Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

อุปกรณ์ YouTube สำหรับมือใหม่ไม่จำเป็นต้องมีจำนวนมาก และไม่จำเป็นต้องซื้อกล้องราคาแพงตั้งแต่วันแรก คุณสามารถเริ่มทำช่องได้ด้วย มือถือที่มีอยู่ + ขาตั้ง + ไมโครโฟน + แสงที่เพียงพอ แล้วค่อยเพิ่มอุปกรณ์เมื่อเริ่มรู้ว่าปัญหาของตัวเองอยู่ตรงไหน
หลักง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่คือ
ใช้ของที่มี → ทำคลิปจริง → เจอข้อจำกัด → ค่อยซื้ออุปกรณ์ที่แก้ข้อจำกัดนั้น
วิธีนี้ช่วยประหยัดเงิน และยังลดปัญหาซื้ออุปกรณ์มาแล้วไม่ได้ใช้
บทความนี้จะช่วยจัดชุดอุปกรณ์ YouTube สำหรับมือใหม่ตั้งแต่ชุดประหยัด ไปจนถึงชุดที่พร้อมพัฒนาเป็นช่องจริงจัง
ชุดเริ่มต้นพื้นฐานสามารถมีเพียง
เพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างวิดีโอ YouTube ได้แล้ว
อุปกรณ์อย่าง
ยังไม่จำเป็นสำหรับมือใหม่ทุกคน
ได้ และเป็นทางเลือกที่เหมาะมาก
มือถือหนึ่งเครื่องสามารถทำได้ทั้ง
ถ้ามือถือของคุณถ่าย 1080p ได้ดี ก็เพียงพอสำหรับเริ่มช่องจำนวนมากแล้ว
ไม่จำเป็นต้องรอซื้อกล้องใหม่ก่อนเริ่มทำวิดีโอ
สำหรับคนเริ่มต้น 1080p เป็นจุดที่สมดุลมาก
ข้อดีคือ
ถ้าอุปกรณ์พร้อมและต้องการ Crop ภาพภายหลัง สามารถใช้ 4K ได้
แต่ไม่ควรบังคับใช้ 4K ถ้าทำให้ Workflow ช้าลงมาก
ถ้าถ่าย Talking Head หรือรีวิว การมีขาตั้งช่วยได้มาก
ขาตั้งช่วยให้
สำหรับมือใหม่สามารถใช้ Smartphone Tripod ธรรมดาก่อน
ไม่จำเป็นต้องซื้อขาตั้งระดับมืออาชีพทันที
ถ้าถ่ายใบหน้า ควรให้กล้องใกล้ระดับสายตา
ดังนั้นควรเลือกขาตั้งที่
ถ้าถ่ายบนโต๊ะ Mini Tripod ก็อาจเพียงพอ
หากต้องยืนพูด ควรเลือก Full-size Tripod
ไม่จำเป็นเสมอไป แต่เป็นอุปกรณ์ที่ควรพิจารณาเร็วมาก
ถ้าถ่ายในห้องเงียบและอยู่ใกล้มือถือ ไมค์ในมือถืออาจใช้เริ่มได้
แต่ถ้า
ไมโครโฟนภายนอกจะช่วยมาก
สำหรับวิดีโอที่มีการพูด เสียงมักมีผลต่อประสบการณ์รับชมอย่างมาก
เหมาะกับพูดหน้ากล้องและราคามักไม่สูง
เหมาะกับ Vlog และคนที่ต้องเดิน
เหมาะกับ Gaming, Podcast และ Streaming
เหมาะกับการติดกล้องหรือ Boom
ถ้าทำคลิปทั่วไปด้วยมือถือ Lavalier หรือ Wireless Mic เป็นตัวเลือกที่ใช้ง่าย
ก่อนซื้อ ลองอัดเสียงด้วยอุปกรณ์ที่มีอยู่ก่อน
ถามตัวเองว่า
ถ้าปัญหาคือ Echo การซื้อไมค์ใหม่อย่างเดียวอาจไม่จบ
อาจต้องแก้ห้องและตำแหน่งไมค์ด้วย
ถ้ายังไม่มีงบซื้อไฟ ให้ใช้หน้าต่าง
วิธีง่ายที่สุดคือ
หันหน้าเข้าหาหน้าต่าง
หรือให้หน้าต่างอยู่เฉียงด้านหน้า
หลีกเลี่ยงการนั่งโดยมีหน้าต่างสว่างอยู่ด้านหลัง เพราะหน้าคุณอาจมืด
แสงธรรมชาติสามารถให้ภาพที่ดูดีมากโดยไม่เสียเงิน
ซื้อ Key Light ก่อน
ไม่จำเป็นต้องซื้อ RGB หรือไฟตกแต่งก่อน
ไฟหลักควรช่วยให้
สำหรับมือใหม่สามารถเลือก
ตามงบและพื้นที่
เหมาะ
ข้อดีคือ
เหมาะกับ
แต่หากต้องการควบคุมแสงมากขึ้นในอนาคต COB + Softbox จะยืดหยุ่นกว่า
ไม่จำเป็น
RGB เป็นไฟตกแต่ง Background
สิ่งที่ควรทำก่อนคือทำให้
ใบหน้าดูดี
ลำดับที่เหมาะคือ
อย่าซื้อ RGB เพราะเห็น Studio คนอื่นสวย แต่หน้าตัวเองยังมืด
ควรมี
หูฟังช่วยตรวจ
ไม่จำเป็นต้องใช้รุ่นราคาแพง
หูฟังที่คุณมีอยู่แล้วสามารถใช้เริ่มต้นได้
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน
ถ้าคุณถ่ายและตัดต่อบนมือถือ สามารถทำทั้ง Workflow บนมือถือได้
แต่คอมพิวเตอร์จะสะดวกขึ้นเมื่อทำ
เริ่มจากอุปกรณ์ที่มีอยู่ก่อน ไม่จำเป็นต้องซื้อ PC ใหม่ทันที
ใช้ได้
มือใหม่ต้องการเพียงเครื่องมือพื้นฐาน เช่น
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก Software ที่ซับซ้อนที่สุด
โปรแกรมที่ดีที่สุดคือโปรแกรมที่ช่วยให้คุณทำคลิปเสร็จได้จริง
วิดีโอใช้พื้นที่มาก
เมื่อทำหลายคลิป ไฟล์จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ควรเริ่มจัดการตั้งแต่ต้น เช่น
แยกเป็น Folder ของแต่ละคลิป
จะช่วยลดความสับสนเมื่อช่องโตขึ้น
ในช่วงแรกอาจยังไม่จำเป็น
แต่เมื่อ Storage เริ่มเต็ม ควรมี Drive แยก
เหมาะกับ Archive ปริมาณมากและราคาต่อความจุมักต่ำกว่า
เหมาะกับงานที่ต้อง Copy ไฟล์เร็วและตัดต่อจาก Drive
สำหรับมือใหม่สามารถใช้ Drive ที่มีอยู่ แล้วค่อยเพิ่มเมื่อจำเป็น
ควรทำ
อย่างน้อยให้ Backup ไฟล์สำคัญ เช่น
อย่าเก็บทุกอย่างใน Disk เดียวหากไฟล์นั้นสำคัญ
เพราะหาก Storage เสีย งานทั้งหมดอาจหายพร้อมกัน
โดยเฉพาะคนที่ทำ
Power Bank ช่วยชาร์จ
ได้
ถ้าถ่ายนอกสถานที่บ่อย เป็นหนึ่งในอุปกรณ์เล็กๆ ที่มีประโยชน์มาก
หากใช้กล้องโดยเฉพาะ Mirrorless ควรพิจารณา
วิดีโอใช้แบตเตอรี่ค่อนข้างมาก
ถ้าถ่าย
ควรมีแบตสำรอง
แต่ถ้าถ่ายใน Studio อาจตรวจว่ากล้องรองรับ USB Power หรือการจ่ายไฟต่อเนื่องหรือไม่
ต้องดูทั้ง
ถ้าถ่าย Bitrate สูง การ์ดต้องเร็วเพียงพอ
มือใหม่ไม่ควรเลือกการ์ดเพียงเพราะราคาถูก
ควรตรวจว่ากล้องหรืออุปกรณ์รองรับมาตรฐานใด
ส่วนใหญ่ยังไม่จำเป็น
ถ้าทำ
ขาตั้งธรรมดาก็พอ
Gimbal จะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อ
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะใช้หรือไม่ อย่าเพิ่งซื้อ
จำเป็นเฉพาะบางประเภทช่อง
เช่น
ถ้าทำ Tutorial หรือ Talking Head ทั่วไป ยังไม่จำเป็น
ถ้าเล่นเกมบน PC เครื่องเดียว OBS สามารถ Capture เกมได้โดยไม่ต้องมี Capture Card ในหลายกรณี
เหมาะมากสำหรับ
ข้อดีคือ
หากภาพหน้าคุณมีขนาดเล็กบนหน้าจอ Gaming การใช้ Webcam ก็อาจเพียงพอแล้ว
ถ้าใช้ USB Microphone ยังไม่จำเป็น
Audio Interface เหมาะกับคนที่ใช้
XLR Microphone
หรือสร้าง Studio เสียงจริงจัง
มือใหม่ที่ทำ Podcast สามารถเริ่มด้วย USB Mic ก่อน แล้วค่อยขยายไป XLR เมื่อจำเป็น
เหมาะกับ
ช่วยวางไมค์ใกล้ปากโดยไม่กินพื้นที่โต๊ะมาก
สามารถปรับตำแหน่งและพับเก็บได้
ถ้าทำคอนเทนต์หน้าคอมพิวเตอร์เป็นหลัก Boom Arm เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานจริงค่อนข้างบ่อย
ไม่จำเป็นสำหรับมือใหม่
สามารถใช้
ก่อนได้
Teleprompter จะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อทำ
ถ้าพูดแบบ Tutorial ทั่วไป การใช้หัวข้อสั้นๆ อาจเป็นธรรมชาติกว่า
ถ้าทำ YouTube หลายชั่วโมงต่อวัน Ergonomics จะเริ่มมีผล
โต๊ะควรมีพื้นที่สำหรับ
และเก้าอี้ควรนั่งได้นานโดยไม่เมื่อยมากเกินไป
ไม่ต้องซื้อของแพงทันที แต่ควรจัดพื้นที่ให้ทำงานสบาย
ไม่จำเป็นต้องสร้าง Studio หรู
ใช้
ก็ได้
สิ่งสำคัญคือ Background ไม่ควรรกจนดึงความสนใจออกจากคนพูด
หากจัดดี ห้องธรรมดาก็ทำเป็น Background YouTube ได้
ถ้าทำวิดีโอปกติ Internet มีผลตอน Upload
ควรดู
Upload Speed
ด้วย
ไม่ใช่ดูแค่ Download Speed
ถ้าทำ Live ต้องให้ความสำคัญมากขึ้นกับ
ถ้าทำ Live จากคอมพิวเตอร์ การใช้ LAN มักเสถียรกว่า Wi-Fi
ถ้ามีมือถืออยู่แล้ว คุณสามารถเริ่มจาก
มือถือ + แสงหน้าต่าง + หูฟังเดิม + โต๊ะหรือของใช้ทำขาตั้ง
ได้เลย
นี่เพียงพอสำหรับทดลองทำคลิปแรก
หลังจากทำจริงค่อยดูว่า
แล้วค่อยซื้อ
สามารถจัดเป็น
ชุดนี้ครอบคลุมงานพื้นฐานจำนวนมากแล้ว
เมื่อทำจริงจังขึ้นสามารถเพิ่ม
เหมาะกับ
อุปกรณ์สามารถเป็น
ถ้าเล่น Console จึงค่อยพิจารณา Capture Card
ไม่จำเป็นต้องมีกล้อง Mirrorless ตั้งแต่วันแรก
เริ่มจาก
เพียงเท่านี้ก็เริ่ม Live ได้แล้ว
หลังจากทำบ่อยจึงค่อยเพิ่ม
เหมาะกับ
ชุดนี้พกง่ายและสามารถทำงานได้รวดเร็ว
สำหรับ Vlog ความคล่องตัวสำคัญมาก
ชุดใหญ่เกินไปอาจทำให้คุณไม่อยากหยิบกล้องออกมาถ่าย
สามารถเริ่มจาก
ไม่จำเป็นต้องมี Mixer หรือ Audio Interface ถ้าใช้ USB Mic
ค่อยซื้อกล้องเมื่อเริ่มรู้ว่ามือถือมีข้อจำกัดจริง
เช่น
อย่าซื้อเพียงเพราะคิดว่า YouTuber ต้องมีกล้อง
ถ้าคลิปมีการพูดและเริ่มพบว่า
ไมค์คืออุปกรณ์ที่ควรลงทุนเร็ว
สำหรับคนจำนวนมาก ไมค์อาจให้ผลต่อคุณภาพคลิปมากกว่าการเปลี่ยนกล้อง
ถ้าถ่ายในสถานที่เดิมบ่อยและพบว่า
ควรซื้อไฟ
Key Light หนึ่งดวงดีๆ สามารถเปลี่ยนภาพได้มาก
อย่าทุ่มเงินทั้งหมดให้กล้อง
ควรคิดเป็นระบบ
เช่น
กล้องระดับกลาง + ไมค์ดี + ไฟดี
มักใช้งานจริงได้สมดุลกว่ากล้องราคาแพงมากแต่เสียงและแสงแย่
ถ้างบจำกัด ควรเลื่อนอุปกรณ์เหล่านี้ออกไปก่อนถ้ายังไม่มีเหตุผลชัดเจน
ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ดี
แต่ควรซื้อเมื่อมีงานที่ต้องใช้จริง
ช่องใหญ่บางช่องมี
อุปกรณ์ที่เหมาะกับเขาอาจไม่เหมาะกับคุณ
Creator คนเดียวต้องให้ความสำคัญกับ
ความง่ายและความเร็ว
มากเป็นพิเศษ
ก่อนซื้อ ให้ถามว่า
อุปกรณ์นี้แก้ปัญหาอะไร?
ถ้าคำตอบคือ
“ไม่รู้ แต่คนอื่นมี”
อาจยังไม่ควรซื้อ
ถ้าคำตอบคือ
“เสียงคลิปผมเบาเพราะกล้องอยู่ห่าง 3 เมตร”
Wireless Mic มีเหตุผลชัดเจน
นี่คือวิธีซื้อของที่ไม่เสียเงินเกินจำเป็น
เหมาะถ้าเลือกเป็น
อุปกรณ์ที่สามารถหามือสองได้ เช่น
แต่ควรตรวจสภาพและเงื่อนไขรับประกัน
หากไม่มีความรู้ ควรซื้อจากร้านที่ตรวจสอบสินค้าและมีเงื่อนไขชัดเจน
ก่อนเริ่มคลิปแรก เช็กง่ายๆ
ถ้าครบก็เริ่มถ่ายได้แล้ว
ถ้าต้องจัดลำดับสำหรับมือใหม่
อันดับ 1 — อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว
ใช้มันก่อน
อันดับ 2 — ขาตั้ง
ทำให้ภาพนิ่ง
อันดับ 3 — ไมโครโฟน
ทำให้เสียงฟังง่าย
อันดับ 4 — ไฟ
ทำให้ภาพดีขึ้น
อันดับ 5 — Storage
ช่วยจัดการไฟล์
จากนั้นค่อยดูว่าต้องการกล้องหรืออุปกรณ์อื่นหรือไม่
แนวทางของ comsiam สำหรับมือใหม่คืออย่าเริ่มด้วย Studio ขนาดใหญ่
เริ่มจากอุปกรณ์เพียงไม่กี่ชิ้นแล้วทำวิดีโอให้ได้จริง
เมื่อทำประมาณหลายคลิป คุณจะรู้มากขึ้นว่า
ตอนนั้นการซื้ออุปกรณ์จะตรงจุดกว่ามาก
บางคนใช้เวลาหลายเดือนดู
แต่ยังไม่มีวิดีโอแรก
สำหรับ YouTube การลงมือทำสำคัญกว่าอุปกรณ์สมบูรณ์แบบ
คลิปแรกอาจยังไม่ดี
แต่คลิปที่สิบมักดีกว่าคลิปแรก เพราะคุณเริ่มเข้าใจทั้งตัวเองและคนดู
มือใหม่ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์จำนวนมาก
ชุดเริ่มต้นที่เพียงพอคือ
มือถือ + ขาตั้ง + ไมโครโฟน + แสง + โปรแกรมตัดต่อ
ถ้างบจำกัดมาก สามารถเริ่มจาก
มือถือ + แสงหน้าต่าง
ได้เลย
จากนั้นค่อยเพิ่มอุปกรณ์ตามลำดับของปัญหา
ถ้าเสียงไม่ดี → ซื้อไมค์
ถ้าภาพสั่น → ซื้อขาตั้ง
ถ้าหน้ามืด → ซื้อไฟ
ถ้าพื้นที่เต็ม → เพิ่ม Storage
ถ้ามือถือเริ่มเป็นข้อจำกัด → ค่อยซื้อกล้อง
สำหรับผู้อ่าน comsiam หลักสำคัญคือ อย่าเริ่มจากการซื้อของ ให้เริ่มจากการทำคลิป
เพราะเมื่อคุณทำวิดีโอจริง คุณจะรู้ได้ชัดเจนที่สุดว่าอุปกรณ์ชิ้นไหนจำเป็นกับช่องของคุณ และอุปกรณ์ชิ้นไหนเพียงดูน่าสนใจแต่ไม่ได้ช่วยให้คุณผลิต Content ได้ดีขึ้น
ชุดอุปกรณ์ที่ดีที่สุดสำหรับมือใหม่จึงไม่ใช่ชุดที่แพงที่สุด แต่คือชุดที่ทำให้คุณสามารถเริ่มทำวิดีโอแรกได้วันนี้ และพัฒนาต่อไปได้โดยไม่ต้องซื้อใหม่ทั้งหมดทุกครั้งที่ช่องเติบโต