ลบรูปและวิดีโอแล้วพื้นที่มือถือยังเต็ม แก้อย่างไร? iPhone และ Android ลบแล้ว Storage ไม่เพิ่ม

ปัญหา ลบรูปและวิดีโอแล้วพื้นที่มือถือยังเต็ม พื้นที่ไม่เพิ่ม หรือ Storage ยังแดงเหมือนเดิม เกิดได้ทั้ง Android และ iPhone และไม่ได้หมายความว่าระบบจัดเก็บข้อมูลเสียเสมอไป

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ รูปยังอยู่ใน Recently Deleted/Trash, มีไฟล์ Download หรือแอปอื่นกินพื้นที่, Cache มีขนาดใหญ่, สำเนารูปยังอยู่ในเครื่อง หรือผู้ใช้กำลังดูพื้นที่ Cloud แทนพื้นที่ภายในโทรศัพท์

บน iPhone รูปและวิดีโอที่ลบจะยังอยู่ใน Recently Deleted เป็นเวลา 30 วัน ก่อนถูกลบถาวร และผู้ใช้สามารถลบถาวรก่อนครบกำหนดได้เอง

ส่วน Google Photos ระบุว่า รูปและวิดีโอที่ Backup แล้วและถูกลบจะอยู่ใน Trash นานถึง 60 วัน ส่วนรายการที่ไม่ได้ Backup จะอยู่ประมาณ 30 วันก่อนถูกลบถาวร

บทความนี้ comsiam จะพาไล่ตรวจทีละจุดว่าเหตุใดลบรูปไปแล้วหลาย GB แต่พื้นที่มือถือยังไม่กลับมา และควรลบตรงไหนให้ถูกโดยไม่ทำรูปสำคัญหายโดยไม่ตั้งใจ

① ลบรูปแล้ว แต่รูปอาจยังอยู่ในถังขยะ

นี่คือสิ่งแรกที่ควรตรวจ

เมื่อกด Delete รูปจาก Gallery หรือ Photos ระบบจำนวนมากไม่ได้ลบไฟล์ถาวรทันที แต่ย้ายไปเก็บใน

Recently Deleted

หรือ

Trash

เพื่อให้สามารถกู้คืนได้หากลบผิด

ดังนั้นการลบรูปออกจากหน้าหลักอย่างเดียวอาจยังไม่คืนพื้นที่ทั้งหมดในทันที

② iPhone ตรวจ Recently Deleted ก่อน

เปิด

Photos > Collections > เลื่อนลงไป Utilities > Recently Deleted

จากนั้นปลดล็อก Album ด้วย Face ID, Touch ID หรือ Passcode ตามที่ระบบร้องขอ

Apple ระบุว่ารูปและวิดีโอที่ถูกลบจะอยู่ใน Recently Deleted ประมาณ 30 วันก่อนถูกลบถาวร

ถ้ายังเห็นวิดีโอขนาดใหญ่จำนวนมากอยู่ตรงนี้ นี่อาจเป็นเหตุผลหลักที่ Storage ยังไม่ลดตามที่คาด

③ ต้องการคืนพื้นที่ทันทีบน iPhone ทำอย่างไร?

หากตรวจแล้วแน่ใจว่าไม่ต้องการรูปหรือวิดีโอเหล่านั้นอีก สามารถเข้า Recently Deleted แล้วเลือก

Delete / Delete All

เพื่อลบรายการดังกล่าวถาวรก่อนครบ 30 วันได้

Apple รองรับการ Permanently Delete รายการจาก Recently Deleted โดยตรง

⚠️ ต้องตรวจให้ดีก่อน เพราะเมื่อลบถาวรแล้วจะไม่สามารถใช้ Recently Deleted กู้กลับแบบปกติได้อีก

④ วิดีโอสำคัญกว่าจำนวนรูป

อย่าดูเพียงจำนวนไฟล์

รูป 1,000 รูปอาจใช้พื้นที่น้อยกว่าวิดีโอความละเอียดสูงไม่กี่ไฟล์

ดังนั้นหากลบรูปจำนวนมากแล้วพื้นที่เพิ่มเพียงเล็กน้อย ให้ดูว่ามี

  • วิดีโอ 4K
  • Screen Recording
  • วิดีโอยาว
  • Slow Motion
  • ไฟล์ตัดต่อ

เหลืออยู่หรือไม่

Apple ระบุว่ารูปและวิดีโอถูกเก็บในอุปกรณ์ด้วยความละเอียดเต็มตามค่าเริ่มต้น ซึ่งสามารถใช้พื้นที่จำนวนมากได้

⑤ Android ให้ตรวจ Trash ใน Google Photos

เปิด

Google Photos > Collections > Trash

แล้วดูว่ารูปและวิดีโอที่ลบยังอยู่หรือไม่

Google ระบุว่ารูปและวิดีโอที่ Backup แล้วจะอยู่ใน Trash 60 วันก่อนถูกลบถาวร ส่วนรายการที่ไม่ได้ Backup อาจอยู่ประมาณ 30 วัน

ดังนั้นต้องแยกว่า “ลบออกจาก Library” กับ “ลบถาวร” ไม่เหมือนกัน

⑥ อย่าล้าง Google Photos Trash ถ้ายังไม่แน่ใจ

ก่อน Empty Trash ต้องตรวจว่าไม่มีรูปสำคัญอยู่ข้างใน

Google ระบุว่ารูปหรือวิดีโอที่ถูกลบถาวรจาก Google Photos ไม่สามารถ Restore ผ่าน Trash ได้อีก

ดังนั้นอย่าลบถาวรเพียงเพราะต้องการพื้นที่ไม่กี่ GB โดยไม่ได้ตรวจ Backup ก่อน

⑦ Google Photos มี “Free up space” สำหรับคืนพื้นที่ในเครื่อง

ถ้ารูปถูก Backup ไป Google Photos เรียบร้อยแล้ว Google มีฟังก์ชัน

Free up space on this device

สำหรับลบสำเนารูปและวิดีโอที่ Backup อย่างปลอดภัยแล้วออกจากพื้นที่ภายในเครื่อง

วิธีนี้เหมาะกว่าการสุ่มลบรูปทีละไฟล์ หากจุดประสงค์คือเก็บรูปไว้บน Cloud แต่คืน Storage ของมือถือ

⑧ ตรวจ Backup ให้เสร็จก่อนกด Free up space

อย่าเห็นคำว่า Free up space แล้วกดทันที

Google ระบุว่าฟังก์ชันนี้มีไว้สำหรับนำรูปและวิดีโอที่ Backup เรียบร้อยแล้ว ออกจากตัวอุปกรณ์เพื่อประหยัดพื้นที่

ดังนั้นควรเปิด Google Photos แล้วตรวจสถานะ Backup ก่อน

ถ้ายัง Upload อยู่หรือ Backup Error ให้แก้ Backup ให้เสร็จก่อน

⑨ Free up space ไม่ได้ลบรูปออกจาก Google Photos

เมื่อใช้ Free up space อย่างถูกต้อง สำเนาในตัวเครื่องจะถูกนำออก ส่วนรูปที่ Backup แล้วสามารถยังดูผ่าน Google Photos ได้

จึงต้องเข้าใจว่า

Device Storage

กับ

Google Photos Cloud Storage

เป็นพื้นที่คนละชุด

⑩ ลบ Google Photos แล้ว Google Account Storage ยังเต็มได้

หากสิ่งที่เต็มคือ Google Account Storage ไม่ใช่ Internal Storage ต้องจัดการพื้นที่ Cloud แยกต่างหาก

Google ระบุว่าสามารถจัดการ Google Storage ผ่าน Google Photos หรือ Google One Storage Manager ได้ และพื้นที่ Google Account ยังถูกใช้ร่วมกับบริการอื่นด้วย

ดังนั้นลบสำเนาจากมือถือไม่ได้ทำให้พื้นที่ Google Account ลดโดยอัตโนมัติ

⑪ Internal Storage กับ Cloud Storage ต้องแยกกันก่อน

ก่อนแก้ให้ถามตัวเองว่าอะไรเต็ม

ถ้าโทรศัพท์ขึ้น Storage Full

คือพื้นที่ภายในโทรศัพท์

ถ้า Google Account ขึ้น Storage Full

คือพื้นที่บัญชี Google

ถ้า iCloud ขึ้น Storage Full

คือพื้นที่ iCloud

ทั้งสามกรณีใช้วิธีแก้ไม่เหมือนกัน

⑫ iPhone ดูพื้นที่ภายในตรงไหน?

เข้า

Settings > General > iPhone Storage

Apple แนะนำให้ใช้พื้นที่ส่วนนี้เพื่อตรวจว่าหมวดใดกำลังใช้ Storage ของอุปกรณ์

อย่าดูเพียงจำนวนรูปใน Photos เพราะพื้นที่อาจถูกใช้โดย

  • Apps
  • Messages
  • Files
  • Downloads
  • System Data

แทน

⑬ Android ดูว่าอะไรกินพื้นที่

เข้า

Settings > Storage

ชื่อเมนูอาจแตกต่างเล็กน้อยตามยี่ห้อ

Google ระบุว่า Android สามารถแสดงหมวด Photos, Videos, Apps และไฟล์ประเภทต่าง ๆ เพื่อช่วยจัดพื้นที่

หากลบรูปไปแล้วแต่ Apps ยังใช้หลายสิบ GB การลบรูปเพิ่มอาจไม่ใช่คำตอบ

⑭ Restart เครื่องหลังลบไฟล์จำนวนมากได้

หากเพิ่งลบรูปและวิดีโอจำนวนมาก แล้วตัวเลข Storage ยังดูเหมือนไม่เปลี่ยน สามารถ Restart เครื่องหนึ่งครั้งแล้วกลับมาตรวจ Storage ใหม่

แต่ก่อน Restart ควรตรวจ Recently Deleted/Trash ก่อน เพราะหากไฟล์ยังอยู่ในถังขยะ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การแสดงผล Storage

⑮ iPhone ใช้ iCloud Photos แต่พื้นที่ยังเต็ม เพราะอะไร?

การเปิด iCloud Photos อย่างเดียวไม่ได้หมายความว่ารูปต้นฉบับจะหายออกจาก iPhone ทันที

Apple ระบุว่าโดยค่าเริ่มต้น รูปและวิดีโอความละเอียดเต็มสามารถอยู่ในตัวเครื่อง และหากต้องการประหยัด Storage ให้ใช้ Optimize iPhone Storage

ดังนั้นควรตรวจการตั้งค่าตรงนี้

⑯ เปิด Optimize iPhone Storage

เข้า

Settings > [ชื่อของคุณ] > iCloud > Photos

เปิด

Sync this iPhone

และเลือก

Optimize iPhone Storage

Apple ระบุว่าเมื่อเปิด Optimize Storage รูปและวิดีโอความละเอียดเต็มจะเก็บใน iCloud และตัวเครื่องสามารถเก็บเวอร์ชันที่ใช้พื้นที่น้อยกว่าเมื่อจำเป็น

⑰ Optimize Storage ไม่ได้ลดพื้นที่เป็นศูนย์

แม้เปิด Optimize iPhone Storage แล้ว iPhone ยังต้องเก็บข้อมูลของ Photos และสำเนาที่เหมาะสมไว้ในเครื่อง

จุดประสงค์คือ ลดการใช้พื้นที่ ไม่ใช่ทำให้ Photos ใช้ 0 GB

Apple ระบุว่าจะเก็บ Storage-saving versions บนอุปกรณ์ ขณะที่ไฟล์ความละเอียดเต็มอยู่ใน iCloud

⑱ ตรวจว่า iCloud Photos Sync เสร็จหรือยัง

หากเพิ่งเปิด iCloud Photos อย่ารีบลบต้นฉบับโดยไม่ตรวจสถานะ

Apple ระบุว่าสามารถดูสถานะ Sync จาก Photos และระบบจะแสดงสถานะ เช่นกำลัง Upload, Sync Paused หรือ iCloud Storage เต็ม

หาก iCloud เต็ม การ Optimize/Sync อาจไม่ทำงานตามที่คาด

⑲ ลบรูปบน iPhone ขณะใช้ iCloud Photos ต้องระวัง

เมื่อใช้ iCloud Photos การลบรูปจากอุปกรณ์ที่ Sync อาจส่งผลกับ Library บน iCloud และอุปกรณ์อื่นที่ใช้บัญชีเดียวกันด้วย

Apple ระบุว่ารูปที่ลบจะถูกย้ายไป Recently Deleted และถูกลบออกจากอุปกรณ์ที่ใช้ Apple Account เดียวกันตามระบบ Sync

ดังนั้นหากต้องการเพียงคืนพื้นที่แต่ยังอยากเก็บรูปทั้งหมด ควรพิจารณา Optimize iPhone Storage มากกว่าลบ Library แบบสุ่ม

⑳ Files App ก็มี Recently Deleted

บางคนลบวิดีโอจาก Photos แล้วพื้นที่ยังเต็ม เพราะยังมีไฟล์อีกชุดอยู่ใน Files

เปิด

Files > Browse > Recently Deleted

Apple ระบุว่า Files ที่ถูกลบสามารถอยู่ใน Recently Deleted และผู้ใช้สามารถจัดการรายการดังกล่าวได้จากตรงนี้

จึงควรตรวจทั้ง Photos และ Files

㉑ Downloads อาจกินพื้นที่โดยไม่รู้ตัว

ตรวจใน Files/File Manager ว่ามี

  • วิดีโอดาวน์โหลด
  • ZIP
  • PDF
  • ไฟล์จากเว็บ
  • ไฟล์จากแอปแชต
  • Offline Music
  • Offline Video

เหลืออยู่หรือไม่

Google Android Help แนะนำให้ใช้ Storage เพื่อจัดการไฟล์และ Content ที่ไม่จำเป็นเมื่อต้องการคืนพื้นที่

㉒ แอปแชตอาจมีรูปและวิดีโออีกชุด

แม้ลบรูปจาก Gallery แล้ว แอปบางประเภทอาจยังมี

  • Video Cache
  • Downloads
  • Media
  • Documents
  • App Data

ของตัวเอง

จึงต้องดูจาก Storage ว่าแอปใดใช้พื้นที่สูง ไม่ควรสรุปจาก Photos เพียงอย่างเดียว

㉓ Android Cache อาจใช้พื้นที่ได้

Google ระบุว่า Android สามารถล้าง Cache ของแต่ละแอปได้จาก Settings โดย

Clear cache = ลบข้อมูลชั่วคราว

ส่วน

Clear storage = ลบข้อมูลของแอปอย่างถาวร

หากแอปหนึ่งมี Cache หลาย GB สามารถพิจารณา Clear Cache ได้

㉔ อย่ากด Clear Storage แทน Clear Cache

สองเมนูนี้ต่างกันมาก

Clear cache
ลบ Temporary Data

Clear storage / Clear data
ลบ App Data อย่างถาวร

Google ระบุความแตกต่างนี้โดยตรง

ดังนั้นแอปแชต เกม หรืองานตัดต่อที่มีข้อมูลสำคัญ ต้องระวังมาก

㉕ ลบรูปแล้วแอป Photos/Google Photos ยังมี Cache ได้

แม้รูปจริงถูกนำออกแล้ว แอปสามารถมี Temporary Data, Thumbnail หรือข้อมูลประกอบสำหรับการแสดงผล

บน Android หากแอปใดมี Cache สูงผิดปกติ สามารถตรวจ App Storage และ Clear Cache ตามความเหมาะสมได้ โดย Google ระบุว่า Cache เป็นข้อมูลชั่วคราวและอาจถูกสร้างใหม่เมื่อเปิดแอปอีกครั้ง

㉖ อย่าติดตั้ง Cleaner หลายตัว

Android มีเครื่องมือ Storage และ Clear Cache อยู่แล้ว ส่วน iPhone มี iPhone Storage และ Recommendations สำหรับจัดพื้นที่

Apple ระบุว่า iOS สามารถแสดงคำแนะนำเกี่ยวกับรูป ไฟล์ขนาดใหญ่ หรือข้อมูลที่อาจไม่จำเป็นในระบบ Storage ได้

การติดตั้ง Cleaner หลายตัวจึงไม่ใช่ขั้นแรกที่จำเป็น

㉗ รูปเดียวกันอาจมีหลายสำเนา

ตัวอย่างเช่น

Camera Roll

Downloads

ไฟล์จากแอปแชต

ไฟล์ Export จากแอปตัดต่อ

คุณอาจลบสำเนาใน Photos แล้ว แต่ไฟล์ Export ยังคงอยู่ใน Files หรือ Folder ของแอป

ดังนั้นให้ดู Storage ตามหมวดแทนการดูเฉพาะ Gallery

㉘ แอปตัดต่อวิดีโอเป็นตัวต้องสงสัย

แอปตัดต่อสามารถเก็บ

  • Project
  • Draft
  • Cache
  • Export
  • Downloaded Assets

ซึ่งอาจใช้พื้นที่มากกว่าวิดีโอต้นฉบับ

ก่อนลบ App Data ต้อง Backup Project ตามระบบของแอปนั้นก่อน

หากใช้ Android อย่ากด Clear Storage โดยไม่ตรวจข้อมูล เพราะ Google ระบุว่าคำสั่งนี้ลบ App Data อย่างถาวร

㉙ Android ใช้เมนู Free up space ได้

Google Android Help มีเครื่องมือช่วยคืนพื้นที่สำหรับ

  • Photos
  • Videos
  • Apps ที่ไม่ค่อยใช้
  • Files

ผ่านระบบ Storage ของอุปกรณ์

ก่อนลบให้เปิดดูรายการทุกครั้ง โดยเฉพาะรูปและ Documents ที่ยังไม่มี Backup

㉚ แอปที่ไม่ได้ใช้อาจกินพื้นที่มากกว่ารูป

Google ระบุว่า Android สามารถ Archive แอปที่ไม่ค่อยใช้เพื่อคืนพื้นที่ โดยข้อมูลส่วนตัวของแอปจะถูกเก็บไว้และสามารถดาวน์โหลดแอปกลับมาได้เมื่อยังมีใน Google Play

หาก Photos เหลือน้อยแล้วแต่ Storage ยังเต็ม ให้ตรวจหมวด Apps ต่อทันที

㉛ Google Photos Trash กับ Files Trash เป็นคนละจุด

Android สามารถมีถังขยะหลายแห่ง เช่น

Google Photos Trash

สำหรับรูป/วิดีโอใน Photos

และ

File Manager/Files Trash

สำหรับไฟล์ทั่วไป

ดังนั้นการ Empty Trash ใน Google Photos ไม่ได้หมายความว่าไฟล์ใน File Manager ถูกลบด้วย

ต้องตรวจแอปที่ใช้จัดการไฟล์ของเครื่องแยกต่างหาก

㉜ อย่าลบถาวรก่อนตรวจ Cloud Backup

ก่อนล้าง Trash ให้ตอบให้ได้ว่า

ไฟล์นี้ยังมีสำเนาอยู่ที่ไหน?

เช่น

  • iCloud Photos
  • Google Photos
  • Computer
  • External Drive

ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้หยุดก่อน

เพราะทั้ง Apple และ Google ระบุว่ารายการที่ถูกลบถาวรหลังออกจาก Recently Deleted/Trash จะไม่สามารถกู้ผ่านถังขยะปกติได้อีก

㉝ ลบรูปแล้วพื้นที่ Cloud ยังเต็ม ไม่ใช่ปัญหาเดียวกัน

หากลบรูปจาก Device แต่

iCloud Storage เต็ม

หรือ

Google Account Storage เต็ม

ต้องแก้ Cloud Storage ต่างหาก

Google ระบุว่า Google Account Storage สามารถจัดการผ่าน Google Photos และ Google One Storage Manager ได้

ส่วน Apple มีเมนู Manage Account Storage สำหรับตรวจสิ่งที่ใช้พื้นที่ iCloud

㉞ ถ้าพื้นที่ไม่เปลี่ยนหลังลบ ให้ตรวจตัวเลขอีกครั้ง

บน iPhone เปิด

Settings > General > iPhone Storage

บน Android เปิด

Settings > Storage

ดูว่าอะไรลดลงจริงและหมวดใดเพิ่มขึ้น

บางครั้งลบ Photos ไป 10 GB แต่ Apps, Downloads หรือ System Data ใช้พื้นที่มากอยู่แล้ว จึงยังเห็น Storage เกือบเต็มเหมือนเดิม

㉟ อย่า Factory Reset เพราะลบรูปแล้วพื้นที่ไม่เพิ่มทันที

ก่อน Factory Reset ต้องตรวจอย่างน้อย

☑ Recently Deleted/Trash

☑ Photos

☑ Files

☑ Downloads

☑ Apps

☑ Cache

☑ Cloud Sync

☑ Storage Breakdown

ปัญหาส่วนใหญ่ควรหาสาเหตุจากรายการเหล่านี้ก่อน

Factory Reset จะลบข้อมูลมากเกินจำเป็นและไม่ได้เป็นคำตอบแรกสำหรับ Storage Management

㊱ วิธีแก้ iPhone ลบรูปแล้วพื้นที่ยังเต็มแบบเร็วที่สุด

ทำตามลำดับนี้:

1. Settings > General > iPhone Storage

2. ดู Photos ใช้พื้นที่เท่าไร

3. Photos > Collections > Recently Deleted

4. ตรวจรูปก่อนลบถาวร

5. ลบถาวรเฉพาะรายการที่แน่ใจ

6. Files > Browse > Recently Deleted

7. ตรวจ Downloads/Files

8. หากใช้ iCloud Photos ตรวจ Sync Status

9. พิจารณา Optimize iPhone Storage

10. Restart แล้วตรวจ iPhone Storage อีกครั้ง

Apple ยืนยันทั้งการเก็บรูปใน Recently Deleted 30 วันและความสามารถของ Optimize iPhone Storage ในการลดพื้นที่ที่ Photos ใช้บนตัวเครื่อง

㊲ วิธีแก้ Android ลบรูปแล้วพื้นที่ยังเต็มแบบเร็วที่สุด

ทำตามนี้:

1. Settings > Storage

2. ดูว่าหมวดไหนใช้พื้นที่สูง

3. Google Photos > Collections > Trash

4. ตรวจรายการใน Trash

5. ตรวจว่า Backup สำเร็จ

6. ใช้ Free up space หากต้องการเก็บรูปบน Google Photos แต่ลบสำเนาจากเครื่อง

7. ตรวจ File Manager/Downloads

8. ตรวจ App Storage

9. Clear Cache เฉพาะแอปที่ผิดปกติ

10. อย่ากด Clear Storage ถ้ายังมีข้อมูลสำคัญ

11. Restart แล้วตรวจ Storage ใหม่

Googleรองรับทั้ง Free up space ใน Google Photos และการจัดการ Cache/Storage ของแอปผ่าน Android Settings

㊳ สิ่งที่ไม่ควรทำ

เมื่อ ลบรูปแล้วพื้นที่มือถือยังเต็ม หลีกเลี่ยงการ

  • Factory Reset ทันที
  • Empty Trash โดยไม่ตรวจรูป
  • ลบ Photos ขณะไม่รู้ว่า Cloud Sync ทำงานอย่างไร
  • กด Clear Storage แทน Clear Cache
  • ลบ Project แอปตัดต่อโดยไม่ Backup
  • ลบ Authenticator หรือข้อมูลแอปสำคัญเพื่อคืนพื้นที่
  • ติดตั้ง Cleaner หลายตัว
  • ลบรูปเพิ่มทั้งที่ Apps เป็นตัวกินพื้นที่หลัก
  • คิดว่า iCloud Storage กับ iPhone Storage คือพื้นที่เดียวกัน
  • คิดว่า Google Account Storage กับ Android Internal Storage คือพื้นที่เดียวกัน

ให้ดู Storage Breakdown ก่อนลบทุกครั้ง

㊴ เมื่อไรควรสงสัยว่าระบบ Storage มีปัญหา?

ควรตรวจเพิ่มเติมเมื่อ

  • Recently Deleted ว่าง
  • Trash ว่าง
  • ลบไฟล์ขนาดใหญ่แล้ว
  • Restart แล้ว
  • Storage Breakdown แสดงตัวเลขผิดปกติ
  • แอปหนึ่งใช้พื้นที่สูงผิดปกติ
  • System Data หรือ Other เพิ่มขึ้นมาก
  • พื้นที่ Free ไม่เปลี่ยนเลยหลังลบข้อมูลจำนวนมาก

กรณีนี้ควรแยกไปตรวจ System Data, App Data หรือ Storage ของระบบต่อ ไม่ควรลบรูปที่เหลือทั้งหมดแบบสุ่ม

สรุป ลบรูปและวิดีโอแล้วพื้นที่มือถือยังเต็ม แก้อย่างไร?

หาก ลบรูปและวิดีโอแล้วพื้นที่มือถือยังเต็ม ให้ตรวจ Recently Deleted หรือ Trash เป็นอันดับแรก

บน iPhone Apple ระบุว่ารูปและวิดีโอที่ลบจะยังอยู่ใน Recently Deleted 30 วัน ก่อนถูกลบถาวร และสามารถเข้า Photos > Collections > Recently Deleted เพื่อลบถาวรก่อนกำหนดได้

หากใช้ iCloud Photos และต้องการเก็บรูปทั้งหมดแต่ลดพื้นที่ iPhone ให้พิจารณา Optimize iPhone Storage ซึ่ง Apple ระบุว่าจะเก็บ Full-resolution Originals ใน iCloud และใช้สำเนาที่ประหยัดพื้นที่บน iPhone เมื่อเหมาะสม

สำหรับ Android ให้ตรวจ Google Photos > Collections > Trash ก่อน เพราะ Google ระบุว่ารูปที่ Backup แล้วสามารถอยู่ใน Trash ได้ถึง 60 วัน

ถ้ารูปทั้งหมด Backup เรียบร้อยแล้วและเป้าหมายคือคืน Internal Storage สามารถใช้ Google Photos > Free up space on this device เพื่อเอาสำเนาที่ Backup แล้วออกจากอุปกรณ์ได้

หากทำทั้งหมดแล้ว Storage ยังเต็ม ให้ตรวจ Files, Downloads, Apps และ Cache ต่อ โดย Android ระบุว่า Clear Cache จะลบเฉพาะข้อมูลชั่วคราว ขณะที่ Clear Storage จะลบข้อมูลแอปอย่างถาวร จึงต้องเลือกให้ถูก

หลักที่ comsiam แนะนำคือ “ดูว่า Storage ไหนเต็ม → เช็ก Trash → ตรวจ Backup → ลบถาวรเฉพาะที่แน่ใจ → ตรวจ Files/Downloads → ตรวจ Apps/Cache → แล้วเช็ก Storage ใหม่”

อย่ารีบ Factory Reset หรือไล่ลบรูปทั้งหมด เพราะหลายครั้งต้นเหตุจริงไม่ได้อยู่ที่ Photos แต่อยู่ใน Downloads, App Data, Cache หรือไฟล์อีกสำเนาที่ซ่อนอยู่ในแอปอื่น