iPhone อัปเดต iOS ไม่ได้ ค้างที่กำลังเตรียมหรือกำลังตรวจสอบ แก้อย่างไร

หาก iPhone อัปเดต iOS ไม่ได้ ค้างที่ Preparing Update, กำลังเตรียมรายการอัปเดต, Verifying Update, กำลังตรวจสอบรายการอัปเดต, ดาวน์โหลดค้าง หรือติดตั้งไม่สำเร็จ อย่าเพิ่ง Factory Reset เพราะสาเหตุที่พบบ่อยกว่าคือ พื้นที่เครื่องไม่พอ, อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร, ติดต่อเซิร์ฟเวอร์อัปเดตไม่ได้, ไฟล์ Update ที่ดาวน์โหลดไว้มีปัญหา หรือเครื่องไม่มีเงื่อนไขพร้อมติดตั้ง

Apple ระบุว่าการอัปเดต iPhone ต้องมี อุปกรณ์ที่รองรับ, แหล่งจ่ายไฟ, Internet Connection และพื้นที่จัดเก็บเพียงพอ และหากอัปเดตแบบไร้สายไม่ได้ ยังสามารถลบไฟล์ Update แล้วดาวน์โหลดใหม่หรืออัปเดตผ่านคอมพิวเตอร์ได้.

① อย่ารีบปิดเครื่องเมื่อเห็น Preparing Update

ช่วง Preparing Update หมายถึง iPhone กำลังเตรียมไฟล์สำหรับขั้นตอนติดตั้ง

ระยะเวลาที่ใช้สามารถแตกต่างกันตาม

  • ขนาด Update
  • จำนวนข้อมูลในเครื่อง
  • พื้นที่ว่าง
  • สภาพระบบ

Apple ระบุว่าระยะเวลาการอัปเดตขึ้นอยู่กับขนาดของ Update และจำนวนไฟล์บนอุปกรณ์ และ Progress Bar อาจเคลื่อนช้าหรือดูเหมือนไม่ขยับอยู่ช่วงหนึ่งได้.

ดังนั้นหากเพิ่งเริ่ม Preparing Update อย่า Force Restart ทันที

② ค้าง Preparing Update นานผิดปกติ ทำอย่างไร

ถ้าค้างอยู่หน้าเดิมเป็นเวลานานและไม่มีความคืบหน้า ให้ตรวจตามลำดับนี้

  1. Internet
  2. พื้นที่ iPhone
  3. แบตเตอรี่/ไฟเลี้ยง
  4. Restart
  5. ลบไฟล์ Update ที่ดาวน์โหลดไว้
  6. ดาวน์โหลดใหม่

Apple แนะนำโดยตรงว่า หากยังติดตั้ง iOS ล่าสุดไม่ได้ ให้ลบไฟล์ Update จาก iPhone Storage แล้วดาวน์โหลดใหม่.

③ Verifying Update คืออะไร

ขั้น Verifying Update หรือกำลังตรวจสอบรายการอัปเดต เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ Update ก่อนติดตั้ง

หากเครื่องไม่สามารถติดต่อบริการ Update ได้ Apple ระบุว่าอาจพบข้อความ เช่น

  • Unable to Check for Update
  • Unable to Download
  • Not connected to the internet
  • Update requires a Wi-Fi connection.

ดังนั้นถ้าค้างที่ Verifying Update ให้ตรวจ Network ก่อนล้างเครื่อง

④ เช็ก Wi-Fi ก่อน

Apple ระบุว่าการ Download Update ต้องมี Internet Connection และแนะนำให้เชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อให้ดาวน์โหลดได้เร็วและเสถียรขึ้น.

ลอง

  1. เปิด Safari
  2. เข้าเว็บไซต์หลายเว็บ
  3. ปิด–เปิด Wi-Fi
  4. เชื่อม Wi-Fi ใหม่
  5. กลับไป Software Update

ถ้า Safari ยังเข้า Internet ไม่ได้ ให้แก้ Wi-Fi ก่อน

⑤ อย่าดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่อื่นพร้อมกัน

Apple แนะนำว่า หาก iOS Update ดาวน์โหลดช้า ให้

  • ต่อ Wi-Fi
  • หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลด Content อื่นระหว่าง Update.

ดังนั้นระหว่างอัปเดตควรหยุดชั่วคราว เช่น

  • Download เกม
  • Download หนัง
  • Restore รูปจำนวนมาก
  • Download Offline Content

เพื่อให้ Update ใช้ Network ได้เต็มขึ้น

⑥ ลอง Wi-Fi อีกเครือข่าย

หากขึ้น Unable to Check for Update หรือ Unable to Download Apple แนะนำให้ลอง Update ซ้ำบน Network เดิมก่อน และหากยังไม่ได้ให้ ลอง Network อื่น.

ตัวอย่าง

Wi-Fi บ้านไม่ได้ → ลอง Wi-Fi อื่น

หากอีก Network อัปเดตได้ ปัญหาอาจอยู่ที่ Router/Network เดิม ไม่ใช่ iPhone

⑦ ไม่ควรใช้ Personal Hotspot เป็นตัวเลือกแรก

Apple แนะนำเมื่อดาวน์โหลด Software Update ว่าให้เชื่อมต่อ Wi-Fi Network แทน Personal Hotspot.

ดังนั้นถ้า Update ผ่าน Hotspot แล้วค้าง ให้เปลี่ยนไป Wi-Fi ปกติเพื่อทดสอบ

⑧ ตรวจว่าพื้นที่ iPhone พอหรือไม่

เข้า

Settings → General → iPhone Storage

Apple ระบุว่าต้องมีพื้นที่ว่างเพียงพอสำหรับดาวน์โหลดและติดตั้ง Update.

หาก Storage ใกล้เต็มมาก ให้คืนพื้นที่ก่อน

โดยเฉพาะ

  • วิดีโอขนาดใหญ่
  • Download
  • แอปที่ไม่ใช้
  • Files
  • Offline Content

⑨ iPhone สามารถคืนพื้นที่บางส่วนให้ Update เองได้

Apple ระบุว่า หากพื้นที่ไม่พอ เครื่องสามารถนำ App Data ที่ดาวน์โหลดใหม่ภายหลังได้ออกบางส่วน โดยไม่กระทบ Personal Data.

แต่หากพื้นที่ยังไม่พอ ผู้ใช้ยังต้องจัดการ Storage เพิ่มเติม

อย่าคิดว่าระบบจะสามารถสร้างพื้นที่ได้ไม่จำกัด

⑩ ใช้ Offload Unused Apps ได้

Apple แนะนำสำหรับกรณีพื้นที่ไม่พอว่าเข้า

Settings → General → iPhone Storage

แล้วเปิด

Offload Unused Apps

หากมี Recommendation นี้.

Offload เหมาะกว่าการลบแอปสำคัญแบบสุ่ม เพราะตัวแอปถูกนำออกแต่ข้อมูลของแอปสามารถคงอยู่ตามกลไก Offload

⑪ ลบวิดีโอใหญ่ก่อนลบแอปสำคัญ

ถ้าต้องการพื้นที่เร็ว ควรดูใน iPhone Storage ว่าอะไรใช้พื้นที่มากที่สุดก่อน

หากพบว่า

  • Videos 30GB
  • เกม 20GB
  • Downloads 15GB

ควรจัดการตัวใหญ่ก่อน

อย่าลบแอปธนาคารหรือแอปที่ต้อง Activate ใหม่เพียงเพื่อสร้างพื้นที่ไม่กี่ร้อย MB

⑫ ชาร์จไฟไว้ระหว่างอัปเดต

Apple ระบุว่าการอัปเดตแบบ Over-the-air ควรให้ iPhone เชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟ เพื่อป้องกันเครื่องหมดแบตระหว่างกระบวนการ.

ดังนั้นถ้ากำลังจะติดตั้ง iOS ให้เสียบชาร์จไว้

โดยเฉพาะเครื่องที่แบตเหลือน้อยหรือ Battery Health ต่ำ

⑬ Automatic Update ต้องมีเงื่อนไขอะไร

Apple ระบุว่า Automatic iOS Update สามารถติดตั้งข้ามคืนเมื่อ iPhone

  • กำลังชาร์จ
  • เชื่อม Wi-Fi

และระบบจะแจ้งผู้ใช้ก่อนติดตั้ง.

ดังนั้นถ้าเปิด Automatic Update แล้วไม่เห็นเครื่องติดตั้งทุกคืน ไม่ได้หมายความว่าฟังก์ชันเสียทันที

ต้องมีเงื่อนไขพร้อมด้วย

⑭ วิธีอัปเดต iOS ด้วยตนเอง

เข้า

Settings → General → Software Update

ระบบจะแสดง

  • iOS ที่ติดตั้งอยู่
  • Update ที่มีให้ใช้งาน

จากนั้นแตะ

Download and Install

และทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ.

⑮ Backup ก่อนอัปเดต

Apple แนะนำให้ Backup iPhone ก่อน Update ไม่ว่าจะตั้ง Backup อัตโนมัติหรือทำ Manual Backup.

โดยเฉพาะหาก

  • มีข้อมูลสำคัญ
  • Update ขนาดใหญ่
  • เครื่องเคยมีปัญหา
  • Storage ใกล้เต็ม

ควรตรวจ Backup ก่อนดำเนินการ

⑯ Update iOS ปกติลบข้อมูลไหม

Apple ระบุว่าเมื่อ Update เป็น iOS รุ่นใหม่ตามกระบวนการปกติ ข้อมูลและ Settings จะยังคงอยู่.

นี่ต่างจาก Restore

ซึ่งสามารถลบข้อมูลในเครื่องได้

จึงต้องแยกคำว่า Update กับ Restore ให้ชัด

⑰ Restart iPhone หาก Update ค้างก่อนเริ่มติดตั้ง

หากยังอยู่ใน Settings และไม่ได้เข้าสู่ขั้น Apple Logo + Progress Bar แต่ Software Update ค้างผิดปกติ สามารถ Restart iPhone แล้วลองใหม่ได้

หลัง Restart ให้

  1. ต่อ Wi-Fi
  2. ต่อ Charger
  3. ตรวจ Storage
  4. กลับเข้า Software Update

หากยังค้างจึงพิจารณาลบไฟล์ Update แล้วโหลดใหม่

⑱ ถ้าเครื่องค้างจน Restart ปกติไม่ได้

Apple ระบุว่าสำหรับ iPhone ที่ไม่ตอบสนอง สามารถ Force Restart ได้ โดยในรุ่นปัจจุบันจำนวนมากให้

  1. กด Volume Up แล้วปล่อย
  2. กด Volume Down แล้วปล่อย
  3. กด Side Button ค้าง
  4. ปล่อยเมื่อเห็นโลโก้ Apple.

แต่ ไม่ควร Force Restart ระหว่าง Installation โดยไม่จำเป็น

ถ้า Progress Bar ยังขยับหรือระบบยังระบุว่ากำลัง Update อยู่ ควรให้เครื่องทำงานต่อก่อน.

⑲ วิธีลบไฟล์ iOS Update ที่ค้าง

นี่เป็นวิธีสำคัญมากเมื่อ Preparing Update หรือ Download ค้างซ้ำ

Apple ระบุขั้นตอนว่า

  1. เข้า Settings
  2. แตะ General
  3. เข้า iPhone Storage
  4. หา iOS Update ในรายการ
  5. แตะ Update
  6. เลือก Delete Update
  7. กลับไป Settings → General → Software Update
  8. ดาวน์โหลด Update ใหม่.

⑳ Delete Update ลบรูปหรือแอปไหม

ไม่

คำสั่งนี้ลบ ไฟล์ Software Update ที่ดาวน์โหลดไว้ เพื่อให้โหลดใหม่

ไม่ได้หมายถึง

  • Erase iPhone
  • ลบ Photos
  • ลบ Contacts
  • ลบ Apps ทั้งหมด

Apple ระบุให้ใช้ขั้นตอน Delete Update โดยตรงเมื่อยังติดตั้ง iOS เวอร์ชันล่าสุดไม่ได้.

㉑ หาไฟล์ Update ใน iPhone Storage ไม่เจอ

Apple ระบุว่า หากไม่พบ Update ในรายการ iPhone Storage หรือปัญหาเกิดซ้ำหลังดาวน์โหลดใหม่ ควร Update ผ่านคอมพิวเตอร์.

ดังนั้นไม่ต้องค้นหาไฟล์ System ด้วยแอป Cleaner

iOS ไม่ได้ออกแบบให้ผู้ใช้เข้าไปลบ Update File จาก File Manager แบบทั่วไป

㉒ Preparing Update ค้างซ้ำหลังลบแล้วโหลดใหม่

ถ้า

  • ลบ Update แล้ว
  • Restart แล้ว
  • พื้นที่เพียงพอ
  • Wi-Fi ปกติ
  • ดาวน์โหลดใหม่แล้ว

แต่ยังค้างซ้ำ Apple แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ Mac หรือ Computer เพื่ออัปเดต.

นี่ควรทำก่อน Factory Reset

㉓ Verifying Update ค้าง ให้ลอง Network อื่นก่อน

Apple ระบุว่าหากไม่สามารถ Check/Download Update หรือเชื่อมต่อ Update Server ได้ ให้ลอง

  1. Network เดิมอีกครั้ง
  2. Network อื่น
  3. Mac/Computer
  4. หากยังเกิดซ้ำจึงลบ Update และดาวน์โหลดใหม่.

ดังนั้น Verifying Update ค้างมักควรตรวจ Connection ก่อน Storage Reset แบบหนัก

㉔ VPN หรือ Security Software บนคอมมีผลไหม

หาก Update ผ่านคอม Apple ระบุว่า Third-party Security Software สามารถขัดขวางการติดต่อกับ Apple Server ได้ในบาง Error และควรตรวจ Software ดังกล่าวเมื่อเกิดปัญหา.

ถ้าเป็นคอมบริษัท อย่าปิด Security Software เองโดยไม่ปรึกษา IT

㉕ Update ผ่าน Mac ทำอย่างไร

สำหรับ Mac รุ่นปัจจุบัน Apple ระบุว่า

  1. ต่อ iPhone กับ Mac
  2. เปิด Finder
  3. เลือก iPhone ใน Sidebar
  4. คลิก General
  5. คลิก Check for Update
  6. เลือก Download/Update และทำตามหน้าจอ.

วิธีนี้มีประโยชน์มากเมื่อ OTA Update บน iPhone ค้างซ้ำ

㉖ Windows อัปเดต iPhone ผ่านอะไร

Apple รองรับการจัดการ iPhone บน PC ผ่าน Apple Devices app ในระบบปัจจุบัน และในระบบ/Workflow บางแบบยังมี iTunes.

ควรใช้ Apple Devices/iTunes เวอร์ชันล่าสุดก่อน Update หรือ Restore

โดยเฉพาะหาก PC เก่ามาก

㉗ คอมไม่เห็น iPhone ต้องแก้อะไรก่อน

ถ้าเสียบแล้ว Finder/Apple Devices ไม่พบเครื่อง ให้ตรวจ

  • ปลดล็อก iPhone
  • Trust This Computer
  • สาย USB
  • USB Port
  • Software ฝั่งคอม

ก่อนพยายาม Update

Apple ระบุว่าในบาง Error คอมไม่สามารถ Update iPhone ที่ถูกล็อกอยู่ได้ และต้องปลดล็อกก่อน.

กรณีนี้เชื่อมโยงกับหัวข้อ 492 — iPhone เสียบคอมพิวเตอร์แล้วไม่ขึ้นหรือคอมไม่พบเครื่อง

㉘ Software ฝั่งคอมเก่าเกินไปทำให้ Update ไม่ได้

ได้

Apple ระบุว่า Error 10 สามารถเกิดเมื่อ Software บน iPhone ใหม่เกินกว่าที่ Mac/PC รองรับ และแนะนำให้ Update

  • macOS
  • iTunes
  • Apple Devices app.

ดังนั้นก่อน Restore เครื่องควร Update Software ฝั่งคอมก่อน

㉙ คอมขึ้น Cannot Contact Software Update Server

Apple ระบุว่า Alert นี้หมายถึงคอมพิวเตอร์ไม่สามารถติดต่อ Software Update Server ได้

ให้ตรวจ

  • Internet ของคอม
  • ลอง Network อื่น
  • Security Software
  • Configuration ที่อาจบล็อก Server.

หาก Internet บน PC เองเข้าเว็บไม่ได้ ให้แก้ Network ของ PC ก่อน

㉚ Update ผ่านคอมแล้วเจอ Error Code

ถ้า Update หรือ Restore ผ่าน Finder/Apple Devices แล้วขึ้น Error Number อย่าเดาสุ่ม

Apple แบ่ง Error บางกลุ่มตามสาเหตุ เช่น

  • Apple Server Connection
  • Security Software
  • USB Connection
  • Hardware
  • Software Compatibility.

จึงควรจด เลข Error ไว้ เพราะช่วยวิเคราะห์ได้ตรงกว่าคำว่า “อัปเดตไม่ได้”

㉛ Error เกี่ยวกับ USB ควรทำอย่างไร

Apple ระบุว่าสำหรับ Error บางกลุ่มที่เกี่ยวกับ USB ให้ลอง

  1. สาย USB ที่เหมาะสม
  2. เปลี่ยน USB Port
  3. หลีกเลี่ยง USB Port บน Keyboard
  4. ลอง Computer อื่น
  5. ตรวจ Security Software/Hardware หากยังไม่หาย.

ดังนั้นถ้า Update ผ่านคอมค้างกลางทาง ต้องตรวจสายด้วย

㉜ อย่าถอดสายระหว่างคอมกำลังติดตั้ง

Apple ระบุว่าเมื่อคอมกำลังดาวน์โหลดและติดตั้ง Software บนอุปกรณ์ อย่าตัดการเชื่อมต่อ iPhone จนกระบวนการดาวน์โหลด/ติดตั้งเสร็จ.

หากใช้ Notebook ควรเสียบ Charger ด้วยเพื่อป้องกันเครื่องดับ

㉝ Apple Logo กับ Progress Bar ขยับช้ามาก เป็นปกติไหม

เป็นไปได้

Apple ระบุว่า Progress Bar หลัง Update หรือ Restore อาจ

  • เคลื่อนช้า
  • ดูเหมือนไม่ขยับ
  • เดินจนสุดแล้วเริ่มใหม่อีกครั้ง

ได้ตามจำนวนไฟล์และประเภทของกระบวนการ.

ดังนั้นอย่า Force Restart เพียงเพราะ Progress Bar หยุดชั่วครู่

㉞ จะรู้ได้อย่างไรว่ายัง Update อยู่

Apple ระบุว่า หาก Update ดูเหมือนค้าง สามารถกดปุ่มบนเครื่องเพื่อดูสถานะ และถ้าเห็นข้อความว่า Updating แสดงว่ากระบวนการยังดำเนินอยู่.

ในกรณีนี้ควรปล่อยให้เครื่องทำงานต่อ

㉟ Apple Logo ค้างนานหลัง Update ต้องทำอย่างไร

หาก Update/Restore ไม่เสร็จและ iPhone ไม่ตอบสนอง Apple แนะนำให้ Force Restart.

แต่ถ้าเครื่องยังคงค้างที่ Apple Logo หรือเข้าสู่สภาวะผิดปกติ อาจต้องเชื่อมต่อคอมและใช้ Recovery Mode ตามสถานการณ์.

㊱ Recovery Mode ไม่ใช่ขั้นตอนแรกของ Preparing Update

ถูกต้อง

หาก iPhone ยังเข้า Settings ได้ตามปกติ แต่ OTA Update ค้าง ให้เริ่มจาก

  • Network
  • Storage
  • Restart
  • Delete Update
  • Download ใหม่
  • Update ผ่านคอม

ก่อน

Recovery Mode เหมาะกับกรณีที่เครื่องไม่สามารถเริ่มระบบหรือ Update/Restore ปกติไม่ได้ตามเงื่อนไขที่ Apple ระบุ.

㊲ เมื่อไรควรใช้ Recovery Mode

Apple ระบุสถานการณ์ตัวอย่าง เช่น

  • Apple Logo ค้างหลายโดยไม่มี Progress Bar
  • Computer ไม่รู้จักเครื่องหรือแจ้งว่าอยู่ Recovery Mode
  • ขึ้น Connect to Computer
  • Recovery Assistant ไม่สามารถกู้เครื่องได้.

ดังนั้นไม่ควรเข้า Recovery Mode เพียงเพราะ Preparing Update ช้าไม่กี่นาที

㊳ เข้า Recovery Mode iPhone รุ่นใหม่อย่างไร

สำหรับ iPhone 8 หรือใหม่กว่า รวม iPhone SE รุ่นที่ 2 และใหม่กว่า Apple ระบุว่า

  1. ต่อ iPhone กับคอม
  2. เปิด Finder หรือ Apple Devices
  3. กด Volume Up แล้วปล่อย
  4. กด Volume Down แล้วปล่อย
  5. กด Side Button ค้าง
  6. ค้างต่อจนเห็นหน้าจอ Connect to computer.

อย่าปล่อยปุ่มทันทีที่เห็นโลโก้ Apple หากเป้าหมายคือเข้า Recovery Mode

㊴ Update กับ Restore ต่างกันอย่างไร

ต่างกันมาก

Update

ติดตั้ง Software ใหม่โดยตั้งใจรักษาข้อมูลไว้

Restore

Apple ระบุว่า Restore จะ ติดตั้ง iOS ใหม่และลบข้อมูลทั้งหมดในเครื่อง.

ดังนั้นหากมีตัวเลือก Update และยังไม่เคยลอง Update Apple ระบุให้ลอง Update ก่อน Restore.

㊵ อย่ากด Restore ถ้ายังไม่ได้ Backup โดยไม่จำเป็น

เพราะ Restore สามารถลบข้อมูลทั้งหมด

ถ้าเครื่องยังใช้งานได้ ควร

  1. Backup
  2. ลอง OTA ใหม่
  3. ลบ Update
  4. Update ผ่านคอม

ก่อน Restore

Restore เป็นขั้นลึกสำหรับกรณีที่ Update ปกติไม่สำเร็จหรือเครื่องไม่สามารถเริ่มระบบได้

㊶ Recovery Mode Download นานเกินไปเกิดอะไรขึ้น

Apple ระบุว่า หาก Computer ใช้เวลาดาวน์โหลด Software นานเกิน 15 นาที อุปกรณ์อาจออกจากหน้าจอ Connect to Computer

ในกรณีนั้นให้ปล่อย Computer ดาวน์โหลด Software ให้เสร็จก่อน แล้วจึงทำขั้นตอนเข้า Recovery Mode ใหม่.

ไม่จำเป็นต้องเริ่มดาวน์โหลดใหม่ทุกครั้ง

㊷ iPhone รุ่นเก่าอาจไม่ได้ iOS รุ่นล่าสุด

Apple ระบุว่าหนึ่งในเหตุผลที่อัปเดตไม่ได้คือ อุปกรณ์ไม่รองรับ Software รุ่นล่าสุด.

ดังนั้นถ้า Software Update ไม่แสดง iOS รุ่นเดียวกับ iPhone รุ่นใหม่กว่า ต้องตรวจ Compatibility ของรุ่นเครื่องก่อน

ไม่ควรพยายามบังคับติดตั้ง Firmware ที่เครื่องไม่รองรับ

㊸ ไม่มี Update ขึ้นไม่ได้หมายความว่าเครื่องเสีย

ใน

Settings → General → Software Update

Apple ระบุว่าหน้านี้จะแสดง iOS ที่ติดตั้งอยู่และแจ้งว่า Update มีให้หรือไม่.

ถ้าไม่มี Update อาจเป็นเพราะ

  • เครื่องมีเวอร์ชันล่าสุดที่รองรับแล้ว
  • รุ่นเครื่องไม่รองรับเวอร์ชันใหม่กว่า

จึงควรตรวจ Model กับ Compatibility ก่อน

㊹ ต้องลบ Beta Profile ไหม

หากเครื่องใช้ Beta Software หรือมี Configuration ที่แตกต่างจาก Public Release กระบวนการ Update อาจไม่เหมือนเครื่องทั่วไป

ไม่ควรติดตั้ง Firmware จากเว็บภายนอกหรือพยายาม Downgrade แบบสุ่ม

Apple ระบุว่า Error บางประเภทสามารถเกิดจาก Unauthorized Software Modification หรือการพยายามติดตั้ง iOS รุ่นเก่าที่ไม่รองรับ.

㊺ Jailbreak มีผลกับ Update หรือ Restore ไหม

Apple ระบุว่า Error 1015 หรือข้อความเกี่ยวกับ Required Resource อาจสัมพันธ์กับ Unauthorized Software Modification เช่น Jailbreaking หรือความพยายามติดตั้ง iOS รุ่นเก่า.

ในกรณีนี้อาจต้องใช้ Recovery Mode เพื่อนำเครื่องกลับไปยัง Software ปัจจุบันที่รองรับ

㊻ ต้อง Reset Network Settings ไหม

ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก

สำหรับ Update Server Problem Apple แนะนำก่อนว่า

  1. ลอง Network เดิม
  2. ลอง Network อื่น
  3. ใช้ Mac/Computer
  4. Remove Update หากยังเกิดซ้ำ.

ดังนั้นยังไม่จำเป็นต้อง Reset Network Settings เพียงเพราะ Verifying Update ช้า

㊼ ต้อง Factory Reset ไหม

ไม่ควร

ก่อน Factory Reset ให้ทำให้ครบก่อน

  1. ตรวจว่า iPhone รองรับ Update หรือไม่
  2. ต่อ Charger
  3. ใช้ Wi-Fi ที่เสถียร
  4. หยุด Download อื่น
  5. ตรวจ iPhone Storage
  6. คืนพื้นที่
  7. Restart
  8. ลบไฟล์ Update
  9. Download ใหม่
  10. ลอง Wi-Fi อื่น
  11. Update ผ่าน Mac/PC
  12. Update Software ฝั่งคอม
  13. ตรวจสาย/USB หาก Update ผ่านคอม
  14. Recovery Mode เฉพาะเมื่อจำเป็น

Apple มีขั้นตอนเหล่านี้ก่อนถึงการ Restore ที่ลบข้อมูล.

㊽ เมื่อไรควรสงสัย Hardware

หาก Update/Restore ผ่าน Recovery Mode ยังไม่สำเร็จ หรือ Error Code ยังคงบ่งชี้ Hardware หลังตรวจ

  • USB
  • Cable
  • Computer
  • Network
  • Security Software

แล้ว Apple ระบุว่าอาจมี Hardware Issue และควรตรวจเพิ่มเติมหรือรับบริการ.

อย่าสรุปจาก Error ครั้งเดียว

ลองตามขั้นตอนที่ Appleกำหนดก่อน

㊾ เมื่อไรควรติดต่อ Apple หรือส่งบริการ

Apple ระบุว่าอาจต้องรับบริการหาก

  • Update หรือ Restore ผ่าน Recovery Mode ไม่ได้
  • เข้า Recovery Mode ไม่ได้เพราะปุ่มเสีย/ค้าง
  • กระบวนการ Update/Restore ยังคงไม่เสร็จหลัง Troubleshooting.

กรณีนี้จึงเหมาะกับการตรวจ Hardware มากกว่าล้างเครื่องซ้ำ

วิธีแก้ iPhone ค้าง Preparing Update หรือ Verifying Update แบบสรุป

ให้ทำตามลำดับนี้

  1. อย่า Force Restart ทันทีหากเพิ่งเริ่ม Update
  2. เสียบ Charger
  3. ตรวจ Wi-Fi
  4. ทดสอบ Internet ด้วย Safari
  5. หยุด Download อื่น
  6. ลอง Wi-Fi อื่นหากจำเป็น
  7. เข้า Settings → General → iPhone Storage
  8. ตรวจพื้นที่ว่าง
  9. ใช้ Offload Unused Apps หากพื้นที่ไม่พอ
  10. คืนพื้นที่จากไฟล์/วิดีโอที่ไม่จำเป็น
  11. Restart iPhone หากยังอยู่ใน Settings และค้างผิดปกติ
  12. เข้า iPhone Storage
  13. หา iOS Update
  14. แตะ Delete Update
  15. กลับไป Settings → General → Software Update
  16. ดาวน์โหลดใหม่
  17. ถ้ายังค้าง ให้ Update ผ่าน Mac/PC
  18. บน Mac ใช้ Finder
  19. บน Windows ใช้ Apple Devices/iTunes ตามระบบที่รองรับ
  20. Update Software ของคอมก่อน
  21. ใช้สาย USB และ Port ที่เสถียร
  22. อย่าถอดสายกลางการติดตั้ง
  23. ถ้า Apple Logo + Progress Bar ยังทำงาน ให้รอ
  24. ถ้าระบบไม่ตอบสนองจริงจึง Force Restart
  25. Recovery Mode ใช้เมื่อ Update ปกติไม่สำเร็จและเครื่องเข้าเงื่อนไข
  26. เลือก Update ก่อน Restore หากยังมีทางเลือก
  27. จำไว้ว่า Restore ลบข้อมูล
  28. หาก Recovery Mode ยังไม่สำเร็จ ให้ติดต่อ Apple/บริการซ่อม

คำถามที่พบบ่อย

iPhone ค้าง Preparing Update ต้องทำอย่างไร

ตรวจ Wi-Fi, Charger และพื้นที่ iPhone ก่อน หากค้างซ้ำ Apple แนะนำให้เข้า Settings → General → iPhone Storage → เลือก Update → Delete Update แล้วดาวน์โหลดใหม่.

Verifying Update ค้างเพราะอะไร

หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือไม่สามารถติดต่อ Update Server ได้ Apple แนะนำให้ลอง Network เดิมอีกครั้ง จากนั้นลอง Network อื่นหรืออัปเดตผ่านคอมพิวเตอร์.

ลบไฟล์ iOS Update แล้วข้อมูลหายไหม

ไม่ คำสั่ง Delete Update ลบไฟล์ Software Update ที่ดาวน์โหลดไว้เพื่อให้สามารถดาวน์โหลดใหม่ ไม่ใช่ Erase iPhone.

iPhone พื้นที่ไม่พอ Update ทำอย่างไร

เข้า Settings → General → iPhone Storage และใช้ Offload Unused Apps หรือลบข้อมูลที่ไม่จำเป็น Apple ระบุว่าต้องมีพื้นที่ว่างเพียงพอสำหรับดาวน์โหลด Update.

Update iOS ต้องเสียบชาร์จไหม

Apple แนะนำให้เครื่องเชื่อมต่อแหล่งจ่ายไฟระหว่าง Over-the-air Update เพื่อป้องกันแบตหมดกลางกระบวนการ.

Apple Logo กับแถบโหลดไม่ขยับต้องปิดเครื่องไหม

ไม่ควรรีบปิด Apple ระบุว่า Progress Bar อาจเคลื่อนช้าหรือดูเหมือนไม่ขยับได้ หากระบบยังระบุว่ากำลัง Updating ให้ปล่อยให้ทำงานต่อ.

Update ผ่านคอมได้ไหม

ได้ บน Mac ใช้ Finder ส่วน PC ใช้เครื่องมือของ Apple ที่รองรับ เช่น Apple Devices/iTunes ตามระบบ โดยเลือกอุปกรณ์แล้ว Check for Update.

Update กับ Restore ต่างกันอย่างไร

Update มีเป้าหมายติดตั้ง Software โดยรักษาข้อมูล ส่วน Apple ระบุว่า Restore ติดตั้ง iOS ใหม่และลบข้อมูลทั้งหมด.

Recovery Mode ต้องใช้เมื่อไร

ใช้เมื่อเครื่องมีปัญหารุนแรง เช่น Apple Logo ค้างโดยไม่มี Progress Bar, ขึ้น Connect to Computer หรือ Update/Restore ปกติผ่านคอมไม่สำเร็จตามเงื่อนไขที่ Apple ระบุ.

Recovery Mode แล้วควรกด Update หรือ Restore

หากยังไม่ได้ลอง Update Apple ระบุให้ลอง Update ก่อน เพราะ Restore จะลบข้อมูลทั้งหมด.

Download ใน Recovery Mode เกิน 15 นาทีทำอย่างไร

Apple ระบุว่าเครื่องอาจออกจาก Recovery Screen ให้ปล่อย Computer ดาวน์โหลด Software ให้เสร็จ แล้วเข้า Recovery Mode ใหม่อีกครั้ง.

ต้อง Factory Reset เพราะ Preparing Update ค้างไหม

ไม่ควร เริ่มจาก Network, Storage, Restart, Delete Update, Download ใหม่ และ Update ผ่านคอมก่อน Factory Reset หรือ Restore.

สรุป

หาก iPhone อัปเดต iOS ไม่ได้ ค้างที่กำลังเตรียมหรือกำลังตรวจสอบ อย่าเริ่มจาก Factory Reset ให้ตรวจ Wi-Fi → Charger → iPhone Storage → Restart → ลบไฟล์ Update → ดาวน์โหลดใหม่ ก่อน โดย Apple ระบุชัดว่าการอัปเดตต้องมี Internet, Power และพื้นที่จัดเก็บเพียงพอ.

หากค้างที่ Preparing Update ซ้ำ ให้เข้า Settings → General → iPhone Storage → เลือกไฟล์ iOS Update → Delete Update แล้วกลับไป Software Update เพื่อดาวน์โหลดใหม่ ส่วนกรณี Unable to Verify/Check/Download ให้ลอง Network อื่นหรืออัปเดตผ่าน Computer.

ถ้าเข้าสู่ขั้น Apple Logo + Progress Bar แล้ว อย่ารีบ Force Restart เพราะ Apple ระบุว่า Progress Bar อาจเคลื่อนช้าหรือดูเหมือนหยุดได้ และควรให้เครื่องทำกระบวนการจนเสร็จหากยังมีสถานะ Updating.

สุดท้าย หาก Update แบบปกติและผ่านคอมยังไม่ได้จนต้องใช้ Recovery Mode ให้จำไว้ว่า Update กับ Restore ไม่เหมือนกัน — Apple ระบุว่า Restore จะติดตั้ง iOS ใหม่และลบข้อมูลทั้งหมด ดังนั้นถ้ายังไม่ได้ลอง Update ควรลอง Update ก่อน และหาก Recovery Mode ยังไม่สามารถ Update/Restore ได้จึงค่อยติดต่อ Apple หรือรับบริการ.