Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

หาก ลืมรหัส Apple ID หรือ Apple Account จนเข้า iCloud, App Store, Find My, Apple Music หรือบริการต่าง ๆ ของ Apple ไม่ได้ อย่าเพิ่งสร้างบัญชีใหม่ เพราะข้อมูลสำคัญ เช่น รูปใน iCloud, Backup, รายชื่อ, ไฟล์ และอุปกรณ์ที่ผูกกับบัญชีเดิมอาจยังอยู่ทั้งหมด
ปัจจุบัน Apple เปลี่ยนชื่อ Apple ID เป็น Apple Account แล้ว แต่เป็นบัญชีเดิม และยังสามารถใช้ Email Address หรือหมายเลขโทรศัพท์กับ Password เดิมเพื่อ Sign in ได้ ดังนั้นหากยังค้นด้วยคำว่า “ลืมรหัส Apple ID” ก็หมายถึงปัญหาเดียวกับ “ลืมรหัส Apple Account” ในระบบปัจจุบันของ Apple
วิธีที่ Apple แนะนำว่าง่ายที่สุดในการ Reset Password คือใช้ Trusted Apple Device ที่ลงชื่อบัญชีนี้อยู่แล้ว เช่น iPhone, iPad หรือ Mac ของเจ้าของบัญชี หากไม่มี Trusted Device ยังมีทางเลือกผ่าน Apple Support App หรือกระบวนการ Account Recovery ได้
ใช่
Apple ใช้ชื่อ Apple Account แทน Apple ID ในระบบและเอกสารปัจจุบัน โดยข้อมูล Sign-in เดิมยังใช้ได้เหมือนเดิม เช่น:
Apple ระบุชัดว่าผู้ใช้ยัง Sign in ด้วย Email Address หรือ Phone Number และ Password เดิมได้
ดังนั้นถ้าคุณจำได้ว่าเมื่อก่อนมี:
Apple ID = example@email.com
ตอนนี้บัญชีนั้นไม่ได้หาย แต่เรียกว่า Apple Account
ถ้ามี iPhone หรือ iPad ที่:
นี่เป็นวิธีที่ควรลองก่อน
Apple ระบุว่า Trusted Apple Device เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการ Reset Apple Account Password เพราะอุปกรณ์นั้น Sign in บัญชีของคุณอยู่แล้วและ Apple สามารถใช้เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของได้
โดยทั่วไปให้เข้า:
Settings > [ชื่อของคุณ] > Sign-In & Security > Change Password
จากนั้นทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ
ระบบอาจขอ:
เพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของเครื่อง
เมื่อผ่านแล้วจึงตั้ง Password ใหม่ของ Apple Account ได้
ได้ และนี่เป็นสถานการณ์ที่แก้ง่ายกว่าการไม่มี Trusted Device
หาก iPhone ยัง Sign in Account อยู่และคุณสามารถปลดล็อกเครื่องได้ Apple ให้ใช้ Trusted Device เพื่อเปลี่ยน Apple Account Password โดยอาศัย Passcode ของอุปกรณ์เพื่อยืนยันตัวตน
ดังนั้นหากยังเข้า iPhone ได้:
อย่า Logout Apple Account
และ
อย่า Factory Reset เครื่อง
จนกว่าจะเปลี่ยน Password และตรวจข้อมูล Recovery เรียบร้อย
เพราะ Trusted Device ที่ยังเข้าได้อาจเป็นช่องทางที่ง่ายที่สุดในการกู้บัญชี
ได้
Apple ระบุว่าสามารถเปลี่ยน Password บน Mac ที่เชื่อถือได้ผ่าน:
Apple menu > System Settings > [ชื่อของคุณ] > Sign-In & Security > Change Password
จากนั้นใส่ Password ที่ใช้ปลดล็อก Mac และทำตามคำแนะนำบนหน้าจอ
ดังนั้นถ้า iPhone หาย แต่ MacBook หรือ iMac ของคุณยัง Sign in Apple Account อยู่ อย่า Sign out
ให้ใช้ Mac เครื่องนั้นเป็นช่องทางกู้ Account ก่อน
Apple มีทางเลือกสำหรับกรณีนี้เช่นกัน
หากไม่มี Apple Device ของตัวเอง แต่ยังสามารถใช้ Trusted Phone Number ได้ Apple ระบุว่าสามารถยืม iPhone หรือ iPad ของเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัว แล้วใช้ Apple Support App เพื่อช่วย Reset Password ได้
แนวทางคือใช้ Apple Support App แล้วเลือกตัวเลือกสำหรับช่วย Reset Password ของ Apple Account อื่น จากนั้นทำตามคำแนะนำ
ข้อดีคือไม่จำเป็นต้อง Sign out บัญชีของเจ้าของเครื่องที่ให้ยืม
หากไม่มี:
คุณยังสามารถเริ่ม Reset Password ผ่านเว็บของ Apple ได้
Apple ระบุว่าสามารถใช้กระบวนการ Reset Password ทางเว็บเมื่อไม่มี Trusted Device และหากไม่สามารถ Reset ได้ทันที ระบบอาจนำเข้าสู่ Account Recovery
เว็บไซต์ที่ใช้คือระบบ iforgot.apple.com
ให้ทำตามขั้นตอนที่ Apple แสดงบนหน้าจอ ไม่ควรใช้เว็บอื่นที่เลียนแบบหน้า Apple
Account Recovery คือกระบวนการของ Apple สำหรับช่วยให้เจ้าของ Account กลับเข้าสู่บัญชีเมื่อไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะ Reset Password ได้ทันที
Apple ระบุว่าสามารถเริ่ม Account Recovery ผ่าน iforgot.apple.com โดยเลือก Reset Password และทำตามขั้นตอนของระบบ
กระบวนการนี้มีไว้เพื่อรักษาความปลอดภัยสูง จึงอาจไม่สามารถคืน Account ได้ทันทีในทุกกรณี
อย่าเชื่อบริการที่บอกว่า:
“ข้าม Account Recovery ได้ภายใน 5 นาที”
เพราะการตรวจสอบเจ้าของบัญชีถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันคนอื่นเข้าถึงข้อมูลของคุณ
จุดนี้สำคัญมาก
Apple ระบุว่าเมื่อเริ่ม Account Recovery ผ่านเว็บ ไม่ควรใช้อุปกรณ์ Apple ที่ลงชื่อ Account นั้นอยู่ ในช่วงกระบวนการ เพราะการใช้งานบางอย่างอาจทำให้ Account Recovery ถูกยกเลิกหรือส่งผลต่อกระบวนการ
ดังนั้นเมื่อเริ่ม Recovery แล้ว:
หาก Apple ส่ง Verification Code ไปหมายเลขที่คุณใช้ไม่ได้แล้ว ปัญหาจะยากขึ้น แต่ยังไม่ควรสร้าง Account ใหม่ทันที
Apple ระบุว่า หากไม่มีการเข้าถึง Trusted Phone Number ที่บันทึกไว้ สามารถเริ่มกระบวนการ Account Recovery เพื่อกู้การเข้าถึง Account ได้
หากยังมี Trusted Device อยู่ ให้ตรวจ Security Settings ก่อน เพราะอาจสามารถ:
ได้ง่ายกว่าการเริ่ม Recovery
Trusted Phone Number คือหมายเลขที่ Apple สามารถใช้ช่วยยืนยันตัวตนภายใต้ระบบ Two-Factor Authentication
Apple ระบุว่าสามารถจัดการ Trusted Phone Numbers ได้จาก Apple Account Security Settings และสามารถเพิ่มหรือลบหมายเลขได้
จึงควรมีอย่างน้อยหนึ่งหมายเลขที่:
หากเปลี่ยนเบอร์ ควรอัปเดตก่อนยกเลิกหมายเลขเก่า
ถ้าจำ Password ได้แต่ติด Verification Code ให้ตรวจ Trusted Device และ Trusted Phone Number ก่อน
Apple มีวิธีรับ Verification Code จาก Trusted Device หรือผ่านหมายเลขที่เชื่อถือได้ และถ้าไม่สามารถเข้าถึง Trusted Phone Number ใดได้เลย สามารถเริ่มกระบวนการ Recovery ได้
อย่าส่ง Verification Code ให้คนอื่น เพราะรหัสนี้ใช้ยืนยัน Account ของคุณ
ก่อน Reset Password ต้องรู้ก่อนว่าบัญชีใดเป็นของคุณ
ลองตรวจจาก:
บน Trusted Device ชื่อและข้อมูล Account สามารถปรากฏอยู่ในหน้า Settings ของ Apple Account
อย่าเดา Email หลายสิบชุด เพราะอาจยิ่งทำให้สับสนว่าบัญชีไหนเป็นของจริง
ในบางประเทศหรือรูปแบบบัญชี Apple รองรับ Apple Account ที่ใช้ Phone Number เป็นตัวระบุหลักแทน Email Address ได้ และ Apple มีขั้นตอนสำหรับจัดการ Primary Phone Number ใน Account ที่เข้าเงื่อนไข
ดังนั้นหากคุณจำไม่ได้ว่า Apple Account เป็น Email หรือเบอร์โทร ให้ตรวจจาก Trusted Device ก่อน
โดยทั่วไป การเปลี่ยน Apple Account Password ไม่ใช่การลบข้อมูล iCloud
ข้อมูล เช่น:
ยังเกี่ยวข้องกับ Account เดิม
สิ่งที่อาจเกิดขึ้นหลังเปลี่ยน Password คืออุปกรณ์หรือบริการบางส่วนขอให้ Sign in ใหม่ด้วย Password ล่าสุด
ดังนั้นอย่าสร้าง Apple Account ใหม่เพียงเพราะลืม Password หากต้องการข้อมูลเดิมกลับมา
ต่างกันมาก
ใช้สำหรับ Account และบริการ เช่น:
คือรหัสที่ใช้ปลดล็อกหน้าจอ iPhone
ดังนั้น:
จำ Passcode เครื่องได้ แต่ลืม Apple Account Password
กับ
ลืม Passcode iPhone
เป็นคนละปัญหา
อย่า Factory Reset iPhone เพียงเพราะลืม Apple Account Password เพราะหากเครื่องยังเป็น Trusted Device การเก็บเครื่องไว้ใช้งานอาจช่วย Reset Password ได้ง่ายที่สุด
ไม่ควรทำ
Factory Reset ไม่ใช่วิธี Reset Apple Account Password
และอาจทำให้คุณสูญเสีย Trusted Device ที่ช่วยยืนยัน Account อยู่
ที่สำคัญ หลัง Reset หาก Find My เปิดอยู่ เครื่องอาจยังต้องใช้ Apple Account ที่เกี่ยวข้องเพื่อผ่าน Activation Lock
ดังนั้นหากยังเข้าเครื่องได้ อย่าล้างเครื่องเพื่อแก้ปัญหา Password
ให้เปลี่ยน Password จาก Trusted Device ก่อน
เกี่ยวข้องกันได้ เพราะ Activation Lock ใช้ Apple Account ที่เชื่อมกับ Find My เพื่อป้องกันอุปกรณ์ที่สูญหายหรือถูกขโมย
หากคุณ Reset เครื่องแล้วจำ Apple Account Password ไม่ได้ คุณอาจติดอยู่หน้า Activation Lock
ดังนั้นควรกู้ Apple Account ให้ได้ก่อน
หัวข้อ iPhone ติด Activation Lock หลังรีเซ็ตเครื่อง ทำอย่างไร จะมีบทความเฉพาะในลำดับ 382
ไม่เหมือนกัน
กรณีลืม Password คือบัญชียังอยู่ แต่เจ้าของจำรหัสไม่ได้
ส่วนกรณี Account ถูก:
อาจต้องใช้ขั้นตอนเพิ่มเติมตามสถานะบัญชี
หัวข้อ Apple ID หรือ Apple Account ถูกล็อกหรือปิดใช้งาน แก้อย่างไร จะมีบทความเฉพาะในลำดับ 380
ดังนั้นอ่านข้อความบนหน้าจอให้ชัดก่อนเลือกวิธีแก้
Apple มีฟีเจอร์ Account Recovery Contact ซึ่งให้บุคคลที่คุณไว้วางใจช่วยสร้าง Recovery Code เพื่อช่วยกู้ Account หากวันหนึ่งคุณลืม Password หรือ Device Passcode
Apple ระบุว่า Recovery Contact สามารถช่วยให้เจ้าของกลับเข้าสู่บัญชีได้ แต่บุคคลนั้น ไม่ได้เข้าถึง Account หรือข้อมูลของคุณ เพียงช่วยให้ Code สำหรับกระบวนการ Recovery
หลังกลับเข้าบัญชีได้ จึงควรพิจารณาตั้ง Recovery Contact ไว้ล่วงหน้า
หากเคยตั้ง Recovery Contact ไว้ คุณสามารถติดต่อคนนั้นให้ช่วยสร้าง Recovery Code ผ่านอุปกรณ์ Apple ของเขาได้
Apple มีขั้นตอนให้ Recovery Contact เข้า:
Settings > [ชื่อ] > Sign-In & Security > Recovery Contacts
แล้วเลือกผู้ใช้ที่ต้องการช่วย จากนั้นสร้าง Recovery Code ตามระบบ
Recovery Contact ไม่จำเป็นต้องรู้ Password ของคุณ
และ คุณไม่ควรบอก Password ของตัวเองให้ Recovery Contact
Apple ยังมี Recovery Key ซึ่งเป็นรหัสลับ 28 ตัวอักษรสำหรับช่วยกู้ Apple Account
Apple ระบุว่า Recovery Key ใช้ร่วมกับ Trusted Phone Number และ Apple Device เพื่อช่วยกู้ Account และข้อมูล
แต่มีเรื่องสำคัญมาก:
เมื่อเปิด Recovery Key ระบบ Standard Account Recovery ของ Apple จะถูกปิด
หมายความว่าคุณต้องรับผิดชอบการเก็บ Recovery Key ให้ดี เพราะหากไม่มีทั้ง:
อาจกู้ Account ยากมากขึ้น
หากคุณเปิด Recovery Key ไว้ Apple ระบุว่าการกู้ Account จะอาศัย Recovery Key และ Trusted Device/Trusted Phone Number ตามระบบที่กำหนด และการเปิด Recovery Key ทำให้ Standard Account Recovery ถูกปิด
ดังนั้นไม่ควรสร้าง Recovery Key แล้วเก็บไว้เฉพาะใน iPhone เครื่องเดียว
ควรเก็บสำเนาไว้ในที่ปลอดภัยแยกจากอุปกรณ์หลัก
ไม่ควร
รหัสผ่าน Apple Account, Verification Code, Recovery Key และ Device Passcode เป็นข้อมูลความปลอดภัยที่ไม่ควรส่งให้คนแปลกหน้า
หากได้รับข้อความ:
Apple Account ถูกล็อก คลิกลิงก์นี้
อย่ารีบกด
ให้เปิด Settings หรือเว็บไซต์ Apple ด้วยตัวเองและตรวจสถานะ Account โดยตรง
Phishing มักพยายามทำให้ผู้ใช้ตกใจแล้วกรอก:
ลงในเว็บไซต์ปลอม
ควรระวังบริการที่โฆษณา:
หากคุณเป็นเจ้าของ Account จริง ให้ใช้:
ตามช่องทางของ Apple ก่อน
ไม่ควรส่ง Password หรือ OTP ให้บริการภายนอก
ร้านสามารถช่วยอธิบายขั้นตอนได้ แต่ Password และการยืนยัน Apple Account ควรดำเนินการโดยเจ้าของบัญชี
ถ้าร้านขอให้คุณส่ง:
ไว้กับร้านโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ควรระวัง
วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือให้ร้านแนะนำหน้าจอ แล้วคุณเป็นคนกรอกข้อมูลสำคัญเอง
ให้แยกเป็นสองเรื่อง:
ใช้ Trusted Device อื่น Apple Support App หรือ Account Recovery ตามที่เข้าถึงได้
ใช้ Find My เมื่อสามารถเข้าถึง Account ได้เพื่อจัดการอุปกรณ์
อย่าลบอุปกรณ์ออกจาก Apple Account แบบสุ่ม หากยังต้องการใช้ระบบ Find My หรือ Activation Lock เพื่อปกป้องเครื่อง
หลัง Password เปลี่ยน อุปกรณ์หรือบริการ Apple บางส่วนอาจขอให้ Sign in ใหม่เพื่อยืนยันข้อมูลล่าสุด
ดังนั้นหลัง Reset Password ควรตรวจ:
และ Login ใหม่ตามที่ระบบร้องขอ
อย่าใช้ Password เก่าซ้ำหากเพิ่งตั้ง Password ใหม่แล้ว
รหัสผ่านควร:
อย่าใช้รหัสลักษณะ:
123456
password
apple123
เพราะหาก Password Account ถูกขโมย อาจกระทบข้อมูลและอุปกรณ์หลายเครื่องพร้อมกัน
ให้เป็นหมายเลขที่ยังใช้งานได้ Apple อนุญาตให้เพิ่มและลบ Trusted Phone Number จาก Account Security
นำอุปกรณ์ที่ไม่ใช้งานหรือไม่รู้จักออก
ช่วยเพิ่มช่องทางกู้ Account ในอนาคต
เหมาะสำหรับผู้ที่เข้าใจความรับผิดชอบในการเก็บ Key เพราะการเปิดใช้งานจะปิด Standard Account Recovery
ใช้ Password Manager แทนการจดติดหลังโทรศัพท์
ปัจจุบัน Apple ใช้ชื่อ Apple Account แทน Apple ID แต่ยังใช้ Email/Phone Number และ Password เดิมในการ Sign in ได้
Apple ระบุว่าวิธีที่ง่ายที่สุดคือ Reset จาก Trusted Apple Device ที่ Sign in Account อยู่แล้ว
หากยังเข้าถึง Trusted Phone Number ได้ สามารถใช้ Apple Support App บนอุปกรณ์ Apple ที่ยืมมาได้ หรือ Reset ผ่านเว็บและ Account Recovery
สามารถเริ่ม Account Recovery เพื่อกู้การเข้าถึง Apple Account ได้
ไม่ช่วย และอาจทำให้สูญเสีย Trusted Device ที่ใช้ Reset Password ได้ รวมถึงอาจพบ Activation Lock หลัง Reset
ไม่จำเป็น Recovery Contact มีหน้าที่ช่วยสร้าง Recovery Code แต่ไม่ได้รับสิทธิ์เข้าถึง Account หรือข้อมูลของคุณ
Apple ระบุว่า Recovery Key เป็นรหัสลับ 28 ตัวอักษร
ไม่ได้ Apple ระบุว่าการเปิด Recovery Key จะปิด Standard Account Recovery และเจ้าของต้องใช้ Recovery Key/Trusted Device ตามกระบวนการแทน
หาก ลืม Apple ID Password หรือ Apple Account Password ให้แก้ตามลำดับนี้:
Apple ระบุว่าวิธีที่ง่ายที่สุดคือใช้ Trusted Apple Device ที่ Sign in อยู่แล้วเพื่อเปลี่ยน Password และหากไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าวยังสามารถใช้ Apple Support App หรือ Account Recovery ได้
สำหรับผู้อ่าน comsiam ถ้ายังมี iPhone หรือ Mac ที่ Sign in Apple Account อยู่แม้เพียงเครื่องเดียว ให้เก็บเครื่องนั้นไว้ก่อน อย่า Sign out และอย่า Factory Reset จนกว่าจะ Reset Password และตรวจ Trusted Phone Number สำเร็จ เพราะอุปกรณ์นั้นอาจเป็นทางกลับเข้าสู่ Account ที่ง่ายที่สุด
comsiam แนะนำให้หลังกลับเข้าบัญชีได้แล้วตั้ง Recovery Contact และตรวจ Trusted Phone Number ให้เป็นข้อมูลปัจจุบัน เพื่อให้หากลืม Password หรือเปลี่ยนเบอร์ในอนาคต ยังมีวิธีกู้ Account ที่ปลอดภัยและง่ายกว่าการเริ่ม Account Recovery ตั้งแต่ต้น