Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก Touch ID ใช้ไม่ได้ สแกนนิ้วไม่ผ่าน ปลดล็อก iPhone ไม่ได้ หรือกด Add a Fingerprint แล้วเพิ่มลายนิ้วมือไม่สำเร็จ ยังไม่ควรรีบสรุปว่าปุ่ม Home หรือเซนเซอร์เสีย
Apple แนะนำให้เริ่มตรวจจาก อัปเดต iOS → ทำความสะอาดนิ้วและเซนเซอร์ → วางนิ้วให้ถูกต้อง → ตรวจเคสหรือฟิล์ม → ตรวจการตั้งค่า Touch ID → ลองเพิ่มนิ้วอื่น ก่อน หากยังขึ้นข้อความว่าไม่สามารถตั้งค่า Touch ID ได้ หรือเมนู Touch ID เป็นสีเทา จึงควรพิจารณาเข้ารับบริการ.
สำหรับ iPhone ที่รองรับ Touch ID เซนเซอร์จะอยู่บริเวณ ปุ่ม Home
Touch ID ใช้เซนเซอร์ลายนิ้วมือสำหรับยืนยันตัวตน เช่น
Apple ระบุว่า Touch ID มีเฉพาะ iPhone และ iPad บางรุ่นเท่านั้น และก่อนตั้งค่า Touch ID ต้องมี Passcode ของเครื่องก่อน.
นี่เป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุดแต่สำคัญมาก
Apple แนะนำให้ทั้ง นิ้วและ Touch ID Sensor สะอาดและแห้ง ก่อนใช้งาน.
ควรตรวจว่านิ้วไม่มี
และใช้ผ้านุ่มสะอาดที่ไม่เป็นขุยเช็ดบริเวณปุ่ม Touch ID
จากนั้นลองสแกนอีกครั้ง
ได้
Apple ระบุว่าความชื้น เหงื่อ น้ำมัน โลชั่น บาดแผล หรือผิวแห้ง สามารถส่งผลต่อการจดจำลายนิ้วมือได้.
ตัวอย่างที่อาจทำให้ Touch ID สแกนยากขึ้น ได้แก่
หากเพิ่งทำกิจกรรมเหล่านี้ ให้เช็ดมือและเซนเซอร์ให้แห้งก่อนลองใหม่
Apple แนะนำว่าเวลาสแกนควรให้ นิ้วครอบคลุม Touch ID Sensor ทั้งหมดและสัมผัสวงแหวนรอบเซนเซอร์ โดยไม่แตะเร็วเกินไปหรือขยับนิ้วไปมาระหว่างสแกน.
เวลาปลดล็อก ให้ลอง
ถ้าวางเพียงปลายขอบนิ้ว Touch ID อาจอ่านไม่สำเร็จ
เป็นไปได้ หากเคสหรือฟิล์มรบกวนบริเวณเซนเซอร์
Apple แนะนำให้ตรวจว่า เคสหรือ Screen Protector ไม่บัง Touch ID Sensor หรือวงแหวนรอบเซนเซอร์.
หากปัญหาเพิ่งเกิดหลัง
ให้ลองถอดอุปกรณ์ที่อาจบังบริเวณปุ่ม Home แล้วทดสอบอีกครั้ง
เข้าไปที่
การตั้งค่า → Touch ID และรหัส
จากนั้นใส่ Passcode
ตรวจว่าเปิดตัวเลือกที่ต้องการไว้ เช่น
และตรวจด้วยว่ามีลายนิ้วมือถูกเพิ่มไว้แล้วอย่างน้อยหนึ่งนิ้ว.
หาก Touch ID ใช้กับ App Store ไม่ได้ แต่ปลดล็อกเครื่องได้ ปัญหาอาจเป็นเพียงการตั้งค่า ไม่ใช่เซนเซอร์เสีย
เข้า
การตั้งค่า → Touch ID และรหัส → Add a Fingerprint
จากนั้นทำตามขั้นตอน
Apple ระบุว่าขั้นตอนตั้งค่า Touch ID จะให้ผู้ใช้ขยับตำแหน่งนิ้วทีละเล็กน้อยเพื่อเก็บข้อมูลทั้งส่วนกลางและขอบของปลายนิ้ว.
Apple แนะนำโดยตรงว่า หากลงทะเบียนนิ้วหนึ่งไม่สำเร็จ ให้ ลองใช้นิ้วอื่น.
วิธีนี้ช่วยแยกได้ว่า
ถ้านิ้วหนึ่งเพิ่มไม่ได้แต่นิ้วอื่นเพิ่มได้ แสดงว่าเซนเซอร์อาจยังทำงานอยู่
Apple ระบุว่าสามารถลงทะเบียน Touch ID ได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ.
หากเพิ่มไว้ครบแล้วและปุ่ม Add a Fingerprint ใช้งานไม่ได้ตามที่คาด ให้ตรวจรายการลายนิ้วมือเดิมก่อน
สามารถแตะลายนิ้วมือแต่ละรายการแล้วเลือก
Delete Fingerprint
เพื่อลบลายนิ้วมือที่ไม่ใช้ แล้วค่อยเพิ่มใหม่.
หาก Touch ID เคยทำงานได้แต่ระยะหลังสแกนยาก สามารถลองลบลายนิ้วมือเดิมและเพิ่มใหม่ได้
เข้า
การตั้งค่า → Touch ID และรหัส
เลือก Fingerprint ที่ต้องการลบ แล้วแตะ Delete Fingerprint
จากนั้นเลือก Add a Fingerprint แล้วสแกนใหม่.
เหมาะกับกรณีที่สภาพลายนิ้วมือเปลี่ยนไป เช่น มีแผลหรือผิวเปลี่ยนแปลงจากการทำงาน
หากตั้งไว้หลาย Fingerprint แล้วจำไม่ได้ว่าอันไหนเป็นนิ้วอะไร Apple มีวิธีตรวจง่าย ๆ
เข้า
Settings → Touch ID & Passcode
จากนั้นแตะนิ้วลงบน Touch ID Sensor
รายการลายนิ้วมือที่ตรงกับนิ้วนั้นจะถูกไฮไลต์ชั่วคราว.
จากนั้นสามารถเปลี่ยนชื่อให้เข้าใจง่าย เช่น
Apple ระบุให้ตรวจว่ากำลังใช้ iOS เวอร์ชันล่าสุดที่รองรับ เป็นขั้นตอนแรก ๆ ในการแก้ Touch ID.
เข้า
การตั้งค่า → ทั่วไป → รายการอัปเดตซอฟต์แวร์
หากมีอัปเดต ควร Backup ข้อมูลสำคัญก่อนดำเนินการ
โดยเฉพาะหาก Touch ID เริ่มมีปัญหาหลัง Update หรือหลังซ่อมเครื่อง ควรตรวจทั้ง Software Version และสถานะการซ่อม
หาก Touch ID เคยใช้ได้และอยู่ดี ๆ สแกนไม่ผ่าน ให้ Restart iPhone หนึ่งครั้ง
หลัง Restart ต้องจำไว้ว่า iPhone จะ要求ให้ใส่ Passcode ก่อน ในบางสถานการณ์ แทนการใช้ Touch ID
Apple ระบุว่า Passcode จะถูกขอหลังอุปกรณ์เพิ่ง Restart.
ดังนั้นหากเพิ่ง Restart แล้ว Touch ID ยังไม่ยอมปลดล็อกทันที ไม่ได้แปลว่าเซนเซอร์เสีย
ให้ใส่ Passcode หนึ่งครั้งก่อน
Apple ระบุว่า หากระบบ ไม่สามารถจดจำลายนิ้วมือได้ 5 ครั้งติดต่อกัน เครื่องจะขอ Passcode แทน Touch ID.
นี่เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย
ดังนั้นถ้าขึ้นให้กรอกรหัสหลังสแกนผิดหลายครั้ง ให้ใส่ Passcode ที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงใช้ Touch ID ต่อ
มีหลายสถานการณ์ที่ Apple กำหนดให้ใช้ Passcode แทน Touch ID เช่น
ดังนั้นการถูกขอ Passcode บางครั้งเป็นพฤติกรรมปกติ ไม่ใช่ Touch ID เสีย
เป็นไปได้
ฟังก์ชันการกดปุ่ม Home และการอ่านลายนิ้วมือเป็นคนละส่วนของการทำงาน
จึงอาจเกิดอาการ
หากทำความสะอาด อัปเดตระบบ ลบและเพิ่มลายนิ้วมือใหม่แล้วยังไม่ได้ ควรตรวจระบบ Touch ID เพิ่มเติม
Apple ระบุว่าหากยังไม่สามารถเปิด Touch ID หรือเมนูเป็นสีเทา อุปกรณ์อาจจำเป็นต้องเข้ารับบริการ.
หากระหว่างเพิ่มลายนิ้วมือขึ้นข้อความประมาณ
Failed – Unable to Complete Touch ID Setup
Apple ระบุว่า หากทำขั้นตอนพื้นฐานทั้งหมดแล้วยังพบข้อความนี้ อุปกรณ์ อาจจำเป็นต้องเข้ารับบริการ.
ก่อนนำไปตรวจ ให้ลองครบก่อน
ถ้ายังขึ้น Error เดิม ไม่ควร Factory Reset ซ้ำโดยไม่ตรวจฮาร์ดแวร์
Apple ระบุว่า หาก Touch ID เป็นสีเทา Dimmed/Grayed Out หรือไม่สามารถเปิดใช้งานได้ หลังจากทำขั้นตอนแก้ไขแล้ว เครื่องอาจต้องเข้ารับบริการ.
อาการนี้แตกต่างจากกรณีสแกนนิ้วไม่แม่นธรรมดา
โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นหลัง
ควรแจ้งประวัติเหล่านี้ให้ช่างทราบ
หากอาการเริ่มทันทีหลังการซ่อม ควรตรวจประวัติการซ่อมและสถานะชิ้นส่วนก่อน
ในระบบซ่อมรุ่นที่รองรับ Apple มี Repair Assistant สำหรับทำ Calibration หลังเปลี่ยนชิ้นส่วนบางประเภท และ Apple ระบุว่าหากการซ่อมที่ต้อง Calibration ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ฟังก์ชันอย่าง Face ID หรือ Touch ID อาจยังไม่สามารถใช้ปลดล็อกเครื่อง ชำระเงิน หรือ Sign in เข้าแอปได้.
ดังนั้นหาก Touch ID หายทันทีหลังซ่อม ไม่ควรสรุปว่าเป็นบั๊ก iOS อย่างเดียว
ใน iPhone รุ่นที่รองรับ สามารถตรวจข้อมูลการซ่อมได้ที่
การตั้งค่า → ทั่วไป → เกี่ยวกับ → Parts & Service History
สำหรับอุปกรณ์และชิ้นส่วนที่ Repair Assistant รองรับ อาจเห็นสถานะเกี่ยวกับการซ่อมที่ยังต้องดำเนินการให้เสร็จ.
หากเห็น Finish Repair หลังมีการเปลี่ยนชิ้นส่วน ควรดำเนินขั้นตอน Repair Assistant ตามคำแนะนำก่อน
กรณีนี้อาจเป็นเพียงการตั้งค่า
เข้า
Settings → Touch ID & Passcode
ตรวจว่าเปิด iTunes & App Store อยู่หรือไม่
Apple ระบุว่าสามารถเปิดหรือปิดการใช้ Touch ID แยกสำหรับ Passcode, App Store และ Apple Pay ได้.
ดังนั้นหากปลดล็อกเครื่องด้วย Touch ID ได้ตามปกติ แต่ซื้อแอปไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องรีบซ่อมเซนเซอร์
หาก Touch ID ปลดล็อก iPhone ได้ปกติ แต่ใช้กับแอปใดแอปหนึ่งไม่ได้ ให้ตรวจการตั้งค่าภายในแอปนั้นก่อน
หลายแอปมีตัวเลือกเปิดหรือปิด Biometric Login แยกจากระบบ iPhone
จึงควรลอง
หาก Touch ID ใช้ได้กับระบบ iPhone แสดงว่าตัวเซนเซอร์ยังสามารถทำงานได้ในระดับหนึ่ง
หากอ่านได้แต่ต้องลองหลายครั้ง ให้เริ่มจาก
Apple ระบุว่าการเพิ่ม Fingerprint หลายรายการอาจทำให้การจดจำใช้เวลามากขึ้นเล็กน้อย โดยรองรับสูงสุด 5 ลายนิ้วมือ.
จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มนิ้วเดิมซ้ำจำนวนมากโดยไม่มีเหตุผล
ได้
Apple ระบุโดยตรงว่า
สามารถรบกวนการอ่านลายนิ้วมือได้.
หากปลายนิ้วมีแผล ให้ลองใช้นิ้วอื่นที่ลงทะเบียนไว้ก่อน
หากสภาพลายนิ้วเปลี่ยนไปนาน ๆ อาจลบ Fingerprint เดิมแล้วสแกนใหม่หลังนิ้วกลับสู่สภาพปกติ
ไม่จำเป็น
Apple ระบุระหว่างการตั้งค่า Touch ID ว่าให้ แตะ Touch ID Sensor โดยไม่ต้องกด แล้วรอจนเครื่องสั่นหรือแจ้งให้ยกนิ้ว.
การกดแรงไม่ได้ช่วยให้ระบบอ่านลายนิ้วมือดีขึ้น
สิ่งสำคัญคือการวางนิ้วให้ครอบคลุมเซนเซอร์และอย่าขยับไปมาเร็วเกินไป
ไม่หาย
การลบ Fingerprint เป็นเพียงการลบลายนิ้วมือที่บันทึกสำหรับ Touch ID ออกจากการตั้งค่า ไม่ใช่ Factory Reset
Apple ระบุว่าสามารถเข้า Touch ID & Passcode แล้วเลือก Fingerprint จากนั้นแตะ Delete Fingerprint ได้โดยตรง.
รูป วิดีโอ แอป และไฟล์อื่นจึงไม่ถูกลบจากขั้นตอนนี้
โดยทั่วไป ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก
ก่อนคิดถึงการล้างเครื่อง ให้ทำตามแนวทางหลักของ Apple ให้ครบก่อน ได้แก่
หากระบบขึ้น Unable to Complete Touch ID Setup หรือ Touch ID เป็นสีเทา การเข้ารับบริการมีเหตุผลมากกว่าการ Factory Reset ซ้ำ ๆ.
ควรพิจารณาเข้ารับบริการหาก
Apple ระบุว่ากรณีเหล่านี้อาจจำเป็นต้องได้รับบริการ.
หาก Touch ID ใช้ไม่ได้หรือเพิ่มลายนิ้วมือไม่ได้ ให้ทำตามลำดับนี้
ได้ Apple ระบุว่าความชื้น เหงื่อ โลชั่น น้ำมัน บาดแผล และผิวแห้งสามารถมีผลต่อการอ่านลายนิ้วมือ ควรเช็ดนิ้วและเซนเซอร์ให้สะอาดและแห้งก่อนลองอีกครั้ง.
อัปเดต iOS เช็ดนิ้วและเซนเซอร์ ถอดสิ่งที่บังเซนเซอร์ แล้วลองเพิ่มนิ้วอื่น หากยังขึ้น Unable to Complete Touch ID Setup Apple ระบุว่าอุปกรณ์อาจต้องเข้ารับบริการ.
Apple ระบุว่าสามารถเพิ่มได้สูงสุด 5 Fingerprints.
ไม่หาย การ Delete Fingerprint ลบเฉพาะข้อมูล Touch ID ของลายนิ้วมือนั้น ไม่ได้ลบรูป แอป หรือข้อมูลใน iPhone.
หลัง Restart Apple กำหนดให้ใส่ Passcode ก่อน จึงเป็นพฤติกรรมปกติของระบบรักษาความปลอดภัย ไม่ได้หมายความว่า Touch ID เสีย.
Apple ระบุว่าหลังระบบจดจำลายนิ้วมือไม่สำเร็จ 5 ครั้งติดต่อกัน จะต้องใช้ Passcode แทน ให้กรอก Passcode ที่ถูกต้องก่อน แล้วจึงใช้งาน Touch ID ต่อ.
เป็นไปได้ หากปุ่ม Home ยังตอบสนองแต่ Touch ID เพิ่ม Fingerprint ไม่ได้หรือเมนูถูกปิดใช้งาน ควรตรวจระบบ Touch ID เพิ่มเติม หากขั้นตอนพื้นฐานไม่ช่วย Apple ระบุว่าเครื่องอาจต้องเข้ารับบริการ.
ตรวจ Parts & Service History และสถานะการซ่อมก่อน ในอุปกรณ์ที่รองรับ หากการ Calibration ยังไม่เสร็จ Apple ระบุว่า Touch ID อาจยังใช้งานสำหรับปลดล็อก ชำระเงิน หรือ Sign in เข้าแอปไม่ได้จนกว่าจะ Finish Repair ผ่าน Repair Assistant.
เมื่อ Touch ID ใช้ไม่ได้หรือเพิ่มลายนิ้วมือไม่ได้ อย่าเพิ่งล้างเครื่องหรือสรุปว่าเซนเซอร์เสีย
ให้เริ่มจาก อัปเดต iOS → ทำความสะอาดนิ้วและเซนเซอร์ → วางนิ้วให้ถูกต้อง → ถอดเคสหรือฟิล์ม → ตรวจ Touch ID Settings → ลบและเพิ่ม Fingerprint ใหม่ → ทดลองนิ้วอื่น
หากขึ้นข้อความ Failed – Unable to Complete Touch ID Setup, ไม่สามารถเปิด Touch ID หรือเมนู Touch ID กลายเป็นสีเทา หลังทำขั้นตอนทั้งหมดแล้ว Apple ระบุว่าอุปกรณ์อาจจำเป็นต้องเข้ารับบริการ.
และหากปัญหาเกิดขึ้นหลังการซ่อมเครื่อง ให้ตรวจ Parts & Service History และสถานะ Finish Repair ด้วย เพราะการซ่อมที่ยัง Calibration ไม่สมบูรณ์ในอุปกรณ์ที่รองรับสามารถทำให้ Touch ID ยังใช้งานไม่ได้.