มือถือขึ้นแจ้งเตือนว่าพบไวรัส เชื่อถือได้หรือไม่? วิธีแยกคำเตือนจริงกับ Pop-up หลอก

หากมือถือขึ้นข้อความว่า “พบไวรัส”, “Virus Detected”, “Your phone is infected”, “พบไวรัส 7 ตัว”, “มือถือของคุณตกอยู่ในอันตราย” อย่ารีบกดปุ่ม Scan, Clean, Download หรือ Install ทันที เพราะคำเตือนลักษณะนี้อาจเป็นได้ทั้ง คำเตือนจริงจากระบบรักษาความปลอดภัย และ Pop-up หรือ Notification ปลอมจากเว็บไซต์ที่พยายามหลอกให้ติดตั้งแอปหรือกรอกข้อมูล

Google ระบุว่าอาการอย่างข้อความเตือนเรื่องไวรัส, Pop-up ที่ไม่หาย และ Tab ใหม่ที่เปิดเองเป็นอาการที่ควรตรวจหา Malware หรือ Unsafe Software แต่การตรวจสอบควรทำผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของ Android เช่น Google Play Protect ไม่ใช่เชื่อข้อความบนเว็บไซต์ทันที.

สำหรับ iPhone Apple เตือนว่า Pop-up บางชนิดใช้ข้อความเตือนหรือรางวัลปลอมเพื่อทำให้ผู้ใช้คิดว่ามาจาก Apple หรือบริษัทที่น่าเชื่อถือ จากนั้นหลอกให้เปิดเผยข้อมูลหรือติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ไม่ต้องการ.

① ข้อความ “พบไวรัส” ไม่ได้แปลว่ามีไวรัสจริงเสมอไป

สิ่งสำคัญที่สุดคือดูว่า ข้อความนั้นมาจากไหน

ถ้ามาจาก:

  • หน้าเว็บไซต์
  • Chrome Notification
  • Safari Pop-up
  • โฆษณาเต็มหน้าจอ
  • เว็บไซต์ที่เพิ่งเปิด

อย่าเชื่อทันที

เพราะเว็บไซต์สามารถสร้างหน้าตาให้คล้าย System Warning ได้ และ Apple ระบุว่า Pop-up ปลอมสามารถใช้คำเตือนเพื่อหลอกให้ผู้ใช้เชื่อว่าเป็นข้อความจากบริษัทที่เชื่อถือได้.

แต่หากเป็นคำเตือนจากระบบจริง เช่น:

  • Google Play Protect
  • Android Security
  • iOS แจ้งว่าแอปมี Malware

ควรให้ความสำคัญมากกว่าและตรวจตามขั้นตอนของระบบ.

② วิธีดูง่ายที่สุดว่าแจ้งเตือนมาจากอะไร

ก่อนกดอะไร ให้ดูบริเวณด้านบนหรือด้านล่างของ Notification

สังเกตชื่อ เช่น:

Chrome

Safari

Google Play Protect

Google Play Store

หรือชื่อแอปอื่น

ถ้า Notification เขียนว่า:

Chrome
Your phone has 5 viruses!

มีโอกาสว่าเป็น Notification ที่มาจากเว็บไซต์ผ่าน Chrome ไม่ใช่ผล Scan ของ Android โดยตรง

Google แนะนำให้ปิด Notification จากเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการเมื่อพบ Pop-up หรือ Malware-like Alerts ใน Chrome.

③ ถ้าคำเตือนอยู่ “ในหน้าเว็บ” ให้สงสัยก่อน

ตัวอย่างข้อความ:

Your Android is infected!

7 viruses detected!

System damage 68%

Clean your phone now

Download antivirus immediately

ถ้าข้อความเหล่านี้อยู่ใน Browser ให้ถือว่า ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าเครื่องติดไวรัสจริง

Apple ระบุว่า Pop-up บางชนิดใช้ข้อความเตือนด้าน Security เพื่อหลอกให้ผู้ใช้แชร์ข้อมูลส่วนตัวหรือดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ที่ไม่ต้องการ.

อย่ากดปุ่มในหน้าเว็บนั้น

④ หน้าเว็บสามารถรู้จริง ๆ หรือไม่ว่ามือถือมีไวรัสกี่ตัว

เว็บไซต์ทั่วไปไม่ได้มีสิทธิ์ Scan แอปทั้งหมดภายในมือถือแบบเดียวกับระบบ Security ของอุปกรณ์

ดังนั้นข้อความลักษณะ:

พบไวรัส 14 ตัว

หน่วยความจำเสียหาย 92%

Battery infected

ที่โผล่ขึ้นทันทีหลังเข้าเว็บหนึ่ง ไม่ควรถูกใช้เป็นหลักฐานว่ามี Malware จริง

ให้ใช้ระบบ Security ของโทรศัพท์ตรวจแทน เช่น Google Play Protect บน Android ซึ่ง Google ระบุว่าสามารถตรวจอุปกรณ์และ Potentially Harmful Apps ได้จริง.

⑤ คำเตือนจริงจาก Google Play Protect หน้าตาแตกต่างอย่างไร

Google Play Protect เป็นระบบ Security ของ Android ที่ตรวจ:

  • แอปก่อน Download จาก Play Store
  • แอปที่อยู่ในเครื่อง
  • แอปจากแหล่งอื่น
  • Potentially Harmful Apps

และสามารถเตือน ปิดใช้งาน หรือลบแอปอันตรายในบางกรณี.

ดังนั้นหาก Notification ระบุชัดว่า:

Google Play Protect

และบอกชื่อแอปที่ตรวจพบ เช่น:

Harmful app detected

หรือ

This app may be harmful

คำเตือนนี้ควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง

⑥ Play Protect แจ้งว่าพบ Harmful App ควรกดอะไร

หาก Google Play Protect แจ้งว่าแอปอาจเป็นอันตราย ให้เปิด Play Protect จาก Play Store ด้วยตัวเองแล้วตรวจชื่อแอป

โดยทั่วไปเข้า:

Google Play Store > รูปโปรไฟล์ > Play Protect

จากนั้นตรวจ Security Status และ Scan

Google ระบุว่า Play Protect สามารถเตือนผู้ใช้เกี่ยวกับ Potentially Harmful Apps และอาจ Disable หรือ Remove แอปดังกล่าว.

ถ้าเป็นแอปที่ไม่รู้จักหรือไม่จำเป็น ควรทำตามคำแนะนำของ Play Protect

⑦ อย่าปิด Play Protect เพียงเพราะแอปบอกให้ปิด

ถ้า APK หรือเว็บไซต์บอกว่า:

ปิด Play Protect ก่อนติดตั้ง

Google เตือนผิด ให้กด Ignore

Disable Security เพื่อใช้งานแอปนี้

ควรระวัง

Google ระบุว่า Play Protect ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจแอปที่อาจเป็นอันตราย และแนะนำให้เปิดระบบป้องกันนี้ไว้.

โดยเฉพาะถ้าแอปมาจาก:

  • เว็บไซต์
  • LINE
  • Telegram
  • Messenger
  • SMS
  • Email

ไม่ควรปิดระบบ Security เพื่อฝืนติดตั้ง

⑧ Chrome ขึ้น Notification “พบไวรัส” แก้อย่างไร

ถ้า Notification มีชื่อ Chrome ให้ตรวจว่าเป็น Notification จากเว็บไซต์หรือไม่

เข้า Chrome แล้วตรวจ:

Settings > Site settings > Notifications

จากนั้นดูรายชื่อเว็บไซต์ที่ได้รับอนุญาต

Google แนะนำให้หยุด Notification จากเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการเป็นหนึ่งในขั้นตอนแก้ Unwanted Ads, Pop-ups และ Malware บน Android.

ถ้าพบเว็บไซต์แปลก ๆ ให้ปิด Permission นั้น

⑨ ปิด Notification เว็บไซต์แล้วไวรัสจะหายไหม

หากต้นเหตุเป็นเพียง Website Notification ปลอม การปิด Permission จะช่วยหยุด Notification ได้

แต่ถ้ามี Malware จริง การปิด Notification อย่างเดียวไม่เพียงพอ

จึงควรทำเพิ่ม:

  1. Scan Play Protect
  2. ตรวจแอปที่เพิ่งติดตั้ง
  3. ตรวจ APK
  4. สังเกตอาการอื่น

Google แนะนำทั้งการ Remove Problematic Apps, ใช้ Play Protect และหยุด Website Notifications เป็นคนละขั้นตอนในการแก้ Malware/Pop-up.

⑩ Chrome เปิดหน้าเว็บบอกว่าติดไวรัสซ้ำ ๆ ต้องทำอย่างไร

หาก Pop-up กลับมาเรื่อย ๆ ให้:

  1. ปิดหน้าเว็บ
  2. อย่ากดปุ่ม Scan
  3. Block Pop-ups
  4. ปิด Site Notifications
  5. ตรวจแอปที่เพิ่งติดตั้ง
  6. Scan Play Protect

Google ระบุว่า Pop-up ที่ไม่หาย, Tab ใหม่เปิดเอง หรือ Browser Redirect ผิดปกติเป็นอาการที่ควรตรวจหา Unwanted Software.

⑪ Block Pop-ups ใน Chrome อย่างไร

โดยทั่วไปเข้า:

Chrome > ⋮ > Settings > Site settings > Pop-ups and redirects

แล้ว Block Pop-ups ตามตัวเลือกที่ Chrome แสดง

Google มีระบบ Block Pop-ups ใน Chrome และหาก Pop-up ยังคงเกิดผิดปกติ แนะนำให้ตรวจ Problem Apps และ Malware ต่อ.

⑫ ถ้าข้อความเตือนบอกให้ Download Cleaner ห้ามรีบติดตั้ง

นี่เป็นรูปแบบที่ควรระวังมาก เช่น:

Virus detected
Install Cleaner

หรือ

Your phone is damaged
Download Antivirus now

Apple ระบุว่า Scam Pop-ups อาจเสนอ Free Download, Software Update หรือ Plug-in เพื่อหลอกผู้ใช้ให้ติดตั้ง Unwanted Software.

หากต้องการ Security App ให้ค้นหาจาก Store ทางการด้วยตัวเอง ไม่ใช่กดจาก Pop-up

⑬ Pop-up บอกให้โทรหา “ฝ่าย Support” ต้องโทรไหม

ไม่ควรโทรจากหมายเลขที่อยู่ใน Pop-up ที่น่าสงสัย

Scam อาจใช้ข้อความ เช่น:

Apple Security Support
Call immediately

หรือ

Google Virus Support

Apple แนะนำว่าไม่ควรตอบกลับการติดต่อที่น่าสงสัยซึ่งอ้างว่าเป็น Apple และควรติดต่อ Apple ผ่านช่องทาง Support อย่างเป็นทางการด้วยตัวเอง.

หลักเดียวกันควรใช้กับบริการอื่นเช่นกัน

⑭ iPhone ขึ้น “Virus Detected” ใน Safari เชื่อได้ไหม

ถ้าเป็นข้อความจากหน้าเว็บไซต์หรือ Pop-up อย่าเชื่อทันที

Apple ระบุชัดว่า Pop-up บางชนิดใช้ Phishing Tactics เช่น Warning หรือ Prize เพื่อทำให้ผู้ใช้คิดว่าข้อความมาจาก Apple หรือบริษัทที่ไว้ใจได้.

ให้ปิดหน้าเว็บและตรวจ Safari Settings แทน

⑮ iPhone ควรเปิด Block Pop-ups

Apple แนะนำให้เข้า:

Settings > Apps > Safari

แล้วเปิด:

Block Pop-ups

รวมถึง:

Fraudulent Website Warning

สองตัวเลือกนี้ช่วยลด Pop-up และช่วยเตือนเว็บไซต์ที่น่าสงสัย

⑯ iPhone ขึ้นคำเตือนจากระบบว่าแอปมี Malware ต้องเชื่อไหม

กรณีนี้ต่างจาก Pop-up เว็บไซต์

Apple ระบุว่า หาก iPhone หรือ iPad แสดง Alert ว่า Third-party App มี Malware และไม่สามารถเปิดได้ ผู้ใช้ควรลบแอปนั้นโดยกด Delete App จาก Alert ได้เลย.

ดังนั้น:

Safari บอกว่ามีไวรัส → อย่าเชื่อทันที

แต่

iOS แจ้งว่า App contains malware and cannot be opened → ควรทำตามคำเตือนของระบบ

⑰ วิธีแยกคำเตือน iPhone จริงกับเว็บไซต์ปลอม

ลองดูว่า Alert เกิดจาก:

หน้า Safari

มี URL อยู่ด้านบน หรืออยู่ใน Web Page

→ มีโอกาสเป็น Pop-up/Scam

ระบบ iOS ป้องกันไม่ให้เปิดแอป

และระบุว่า App มี Malware

→ เป็น Security Alert ของระบบที่ Apple แนะนำให้ Delete App.

อย่าตัดสินจากสีหรือรูปโลโก้ เพราะเว็บไซต์สามารถเลียนแบบหน้าตาของ Apple ได้

⑱ ข้อความ Apple Threat Notification คืออะไร

Apple Threat Notifications เป็นระบบสำหรับผู้ใช้ที่อาจตกเป็นเป้าหมายของ Mercenary Spyware ซึ่งเป็นการโจมตีแบบเจาะจงและมีความซับซ้อนสูง ไม่ใช่ Virus Pop-up ทั่วไป.

ดังนั้นถ้าเว็บทั่วไปขึ้น:

Apple detected spyware!

ไม่ได้หมายความว่าเป็น Apple Threat Notification จริง

คำเตือนลักษณะนี้ต้องตรวจจาก Apple Account ของคุณผ่านช่องทางทางการ

⑲ Threat Notification จริงจะขอ Password หรือ OTP ไหม

Apple ระบุว่า Threat Notifications ของจริงจะไม่ขอให้ผู้ใช้:

  • กดลิงก์
  • เปิดไฟล์
  • ติดตั้งแอปหรือ Profile
  • ส่ง Apple Account Password
  • ส่ง Verification Code

ดังนั้นถ้าข้อความอ้างว่าเป็น Apple Security แล้วขอข้อมูลเหล่านี้ ให้สงสัยว่าเป็น Scam

⑳ Android ขึ้น “Your device is at risk” ต้องทำอย่างไร

หากข้อความมาจาก Google Play Protect ให้เปิด Play Protect โดยตรงและตรวจชื่อแอป

Google ระบุว่า Play Protect สามารถส่ง Notification เมื่อพบ Potentially Harmful App และอาจ Remove แอปที่เป็นอันตรายได้.

อย่ากดลิงก์จากเว็บไซต์อื่นที่เลียนแบบข้อความ “Device at risk”

㉑ สังเกตไอคอนและชื่อ Notification ช่วยได้มาก

ตัวอย่าง:

“Chrome — Virus detected”

มีโอกาสเป็น Website Notification

“Google Play Protect — Harmful app detected”

เป็นคำเตือนจาก Security Feature ของ Android

“Shopping App — Your device infected”

ให้สงสัยแอปนั้น

Safari Web Page — “iPhone infected”

ให้ถือว่าเป็น Pop-up จนกว่าจะมีหลักฐานอื่น

การดู Source ก่อนกดช่วยลดความเสี่ยงจาก Scam ได้มาก

㉒ ถ้ากด Notification ปลอมไปแล้วทำอย่างไร

ถ้าแค่เปิดเว็บไซต์ แต่ยังไม่ได้:

  • Download
  • Install
  • กรอก Password
  • ให้ OTP
  • เปิด Permission

ให้ปิดหน้าเว็บ แล้ว:

  1. ปิด Website Notification
  2. Scan Play Protect หากเป็น Android
  3. Update Browser
  4. ตรวจ Pop-up Settings

Google แนะนำให้ Remove Problematic Apps และหยุด Notifications จากเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการเมื่อเจอ Pop-up/Malware.

㉓ ถ้ากด Download ไปแล้วแต่ยังไม่ได้ติดตั้ง

ให้ลบไฟล์ที่ดาวน์โหลดหากไม่มั่นใจในแหล่งที่มา

โดยเฉพาะ Android APK ที่มาจาก:

  • Pop-up
  • Ads
  • SMS
  • Chat
  • Unknown Website

ไม่ควรติดตั้งต่อ

Play Protect สามารถตรวจ Potentially Harmful Apps จากแหล่งอื่นนอก Google Play ได้.

㉔ ถ้าติดตั้งแอปจาก Pop-up ไปแล้วทำอย่างไร

ให้ตรวจทันที:

  1. Settings > Apps
  2. หาแอปที่เพิ่งติดตั้ง
  3. Uninstall หากไม่เชื่อถือ
  4. Scan Play Protect
  5. Restart
  6. ตรวจ Permission

ถ้าแอปไม่ยอมลบหรือมีพฤติกรรมผิดปกติ ให้ใช้ Safe Mode ช่วยตรวจ Problem Apps

Google แนะนำ Safe Mode และการลบแอปที่เพิ่งดาวน์โหลดทีละตัวเพื่อช่วยหาต้นเหตุ.

㉕ ถ้ากรอก Password ไปแล้ว ถือว่าอันตรายขึ้น

ใช่

หากกรอก:

  • Google Password
  • Apple Account Password
  • Facebook Password
  • Email Password
  • Banking Login

ลงในเว็บไซต์ที่สงสัยว่าเป็นปลอม ให้ถือว่า Credential อาจถูกเปิดเผย

ควรเปลี่ยน Password ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ทางการทันที

Apple แนะนำให้เปลี่ยน Apple Account Password หากสงสัยว่าอาจกรอกข้อมูลในเว็บไซต์หลอกหรือ Account ถูกบุคคลอื่นเข้าถึง.

㉖ ถ้าให้ OTP ไปแล้วต้องทำอย่างไร

กรณีนี้เร่งด่วนกว่าการเห็น Pop-up อย่างเดียว

ให้:

  • เปลี่ยน Password
  • ตรวจอุปกรณ์ที่ Sign in
  • ตรวจ 2-Step Verification
  • Sign out Session ที่ไม่รู้จัก
  • ตรวจ Recovery Information

หากเกี่ยวกับ Mobile Banking ให้ติดต่อธนาคารผ่านช่องทางทางการทันที

อย่าคิดว่าลบ Virus Pop-up แล้วทุกอย่างจะจบ เพราะ OTP ที่ส่งให้คนอื่นไปแล้วอาจถูกใช้ก่อนหน้านั้น

㉗ Play Protect Scan แล้วไม่เจออะไร หมายความว่า Pop-up ปลอมหรือไม่

มีความเป็นไปได้ แต่ไม่ควรสรุป 100%

ถ้า:

  • Play Protect ไม่พบ Harmful App
  • Pop-up เกิดเฉพาะเว็บเดียว
  • ไม่มีแอปแปลก
  • ไม่มี Browser เปิดเอง

มีแนวโน้มมากขึ้นว่าเป็น Website Pop-up หรือ Notification

แต่ถ้ายังมี:

  • Redirect
  • แอปแปลก
  • Pop-up ต่อเนื่อง

ควรตรวจ Problem Apps ต่อ

Google แยกขั้นตอน Play Protect, Problem Apps และ Website Notifications ออกจากกัน.

㉘ มีไวรัสจริงจะต้องมีอาการอะไรบ้าง

ไม่มีอาการเดียวที่ใช้ยืนยันได้ทุกกรณี

อาการที่ควรตรวจเพิ่มเติม เช่น:

  • Play Protect Warning
  • แอปไม่รู้จัก
  • Browser Redirect
  • Pop-up ไม่หาย
  • แอปถูก Disable เพราะเป็น Harmful
  • iOS แจ้ง App Malware
  • อาการเริ่มหลังลง APK

Google ระบุว่า Virus Messages, Pop-ups และ Tab ใหม่ที่ไม่หายเป็น Signs ที่ควรตรวจหา Unsafe Software แต่ต้องตรวจต่อ ไม่ใช่สรุปจากข้อความเพียงอย่างเดียว.

㉙ เครื่องช้าหรือแบตหมดไวอย่างเดียวไม่พอ

เครื่องช้าอาจเกิดจาก:

  • Storage เต็ม
  • App Bug
  • Update
  • Battery เสื่อม
  • Background Apps

ดังนั้นถ้ามีเพียงอาการ:

แบตหมดเร็ว

หรือ

เครื่องช้า

ไม่ควรรีบสรุปว่า Virus

ให้หา Evidence เพิ่ม เช่น Security Warning จริงหรือแอปผิดปกติ

㉚ Pop-up เปิดเว็บพนันเองต้องทำอย่างไร

หาก Browser เด้งไป:

  • เว็บพนัน
  • เว็บขายของ
  • เว็บแจกรางวัล
  • เว็บ Adult
  • เว็บดาวน์โหลด APK

โดยไม่ได้ตั้งใจ ให้ตรวจ:

  1. Site Notifications
  2. Pop-ups/Redirects
  3. แอปที่เพิ่งติดตั้ง
  4. Play Protect

Google ระบุว่า Browser Redirect ไปเว็บไซต์หรือ Ads ที่ไม่คุ้นเคยเป็นอาการหนึ่งที่ควรตรวจ Unwanted Software.

㉛ Pop-up บอกว่า “Google พบไวรัส” เชื่อไหม

อย่าดูเฉพาะโลโก้ Google

เว็บปลอมสามารถใช้:

  • Google Logo
  • Android Logo
  • Chrome Logo

ได้

ให้ดู Source

ถ้าอยู่ใน Browser Page หรือมาจาก Website Notification ให้ตรวจด้วย Play Protect โดยตรงแทน

Google Play Protect คือระบบที่ Google ระบุว่าใช้ตรวจ Potentially Harmful Apps ในเครื่องจริง.

㉜ Pop-up บอกว่า “Apple Security” เชื่อไหม

หลักเดียวกัน

Apple ระบุว่า Scam Pop-ups สามารถใช้ Warning เพื่อหลอกให้ผู้ใช้คิดว่ามาจาก Apple หรือบริษัทที่น่าเชื่อถือ.

ดังนั้นโลโก้ Apple ไม่ใช่หลักฐาน

ให้ตรวจผ่าน:

  • Settings
  • Apple Account
  • Apple Support

ด้วยตัวเอง

㉝ ไม่ควรติดตั้ง Profile หรือ Certificate จาก Pop-up

ถ้า iPhone Website บอกให้:

Install Security Profile

หรือ Android บอกให้:

Install Certificate

เพื่อ “กำจัดไวรัส”

อย่าทำโดยไม่รู้แหล่งที่มา

โดยเฉพาะ Apple ระบุว่า Threat Notification ของจริงจะไม่ขอให้ผู้ใช้ติดตั้ง App หรือ Profile เพื่อยืนยันคำเตือน.

㉞ อัปเดต Android และ iOS สำคัญหรือไม่

สำคัญ

สำหรับ iPhone Apple มีคำแนะนำในปี 2026 ให้ Update iOS เพื่อป้องกัน Web-based Attacks ที่สามารถใช้ Malicious Web Content โจมตี iOS รุ่นเก่าได้.

ส่วน Android ควร Update ระบบและแอป พร้อมเปิด Play Protect เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากแอปอันตราย.

㉟ ควรลง Antivirus เพิ่มไหม

Android ควรเริ่มจาก Google Play Protect ก่อน

Google ระบุว่า Play Protect Scan แอปและอุปกรณ์ ตรวจ Potentially Harmful Apps และสามารถเตือนหรือ Remove แอปอันตรายได้.

หากต้องการ Security App เพิ่ม ควรเลือกผู้พัฒนาที่เชื่อถือได้จาก Store ทางการ

อย่าลงเพียงเพราะ Pop-up บอกให้ลง

㊱ อย่าใช้ Cleaner เป็นหลักฐานว่าเครื่องติดไวรัส

แอป Cleaner มักเน้น:

  • Cache
  • Storage
  • Junk Files

ไม่ใช่ทุก Cleaner จะเป็น Malware Scanner

ดังนั้นข้อความใน Cleaner ที่เขียนว่า:

Threat 20 items

อาจหมายถึงไฟล์ประเภทอื่น ไม่ใช่ Virus จริงเสมอไป

ควรใช้ Security Feature ที่เชื่อถือได้ เช่น Play Protect และคำเตือนจากระบบจริงประกอบ

㊲ ถ้าคำเตือนจริงมาจาก Play Protect ควรลบแอปหรือไม่

หาก Play Protect ระบุว่าแอปเป็น Potentially Harmful App และคุณไม่สามารถยืนยันได้ว่าแอปปลอดภัย ควรทำตามคำแนะนำของระบบ

Google ระบุว่า Play Protect สามารถ Warn, Disable หรือ Remove Harmful Apps เพื่อป้องกันผู้ใช้.

โดยเฉพาะแอปจาก Unknown Source ควรระวังมากขึ้น

㊳ ถ้า iOS บอก Delete App เพราะ Malware ควรทำไหม

ควร

Apple ระบุโดยตรงว่าหาก iPhone หรือ iPad แจ้งว่า Third-party App มี Malware และไม่สามารถเปิดได้ ให้กด Delete App จาก Alert.

นี่แตกต่างอย่างชัดเจนจากเว็บไซต์ที่พยายามให้คุณ “ติดตั้ง Antivirus”

㊴ Factory Reset จำเป็นไหม

ไม่ควรเป็นขั้นแรก

ก่อน Factory Reset ให้ทำ:

  1. ปิด Pop-up
  2. ปิด Website Notifications
  3. Scan Play Protect
  4. ลบแอปน่าสงสัย
  5. Update ระบบ
  6. ตรวจ Browser Settings
  7. ตรวจ Account Security หากเคยกรอกข้อมูล

Google แนะนำให้ Remove Problematic Apps, เปิด Play Protect และหยุด Website Notifications ก่อน.

㊵ ก่อน Reset ต้องระวังบัญชี

ถ้าจำเป็นต้อง Factory Reset ให้แน่ใจว่าจำ:

Android

  • Google Account
  • Password
  • Samsung Account ถ้ามี

iPhone

  • Apple Account
  • Password

รวมถึง Backup ข้อมูลสำคัญก่อน

อย่าแก้ Pop-up Virus หลอกด้วยการ Reset จนสุดท้ายติดปัญหา Account Verification หลังล้างเครื่อง

㊶ ลำดับตรวจว่าแจ้งเตือนไวรัสจริงหรือปลอม

ทำตามนี้:

ขั้นที่ 1

ดูว่า Alert มาจาก Browser หรือ System

ขั้นที่ 2

ถ้าเป็น Chrome/Safari ให้สงสัย Website ก่อน

ขั้นที่ 3

อย่ากด Scan, Install หรือ Call

ขั้นที่ 4

Android เปิด Google Play Protect และ Scan.

ขั้นที่ 5

ถ้า Play Protect แจ้ง Harmful App ให้ทำตามคำแนะนำ

ขั้นที่ 6

ปิด Website Notifications

ขั้นที่ 7

ปิด Pop-ups/Redirects

ขั้นที่ 8

ตรวจแอปที่เพิ่งติดตั้ง

ขั้นที่ 9

iPhone เปิด Block Pop-ups และ Fraudulent Website Warning.

ขั้นที่ 10

ถ้า iOS แจ้ง App contains malware ให้ Delete App.

ขั้นที่ 11

เปลี่ยน Password หากเคยกรอกข้อมูลในเว็บน่าสงสัย

ขั้นที่ 12

Factory Reset เป็นทางเลือกสุดท้าย

㊷ คำถามที่พบบ่อย

Chrome ขึ้นว่ามือถือติดไวรัส เชื่อไหม

ถ้าข้อความมาจาก Website หรือ Site Notification อย่าเชื่อทันที ให้ตรวจด้วย Google Play Protect ซึ่งเป็นระบบ Security ของ Android ที่ตรวจ Potentially Harmful Apps ได้จริง.

Google Play Protect บอกว่าพบแอปอันตราย เชื่อได้ไหม

ควรให้ความสำคัญ เพราะ Play Protect ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจ Harmful Behavior และ Potentially Harmful Apps และสามารถ Warn, Disable หรือ Remove แอปได้.

iPhone ขึ้น Virus Detected ใน Safari ทำอย่างไร

อย่ากด Pop-up Apple เตือนว่า Pop-up สามารถใช้ Warning ปลอมเพื่อหลอกผู้ใช้ได้ ให้เปิด Block Pop-ups และ Fraudulent Website Warning.

iPhone แจ้งว่าแอปมี Malware ทำอย่างไร

หากเป็น Alert ของ iOS ที่ระบุว่า Third-party App มี Malware และไม่สามารถเปิดได้ Apple แนะนำให้ Delete App.

Pop-up บอกให้โทรหา Apple Support ควรโทรไหม

อย่าโทรจากหมายเลขใน Pop-up ที่น่าสงสัย ให้ติดต่อ Apple ผ่านช่องทางทางการด้วยตัวเอง.

Pop-up บอกให้ลง Antivirus ควรลงไหม

ไม่ควรติดตั้งจาก Pop-up ให้ใช้ Play Protect บน Android หรือระบบ Security ของแพลตฟอร์มก่อน

Factory Reset ช่วยไหม

อาจใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย แต่ Google แนะนำให้ตรวจ Problem Apps, Play Protect และ Website Notifications ก่อน.

สรุป มือถือขึ้นแจ้งเตือนว่าพบไวรัส เชื่อถือได้หรือไม่

คำตอบคือ ต้องดูก่อนว่าแจ้งเตือนมาจากไหน

ถ้ามาจาก:

  • Chrome
  • Safari
  • Website
  • Pop-up
  • Notification ของเว็บ

อย่าเชื่อทันที เพราะอาจเป็น Scam หรือ Website Notification ที่พยายามหลอกให้กด Download, โทรหา Support หรือกรอกข้อมูล

แต่ถ้ามาจากระบบ Security จริง เช่น:

  • Google Play Protect
  • iOS Malware Alert

ควรให้ความสำคัญและทำตามคำแนะนำของระบบ.

วิธีแก้ที่ปลอดภัยที่สุดคือ:

  1. อย่ากด Pop-up ที่บอกว่าพบไวรัส
  2. ดูชื่อแอปหรือ Browser ที่ส่ง Alert
  3. Android ให้ Scan Google Play Protect
  4. ถ้า Play Protect พบ Harmful App ให้จัดการแอปนั้น
  5. ปิด Notification จากเว็บไซต์แปลก
  6. Block Pop-ups และ Redirects
  7. ตรวจแอปที่เพิ่งติดตั้ง
  8. อย่าติดตั้ง Cleaner หรือ Antivirus จาก Pop-up
  9. iPhone เปิด Block Pop-ups และ Fraudulent Website Warning
  10. ถ้า iOS แจ้ง App contains malware ให้ Delete App
  11. เปลี่ยน Password หากเคยกรอกข้อมูลในเว็บน่าสงสัย
  12. Factory Reset เฉพาะเมื่อวิธีอื่นไม่ช่วย

Google ระบุว่า Play Protect สามารถตรวจ Potentially Harmful Apps จากทั้ง Google Play และแหล่งอื่น รวมถึง Warn, Disable หรือ Remove Harmful Apps ได้ ส่วน Apple เตือนว่า Pop-up ปลอมสามารถใช้ Warning เพื่อหลอกให้ผู้ใช้คิดว่าเป็นข้อความจากบริษัทที่เชื่อถือได้.

สำหรับผู้อ่าน comsiam หลักจำง่ายที่สุดคือ “ถ้าหน้าเว็บบอกว่ามีไวรัส อย่าเพิ่งเชื่อ ให้ปิดเว็บแล้วตรวจด้วยระบบ Security ของเครื่องเอง” บน Android คือ Google Play Protect ส่วน iPhone หากเป็นเพียง Safari Pop-up ให้ปิดหน้าเว็บและตรวจ Settings แทน

comsiam แนะนำว่าอย่ากด Download, Clean Now, Scan Now หรือโทรหาเบอร์ที่อยู่ใน Pop-up แจ้งไวรัส เพราะหากเป็น Scam การกดต่ออาจทำให้ปัญหาจากคำเตือนปลอมกลายเป็นการติดตั้งแอปไม่พึงประสงค์หรือการเปิดเผย Password และข้อมูลสำคัญจริง ๆ ได้