Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

อาการ iPhone ค้างที่โลโก้ Apple เปิดเครื่องแล้วเห็นรูปแอปเปิลแต่ไม่เข้าหน้าจอหลัก อาจเกิดขึ้นระหว่างการเปิดเครื่อง หลังอัปเดต iOS หลังย้ายข้อมูล หรือหลัง Restore เครื่อง โดยอาการนี้แตกต่างจาก iPhone เปิดไม่ติด เพราะตัวเครื่องสามารถเริ่มกระบวนการเปิดระบบได้แล้ว แต่ไม่สามารถเข้าสู่ iOS ได้สำเร็จ
หาก iPhone แสดงโลโก้ Apple อยู่หลายนาทีโดยไม่มีแถบความคืบหน้า Apple ระบุว่าเป็นหนึ่งในกรณีที่อาจจำเป็นต้องใช้ Recovery Mode เพื่อแก้ไขระบบ.
ก่อนทำ Restore ซึ่งอาจลบข้อมูลทั้งหมด ควรไล่แก้จากขั้นตอนที่มีความเสี่ยงต่ำก่อน
อาการค้างที่โลโก้ Apple มีอย่างน้อย 2 ลักษณะที่ควรแยกออกจากกัน
หากเห็นเพียงโลโก้ Apple และค้างอยู่นานหลาย分钟โดยไม่เข้าสู่ระบบ Apple ระบุว่าเป็นสถานการณ์ที่อาจต้องใช้ Recovery Mode.
หากเพิ่ง
แล้วเห็นโลโก้ Apple พร้อมแถบด้านล่าง อย่ารีบปิดเครื่องทันที
Apple ระบุว่าแถบความคืบหน้าอาจเคลื่อนที่ช้ามากหรือดูเหมือนไม่ขยับ และบางกรณีแถบอาจวิ่งจนจบแล้วเริ่มใหม่อีกครั้งได้.
หากเครื่องกำลังอัปเดตหรือ Restore อยู่ การเห็นแถบที่ดูเหมือนค้างไม่ได้หมายความว่ากระบวนการหยุดทำงานเสมอไป
สำหรับการอัปเดตแบบไร้สาย Apple แนะนำให้ต่อ iPhone เข้ากับแหล่งจ่ายไฟเพื่อป้องกันเครื่องแบตหมดระหว่างกระบวนการ.
หากกดปุ่มแล้วเครื่องแสดงข้อความว่ากำลังอัปเดตอยู่ แสดงว่ากระบวนการยังทำงานอยู่.
ดังนั้นถ้าแถบยังมีการเคลื่อนไหว ไม่ควรรีบ Force Restart หรือถอดสายระหว่างการอัปเดต
กรณีที่เกิดหลัง Restore จาก Backup หรือย้ายข้อมูลจากเครื่องเดิม Apple แนะนำให้ตรวจว่า แถบความคืบหน้าไม่ขยับอย่างน้อย 1 ชั่วโมงจริงหรือไม่
หากไม่ขยับเกิน 1 ชั่วโมง จึงเชื่อมต่อ iPhone กับคอมพิวเตอร์และนำเครื่องเข้า Recovery Mode.
ดังนั้นอย่าเพิ่งสรุปว่าเครื่องค้างหลังรอเพียงไม่กี่นาที
หาก iPhone ค้างและไม่มีการตอบสนอง สามารถลองบังคับรีสตาร์ทก่อนเข้าสู่ขั้นตอน Recovery Mode
รวมถึง iPhone SE รุ่นที่ 2 และใหม่กว่า
นี่เป็นลำดับ Force Restart ที่ Apple กำหนดสำหรับ iPhone รุ่นดังกล่าว.
หลังจากเครื่องเริ่มใหม่ ให้ดูว่าสามารถเข้าสู่หน้าจอ Lock Screen ได้หรือยัง
หากกลับมาค้างที่โลโก้ Apple เหมือนเดิม ให้เข้าสู่ขั้นตอน Recovery Mode
หาก Force Restart แล้วกลับมาค้างที่โลโก้ Apple หรือโลโก้ค้างอยู่นานโดยไม่มีความคืบหน้า ให้เตรียมคอมพิวเตอร์
สำหรับ Mac รุ่นปัจจุบันให้ใช้ Finder
สำหรับ Windows ให้ใช้ Apple Devices เวอร์ชันล่าสุด ตามคำแนะนำปัจจุบันของ Apple.
จากนั้น
สำหรับ iPhone 8 หรือใหม่กว่า รวมถึง iPhone SE รุ่นที่ 2 และใหม่กว่า
จุดที่สำคัญมากคือ ในการเข้า Recovery Mode ต้อง กดปุ่มด้านข้างต่อแม้โลโก้ Apple จะปรากฏแล้ว จนกระทั่งขึ้นหน้าจอเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์.
สำหรับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus
นี่เป็นวิธี Recovery Mode ที่ Apple กำหนดสำหรับ iPhone 7 และ 7 Plus.
สำหรับ iPhone 6s, iPhone SE รุ่นแรก และรุ่นเก่าที่เกี่ยวข้อง
Apple ระบุขั้นตอนนี้สำหรับอุปกรณ์กลุ่มดังกล่าว.
นี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดสำหรับคนที่มีข้อมูลอยู่ในเครื่อง
เมื่อคอมพิวเตอร์ตรวจพบ iPhone ใน Recovery Mode อาจแสดงตัวเลือก
Update
และ
Restore
ถ้ายังไม่ได้ลอง Update ให้เลือก Update ก่อน ในสถานการณ์ที่ระบบเปิดไม่ขึ้น เพราะเป็นความพยายามติดตั้งหรืออัปเดต iOS โดยหลีกเลี่ยงการเริ่มต้นด้วยการล้างเครื่อง ส่วน Apple ระบุชัดว่า Restore จะติดตั้ง iOS ใหม่และลบข้อมูลบน iPhone.
ดังนั้น หากมีข้อมูลสำคัญและไม่มี Backup:
อย่าเลือก Restore โดยไม่เข้าใจว่าจะมีการลบข้อมูล
บางครั้งคอมพิวเตอร์ต้องดาวน์โหลดไฟล์ระบบก่อนเริ่มการกู้คืน
Apple ระบุว่า หากการดาวน์โหลดใช้เวลานานกว่า 15 นาที iPhone อาจออกจากหน้าจอ Connect to computer ได้ ในกรณีนี้ให้รอจนดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เสร็จก่อน แล้วจึงนำ iPhone เข้า Recovery Mode อีกครั้ง.
ดังนั้นถ้าเครื่องกลับมาแสดงโลโก้ Apple ระหว่างที่คอมกำลังดาวน์โหลดไฟล์ ไม่ได้แปลว่าขั้นตอนล้มเหลวเสมอไป
ถ้าลอง Update ผ่าน Recovery Mode แล้ว iPhone ยังไม่สามารถเปิดระบบได้ Apple ระบุว่าสามารถใช้ Recovery Mode เพื่อ Restore เครื่องได้.
แต่ต้องจำไว้ว่า
Restore = ลบข้อมูลบนเครื่องและติดตั้ง iOS ใหม่
หากมี Backup ใน iCloud หรือคอมพิวเตอร์ สามารถนำข้อมูลกลับมาหลังจาก Restore และตั้งค่าเครื่องใหม่ได้
แต่หากไม่มี Backup และข้อมูลในเครื่องสำคัญมาก ควรพิจารณาเรื่องข้อมูลให้รอบคอบก่อนกด Restore
อาการนี้อาจเกิดขึ้นระหว่างการ Migration หรือ Restore จาก Backup โดย Apple มีคำแนะนำเฉพาะสำหรับกรณีที่โลโก้ Apple พร้อมแถบความคืบหน้าค้างหลังย้ายหรือกู้คืนข้อมูล.
ให้ดูแถบก่อน
หลังการอัปเดตหรือ Restore เครื่องสามารถแสดงโลโก้ Apple พร้อมแถบความคืบหน้าได้ และระยะเวลาของกระบวนการอาจแตกต่างกันตามจำนวนไฟล์และประเภทของการดำเนินการ.
ดังนั้นหากเพิ่งอัปเดต iOS แล้วเห็นโลโก้กับแถบ ไม่ควรรีบปิดเครื่องทันที
หากกระบวนการไม่เสร็จหรือเครื่องไม่ตอบสนอง Apple แนะนำให้ลอง Force Restart และหากยังมีปัญหาอาจจำเป็นต้องเข้ารับบริการ.
ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว
เครื่องเปิดขึ้นมาแล้วโลโก้ Apple อยู่บนหน้าจอต่อเนื่อง ไม่เข้าสู่หน้าจอหลัก
เครื่องขึ้นโลโก้ Apple → ดับ → เปิดใหม่ → ขึ้นโลโก้อีกครั้ง วนไปเรื่อย ๆ
หาก iPhone ของคุณ เปิดแล้วดับและกลับมาเปิดใหม่ซ้ำ ๆ จะตรงกับหัวข้อถัดไปของเรา:
454. iPhone เปิดแล้วดับวนซ้ำหรือ Boot Loop เกิดจากอะไร
การแยกสองอาการนี้ออกจากกันช่วยให้เลือกวิธีตรวจสอบได้ตรงขึ้น
ควรพิจารณาเข้ารับบริการหาก
Apple ระบุว่าเครื่องอาจจำเป็นต้องเข้ารับบริการ หากไม่สามารถ Update หรือ Restore ผ่าน Recovery Mode หรือไม่สามารถเข้า Recovery Mode เพราะปุ่มเสียหรือค้าง.
ถ้า iPhone ค้างที่โลโก้ Apple ให้ทำตามลำดับนี้
ไม่มีเวลาตายตัวสำหรับทุกกรณี โดยเฉพาะหากมีแถบความคืบหน้าหลังอัปเดตหรือ Restore เพราะ Apple ระบุว่าแถบอาจเดินช้าและระยะเวลาขึ้นอยู่กับกระบวนการและจำนวนไฟล์.
หากเป็นกรณีย้ายข้อมูลหรือ Restore จาก Backup และแถบไม่ขยับเลยเกิน 1 ชั่วโมง Apple แนะนำให้เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และเข้า Recovery Mode.
อาการค้างเองไม่ได้หมายความว่าข้อมูลถูกลบ และการเลือก Update ในขั้นตอน Recovery เป็นทางเลือกที่ควรลองก่อนหากยังไม่ได้ลอง แต่ถ้าเลือก Restore จะลบข้อมูลบน iPhone.
ไม่จำเป็น หากยังไม่ได้ลอง Update ควรลอง Update ก่อนตามแนวทางของ Apple ส่วน Restore จะลบข้อมูลและติดตั้ง iOS ใหม่.
สำหรับ iPhone รุ่นใหม่ เมื่อกดเพิ่มเสียง → ลดเสียง → ปุ่มด้านข้าง ต้อง กดปุ่มด้านข้างต่อไปแม้โลโก้ Apple จะขึ้นแล้ว จนกว่าจะเห็นหน้าจอ Connect to computer จึงจะเข้าสู่ Recovery Mode.
หากไม่สามารถ Update หรือ Restore เครื่องผ่าน Recovery Mode ได้ Apple แนะนำว่าอุปกรณ์อาจจำเป็นต้องเข้ารับบริการ.
เมื่อ iPhone ค้างที่โลโก้ Apple สิ่งสำคัญคืออย่ารีบ Restore เครื่องทันที
ถ้ามีแถบความคืบหน้า ให้ตรวจว่ากระบวนการยังทำงานอยู่หรือไม่ หากไม่มีความคืบหน้าและเครื่องไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ ให้ลอง Force Restart และใช้ Recovery Mode ตามลำดับ
เมื่อคอมพิวเตอร์ให้เลือกระหว่าง Update กับ Restore หากยังไม่ได้ลอง Update ให้เริ่มจาก Update ก่อน เพราะ Restore จะลบข้อมูลทั้งหมดบน iPhone
หาก Update หรือ Restore ไม่สำเร็จ หรือเครื่องไม่สามารถเข้า Recovery Mode ได้ จึงควรพิจารณาให้ Apple หรือผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้ตรวจสอบตัวเครื่องต่อไป