Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หากสงสัยว่า มือถือติดไวรัส ติดมัลแวร์ หรือมีแอปอันตราย อย่าใช้เพียงอาการ “เครื่องช้า แบตหมดไว หรือมีโฆษณาเด้ง” แล้วสรุปทันทีว่าเครื่องติดไวรัส เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดจากแอปทั่วไป พื้นที่เต็ม แบตเสื่อม เว็บไซต์ที่ได้รับสิทธิ์แจ้งเตือน หรือปัญหาของระบบได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม หากเกิดหลายอาการพร้อมกัน เช่น มีแอปไม่รู้จัก โฆษณาเด้งไม่หยุด Browser เปิดเว็บไซต์เอง Play Protect แจ้งเตือนแอปอันตราย หรือแอปขอสิทธิ์ผิดปกติ ควรตรวจสอบทันที
Google ระบุว่า Google Play Protect ตรวจแอปและอุปกรณ์เพื่อหาพฤติกรรมที่เป็นอันตราย ตรวจแอปจากแหล่งอื่นนอก Play Store และสามารถแจ้งเตือน ปิดใช้งาน หรือลบแอปอันตรายในบางกรณีได้.
อาการที่ควรสังเกต ได้แก่:
Google ระบุว่า Pop-up ที่ไม่หาย, Tab ใหม่เปิดเอง และ Browser ถูก Redirect ไปหน้าเว็บหรือโฆษณาที่ไม่คุ้นเคย เป็นอาการที่ควรตรวจหา Unwanted Software หรือ Malware.
แต่ อาการเพียงข้อเดียวไม่สามารถยืนยันได้ 100% ว่าติดไวรัส
ในการใช้งานทั่วไป คนมักเรียกรวมว่า “ไวรัสมือถือ”
แต่คำว่า Malware กว้างกว่าและหมายถึงซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายหลายประเภท
Google เรียกแอปที่อาจก่ออันตรายว่า Potentially Harmful Apps และระบุว่าแอปอันตรายเหล่านี้บางครั้งเรียกว่า Malware.
ดังนั้นเมื่อพูดถึง “มือถือไวรัส” ในบทความนี้ จะรวมถึง:
ที่มีพฤติกรรมผิดปกติด้วย
ไม่เสมอไป
โฆษณาอาจเกิดจาก:
Google จึงแนะนำให้ผู้ใช้ที่พบ Pop-up หรือ Ads ผิดปกติ เริ่มจากตรวจ Problematic Apps, Play Protect และ Website Notifications แทนการสรุปทันทีว่าเครื่องติดไวรัส.
ควรตรวจเพิ่มเติม
โดยเฉพาะอาการ:
ไม่ได้เปิด Chrome แต่ Chrome เด้งขึ้นมาเอง
หรือ
เข้าเว็บหนึ่งแล้วเด้งไปเว็บอื่นตลอด
Google ระบุว่า Browser ถูก Redirect ไปเว็บไซต์หรือ Ads ที่ไม่คุ้นเคย และ Tab ใหม่เปิดเอง เป็นหนึ่งในอาการของ Unwanted Software ที่ควรตรวจสอบ.
ถ้าเกิดเฉพาะเว็บไซต์เดียว อาจเป็นปัญหาของเว็บไซต์
แต่ถ้าเกิดแม้อยู่หน้า Home Screen ควรตรวจแอปในเครื่องเพิ่ม
ถ้าไม่ได้:
แต่จู่ ๆ มีแอปที่ไม่รู้จักปรากฏขึ้น ควรตรวจสอบ
โดยเฉพาะถ้าแอปดังกล่าวมาพร้อม:
ให้ตรวจแอปนั้นทันที
แต่อย่าลืมว่าแอปบางตัวอาจกลับมาจาก Backup ได้ จึงต้องดูบริบทก่อนสรุปว่าเป็น Malware
Android มีเครื่องมือ Security ที่ควรใช้ก่อนติดตั้ง Antivirus เพิ่ม คือ Google Play Protect
Google ระบุว่า Play Protect:
ดังนั้นควรเริ่มตรวจจาก Play Protect ก่อน
โดยทั่วไปบน Android:
Google Play Store > รูปโปรไฟล์ > Play Protect
จากนั้นเลือก:
Scan
และเข้า Settings ของ Play Protect เพื่อตรวจว่า Scan apps with Play Protect เปิดอยู่
Google แนะนำให้เปิด Play Protect ไว้ และระบบสามารถตรวจแอปจากแหล่งอื่นนอก Google Play ได้ด้วย.
หาก Play Protect แจ้งเตือนแอปที่เป็นอันตราย ควรอ่านข้อความและทำตามคำแนะนำของระบบ
Google ระบุว่า Play Protect สามารถ:
Potentially Harmful Apps ได้ตามระดับความเสี่ยง.
ถ้าเป็นแอปที่ไม่รู้จักและไม่จำเป็นต้องใช้ ไม่ควรฝืนเปิดใช้งานเพียงเพราะแอปบอกให้ปิด Play Protect
ถ้าเจอข้อความ:
ปิด Play Protect ก่อนติดตั้ง
แอปนี้ปลอดภัย ให้ Ignore Warning
ต้องปิด Security ก่อนถึงใช้งานได้
ควรหยุดและตรวจสอบแหล่งที่มาของแอปก่อน
Google แนะนำให้เปิด Play Protect ไว้ เพราะระบบนี้ใช้ตรวจ Harmful Behavior และ Potentially Harmful Apps.
อย่าปิดระบบป้องกันเพียงเพื่อให้อยู่ดี ๆ APK ที่ไม่รู้จักติดตั้งได้
ถ้าอาการเริ่มหลังติดตั้ง APK จาก:
ให้แอปนั้นอยู่ในกลุ่มที่ต้องตรวจเป็นอันดับต้น ๆ
Google Play Protect ตรวจ Potentially Harmful Apps จากแหล่งอื่นนอก Google Play ได้ด้วย.
หากแอปไม่จำเป็นและไม่สามารถยืนยันแหล่งที่มาได้ ให้พิจารณาถอนการติดตั้ง
นี่เป็นกับดักที่พบได้บ่อย
หน้าเว็บอาจขึ้น:
ตรวจพบไวรัส 7 ตัว
มือถือเสียหาย 68%
ต้องติดตั้ง Cleaner ภายใน 2 นาที
Google แนะนำว่าเมื่อพบ Pop-up ที่น่าสงสัย ไม่ควรกด และควรแก้ผ่านการตรวจแอป Play Protect และ Browser Settings.
บน iPhone Apple ก็เตือนว่ามี Pop-up และ Ads หลอกลวงที่อ้างว่าอุปกรณ์มีปัญหาด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ Social Engineering.
ดังนั้นข้อความจากเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ผลตรวจไวรัสที่เชื่อถือได้
อย่าเชื่อทันที
Apple ระบุว่ามิจฉาชีพใช้ Pop-up และ Advertisement ที่ทำให้ผู้ใช้เชื่อว่าอุปกรณ์มี Security Problem เพื่อหลอกให้ดำเนินการบางอย่าง.
ถ้า Safari ขึ้น:
Virus detected!
Your iPhone is infected!
Apple Security Warning!
อย่ากด:
จากหน้าเว็บดังกล่าว
ได้
Apple ระบุว่า iPhone และ iPad มีการตรวจ Third-party Apps ที่ติดตั้งไว้กับ Malware ที่ Apple ระบุได้ และหากตรวจพบแอปที่มี Malware ระบบสามารถป้องกันไม่ให้เปิดแอปและแจ้งให้ผู้ใช้ Delete App.
ดังนั้นต้องแยก:
อาจเป็น Scam Pop-up
นี่เป็น Security Alert ของระบบที่ควรให้ความสำคัญและ Apple แนะนำให้ลบแอปนั้น.
Apple แนะนำให้ Delete App ที่ระบบแจ้งว่ามี Malware และไม่สามารถเปิดได้.
ไม่ควรเลือกเปิดกลับเพียงเพราะต้องการใช้งานต่อ หากไม่เข้าใจความเสี่ยง
หากมีเวอร์ชันใหม่ที่ปลอดภัยกว่า ระบบอาจเสนอทางเลือก Update หรือ Install เวอร์ชันใหม่แทน.
หากไม่รู้ว่าแอปไหนทำให้เครื่องผิดปกติ ให้ใช้ Safe Mode
Google ระบุว่า Safe Mode สามารถช่วยแยกได้ว่าแอปที่ดาวน์โหลดมาเป็นต้นเหตุหรือไม่
หลักการคือ:
มีแนวโน้มว่า Downloaded App เป็นสาเหตุ
อาจไม่ใช่ Downloaded App และต้องตรวจสาเหตุอื่นต่อ.
Google แนะนำให้:
อย่าลบทุกแอปพร้อมกัน เพราะจะไม่รู้ว่าต้นเหตุจริงคืออะไร
อย่าตัดสินจากประเภทแอปอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจาก แอปที่เพิ่งติดตั้งก่อนเกิดอาการ
ตัวอย่างเช่น:
ไม่ได้หมายความว่าแอปประเภทเหล่านี้ทั้งหมดเป็น Malware
จุดสำคัญคือ เวลาเริ่มมีอาการสัมพันธ์กับการติดตั้งแอปใดหรือไม่
อย่าดูเพียงหน้า Home Screen
เข้า:
Settings > Apps
แล้วตรวจรายการแอปทั้งหมด
ให้สังเกต:
แต่อย่าลบ System App แบบสุ่ม เพราะ Android และผู้ผลิตมี System Components จำนวนมากที่ชื่ออาจไม่คุ้นเคย
ไม่เสมอไป
Google ระบุว่าแอปที่ดาวน์โหลดมาบางตัวสามารถทำให้โทรศัพท์:
ได้ และแนะนำ Safe Mode เพื่อช่วยระบุ Problem App.
ดังนั้นเครื่องช้าอาจเกิดจาก Problem App โดยไม่จำเป็นต้องเป็นไวรัส
ยังอาจเกิดจาก:
จึงควรดูอาการหลายอย่างประกอบ
ไม่สามารถยืนยันจากสองอาการนี้อย่างเดียว
แอปที่:
ก็ทำให้เครื่องร้อนและกินแบตได้
แต่ถ้าเครื่องร้อนและ Battery Drain เกิดพร้อมกับ:
ควรตรวจ Security และ Apps เพิ่มขึ้น
Google ระบุว่าอาการอย่าง:
เป็นสัญญาณที่ควรตรวจหา Unwanted Software หรือ Malware.
ให้ตรวจ:
ไม่ควรแก้ด้วยการลบ Chrome เพียงอย่างเดียว
ดูชื่อที่อยู่บน Notification
ถ้าเขียน:
Chrome
และมีชื่อ Website อยู่ด้วย อาจเป็น Site Notification ที่คุณเคยกด Allow
Google แนะนำให้หยุด Notification จากเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนแก้ Pop-ups และ Malware บน Android.
จึงควรปิด Permission เว็บไซต์นั้น ไม่ใช่กด Notification เพื่อ “ล้างไวรัส”
ถ้าปัญหาเกิดใน Browser ให้ตรวจ Chrome:
Chrome > Settings > Site settings > Pop-ups and redirects
แล้ว Block Pop-ups ตามตัวเลือกที่ Chrome แสดง
Google มีการตั้งค่า Pop-ups บน Android และระบุว่าหาก Pop-up ยังคงเกิดผิดปกติควรตรวจ Malware หรือ Unwanted Software เพิ่มเติม.
Apple แนะนำบน iPhone/iPad ให้เข้า:
Settings > Apps > Safari
แล้วเปิด:
หาก Pop-up ไม่ยอมหาย Apple แนะนำให้หลีกเลี่ยงการโต้ตอบกับ Pop-up และ Update Software.
ควรใช้ iOS รุ่นล่าสุดที่อุปกรณ์รองรับ โดยเฉพาะเมื่อมี Security Update
Apple ระบุในปี 2026 ว่ามี Web-based Attacks ที่อาจโจมตี iPhone ที่ใช้ iOS รุ่นเก่าผ่าน Malicious Web Content และแนะนำให้อัปเดต iOS เพื่อปกป้องข้อมูล.
ดังนั้นอย่าปล่อย iPhone ไม่ Update เป็นเวลานานโดยไม่มีเหตุผล
หากกำลัง Troubleshoot ปัญหา Security ควรตรวจ:
ควบคู่กับการ Scan Play Protect
แต่การ Update ไม่ได้แทนการลบแอปอันตรายที่ Play Protect หรือการตรวจสอบพบ
Accessibility เป็น Permission ที่มีอำนาจสูงบนอุปกรณ์
หากแอปที่ไม่รู้จักบอกว่า:
เปิด Accessibility เพื่อยืนยันตัวตน
เปิดเพื่อรับเงิน
เปิดเพื่ออัปเดตโทรศัพท์
อย่าเปิดโดยไม่ตรวจสอบผู้พัฒนาและแหล่งที่มา
โดยเฉพาะแอปที่ติดจาก APK หรือมีคนส่งลิงก์มาให้ควรได้รับการตรวจอย่างละเอียดก่อนให้ Permission สำคัญ
สิทธิ์เหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลสำคัญ เช่น:
อย่าอนุญาตแอปที่ไม่มีเหตุผลต้องใช้
หากพบแอปไม่รู้จักมี Permission สูง ให้ตรวจ App Info และพิจารณาถอนการติดตั้ง
หากกำลังพบพฤติกรรมรุนแรง เช่น:
สามารถตัดการเชื่อมต่อ Wi-Fi/Mobile Data ชั่วคราวระหว่างตรวจเครื่องเพื่อลดการเชื่อมต่อที่ไม่จำเป็น
จากนั้นตรวจ Apps และ Security Settings ก่อนเชื่อมต่อกลับ
แต่ไม่จำเป็นต้องปิดอินเทอร์เน็ตทุกครั้งเพียงเพราะมี Pop-up หนึ่งครั้ง
กรณีนี้ไม่ใช่แค่การกำจัด Malware
ควรเปลี่ยน Password ของ Account ที่กรอกไปผ่าน แอปหรือเว็บไซต์ทางการ
หากใช้ Password เดียวกันกับหลายบริการ ควรเปลี่ยนบริการอื่นที่ใช้ Password ซ้ำด้วย
สำหรับ Apple หากสงสัยว่า Account ถูกบุคคลอื่นเข้าถึง Apple มีขั้นตอนเฉพาะสำหรับการกลับมาควบคุม Apple Account.
และหากเคยกรอก Apple Account หรือข้อมูลสำคัญบนเว็บไซต์หลอก Apple แนะนำให้รีบเปลี่ยน Password.
ควรถือว่า Account มีความเสี่ยง
ให้ดำเนินการทันที เช่น:
และหากเกี่ยวข้องกับ Mobile Banking ให้ติดต่อธนาคารผ่านช่องทางทางการ
การลบ Malware อย่างเดียวไม่สามารถย้อนกลับ Credential ที่ถูกส่งให้ผู้อื่นไปแล้วได้
Apple Threat Notification เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
Apple ระบุว่า Threat Notifications ถูกออกแบบมาสำหรับผู้ใช้ที่อาจตกเป็นเป้าหมายของ Mercenary Spyware ซึ่งเป็นการโจมตีที่มีทรัพยากรสูงและมุ่งเป้าไปยังบุคคลจำนวนน้อยมาก ไม่ใช่ Pop-up ไวรัสทั่วไปที่คนส่วนใหญ่เจอ.
Apple ยังระบุว่า Threat Notification ของจริงจะไม่ขอให้:
Apple ระบุว่าสามารถ Sign in ที่ Apple Account ของตัวเองโดยตรง และหากมี Threat Notification ที่ Apple ส่งจริง จะปรากฏอย่างชัดเจนในหน้าบัญชี.
ดังนั้นหากได้รับ Email หรือ SMS ที่บอกว่า:
Apple พบ Spyware กดลิงก์นี้ทันที
อย่ากดลิงก์นั้นเพื่อยืนยัน
ให้เข้า Account ของ Apple ด้วยตัวเอง
สำหรับ iPhone ที่ใช้ iOS 16 ขึ้นไป Apple มี Safety Check
เข้า:
Settings > Privacy & Security > Safety Check
Apple ระบุว่า Safety Check ช่วยตรวจและจัดการ:
ฟังก์ชันนี้มีประโยชน์เมื่อกังวลเรื่องการเข้าถึงข้อมูลหรือ Account แต่ไม่ใช่ Antivirus Scanner แบบ Play Protect
บน Android ควรเริ่มจาก Google Play Protect ซึ่งเป็นระบบในแพลตฟอร์มและตรวจ Potentially Harmful Apps อยู่แล้ว.
หากต้องการ Security App เพิ่ม ควรเลือกจากบริษัทที่น่าเชื่อถือและติดตั้งจาก Store ทางการ
อย่าเลือก Antivirus เพียงเพราะ Pop-up บอกว่า:
พบไวรัส คลิกติดตั้งตอนนี้
เพราะตัว Pop-up เองอาจเป็นการหลอกลวง
Cleaner ส่วนใหญ่มุ่ง:
ส่วน Security/Antivirus มุ่งตรวจ:
ดังนั้นการล้าง Cache ไม่เท่ากับการกำจัด Malware
และแอปที่ใช้ชื่อว่า “Cleaner” ไม่ได้หมายความว่าจะเป็น Security App ที่เชื่อถือได้โดยอัตโนมัติ
หลังถอนแอปน่าสงสัย:
ถ้าอาการหายหลังถอนแอปหนึ่งและ Safe Mode ก่อนหน้านั้นก็ไม่มีอาการ ยิ่งสนับสนุนว่าแอปดังกล่าวเกี่ยวข้องกับปัญหา.
ต้องตรวจว่าเกิดจาก:
ก่อนสรุปว่า Malware ติดตั้งตัวเองกลับมา
หากไม่อยู่ในสถานการณ์เหล่านี้และแอปที่ไม่รู้จักกลับมาซ้ำ ควรให้ความสำคัญกับการตรวจ Security มากขึ้น
ไม่ควรเป็นขั้นแรก
ก่อน Factory Reset ให้ลอง:
Google แนะนำลำดับหลักสำหรับ Android ที่มี Pop-up/Malware โดยเริ่มจาก Remove Problematic Apps, ป้องกันเครื่องด้วย Play Protect และหยุด Notification จากเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการ.
หากทุกวิธีไม่ช่วยและเครื่องยังมีพฤติกรรมรุนแรง จึงค่อยพิจารณา Backup และ Factory Reset
ก่อน Reset ต้องแน่ใจว่าจำ:
และ Backup:
อย่า Factory Reset โดยไม่รู้ Account เพราะอาจเกิดปัญหาการยืนยันเจ้าของเครื่องหลัง Reset
หากสงสัยว่าแอปใดเป็นต้นเหตุ ไม่ควรรีบติดตั้งหรือ Restore แอปนั้นกลับโดยไม่ตรวจสอบ
หลัง Reset ควรเลือกติดตั้งเฉพาะแอปที่:
เพื่อป้องกันการนำ Problem App กลับมาอีก
แอปอันตรายบางประเภทมีเป้าหมายด้านข้อมูลหรือความเป็นส่วนตัว และ Google Play Protect มีหน้าที่ตรวจ Harmful Behavior รวมถึงเตือนเกี่ยวกับ Potentially Harmful Apps.
ดังนั้นหากพบหลักฐานว่าแอปอันตรายอยู่ในเครื่อง ควรตรวจบัญชีสำคัญเพิ่มเติมด้วย โดยเฉพาะหากเคยกรอกข้อมูลหรือให้ Permission สำคัญแก่แอปดังกล่าว
หากพบ:
ควรติดต่อธนาคารหรือผู้ให้บริการ Account ผ่านช่องทางทางการทันที
พร้อม:
เพราะสถานการณ์นี้อาจเกี่ยวข้องกับ Credential หรือ Financial Account แล้ว ไม่ใช่แค่ปัญหาโทรศัพท์
แนวทางพื้นฐานคือ:
สำหรับ iPhone Apple แนะนำให้เปิด Block Pop-ups และ Fraudulent Website Warning ใน Safari และ Update Software เมื่อมี Security Update.
หากสงสัยว่า มือถือมี Malware ให้ทำตามนี้:
อย่ากด Pop-up ที่บอกว่าพบไวรัส
ดูว่าเพิ่งติดตั้งแอปอะไร
Android ให้ Scan Play Protect.
ถอนแอปน่าสงสัย
เข้า Safe Mode ถ้าหาแอปต้นเหตุไม่ได้.
ตรวจ Chrome Pop-ups และ Website Notifications.
Update ระบบและแอป
iPhone ให้เปิด Safari Block Pop-ups และ Fraudulent Website Warning.
ถ้า iOS แจ้งตรง ๆ ว่าแอปมี Malware ให้ Delete App ตามคำแนะนำ Apple.
เปลี่ยน Password หากเคยกรอกข้อมูลในเว็บไซต์หรือแอปน่าสงสัย
Factory Reset เฉพาะเมื่อแก้ขั้นอื่นแล้วยังไม่หาย
ไม่เสมอไป Google ระบุว่า Downloaded Apps บางตัวสามารถทำให้เครื่องช้า ค้าง Crash หรือ Restart ได้ จึงควรใช้ Safe Mode ช่วยหา Problem App ก่อน.
ไม่เสมอไป อาจเป็น Website Notification หรือ Problem App แต่ Google ระบุว่า Pop-up ต่อเนื่องและ Redirect ผิดปกติเป็นอาการที่ควรตรวจ Unwanted Software.
เริ่มจาก Google Play Protect ซึ่งตรวจแอปและอุปกรณ์เพื่อหา Harmful Behavior และ Potentially Harmful Apps.
Google ระบุว่า Play Protect สามารถเตือน Disable หรือ Remove Harmful Apps ในบางกรณีได้.
Apple มีระบบตรวจ Third-party Apps สำหรับ Malware ที่ Apple ระบุได้ และหากตรวจพบ iPhone/iPad สามารถป้องกันไม่ให้เปิดแอปและแนะนำให้ Delete App.
ไม่ควรเชื่อจาก Pop-up เพียงอย่างเดียว Apple ระบุว่า Pop-up และ Ads ที่อ้างว่าอุปกรณ์มี Security Problem เป็นรูปแบบหนึ่งของ Social Engineering Scam.
ไม่ควรทำเป็นขั้นแรก ควรตรวจ Problem Apps, Play Protect, Safe Mode และ Browser Permissions ก่อน.
Android ควรเริ่มจาก Play Protect ก่อน หากต้องการแอปเพิ่มควรเลือกผู้พัฒนาที่น่าเชื่อถือและติดตั้งจาก Store ทางการ ไม่ใช่จาก Pop-up ที่อ้างว่าเครื่องติดไวรัส
หากสงสัยว่า มือถือติดไวรัสหรือ Malware อย่าใช้เพียงอาการเดียวตัดสิน ให้ดูหลายสัญญาณร่วมกัน เช่น:
สำหรับ Android ให้เริ่มจาก Google Play Protect ซึ่ง Google ระบุว่าสามารถตรวจ Potentially Harmful Apps และเตือน Disable หรือ Remove แอปที่เป็นอันตรายในบางกรณีได้.
หากหาแอปต้นเหตุไม่เจอ ให้ใช้ Safe Mode เพราะ Google ระบุว่าถ้าอาการหายเมื่ออยู่ใน Safe Mode มีแนวโน้มว่า Downloaded App เป็นสาเหตุ จากนั้นให้ถอนแอปที่เพิ่งติดตั้งทีละตัว.
สำหรับ iPhone อย่าเชื่อ Pop-up จากเว็บไซต์ที่บอกว่า “ตรวจพบไวรัส” ทันที เพราะ Apple เตือนว่า Pop-up หรือ Ads ที่อ้างว่าอุปกรณ์มี Security Problem สามารถเป็น Social Engineering Scam ได้ แต่ถ้า iOS แจ้งโดยตรงว่า Third-party App มี Malware และป้องกันไม่ให้เปิดแอป Apple แนะนำให้ Delete App นั้น.
สำหรับผู้อ่าน comsiam วิธีที่ปลอดภัยกว่าการรีบ Factory Reset คือ หาแอปที่เพิ่งติดตั้ง → Scan Play Protect → ทดสอบ Safe Mode → ตรวจ Browser Notifications และ Pop-ups → Update ระบบ ก่อน เพราะหลายกรณีแก้ได้โดยไม่ต้องล้างข้อมูลทั้งเครื่อง
comsiam แนะนำว่า หากพบแอปน่าสงสัยพร้อมกับมีการ Login บัญชีแปลก ๆ, OTP ที่ไม่ได้ขอ หรือธุรกรรมที่ไม่ได้ทำ อย่าหยุดแค่ลบแอป ควรเปลี่ยน Password ตรวจอุปกรณ์ที่ Sign in และติดต่อผู้ให้บริการทางการที่เกี่ยวข้องทันที เพราะปัญหาอาจลุกลามจากตัวโทรศัพท์ไปถึงบัญชีและข้อมูลสำคัญแล้ว