Format

ตัวอย่าง:

“สรุปการประชุมนี้สำหรับคนที่ไม่ได้เข้าร่วม แบ่งเป็น ① ประเด็นสำคัญ ② Decision ที่ตกลงแล้ว ③ Action Item ④ Owner ⑤ Deadline ⑥ Risk ⑦ Open Question และห้ามสร้าง Owner หรือ Deadline หากไม่มีการระบุไว้จริง”

① Microsoft Copilot ใน Teams ช่วยอะไรได้บ้าง

สามารถใช้ช่วยงานเกี่ยวกับการประชุมและการสนทนาได้หลายแบบ เช่น:

  • สรุปการประชุม
  • สรุปสิ่งที่พลาด
  • หา Key Point
  • หา Decision
  • หา Action Item
  • หา Owner
  • หา Deadline
  • หา Open Question
  • หาเรื่องที่ยังไม่ได้ข้อสรุป
  • สรุป Chat
  • สรุป Channel
  • สร้าง Meeting Notes
  • เตรียม Follow-up
  • เตรียม Agenda สำหรับประชุมครั้งถัดไป

Copilot ใน Teams Chat และ Channel ยังสามารถช่วยดึง Main Points, Action Items และ Decisions จาก Conversation ที่ยาวได้ โดยขอบเขตข้อมูลที่ใช้ขึ้นอยู่กับบริบทและการตั้งค่าที่เกี่ยวข้อง

② เริ่มจากบอกเป้าหมายของการสรุป

คำว่า:

“สรุปประชุม”

ยังกว้างเกินไป

ควรระบุว่าเอา Summary ไปทำอะไร เช่น:

  • ส่งผู้บริหาร
  • ส่งทีมงาน
  • ติดตามงาน
  • เขียนรายงาน
  • เตรียมประชุมครั้งหน้า
  • หา Decision
  • หา Task

Prompt:

“สรุปประชุมนี้เพื่อใช้ติดตามงานของทีม”

ช่วยให้ผลลัพธ์ตรง Intent

③ สรุปสำหรับคนที่ไม่ได้เข้าประชุม

Prompt:

“สมมติว่าฉันไม่ได้เข้าประชุม สรุปเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต้องรู้เพื่อให้ตามงานต่อได้”

เหมาะกับ Meeting ที่พลาด

④ สรุปแบบสั้น

ใช้:

“สรุปประชุมนี้ภายใน 10 Bullet Point”

เหมาะกับการอ่านเร็ว

⑤ สรุปแบบละเอียด

Prompt:

“สรุปการประชุมแบบละเอียด แยกตาม Topic พร้อม Decision และ Next Step ของแต่ละหัวข้อ”

เหมาะกับ Project Meeting

⑥ สรุปสำหรับผู้บริหาร

ผู้บริหารมักไม่ต้องการ Transcript ทั้งหมด

ควรเน้น:

  • Outcome
  • Impact
  • Risk
  • Decision
  • Next Step

Prompt:

“สรุปการประชุมสำหรับผู้บริหารไม่เกิน 300 คำ”

⑦ สรุปสำหรับทีมปฏิบัติงาน

ทีมอาจต้องการ:

  • Task
  • Owner
  • Deadline
  • Dependency
  • Blocker

มากกว่า Background ยาว ๆ

⑧ สรุป Key Points

Prompt:

“สรุป 5 ประเด็นสำคัญที่สุดจากการประชุม”

ช่วยลด Noise

⑨ สรุปตาม Topic

ตัวอย่าง:

  1. Budget
  2. Timeline
  3. Technical
  4. Marketing
  5. Risk

Prompt:

“จัด Summary ตามหัวข้อที่พูดคุยจริง”

ช่วยอ่านง่าย

⑩ สรุปตามลำดับเวลา

Prompt:

“เรียงเหตุการณ์สำคัญของการประชุมตามลำดับที่เกิดขึ้น”

เหมาะกับ Meeting ที่มีการเปลี่ยนข้อเสนอระหว่างทาง

⑪ หา Decision

Decision คือสิ่งที่ตกลงแล้ว

Prompt:

“แสดงเฉพาะ Decision ที่ทุกฝ่ายตกลงแล้ว”

ช่วยแยกจาก:

  • Idea
  • Suggestion
  • Question

⑫ Decision กับ Suggestion ต่างกัน

ตัวอย่าง:

“เราอาจใช้ระบบ A”

ยังไม่ใช่ Decision

แต่:

“ทีมตกลงใช้ระบบ A”

จึงถือเป็น Decision

Copilot ควรแยกสองอย่างนี้ให้ชัด

⑬ Prompt ตรวจ Decision

“แยกข้อความเป็น Decision, Proposal และ Discussion”

ช่วยลดความเข้าใจผิด

⑭ หา Action Item

Action Item คือสิ่งที่ต้องทำหลังประชุม

ตัวอย่าง:

  • ส่งเอกสาร
  • ตรวจระบบ
  • ขอราคา
  • แก้ Design
  • นัดประชุม

Prompt:

“แสดง Action Item ทั้งหมดจากการประชุม”

⑮ Action Item ที่ดีควรชัด

แทน:

“ตรวจเรื่องระบบ”

ควรเป็น:

“ตรวจสอบ Compatibility ของ Router รุ่น X กับระบบปัจจุบัน”

ยิ่ง Specific ยิ่งติดตามง่าย

⑯ สร้าง Action Item Table

ใช้โครง:

| Action | Owner | Deadline | Status |

ช่วยนำไปใช้กับ Project Tracking ต่อได้

⑰ อย่าให้ AI สร้าง Owner เอง

หากประชุมไม่ได้ระบุว่าใครรับผิดชอบ

ให้แสดง:

Owner: ยังไม่ได้ระบุ

ดีกว่าเดาชื่อบุคคล

⑱ อย่าให้ AI สร้าง Deadline เอง

ถ้าไม่มีวันกำหนด

ให้ระบุ:

Deadline: ยังไม่ได้ระบุ

ไม่ควรสร้างวันที่จากบริบทเอง

⑲ Prompt หา Owner

“จับคู่ Action Item กับ Owner เฉพาะกรณีที่มีการมอบหมายอย่างชัดเจน”

ช่วยลด Assignment ผิดคน

⑳ Prompt หา Deadline

“แสดง Deadline ที่กล่าวถึงจริง พร้อม Action Item ที่เกี่ยวข้อง”

เหมาะกับ Follow-up

㉑ หา Open Questions

Open Question คือคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

Prompt:

“แสดงคำถามทั้งหมดที่ประชุมแล้วยังไม่ได้ข้อสรุป”

ช่วยวาง Agenda ครั้งหน้า

㉒ หา Unresolved Issues

Prompt:

“สรุปประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อยุติและสิ่งที่ต้องมีเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ”

ช่วยลดการหลงลืม

㉓ หา Blocker

Blocker คือสิ่งที่ทำให้งานเดินต่อไม่ได้

ตัวอย่าง:

  • รอ Approval
  • รอข้อมูล
  • รอ Vendor
  • ระบบไม่พร้อม

Prompt:

“หา Blocker ที่อาจทำให้งานล่าช้าตามที่มีการพูดถึงในการประชุม”

㉔ หา Dependency

Prompt:

“ระบุงานที่ต้องรออีกงานหนึ่งก่อนจึงจะเริ่มได้”

ช่วย Project Planning

㉕ หา Risk

Prompt:

“สรุป Risk ที่มีการกล่าวถึงจริง พร้อมผลกระทบที่พูดถึง”

ไม่ควรสร้าง Risk ใหม่แล้วทำเหมือนประชุมพูดถึงแล้ว

㉖ แยก Risk กับ Issue

Risk:
สิ่งที่อาจเกิด

Issue:
ปัญหาที่เกิดแล้ว

Prompt:

“แบ่งเป็น Current Issues และ Future Risks”

ช่วยติดตามง่าย

㉗ หา Assumption

Prompt:

“ระบุ Assumption ที่ผู้เข้าร่วมใช้ในการตัดสินใจ”

เช่น:

  • Budget ยังเท่าเดิม
  • จำนวน User ไม่เพิ่ม
  • Vendor ส่งทัน

ช่วยเห็นจุดที่อาจต้องตรวจภายหลัง

㉘ หา Data Gap

Prompt:

“ระบุข้อมูลที่ยังขาดและทำให้ยังตัดสินใจไม่ได้”

เหมาะกับ Planning Meeting

㉙ สรุปข้อดีข้อเสียที่มีการพูดถึง

Prompt:

“สรุป Pros และ Cons ของแต่ละทางเลือกตามที่มีการอภิปรายจริง”

ช่วย Decision Meeting

㉚ สรุป Option

ตัวอย่าง:

Option A
Option B
Option C

พร้อม:

  • Benefit
  • Risk
  • Cost
  • Concern

เฉพาะที่มีใน Meeting

㉛ สรุปมุมมองแต่ละฝ่าย

Prompt:

“สรุปสิ่งที่แต่ละทีมเสนอ โดยไม่ตัดสินว่าแนวทางใดดีกว่า”

เหมาะกับ Cross-functional Meeting

㉜ สรุปสิ่งที่ฉันพลาด

Prompt:

“ฉันเข้าประชุมช้า 20 นาที สรุปสิ่งสำคัญก่อนฉันเข้ามา”

ในกรณีที่ข้อมูลการประชุมที่ Copilot เข้าถึงครอบคลุมช่วงนั้น

㉝ สรุปหลังออกจากประชุม

Prompt:

“สรุปประเด็นสำคัญหลังจากที่ฉันออกจากการประชุม”

ช่วย Catch Up

㉞ ถามว่าใครพูดอะไร

Copilot ใน Teams สามารถช่วยสรุปการอภิปราย รวมถึงบริบทว่าใครพูดอะไรในสถานการณ์ที่ข้อมูลประชุมรองรับ

Prompt:

“ใครเสนอให้เลื่อน Timeline และให้เหตุผลว่าอะไร?”

ช่วยค้นข้อมูลใน Meeting ที่ยาว

㉟ ถามเรื่องเฉพาะ

แทนการอ่าน Summary ทั้งหมด:

“ที่ประชุมพูดอะไรเกี่ยวกับ Budget?”

หรือ:

“มีการพูดเรื่อง Deadline ของ Phase 2 หรือไม่?”

ช่วยเจาะ Search Intent

㊱ Prompt ตรวจคำตอบ

ถ้าเรื่องสำคัญ:

“แสดงบริบทที่สนับสนุนข้อสรุปนี้จากการประชุม”

ช่วยตรวจไม่ให้ Summary ตีความเกินไป

㊲ Meeting Notes

Copilot สามารถช่วยสร้าง Meeting Notes ที่รวม Key Topics และ Action Items ในประสบการณ์ที่รองรับ และ Microsoft เองแนะนำให้ตรวจสอบผลลัพธ์ที่ AI สร้างอีกครั้งก่อนใช้งาน

㊳ Prompt สร้าง Meeting Notes

“สร้าง Meeting Notes แบบเป็นทางการจากการประชุมนี้”

โครง:

  • Date
  • Purpose
  • Attendees
  • Topics
  • Decisions
  • Actions
  • Open Issues

โดยไม่สร้างข้อมูลที่ไม่มี

㊴ Meeting Minutes

ถ้าต้องการ Minutes อย่างเป็นทางการ:

Prompt:

“สร้าง Meeting Minutes โดยแยก Discussion, Decision และ Action Item อย่างชัดเจน”

เหมาะกับองค์กร

㊵ Minutes ไม่ควรเป็น Transcript

ไม่จำเป็นต้องเขียนทุกประโยค

ควรเก็บ:

  • สิ่งสำคัญ
  • Decision
  • Action
  • Record ที่จำเป็น

㊶ สร้าง Executive Meeting Summary

Prompt:

“สร้าง Executive Summary ไม่เกิน 1 หน้า โดยเน้น Outcome, Risk และ Decision”

เหมาะกับส่งผู้บริหาร

㊷ สร้าง Summary ส่งทีม

Prompt:

“สร้าง Summary สำหรับส่งใน Teams Chat ไม่เกิน 10 Bullet”

เหมาะกับ Follow-up เร็ว

㊸ สร้าง Follow-up Message

Prompt:

“สร้างข้อความ Follow-up หลังประชุม โดยสรุป Decision และงานที่ต้องทำ”

ช่วยส่ง Alignment ให้ทีม

㊹ สร้าง Follow-up Email

Prompt:

“เปลี่ยน Meeting Summary นี้เป็นอีเมล Follow-up แบบ Professional”

ควรตรวจ:

  • Owner
  • Deadline
  • Attachment

ก่อนส่ง

㊺ สร้าง Agenda ประชุมครั้งถัดไป

Prompt:

“จาก Open Issues ของประชุมนี้ สร้าง Agenda สำหรับครั้งหน้า”

ช่วยให้ Meeting ต่อเนื่อง

㊻ Agenda ควรเริ่มจาก Open Item

ถ้าเรื่องเดิมยังไม่จบ ควรนำกลับมาคุยก่อนเปิดหัวข้อใหม่จำนวนมาก

㊼ สร้าง Pre-read

Prompt:

“จาก Meeting Summary นี้ สร้าง Pre-read สำหรับประชุมครั้งถัดไป”

ประกอบด้วย:

  • Context
  • Current Status
  • Open Decision
  • Data Needed

㊽ สร้าง Decision Log

Prompt:

“ดึง Decision ทั้งหมดออกมาเป็นตาราง Date, Decision, Rationale และ Owner เฉพาะข้อมูลที่มี”

ช่วยเก็บประวัติการตัดสินใจ

㊾ สร้าง Action Tracker

Prompt:

“เปลี่ยน Action Item เป็น Action Tracker”

ตัวอย่าง:

| Task | Owner | Deadline | Status | Dependency |

นำไปใช้ติดตามงานต่อได้

㊿ สร้าง Risk Register

Prompt:

“ดึง Risk จากการประชุมและจัดเป็น Risk, Impact, Mitigation และ Owner เฉพาะที่มีข้อมูล”

เหมาะกับ Project Management

51. สรุปประชุมรายวัน

Daily Meeting ควรสั้น

Prompt:

“สรุป Daily Standup เป็น Done, Doing และ Blocker”

ช่วยให้ทีมอ่านเร็ว

52. สรุป Standup

สามารถแยกตามคน:

  • Completed
  • Today
  • Blocker

แต่ไม่ควรสร้าง Status ที่คนไม่ได้พูด

53. สรุป Weekly Meeting

Prompt:

“สรุป Weekly Review เป็น Progress, KPI, Issue, Risk และ Next Week”

เหมาะกับ Manager

54. สรุป Monthly Meeting

อาจมี:

  • Performance
  • Trend
  • Problem
  • Decision
  • Action

ช่วย Business Review

55. สรุป Project Meeting

Prompt:

“สรุป Project Meeting เป็น Scope, Timeline, Progress, Risk, Decision และ Action”

เหมาะกับโครงการ

56. สรุป Sales Meeting

อาจเน้น:

  • Pipeline
  • Customer
  • Opportunity
  • Blocker
  • Next Action

เฉพาะข้อมูลที่พูดถึงจริง

57. สรุป Marketing Meeting

Prompt:

“สรุป Campaign Performance, Insight, Decision และ Next Experiment”

เหมาะกับ Marketing Team

58. สรุป Technical Meeting

ควรมี:

  • Issue
  • Root Cause
  • Proposed Fix
  • Decision
  • Owner
  • Test

ถ้ามีข้อมูล

59. สรุป Incident Meeting

Prompt:

“สรุป Incident Meeting เป็น Timeline, Impact, Current Status, Action และ Follow-up”

ควรแยก Fact กับ Hypothesis

60. สรุป Customer Meeting

ควรเน้น:

  • Customer Need
  • Question
  • Concern
  • Commitment
  • Next Step

ช่วย Sales และ Account Team

61. สรุป Vendor Meeting

Prompt:

“สรุปสิ่งที่ Vendor รับปากส่ง สิ่งที่ทีมเราต้องทำ และวันที่ที่มีการระบุ”

ช่วยติดตาม Commitment

62. สรุป Interview Panel

หากองค์กรอนุญาตและเป็นกระบวนการที่เหมาะสม ควรเน้นเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์งาน และหลีกเลี่ยงการให้ AI ตัดสินคุณสมบัติจากข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง

63. สรุป Training Meeting

Prompt:

“สรุปหัวข้อเรียนรู้ Key Takeaway และสิ่งที่ต้องฝึกต่อ”

เหมาะกับ Training Session

64. สรุป Workshop

Workshop อาจมี:

  • Idea
  • Priority
  • Decision
  • Experiment
  • Owner

Prompt:

“จัด Idea ที่ได้ตาม Theme และระบุเฉพาะ Idea ที่ทีมเลือกแล้ว”

65. สรุป Brainstorm

Brainstorm มี Idea จำนวนมาก

ควรแยก:

  • Ideas Discussed
  • Shortlisted Ideas
  • Final Decisions

ไม่ควรทำเหมือนทุก Idea ได้รับอนุมัติ

66. สรุปจาก Chat

Copilot ใน Teams Chat สามารถช่วย Catch Up Conversation ได้ โดยสรุป Main Points, Action Items และ Decisions จาก Thread ที่เปิดอยู่ในประสบการณ์ที่รองรับ

Prompt:

“สรุปสิ่งที่เกิดขึ้นใน Chat นี้ตั้งแต่เมื่อวาน”

67. สรุป Group Chat

Prompt:

“สรุป Group Chat นี้โดยแยก Decision กับสิ่งที่ยังคุยไม่จบ”

ช่วยตาม Conversation ยาว

68. สรุป Channel

Prompt:

“สรุปประเด็นสำคัญใน Channel นี้เกี่ยวกับ Project X”

ช่วยกรองข้อมูลตาม Project

69. ระบุช่วงเวลา

แทน:

“สรุป Chat”

ใช้:

“สรุป Chat ใน 7 วันที่ผ่านมา”

ช่วยควบคุม Scope

70. ระบุ Topic

“สรุปเฉพาะข้อความที่เกี่ยวกับ Website Launch”

ช่วยลด Noise

71. หา Mention

Prompt:

“มีเรื่องไหนที่กล่าวถึงฉันหรือมอบหมายงานให้ฉัน?”

ช่วยหา Action ส่วนตัว

Meeting Recap ยังสามารถช่วยบอกได้ว่าผู้ใช้ถูก Mention หรือมี Action Item ใดได้รับมอบหมายในบริบทที่รองรับ

72. หา Task ของฉัน

Prompt:

“แสดงเฉพาะ Action Item ที่ฉันเป็น Owner”

ช่วยทำ Personal Task List

73. หา Task ของทีม

Prompt:

“สรุปงานทั้งหมดของทีมและจัดตาม Owner”

ช่วยดู Workload

74. หา Task ที่ไม่มี Owner

Prompt:

“หา Action Item ที่ยังไม่มีผู้รับผิดชอบ”

เหมาะกับ Project Manager

75. หา Task ที่ไม่มี Deadline

Prompt:

“หา Task ที่มี Owner แล้วแต่ยังไม่มี Deadline”

ช่วยปิด Gap

76. หา Task ที่ Overdue

หากมีวันที่จริง:

“เปรียบเทียบ Deadline กับวันที่อ้างอิงและแสดง Task ที่เลยกำหนด”

ควรกำหนดวันที่อ้างอิงอย่างชัดเจน

77. หา Task ที่ Blocked

Prompt:

“แสดง Action ที่มี Blocker หรือ Dependency”

ช่วยจัด Priority

78. Prioritize Action Item

สามารถขอ:

“จัดกลุ่มงานเป็น Urgent, Important และ Later ตาม Deadline และ Impact ที่ระบุ”

แต่ไม่ควรให้ Copilot เดา Impact ถ้าไม่ได้พูดถึง

79. สร้าง Follow-up Checklist

Prompt:

“เปลี่ยน Action Item ทั้งหมดเป็น Checklist”

เหมาะกับทีมเล็ก

80. สร้าง Task Description

Prompt:

“Rewrite Action Item ให้เป็น Task ที่ชัด โดยห้ามเปลี่ยน Scope”

ช่วยให้ Task พร้อมเข้าสู่ Project Tool

81. ระบุ Definition of Done

ถ้าประชุมมีการพูดถึง:

Prompt:

“สรุป Criteria ที่ใช้บอกว่างานนี้เสร็จ”

ช่วยลดความเข้าใจไม่ตรงกัน

82. หา Scope Change

Prompt:

“ระบุว่ามีการเปลี่ยน Scope จากสิ่งที่พูดไว้ก่อนหน้าหรือไม่”

เหมาะกับ Project Meeting ที่มีข้อมูลเปรียบเทียบ

83. หา Requirement

Prompt:

“สรุป Requirement ใหม่ทั้งหมดที่ลูกค้าระบุในการประชุม”

ช่วยทีม Technical

84. แยก Requirement กับ Request

Request อาจยังไม่อนุมัติ

Prompt:

“แยก Customer Request ออกจาก Requirement ที่ตกลงแล้ว”

ช่วยป้องกัน Scope Creep

85. หา Commitment

Prompt:

“สรุปสิ่งที่แต่ละฝ่าย Commit ว่าจะทำ”

ช่วยติดตามหลังประชุม

86. หา Deadline Commitment

“แสดงเฉพาะ Commitment ที่มีวันกำหนด”

ช่วยบริหาร Timeline

87. หา Budget Discussion

Prompt:

“สรุปสิ่งที่พูดเกี่ยวกับ Budget โดยแยก Approved, Proposed และ Unconfirmed”

ช่วยไม่ให้ตีความตัวเลขผิด

88. หา Timeline Discussion

Prompt:

“สรุป Timeline และวันที่ที่พูดถึง โดยบอกว่ารายการใด Confirm แล้ว”

89. หา KPI

Prompt:

“ดึง KPI และ Target ที่มีการตกลงในการประชุม”

ห้ามสร้าง KPI ที่ไม่ได้พูดถึง

90. หา Customer Concern

Prompt:

“สรุป Concern ที่ลูกค้าแสดงออก พร้อมคำตอบที่ทีมให้”

ช่วย Account Follow-up

91. หา Objection

สำหรับ Sales:

“แยก Objection เรื่องราคา คุณสมบัติ และ Timeline”

ช่วยวาง Follow-up

92. หา Question ที่ต้องตอบลูกค้า

Prompt:

“สรุปคำถามของลูกค้าที่ทีมยังไม่ได้ตอบ”

ช่วยไม่ให้ Follow-up ตกหล่น

93. หา Research Task

Prompt:

“แสดงเรื่องที่ทีมบอกว่าจะกลับไปตรวจสอบเพิ่มเติม”

มักเป็น Action ที่หลุดจาก Summary ทั่วไปได้ง่าย

94. หาเรื่องที่เลื่อนตัดสินใจ

Prompt:

“มี Decision ไหนที่ถูกเลื่อนไปประชุมครั้งหน้าบ้าง?”

ช่วยสร้าง Agenda

95. Custom Summary

Teams มีความสามารถ Custom Summary ใน Meeting Recap สำหรับการประชุมที่มี Transcript ในประสบการณ์ที่รองรับ ผู้ใช้สามารถเลือก Template หรือกำหนดคำสั่งให้รูปแบบ Summary เหมาะกับ Workflow ของตนเองได้

96. Prompt Custom Summary สำหรับ Project

ตัวอย่าง:

“ทุกครั้งให้จัด Summary เป็น Progress, Decision, Action, Owner, Deadline, Risk และ Open Question”

ช่วยสร้างรูปแบบที่คงที่

97. Custom Summary สำหรับ Sales

ใช้โครง:

  • Customer Need
  • Objection
  • Commitment
  • Next Step

ช่วยทีมขาย

98. Custom Summary สำหรับ Management

ใช้:

  • Outcome
  • KPI
  • Risk
  • Decision Required

ช่วยผู้บริหารอ่านเร็ว

99. Custom Summary สำหรับ Technical

ใช้:

  • Issue
  • Root Cause
  • Proposed Solution
  • Decision
  • Test
  • Owner

ช่วยติดตามปัญหา

100. Transcription สำคัญอย่างไร

Microsoft ระบุว่า Copilot สามารถใช้ระหว่างการประชุมได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิด Transcription ในบางรูปแบบ แต่หากต้องการถาม Copilot เกี่ยวกับ Meeting หรือดูประวัติการสนทนากับ Copilot หลังการประชุม ควรเปิด Live Transcription ระหว่าง Meeting ทั้งนี้ยังขึ้นกับนโยบายและการตั้งค่าขององค์กร

101. ตรวจนโยบายองค์กร

องค์กรอาจกำหนดว่า:

  • เปิด Copilot ได้หรือไม่
  • ใครใช้ได้
  • Recording/Transcript ใช้ได้หรือไม่
  • ข้อมูลเก็บอย่างไร

ดังนั้นฟังก์ชันที่เห็นอาจแตกต่างกันตาม License และ Policy

102. Meeting กับบุคคลภายนอก

การใช้ Copilot อาจมีข้อจำกัดในบาง Meeting โดยเฉพาะการประชุมที่อยู่นอกขอบเขตองค์กรหรือถูกควบคุมด้วยนโยบายของผู้จัดประชุม จึงควรตรวจการตั้งค่าก่อนพึ่ง Copilot สำหรับ Meeting สำคัญ

103. Meeting Notes ใน Teams

Teams รองรับ Meeting Notes สำหรับ Agenda, Notes และ Task โดยข้อมูลสามารถดูและแก้ไขต่อหลังประชุมได้ตามสิทธิ์ที่เกี่ยวข้อง

104. ใช้ Copilot ร่วมกับ Meeting Notes

Workflow ที่ดี:

  1. Agenda ก่อนประชุม
  2. Copilot ระหว่างประชุม
  3. Meeting Notes
  4. Action Items
  5. Follow-up หลังประชุม

ช่วยให้ข้อมูลไม่หยุดอยู่แค่ Summary

105. สร้าง Notes หลังประชุม

Prompt:

“สร้าง Meeting Notes จากการประชุมนี้ โดยไม่ใช้ภาษาพูดและไม่ใส่ Discussion ที่ไม่เกี่ยวกับ Outcome”

ช่วยทำ Notes ให้อ่านง่าย

106. Video Recap

ในประสบการณ์ Microsoft Teams ที่รองรับ มี Video Recap ซึ่งใช้ Recording และ Transcript เพื่อสร้างวิดีโอ Highlight หลังประชุม โดยความพร้อมใช้งานขึ้นกับ License และเงื่อนไขของ Meeting

107. Audio Recap

Microsoft Teams ยังมี Audio Recap ในประสบการณ์ที่รองรับ ซึ่งสามารถใช้ Transcript จาก Meeting เพื่อสร้างสรุปแบบเสียง โดย Microsoft ระบุว่าผลลัพธ์ AI ควรได้รับการตรวจสอบความถูกต้อง

108. อย่าพึ่ง Summary เพียงอย่างเดียวในเรื่องสำคัญ

หาก Meeting มี:

  • Contract
  • ราคา
  • Legal
  • Compliance
  • Security
  • Approval

ควรตรวจ Transcript, Recording หรือ Source ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

109. AI Summary อาจผิดได้

ปัญหาที่อาจเกิด:

  • จับ Owner ผิด
  • ตีความ Decision ผิด
  • พลาด Context
  • รวม Suggestion เป็น Decision
  • พลาดตัวเลข

จึงต้อง Review

110. Prompt ตรวจ Summary

“ตรวจ Summary นี้กับ Transcript และทำเครื่องหมายส่วนที่ไม่แน่ใจ”

ช่วย QA เพิ่มอีกชั้น

111. Prompt แยก Fact กับ Interpretation

“แยกสิ่งที่พูดจริงออกจากข้อสรุปที่ AI ตีความ”

เหมาะกับ Meeting สำคัญ

112. Prompt หา Evidence

“สำหรับ Decision แต่ละข้อ ระบุบริบทในการประชุมที่รองรับ”

ช่วย Verify

113. ตรวจชื่อบุคคล

ชื่อที่คล้ายกันอาจทำให้ Assignment ผิด

ควรตรวจ Owner ทุกครั้ง

114. ตรวจตัวเลข

โดยเฉพาะ:

  • Budget
  • Price
  • Percentage
  • Quantity
  • Deadline

ก่อนส่ง Summary ต่อ

115. ตรวจวันที่

วันที่ที่พูดว่า:

“วันศุกร์หน้า”

อาจต้องแปลงเป็นวันที่จริงอย่างระมัดระวัง

ถ้าจะใช้ใน Task ควรยืนยันอีกครั้ง

116. ตรวจ Decision

ถาม:

“นี่เป็น Decision จริงหรือเพียง Proposal?”

ช่วยลดการนำความเห็นไปทำเป็นคำสั่ง

117. ตรวจ Action Item

Action ควรตอบ:

  • ทำอะไร
  • ใครทำ
  • เมื่อไร
  • Dependency อะไร

หากขาด ควร Follow-up

118. Prompt Master สำหรับสรุปประชุม

“ช่วยสรุปการประชุมนี้

Purpose:
[เป้าหมายของ Meeting]

ช่วยแบ่งผลลัพธ์เป็น:

  1. Executive Summary
  2. Key Topics
  3. Decisions Confirmed
  4. Action Items
  5. Owner
  6. Deadline
  7. Risks
  8. Blockers
  9. Open Questions
  10. Items for Next Meeting

ข้อกำหนด:

  • ใช้เฉพาะข้อมูลจากการประชุม
  • ห้ามสร้าง Owner
  • ห้ามสร้าง Deadline
  • ห้ามเปลี่ยน Proposal เป็น Decision
  • หากข้อมูลไม่ชัดให้ระบุว่า ‘ยังไม่ยืนยัน’
  • แยก Fact กับ Assumption
  • ทำ Action Item เป็นตาราง”

Template นี้ใช้กับ Meeting ได้หลายประเภท

119. Template Meeting Summary แบบสั้น

“สรุป Meeting นี้เป็น 10 Bullet โดยเน้น Decision, Action และ Open Question”

เหมาะกับ Team Chat

120. Template Executive Summary

“สรุปการประชุมสำหรับผู้บริหารภายใน 200 คำ โดยเน้น Outcome, Business Impact, Risk และ Decision Required”

121. Template Action Items

“ดึง Action Item ทั้งหมดจาก Meeting และแสดง Task, Owner, Deadline และ Dependency เฉพาะข้อมูลที่มี”

122. Template Decision Log

“สร้าง Decision Log จากการประชุมโดยแสดง Decision, Reason และ Owner เฉพาะที่มีการยืนยัน”

123. Template Open Questions

“แสดงคำถามที่ยังไม่มีข้อสรุป พร้อมข้อมูลที่ต้องมีเพื่อให้ตัดสินใจได้”

124. Template Project Meeting

“สรุป Project Meeting เป็น Progress, Milestone, Risk, Issue, Decision, Action และ Next Step”

125. Template Sales Meeting

“สรุป Customer Meeting เป็น Need, Concern, Objection, Commitment, Open Question และ Next Step”

126. Template Technical Meeting

“สรุป Technical Meeting เป็น Issue, Evidence, Root Cause, Proposed Fix, Decision, Test และ Owner”

127. Template Weekly Meeting

“สรุป Weekly Meeting เป็น Wins, Progress, KPI, Blocker, Decision และ Priority ของสัปดาห์หน้า”

128. Template Meeting ที่พลาด

“ฉันไม่ได้เข้าประชุม ช่วยบอกสิ่งที่ต้องรู้เพื่อให้สามารถทำงานต่อได้ โดยเน้น Decision, Action ที่เกี่ยวกับฉัน และ Deadline”

129. Template Follow-up

“จาก Meeting Summary นี้ สร้าง Follow-up Message สำหรับทีม โดยมี Decision, Action, Owner และ Next Meeting”

130. Template Agenda ครั้งหน้า

“ใช้ Open Question และ Pending Decision จาก Meeting นี้สร้าง Agenda ครั้งถัดไป โดยเรียงจากเรื่องที่ Block งานมากที่สุด”

ถ้า Impact ไม่ได้ระบุ ควรหลีกเลี่ยงการเดา Priority

131. Template Chat Summary

“สรุป Chat นี้ในช่วง [เวลา] เฉพาะเรื่อง [Topic] โดยแยก Decision, Action และ Open Question”

132. Template Channel Summary

“สรุป Channel นี้เกี่ยวกับ Project X โดยแสดงสิ่งที่เปลี่ยนไป Decision ใหม่ และงานที่ต้องทำ”

133. Template งานของฉัน

“หา Action Item ที่ฉันได้รับมอบหมายจากการประชุมนี้ และแสดง Deadline เฉพาะที่ระบุจริง”

134. Template Blocker

“แสดง Blocker ทั้งหมดที่กล่าวถึง พร้อมงานที่ได้รับผลกระทบ”

135. Template Risk

“สรุป Risk ที่มีการพูดถึงจริง โดยแยก Probability หรือ Impact เฉพาะเมื่อมีการระบุ”

136. Prompt วิเคราะห์คุณภาพการประชุม

สามารถถาม:

“มีหัวข้อไหนใช้เวลาคุยนานแต่ยังไม่ได้ Decision?”

ช่วยปรับ Meeting ครั้งหน้า

แต่ควรใช้เพื่อปรับ Process ไม่ใช่เพื่อประเมินบุคคลอย่างไม่มีบริบท

137. หาเรื่องที่พูดซ้ำ

Prompt:

“ระบุ Topic ที่วนกลับมาพูดหลายครั้งแต่ยังไม่มีข้อสรุป”

ช่วยหา Agenda ที่ควรแยกออกมาจัดการ

138. หาเรื่องนอก Agenda

Prompt:

“ระบุ Discussion ที่อยู่นอก Agenda และมี Action ตามมาหรือไม่”

ช่วยควบคุม Meeting Scope

139. สรุปเวลาไม่ได้แปลว่าตัดรายละเอียดทั้งหมด

Meeting บางประเภท เช่น Incident หรือ Legal Review อาจต้องเก็บรายละเอียดมากกว่าปกติ

ควรปรับ Prompt ตามความสำคัญ

140. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

สั่งเพียง “สรุปประชุม”

ผลลัพธ์กว้างเกิน

ไม่แยก Decision กับ Discussion

เสี่ยงเข้าใจผิด

AI สร้าง Owner

มอบหมายผิดคน

AI สร้าง Deadline

เกิด Commitment ที่ไม่มีจริง

Summary ยาวเกิน

ทีมไม่อ่าน

ไม่ระบุ Open Question

เรื่องค้างหายไป

ไม่ตรวจ Transcript

ข้อมูลสำคัญอาจผิด

141. Checklist หลังประชุม

ตรวจว่า:

  1. Meeting Purpose ชัดหรือไม่
  2. Key Point ครบหรือไม่
  3. Decision ถูกหรือไม่
  4. Action Item ครบหรือไม่
  5. Owner ถูกหรือไม่
  6. Deadline ถูกหรือไม่
  7. Blocker มีหรือไม่
  8. Risk มีหรือไม่
  9. Open Question มีหรือไม่
  10. มีเรื่องที่ต้องประชุมต่อหรือไม่
  11. ตัวเลขถูกหรือไม่
  12. วันที่ถูกหรือไม่
  13. Summary ถูกตรวจแล้วหรือยัง

142. Workflow ใช้ Microsoft Copilot ใน Teams

ใช้ลำดับ:

  1. Define Meeting Goal
  2. Prepare Agenda
  3. Use Copilot During Meeting
  4. Ask Clarifying Questions
  5. Generate Meeting Summary
  6. Extract Decisions
  7. Extract Actions
  8. Check Owners
  9. Check Deadlines
  10. Identify Open Questions
  11. Verify Important Facts
  12. Share Follow-up
  13. Track Actions
  14. Prepare Next Agenda

ช่วยเปลี่ยน Meeting จากการพูดคุยให้กลายเป็นงานที่ติดตามต่อได้จริง

143. สูตร Prompt ที่ควรจำ

สูตรคือ:

Meeting → Key Points → Decisions → Actions → Owners → Deadlines → Open Questions → Verify

ตัวอย่าง:

“สรุปการประชุมนี้โดยแยก Key Points, Decisions, Action Items, Owners, Deadlines และ Open Questions ใช้เฉพาะข้อมูลที่มีใน Meeting และห้ามสร้าง Owner หรือ Deadline เพิ่มเอง”

144. สรุป Prompt Microsoft Copilot สำหรับ Teams สรุปประชุมและงานที่ต้องทำ

Microsoft Copilot ใน Teams มีประโยชน์มากเมื่อการประชุมมีข้อมูลจำนวนมาก เพราะสามารถช่วย จับประเด็นสำคัญ สรุป Discussion หา Decision และดึง Action Item ออกมาเพื่อใช้ติดตามงานต่อ

แต่ Summary ที่ดีไม่ควรตอบเพียงว่า “คุยอะไรกันบ้าง” สิ่งที่มีค่ากว่าคือการตอบให้ได้ว่า “ตกลงอะไรแล้ว ใครต้องทำอะไร เรื่องไหนยังไม่จบ และต้องทำอะไรต่อ”

สำหรับผู้อ่าน comsiam สูตรที่ควรจำคือ “Decision → Action → Owner → Deadline → Open Question” เพราะห้าส่วนนี้ทำให้ Meeting Summary เปลี่ยนจากบันทึกการประชุมให้กลายเป็นเครื่องมือบริหารงานได้จริง

comsiam แนะนำให้ใช้ Copilot ช่วยสรุปก่อน แล้วตรวจ Decision, Owner, Deadline, ตัวเลข และวันที่กับข้อมูลการประชุมอีกครั้งก่อนแชร์ให้ทีม โดยเฉพาะ Meeting ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ลูกค้า สัญญา หรือ Timeline สำคัญ เพราะ AI ควรเป็นผู้ช่วยจับข้อมูล ไม่ใช่ผู้สร้าง Commitment แทนคนในประชุม