Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

Gemini Omni คือ โมเดล AI สำหรับสร้างและแก้ไขวิดีโอรุ่นล่าสุดที่ใช้ใน Gemini Apps โดย Google ออกแบบให้รวมความสามารถด้านการคิดและทำความเข้าใจของ Gemini เข้ากับ Generative Media ทำให้สามารถนำ ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และ Reference หลายรูปแบบ มาสร้างเป็นวิดีโอ และแก้ไขผลลัพธ์ต่อด้วยการสนทนาได้
Google ประกาศ Gemini Omni ในงาน Google I/O เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2026 ภายใต้แนวคิด “Create anything from any input — starting with video” หรือการสร้าง Content จาก Input หลากหลายประเภท โดยเริ่มจากงานวิดีโอ
จุดที่ทำให้ Gemini Omni แตกต่างจาก Video Generator แบบเดิมคือ ไม่ได้ทำงานแค่
Prompt → Video
แต่สามารถทำ
ข้อความ → Video
รูป → Video
Video → Video ใหม่
หลาย Reference → Video
และหลังจากนั้นยังสามารถพิมพ์ต่อว่า
“ลบคนด้านหลัง”
“เปลี่ยนรถเป็นสีดำ”
“เปลี่ยนมุมกล้อง”
“เปลี่ยนฉากเป็นกลางคืน”
แล้วให้ Gemini แก้วิดีโอต่อจาก Version เดิมได้
Google DeepMind จึงอธิบายแนวคิดของ Gemini Omni แบบเข้าใจง่ายว่า คล้าย Nano Banana แต่สำหรับวิดีโอ เพราะสามารถสร้างและแก้ Media ผ่าน Natural Conversation ได้
ถ้า Nano Banana ช่วยให้เราสร้างและแก้รูปด้วยการคุยกับ AI
Gemini Omni ก็พยายามนำแนวคิดเดียวกันมาใช้กับ
วิดีโอ
ตัวอย่างเช่น คุณอาจเริ่มด้วย Prompt
“สร้างวิดีโอรถสปอร์ตสีดำวิ่งในโตเกียวตอนกลางคืน”
เมื่อได้วิดีโอแล้ว สามารถพิมพ์ต่อ
“เปลี่ยนฉากให้มีฝนตก”
แล้วต่อ
“เปลี่ยนกล้องเป็น Low-angle Tracking Shot”
แล้วต่อ
“เพิ่มเสียงเครื่องยนต์และเสียงฝน”
โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มสร้าง Scene ใหม่จากศูนย์ทุกครั้ง
นี่คือแนวคิดของ Multi-turn Video Editing
Video AI รุ่นก่อนมักถูกมองว่าเป็นระบบ
Text → Video
แต่ Gemini Omni ถูกสร้างเป็น Multimodal Model ที่กว้างกว่า
Google DeepMind ระบุว่า Omni สามารถนำ Reference ประเภท
Text
Image
Video
Audio
มารวมเพื่อสร้าง Output ที่สอดคล้องกันได้
ดังนั้น Input ไม่จำเป็นต้องเป็น Prompt ข้อความอย่างเดียว
ความสามารถสำคัญ ได้แก่
สร้างวิดีโอจากข้อความ
เปลี่ยนรูปให้เคลื่อนไหว
อัปโหลดวิดีโอแล้วให้ AI แก้
แก้วิดีโอต่อหลายรอบผ่าน Conversation
ใช้รูปเป็น Reference ของคน สินค้า Style หรือสถานที่
เลือกสัดส่วน Video ก่อน Generate
ขอให้สร้างเสียงพร้อมวิดีโอได้
ใช้ Template สำเร็จรูปช่วยเริ่มงาน
Google ระบุความสามารถเหล่านี้ไว้ใน Gemini Apps Help ปัจจุบัน
บนคอมพิวเตอร์ทำตามนี้
เข้าสู่ Gemini ด้วย Google Account ที่มีสิทธิใช้ Video Generation
บริเวณด้านซ้ายบน
เข้าสู่พื้นที่สำหรับสร้าง Video
ขั้นตอนนี้ไม่บังคับ
ตัวอย่าง
“สร้างวิดีโอ Cinematic Photorealistic ของรถสปอร์ตสีดำวิ่งในโตเกียวตอนกลางคืนหลังฝนตก ใช้ Low-angle Tracking Shot มี Blue และ Pink Neon Reflection บนถนน พร้อมเสียงเครื่องยนต์และเสียงฝน ไม่มีข้อความ”
สามารถเพิ่ม
รูปภาพ
หรือ
วิดีโอ
Gemini จะเริ่มสร้างวิดีโอ
นี่เป็น Workflow ปัจจุบันที่ Google ระบุสำหรับ Gemini Apps บนคอมพิวเตอร์
ได้
สามารถใช้ได้ทั้ง
Gemini Mobile App
และ
Gemini Web
บน Android
ขั้นตอนหลักคือ
Gemini → Menu → Videos → Prompt → Submit
และสามารถเพิ่ม Image หรือ Video Reference ก่อนสร้างได้เช่นเดียวกัน
ได้เช่นกันในบัญชีและพื้นที่ที่รองรับ
Google ระบุ Video Generation ด้วย Gemini Omni สำหรับ Gemini Apps บน iPhone และ iPad พร้อม Workflow สำหรับ
Prompt
Image Reference
Video Reference
และ Avatar
สำหรับ บัญชี Google ส่วนตัว Google Help ปัจจุบันระบุว่าต้องมี
Google AI Plan
จึงจะใช้ Gemini Omni Video Generation ใน Gemini Apps ได้
สำหรับบัญชี
Work
หรือ
School
ต้องมี Workspace License ที่เข้าเกณฑ์
และปัจจุบัน Feature นี้ยังไม่เปิดให้ผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
ดังนั้นหากเปิด Gemini แล้วไม่พบ Create video ควรตรวจ
บัญชีที่ Login
Google AI Plan
Workspace License
อายุ
และพื้นที่ให้บริการ
ก่อน
ไม่จำเป็นต้องมีรูปต้นฉบับ
เขียน Prompt เช่น
“สร้างวิดีโอ Drone Cinematic บินเหนือภูเขาและทะเลหมอกช่วงพระอาทิตย์ขึ้น มี Golden Morning Light กล้องเคลื่อน Forward ช้า ๆ พร้อมเสียงลมและนกจากระยะไกล”
Gemini จะสร้าง
Landscape
Movement
Lighting
Camera
Atmosphere
Audio
ขึ้นมาใหม่จาก Prompt
สูตรพื้นฐานที่ใช้ได้ดีคือ
Subject + Action + Scene + Camera + Movement + Lighting + Style + Audio + Restrictions
เช่น
Subject
รถสปอร์ตสีดำ
Action
วิ่งด้วยความเร็วสูง
Scene
โตเกียวกลางคืนหลังฝนตก
Camera
Low-angle Tracking Shot
Movement
กล้องตามรถจากด้านหลัง
Lighting
Neon Reflection
Style
Photorealistic Cinematic
Audio
เครื่องยนต์ + ฝน
Restrictions
ไม่มีข้อความ ไม่มี Logo
“สร้างวิดีโอ Cinematic Photorealistic ของรถสปอร์ต Coupe สีดำด้านวิ่งบนถนนโตเกียวตอนกลางคืนหลังฝนตก ใช้ Low-angle Tracking Shot จากด้านหลัง กล้องเคลื่อนตามรถอย่างนุ่มนวล มี Blue และ Pink Neon Reflection บนถนน พร้อมเสียงเครื่องยนต์สมจริง เสียงยางสัมผัสถนนเปียกและเสียงฝน ไม่มีเพลง ไม่มีข้อความและไม่มี Logo”
ได้
สามารถ Add image แล้วใช้ภาพเป็น Reference
ตัวอย่าง
อัปโหลดรูปคน
จากนั้น Prompt
“ใช้บุคคลจากภาพนี้เป็น Master Identity รักษาใบหน้า ทรงผม เสื้อผ้าและรูปร่างเดิม ให้บุคคลเดินเข้าหากล้องช้า ๆ กล้อง Tracking ถอยหลังอย่างนุ่มนวล”
Gemini จะพยายามสร้าง Movement จากภาพต้นฉบับ
ได้ใน Workflow ที่รองรับ โดยสามารถใช้รูปของตัวเองเป็น Reference
นอกจากนี้ Gemini Omni ยังมีระบบ Avatar สำหรับบัญชีที่รองรับ โดย Google Help ระบุว่าสามารถเรียก Avatar ใน Prompt ด้วย
@[Google username]
เพื่อใช้รูปลักษณ์ของผู้ใช้ใน Video Generation ได้
อย่างไรก็ตาม Feature Avatar มีเงื่อนไขของบัญชีและพื้นที่เพิ่มเติม
Gemini Apps Help ปัจจุบันระบุว่าสามารถ Upload ใน Video Creation Workflow ได้
วิดีโอ 1 ไฟล์
และ
รูปภาพสูงสุด 5 รูป
จึงสามารถทำงานหลาย Reference ได้
ตัวอย่าง
Image 1 = คน
Image 2 = เสื้อ
Image 3 = รถ
Image 4 = Location
Image 5 = Style
ควร Label แต่ละไฟล์
ตัวอย่าง
“Image 1 = บุคคลหลัก
Image 2 = เสื้อ
Image 3 = สถานที่
ใช้ Facial Identity จาก Image 1 เสื้อจาก Image 2 และ Environment จาก Image 3 รักษาคนจาก Image 1 ตลอด Video”
ดีกว่า
“ใช้รูปทั้งหมดนี้ทำวิดีโอ”
เพราะบอก Omni ว่าแต่ละ Reference มีหน้าที่อะไร
ได้ และนี่คือหนึ่งในจุดเด่นที่สุด
Gemini Apps Help ระบุว่า Omni รองรับ
Video-to-Video Edit
หมายถึงสามารถ Upload Video แล้วสั่งให้ Model แก้ไขตาม Prompt ได้
ตัวอย่าง
“ลบคนด้านหลังออก”
“เปลี่ยนรถสีแดงเป็นสีดำ”
“เปลี่ยน Background เป็นชายหาด”
“เปลี่ยน Scene เป็นกลางคืน”
“เปลี่ยน Camera Angle”
Multi-turn Editing หมายถึง
แก้ Video รอบแรก
แล้วใช้ผลลัพธ์นั้นเป็นฐานแก้ต่อ
เช่น
“เปลี่ยนรถเป็นสีดำ”
“รักษารถไว้ เปลี่ยน Scene เป็นกลางคืน”
“เพิ่มฝน”
“เปลี่ยนกล้องเป็น Low Angle”
Google ระบุว่าการ Edit แต่ละ Turn สามารถเพิ่ม Image หรือ Video Reference ได้อีกด้วย
Video Generation แบบเก่ามักมีปัญหา
สร้างใหม่แล้วคนเปลี่ยน
รถเปลี่ยน
Scene เปลี่ยน
Camera เปลี่ยน
ทั้งที่ต้องการแก้เพียงจุดเดียว
Omni พยายามเปลี่ยน Workflow จาก
Regenerate Everything
เป็น
Edit What You Want
หรือแก้เฉพาะจุดผ่านการสนทนา
ใช้
PRESERVE + CHANGE ONLY
ตัวอย่าง
“รักษาตัวละคร Action, Camera Movement, Lighting และ Background เดิมทั้งหมด เปลี่ยนเฉพาะเสื้อจากสีขาวเป็นสีดำ”
หรือ
“รักษาวิดีโอเดิมทั้งหมด เปลี่ยนเฉพาะรถสีแดงเป็นรถสีดำ”
แนวทางนี้ช่วยลดโอกาสที่สิ่งอื่นจะเปลี่ยนโดยไม่จำเป็น
ได้
Google Help ยก Removing Objects and Characters เป็นตัวอย่าง Editing โดยตรง
Prompt
“ลบผู้ชายที่อยู่ด้านหลังทางขวาออก เติม Background ให้ต่อเนื่องกับ Environment เดิม รักษาบุคคลหลักและ Camera Movement ไว้เหมือนเดิม”
ได้
ตัวอย่าง
“เปลี่ยนแก้วกาแฟสีขาวบนโต๊ะเป็นแก้วสีดำ รักษาตำแหน่ง ขนาด Lighting และ Shadow เดิม”
หรือ
“เปลี่ยนรถสีแดงเป็นรถสีดำด้าน โดยรักษารูปทรงและ Movement เดิม”
ได้
Google ระบุ Changing Camera Angles เป็นหนึ่งใน Editing Capability ของ Gemini Omni โดยตรง
Prompt
“รักษาตัวละคร Action และ Environment เดิม เปลี่ยน Camera Angle เป็น Low-angle Shot”
หรือ
“เปลี่ยนเป็น Over-the-shoulder View”
ได้
เช่น
สำนักงาน → ร้านกาแฟ
กลางวัน → กลางคืน
เมือง → ชายหาด
Prompt
“รักษาบุคคล Movement และ Camera เดิม เปลี่ยนเฉพาะ Environment เป็นชายหาดช่วง Golden Hour”
Google ระบุ Scene Modification เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ Video Editing
ได้
Google Help ระบุ Gemini Omni มี Aspect Ratio Control
สำหรับ Text Prompt ค่าเริ่มต้นจะเป็น
Landscape
แต่สามารถเลือกสัดส่วนก่อนสร้างได้
ถ้า Upload Image หรือ Video Reference Output จะอิง Aspect Ratio ของ Content ที่อัปโหลด
ได้
เหมาะกับ
TikTok
Instagram Reels
YouTube Shorts
ควรเลือก Vertical Ratio ก่อนสร้าง หาก Workflow มีตัวเลือก
ตัวอย่าง Prompt
“สร้าง Vertical Video สำหรับ Short-form Content มีผู้หญิงเดินผ่านเมืองช่วง Golden Hour ใช้ Full-body Tracking Shot และเว้น Safe Area ด้านบนสำหรับ Caption”
ได้
ใช้ Landscape เหมาะกับ
YouTube
Presentation
Website
Prompt
“สร้าง Cinematic Technology B-roll แนวนอน 16:9 ภายใน Data Center กล้อง Slow Dolly Forward ผ่าน Server Rack มี Cool Blue Lighting ไม่มีข้อความ”
ได้
Google Help ระบุว่าสามารถขอให้ Gemini สร้าง Audio พร้อมวิดีโอได้
สามารถสั่ง
เสียงฝน
เสียงลม
เสียงเครื่องยนต์
เสียงร้านกาแฟ
เสียงฝีเท้า
Ambient Sound
Dialogue
ได้ตาม Prompt
“สร้างวิดีโอ Cinematic ของถนนในโตเกียวกลางคืนหลังฝนตก มีเสียงฝนตก เสียงรถวิ่งผ่านและ Ambient City Sound เบา ๆ ไม่มีเพลง”
สามารถระบุ Dialogue ใน Video Prompt ได้ใน Workflow ที่รองรับ Audio
ตัวอย่าง
“ผู้หญิงหันมามองกล้องแล้วพูดภาษาไทยว่า ‘ยินดีต้อนรับค่ะ’ ด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร จากนั้นยิ้มเล็กน้อย”
หลัง Generate ควรตรวจ
คำพูด
การออกเสียง
Lip Sync
Voice Consistency
อีกครั้ง
แนวคิดของ Omni คือสามารถ Reference และ Edit Media ผ่าน Natural Conversation
จึงสามารถสั่ง Style เช่น
Photorealistic
Cinematic
Anime
Claymation
Watercolor
Documentary
ได้
Google DeepMind ระบุว่า Omni เป็นจุดที่ความสามารถด้าน Reasoning ของ Gemini มารวมกับความสามารถด้าน Creation และ Editing
“รักษา Action, Timing และ Camera Movement เดิม เปลี่ยนเฉพาะ Visual Style เป็น Claymation”
หรือ
“เปลี่ยนวิดีโอเป็น Cinematic Anime โดยรักษา Movement เดิม”
Google ระบุว่า Gemini Omni สามารถสร้าง Video ที่ Grounded in Gemini’s real-world knowledge
หมายความว่า Omni ไม่ได้เป็นเพียงโมเดลสร้าง Pixel แต่สามารถนำความเข้าใจของ Gemini เกี่ยวกับโลกและ Context มาใช้ช่วยตีความ Prompt ได้
ตัวอย่าง Prompt
“สร้างวิดีโออธิบายการทำงานของระบบสุริยะ”
Omni สามารถใช้ความรู้เกี่ยวกับ Concept มาช่วยจัด Scene
อย่างไรก็ตามข้อมูลเพื่อ
การศึกษา
วิทยาศาสตร์
ธุรกิจ
ข่าว
ยังต้อง Fact-check ก่อนเผยแพร่
แนวคิดที่ Google ใช้อธิบาย Omni คือ
Gemini’s ability to reason meets the ability to create
หมายความว่า Intelligence ของ Gemini ถูกนำมารวมกับ Generative Media มากขึ้น
จึงเหมาะกับ Prompt ที่ต้องเข้าใจ
ความสัมพันธ์
Movement
Scene
Context
Reference
มากกว่าการสร้าง Visual แบบสุ่มอย่างเดียว
เหมาะกับ
B-roll
YouTube
Reels
Shorts
Video Ads
Campaign Concept
Product Teaser
Product Visualization
Lifestyle Video
Explainer Video
Concept Visualization
Storyboard
Creative Concept
Style Experiment
Shot Concept
Camera Experiment
Previsualization
Presentation
Social Media
Product Concept
ตัวอย่าง Prompt
“ใช้สินค้าใน Image Reference เป็น Master Product รักษารูปร่าง สี Logo, Label และ Packaging เดิม กล้อง Slow Orbit รอบสินค้าใน Premium Black Studio มี Golden Rim Light และเสียง Ambient เบา ๆ”
เหมาะกับการสร้าง Concept อย่างรวดเร็ว
แต่หากเป็นสินค้าจริงต้องตรวจรายละเอียดทุก Frame
อาจเกิด
Logo เพี้ยน
Label เปลี่ยน
Packaging เปลี่ยน
สีเปลี่ยน
ปุ่มเพิ่ม/หาย
รูปร่างเปลี่ยน
ดังนั้น Generative Output ไม่ควรถูกถือว่าเป็น Product Photography ที่ตรงต้นฉบับ 100% โดยไม่ตรวจ
สามารถใช้ Image Reference เพื่อช่วยรักษา Character Identity
Prompt
“ใช้บุคคลจากภาพ Reference เป็น Master Identity รักษา Facial Identity, hairstyle, skin tone และ age ตลอด Video”
แต่ไม่ควรคาดหวัง Pixel-perfect ทุก Frame
โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยน
มุมหน้า
Pose
Lighting
อายุ
Expression
มาก ๆ
สามารถใช้หลาย Reference ใน Workflow ที่รองรับ โดย Gemini Apps อนุญาตรูปสูงสุด 5 รูปต่อ Video Creation Request ปัจจุบัน
ควร Label แต่ละคน
Image 1 = Person A
Image 2 = Person B
แล้วบอกอย่างชัดเจนว่าแต่ละ Reference คือใคร
Omni สามารถรับ Video Reference เป็นหนึ่งใน Input ได้
จึงมีศักยภาพสำหรับ Workflow เช่น
ใช้ Character จาก Image
แต่ใช้ Movement หรือ Camera จาก Video Reference
Google DeepMind อธิบาย Omni ว่าสามารถเปลี่ยน Reference ไม่ว่าจะเป็น Image, Text, Video หรือ Audio ให้เป็น Output เดียวที่สอดคล้องกัน
ในภาพรวมของโมเดล DeepMind ระบุ Omni รองรับ Reference ที่เป็น
Image
Text
Video
Audio
เพื่อสร้าง Output ที่สอดคล้องกัน
อย่างไรก็ตาม Interface และชนิดไฟล์ที่ Gemini Apps เปิดให้ Upload โดยตรงอาจแตกต่างตาม Feature และบัญชี
ดังนั้นควรแยก
Model Capability
ออกจาก
Current Gemini App UI
เสมอ
Gemini Omni ในระดับ Model อาจมี Capability กว้าง
แต่ Gemini Apps อาจเปิด Feature บางอย่างทีละส่วน
เช่น
Video Upload
Audio Reference
Avatar
Aspect Ratio
ตาม
Region
Plan
บัญชี
และ Version
ดังนั้นหากเห็น Demo ของ DeepMind แต่ในบัญชีตัวเองยังไม่มีตัวเลือกนั้น ไม่จำเป็นต้องหมายความว่า App เสีย
ยังไม่ทุก Region
Google Help ปัจจุบันระบุว่าการ Upload Video เพื่อใช้แก้ไข Video ยังไม่พร้อมใน
EEA
Switzerland
United Kingdom
และบางรัฐของสหรัฐฯ
Feature Availability จึงอาจแตกต่างกันตามพื้นที่
Google ระบุว่าการสร้าง Video อาจใช้เวลา หลายนาที
ระหว่าง Generation
ไม่สามารถโต้ตอบกับ Chat เดิมได้
แต่สามารถเปิด Chat ใหม่แล้วกลับมาดู Video ภายหลังได้
ดังนั้นการใช้เวลานานกว่าการตอบข้อความหรือสร้างภาพถือเป็นเรื่องปกติ
หลังสร้างเสร็จ
ใต้ Video เลือก
Share
จากนั้น
Download video
หรือ
Share on YouTube
ตาม Workflow ที่รองรับ
ควร Download ไฟล์โดยตรงแทน Screen Record เพื่อรักษาคุณภาพ Output
Google Help ปัจจุบันมีตัวเลือก
Share on YouTube
สำหรับ Generated Video ใน Workflow ที่รองรับ
แต่ก่อน Publish ควรตรวจ
Visual
Audio
Text
Fact
Copyright
Privacy
ก่อนเสมอ
Google ใช้ระบบ Provenance และ Safety สำหรับ Generative Media ของตน และ Model Card ของ Gemini Omni Flash ระบุถึงระบบ Safety และการประเมินความเสี่ยงของโมเดล
ในทางปฏิบัติ ผู้ใช้ควรถือว่า AI-generated Video ต้องได้รับการตรวจและเปิดเผยบริบทเมื่อมีโอกาสทำให้ผู้ชมเข้าใจผิด
Google ระบุใน Gemini Apps Help ว่า Video Generation อยู่ภายใต้
Google Terms of Service
และ
Prohibited Use Policy
และผู้ใช้ต้องมีสิทธิในภาพที่อัปโหลด
ไม่ควรละเมิด
Copyright
Privacy Rights
หรือใช้ Video เพื่อ
หลอกลวง
คุกคาม
ทำร้ายผู้อื่น
หากระบบตรวจพบ Content ที่อาจละเมิดข้อกำหนด Gemini อาจไม่สร้างหรืออาจนำ Video ออก
ควร Upload เฉพาะ Media ที่คุณมีสิทธิใช้
Google Help ระบุชัดเจนว่าผู้ใช้ต้องมีสิทธิในรูปที่อัปโหลด และต้องระวังไม่ให้ละเมิด Copyright หรือ Privacy Rights ของผู้อื่น
หลักเดียวกันควรใช้กับ
Video
เสียง
Artwork
Brand Assets
ที่นำมาเป็น Reference
สองชื่อนี้เกี่ยวข้องกับ Video AI ของ Google แต่ไม่ควรคิดว่าเป็นสิ่งเดียวกัน
Gemini Omni
เน้นประสบการณ์แบบ Multimodal + Conversational
คือ
สร้าง
Reference
แก้
คุยต่อ
ใน Workflow เดียว
Google Apps Help ปัจจุบันเรียก Omni ว่า Advanced Video Generator ของ Gemini Apps
ส่วน Veo เป็นตระกูล Video Generation Model ของ Google DeepMind ที่มีบทบาทสำคัญใน Ecosystem การสร้าง Video ของ Google
รายละเอียดการเปรียบเทียบ Gemini Omni กับ Veo โดยตรงควรดูตาม Use Case เพราะ Google ยังคงพัฒนาทั้ง Ecosystem ต่อเนื่อง
จำง่าย ๆ ได้ว่า
Nano Banana → รูปภาพ
Gemini Omni → วิดีโอ
Google DeepMind เองอธิบาย Omni ในเชิงแนวคิดว่าเหมือน Nano Banana สำหรับ Video
ทั้งสองมีแนวคิดร่วมคือ
สร้างด้วย Prompt
ใช้ Reference
แก้ด้วย Conversation
แทนการ Generate ใหม่อย่างเดียว
Google DeepMind เผยแพร่ Model Card ของ
Gemini Omni Flash
เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026
โดยอธิบายว่าเป็นก้าวต่อไปสู่โมเดลที่สามารถสร้างและแก้ Content จาก Input หลากหลายรูปแบบ โดยเริ่มจาก Video และรวม Intelligence ของ Gemini เข้ากับ Generative Media Models
ดังนั้นเมื่ออ่านข้อมูลบางแห่งอาจเจอทั้ง
Gemini Omni
และ
Gemini Omni Flash
โดย Gemini Apps Help ใช้ชื่อผู้ใช้ทั่วไปว่า Gemini Omni
Google ประกาศ Gemini Omni ในงาน
Google I/O 2026
วันที่
19 พฤษภาคม 2026
พร้อมกับ Gemini 3.5 Family
และ Google DeepMind เผยแพร่ Model Card ของ Gemini Omni Flash ในเดือนเดียวกัน
Google เน้นจุดต่างหลัก ๆ ได้แก่
เข้าใจ Context ของโลกมากขึ้น
ใช้ Input หลายประเภท
แก้ Video ด้วย Conversation
แก้หลายรอบใน Chat เดียว
ใช้ Video เดิมเป็น Master แล้วแก้
ควบคุมสัดส่วน
สร้างเสียงร่วมกับ Video
Google อธิบาย Omni ว่าเป็น “leap” ด้าน World Understanding, Multimodality และ Editing
Prompt ไม่จำเป็นต้องยาวที่สุด
แต่ควรระบุสิ่งสำคัญ
เช่น
Subject
Action
Camera
Movement
Environment
Lighting
Style
Audio
Restrictions
ตัวอย่าง
“สร้างวิดีโอ Cinematic Photorealistic ของชายใส่สูทเดินเข้าสำนักงานแห่งอนาคต กล้อง Medium Tracking Shot จากด้านหน้า Movement Smooth มี Soft Blue Lighting พร้อมเสียง Footsteps และ Ambient Technology Sound ไม่มีข้อความ”
อย่า Generate ใหม่ทั้งหมดทันที
ดูว่าอะไรผิด
ถ้ากล้องผิด
“รักษาทุกอย่างเดิม เปลี่ยนเฉพาะ Camera Angle”
ถ้า Background ผิด
“รักษาคนและ Camera เดิม เปลี่ยนเฉพาะ Background”
ถ้า Audio ผิด
“รักษา Visual เดิมทั้งหมด เปลี่ยนเฉพาะ Audio”
นี่คือ Workflow ที่เข้ากับ Multi-turn Editing มากที่สุด
กำหนดสิ่งที่จะสื่อ
เตรียมรูปหรือ Video หากต้องการ Control
กำหนด Scene และ Camera
สร้าง Version แรก
ตรวจ
คน
สินค้า
Movement
Camera
Physics
Audio
ใช้ Preserve + Change Only
แก้ทีละจุด
เก็บ Final
“ใช้ Product Reference เป็น Master รักษา Shape, Color, Logo, Label และ Packaging เดิม กล้อง Slow Orbit รอบสินค้า 180 องศาใน Premium Black Studio มี Golden Rim Light และ Ambient Sound เบา ๆ ไม่มีข้อความ”
“สร้าง Drone Cinematic บินเหนือภูเขาและทะเลหมอกช่วงพระอาทิตย์ขึ้น กล้องเคลื่อน Forward ช้า ๆ มี Golden Morning Light พร้อมเสียงลมและนกจากระยะไกล”
“สร้างวิดีโอ 16:9 Cinematic B-roll ภายใน Data Center กล้อง Slow Dolly Forward ผ่าน Server Rack ใช้ Cool Blue Lighting และ Server Ambient Sound ไม่มีคน ไม่มี Logo ไม่มีข้อความ”
“สร้าง Vertical Video สำหรับ Short-form Content ผู้หญิงเดินผ่านเมืองช่วง Golden Hour กล้อง Full-body Tracking จากด้านหน้า Movement Smooth มี Ambient City Sound และไม่มีข้อความ”
“สร้าง Educational Video อธิบายแนวคิด Cloud Computing แสดงอุปกรณ์ส่งข้อมูลไปยัง Cloud Server แล้วส่งผลกลับมา ใช้ Visual Style ที่เข้าใจง่าย มี Animation ต่อเนื่องและไม่เพิ่มข้อมูลตัวเลขที่ไม่ได้ระบุ”
หลัง Generate ต้องตรวจ Fact เสมอ
“ใช้ Video ปัจจุบันเป็น Master รักษาตัวละคร Action, Camera Movement และ Lighting เดิม เปลี่ยนเฉพาะ Environment เป็นร้านกาแฟ Modern Minimal ช่วงเช้า”
ไม่จริง
รองรับ Text, Image และ Video Reference และมี Video-to-Video Editing
ไม่จริง
รองรับ Multi-turn Editing
ไม่จำเป็น
สามารถแก้ Scene ด้วย Prompt
ไม่จริง
สามารถขอ Audio พร้อม Video ได้
ไม่จริง
ปัจจุบัน Gemini Apps รองรับสูงสุด 5 รูป และ Video 1 ไฟล์ต่อ Workflow
ไม่จริง
Personal Account ปัจจุบันต้องมี Google AI Plan
ปัจจุบัน Google ระบุว่ายังไม่เปิด Feature นี้ให้ผู้ใช้อายุต่ำกว่า 18 ปี
ไม่ควรสรุปแบบนั้น
Omni เป็นประสบการณ์/model ที่ Google นำเสนอในฐานะ Multimodal Video Generator และ Editor ของ Gemini Apps ขณะที่ Veo เป็นอีกตระกูล Video Model ใน Ecosystem ของ Google
มีสิทธิหรือไม่
ใช้บัญชีถูกหรือไม่
มีสิทธิใช้หรือไม่
เลือกถูก Platform หรือไม่
ระบุ Action และ Camera หรือยัง
ต้องการหรือไม่
มีอะไรห้ามเปลี่ยน
YouTube, Ads, Social หรือ Concept
เปลี่ยนหรือไม่
ผิดรูปหรือไม่
ธรรมชาติไหม
สมเหตุสมผลหรือไม่
รายละเอียดเปลี่ยนไหม
ตรง Prompt หรือไม่
ต่อเนื่องไหม
สัมพันธ์กับ Visual ไหม
สะกดถูกไหม
มีประเด็น Copyright/Privacy หรือไม่
Gemini Omni คือ Advanced Video Generator รุ่นล่าสุดใน Gemini Apps ที่สร้างและแก้ Video ผ่านการผสม Text, Image และ Video และรองรับ Conversational Editing
Google ประกาศ Gemini Omni ในงาน Google I/O วันที่ 19 พฤษภาคม 2026
เปิด Gemini → Create video → ใส่ Prompt → เพิ่ม Image/Video Reference ถ้ามี → Submit
ได้ สามารถ Add image เพื่อใช้รูปเป็น Reference สำหรับ Video Generation
ได้ Gemini Omni มี Video-to-Video Edit ในพื้นที่ที่รองรับ
ได้ รองรับ Multi-turn Editing และแต่ละรอบสามารถเพิ่ม Image หรือ Video Reference ได้
ปัจจุบันสูงสุด 5 รูปและวิดีโอ 1 ไฟล์ใน Video Creation Workflow
ได้ Omni มี Aspect Ratio Control สำหรับ Text Prompt ค่าเริ่มต้นเป็น Landscape และหาก Upload Reference Output จะอิง Ratio ของ Reference
ได้ สามารถขอให้ Gemini สร้าง Audio พร้อม Video ได้
ได้ ใต้ Video เลือก Share แล้ว Download video หรือ Share on YouTube
สำหรับ Personal Account ปัจจุบันต้องมี Google AI Plan ส่วน Work/School ต้องมี Workspace License ที่เข้าเกณฑ์
Nano Banana เน้น Image Generation/Editing ส่วน Gemini Omni เน้น Video Generation/Editing และ Google DeepMind เปรียบ Omni ว่าเหมือน Nano Banana สำหรับ Video
Gemini Omni คือ โมเดล/ระบบสร้างและแก้ไขวิดีโอ AI รุ่นล่าสุดใน Gemini Apps ซึ่ง Google ประกาศในงาน I/O 2026 และสร้างขึ้นภายใต้แนวคิด
Create anything from any input — starting with video
โดยนำความสามารถด้าน
Reasoning
World Understanding
Multimodality
และ
Generative Media
ของ Gemini มารวมกัน
จุดเด่นของ Gemini Omni ไม่ใช่เพียงการสร้าง Video จาก Prompt แต่คือการทำ Workflow ทั้งชุดได้ เช่น
Text → Video
Image → Video
Video → Edited Video
Multiple References → Video
Video → Conversation → Edit → Edit → Final
Google Apps Help ปัจจุบันระบุว่า Omni รองรับ
Video-to-Video Edit
Multi-turn Editing
Aspect Ratio Control
Templates
Image/Video References
และการสร้าง Audio พร้อม Video
วิธีใช้งานพื้นฐานคือ
① เปิด Gemini
② Create video
③ เขียน Prompt
④ เพิ่มรูปหรือ Video Reference ถ้ามี
⑤ เลือก Aspect Ratio
⑥ Submit
จากนั้นหากผลยังไม่ตรงใจ สามารถพิมพ์ต่อได้ เช่น
“รักษาทุกอย่างเดิม เปลี่ยนเฉพาะ Background”
“ลบคนด้านหลัง”
“เปลี่ยน Camera Angle”
“เพิ่มเสียงฝน”
โดยไม่จำเป็นต้องสร้าง Video ใหม่จากศูนย์ทุกครั้ง
แนวคิดที่ควรจำที่สุดคือ
Gemini Omni = สร้างวิดีโอ + ใช้ Reference + แก้ด้วยการสนทนา
และ Workflow ที่เหมาะที่สุดคือ
Generate → Inspect → Preserve → Change Only → Inspect → Final
หาก Nano Banana ทำให้การแก้รูปด้วย AI คล้ายการคุยกับผู้ช่วยออกแบบ Gemini Omni ก็พยายามทำสิ่งเดียวกันกับวิดีโอ — เปลี่ยนจากการสุ่ม Generate Clip ใหม่ไปสู่การสร้างและแก้ Video แบบต่อเนื่องผ่าน Conversation
นี่คือเหตุผลที่ Gemini Omni เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญของ Gemini ในปี 2026 และเป็นพื้นฐานใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการสร้าง Video AI, Social Content, Product Video, Advertising Concept, B-roll และงาน Creative โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากโปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบเดิมทุกครั้ง