กู้คืนข้อมูลมือถือแล้วข้อมูลมาไม่ครบ แก้อย่างไร? รูป แอป รายชื่อ และไฟล์หายหลัง Restore

กู้คืนข้อมูลจาก Backup หลังเปลี่ยนมือถือ รีเซ็ตเครื่อง หรือซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่แล้วพบว่า ข้อมูลกลับมาไม่ครบ เช่น รูปหาย แอปมาไม่ครบ รายชื่อบางส่วนหาย ข้อความไม่กลับมา หรือข้อมูลภายในแอปไม่เหมือนเครื่องเก่า เป็นปัญหาที่เกิดได้ทั้ง Android และ iPhone

อาการนี้ไม่ได้หมายความว่า Restore ล้มเหลวทั้งหมดเสมอไป เพราะข้อมูลบางส่วนอาจยังอยู่ระหว่างดาวน์โหลด บางประเภทถูก Sync จาก Cloud แยกจาก Device Backup และบางแอปไม่ได้รองรับการ Backup/Restore ข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่แรก

Google ระบุว่า ไม่ใช่ทุกแอปสามารถ Backup หรือ Restore การตั้งค่าและข้อมูลทั้งหมดได้ และการโอนข้อมูลไป Android เครื่องใหม่อาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึงหลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูล (support.google.com)

ส่วน Apple แนะนำว่าหากข้อมูลยังขาดหลัง Restore จาก iCloud Backup ให้ตรวจว่ากระบวนการ Restore ยังดำเนินอยู่หรือไม่ และตรวจว่าข้อมูลประเภทที่หายถูกเก็บอยู่ใน Backup หรือบริการ iCloud ประเภทใด (support.apple.com)

บทความนี้ comsiam จะพาไล่ตรวจทีละขั้นว่า Restore แล้วข้อมูลมาไม่ครบเกิดจากอะไร และควรทำอย่างไรโดยไม่รีบล้างเครื่องซ้ำ

① อย่าเพิ่งรีเซ็ตเครื่องใหม่อีกรอบ

ถ้าเพิ่ง Restore เสร็จและข้อมูลยังมาไม่ครบ สิ่งแรกที่ไม่ควรทำคือ Factory Reset ซ้ำทันที

เพราะบางข้อมูลอาจยังอยู่ระหว่าง

  • ดาวน์โหลดแอป
  • Sync รูป
  • Restore Messages
  • Sync Contacts
  • ดาวน์โหลดไฟล์จาก Cloud
  • Restore ข้อมูลแอป
  • Index ข้อมูลภายในเครื่อง

โดยเฉพาะเครื่องที่มีข้อมูลจำนวนมาก กระบวนการทั้งหมดอาจไม่ได้จบพร้อมกับหน้าจอตั้งค่าเครื่อง

ให้เชื่อมต่อ Wi-Fi และชาร์จเครื่องไว้ก่อน แล้วตรวจสถานะ Restore

② Android กู้ข้อมูลมาไม่ครบ ให้ตรวจว่า Restore เสร็จหรือยัง

การย้ายหรือ Restore Android สามารถใช้เวลาได้ตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึงหลายชั่วโมงตามปริมาณข้อมูล Google แนะนำให้ตรวจ Storage และเตรียมเวลาสำหรับการโอนข้อมูล (support.google.com)

หลังตั้งค่าเครื่องแล้ว ควร

  1. ต่อ Wi-Fi
  2. เสียบชาร์จ
  3. เปิด Play Store
  4. ตรวจว่ามีแอปกำลัง Download อยู่หรือไม่
  5. ตรวจ Google Photos
  6. ตรวจ Contacts
  7. รอระบบ Sync

อย่าเพิ่งสรุปว่าข้อมูลหายถาวรในช่วงแรก

③ iPhone Restore แล้วข้อมูลมาไม่ครบ ให้ดูว่ายัง Restore อยู่หรือไม่

บน iPhone เข้า

Settings > [ชื่อของคุณ] > iCloud > iCloud Backup

หากยัง Restore อยู่ Apple ระบุว่าอาจเห็นข้อความประมาณว่า

This [device] is currently being restored and will automatically back up when it is done

ซึ่งหมายความว่ากระบวนการยังไม่เสร็จ (support.apple.com)

ให้

  • ต่อ Wi-Fi
  • เสียบชาร์จ
  • ปล่อยเครื่องทำงาน
  • ตรวจอีกครั้งภายหลัง

ไม่ควรล้างเครื่องซ้ำในช่วงนี้

④ แอปยังโหลดไม่ครบ ไม่ได้แปลว่า Backup เสีย

หลัง Restore อาจเห็นแอปเป็น

  • ไอคอนสีจาง
  • Waiting
  • Loading
  • กำลัง Download

โดยเฉพาะบน iPhone แอปและข้อมูลบางส่วนยังสามารถดาวน์โหลดต่อเบื้องหลังหลังจาก Restore เครื่องแล้ว

ให้ตรวจ

  • Wi-Fi
  • App Store หรือ Play Store
  • พื้นที่มือถือ
  • บัญชี Store

หาก Storage เครื่องใหม่ไม่เพียงพอ แอปหรือข้อมูลบางส่วนอาจไม่สามารถดาวน์โหลดครบได้

⑤ เช็กพื้นที่เครื่องใหม่ก่อน

หากเครื่องเก่ามีข้อมูล 200 GB แต่เครื่องใหม่มีพื้นที่ว่างเพียง 100 GB ย่อมไม่สามารถนำทุกอย่างกลับมาเก็บ Local ได้เหมือนเดิม

Google แนะนำให้ตรวจ Storage ของทั้งเครื่องเก่าและเครื่องใหม่ก่อน Transfer และหากพื้นที่เครื่องใหม่ไม่เพียงพอ ผู้ใช้สามารถเลือกข้อมูลที่จะโอนได้ (support.google.com)

เข้า

Settings > Storage

หรือบน iPhone

Settings > General > iPhone Storage

แล้วตรวจพื้นที่จริง

⑥ Android เวอร์ชันเก่ากว่าอาจ Restore ไม่สมบูรณ์

หากย้ายจาก Android เครื่องเก่าไปเครื่องใหม่ ควรตรวจ Android Version ด้วย

Google แนะนำว่าอุปกรณ์ใหม่ควรใช้ Android เวอร์ชันเดียวกันหรือใหม่กว่าในสถานการณ์ Restore บางประเภท เพราะการนำ Backup จากระบบใหม่ไปยังระบบเก่ากว่าอาจเกิดความไม่สมบูรณ์ได้ (support.google.com)

จึงควรตรวจ System Update ของเครื่องใหม่ก่อนหากข้อมูลมาไม่ครบผิดปกติ

⑦ แอปบางตัวไม่ได้ Backup ข้อมูลทั้งหมด

นี่เป็นสาเหตุสำคัญมากของคำว่า

“แอปกลับมา แต่ข้อมูลในแอปหาย”

Google ระบุชัดว่า ไม่ใช่ทุกแอปสามารถ Backup หรือ Restore Settings และ Data ทั้งหมดได้ (support.google.com)

ดังนั้นอาจเกิดกรณี

  • แอปติดตั้งกลับมา
  • แต่ต้อง Login ใหม่
  • การตั้งค่าหาย
  • Draft หาย
  • Download Offline หาย
  • Progress บางอย่างไม่กลับมา

ไม่ได้หมายความว่า Google Backup เสียเสมอไป แต่อาจเป็นข้อจำกัดของแอปนั้น

⑧ Login บัญชีเดิมของแอปก่อน

หลายแอปเก็บข้อมูลบน Server ของผู้พัฒนาเอง ไม่ได้เก็บทั้งหมดผ่าน Google หรือ Apple Backup

ดังนั้นหลัง Restore ให้ Login ด้วยบัญชีเดิม เช่น

  • Email เดิม
  • Google Account เดิม
  • Apple Account เดิม
  • Account ของแอป

จากนั้นรอ Sync

บางครั้งข้อมูลที่ดูเหมือนหายจะกลับมาหลัง Login บัญชีเดิม

⑨ รูปหายบน Android ให้เปิด Google Photos

ถ้ารูปไม่อยู่ใน Gallery อย่าเพิ่งคิดว่าหาย

เปิด Google Photos

ตรวจ

  • Google Account
  • Photos
  • Collections
  • Trash
  • Archive

หากรูปเคย Backup ไว้ อาจยังอยู่ใน Google Photos แต่ไม่มี Local Copy ในเครื่องใหม่

Google Photos Backup และ Device Backup เป็นระบบที่ต้องตรวจแยกกัน (support.google.com)

⑩ ตรวจ Gmail ให้ถูกบัญชี

ผู้ใช้ที่มี Gmail หลายบัญชีควรตรวจจุดนี้เป็นพิเศษ

เช่นเครื่องเก่าใช้

accountA

Backup รูป

แต่เครื่องใหม่ Login Google Photos ด้วย

accountB

ผลคือเปิด Google Photos แล้วดูเหมือนรูปหายหมด

ให้แตะรูปโปรไฟล์และสลับตรวจบัญชี Google เดิม

⑪ รูปบน iPhone ยังไม่ครบ อาจกำลัง Sync จาก iCloud Photos

หากใช้ iCloud Photos รูปและวิดีโอจำนวนมากไม่ได้ถูก Restore เหมือนข้อมูลใน Device Backup แต่จะ Sync ผ่าน iCloud แยกต่างหาก

Apple อธิบายว่า iCloud Backup ทำสำเนาข้อมูลที่ ยังไม่ได้ Sync อยู่ใน iCloud อยู่แล้ว (support.apple.com)

ดังนั้นหลัง Restore เครื่องแล้ว รูปบางส่วนอาจค่อย ๆ กลับมาตามการ Sync ของ iCloud Photos

ให้ต่อ Wi-Fi และตรวจ Apple Account เดิมก่อน

⑫ รายชื่อมาไม่ครบ ต้องดูว่าบันทึกไว้ที่ไหน

Contacts อาจมาจากหลายบัญชี เช่น

  • Google
  • iCloud
  • Microsoft
  • SIM
  • Device Storage

ดังนั้นหาก Restore แล้วรายชื่อหายครึ่งหนึ่ง อาจเป็นเพราะยังไม่ได้เพิ่มบัญชีที่เก็บรายชื่ออีกชุด

ให้เปิด Contacts Settings แล้วตรวจบัญชีที่ Sync อยู่

อย่าคิดว่ารายชื่อทั้งหมดต้องอยู่ใน Backup ชุดเดียว

⑬ รายชื่อ Android ให้ตรวจ Google Contacts

หากเคยบันทึกรายชื่อใน Google Account ให้ Login บัญชีเดิมและเปิด Contacts Sync

หลังจากนั้นรอสักครู่ให้รายชื่อกลับมา

หากใช้หลาย Gmail ให้ตรวจทุกบัญชีที่เคยใช้กับ Contacts

รายชื่อที่เก็บเฉพาะ Device หรือ SIM อาจไม่ทำงานเหมือนรายชื่อที่ Sync กับ Google Account

⑭ รายชื่อ iPhone ให้ตรวจ iCloud Contacts

หากใช้ iCloud Contacts ให้ตรวจ

Settings > [ชื่อ] > iCloud

แล้วดูว่า Contacts เปิดอยู่หรือไม่

นอกจากนี้หากเคยใช้ Gmail หรือ Microsoft สำหรับ Contacts ต้องเพิ่ม Account เดิมกลับมาด้วย

ข้อมูล Contacts จึงอาจไม่ได้ขึ้นพร้อมกันทั้งหมดทันทีหลัง Restore

⑮ ข้อความหรือ SMS ไม่กลับมาครบ

ก่อนสรุปว่าหาย ให้ตรวจว่าระบบ Backup เดิมรองรับข้อความประเภทนั้นหรือไม่

บน Android ข้อมูลที่คืนได้ขึ้นอยู่กับระบบ Backup และแอปที่ใช้งาน

บน iPhone ข้อมูล Messages อาจสัมพันธ์กับทั้ง iCloud Backup และการตั้งค่า Messages in iCloud

หลักสำคัญคือ ต้องรู้ว่าข้อมูลชุดเดิมถูกเก็บไว้ที่ไหนก่อน Restore

หากไม่ได้ถูก Backup ตั้งแต่แรก การ Restore ไม่สามารถสร้างข้อมูลที่ไม่มีใน Backup ขึ้นมาใหม่ได้

⑯ WhatsApp หรือแอปแชตต้อง Restore แยก

แชตเป็นตัวอย่างที่พบบ่อยของข้อมูลที่ไม่ได้กลับมาเพียงเพราะ Restore มือถือ

แอปแชตบางตัวใช้ระบบ Backup ของแอปเอง

ดังนั้นต้อง

  1. ติดตั้งแอป
  2. Login หมายเลขหรือบัญชีเดิม
  3. เลือก Restore Backup ตามขั้นตอนของแอป
  4. รอ Media ดาวน์โหลด

Google เองแยกขั้นตอนเกี่ยวกับ WhatsApp ออกจากการ Transfer Android ทั่วไป แสดงให้เห็นว่าข้อมูลแชตต้องตรวจระบบของแอปด้วย (support.google.com)

⑰ รูปในแชตอาจกลับมาช้ากว่าข้อความ

บางแอปอาจ Restore

ข้อความก่อน

แล้วจึงค่อย Download

  • รูป
  • วิดีโอ
  • Voice message
  • Documents

ดังนั้นเห็นแชตกลับมาแต่รูปยังว่างไม่ได้หมายความว่า Media หายถาวรทันที

ให้ต่อ Wi-Fi และตรวจสถานะ Restore ภายในแอป

⑱ Download และ Documents อาจไม่ได้กลับมาเหมือนเดิมทั้งหมด

ไฟล์ที่ผู้ใช้เก็บเองใน

  • Downloads
  • Documents
  • โฟลเดอร์เฉพาะ
  • App folders

ไม่ควรถูกสมมติว่าจะกลับมาทุกไฟล์จาก Device Backup

โดยเฉพาะ Android ซึ่ง Google ระบุว่าแอปและข้อมูลแต่ละประเภทมีความสามารถ Backup/Restore แตกต่างกัน (support.google.com)

หากเครื่องเก่ายังอยู่ ให้ตรวจและ Copy ไฟล์เหล่านี้โดยตรง

⑲ ถ้าเครื่องเก่ายังอยู่ อย่ารีบล้าง

นี่คือข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุด

หากเครื่องเก่ายังเปิดได้ ให้เก็บไว้ก่อนจนกว่าจะตรวจข้อมูลเครื่องใหม่ครบ

ตรวจ

  • DCIM
  • Downloads
  • Documents
  • Notes
  • Voice Recorder
  • Chat
  • Photos
  • SD Card
  • แอปสำคัญ

แล้ว Copy สิ่งที่ขาดไปยังเครื่องใหม่หรือ Cloud

อย่า Factory Reset เครื่องเก่าเพียงเพราะการย้ายดูเหมือนเสร็จแล้ว

⑳ SD Card ไม่ได้ Restore ผ่าน Cloud ทุกอย่าง

หากเครื่องเก่ามี microSD Card อย่าลืมตรวจการ์ด

ข้อมูลใน SD Card เช่น

  • รูป
  • วิดีโอ
  • Documents
  • Downloads

อาจไม่ได้ถูกนำมารวมกับ Device Backup ทุกไฟล์

หากเครื่องใหม่รองรับ SD Card สามารถตรวจการ์ดโดยตรง หรือ Copy ผ่านคอมพิวเตอร์

สำหรับข้อมูลสำคัญควรมี Backup แยกอีกหนึ่งชุด

㉑ Notes หายหลัง Restore

Notes สามารถถูกเก็บได้หลายที่

เช่น

  • Google Account
  • Samsung Account
  • iCloud
  • Account ของแอป
  • Local only

ให้เปิดแอป Notes แล้วตรวจ Accounts หรือ Sync

หากข้อมูลเดิมเป็น Local only และแอปนั้นไม่ได้รองรับ Backup ข้อมูลดังกล่าว อาจไม่กลับมาพร้อม Restore

จึงเป็นเหตุผลที่ก่อน Reset ควร Export Notes สำคัญไว้ต่างหาก

㉒ ข้อมูลเกมหายแม้เกมกลับมาแล้ว

การติดตั้งเกมกลับมาไม่ได้หมายความว่า Save Game จะกลับมาด้วยเสมอ

ให้ตรวจว่าเกมเดิม Login ผ่านอะไร เช่น

  • Google Play Games
  • Apple Account
  • Facebook
  • Account ของเกม

หาก Progress เก็บบน Server หลัง Login บัญชีเดิมข้อมูลอาจกลับมา

แต่ถ้า Save อยู่เฉพาะ Local และไม่ได้ถูก Backup อาจไม่มีข้อมูลให้ Restore

㉓ Authenticator ไม่กลับมาเหมือนแอปทั่วไป

แอปสำหรับยืนยันตัวตนเป็นข้อมูลที่ควรตรวจแยกต่างหาก

อย่าคาดหวังว่าการ Restore โทรศัพท์จะทำให้รหัสทุกบัญชีกลับมาโดยอัตโนมัติ

ให้ใช้ระบบ Sync, Transfer หรือ Recovery ที่แอปนั้นรองรับ และเก็บ Recovery Codes ของบริการสำคัญไว้ตามวิธีที่บริการกำหนด

อย่ารีเซ็ตเครื่องเก่าจนกว่าจะมั่นใจว่าสามารถเข้าสู่บัญชีสำคัญบนเครื่องใหม่ได้

㉔ แอปธนาคารหรือแอปความปลอดภัยอาจต้องตั้งค่าใหม่

แอปที่มีระบบความปลอดภัยสูงอาจไม่ Restore Session หรือข้อมูลการเข้าสู่ระบบเดิมทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย

จึงอาจต้อง

  • Login ใหม่
  • ยืนยันอุปกรณ์
  • ตั้งค่าใหม่

ไม่ได้หมายความว่าการ Restore ผิดพลาด

ให้ใช้ขั้นตอนอย่างเป็นทางการของบริการนั้น

㉕ iPhone Restore จาก Backup คนละเครื่องอาจมีข้อมูลบางอย่างไม่มา

Apple ระบุว่า หาก Restore iPad จาก iPhone Backup หรือในทางกลับกัน ข้อมูลบางประเภทอาจไม่ถูก Restore (support.apple.com)

ดังนั้นต้องดูด้วยว่า Backup มาจาก

  • อุปกรณ์ประเภทเดียวกันหรือไม่
  • Backup วันที่ใด
  • Apple Account ใด

การเลือก Backup ผิดชุดสามารถทำให้ข้อมูลที่ได้ไม่ตรงกับที่คาด

㉖ ตรวจวันที่ของ Backup

หากเลือก Backup ที่เก่า ข้อมูลหลังวันที่นั้นย่อมไม่อยู่ใน Backup

ตัวอย่างเช่น

Backup ล่าสุดคือวันที่ 1 สิงหาคม

แต่รูปสำคัญถูกถ่ายวันที่ 5 สิงหาคม

หากรูปดังกล่าวไม่ได้ Sync ไป Cloud อื่น ข้อมูลก็ไม่สามารถกลับมาจาก Backup วันที่ 1 สิงหาคมได้

ดังนั้นก่อน Restore ควรเลือก Backup ตาม

  • วันที่
  • เวลา
  • ขนาด
  • ชื่ออุปกรณ์

Apple ให้เลือก Backup ที่ต้องการจากรายการระหว่างขั้นตอน Restore จาก iCloud (support.apple.com)

㉗ เลือก Backup ผิดชุด ทำอย่างไร?

หากบน iPhone มั่นใจว่าเลือก Backup ผิด และมี Backup ที่ถูกต้องอีกชุด Apple ระบุว่าสามารถลอง Restore จาก Backup อื่นได้เมื่อข้อมูลยังขาดหลัง Restore (support.apple.com)

แต่การ Restore iPhone จาก Backup ใหม่อาจต้องล้างข้อมูลปัจจุบันเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนตั้งค่าใหม่ (support.apple.com)

ดังนั้นก่อนทำต้อง Backup ข้อมูลใหม่ที่เกิดขึ้นหลังการ Restore รอบแรกไว้ก่อน

อย่ารีเซ็ตซ้ำโดยไม่ได้ตรวจว่ามี Backup ที่ต้องการจริง

㉘ Android เลือกข้อมูลไม่ครบตอน Transfer

ระหว่าง Setup Android เครื่องใหม่ ผู้ใช้สามารถเลือกข้อมูลที่จะ Copy ได้ในบางขั้นตอน

Google ระบุว่าหาก Storage เครื่องใหม่ไม่พอ สามารถเลือกข้อมูลที่จะ Transfer ได้ (support.google.com)

ดังนั้นหากแอปหรือไฟล์บางประเภทไม่มา อาจเกิดจากไม่ได้ถูกเลือกตั้งแต่ขั้นตอน Transfer

หากเครื่องเก่ายังอยู่ ให้ Copy เพิ่มภายหลังแทนการรีเซ็ตทันที

㉙ Restore แล้วแอปติดตั้งไม่ครบ ให้เปิด Store

Android

เปิด Google Play Store แล้วตรวจแอปที่กำลังติดตั้งหรือ Library ของบัญชีเดิม

iPhone

เปิด App Store และใช้ Apple Account เดิม

บางแอปอาจไม่สามารถดาวน์โหลดกลับได้ หาก

  • ถูกถอดออกจาก Store
  • ไม่รองรับระบบใหม่
  • ใช้บัญชีคนละบัญชี
  • มีข้อจำกัดด้านภูมิภาคหรือความเข้ากันได้

จึงไม่ควรใช้จำนวนแอปเพียงอย่างเดียวตัดสินว่า Backup เสีย

㉚ ข้อมูลยังไม่ครบเพราะไม่ได้ Sync

หลัง Restore ให้ตรวจ Sync ของบัญชีต่าง ๆ

เช่น

  • Google
  • iCloud
  • Microsoft
  • Samsung Account

ข้อมูลบางประเภทไม่ได้ถูก Restore จาก Backup แต่จะกลับมาหลัง Account Sync

ให้ตรวจทีละบริการและใช้บัญชีเดิม

㉛ ถ้าข้อมูลหายหลัง Factory Reset กู้ได้ไหม?

ต้องดูว่ามี Backup หรือ Cloud Sync อยู่ก่อน Reset หรือไม่

บนมือถือสมัยใหม่ที่ใช้การเข้ารหัสข้อมูล การหวังว่าจะกู้ข้อมูลทั้งหมดจาก Internal Storage หลัง Factory Reset โดยไม่มี Backup ไม่ใช่สิ่งที่ควรคาดหวัง

ดังนั้นจุดแรกที่ควรตรวจคือ

  • Google Backup
  • Google Photos
  • iCloud
  • Computer Backup
  • แอป Cloud
  • เครื่องเก่า
  • SD Card

ก่อนพึ่งวิธี Recovery อื่น

㉜ อย่าใช้โปรแกรมกู้ข้อมูลแบบสุ่มทันที

หากข้อมูลไม่ครบหลัง Restore ยังไม่ควรเริ่มด้วยโปรแกรมที่โฆษณาว่า

Recover Everything

เพราะปัญหาส่วนใหญ่ในขั้นนี้ควรตรวจ Backup และ Cloud ก่อน

โดยเฉพาะอย่าให้แอปที่ไม่น่าเชื่อถือเข้าถึง

  • รูปทั้งหมด
  • Contacts
  • Messages
  • Account
  • Files

โดยไม่จำเป็น

เริ่มจากเครื่องมือและบัญชีอย่างเป็นทางการก่อน

㉝ วิธีตรวจข้อมูลที่ขาดแบบเป็นหมวด

ทำ Checklist นี้

รูป/วิดีโอ
→ Google Photos / iCloud Photos / เครื่องเก่า

รายชื่อ
→ Google Contacts / iCloud Contacts / SIM

แอป
→ Play Store / App Store

ข้อมูลแอป
→ Login Account เดิม / Cloud ของแอป

แชต
→ Backup ของแอปแชต

เอกสาร
→ Google Drive / iCloud Drive / Downloads / เครื่องเก่า

Notes
→ Account Sync / Export เดิม

SD Card
→ ตรวจการ์ดโดยตรง

การไล่ทีละหมวดช่วยหาได้เร็วกว่าการ Restore ซ้ำทั้งเครื่อง

㉞ วิธีแก้ Restore ข้อมูลมาไม่ครบแบบเร็วที่สุด

ให้ทำตามลำดับนี้

1. อย่ารีเซ็ตเครื่องซ้ำ

2. ต่อ Wi-Fi

3. เสียบชาร์จ

4. รอ Restore/Sync ให้เสร็จ

5. ตรวจ Storage เครื่องใหม่

6. ตรวจ Google/Apple Account

7. ตรวจ Google Photos หรือ iCloud Photos

8. ตรวจ Contacts Account

9. เปิด Store ดูแอปที่ยัง Download

10. Login แอปสำคัญ

11. Restore แชตจากระบบของแอป

12. ตรวจ Documents และ Downloads

13. ตรวจ SD Card

14. ถ้าเครื่องเก่ายังอยู่ ห้ามล้าง

15. Copy ข้อมูลที่ขาดจากเครื่องเก่า

วิธีนี้ลดความเสี่ยงได้มากกว่าการ Factory Reset และ Restore ใหม่ทันที

㉟ ถ้าทำครบแล้วยังข้อมูลไม่มา

หากข้อมูลบางรายการยังขาด ให้ถาม 3 คำถาม

ข้อมูลนี้เคยถูก Backup จริงหรือไม่?

Backup ที่เลือกสร้างก่อนหรือหลังข้อมูลนี้?

แอปหรือบริการนั้นรองรับ Restore ข้อมูลประเภทนี้หรือไม่?

บน Android Google ระบุว่าไม่ใช่ทุกแอปจะ Backup หรือ Restore ข้อมูลทั้งหมดได้ (support.google.com)

บน iPhone Apple แนะนำให้ตรวจว่าข้อมูลที่หายเป็นข้อมูลประเภทที่รวมอยู่ใน Backup หรือ Sync ผ่าน iCloud แยกต่างหาก (support.apple.com)

คำตอบของสามข้อนี้มักบอกได้ว่าควรค้นต่อจากที่ใด

㊱ สิ่งที่ไม่ควรทำ

เมื่อ Restore แล้วข้อมูลไม่ครบ อย่ารีบ

  • Factory Reset ซ้ำ
  • ลบเครื่องเก่า
  • ลบ Backup เดิม
  • Sign out ทุก Account
  • Clear Data แอปสำคัญ
  • Format SD Card
  • ถอนแอปที่มีข้อมูล Local
  • ใช้ Cleaner
  • เชื่อว่า Backup เก็บข้อมูลทุกอย่าง 100%

ควรเก็บต้นฉบับและ Backup เดิมไว้จนกว่าจะรู้ว่าข้อมูลที่ขาดอยู่ตรงไหน

สรุป กู้คืนข้อมูลมือถือแล้วข้อมูลมาไม่ครบ แก้อย่างไร?

ถ้า กู้คืนข้อมูลมือถือแล้วข้อมูลมาไม่ครบ อย่าเพิ่งรีเซ็ตเครื่องซ้ำ เพราะบางข้อมูลอาจยังอยู่ระหว่าง Restore หรือ Sync

สำหรับ Android ให้ตรวจ

  • Google Account
  • Google Backup
  • Google Photos
  • Play Store
  • Contacts
  • Backup ของแต่ละแอป
  • Storage ของเครื่องใหม่

Google ระบุว่าไม่ใช่ทุกแอปสามารถ Backup หรือ Restore Settings และ Data ทั้งหมดได้ และการ Transfer ข้อมูลอาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่นาทีถึงหลายชั่วโมง (support.google.com) (support.google.com)

สำหรับ iPhone ให้ตรวจว่า iCloud Restore ยังทำงานอยู่หรือไม่ และตรวจว่าข้อมูลที่หายเป็นข้อมูลใน iCloud Backup หรือเป็นข้อมูลที่ Sync ผ่านบริการ iCloud อื่น เช่น iCloud Photos (support.apple.com) (support.apple.com)

หากเครื่องเก่ายังอยู่ อย่าเพิ่ง Factory Reset เครื่องเก่า ให้ใช้เป็นแหล่งตรวจและ Copy ข้อมูลที่ขาดจนกว่าเครื่องใหม่จะครบ

หลักที่ comsiam แนะนำคือ รอ Restore → ตรวจบัญชี → ตรวจ Cloud → ตรวจแอป → ตรวจเครื่องเก่า → Copy สิ่งที่ขาด → แล้วค่อยลบเครื่องเดิม

และต้องจำไว้ว่า Restore สามารถนำกลับมาได้เฉพาะข้อมูลที่เคยถูก Backup หรือ Sync ไว้จริงเท่านั้น หากข้อมูลไม่เคยถูกสำรองตั้งแต่ต้น การ Restore ไม่สามารถสร้างข้อมูลนั้นขึ้นมาใหม่ได้