Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Veo คือ ตระกูลโมเดล AI สำหรับสร้างวิดีโอของ Google DeepMind ที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนข้อความหรือรูปภาพให้กลายเป็นวิดีโอคุณภาพสูง พร้อมควบคุมภาพ กล้อง การเคลื่อนไหว และเสียงได้
รุ่นหลักที่ Google ใช้อยู่ในปัจจุบันคือ Veo 3.1 ซึ่ง Google DeepMind เรียกว่าเป็นโมเดล Video Generation ระดับแนวหน้าของบริษัท รองรับทั้ง Text-to-Video, Image-to-Video และการสร้างวิดีโอพร้อมเสียงแบบ Native รวมถึงความสามารถสำหรับงานสร้างหนัง เช่น Reference Images, Camera Controls, First and Last Frame, Scene Extension และ Object Insertion
อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 ต้องแยกให้ชัดระหว่าง
Gemini Omni
กับ
Veo
เพราะปัจจุบัน Google แนะนำ Gemini Omni Flash เป็นโมเดลเริ่มต้นสำหรับ Video Generation ใน Gemini API เนื่องจากเด่นด้าน Multimodal Input, Character Consistency และ Conversational Editing ส่วน Veo 3.1 ยังมีบทบาทสำคัญสำหรับงานเฉพาะทาง เช่น Scene Extension, การกำหนด Final Frame และการเชื่อมต่อกับ Production Pipeline เดิม
ดังนั้น Veo ไม่ได้หายไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือ Video Generation เฉพาะทางที่สำคัญใน Ecosystem ของ Google
ให้นึกภาพว่าเราพิมพ์ว่า
“สร้างวิดีโอรถสปอร์ตสีดำวิ่งผ่านเมืองโตเกียวตอนกลางคืนหลังฝนตก กล้องติดตามรถจากด้านหลัง พร้อมเสียงเครื่องยนต์และเสียงฝน”
Veo จะพยายามสร้างขึ้นมาใหม่ทั้ง
รถ
ถนน
เมือง
แสง
เงา
Movement
Camera
เสียงเครื่องยนต์
เสียงฝน
ให้เป็น Video Clip ตาม Prompt
นี่คือ Generative Video AI
ไม่จำเป็นต้องถ่ายวิดีโอต้นฉบับจริงก่อน
Veo พัฒนาโดย Google DeepMind
เป็นตระกูล Generative AI ของ Google สำหรับงานวิดีโอ โดยอยู่ในกลุ่มเดียวกับเทคโนโลยีสร้าง Media อื่นของ DeepMind เช่น
Gemini
Imagen
Nano Banana
Lyria
แต่แต่ละตระกูลมีจุดประสงค์ต่างกัน
Nano Banana → ภาพ
Lyria → เพลง/เสียง
Veo → วิดีโอ
Gemini → AI Multimodal/Reasoning
และในยุค Gemini Omni ความสามารถด้าน Reasoning และ Video Creation ถูกเชื่อมเข้าหากันมากขึ้น
Veo ได้พัฒนาต่อเนื่องหลาย Generation
ตั้งแต่
Veo
Veo 2
Veo 3
จนถึง
Veo 3.1
Google DeepMind ปัจจุบันแสดง Veo 3.1 เป็นโมเดล Video Generation ชั้นนำ พร้อมความสามารถด้าน Video + Audio และ Creative Control ที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ Google ยังมีรุ่นอย่าง Veo 3.1 Lite สำหรับบาง Workflow โดย Model Card ของ Google ระบุว่า Veo 3.1 Lite สามารถสร้างวิดีโอความละเอียดสูงพร้อมเสียงจาก Text Prompt หรือ Input Image ได้
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญของ Veo 3 คือ Native Audio
ก่อนหน้านั้น Video AI หลายระบบสร้างภาพเคลื่อนไหวก่อน แล้วจึงต้องนำไปใส่
Sound Effects
เสียงพูด
Ambient Sound
Music
ภายหลัง
แต่ Veo 3 สามารถสร้างเสียงร่วมกับภาพได้
Google DeepMind ระบุว่า Veo 3 รองรับ
Sound Effects
Ambient Noise
Dialogue
และสามารถสร้างเสียงเหล่านี้แบบ Native พร้อมวิดีโอ
ได้
ตัวอย่าง Prompt
“ชายสูงวัยกำลังนั่งอยู่บนเรือกลางทะเล มีเสียงคลื่น เสียงลม และเขาพูดว่า ‘ทะเลไม่เคยเหมือนเดิมในแต่ละวัน’”
Veo สามารถสร้างทั้ง
ภาพตัวละคร
ทะเล
Movement
เสียงลม
เสียงคลื่น
และ Dialogue
ใน Video Output เดียว
นี่เป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Veo รุ่นใหม่
ความสามารถหลักของ Veo ได้แก่
พิมพ์ข้อความแล้วสร้างวิดีโอใหม่
ใช้รูปเป็นจุดเริ่มต้นของวิดีโอ
สร้างภาพและเสียงพร้อมกัน
ใช้รูปอ้างอิงตัวละคร สินค้า วัตถุ หรือ Scene
ควบคุม Camera Movement
กำหนดภาพเริ่มต้นและภาพสุดท้าย
ต่อวิดีโอให้ยาวขึ้น
เพิ่ม Object เข้าไปใน Video
ขยายพื้นที่ของ Video ออกนอก Frame เดิม
Google DeepMind แสดงความสามารถเหล่านี้บนหน้า Veo 3.1 โดยตรง
Text-to-Video เป็นวิธีพื้นฐานที่สุด
ตัวอย่าง Prompt
“สร้างวิดีโอ Cinematic Photorealistic ของรถสปอร์ตสีดำวิ่งบนถนนในเมืองตอนกลางคืนหลังฝนตก ใช้ Low-angle Tracking Shot จากด้านหลัง มี Neon Reflection บนพื้น พร้อมเสียงเครื่องยนต์และเสียงฝน ไม่มีข้อความ”
Veo จะใช้ข้อความนี้สร้าง Scene ขึ้นใหม่
Google DeepMind แนะนำให้ Prompt กำหนดรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับ
Shot Framing และ Motion
Style
Lighting
Character
Location
และ Action
เพื่อควบคุม Final Output ได้มากขึ้น
สูตรใช้งานง่ายคือ
Subject + Action + Scene + Camera + Movement + Lighting + Style + Audio
ตัวอย่าง
Subject:
ผู้ชายใส่สูทสีดำ
Action:
เดินเข้าหากล้อง
Scene:
สำนักงานแห่งอนาคต
Camera:
Medium Shot
Movement:
Slow Tracking
Lighting:
Soft Blue Lighting
Style:
Photorealistic Cinematic
Audio:
เสียงฝีเท้าและ Ambient Office
“สร้างวิดีโอ Cinematic Photorealistic ของชายวัยประมาณ 30 ปี ใส่สูทสีดำเดินเข้าสำนักงานแห่งอนาคต ใช้ Medium Tracking Shot จากด้านหน้า กล้องเคลื่อนถอยหลังอย่างนุ่มนวล มี Soft Blue Ambient Lighting พร้อมเสียงฝีเท้าตามธรรมชาติและเสียงสำนักงานเบา ๆ ไม่มีข้อความหรือ Logo”
วิดีโอที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Subject อย่างเดียว
Camera มีผลมาก
ตัวอย่างคำสั่ง
Close-up
Medium Shot
Wide Shot
Low Angle
High Angle
Tracking Shot
Dolly In
Dolly Out
Pan
Tilt
Orbit
Google DeepMind ระบุว่า Veo 3.1 มี Camera Controls เพื่อควบคุม Framing และ Movement ของ Shot ได้ละเอียดขึ้น
“เริ่มจาก Wide Shot ของเมือง จากนั้น Slow Dolly In ไปยังรถสีดำที่จอดอยู่กลางถนน”
หรือ
“กล้อง Orbit รอบสินค้า 180 องศาอย่างช้า ๆ โดยสินค้าอยู่นิ่งตรงกลาง Frame”
การกำหนด Camera Direction ทำให้วิดีโอดูเป็นงาน Film มากกว่าการปล่อยให้ AI ตัดสินเองทั้งหมด
Prompt Guide ของ Google DeepMind แนะนำให้บอก Style ที่ต้องการอย่างชัดเจน เช่น
Cartoon
Claymation
Film Noir
35mm Film
VHS
หรือ Style อื่นตาม Creative Direction
ตัวอย่าง
“Film noir shot on 35mm”
กับ
“bright 3D animated cartoon”
จะได้ Visual Language คนละแบบ
แทนที่จะเขียนว่า
“แสงสวย”
ให้ระบุ
Soft Natural Light
Golden Hour
Neon Lighting
Studio Lighting
Moonlight
Rim Light
Spotlight
ตัวอย่าง
“Warm Golden Hour sunlight from behind the subject, creating a soft rim light.”
ช่วยให้ Veo เข้าใจ Mood ได้แม่นกว่า
ได้
Veo รองรับ Image-to-Video
ผู้ใช้สามารถให้รูปต้นฉบับและ Prompt เช่น
“ใช้รถจากภาพนี้เป็น Reference รักษารูปร่างและสีเดิม ให้รถเคลื่อนออกจากจุดจอดและวิ่งไปข้างหน้า กล้อง Tracking ตามจากด้านหลัง”
Veo 3.1 รองรับ Image-to-Video และ Google ระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงด้าน Prompt Alignment และ Visual Quality สำหรับงานประเภทนี้
สามารถใช้ภาพ Reference เพื่อช่วยควบคุม Character ได้ใน Workflow ที่รองรับ
เช่น
รูปที่ 1 = ตัวละคร
รูปที่ 2 = เสื้อผ้า
รูปที่ 3 = สถานที่
Veo สามารถใช้ Reference Images หรือที่ Google เรียกว่าแนวคิด Ingredients to Video เพื่อช่วยให้วิดีโอตรงกับ Creative Vision มากขึ้น
ให้คิดง่าย ๆ ว่าเป็นการเตรียม “ส่วนประกอบ” ของวิดีโอให้ AI
เช่น
คนนี้
รถคันนี้
สินค้าชิ้นนี้
สถานที่นี้
แล้วให้ Veo นำมารวมเป็น Scene
ตัวอย่าง
“ใช้ Character จาก Image 1 และรถจาก Image 2 ให้ตัวละครเดินไปขึ้นรถบนถนนตาม Environment จาก Image 3”
ช่วยควบคุม Visual ได้มากกว่า Text Prompt เพียงอย่างเดียว
ควรใช้เมื่อ
ต้องการ Character เดิม
ต้องการสินค้าเดิม
ต้องการ Style เฉพาะ
ต้องการ Environment เฉพาะ
ต้องการ Object เดิม
เพราะการอธิบายสิ่งเหล่านี้ด้วยข้อความอย่างเดียวเปิดพื้นที่ให้ AI เดามากกว่า
นี่เป็นหนึ่งใน Feature ที่ทำให้ Veo ยังมีความสำคัญใน Production Workflow
ผู้ใช้สามารถกำหนด
ภาพแรก
และ
ภาพสุดท้าย
แล้วให้ Veo สร้าง Movement ระหว่างสองภาพ
Google DeepMind ระบุว่า Veo 3.1 สามารถสร้าง Transition ที่ต่อเนื่องระหว่าง First Frame และ Last Frame ที่ผู้ใช้กำหนด
First Frame:
รถจอดหน้าตึก
Last Frame:
รถอยู่ปลายถนน
Prompt:
“รถออกตัวอย่างนุ่มนวลและเร่งความเร็วไปตามถนน กล้องติดตามจากด้านหลัง จบด้วยรถไปถึงตำแหน่งตาม Last Frame”
AI จะสร้างช่วง Movement ระหว่างสองภาพ
เหมาะกับ
Transition
Product Reveal
Character Movement
Scene Planning
Storyboard
Shot Matching
งานที่ต้องรู้ว่าคลิปจะเริ่มและจบตรงไหน
Scene Extension คือการนำวิดีโอที่มีอยู่มา ต่อ Scene ออกไป
เช่น Clip จบตอนคนเปิดประตู
สามารถ Prompt ต่อว่า
“หลังจากเปิดประตู เขาเดินเข้าไปในห้อง แล้วกล้องติดตามจากด้านหลัง”
Veo จะสร้างช่วงต่อจาก Clip เดิม
Google Gemini API ระบุว่า Scene Extension เป็นหนึ่งใน Use Case เฉพาะที่ยังแนะนำให้ใช้ Veo 3.1
แทนที่จะสร้าง
Clip 1
Clip 2
แล้วพยายามตัดต่อให้ต่อกัน
สามารถให้ AI ต่อ Scene เดิม
ช่วยเรื่อง
Continuity
Character
Camera
Movement
Environment
ได้ดีขึ้น
Veo สามารถเพิ่มวัตถุใหม่เข้าไปใน Video
เช่น
“เพิ่มผู้ชายถือคบเพลิง”
Google ระบุว่า Veo จะพิจารณา
Scale
Interaction
Shadow
เพื่อให้องค์ประกอบใหม่ดูกลมกลืนกับวิดีโอเดิม
ความสามารถในการแก้วิดีโอของ Google ปัจจุบันกระจายอยู่ทั้ง
Veo
Flow
และ Gemini Omni
ถ้าต้องการ Conversational Editing หลายรอบ เช่น
ลบคน
เปลี่ยนรถ
แก้ Camera
เปลี่ยน Background
Google ปัจจุบันแนะนำ Gemini Omni Flash เป็นโมเดลเริ่มต้นมากกว่า เพราะออกแบบมาสำหรับ Multi-turn Conversational Editing โดยตรง
Outpainting คือการ ขยายวิดีโอออกนอก Frame เดิม
ตัวอย่าง
มี Video แนวนอน
แต่ต้องการพื้นที่เพิ่มสำหรับอัตราส่วนหน้าจออื่น
AI จะสร้างพื้นที่ใหม่ที่ต่อเนื่องกับ Scene เดิม
Google DeepMind ระบุว่า Veo สามารถขยาย Video ด้วยเนื้อหาใหม่ที่เข้ากับภาพเดิม เพื่อให้เหมาะกับ Screen Size หรือ Shape อื่นได้
สมมติมี Video 16:9
แต่ต้องการใช้กับ
TikTok
Reels
Shorts
การ Crop อาจตัด Subject ออก
Outpainting สามารถใช้ Concept การสร้างพื้นที่เพิ่มเติมเพื่อปรับ Composition ให้เหมาะกับสัดส่วนใหม่ได้
ได้
Veo 3 รองรับ Native Dialogue
ตัวอย่าง Prompt:
“ชายสูงวัยหันไปมองเพื่อนแล้วพูดว่า ‘คืนนี้เมืองดูต่างไปจากเดิม’ ด้วยน้ำเสียงสงบ”
Veo สามารถพยายามสร้าง
เสียงพูด
ภาพตัวละคร
Scene
และ Audio Environment
ร่วมกัน
Google DeepMind ยก Dialogue เป็นหนึ่งใน Native Audio Capability ของ Veo
ได้
สามารถระบุใน Prompt เช่น
เสียงฝน
เสียงรถ
เสียงประตู
เสียงลม
เสียงคลื่น
Footsteps
ตัวอย่าง
“เสียงฝนกระทบถนน เสียงรถวิ่งผ่านและเสียงฟ้าร้องเบา ๆ อยู่ไกล”
จะให้ Direction ชัดกว่า
“มีเสียงสมจริง”
Veo เน้น Video Generation พร้อม Native Audio
จึงสามารถสร้าง Audio ที่ประกอบ Scene ได้
แต่ถ้าจุดประสงค์หลักคือการสร้างเพลงโดยเฉพาะ Google มีโมเดลตระกูล Lyria ที่ออกแบบมาสำหรับ Music Generation มากกว่า
ดังนั้นควรเลือกเครื่องมือให้ตรงงาน
Veo → Video + Audio
Lyria → Music
Google DeepMind เน้นความสามารถด้าน Real-world Physics ของ Veo 3.1 โดยระบุว่าโมเดลได้รับการออกแบบใหม่เพื่อเพิ่ม Realism และ Fidelity
เช่น
น้ำ
การเคลื่อนของวัตถุ
Shadow
แรงโน้มถ่วง
Interaction
ควรดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
แต่ยังไม่ควรถือว่า Simulation ถูกต้อง 100%
ได้
อาจเกิด
วัตถุทะลุกัน
มือผิด
คนเดินผิดจังหวะ
รถเปลี่ยนรูป
Shadow ไม่สัมพันธ์
น้ำเคลื่อนผิด
จึงต้องตรวจ Output ก่อนนำไปใช้จริง
Prompt Adherence หมายถึง
AI ทำตามคำสั่งของผู้ใช้ได้ตรงแค่ไหน
Google ระบุว่า Veo 3 ได้รับการปรับปรุง Prompt Adherence ทำให้ตอบสนองต่อคำสั่งได้แม่นขึ้น
ดังนั้นการเขียน Prompt ที่ชัดยังมีความสำคัญมาก
ใช้สูตร
Subject + Action + Location + Shot + Camera Motion + Lighting + Style + Audio
ตัวอย่าง
“ผู้หญิงวัยประมาณ 25 ปี เดินผ่านตรอกในโตเกียวตอนกลางคืนหลังฝนตก ใช้ Medium Tracking Shot จากด้านหน้า กล้องเคลื่อนถอยหลังอย่างนุ่มนวล มี Blue และ Pink Neon Lighting พร้อมเสียงฝน Footsteps และ Ambient City Sound สไตล์ Photorealistic Cinematic”
“Wide cinematic shot of a lone traveler standing on a mountain ridge at sunrise. The camera slowly pushes forward while clouds move through the valley below. Warm golden sunlight creates a soft rim light around the subject. Natural wind ambience, no dialogue.”
“สร้างวิดีโอ Photorealistic Cinematic ของรถสปอร์ตสีดำวิ่งผ่าน Tunnel ตอนกลางคืน ใช้ Low-angle Tracking Shot เสียงเครื่องยนต์เปลี่ยนตามการเร่ง มีเสียงยางและ Tunnel Reverb ไม่มีเพลง”
“Close-up ของ Barista เท Latte Art กล้อง Slow Push In มี Soft Morning Window Light เสียงเครื่อง Espresso เสียงนมเทลงแก้ว และ Ambient Café เบา ๆ”
“Drone cinematic shot flying over tropical islands at sunrise. The camera slowly moves forward above turquoise water, with soft ocean waves and natural wind ambience.”
“ใช้สินค้าจาก Reference Image เป็นตัวแบบหลัก รักษารูปทรงและสีสินค้า กล้อง Orbit รอบสินค้า 180 องศาอย่างช้า ๆ ใน Premium Black Studio มี Golden Rim Light และ subtle cinematic ambience”
“สร้าง Premium Commercial Shot ของนาฬิกาสีดำ เริ่ม Extreme Close-up ที่หน้าปัด จากนั้น Slow Dolly Out เพื่อเผยสินค้าเต็มชิ้น มี Dark Background และ Golden Rim Lighting พร้อม Mechanical Tick Sound เบา ๆ”
“ใช้ Character จาก Reference Image เป็นตัวละครหลัก ให้ตัวละครเดินผ่านตลาดกลางคืนอย่างเป็นธรรมชาติ กล้อง Tracking จากด้านหน้า รักษาเสื้อผ้าและ Visual Identity ให้สอดคล้องตลอด Shot”
นี่เป็นจุดที่คนสับสนมากที่สุดในปี 2026
Google Gemini API ปัจจุบันมีโมเดล Video Generation สองแนวหลัก คือ
Gemini Omni Flash
และ
Veo 3.1
เหมาะกับ
Multimodal Input
Text + Image + Audio + Video พร้อมกัน
Character Consistency
Conversational Editing
Multi-turn Editing
ความเข้าใจ Context
เหมาะกับ
Scene Extension
First/Last Frame Control
Native Audio Video
Reference-driven Generation
การเชื่อมกับ Production Pipeline เดิม
Google จึงแนะนำให้ใช้ Omni เป็น Default แต่ยังแนะนำ Veo สำหรับ Capability เฉพาะ
| เรื่อง | Gemini Omni | Veo 3.1 |
|---|---|---|
| Video Generation | ✅ | ✅ |
| Text-to-Video | ✅ | ✅ |
| Image-to-Video | ✅ | ✅ |
| Native Audio | ✅ | ✅ |
| Conversational Editing | เด่นมาก | ไม่ใช่จุดเน้นหลัก |
| Multi-input Reasoning | เด่นมาก | เน้น Video Generation |
| Scene Extension | — | ✅ เด่น |
| First/Last Frame | — | ✅ เด่น |
| Legacy Production Pipeline | — | ✅ |
| Default ที่ Google แนะนำใน Gemini API | ✅ | ใช้เฉพาะงานที่เหมาะ |
รายละเอียดของทั้งสองระบบเปลี่ยนได้ตาม Surface และ API แต่แนวทางการเลือกปัจจุบันเป็นเช่นนี้
Google DeepMind ยังมีตัวเลือก Try in Gemini บนหน้า Veo ปัจจุบัน และ Veo เคยถูกใช้อย่างกว้างขวางใน Gemini สำหรับ Video Generation
อย่างไรก็ตาม ใน Interface และ Workflow รุ่นใหม่ Google กำลังผลักดัน Gemini Omni ให้เป็น Video Generator หลักในหลายกรณี
ดังนั้นหากเปิด Gemini แล้วไม่เห็นคำว่า “Veo” โดยตรง ไม่ได้หมายความว่า Veo ถูกยกเลิก
ได้
Flow เป็นเครื่องมือ AI Filmmaking ของ Google ที่สร้างขึ้นสำหรับงาน
Clip
Scene
Story
และใช้ Generative Models ของ Google รวมถึง Veo
หน้า Veo ของ Google DeepMind ระบุ Google Flow เป็นหนึ่งในช่องทางหลักสำหรับใช้งาน Veo
เหมาะกับ
Filmmaker
Video Creator
Advertising Team
Creative Agency
Storyboard Artist
ผู้ที่ต้องการสร้างหลาย Shot ให้ต่อเนื่องเป็น Story
มากกว่าการ Generate Clip เดี่ยวอย่างเดียว
ได้
Google มี Veo ผ่าน
Gemini API
Google AI Studio
และ Platform สำหรับ Developer
Google Gemini API ระบุ Veo 3.1 เป็นหนึ่งใน Video Generation Models ที่รองรับในปัจจุบัน
ดังนั้น Developer สามารถนำ Veo ไปสร้าง
Video Generation App
Marketing Automation
Creative Platform
Content Pipeline
ได้
เหมาะกับ
สร้าง Video อัตโนมัติจำนวนมาก
Content Workflow
Product Visualization
AI Creative Platform
Ad Generation
Video Prototype
แอปที่ต้องเรียก Video Generation ด้วย Code
Veo เป็นส่วนหนึ่งของ Ecosystem Generative AI ของ Google Cloud สำหรับงานระดับองค์กรและ Developer
จุดเด่นคือสามารถนำไปเชื่อมกับ
Cloud Infrastructure
Application
Production Pipeline
ได้
แต่ Feature, Region, Model Version และ Pricing ควรตรวจจากหน้า Google Cloud ปัจจุบันก่อนใช้งานจริง
หน้า Veo ปัจจุบันของ Google DeepMind ระบุ Google Vids เป็นหนึ่งในช่องทางสำหรับ Try Veo
Google Vids เหมาะกับวิดีโอเพื่อการทำงาน เช่น
Presentation
Training
Business Communication
Internal Content
มากกว่างาน Film Production แบบ Flow
ได้
Google DeepMind ระบุ Google AI Studio เป็นอีกช่องทางสำหรับสร้างด้วย Veo โดยเฉพาะสำหรับ Developer ที่ต้องการทดลอง Prompt และ Model ก่อนเชื่อม API
ทดลอง Shot ก่อนถ่ายจริง
เปลี่ยนภาพ Storyboard เป็น Motion Concept
Product Commercial
Short-form Video
สร้างภาพประกอบ Content
สร้างสินค้าหรือ Concept
ต่อ Shot เดิม
ทดลอง Camera และ Lighting
ได้
โดยเฉพาะหากมี Product Reference
Prompt
“ใช้สินค้าในรูป Reference เป็นตัวแบบ รักษารูปทรงและสีสินค้า กล้อง Slow Orbit รอบสินค้าใน Black Studio มี Golden Rim Light”
แต่ต้องตรวจ
Logo
Label
Packaging
Text
Shape
ทุกครั้ง
เพราะ Generative Video อาจเปลี่ยนรายละเอียดบาง Frame
Reference Images ช่วยควบคุม Character ได้มากขึ้น
แต่ไม่ควรคาดหวังว่า Generative Video จะรักษาใบหน้าแบบ Pixel-perfect ทุก Frame
โดยเฉพาะเมื่อ
หันหน้ามาก
เปลี่ยน Pose
เปลี่ยน Lighting
เปลี่ยน Camera Angle
หรือสร้างส่วนของร่างกายที่ Reference ไม่ได้แสดง
Veo รองรับ Workflow หลาย Ratio ตาม Surface และ Feature
Google DeepMind แสดงทั้ง Video แนวนอนและแนวตั้งใน Capability Testing ของ Veo 3.1
สำหรับ
TikTok
Reels
Shorts
ควรเลือก Vertical Output ตั้งแต่ต้นเมื่อเครื่องมือที่ใช้งานเปิดให้กำหนด Ratio
ความยาวขึ้นอยู่กับ
Model
Feature
Surface
API
และ Workflow
Google DeepMind ใช้ Veo 3.1 Clips ความยาวระดับไม่กี่วินาทีใน Benchmark หลายชุด และมี Scene Extension สำหรับต่อ Shot ให้ยาวขึ้น
ดังนั้นไม่ควรจำตัวเลขความยาวจากบทความเก่าว่าเป็น Limit ถาวร
ควรตรวจ Interface หรือ API ปัจจุบันก่อน Generate
ขึ้นอยู่กับช่องทางที่ใช้
เช่น
Gemini
Flow
Google AI Studio
Gemini API
Vertex AI
แต่ละ Surface มี
Plan
Quota
Credit
Pricing
ต่างกัน
จึงไม่ควรสรุปว่า Veo “ฟรีทุกคน” หรือ “เสียเงินทุกครั้ง” แบบเหมารวม
แม้คุณภาพสูง แต่ยังสามารถเกิดข้อผิดพลาด เช่น
มือผิดรูป
Character เปลี่ยน
Text ผิด
Object เปลี่ยน
Physics ผิด
Dialogue ไม่ตรง
Lip Sync ไม่สมบูรณ์
Audio แปลก
ดังนั้น Video AI ยังต้องมี Human Review
Google DeepMind มีระบบ Safety สำหรับ Generative Models และ Veo อยู่ภายใต้นโยบายการใช้งานของ Google
ผู้ใช้ควรระวัง
บุคคลจริง
Copyright
Trademark
Privacy
Misleading Content
และ Media ที่อัปโหลดเป็น Reference ต้องมีสิทธิใช้งานตามวัตถุประสงค์
Google ใช้ SynthID สำหรับ Media ที่สร้างด้วย Generative AI ของตน เพื่อช่วยระบุแหล่งที่มาของ AI-generated Content
การมี SynthID ไม่ได้หมายความว่าจะเห็น Logo ใหญ่บนวิดีโอ
เพราะ SynthID ถูกออกแบบให้เป็น Digital Watermark
สามารถนำ Output ไปใช้ใน Workflow ธุรกิจได้ตามข้อกำหนดของบริการและสิทธิที่เกี่ยวข้อง
แต่ต้องตรวจ
Copyright
Trademark
Privacy
Publicity Rights
สิทธิของ Reference
และกฎของ Platform ปลายทาง
การที่ AI สร้าง Video ให้ไม่ได้ทำให้สิทธิของบุคคลอื่นหายไป
ไม่ควรใช้เพื่อ
สร้างเหตุการณ์ปลอมแล้วอ้างว่าเป็นเรื่องจริง
ปลอมคำพูดบุคคล
หลอกลวง
ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
ใช้ Media ที่ไม่มีสิทธิ
หรือพยายามหลบ Safety Policy
หากเป็น Fiction หรือ AI Concept ควรให้บริบทแก่ผู้ชมอย่างเหมาะสม
ใครหรืออะไร
ทำอะไร
ที่ไหน
มุมอะไร
กล้องเคลื่อนอย่างไร
Mood แบบไหน
Cinematic, Anime, Documentary ฯลฯ
เสียงอะไร
ต้องใช้หรือไม่
ต้อง Control จุดเริ่มและจบหรือไม่
ตรวจ
Face
Hands
Movement
Physics
Camera
Lighting
Shadow
Reflection
Audio
Dialogue
Lip Sync
Text
Product Detail
Continuity
ก่อนนำไปเผยแพร่
เลือกตามงาน
ต้องการคุยแก้วิดีโอหลายรอบ
ใช้ Input หลายประเภท
ต้องการ Character Consistency
ต้องการ Multimodal Reasoning
ต้องการ Workflow แบบ Conversational
ต้องการ Scene Extension
ต้องการควบคุม First/Last Frame
ต้องการ Video Generation Pipeline แบบ Veo
ต้องการ Native Audio Video
ต้องการเชื่อมระบบเดิมที่ใช้ Veo
นี่เป็นแนวทางที่ Google Gemini API แนะนำในปัจจุบัน
Veo คือ Video Generation Model Family ของ Google DeepMind สำหรับสร้างวิดีโอจาก Text และ Image พร้อมความสามารถด้าน Audio, Camera และ Creative Control
Google DeepMind ปัจจุบันนำเสนอ Veo 3.1 เป็นโมเดล Video Generation หลักของตระกูล Veo
ได้ Veo 3.1 รองรับ Text-to-Video และ Google รายงานว่าออกแบบมาให้มี Prompt Adherence และ Visual Quality สูงขึ้น
ได้ รองรับ Image-to-Video และการใช้ Reference Images เป็น Ingredients ใน Video Generation
มี Veo 3/3.1 รองรับ Native Audio รวมถึง Sound Effects, Ambient Noise และ Dialogue
ได้ Veo 3.1 รองรับ Scene Extension และ Google แนะนำให้ใช้ Veo สำหรับ Use Case นี้ใน Gemini API
ได้ Veo รองรับ First and Last Frame เพื่อสร้าง Transition ระหว่างภาพต้นทางกับภาพปลายทาง
ได้ Veo 3.1 มี Object Insertion และพยายามจัด Scale, Interaction และ Shadow ให้เข้ากับ Scene
ได้ Gemini API ปัจจุบันรองรับ Veo 3.1 เป็นหนึ่งใน Video Generation Models
ได้ Google DeepMind ระบุ Flow เป็นหนึ่งในช่องทางหลักสำหรับสร้าง Content ด้วย Veo
ไม่เหมือนกัน Gemini Omni เด่นด้าน Multimodal Reasoning และ Conversational Editing ส่วน Veo 3.1 ยังเด่นในงานเฉพาะ เช่น Scene Extension และ First/Last Frame Control
สำหรับ Gemini API Google ปัจจุบันแนะนำ Gemini Omni Flash เป็น Default Video Model และเลือก Veo 3.1 เมื่อต้องการความสามารถเฉพาะของ Veo
Veo คือ ตระกูลโมเดลสร้างวิดีโอ AI ของ Google DeepMind และรุ่นสำคัญในปัจจุบันคือ Veo 3.1
ความสามารถเด่นของ Veo ได้แก่
Text-to-Video
Image-to-Video
Native Audio
Reference Images
Camera Controls
First and Last Frame
Scene Extension
Object Insertion
Outpainting
Google DeepMind ระบุว่า Veo 3.1 ถูกออกแบบเพื่อเพิ่มทั้ง Realism, Prompt Adherence, Creative Control และ Audio ใน Video Generation
การสร้าง Video ขั้นพื้นฐานเริ่มจาก Prompt เช่น
“สร้างวิดีโอ Cinematic Photorealistic ของรถสปอร์ตสีดำวิ่งบนถนนโตเกียวตอนกลางคืนหลังฝนตก ใช้ Low-angle Tracking Shot พร้อมเสียงเครื่องยนต์และเสียงฝน”
จากนั้นเพิ่ม
Reference Images
Camera
Lighting
Audio
หรือ First/Last Frame
ตามระดับ Control ที่ต้องการ
แต่สิ่งสำคัญในปี 2026 คือ อย่าสับสนว่า Veo กับ Gemini Omni เป็นสิ่งเดียวกัน
Google Gemini API ปัจจุบันแนะนำ
Gemini Omni Flash → Default สำหรับ Video Generation และ Conversational Editing
ส่วน
Veo 3.1 → ใช้เมื่อจำเป็นต้องใช้ Feature เฉพาะ เช่น Scene Extension, Final Frame Control หรือ Pipeline ที่สร้างบน Veo อยู่แล้ว
ดังนั้น Veo ไม่ได้ถูกแทนที่จนไม่มีประโยชน์ แต่บทบาทกำลังชัดขึ้นว่าเป็น Video Generation Model ที่เน้น Creative และ Production Control
หากต้องจำ Veo แบบสั้นที่สุด ให้จำว่า
Veo = AI Video Generator ของ Google DeepMind ที่สร้างภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงและควบคุม Shot ได้ละเอียด
ส่วน Gemini Omni คือ
AI Video Creation + Reasoning + Conversational Editing
ทั้งสองจึงสามารถอยู่ร่วมกันได้ และการเลือกตัวใดควรขึ้นอยู่กับว่า Workflow นั้นต้องการ สร้าง Shot แบบควบคุมละเอียด หรือ สร้างและแก้ Video ผ่านการสนทนาต่อเนื่อง มากกว่ากัน