iPhone 18 Pro สแกนใบหน้าไม่ผ่าน ทำอย่างไร

หาก iPhone 18 Pro สแกนใบหน้าไม่ผ่าน ต้องมองหลายครั้งกว่าจะปลดล็อกได้ หรือ Face ID จำใบหน้าไม่ได้ทั้งที่เคยใช้งานได้ตามปกติ สาเหตุอาจมาจากตำแหน่งการถือเครื่อง สิ่งที่บดบังใบหน้า กล้อง TrueDepth ฟิล์มหน้าจอ การตั้งค่า Face ID หรือความผิดปกติของระบบ

บทความนี้ comasiam จะพาไล่ตรวจสอบทีละจุด โดยเริ่มจากวิธีที่ทำได้ง่ายและปลอดภัยก่อน เพื่อหาว่าปัญหาเกิดจากการใช้งาน การตั้งค่า หรือฮาร์ดแวร์

① เช็ดกล้อง TrueDepth ก่อน

Face ID ต้องอาศัยกล้อง TrueDepth ที่บริเวณด้านบนของหน้าจอในการตรวจจับใบหน้า

หากบริเวณดังกล่าวมีคราบมัน รอยนิ้วมือ ฝุ่น น้ำ หรือสิ่งสกปรก อาจทำให้การสแกนใบหน้าทำได้ไม่สมบูรณ์

ให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ที่สะอาดเช็ดเบา ๆ แล้วลองปลดล็อกเครื่องใหม่อีกครั้ง

Apple แนะนำให้ตรวจสอบว่ากล้อง TrueDepth ไม่มีสิ่งใดบดบัง เช่น รอยเปื้อน เคส หรือฟิล์มหน้าจอ

② ตรวจสอบว่าเคสหรือฟิล์มบังกล้องหรือไม่

หากอาการเริ่มเกิดหลังจากเปลี่ยนฟิล์มหรือเคสใหม่ ควรลองถอดออกชั่วคราว

โดยเฉพาะฟิล์มกระจกหรือเคสที่มีขอบหนาบริเวณด้านบนของหน้าจอ อาจรบกวนพื้นที่ที่กล้อง TrueDepth ใช้ตรวจจับใบหน้าได้

หลังถอดออก ให้ทำความสะอาดหน้าจอแล้วลอง Face ID อีกครั้ง

ถ้ากลับมาใช้งานได้ตามปกติ มีความเป็นไปได้ว่าฟิล์มหรือเคสเดิมเป็นสาเหตุ

③ มองตรงไปยังกล้อง

Face ID จะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อกล้องสามารถมองเห็นใบหน้าได้ชัดเจน

ควรตรวจสอบว่า

  • ดวงตาไม่ถูกบดบัง
  • จมูกมองเห็นชัด
  • ใบหน้าไม่ได้หันออกด้านข้างมากเกินไป
  • มือไม่ได้บังส่วนบนของหน้าจอ
  • กล้องไม่ได้อยู่ในมุมที่ต่ำหรือสูงจนเกินไป

Apple ระบุว่า Face ID ต้องสามารถมองเห็นใบหน้าผ่านกล้อง TrueDepth ได้อย่างเหมาะสม

④ ถือ iPhone ให้อยู่ในระยะที่เหมาะสม

อย่าถือ iPhone ชิดใบหน้ามากเกินไป

ระยะที่เหมาะสมจะใกล้เคียงกับระยะเวลาถ่ายเซลฟี่หรือวิดีโอคอล โดย Apple ระบุช่วงโดยประมาณที่ 25–50 เซนติเมตรจากใบหน้า

หากถือใกล้มากเกินไป ระบบอาจมองเห็นใบหน้าได้ไม่ครบ

ให้ลองยื่นเครื่องออกเล็กน้อยแล้วทดสอบใหม่

⑤ ถอดแว่นกันแดดแล้วลองอีกครั้ง

Face ID สามารถใช้งานกับแว่นหลายประเภทได้ แต่แว่นกันแดดบางชนิดอาจปิดกั้นแสงอินฟราเรดที่ระบบ TrueDepth ใช้

หากพบว่า

  • ไม่ใส่แว่นแล้วสแกนผ่าน
  • ใส่แว่นแล้วสแกนไม่ผ่าน

ให้ลองทดสอบกับแว่นอีกแบบ หรือปลดล็อกโดยไม่สวมแว่นดังกล่าว

Apple ระบุว่าแว่นกันแดดบางชนิดที่ปิดกั้นแสงบางช่วงอาจรบกวนการทำงานของ Face ID ได้

⑥ ตรวจสอบการตั้งค่า Face ID

ไปที่

การตั้งค่า > Face ID และรหัส

จากนั้นใส่รหัสผ่านเครื่อง

ตรวจสอบว่า Face ID ถูกตั้งค่าไว้เรียบร้อย และเปิดใช้สำหรับฟังก์ชันที่ต้องการ เช่น

  • ปลดล็อก iPhone
  • App Store
  • Wallet และ Apple Pay
  • การป้อนรหัสผ่าน
  • แอปต่าง ๆ

หาก Face ID สแกนผ่านตอนปลดล็อกเครื่อง แต่ใช้บางฟังก์ชันไม่ได้ ปัญหาอาจอยู่ที่การตั้งค่าของฟังก์ชันนั้น ไม่ใช่ตัว Face ID

⑦ รีสตาร์ต iPhone 18 Pro

หาก Face ID เคยใช้งานได้ดี แต่จู่ ๆ เริ่มสแกนไม่ผ่าน ให้ลองรีสตาร์ตเครื่อง

หลังจากเปิดเครื่องใหม่ ระบบจะให้ใส่รหัสผ่านก่อนหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นการทำงานปกติ

จากนั้นลองล็อกหน้าจอแล้วใช้ Face ID อีกครั้ง

Apple แนะนำการรีสตาร์ตเป็นหนึ่งในขั้นตอนมาตรฐานเมื่อ Face ID มีปัญหา

⑧ อัปเดต iOS

หากปัญหาเริ่มเกิดหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงของระบบ หรือ Face ID ทำงานไม่สม่ำเสมอ ควรตรวจสอบการอัปเดต iOS

ไปที่

การตั้งค่า > ทั่วไป > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์

หากมีเวอร์ชันใหม่ ควรสำรองข้อมูลสำคัญก่อนอัปเดต

Apple แนะนำให้ใช้งาน iOS เวอร์ชันล่าสุดเมื่อแก้ปัญหา Face ID

⑨ ตั้งค่ารูปลักษณ์อีกแบบ

หากใบหน้าของคุณมีการเปลี่ยนแปลงชัดเจนจากช่วงที่ตั้งค่า Face ID ครั้งแรก เช่น

  • ไว้เครา
  • โกนเครา
  • เปลี่ยนทรงผม
  • แต่งหน้าต่างจากเดิมมาก
  • ใส่อุปกรณ์บนใบหน้าเป็นประจำ

สามารถเพิ่มรูปลักษณ์อีกแบบได้

ไปที่

การตั้งค่า > Face ID และรหัส > ตั้งค่ารูปลักษณ์อีกแบบ

Apple ระบุว่า Face ID สามารถเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงของใบหน้าได้ และยังมีตัวเลือกเพิ่มรูปลักษณ์อีกแบบสำหรับกรณีที่ลักษณะใบหน้าแตกต่างจากเดิมอย่างมาก

⑩ รีเซ็ต Face ID แล้วสแกนใหม่

หากลองทุกวิธีแล้วยังสแกนใบหน้าไม่ผ่าน ให้ลองรีเซ็ตข้อมูล Face ID

ไปที่

การตั้งค่า > Face ID และรหัส > รีเซ็ต Face ID

จากนั้นเลือก

ตั้งค่า Face ID

ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอให้ครบทั้งสองรอบ

ขณะตั้งค่า ควรอยู่ในบริเวณที่ไม่มีสิ่งบดบังใบหน้า และถือเครื่องในตำแหน่งที่เป็นธรรมชาติ

Apple แนะนำให้รีเซ็ต Face ID และตั้งค่าใหม่หากขั้นตอนพื้นฐานยังไม่ช่วยแก้ปัญหา

⑪ ทำไม Face ID บางครั้งสแกนไม่ผ่านแต่ไม่ได้เสีย

Face ID ไม่ได้หมายความว่าจะต้องสแกนผ่านทุกครั้ง

ในบางสถานการณ์ iPhone อาจขอให้ใส่รหัสผ่านเพื่อยืนยันตัวตนเพิ่มเติม เช่น หลังจากรีสตาร์ตเครื่อง

ดังนั้น หาก Face ID ใช้งานได้เกือบตลอด แต่บางครั้งเครื่องขอรหัสผ่าน ไม่ได้แปลว่าระบบเสียเสมอไป

ควรแยกให้ออกระหว่าง

สแกนไม่ผ่านบางครั้ง

อาจเกิดจากมุมใบหน้า การบดบัง หรือสภาพการใช้งาน

สแกนไม่ผ่านทุกครั้ง

ควรตรวจการตั้งค่า รีเซ็ต Face ID และตรวจระบบ TrueDepth

ตั้งค่า Face ID ใหม่ไม่ได้เลย

กรณีนี้มีโอกาสเกี่ยวข้องกับระบบกล้องหรือฮาร์ดแวร์มากขึ้น

⑫ Face ID สแกนไม่ผ่านหลังเครื่องตก

หาก Face ID เริ่มมีปัญหาทันทีหลังเครื่องตก กระแทก หรือหน้าจอได้รับความเสียหาย ควรระวังปัญหาด้านฮาร์ดแวร์

โดยเฉพาะหากเกิดอาการร่วมกัน เช่น

  • กล้องหน้าผิดปกติ
  • Face ID ไม่พร้อมใช้งาน
  • ตั้งค่า Face ID ใหม่ไม่ได้
  • หน้าจอหรือกล้องเคยถูกซ่อม

Apple ระบุว่าหากกล้องไม่ทำงานและไม่สามารถตั้งค่า Face ID ได้ อุปกรณ์อาจจำเป็นต้องเข้ารับบริการ

⑬ Face ID สแกนไม่ผ่านหลังเปลี่ยนกล้องหรือซ่อมเครื่อง

หากเครื่องเคยเปลี่ยนกล้องหน้า หรือซ่อมส่วนประกอบบริเวณด้านหน้า แล้ว Face ID มีปัญหาหลังจากนั้น ควรตรวจสอบประวัติการซ่อม

Apple ระบุว่าข้อความเกี่ยวกับปัญหา Face ID สามารถเกิดขึ้นได้ในบางกรณี เช่น ชิ้นส่วนทำงานไม่ถูกต้อง หรือกระบวนการปรับเทียบชิ้นส่วนยังไม่สมบูรณ์

กรณีนี้ไม่ควรพยายามถอดหรือแก้ระบบกล้องด้วยตัวเอง เพราะส่วนประกอบ Face ID ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างถูกวิธี

⑭ เมื่อใดควรนำเครื่องเข้าตรวจ

ควรนำ iPhone เข้าตรวจสอบหากพบว่า

  • Face ID สแกนไม่ผ่านทุกครั้ง
  • รีเซ็ต Face ID แล้วยังไม่หาย
  • ตั้งค่า Face ID ใหม่ไม่ได้
  • มีข้อความว่า Face ID ไม่พร้อมใช้งาน
  • กล้องหน้ามีปัญหาร่วมด้วย
  • อาการเริ่มหลังเครื่องตกหรือโดนน้ำ
  • ปัญหาเริ่มหลังเปลี่ยนหน้าจอหรือกล้อง

หากเป็นกรณีเหล่านี้ การแก้จากการตั้งค่าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

⑮ สรุป iPhone 18 Pro สแกนใบหน้าไม่ผ่าน แก้อย่างไร

หาก iPhone 18 Pro สแกนใบหน้าไม่ผ่าน ให้เริ่มจากทำความสะอาดบริเวณกล้อง TrueDepth ตรวจเคสและฟิล์ม จัดตำแหน่งใบหน้าให้อยู่ในระยะที่เหมาะสม และลองถอดสิ่งที่อาจบดบังใบหน้าออกก่อน

จากนั้นตรวจการตั้งค่า Face ID รีสตาร์ตเครื่อง อัปเดต iOS และหากยังไม่ดีขึ้น ให้รีเซ็ต Face ID แล้วลงทะเบียนใบหน้าใหม่

แต่หากสแกนไม่ได้เลย ตั้งค่าใหม่ไม่ได้ หรือเกิดปัญหาหลังจากตก กระแทก โดนน้ำ หรือซ่อมกล้องหน้า ควรพิจารณาตรวจสอบฮาร์ดแวร์เพิ่มเติม

comasiam แนะนำให้ไล่แก้ทีละขั้นตอน เพราะจะช่วยแยกได้ค่อนข้างชัดว่าปัญหาเกิดจากวิธีใช้งาน การตั้งค่า ซอฟต์แวร์ หรือระบบ TrueDepth