Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากเปลี่ยนมาใช้ Google Gemini แล้วพบว่าคำสั่งบางอย่างไม่เหมือนเดิม เปิดเพลงไม่ได้ ใช้กิจวัตรไม่ครบ หรือเพียงต้องการกลับไปใช้ผู้ช่วยที่คุ้นเคย คุณสามารถเปลี่ยนจาก Gemini กลับเป็น Google Assistant ได้โดยไม่ต้องลบบัญชี ไม่ต้องรีเซ็ตโทรศัพท์ และข้อมูลในเครื่องจะไม่หาย
วิธีที่ง่ายที่สุดคือเปลี่ยนผ่านเมนูภายในแอป Gemini แต่โทรศัพท์บางรุ่นอาจต้องตรวจสอบแอปผู้ช่วยดิจิทัลเริ่มต้นเพิ่มเติม บทความนี้รวมทุกขั้นตอน พร้อมวิธีแก้เมื่อไม่พบเมนูหรือเปลี่ยนแล้ว Gemini ยังเปิดขึ้นมาอยู่
หลังเปลี่ยน Google Assistant จะกลับมาเป็นผู้ช่วยหลักของโทรศัพท์ เมื่อเรียกผู้ช่วยด้วยเสียง ปุ่ม หรือท่าทาง ระบบจะเปิด Google Assistant แทน Gemini
วิธีเรียกใช้งานที่อาจกลับไปเปิด Google Assistant ได้แก่
อย่างไรก็ตาม แอป Gemini จะยังอยู่ในโทรศัพท์ คุณสามารถเปิดแอปเพื่อสนทนากับ Gemini ได้ตามปกติ เพียงแต่ Gemini จะไม่ได้เป็นผู้ช่วยหลักที่ถูกเรียกด้วยปุ่มหรือเสียง
การเปลี่ยนผู้ช่วยไม่ได้ลบข้อมูลต่อไปนี้
หากเปิด Keep Activity อยู่ ประวัติ Gemini จะยังคงอยู่ตามการตั้งค่ากิจกรรมของบัญชี การเปลี่ยนกลับเป็น Google Assistant ไม่ได้ลบแชตหรือกิจกรรมเหล่านี้โดยอัตโนมัติ
หากต้องการลบประวัติ Gemini ต้องเข้าไปลบจาก Gemini Apps Activity แยกต่างหาก
Google มีตัวเลือกเปลี่ยนผู้ช่วยอยู่ภายในแอป Gemini โดยตรง
เปิดแอป Gemini บนโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต Android ที่ต้องการเปลี่ยนผู้ช่วย
ตรวจสอบว่ากำลังใช้บัญชี Google เดียวกับบัญชีที่ตั้ง Gemini เป็นผู้ช่วยหลัก
แตะเมนูบริเวณด้านซ้าย จากนั้นแตะรูปโปรไฟล์หรืออักษรย่อของบัญชี Google
ตำแหน่งเมนูอาจเปลี่ยนเล็กน้อยตามเวอร์ชันแอปและขนาดหน้าจอ
ค้นหาเมนูที่มีข้อความใกล้เคียงกับ
จากนั้นเลือก “Google Assistant”
เมื่อพบหน้าต่างถามว่า “เปลี่ยนไปใช้ Google Assistant หรือไม่” ให้แตะ “เปลี่ยน” หรือ “Switch”
หลังยืนยัน Google Assistant จะกลับมาเป็นผู้ช่วยหลักของโทรศัพท์เครื่องนั้น
พูดว่า “Hey Google” หรือใช้ปุ่มและท่าทางที่เคยเรียก Gemini หาก Google Assistant ปรากฏขึ้น แสดงว่าเปลี่ยนสำเร็จแล้ว
สำหรับผู้ที่ต้องการทำตามอย่างรวดเร็ว ให้ใช้เส้นทางนี้
แอป Gemini > เมนู > รูปโปรไฟล์ > เปลี่ยนไปใช้ Google Assistant > Google Assistant > เปลี่ยน
ชื่อเมนูภาษาไทยอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันของแอป
หากเปลี่ยนผ่าน Gemini แล้ว แต่กดปุ่มหรือพูด “Hey Google” ไม่มีผู้ช่วยเปิดขึ้นมา ให้ตรวจการตั้งค่าของ Android
หน้าตั้งค่านี้อาจแสดงคำว่า “Google” ทั้งตอนใช้ Gemini และ Google Assistant เพราะระบบ Android เลือกแอป Google เป็นผู้ให้บริการผู้ช่วย ส่วนการเลือกว่าจะใช้ผู้ช่วยใดถูกกำหนดภายในบริการ Google อีกชั้นหนึ่ง
หากหาเมนูไม่พบ ให้ใช้ช่องค้นหาในหน้าการตั้งค่าแล้วพิมพ์คำว่า
บน Samsung Galaxy ให้เปลี่ยนผ่านแอป Gemini ก่อน จากนั้นตรวจสอบแอปผู้ช่วยเริ่มต้นดังนี้
หากกดปุ่มด้านข้างค้างแล้วไม่เปิดผู้ช่วย ให้ค้นหาเมนู “ปุ่มด้านข้าง” และตั้งค่าการกดค้างให้เรียกผู้ช่วยดิจิทัล หาก One UI เวอร์ชันนั้นรองรับ
บน Pixel ให้เริ่มจากแอป Gemini ดังนี้
หากปุ่มเปิด–ปิดยังไม่เรียกผู้ช่วย ให้เข้าไปที่
การตั้งค่า > ระบบ > ท่าทางสัมผัส > กดปุ่มเปิด–ปิดค้าง
จากนั้นเลือกให้การกดค้างเปิดผู้ช่วยดิจิทัล
โทรศัพท์ Xiaomi และ Redmi ที่ใช้ HyperOS หรือ MIUI อาจมีชื่อเมนูแตกต่างกัน ให้ดำเนินการสองส่วนดังนี้
หากหาไม่พบ ให้ค้นหาคำว่า “ผู้ช่วย” หรือ “Default apps” จากช่องค้นหาการตั้งค่า
บน ColorOS และ realme UI ให้เปลี่ยนผู้ช่วยในแอป Gemini แล้วตรวจการตั้งค่าดังนี้
หากโทรศัพท์ใช้ผู้ช่วยของผู้ผลิตเป็นค่าเริ่มต้น คุณต้องเลือก Google ก่อน จึงจะเรียก Google Assistant ด้วยปุ่มหรือท่าทางได้
สำหรับโทรศัพท์ vivo ให้ทำดังนี้
ตำแหน่งเมนูอาจแตกต่างกันใน Funtouch OS แต่ละเวอร์ชัน
หากยืนยันเปลี่ยนเป็น Google Assistant แล้ว แต่โทรศัพท์ยังเปิด Gemini ให้ตรวจสอบตามลำดับต่อไปนี้
ปิดแอป Google และ Gemini จากหน้ารวมแอปล่าสุด จากนั้นเรียกผู้ช่วยใหม่อีกครั้ง
การรีสตาร์ทช่วยให้ระบบโหลดค่าผู้ช่วยใหม่ โดยเฉพาะหลังเปลี่ยนแอปเริ่มต้นหรืออัปเดตแอป
หากมีหลายบัญชี คุณอาจเปลี่ยนผู้ช่วยในบัญชีหนึ่ง แต่กำลังใช้งานอีกบัญชีหนึ่ง ให้เปิด Gemini แล้วตรวจบัญชีที่แสดงอยู่
ไปที่
การตั้งค่า > แอป > แอปเริ่มต้น > แอปผู้ช่วยดิจิทัล
ตรวจว่าเลือก Google ไม่ใช่แอปผู้ช่วยอื่นหรือ “ไม่มี”
เปิด Play Store แล้วอัปเดตแอป Google และ Google Play services จากนั้นรีสตาร์ทเครื่อง
หากยังไม่สำเร็จ ให้ลองล้างเฉพาะแคชก่อน
ไม่ควรล้างข้อมูลทั้งหมดหากยังไม่ได้สำรองหรือไม่เข้าใจผลกระทบ เพราะอาจต้องตั้งค่าบริการ Google บางส่วนใหม่
หากไม่มีตัวเลือกเปลี่ยนกลับ สาเหตุอาจเกิดจากสิ่งต่อไปนี้
ให้ลองค้นหาคำว่า “Google Assistant” ในเมนูโปรไฟล์ของ Gemini และในหน้าการตั้งค่าของโทรศัพท์ หากยังไม่พบ ให้ตรวจข้อมูลล่าสุดจากศูนย์ช่วยเหลือ Google เนื่องจากความพร้อมใช้งานสามารถเปลี่ยนแปลงได้
ไม่ควรใช้การถอนการติดตั้งเป็นวิธีหลัก เพราะ Google ระบุว่าการลบแอป Gemini ไม่ได้เปลี่ยนแอปผู้ช่วยดิจิทัลเริ่มต้นโดยอัตโนมัติ
ผลที่อาจเกิดขึ้นคือ
จึงควรเปลี่ยนกลับผ่านเมนูใน Gemini ให้เสร็จก่อน แล้วจึงถอนการติดตั้งแอปหากไม่ต้องการใช้งานอีก
หากไม่ต้องการใช้ผู้ช่วยดิจิทัลใดเลย สามารถเลือก “ไม่มี” เป็นแอปผู้ช่วยเริ่มต้นได้
ขั้นตอนทั่วไปคือ
หลังตั้งค่าแล้ว การกดปุ่ม Home ค้าง ปัดจากมุม หรือใช้ทางลัดของผู้ช่วยอาจไม่เปิดแอปใด
หากไม่ต้องการเรียกด้วยเสียงด้วย ให้ปิด “Hey Google” และ Voice Match เพิ่มเติม
หากต้องการใช้ Google Assistant เฉพาะเมื่อกดปุ่ม แต่ไม่ต้องการให้รอฟังคำเรียก ให้ปิด “Hey Google” ตามขั้นตอนต่อไปนี้
ชื่อเมนูอาจต่างกันตามเวอร์ชันแอป Google
การปิด “Hey Google” ไม่ได้ลบ Google Assistant คุณยังสามารถเปิดผู้ช่วยด้วยปุ่มหรือท่าทางที่กำหนดไว้ได้
หากไม่ต้องการให้กดปุ่มเปิด–ปิดค้างแล้วเปิดผู้ช่วย สามารถเปลี่ยนกลับไปเปิดเมนูพลังงานได้
ขั้นตอนทั่วไปคือ
บน Samsung เมนูอาจอยู่ใน “คุณสมบัติขั้นสูง” และ “ปุ่มด้านข้าง” ส่วนโทรศัพท์ยี่ห้ออื่นอาจใช้ชื่อ “ทางลัด” หรือ “ปุ่มและท่าทาง”
ให้ตรวจสอบดังนี้
เข้าเมนู “Hey Google และ Voice Match” แล้วตรวจว่าเปิดใช้งานอยู่
หาก Assistant ไม่รู้จำเสียง ให้ลบโมเดลเสียงเดิมแล้วตั้งค่า Voice Match ใหม่ในสถานที่เงียบ
ตรวจว่าแอป Google ได้รับสิทธิ์ใช้ไมโครโฟน
ปิดการจำกัดแบตเตอรี่สำหรับแอป Google เพื่อให้สามารถตรวจจับคำว่า “Hey Google” ได้
ตรวจว่าภาษา Google Assistant ตรงกับภาษาที่ใช้พูด และเป็นภาษาที่รองรับบนอุปกรณ์
โทรศัพท์อาจกำลังรับเสียงจากไมโครโฟนของหูฟังหรืออุปกรณ์ Bluetooth ให้ลองปิด Bluetooth แล้วเรียกใหม่
ปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจาก Google Assistant แต่เกิดจากการตั้งค่าปุ่มหรือท่าทางของระบบ
ให้ตรวจสอบว่า
หลังแก้ไขควรรีสตาร์ทโทรศัพท์หนึ่งครั้ง
การกลับไปใช้ Google Assistant อาจเหมาะกับผู้ที่เน้นคำสั่งอุปกรณ์แบบรวดเร็ว เช่น
หากต้องการใช้ AI สำหรับเขียน สรุป วิเคราะห์ หรือสนทนาเชิงลึก คุณยังสามารถเปิดแอป Gemini แยกจาก Google Assistant ได้
ได้ คุณสามารถกำหนด Google Assistant เป็นผู้ช่วยหลักสำหรับคำสั่งเสียงและการควบคุมโทรศัพท์ แล้วเปิดแอป Gemini เมื่อต้องการใช้ AI ทำงานที่ซับซ้อน
ตัวอย่างการแบ่งงาน ได้แก่
วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ยังต้องใช้ฟังก์ชันเดิมของ Assistant แต่ต้องการใช้ความสามารถของ Gemini เป็นครั้งคราว
ไม่จำเป็นต้องลบ เว้นแต่คุณไม่ต้องการเก็บบทสนทนาไว้ในบัญชี
หากต้องการตรวจสอบหรือลบ ให้เข้าไปที่ Gemini Apps Activity แล้วเลือกได้หลายรูปแบบ เช่น
แม้ปิด Keep Activity แล้ว Google อาจเก็บบทสนทนาไว้ชั่วคราวตามนโยบายเพื่อให้บริการและดูแลความปลอดภัย ควรอ่านรายละเอียดบนหน้าการตั้งค่าก่อนยืนยัน
การเปลี่ยนผู้ช่วยเป็นการตั้งค่าที่สามารถย้อนกลับได้ แต่ควรตรวจสอบเรื่องต่อไปนี้
ไม่ควรดาวน์โหลด Google Assistant หรือ Gemini จากเว็บไซต์ที่ไม่รู้จักเพื่อแก้ปัญหา เพราะอาจเป็นไฟล์ปลอมหรือมีมัลแวร์
ได้ การเปลี่ยนผู้ช่วยไม่มีค่าธรรมเนียม แต่อุปกรณ์ บัญชี ภาษา และประเทศต้องรองรับบริการนั้น
ไม่ต้อง ควรเปลี่ยนผู้ช่วยผ่านเมนูในแอป Gemini ก่อน คุณสามารถเก็บแอป Gemini ไว้ใช้งานแยกได้
ไม่หาย ประวัติแชตจะยังอยู่ตามการตั้งค่ากิจกรรมของบัญชี จนกว่าคุณจะลบด้วยตนเองหรือระบบลบอัตโนมัติตามระยะเวลาที่กำหนด
อาจเกิดจากแอปเก่า ภาษาไม่รองรับ บัญชีถูกจำกัด อุปกรณ์ไม่รองรับ หรือ Google เปลี่ยนแปลงความพร้อมใช้งานในพื้นที่และบัญชีนั้น
ตัวเลือก “Google” เป็นเพียงผู้ให้บริการผู้ช่วยของระบบ คุณต้องเข้าแอป Gemini แล้วเลือกเปลี่ยนไปใช้ Google Assistant อีกขั้นหนึ่ง
ได้ ให้กำหนด Google Assistant เป็นผู้ช่วยหลัก แล้วเปิด Gemini จากไอคอนแอปเมื่อต้องการใช้งาน
โดยทั่วไปสามารถเปลี่ยนกลับไปมาได้ แต่การตั้งค่าบางอย่าง เช่น Voice Match ปุ่มเรียกผู้ช่วย Connected Apps และหน้าจอล็อก อาจต้องตรวจสอบใหม่หลังเปลี่ยน
โดยทั่วไปการเปลี่ยนมีผลกับโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตเครื่องนั้น อุปกรณ์อื่นที่มี Google Assistant ในตัวอาจยังทำงานเหมือนเดิม
วิธีเปลี่ยนจาก Gemini กลับเป็น Google Assistant ที่ง่ายที่สุดคือ เปิดแอป Gemini แตะเมนูและรูปโปรไฟล์ เลือก “เปลี่ยนไปใช้ Google Assistant” แล้วกดยืนยัน หลังจากนั้นให้ตรวจว่า Android ตั้ง “Google” เป็นแอปผู้ช่วยดิจิทัลเริ่มต้น
หากเปลี่ยนแล้ว Gemini ยังเปิด ให้รีสตาร์ทโทรศัพท์ ตรวจบัญชี อัปเดตแอป Google และตรวจการตั้งค่าปุ่มกับ Voice Match คุณไม่จำเป็นต้องลบแอป Gemini และยังสามารถเปิด Gemini แยกต่างหากเมื่อต้องการใช้ AI สำหรับงานเขียน สรุป หรือวิเคราะห์ข้อมูลได้
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม: วิธีจัดการหรือเปลี่ยนผู้ช่วยบน Android, คู่มือเริ่มใช้ Gemini บน Android และ จัดการกิจกรรมใน Gemini Apps