Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก ย้ายข้อมูลจาก iPhone เครื่องเก่าไป iPhone เครื่องใหม่แล้วค้าง Quick Start หยุดอยู่กลางทาง แอปมาไม่ครบ รูปหาย ข้อความยังไม่มา หรือเครื่องใหม่ตั้งค่าเสร็จแล้วแต่ข้อมูลยังดาวน์โหลดไม่ครบ อย่าเพิ่งลบข้อมูลจากเครื่องเก่า เพราะการย้ายข้อมูลของ Apple มีหลายรูปแบบ และบางแบบ ตั้งค่าเครื่องเสร็จแล้วแต่ข้อมูลยังดาวน์โหลดต่ออยู่เบื้องหลัง
Apple ระบุว่า Quick Start สามารถย้ายข้อมูลแบบ ดาวน์โหลดจาก iCloud หรือ โอนโดยตรงจากเครื่องเก่า ได้ ถ้าเลือก iCloud แอปและข้อมูลสามารถดาวน์โหลดต่ออยู่เบื้องหลังหลังเริ่มใช้เครื่องใหม่แล้ว แต่ถ้าเลือกโอนโดยตรง ต้องรอให้การ Transfer เสร็จบนทั้งสองเครื่องก่อนใช้งาน.
นี่คือข้อสำคัญที่สุด
หลังย้ายเสร็จควรตรวจให้ครบก่อนว่าเครื่องใหม่มี
ครบหรือไม่
Apple ระบุชัดสำหรับ Temporary iCloud Backup ว่า อย่าลบข้อมูลของเครื่องเก่าจนกว่าจะกู้คืนข้อมูลสำรองไปยังเครื่องใหม่แล้ว.
สำหรับการย้ายแบบไร้สาย Apple ระบุให้เครื่องเดิม
จากนั้นเปิดเครื่องใหม่และทำตามขั้นตอน Quick Start.
ดังนั้นถ้า Quick Start หาเครื่องไม่เจอ ให้ตรวจ Wi-Fi และ Bluetooth ก่อน
Apple ระบุโดยตรงว่า หาก Prompt สำหรับตั้งค่าเครื่องใหม่ หายจากเครื่องเก่า ให้ Restart ทั้งสองอุปกรณ์ แล้วลองใหม่.
ไม่จำเป็นต้อง Factory Reset เครื่องเก่าก่อน
ระหว่าง Quick Start แบบ Direct Transfer Apple แนะนำให้ วางอุปกรณ์ไว้ใกล้กันและเสียบไฟไว้จนการย้ายข้อมูลเสร็จสมบูรณ์.
ดังนั้นระหว่างย้ายไม่ควร
เพราะอาจกระทบกระบวนการ Transfer
Apple แนะนำให้ เสียบ Power ทั้งเครื่องเก่าและเครื่องใหม่ ระหว่างการย้ายข้อมูล.
โดยเฉพาะเครื่องที่
ไม่ควรพึ่งแบตอย่างเดียว
ไม่มีเวลาตายตัว
Apple ระบุว่า Transfer Time ขึ้นอยู่กับปัจจัย เช่น
ดังนั้นเครื่องที่มีข้อมูล 200 GB ย่อมใช้เวลามากกว่าเครื่องที่มีข้อมูล 20 GB
อย่ารีบสรุปว่าค้างเพียงเพราะใช้เวลานานกว่าที่คาด
ในขั้น Quick Start จะมีวิธี Transfer ให้เลือก
ข้อมูลและแอปสามารถดาวน์โหลดต่อ เบื้องหลัง ทำให้เริ่มใช้เครื่องใหม่ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะลงครบ
ต้องรอการย้ายบนทั้งสองเครื่องให้เสร็จก่อนใช้งาน.
นี่คือสาเหตุที่บางคนคิดว่า “ข้อมูลมาไม่ครบ” ทั้งที่จริงกำลัง Download ต่อจาก iCloud
ถ้าเลือก Restore/Download จาก iCloud นี่สามารถเป็นพฤติกรรมปกติ
Apple ระบุว่าแอปและข้อมูลจะดาวน์โหลดต่ออยู่เบื้องหลัง และแนะนำให้ ต่อ Wi-Fi และเสียบ Power ต่อหลัง Setup เพื่อให้รูป เพลง และแอปดาวน์โหลดกลับมา.
อย่ารีบลบแอปที่กำลัง Restore
หากใช้ iCloud Photos รูปและวิดีโอไม่ได้อยู่ใน Daily iCloud Backup แต่จะ Sync แยกจาก iCloud
Apple ระบุว่าหลัง Restore ควรเชื่อม Wi-Fi ต่อ เพื่อให้ Photos และ Videos เริ่มดาวน์โหลดมายังเครื่องใหม่.
ดังนั้น
ตั้งค่าเสร็จแล้ว → รูปยังมาไม่ครบ
ไม่ได้หมายความว่ารูปหายทันที
ถ้าไม่ได้เปิด iCloud Photos รูปและวิดีโออาจถูกรวมอยู่ใน iCloud Backup
Apple ระบุว่าหลัง Restore รูปและวิดีโอเหล่านี้จะดาวน์โหลด เบื้องหลัง และเวลาที่ใช้ขึ้นกับขนาด Backup กับความเร็ว Wi-Fi.
จึงควรปล่อยเครื่องต่อ Wi-Fi และ Power
เข้า
Settings → [ชื่อของคุณ] → iCloud → iCloud Backup
Apple ระบุว่า หาก Restore ยังดำเนินอยู่ จะเห็นข้อความประมาณว่า
This iPhone is currently being restored and will automatically back up when it is done.
ถ้ายังขึ้นข้อความนี้ อย่าเพิ่งสรุปว่าข้อมูลมาไม่ครบ
หากเปิด Messages in iCloud ข้อความไม่ได้อยู่ใน Backup แบบซ้ำ แต่จะ Sync จาก iCloud หลัง Restore
Apple แนะนำให้คงการเชื่อมต่อ Wi-Fi ไว้เพื่อให้ Messages ดาวน์โหลดกลับมา.
หากไม่ได้ใช้ Messages in iCloud ข้อความอาจอยู่ใน Backup และดาวน์โหลดเบื้องหลังเช่นกัน.
หากเปิด Voice Memos in iCloud การบันทึกเสียงจะ Sync จาก iCloud และอาจยัง Download ต่อหลัง Restore
Apple ระบุให้คง Wi-Fi เชื่อมต่อไว้จนข้อมูลเหล่านี้ดาวน์โหลดเสร็จ.
Contacts ที่ Sync กับ iCloud จะถูกส่งลงเครื่องใหม่จาก iCloud หลัง Restore
Apple ระบุว่า Settings และข้อมูลเดิมจะ Restore ก่อน จากนั้น iCloud จะ Push ข้อมูล Contacts และ Calendar ล่าสุดลงเครื่องโดยอัตโนมัติ.
ดังนั้นควรตรวจว่าเครื่องใหม่ Sign in Apple Account ถูกบัญชี
หาก Notes เก็บอยู่ใน iCloud Apple ระบุว่า Notes จะถูกส่งลงเครื่องหลัง Restore เสร็จ
ส่วน Notes ที่เก็บ Local บนอุปกรณ์สามารถอยู่ใน iCloud Backup ได้.
แต่ถ้า Notes อยู่กับบริการ Third-party เช่น Exchange ข้อมูลนั้นไม่ได้ Backup ไป iCloud และต้อง Sync กลับจากผู้ให้บริการนั้น.
Apple ระบุว่า Mail ที่อยู่กับ iCloud หรือผู้ให้บริการ Email ไม่ได้เก็บเนื้อหาทั้งหมดใน iCloud Backup แบบเดียวกับข้อมูล Local
หลัง Restore ระบบจะนำ Account Settings กลับมาและ Email Provider จะ Download ข้อความกลับมา.
ดังนั้น Internet ต้องทำงาน
หากใช้ iCloud Drive ไฟล์จะ Sync ผ่าน iCloud Drive ไม่ได้อยู่ใน iCloud Backup แบบซ้ำ
Apple ระบุว่า Files ที่อยู่ใน iCloud Drive จะยังคง Sync ข้ามอุปกรณ์ผ่าน iCloud.
ให้เปิด Files และต่อ Wi-Fi รอ Sync ก่อนสรุปว่าไฟล์หาย
Apple ระบุว่า iCloud Backup สามารถรวม App Data ของแอปที่ไม่ได้ Sync กับ iCloud แยกอยู่แล้ว.
แต่ Third-party App บางตัวอาจต้องดาวน์โหลดข้อมูลจาก Server ของผู้พัฒนาแอปเอง หลัง Restore.
ตัวอย่างที่ควรตรวจคือการ Login Account ของแอปนั้น
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้
Apple ระบุว่า App Store และบริการบางอย่างอาจต้องให้กรอก Apple Account Password ระหว่าง Restore ก่อนจึงจะดาวน์โหลด Purchased Content กลับมาได้.
ดังนั้นอย่ากดข้ามทุก Password Prompt โดยไม่ตรวจ
ถ้าแอปหรือ Media บางส่วนเคยซื้อด้วย Apple Account อื่น Apple ระบุว่าอาจต้องกรอก Password ของ แต่ละ Apple Account ระหว่าง Restore.
ถ้าไม่ใส่ บาง Purchased Content อาจยังไม่กลับมา
Apple ระบุว่า Purchased Media จะพยายามดาวน์โหลดใหม่จากบริการ Apple แต่ Availability แตกต่างกันตามประเทศ/ภูมิภาค และบางรายการอาจไม่สามารถ Redownload ได้อีกหากถูกนำออกจาก Store หรือ Refund ไปแล้ว.
ดังนั้น “แอปหายหนึ่งตัว” ไม่ได้หมายความว่า Transfer ทั้งหมดล้มเหลวเสมอไป
หากยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและ Prompt หาย Apple แนะนำ Restart ทั้งสองเครื่องโดยตรง.
แต่ถ้ากำลัง Transfer ข้อมูลและ Progress ยังเปลี่ยนอยู่ ไม่ควร Restart เพียงเพราะคิดว่าช้า
ให้ตรวจ Power, Wi-Fi และเวลาที่ใช้ก่อน
ถ้า Transfer ล้มเหลวจริงและเครื่องใหม่ยังไม่มีข้อมูลสำคัญที่สร้างหลัง Setup สามารถเริ่มกระบวนการ Setup/Transfer ใหม่ได้
แต่ก่อน Erase เครื่องใหม่ควรตรวจให้ชัดว่า Transfer หยุดจริง ไม่ใช่กำลัง Download ต่อจาก iCloud
Apple ระบุว่า Direct Transfer ต้องเสร็จบนทั้งสองอุปกรณ์ก่อนจึงใช้งานได้เต็มที่.
ได้
Apple รองรับ Wired Transfer ระหว่าง iPhone โดยตรง.
สำหรับ iPhone 15 หรือใหม่กว่าทั้งสองเครื่อง ใช้ USB-C Charge Cable เชื่อมเครื่องเข้าหากันแล้วทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ.
Apple ระบุให้ใช้ USB-C to Lightning Cable สำหรับการย้ายโดยตรงจาก iPhone 14 หรือต่ำกว่าไปยัง iPhone 15 หรือใหม่กว่า.
จากนั้นเปิดทั้งสองเครื่อง ทำตามขั้นตอน และรอ Transfer ให้เสร็จ
ได้ แต่ Apple ระบุว่าต้องใช้
ตามรูปแบบการเชื่อมต่อที่ Appleกำหนด.
ดังนั้นถ้ามีอุปกรณ์ไม่ครบ การใช้ Quick Start แบบไร้สายอาจง่ายกว่า
ไม่ควรรับประกันว่าเร็วกว่า “ทุกกรณี”
Apple ระบุว่า Transfer Time ยังคงขึ้นกับปัจจัย เช่น ปริมาณข้อมูลและ Network Conditions แม้ใช้ Wired Transfer.
แต่การต่อสายสามารถเป็นทางเลือกที่มีประโยชน์หากการย้ายแบบไร้สายมีปัญหา
Apple แนะนำให้
Apple ระบุด้วยว่า Restore from iCloud Backup ไม่สามารถทำผ่าน Cellular Internet Connection ได้.
เวลาขึ้นกับ
Apple ระบุเรื่องนี้โดยตรง.
ดังนั้น Backup 100–200 GB บน Wi-Fi ช้าอาจใช้เวลานานมากกว่าที่คาด
ได้
หาก Restore Error Apple แนะนำให้ลอง Restore บน Network อื่น.
ถ้า Wi-Fi บ้าน Restore ค้างตลอด แต่ Network อื่นทำงานได้ ปัญหาอาจอยู่ที่ Network เดิม
ในขั้น Restore Apple แนะนำให้เลือก Backup โดยดู
เพื่อยืนยันว่าเป็น Backup ที่ถูกต้อง.
ถ้าเลือก Backup เก่ามาก ข้อมูลใหม่หลังวันนั้นจะไม่อยู่ใน Backup นั้น
นี่เป็นสาเหตุสำคัญของคำว่า “ข้อมูลมาไม่ครบ”
Backup เป็น Snapshot ตามเวลาที่สำรอง
ดังนั้นก่อนย้ายเครื่องควรสร้าง Backup ล่าสุด หากใช้ iCloud Transfer
Apple แนะนำให้ตรวจว่ามี Backup ของเครื่องเดิม และเลือก Backup จาก Date/Size ให้ถูกต้องตอน Restore.
Apple มี Temporary iCloud Storage สำหรับผู้ที่ซื้อ iPhone/iPad เครื่องใหม่และมีพื้นที่ iCloud ไม่พอสำหรับ Backup เพื่อย้ายเครื่อง โดยต้องเข้าเกณฑ์และใช้ระบบที่ Appleรองรับ.
จึงไม่จำเป็นต้องซื้อ iCloud+ เสมอไปเพียงเพื่อย้ายเครื่องครั้งเดียว
บนเครื่องเก่าเข้า
Settings → General → Transfer or Reset iPhone
ใต้หัวข้อเตรียมสำหรับเครื่องใหม่ ให้แตะ Get Started
หากพื้นที่ iCloud ไม่พอและเข้าเกณฑ์ ระบบจะแจ้งว่าคุณสามารถรับพื้นที่ iCloud เพิ่มชั่วคราวฟรี.
จากนั้นรอ Backup ให้เสร็จ
Apple ระบุว่ามีเวลา 21 วัน ในการ Restore Backup ชั่วคราวไปยังเครื่องใหม่ก่อน Backup ถูกลบถาวร.
ดังนั้นอย่าสร้าง Backup แล้วปล่อยไว้นานโดยไม่ย้ายเครื่อง
Apple ระบุว่าสามารถขอขยายเวลาเพิ่มอีก 21 วัน ได้จากเครื่องเดิม โดยเลือกตัวเลือกเก็บ Backup ไว้นานขึ้นตามขั้นตอนที่ระบบแสดง.
ไม่ควรลบข้อมูลเครื่องเก่าก่อนมั่นใจว่า Backup ยังใช้งานได้
Apple ระบุว่า Temporary Backup จะยังใช้งานได้อีก 7 วันหลัง Restore แล้วจึงถูกลบถาวร.
หากต้องการใช้ iCloud Backup ระยะยาวต่อ ควรตรวจพื้นที่ iCloud หรือ iCloud+ ของเครื่องใหม่
ก่อนย้ายควรเปรียบเทียบ
Settings → General → iPhone Storage
ของเครื่องเก่ากับความจุเครื่องใหม่
ถ้าเครื่องเก่าใช้ข้อมูลมากกว่าความจุที่เครื่องใหม่มีจริง จะไม่สามารถคาดหวังให้ข้อมูล Local ทั้งหมดอยู่ในเครื่องใหม่ได้แบบ 1:1
ควรลด
ก่อน Transfer
แม้ความจุระบุเท่ากัน เช่น 128 GB ทั้งคู่ แต่ Storage ที่ใช้อยู่จริงและพื้นที่ระบบสามารถแตกต่างกันได้
จึงควรดู Used Storage ไม่ใช่เพียงความจุบนกล่อง
ถ้าเครื่องเก่าใกล้เต็มมาก ควรคืนพื้นที่ก่อน Transfer เพื่อให้กระบวนการง่ายขึ้น
Quick Start อาจถามให้ Activate Cellular Service ระหว่าง Setup.
การย้าย eSIM ขึ้นอยู่กับ Carrier และวิธี Activation ที่รองรับ
ดังนั้นหลังย้ายข้อมูลเสร็จควรตรวจว่า
ข้อมูลครบไม่ได้แปลว่า Cellular Line ย้ายสำเร็จเสมอไป
ได้ในทางปฏิบัติ เพราะแอปที่มี Security Policy สูงอาจไม่ย้ายสถานะการผูกเครื่องทั้งหมดมาให้
Apple ระบุว่า Third-party App บางประเภทอาจต้องดาวน์โหลดหรือดึงข้อมูลจากผู้ให้บริการแอปใหม่หลัง Restore.
จึงควรเตรียม
สำหรับแอปสำคัญ
ต้องแยก ข้อมูลที่ Apple Backup กับ ระบบ Backup ของแอปเอง
Apple ระบุว่า Third-party App Data สามารถอยู่ใน iCloud Backup ได้ แต่บางแอปอาจใช้ Cloud/Server ของผู้พัฒนาเองด้วย.
ดังนั้นแอปแชตควรตรวจ Backup ภายในแอปตามระบบของผู้พัฒนาด้วย
หลัง Restore บางแอปและบริการยังสามารถขอ Apple Account Password หรือ Login ของบริการนั้นใหม่ได้
Apple ระบุว่าระหว่าง Restore อาจมี Password Prompt สำหรับ Purchased Content และหลาย Apple Accounts.
จึงไม่ควรคาดหวังว่า “ย้ายข้อมูล” หมายถึงทุกบริการจะ Login ค้างเหมือนเดิม 100%
Apple ระบุว่า Apple Watch Backup รวมอยู่ใน Backup ของ iPhone.
อย่างไรก็ตามหลังย้ายเครื่องควรตรวจการ Pair และข้อมูล Watch ให้เรียบร้อยก่อนลบข้อมูลเครื่องเดิม โดยเฉพาะผู้ที่ใช้งาน Health/Fitness สำคัญ
ช่วงหลัง Restore เครื่องใหม่อาจกำลัง
อยู่เบื้องหลัง ตามกระบวนการ Restore ของ Apple.
ดังนั้นควรเสียบไฟและต่อ Wi-Fi ให้กระบวนการเสร็จก่อนประเมินอาการใช้งานปกติ
การเห็น
ครบ ไม่ได้หมายความว่า App Data, Photos, Messages และ Files ดาวน์โหลดครบแล้ว
Apple ระบุว่า Device Settings, Home Screen Layout และ App Organization สามารถ Restore มาก่อน ขณะที่ Content อื่นยัง Download ต่อได้.
ควรตรวจข้อมูลจริงภายในแอปด้วย
Apple แนะนำให้ตรวจว่า
ก่อน Restore ใหม่ Apple แนะนำให้ Backup ข้อมูลปัจจุบันของเครื่องใหม่ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้ข้อมูลใหม่สูญหาย.
ถ้าเครื่องใหม่ตั้งค่าเสร็จแล้วและต้องการย้อนกลับไป Restore จาก iCloud Backup ผ่านขั้น Setup Apple ระบุว่าต้อง Erase เครื่องก่อน เพื่อกลับสู่ Hello Screen.
ดังนั้นอย่า Erase จนกว่าจะ Backup ข้อมูลใหม่ที่เกิดขึ้นหลัง Setup เรียบร้อย
Appleเตือนว่า ถ้าตั้งค่าเป็น New Device แล้วปล่อยให้สร้าง iCloud Backup ใหม่ Backup ใหม่อาจเข้ามาแทน Backup เดิมตามระบบการเก็บ Backup ที่มีอยู่.
หากตั้งใจใช้ Backup เก่า ควรดำเนินการ Restore ให้ถูกต้องตั้งแต่ช่วง Setup
ควรพิจารณาติดต่อ Apple Support หาก
ในกรณี Restore Error Apple แนะนำให้ลอง Network และ Backup อื่นก่อน แล้วจึงตรวจเพิ่มเติม.
ทำตามลำดับนี้
ให้เสียบ Power ทั้งสองเครื่อง วางใกล้กัน และตรวจ Wi-Fi/Bluetooth หาก Quick Start Prompt หาย Apple แนะนำให้ Restart ทั้งสองเครื่อง.
ถ้าเลือก Download from iCloud แอปและข้อมูลจะดาวน์โหลดต่อเบื้องหลังหลังเริ่มใช้เครื่องใหม่ได้ Apple แนะนำให้ต่อ Wi-Fi และ Power ต่อจน Content กลับมาครบ.
หากใช้ iCloud Photos ให้ต่อ Wi-Fi ต่อ เพราะรูปและวิดีโอ Sync แยกจาก Backup และดาวน์โหลดหลัง Restore ได้.
เข้า Settings → [ชื่อ] → iCloud → iCloud Backup หากยัง Restore อยู่ Apple ระบุว่าจะมีข้อความแจ้งว่าอุปกรณ์กำลัง Restore อยู่.
ต้อง Apple ระบุให้เครื่องปัจจุบันเชื่อม Wi-Fi และเปิด Bluetooth ก่อนเริ่ม Quick Start.
ได้ Apple รองรับ Wired Transfer ระหว่าง iPhone โดยชนิดสายขึ้นกับรุ่นของเครื่อง เช่น USB-C to USB-C หรือ USB-C to Lightning.
ไม่เสมอไป ผู้ที่ซื้อ iPhone/iPad ใหม่และเข้าเงื่อนไขสามารถได้รับ Temporary iCloud Storage เพื่อสร้าง Backup สำหรับย้ายเครื่องได้.
Apple ระบุว่าโดยปกติมีเวลา 21 วัน ในการ Restore ไปยังเครื่องใหม่ และสามารถขอขยายเพิ่มอีก 21 วันได้ในบางกรณี.
ได้ Apple แนะนำให้เลือก Backup โดยตรวจ Date และ Size ให้แน่ใจว่าเป็น Backup ที่ต้องการ.
Apple ระบุว่า Restore from iCloud Backup ต้องใช้ Wi-Fi และไม่สามารถ Restore ผ่าน Cellular Internet Connection ได้.
หากใช้ Messages in iCloud ให้คง Wi-Fi ไว้ เพราะ Messages จะ Sync จาก iCloud หลัง Restore ส่วนถ้าไม่ได้ใช้ Messages in iCloud ข้อความสามารถอยู่ใน Backup และดาวน์โหลดเบื้องหลังได้.
ควรลบเมื่อแน่ใจว่า ข้อมูลสำคัญทั้งหมดอยู่ในเครื่องใหม่หรือ Backup แล้ว เท่านั้น Apple เตือนสำหรับ Temporary Backup ว่าอย่าลบเครื่องเดิมก่อน Restore Backup ไปยังเครื่องใหม่.
ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก ต้องตรวจก่อนว่า Restore ยังทำงานอยู่หรือไม่, iCloud Photos/Messages ยัง Sync อยู่หรือไม่ และเลือก Backup ถูกหรือไม่ หากจำเป็นต้อง Restore Backup อื่นจึงค่อย Backup ข้อมูลปัจจุบันและ Erase เครื่องใหม่เพื่อกลับเข้าสู่ Setup.
หาก ย้ายข้อมูลไป iPhone เครื่องใหม่ค้างหรือข้อมูลมาไม่ครบ อย่ารีบลบเครื่องเก่าหรือ Factory Reset ให้แยกก่อนว่ากำลังใช้ Direct Transfer หรือ Download from iCloud เพราะ Apple ระบุว่า Direct Transfer ต้องรอจนเสร็จทั้งสองเครื่อง ส่วน iCloud สามารถดาวน์โหลดแอปและข้อมูลต่อเบื้องหลังได้หลังเริ่มใช้งานเครื่องใหม่แล้ว.
ระหว่างย้ายควร เปิด Wi-Fi/Bluetooth → วางเครื่องใกล้กัน → เสียบ Power ทั้งสองเครื่อง และหาก Quick Start Prompt หาย Apple แนะนำให้ Restart ทั้งสองอุปกรณ์.
หลัง Setup หากรูป ข้อความ แอป หรือ Files ยังมาไม่ครบ ให้ตรวจว่า Restore ยังทำงานอยู่และคง Wi-Fi + Power ไว้ เพราะ Photos, Messages, Voice Memos และ Content บางประเภทสามารถดาวน์โหลดหรือ Sync ต่อหลัง Setup ได้.
หาก iCloud Storage ของเครื่องเดิมไม่พอสำหรับสร้าง Backup Apple มี Temporary iCloud Storage สำหรับผู้ซื้อ iPhone/iPad ใหม่ที่เข้าเกณฑ์ โดย Backup ชั่วคราวมีเวลา 21 วันสำหรับ Restore และสามารถขยายเพิ่มได้ตามเงื่อนไขของ Apple.
สุดท้าย ก่อนลบหรือขาย iPhone เครื่องเก่า ให้เปิดตรวจ Photos, Messages, Contacts, Notes, Files, แอปสำคัญ, eSIM/Cellular และข้อมูลภายในแอปจริง ๆ ให้ครบ เพราะ Home Screen ที่ดูเหมือนย้ายเสร็จแล้วไม่ได้หมายความว่า Content ทุกอย่างดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อยแล้ว.