Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก iPhone เข้า Recovery Mode แล้วออกไม่ได้ หน้าจอมักแสดงรูปสายเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ หรือข้อความลักษณะ support.apple.com/iphone/restore และแม้ลอง Restart แล้วก็กลับมาหน้าเดิมอีกครั้ง
กรณีนี้อย่าเพิ่งตกใจและ อย่ารีบกด Restore เพราะ Apple แนะนำให้เริ่มจากการ Restart เครื่องก่อน หาก Restore Screen ยังคงกลับมา จึงค่อยเชื่อมต่อกับ Mac หรือ Windows แล้วเลือก Update เพื่อพยายามติดตั้ง iOS ใหม่โดยเก็บข้อมูลส่วนตัวไว้.
Recovery Mode เป็นโหมดสำหรับช่วยแก้ปัญหาเมื่อ iPhone ไม่สามารถเริ่มระบบหรืออัปเดตและกู้คืนระบบได้ตามปกติ
Apple ระบุสถานการณ์ที่อาจต้องใช้ Recovery Mode เช่น
ดังนั้น การที่เครื่องอยู่ Recovery Mode ไม่ได้แปลว่าฮาร์ดแวร์เสียเสมอไป
Apple แนะนำว่าเมื่อ Restore Screen ปรากฏ ให้เชื่อมต่ออุปกรณ์กับคอมพิวเตอร์และ Restart เครื่องก่อน.
สำหรับ iPhone 8 หรือใหม่กว่า รวมถึง iPhone SE รุ่นที่ 2 และใหม่กว่า ให้ทำดังนี้
นี่คือขั้นตอน Force Restart ตามคู่มือ Apple.
หากเครื่องเปิดเข้าหน้าจอล็อกหรือหน้าจอหลักตามปกติ แสดงว่าสามารถออกจาก Recovery Mode ได้แล้ว
สำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ให้กด
ปุ่มด้านข้างหรือปุ่มด้านบน + ปุ่มลดเสียง
พร้อมกันค้างไว้จนเห็นโลโก้ Apple แล้วจึงปล่อย
Apple ระบุวิธี Restart สำหรับรุ่นกลุ่มนี้ไว้โดยตรงในคำแนะนำกรณี Restore Screen.
สำหรับ iPhone 6s, iPhone SE รุ่นแรก และรุ่นเก่าที่เกี่ยวข้อง ให้กด
ปุ่ม Home + ปุ่มด้านข้างหรือด้านบน
พร้อมกันค้างไว้จนเห็นโลโก้ Apple แล้วปล่อยปุ่ม.
หากเครื่องสามารถเข้าสู่ iOS ได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้อง Restore
หากเกิดลักษณะ
Recovery Mode → Force Restart → โลโก้ Apple → กลับหน้า Connect to computer
แสดงว่าการ Restart เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถทำให้ iPhone เริ่มระบบได้สำเร็จ
Apple ระบุว่า หาก Restore Screen ยังคงปรากฏหลัง Restart จำเป็นต้องติดตั้ง iOS ใหม่ผ่านคอมพิวเตอร์.
ขั้นตอนต่อไปจึงเป็นการเชื่อมต่อเครื่องกับ Mac หรือ Windows
ให้ใช้สาย USB ที่สามารถรับส่งข้อมูลได้ เชื่อมต่อ iPhone เข้ากับคอมพิวเตอร์
Apple แนะนำว่า
และควรใช้ Apple Devices เวอร์ชันล่าสุดบน Windows.
ระหว่างขั้นตอนซ่อมระบบ ไม่ควรถอด iPhone ออกจากคอมพิวเตอร์จนกว่ากระบวนการจะเสร็จ.
นี่คือจุดสำคัญที่สุดของบทความนี้
เมื่อคอมพิวเตอร์ตรวจพบ iPhone ที่อยู่ใน Recovery Mode ระบบอาจแสดงตัวเลือก
Update
และ
Restore
หากยังไม่ได้ลอง Update ให้เลือก Update ก่อน
Apple ระบุโดยตรงในคำแนะนำ Restore Screen ว่าให้เลือก Update ไม่ใช่ Restore เพื่อพยายามติดตั้ง iOS ใหม่พร้อมรักษาข้อมูลส่วนตัวไว้.
จำง่าย ๆ ว่า
Update = พยายามซ่อมระบบโดยรักษาข้อมูล
Restore = ลบข้อมูลและติดตั้ง iOS ใหม่
ตามคำแนะนำของ Apple การเลือก Update บนหน้าจอ Restore Screen เป็นการติดตั้ง iOS ใหม่โดยพยายามรักษาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ไว้.
ดังนั้นหากมี
ควรลอง Update ก่อน Restore
อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่เครื่องมีปัญหาระบบรุนแรง ไม่ควรถือว่าข้อมูลปลอดภัย 100% จนกว่าจะสามารถเปิดเครื่องและสำรองข้อมูลได้สำเร็จ
Apple ระบุชัดว่า Factory Restore จะ ลบข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมดออกจาก iPhone และติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่.
ดังนั้นก่อนกด Restore ควรตรวจว่า
หากไม่มี Backup และข้อมูลมีความสำคัญมาก อย่ากด Restore โดยไม่เข้าใจผลที่จะเกิดขึ้น
บางครั้งคอมพิวเตอร์ต้องดาวน์โหลดไฟล์ iOS ซึ่งอาจใช้เวลานาน
Apple ระบุว่า หากการดาวน์โหลดใช้เวลานานกว่า 15 นาที iPhone อาจออกจากหน้าจอ Connect to computer ได้ ในกรณีนี้ให้ปล่อยให้ดาวน์โหลดไฟล์จนเสร็จก่อน แล้วจึงนำเครื่องเข้า Recovery Mode ใหม่.
ดังนั้นถ้าเครื่องออกจาก Recovery Mode ระหว่างดาวน์โหลด ไม่จำเป็นต้องยกเลิกการดาวน์โหลดทันที
หากเครื่องออกจาก Recovery Mode ก่อนกระบวนการเสร็จ สำหรับ iPhone 8 หรือใหม่กว่า ให้
Apple ระบุลำดับนี้สำหรับการนำ iPhone 8 หรือใหม่กว่าเข้าสู่ Recovery Mode.
ข้อแตกต่างที่ต้องจำคือ
ปล่อยปุ่มเมื่อเห็น โลโก้ Apple
กดปุ่มต่อแม้เห็นโลโก้ Apple จนขึ้น Connect to computer
หาก Update สำเร็จ iPhone ควร Restart และพยายามเข้าสู่ iOS ตามปกติ
หลังจากเปิดเครื่องได้ ควร
หากกลับมา Recovery Mode ซ้ำ แสดงว่าปัญหายังไม่ถูกแก้สมบูรณ์
หาก Update ไม่สามารถทำให้ iPhone เปิดขึ้นมาได้ Apple ระบุว่า Recovery Mode สามารถใช้ Restore เครื่องได้ และหากยังไม่ได้ลอง Update ควรลอง Update ก่อน Restore.
หากจำเป็นต้อง Restore ต้องเข้าใจว่า
Restore จะลบข้อมูลทั้งหมดบน iPhone
แล้วติดตั้ง iOS ใหม่.
ดังนั้น Restore ควรเป็นขั้นตอนหลังจากตัดสินใจเรื่องข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
เมื่อ Factory Restore สำเร็จ คอมพิวเตอร์จะติดตั้ง iOS ใหม่ และ iPhone จะกลับมาแสดงหน้าจอ Hello เพื่อเริ่มตั้งค่าเครื่องใหม่.
หากมี Backup สามารถนำข้อมูลจาก Backup กลับมาในขั้นตอนตั้งค่าเครื่องภายหลังได้
Apple ระบุเพิ่มเติมว่าการ Restore iPhone ด้วยคอมพิวเตอร์ ไม่ได้ลบ eSIM โดยอัตโนมัติ.
หากกระบวนการไม่ผ่านและคอมพิวเตอร์แสดง Error Code อย่ากดซ้ำอย่างเดียวโดยไม่จดหมายเลข Error
ควรตรวจ
หากปัญหายังคงอยู่ Apple มีแนวทางแยกสำหรับข้อผิดพลาดระหว่าง Update และ Restore และหาก Recovery Mode ไม่สามารถ Update หรือ Restore เครื่องได้ อุปกรณ์อาจต้องเข้ารับบริการ.
เป็นไปได้
หากปุ่ม
ทำงานผิดปกติ อาจทำให้ไม่สามารถ Force Restart หรือควบคุม Recovery Mode ได้ตามปกติ
Apple ระบุว่า หากไม่สามารถใช้ Recovery Mode เพราะปุ่มเสียหรือปุ่มค้าง อุปกรณ์อาจจำเป็นต้องเข้ารับบริการ.
ไม่เหมือนกัน
Recovery Mode เป็นโหมดที่ Apple มีคำแนะนำอย่างเป็นทางการสำหรับการ Update หรือ Restore ผ่าน Finder และ Apple Devices.
สำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่ iPhone ขึ้น Connect to computer ควรเริ่มจาก Recovery Mode และขั้นตอนของ Apple ก่อน ไม่จำเป็นต้องกระโดดไปใช้ขั้นตอนขั้นสูงอื่นทันที
ในบริบทการแก้ปัญหานี้เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด
Apple เรียกหน้าจอรูปสายเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ว่า Restore Screen และหากหน้าจอยังคงกลับมาหลัง Restart จะต้องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เพื่อ Update หรือติดตั้ง iOS ใหม่.
ดังนั้นหากผู้ใช้พูดว่า
มักกำลังพูดถึงกระบวนการแก้ปัญหากลุ่มเดียวกัน
ควรพิจารณาเข้ารับบริการหาก
Apple ระบุว่าเครื่องอาจต้องเข้ารับบริการหากไม่สามารถ Update หรือ Restore ด้วย Recovery Mode หรือไม่สามารถใช้ Recovery Mode เพราะปุ่มมีปัญหา.
ถ้า iPhone เข้า Recovery Mode แล้วออกไม่ได้ ให้ทำตามลำดับนี้
ได้ในบางกรณี หากเครื่องเพียงเข้า Recovery Mode โดยไม่ได้มีปัญหาระบบรุนแรง การ Force Restart อาจทำให้เครื่องกลับเข้าสู่ iOS ได้ แต่ถ้า Restore Screen กลับมาอีก Apple แนะนำให้ติดตั้ง iOS ใหม่ผ่านคอมพิวเตอร์.
Force Restart เป็นการบังคับให้ iPhone Restart ไม่ใช่ Factory Restore ส่วนขั้นตอนที่ Apple ระบุว่าจะลบข้อมูลคือ Restore.
หากยังไม่ได้ลอง Update ให้เริ่มจาก Update ก่อน เพราะ Apple ระบุว่าการ Update จาก Restore Screen จะพยายามติดตั้ง iOS ใหม่และรักษาข้อมูลส่วนตัวไว้.
อาจจำเป็นต้อง Restore หาก Update ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ต้องจำว่า Restore จะลบข้อมูลบนเครื่อง หากไม่สามารถ Update หรือ Restore ได้เลย Apple ระบุว่าเครื่องอาจต้องเข้ารับบริการ.
หาก Force Restart แล้วเครื่องกลับเข้าสู่ Connect to computer อีกครั้ง แสดงว่า iPhone ยังไม่สามารถเริ่ม iOS ได้ตามปกติ Apple แนะนำให้เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์แล้วใช้ Update เพื่อติดตั้งระบบใหม่.
การอยู่ใน Recovery Mode เพียงอย่างเดียวไม่ได้เท่ากับการล้างข้อมูล แต่การเลือก Restore จะลบข้อมูลและการตั้งค่าของเครื่อง.
อาการ iPhone เข้า Recovery Mode แล้วออกไม่ได้ ควรเริ่มจาก Force Restart ก่อน หากเครื่องกลับเข้าหน้าจอปกติได้ก็ไม่จำเป็นต้อง Restore
แต่ถ้า Restart แล้วกลับมาที่หน้าจอ Connect to computer อีก ให้เชื่อมต่อกับ Mac หรือ Windows และเลือก Update ก่อน Restore เพราะ Apple ระบุว่า Update สามารถติดตั้ง iOS ใหม่พร้อมพยายามรักษาข้อมูลส่วนตัวไว้.
ส่วน Restore ควรเป็นขั้นตอนหลัง เพราะจะลบข้อมูลและการตั้งค่าทั้งหมดบน iPhone หากทำ Recovery Mode แล้ว Update หรือ Restore ไม่สำเร็จ หรือปุ่มสำหรับควบคุมเครื่องเสีย ควรนำ iPhone เข้ารับบริการแทนการลองซ้ำไปเรื่อย ๆ.