Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก iPhone โทรออกไม่ได้ รับสายไม่ได้ โทรแล้วขึ้น Call Failed หรือกดโทรแล้วสายตัดทันที อย่าเพิ่งสรุปว่าไมโครโฟน เสาสัญญาณ หรือเมนบอร์ดเสีย เพราะปัญหานี้สามารถเกิดได้จากทั้ง เครือข่ายมือถือ บัญชีกับค่าย SIM/eSIM การตั้งค่าการโทร Carrier Settings หรือ iOS
Apple ระบุว่า iPhone อาจโทรออกหรือรับสายไม่ได้เมื่อมีการตั้งค่าบางอย่างเปิดอยู่ ซอฟต์แวร์ไม่เป็นปัจจุบัน หรือเกิดปัญหากับเครือข่ายมือถือ.
วิธีที่ควรทำคือ ทดสอบทีละขั้นและลองโทรใหม่หลังแต่ละขั้นตอน เพื่อหาต้นเหตุให้ชัดก่อน Reset หรือส่งเครื่องซ่อม
ข้อความ Call Failed หมายถึงการโทรไม่สามารถเชื่อมต่อหรือดำเนินต่อได้สำเร็จ
อาการอาจเป็น
Apple ระบุว่าสาเหตุสามารถอยู่ที่ การตั้งค่า Software หรือ Network จึงไม่ควรเริ่มจากการซ่อม Hardware ทันที.
ตรวจ Status Bar ก่อน
ถ้าขึ้น
ปัญหาหลักอาจเป็นการเชื่อมต่อ Cellular Network มากกว่าตัว Phone App
Apple ระบุว่า No Service หรือ Searching หมายถึงเครื่องไม่ได้เชื่อมต่อกับ Cellular Network.
กรณีนี้ควรแก้เรื่องสัญญาณก่อน
สำหรับปัญหาโทรออกหรือรับสายไม่ได้ Apple แนะนำให้
Apple ระบุขั้นตอนนี้โดยตรงในแนวทางแก้ปัญหาโทรเข้า–ออกบน iPhone.
ถ้าเป็นกรณี No Service/SOS โดยเฉพาะ Apple มีคำแนะนำให้เปิด Airplane Mode อย่างน้อย 15 วินาทีเพื่อพยายามเชื่อมต่อ Cellular ใหม่.
หากยังโทรไม่ได้ ให้ Restart เครื่องหนึ่งครั้ง
Restart สามารถช่วยให้
โดยไม่ลบข้อมูล
หลังเครื่องเปิดขึ้นมา รอให้สัญญาณมือถือกลับมาก่อนแล้วลองโทรใหม่
Apple แนะนำโดยตรงให้ทดลอง โทรออกหรือรับสายใน Location อื่น ด้วย.
เพราะหาก
ที่บ้านโทรไม่ได้ → ออกไปอีกพื้นที่แล้วโทรได้
สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับ
มากกว่าตัว iPhone
หากผู้ใช้เครือข่ายเดียวกันหลายคนโทรไม่ได้พร้อมกัน ควรตรวจ Network Outage
Apple แนะนำให้ติดต่อ Carrier เพื่อยืนยันว่า
ดังนั้นในกรณีเครือข่ายล่ม Factory Reset iPhone ก็ไม่ช่วย
สาเหตุหนึ่งที่หลายคนมองข้ามคือปัญหา Account
Apple แนะนำให้ Carrier ตรวจว่า
ตัวอย่างเช่น
กรณีนี้ต้องแก้กับค่ายมือถือ ไม่ใช่กับ iOS
หากเพิ่ง
ให้ตรวจ Carrier Settings ด้วย
Apple ระบุว่าเมื่อเพิ่ม eSIM ใหม่หรือใส่ SIM Card ของ Carrier ใหม่ อาจจำเป็นต้องดาวน์โหลด Carrier Settings สำหรับเครือข่ายนั้น.
เชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ Cellular Network แล้วเข้า
Settings → General → About
หากมี Carrier Settings Update ระบบจะแสดงคำสั่ง Update
Apple ระบุว่า Carrier Settings Update สามารถปรับปรุง Cellular Network Connectivity และ Performance และยังสามารถเพิ่มการรองรับฟังก์ชัน เช่น 5G หรือ Wi-Fi Calling ได้.
ใช้เวลาอัปเดตไม่นานและไม่ลบข้อมูล
เข้า
Settings → General → About
ดูข้อมูลบริเวณ Carrier
Apple ระบุว่าสามารถแตะ Version Number เพื่อดูข้อมูล Carrier เพิ่มเติม และหากต้องการตรวจว่าเป็นเวอร์ชันล่าสุดจริงหรือไม่สามารถสอบถาม Carrier ได้.
Apple แนะนำให้ตรวจ iOS Software Update เมื่อโทรออกหรือรับสายไม่ได้ เพราะ Software ที่ไม่เป็นปัจจุบันเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการโทร.
เข้า
Settings → General → Software Update
ถ้ามี Update สำหรับเครื่อง ควร Backup ก่อนแล้วจึงติดตั้ง
อาการนี้เป็นไปได้
เพราะ
แม้จะใช้ Cellular Network เหมือนกัน แต่ปัญหาด้านบริการหรือ Account สามารถกระทบเฉพาะบางบริการได้
ถ้าอินเทอร์เน็ตยังใช้ได้แต่โทรไม่ได้ทุกเบอร์ ให้ Carrier ตรวจว่า Voice Calling Service และ Account ไม่มี Error ตามที่ Apple แนะนำ.
อย่าใช้การที่ “เน็ตเล่นได้” เป็นหลักฐานว่าเครือข่ายทุกส่วนปกติ
กรณีนี้ควรตรวจการตั้งค่าการรับสายโดยเฉพาะ
Apple แนะนำให้ตรวจ
เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เกิดอาการเหมือน “รับสายไม่ได้” ทั้งที่ Cellular Network ยังทำงานอยู่
เข้า
Settings → Focus → Do Not Disturb
ตรวจว่า Do Not Disturb ถูกเปิดอยู่หรือไม่
Apple แนะนำให้ตรวจเมนูนี้โดยตรงเมื่อรับสายไม่ได้.
หากเปิด Focus บางโหมดไว้ ควรตรวจด้วยว่าอนุญาตให้ใครโทรเข้าได้บ้าง
ถ้าเห็น Missed Call แต่ไม่เคยได้ยินเสียงเรียกเข้า อาจไม่ใช่ปัญหา Network
ให้ตรวจ
โดยเฉพาะ Silence Unknown Callers สามารถทำให้สายจากหมายเลขที่ระบบมองว่าไม่รู้จักถูก Silence ได้.
เข้า
Settings → Apps → Phone → Blocked Contacts
Apple แนะนำให้ตรวจรายชื่อที่ Block เมื่อไม่สามารถรับสายบางหมายเลขได้.
หากหมายเลขอยู่ใน Blocked Contacts ให้ปลด Block แล้วทดลองใหม่
กรณีนี้ให้ตรวจ Blocked Contacts ก่อน
เพราะหาก
A โทรไม่ได้
B โทรได้
C โทรได้
ปัญหาไม่น่าจะเป็น Network ของ iPhone ทั้งเครื่องเท่ากับกรณีที่ทุกหมายเลขโทรเข้าไม่ได้
ตรวจด้วยว่าเบอร์นั้นถูก Block หรือติด Silence Unknown Callers หรือไม่.
เข้า
Settings → Apps → Phone → Call Forwarding
Apple แนะนำให้ตรวจว่า Call Forwarding ปิดอยู่ เมื่อมีปัญหารับสาย.
หากเปิดอยู่ สายเข้าอาจถูกโอนไปยังหมายเลขอื่น ทำให้เข้าใจผิดว่า iPhone รับสายไม่ได้
เข้า
Settings → Apps → Phone → Silence Unknown Callers
หากเปิดฟังก์ชันนี้อยู่ สายจากหมายเลขที่ไม่รู้จักอาจไม่ดังตามปกติ
Apple ระบุว่าเมื่อฟังก์ชันนี้เปิด ผู้โทรควรเป็นหมายเลขที่อยู่ใน Contacts หรือ Recents หรือมีข้อมูลที่ระบบรู้จักตามเงื่อนไขที่ Apple ระบุ เพื่อให้สายผ่านตามปกติ.
หากไม่อยากพลาดสาย ให้เพิ่มหมายเลขสำคัญไว้ใน Contacts
อาการนี้ควรสงสัย Silence Unknown Callers เป็นอันดับต้น ๆ
ลองปิดชั่วคราวที่
Settings → Apps → Phone → Silence Unknown Callers
แล้วให้หมายเลขที่ไม่อยู่ใน Contacts โทรเข้ามาทดสอบอีกครั้ง.
ถ้ากลับมารับสายได้ แสดงว่าต้นเหตุไม่ใช่เสาสัญญาณ
หากใช้ 2 SIM หรือ 2 eSIM ให้เข้า
Settings → Cellular
แล้วตรวจแต่ละ Line ว่าเปิดอยู่
Apple ระบุว่าใน iPhone แบบ Dual SIM หาก Cellular Line ถูกปิด สามารถแตะ Line แล้วเปิด Turn On This Line จากนั้นตรวจ Service อีกครั้ง.
ถ้าเบอร์ที่ต้องการใช้โทรถูกปิดอยู่ การโทรก็อาจไม่ทำงานตามที่คาด
หากเข้า Settings → Cellular แล้วไม่เห็นหมายเลขที่ควรมีอยู่ Apple แนะนำให้ติดต่อ Carrier เพื่อ Set Up eSIM หรือใส่ Physical SIM ให้ถูกต้อง.
อย่าลบ eSIM ซ้ำไปมาเพื่อทดลองโดยไม่จำเป็น
หากลบแล้วอาจต้องให้เครือข่าย Activate ใหม่
หัวข้อ 480 จะครอบคลุมปัญหาเพิ่มหรือเปิด eSIM โดยเฉพาะ
หากใช้ Physical SIM สามารถ
Apple ระบุว่าหาก SIM เสีย ใส่ไม่พอดีกับ Tray หรือย้าย SIM มาจากอุปกรณ์อื่นแล้วมีปัญหา ควรขอ SIM ใหม่จาก Carrier.
ถ้าโทรออกได้ทุกหมายเลข ยกเว้นเพียงหมายเลขเดียว ไม่ควรรีบ Reset Network Settings ทั้งเครื่อง
ให้ตรวจ
การที่โทรหมายเลขอื่นได้ตามปกติเป็นข้อมูลสำคัญว่าบริการ Cellular ของ iPhone ยังทำงานอย่างน้อยบางส่วน
หากทุกหมายเลขขึ้น Call Failed ให้เน้นตรวจ
Apple ระบุให้ตรวจทั้ง Carrier, Software และ Network Settings เมื่อไม่สามารถโทรออกหรือรับสายได้.
หากอาการไม่แน่นอน เช่น
ให้สงสัย Coverage และ Network ก่อน
Apple แนะนำให้ลองโทรในสถานที่อื่นและให้ Carrier ตรวจว่ามี Local Service Outage หรือไม่.
ถ้ามี SOS หรือ No Service ร่วมด้วย ให้แก้ปัญหา Cellular Connection ก่อน
Apple แนะนำสำหรับ SOS/No Service ให้
หัวข้อ 477 ครอบคลุมเรื่อง SOS/No Service โดยตรง
หากขั้นตอนก่อนหน้ายังไม่ช่วย Apple แนะนำให้ Reset Network Settings
เข้า
Settings → General → Transfer or Reset iPhone → Reset → Reset Network Settings.
หลัง Reset ให้ทดลองโทรเข้าและโทรออกอีกครั้ง
Apple ระบุว่า Reset Network Settings จะลบหรือรีเซ็ตการตั้งค่า Network เช่น
จึงควรเตรียมรหัส Wi-Fi ไว้ก่อน
ไม่
Apple ระบุว่าสามารถ Reset Settings กลับค่าเริ่มต้นได้โดยไม่ลบ Content ของผู้ใช้ และ Reset Network Settings เป็นคนละคำสั่งกับ Erase All Content and Settings.
ดังนั้น
Reset Network Settings ≠ Factory Reset
ในเมนู Reset มีตัวเลือก Delete All eSIMs แยกต่างหาก
Apple ระบุว่าหากเลือกคำสั่งนี้ eSIM ทั้งหมดที่เก็บอยู่บน iPhone จะถูกลบ และต้องตั้งค่า eSIM หรือ Physical SIM ใหม่ก่อนกลับมาเชื่อมต่อ Cellular Network.
ดังนั้นหากต้องการเพียง Reset Network Settings อย่ากดผิดเมนู
Apple ระบุว่า Cellular Data Roaming อาจถูกปิดหลัง Reset Network Settings.
หากกำลังใช้งานต่างประเทศ หลัง Reset ควรกลับไปตรวจ
Settings → Cellular → Cellular Data Options → Data Roaming
อีกครั้ง
หากเดินทางต่างประเทศ ควรตรวจ
Apple แนะนำให้เปิด Data Roaming ตามความเหมาะสมเมื่อเดินทางต่างประเทศ และให้ Carrier ตรวจรายละเอียด Account เพราะมีเพียง Carrier ที่เข้าถึงข้อมูลบัญชี Cellular ได้.
ค่าใช้จ่าย Roaming ควรตรวจกับค่ายก่อนใช้
หาก Carrier รองรับ Wi-Fi Calling ฟังก์ชันนี้สามารถเป็นประโยชน์ในพื้นที่ที่ Cellular Coverage อ่อนแต่ Wi-Fi ดี
Apple ระบุว่า Carrier Settings Update สามารถเพิ่มการรองรับฟังก์ชัน เช่น Wi-Fi Calling ได้.
อย่างไรก็ตาม Wi-Fi Calling ต้องได้รับการรองรับจาก Carrier และตั้งค่าอย่างถูกต้อง
ไม่ควรใช้เป็นวิธีหลีกเลี่ยงการตรวจ SIM หรือ Account หาก Cellular ใช้ไม่ได้ทุกพื้นที่
ไม่ใช่ Intent เดียวกัน
ถ้าสายเชื่อมต่อสำเร็จ แต่
ควรตรวจ Microphone มากกว่า Call Failed
หัวข้อ 504 — ไมโครโฟน iPhone ใช้ไม่ได้ โทรแล้วปลายสายไม่ได้ยินเสียง จะครอบคลุมปัญหานี้โดยตรง
ถ้ารับสายได้สำเร็จแต่ไม่ได้ยินเสียงคู่สนทนา ปัญหานั้นต่างจาก “รับสายไม่ได้”
ควรตรวจ
ไม่ควร Reset Cellular Network เพียงเพราะไม่มีเสียงสนทนา หากสายยังเชื่อมต่อสำเร็จ
ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก
ก่อน Factory Reset ควรตรวจครบก่อน
Apple เองให้ขั้นตอนเหล่านี้เป็นแนวทางแก้ปัญหาการโทร โดยไม่ได้กำหนดให้ Factory Reset เป็นจุดเริ่มต้น.
Apple ระบุว่า iPhone ที่ใช้ iOS 18 หรือใหม่กว่า สามารถใช้ Apple Support app เวอร์ชันล่าสุดเพื่อเรียกใช้ Diagnostics เพิ่มเติม ซึ่งอาจช่วยหาสาเหตุของปัญหาได้.
หากทำวิธีพื้นฐานแล้วไม่หาย นี่เป็นอีกขั้นก่อนตัดสินใจซ่อม Hardware
ควรติดต่อ Carrier หาก
Apple แนะนำให้ Carrier ตรวจ Account Setup, Local Outages, Billing Blocks และ Call Errors ในระบบของ Carrier.
ควรเพิ่มความเป็นไปได้ของ Hardware เมื่อ
หาก Carrier ยืนยันว่าไม่มีปัญหากับ Account หรือ Network และสงสัย Hardware Apple ระบุว่าอุปกรณ์อาจต้องเข้ารับบริการ.
หาก iPhone โทรออกหรือรับสายไม่ได้ ขึ้น Call Failed ให้ทำตามลำดับนี้
Apple ระบุว่าการโทรอาจล้มเหลวจากการตั้งค่าบางอย่าง Software ที่ไม่เป็นปัจจุบัน หรือปัญหากับ Network จึงควรตรวจ Carrier, iOS และ Settings ก่อน.
สำหรับปัญหาการโทร Apple แนะนำให้เปิด Airplane Mode แล้วรอประมาณ 5 วินาที ก่อนปิดและทดลองโทรใหม่.
ควรตรวจ Do Not Disturb, Blocked Contacts, Call Forwarding และ Silence Unknown Callers ซึ่ง Apple ระบุเป็นจุดตรวจหลักเมื่อรับสายไม่ได้.
ตรวจ Settings → Apps → Phone → Silence Unknown Callers หากเปิดอยู่ สายจากบางหมายเลขที่ระบบไม่รู้จักอาจถูก Silence.
เชื่อมต่อ Wi-Fi หรือ Cellular Network แล้วเข้า Settings → General → About หากมี Update ระบบจะแสดงคำสั่งติดตั้ง.
รูป วิดีโอ และแอปไม่ถูกลบ แต่ Network Settings, Wi-Fi Networks/Passwords และการตั้งค่าบางประเภท เช่น VPN/APN จะถูก Reset.
Apple แยก Reset Network Settings ออกจาก Delete All eSIMs เป็นคนละตัวเลือก ดังนั้นต้องระวังไม่กด Delete All eSIMs โดยไม่ตั้งใจ.
ตรวจว่า Cellular Line เปิดอยู่ จากนั้นเข้า General → About เพื่อตรวจ Carrier Settings Update หาก Line หายหรือ eSIM ใช้ไม่ได้ ให้ติดต่อ Carrier.
ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก ควรตรวจ Network, Account, SIM/eSIM, Carrier Settings, iOS และ Reset Network Settings ก่อน ตามลำดับที่ Apple แนะนำ.
ให้ Carrier ตรวจ Account, Service Outage, Billing Block และ Error ในระบบการโทรก่อน หาก Carrier ยืนยันว่า Account และ Network ปกติ แต่ยังมีปัญหาทุกพื้นที่ จึงค่อยพิจารณาตรวจ Hardware.
เมื่อ iPhone โทรออกหรือรับสายไม่ได้ ขึ้น Call Failed อย่าเริ่มจาก Factory Reset หรือซ่อมเมนบอร์ดทันที
Apple ระบุว่าปัญหาการโทรสามารถเกิดจาก Settings, Software หรือ Cellular Network และแนะนำให้ตรวจ Carrier, Carrier Settings Update, iOS Update และการตั้งค่าการโทรต่าง ๆ ก่อน.
ถ้าโทรเข้าไม่ได้โดยเฉพาะ ให้ตรวจ Do Not Disturb → Blocked Contacts → Call Forwarding → Silence Unknown Callers ส่วนถ้าโทรออกและรับสายไม่ได้ทั้งหมด ให้เน้นตรวจ Coverage → Account → SIM/eSIM → Carrier Settings → iOS → Reset Network Settings.
หาก Carrier ยืนยันว่า บัญชีปกติ ไม่มีเครือข่ายล่ม SIM/eSIM ใช้งานได้ และไม่มี Call Error ฝั่งเครือข่าย แต่ iPhone ยังโทรไม่ได้ทุกพื้นที่แม้อัปเดตและ Reset Network Settings แล้ว จึงควรพิจารณาตรวจ Hardware แทนการเปลี่ยนชิ้นส่วนจากการคาดเดา.