Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

กู้คืนข้อมูลจาก Backup หลังเปลี่ยนมือถือ รีเซ็ตเครื่อง หรือซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่แล้วพบว่า ข้อมูลกลับมาไม่ครบ เช่น รูปหาย แอปมาไม่ครบ รายชื่อบางส่วนหาย ข้อความไม่กลับมา หรือข้อมูลภายในแอปไม่เหมือนเครื่องเก่า เป็นปัญหาที่เกิดได้ทั้ง Android และ iPhone
อาการนี้ไม่ได้หมายความว่า Restore ล้มเหลวทั้งหมดเสมอไป เพราะข้อมูลบางส่วนอาจยังอยู่ระหว่างดาวน์โหลด บางประเภทถูก Sync จาก Cloud แยกจาก Device Backup และบางแอปไม่ได้รองรับการ Backup/Restore ข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่แรก
Google ระบุว่า ไม่ใช่ทุกแอปสามารถ Backup หรือ Restore การตั้งค่าและข้อมูลทั้งหมดได้ และการโอนข้อมูลไป Android เครื่องใหม่อาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึงหลายชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูล (support.google.com)
ส่วน Apple แนะนำว่าหากข้อมูลยังขาดหลัง Restore จาก iCloud Backup ให้ตรวจว่ากระบวนการ Restore ยังดำเนินอยู่หรือไม่ และตรวจว่าข้อมูลประเภทที่หายถูกเก็บอยู่ใน Backup หรือบริการ iCloud ประเภทใด (support.apple.com)
บทความนี้ comsiam จะพาไล่ตรวจทีละขั้นว่า Restore แล้วข้อมูลมาไม่ครบเกิดจากอะไร และควรทำอย่างไรโดยไม่รีบล้างเครื่องซ้ำ
ถ้าเพิ่ง Restore เสร็จและข้อมูลยังมาไม่ครบ สิ่งแรกที่ไม่ควรทำคือ Factory Reset ซ้ำทันที
เพราะบางข้อมูลอาจยังอยู่ระหว่าง
โดยเฉพาะเครื่องที่มีข้อมูลจำนวนมาก กระบวนการทั้งหมดอาจไม่ได้จบพร้อมกับหน้าจอตั้งค่าเครื่อง
ให้เชื่อมต่อ Wi-Fi และชาร์จเครื่องไว้ก่อน แล้วตรวจสถานะ Restore
การย้ายหรือ Restore Android สามารถใช้เวลาได้ตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึงหลายชั่วโมงตามปริมาณข้อมูล Google แนะนำให้ตรวจ Storage และเตรียมเวลาสำหรับการโอนข้อมูล (support.google.com)
หลังตั้งค่าเครื่องแล้ว ควร
อย่าเพิ่งสรุปว่าข้อมูลหายถาวรในช่วงแรก
บน iPhone เข้า
Settings > [ชื่อของคุณ] > iCloud > iCloud Backup
หากยัง Restore อยู่ Apple ระบุว่าอาจเห็นข้อความประมาณว่า
This [device] is currently being restored and will automatically back up when it is done
ซึ่งหมายความว่ากระบวนการยังไม่เสร็จ (support.apple.com)
ให้
ไม่ควรล้างเครื่องซ้ำในช่วงนี้
หลัง Restore อาจเห็นแอปเป็น
โดยเฉพาะบน iPhone แอปและข้อมูลบางส่วนยังสามารถดาวน์โหลดต่อเบื้องหลังหลังจาก Restore เครื่องแล้ว
ให้ตรวจ
หาก Storage เครื่องใหม่ไม่เพียงพอ แอปหรือข้อมูลบางส่วนอาจไม่สามารถดาวน์โหลดครบได้
หากเครื่องเก่ามีข้อมูล 200 GB แต่เครื่องใหม่มีพื้นที่ว่างเพียง 100 GB ย่อมไม่สามารถนำทุกอย่างกลับมาเก็บ Local ได้เหมือนเดิม
Google แนะนำให้ตรวจ Storage ของทั้งเครื่องเก่าและเครื่องใหม่ก่อน Transfer และหากพื้นที่เครื่องใหม่ไม่เพียงพอ ผู้ใช้สามารถเลือกข้อมูลที่จะโอนได้ (support.google.com)
เข้า
Settings > Storage
หรือบน iPhone
Settings > General > iPhone Storage
แล้วตรวจพื้นที่จริง
หากย้ายจาก Android เครื่องเก่าไปเครื่องใหม่ ควรตรวจ Android Version ด้วย
Google แนะนำว่าอุปกรณ์ใหม่ควรใช้ Android เวอร์ชันเดียวกันหรือใหม่กว่าในสถานการณ์ Restore บางประเภท เพราะการนำ Backup จากระบบใหม่ไปยังระบบเก่ากว่าอาจเกิดความไม่สมบูรณ์ได้ (support.google.com)
จึงควรตรวจ System Update ของเครื่องใหม่ก่อนหากข้อมูลมาไม่ครบผิดปกติ
นี่เป็นสาเหตุสำคัญมากของคำว่า
“แอปกลับมา แต่ข้อมูลในแอปหาย”
Google ระบุชัดว่า ไม่ใช่ทุกแอปสามารถ Backup หรือ Restore Settings และ Data ทั้งหมดได้ (support.google.com)
ดังนั้นอาจเกิดกรณี
ไม่ได้หมายความว่า Google Backup เสียเสมอไป แต่อาจเป็นข้อจำกัดของแอปนั้น
หลายแอปเก็บข้อมูลบน Server ของผู้พัฒนาเอง ไม่ได้เก็บทั้งหมดผ่าน Google หรือ Apple Backup
ดังนั้นหลัง Restore ให้ Login ด้วยบัญชีเดิม เช่น
จากนั้นรอ Sync
บางครั้งข้อมูลที่ดูเหมือนหายจะกลับมาหลัง Login บัญชีเดิม
ถ้ารูปไม่อยู่ใน Gallery อย่าเพิ่งคิดว่าหาย
เปิด Google Photos
ตรวจ
หากรูปเคย Backup ไว้ อาจยังอยู่ใน Google Photos แต่ไม่มี Local Copy ในเครื่องใหม่
Google Photos Backup และ Device Backup เป็นระบบที่ต้องตรวจแยกกัน (support.google.com)
ผู้ใช้ที่มี Gmail หลายบัญชีควรตรวจจุดนี้เป็นพิเศษ
เช่นเครื่องเก่าใช้
accountA
Backup รูป
แต่เครื่องใหม่ Login Google Photos ด้วย
accountB
ผลคือเปิด Google Photos แล้วดูเหมือนรูปหายหมด
ให้แตะรูปโปรไฟล์และสลับตรวจบัญชี Google เดิม
หากใช้ iCloud Photos รูปและวิดีโอจำนวนมากไม่ได้ถูก Restore เหมือนข้อมูลใน Device Backup แต่จะ Sync ผ่าน iCloud แยกต่างหาก
Apple อธิบายว่า iCloud Backup ทำสำเนาข้อมูลที่ ยังไม่ได้ Sync อยู่ใน iCloud อยู่แล้ว (support.apple.com)
ดังนั้นหลัง Restore เครื่องแล้ว รูปบางส่วนอาจค่อย ๆ กลับมาตามการ Sync ของ iCloud Photos
ให้ต่อ Wi-Fi และตรวจ Apple Account เดิมก่อน
Contacts อาจมาจากหลายบัญชี เช่น
ดังนั้นหาก Restore แล้วรายชื่อหายครึ่งหนึ่ง อาจเป็นเพราะยังไม่ได้เพิ่มบัญชีที่เก็บรายชื่ออีกชุด
ให้เปิด Contacts Settings แล้วตรวจบัญชีที่ Sync อยู่
อย่าคิดว่ารายชื่อทั้งหมดต้องอยู่ใน Backup ชุดเดียว
หากเคยบันทึกรายชื่อใน Google Account ให้ Login บัญชีเดิมและเปิด Contacts Sync
หลังจากนั้นรอสักครู่ให้รายชื่อกลับมา
หากใช้หลาย Gmail ให้ตรวจทุกบัญชีที่เคยใช้กับ Contacts
รายชื่อที่เก็บเฉพาะ Device หรือ SIM อาจไม่ทำงานเหมือนรายชื่อที่ Sync กับ Google Account
หากใช้ iCloud Contacts ให้ตรวจ
Settings > [ชื่อ] > iCloud
แล้วดูว่า Contacts เปิดอยู่หรือไม่
นอกจากนี้หากเคยใช้ Gmail หรือ Microsoft สำหรับ Contacts ต้องเพิ่ม Account เดิมกลับมาด้วย
ข้อมูล Contacts จึงอาจไม่ได้ขึ้นพร้อมกันทั้งหมดทันทีหลัง Restore
ก่อนสรุปว่าหาย ให้ตรวจว่าระบบ Backup เดิมรองรับข้อความประเภทนั้นหรือไม่
บน Android ข้อมูลที่คืนได้ขึ้นอยู่กับระบบ Backup และแอปที่ใช้งาน
บน iPhone ข้อมูล Messages อาจสัมพันธ์กับทั้ง iCloud Backup และการตั้งค่า Messages in iCloud
หลักสำคัญคือ ต้องรู้ว่าข้อมูลชุดเดิมถูกเก็บไว้ที่ไหนก่อน Restore
หากไม่ได้ถูก Backup ตั้งแต่แรก การ Restore ไม่สามารถสร้างข้อมูลที่ไม่มีใน Backup ขึ้นมาใหม่ได้
แชตเป็นตัวอย่างที่พบบ่อยของข้อมูลที่ไม่ได้กลับมาเพียงเพราะ Restore มือถือ
แอปแชตบางตัวใช้ระบบ Backup ของแอปเอง
ดังนั้นต้อง
Google เองแยกขั้นตอนเกี่ยวกับ WhatsApp ออกจากการ Transfer Android ทั่วไป แสดงให้เห็นว่าข้อมูลแชตต้องตรวจระบบของแอปด้วย (support.google.com)
บางแอปอาจ Restore
ข้อความก่อน
แล้วจึงค่อย Download
ดังนั้นเห็นแชตกลับมาแต่รูปยังว่างไม่ได้หมายความว่า Media หายถาวรทันที
ให้ต่อ Wi-Fi และตรวจสถานะ Restore ภายในแอป
ไฟล์ที่ผู้ใช้เก็บเองใน
ไม่ควรถูกสมมติว่าจะกลับมาทุกไฟล์จาก Device Backup
โดยเฉพาะ Android ซึ่ง Google ระบุว่าแอปและข้อมูลแต่ละประเภทมีความสามารถ Backup/Restore แตกต่างกัน (support.google.com)
หากเครื่องเก่ายังอยู่ ให้ตรวจและ Copy ไฟล์เหล่านี้โดยตรง
นี่คือข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุด
หากเครื่องเก่ายังเปิดได้ ให้เก็บไว้ก่อนจนกว่าจะตรวจข้อมูลเครื่องใหม่ครบ
ตรวจ
แล้ว Copy สิ่งที่ขาดไปยังเครื่องใหม่หรือ Cloud
อย่า Factory Reset เครื่องเก่าเพียงเพราะการย้ายดูเหมือนเสร็จแล้ว
หากเครื่องเก่ามี microSD Card อย่าลืมตรวจการ์ด
ข้อมูลใน SD Card เช่น
อาจไม่ได้ถูกนำมารวมกับ Device Backup ทุกไฟล์
หากเครื่องใหม่รองรับ SD Card สามารถตรวจการ์ดโดยตรง หรือ Copy ผ่านคอมพิวเตอร์
สำหรับข้อมูลสำคัญควรมี Backup แยกอีกหนึ่งชุด
Notes สามารถถูกเก็บได้หลายที่
เช่น
ให้เปิดแอป Notes แล้วตรวจ Accounts หรือ Sync
หากข้อมูลเดิมเป็น Local only และแอปนั้นไม่ได้รองรับ Backup ข้อมูลดังกล่าว อาจไม่กลับมาพร้อม Restore
จึงเป็นเหตุผลที่ก่อน Reset ควร Export Notes สำคัญไว้ต่างหาก
การติดตั้งเกมกลับมาไม่ได้หมายความว่า Save Game จะกลับมาด้วยเสมอ
ให้ตรวจว่าเกมเดิม Login ผ่านอะไร เช่น
หาก Progress เก็บบน Server หลัง Login บัญชีเดิมข้อมูลอาจกลับมา
แต่ถ้า Save อยู่เฉพาะ Local และไม่ได้ถูก Backup อาจไม่มีข้อมูลให้ Restore
แอปสำหรับยืนยันตัวตนเป็นข้อมูลที่ควรตรวจแยกต่างหาก
อย่าคาดหวังว่าการ Restore โทรศัพท์จะทำให้รหัสทุกบัญชีกลับมาโดยอัตโนมัติ
ให้ใช้ระบบ Sync, Transfer หรือ Recovery ที่แอปนั้นรองรับ และเก็บ Recovery Codes ของบริการสำคัญไว้ตามวิธีที่บริการกำหนด
อย่ารีเซ็ตเครื่องเก่าจนกว่าจะมั่นใจว่าสามารถเข้าสู่บัญชีสำคัญบนเครื่องใหม่ได้
แอปที่มีระบบความปลอดภัยสูงอาจไม่ Restore Session หรือข้อมูลการเข้าสู่ระบบเดิมทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย
จึงอาจต้อง
ไม่ได้หมายความว่าการ Restore ผิดพลาด
ให้ใช้ขั้นตอนอย่างเป็นทางการของบริการนั้น
Apple ระบุว่า หาก Restore iPad จาก iPhone Backup หรือในทางกลับกัน ข้อมูลบางประเภทอาจไม่ถูก Restore (support.apple.com)
ดังนั้นต้องดูด้วยว่า Backup มาจาก
การเลือก Backup ผิดชุดสามารถทำให้ข้อมูลที่ได้ไม่ตรงกับที่คาด
หากเลือก Backup ที่เก่า ข้อมูลหลังวันที่นั้นย่อมไม่อยู่ใน Backup
ตัวอย่างเช่น
Backup ล่าสุดคือวันที่ 1 สิงหาคม
แต่รูปสำคัญถูกถ่ายวันที่ 5 สิงหาคม
หากรูปดังกล่าวไม่ได้ Sync ไป Cloud อื่น ข้อมูลก็ไม่สามารถกลับมาจาก Backup วันที่ 1 สิงหาคมได้
ดังนั้นก่อน Restore ควรเลือก Backup ตาม
Apple ให้เลือก Backup ที่ต้องการจากรายการระหว่างขั้นตอน Restore จาก iCloud (support.apple.com)
หากบน iPhone มั่นใจว่าเลือก Backup ผิด และมี Backup ที่ถูกต้องอีกชุด Apple ระบุว่าสามารถลอง Restore จาก Backup อื่นได้เมื่อข้อมูลยังขาดหลัง Restore (support.apple.com)
แต่การ Restore iPhone จาก Backup ใหม่อาจต้องล้างข้อมูลปัจจุบันเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนตั้งค่าใหม่ (support.apple.com)
ดังนั้นก่อนทำต้อง Backup ข้อมูลใหม่ที่เกิดขึ้นหลังการ Restore รอบแรกไว้ก่อน
อย่ารีเซ็ตซ้ำโดยไม่ได้ตรวจว่ามี Backup ที่ต้องการจริง
ระหว่าง Setup Android เครื่องใหม่ ผู้ใช้สามารถเลือกข้อมูลที่จะ Copy ได้ในบางขั้นตอน
Google ระบุว่าหาก Storage เครื่องใหม่ไม่พอ สามารถเลือกข้อมูลที่จะ Transfer ได้ (support.google.com)
ดังนั้นหากแอปหรือไฟล์บางประเภทไม่มา อาจเกิดจากไม่ได้ถูกเลือกตั้งแต่ขั้นตอน Transfer
หากเครื่องเก่ายังอยู่ ให้ Copy เพิ่มภายหลังแทนการรีเซ็ตทันที
เปิด Google Play Store แล้วตรวจแอปที่กำลังติดตั้งหรือ Library ของบัญชีเดิม
เปิด App Store และใช้ Apple Account เดิม
บางแอปอาจไม่สามารถดาวน์โหลดกลับได้ หาก
จึงไม่ควรใช้จำนวนแอปเพียงอย่างเดียวตัดสินว่า Backup เสีย
หลัง Restore ให้ตรวจ Sync ของบัญชีต่าง ๆ
เช่น
ข้อมูลบางประเภทไม่ได้ถูก Restore จาก Backup แต่จะกลับมาหลัง Account Sync
ให้ตรวจทีละบริการและใช้บัญชีเดิม
ต้องดูว่ามี Backup หรือ Cloud Sync อยู่ก่อน Reset หรือไม่
บนมือถือสมัยใหม่ที่ใช้การเข้ารหัสข้อมูล การหวังว่าจะกู้ข้อมูลทั้งหมดจาก Internal Storage หลัง Factory Reset โดยไม่มี Backup ไม่ใช่สิ่งที่ควรคาดหวัง
ดังนั้นจุดแรกที่ควรตรวจคือ
ก่อนพึ่งวิธี Recovery อื่น
หากข้อมูลไม่ครบหลัง Restore ยังไม่ควรเริ่มด้วยโปรแกรมที่โฆษณาว่า
Recover Everything
เพราะปัญหาส่วนใหญ่ในขั้นนี้ควรตรวจ Backup และ Cloud ก่อน
โดยเฉพาะอย่าให้แอปที่ไม่น่าเชื่อถือเข้าถึง
โดยไม่จำเป็น
เริ่มจากเครื่องมือและบัญชีอย่างเป็นทางการก่อน
ทำ Checklist นี้
รูป/วิดีโอ
→ Google Photos / iCloud Photos / เครื่องเก่า
รายชื่อ
→ Google Contacts / iCloud Contacts / SIM
แอป
→ Play Store / App Store
ข้อมูลแอป
→ Login Account เดิม / Cloud ของแอป
แชต
→ Backup ของแอปแชต
เอกสาร
→ Google Drive / iCloud Drive / Downloads / เครื่องเก่า
Notes
→ Account Sync / Export เดิม
SD Card
→ ตรวจการ์ดโดยตรง
การไล่ทีละหมวดช่วยหาได้เร็วกว่าการ Restore ซ้ำทั้งเครื่อง
ให้ทำตามลำดับนี้
1. อย่ารีเซ็ตเครื่องซ้ำ
2. ต่อ Wi-Fi
3. เสียบชาร์จ
4. รอ Restore/Sync ให้เสร็จ
5. ตรวจ Storage เครื่องใหม่
6. ตรวจ Google/Apple Account
7. ตรวจ Google Photos หรือ iCloud Photos
8. ตรวจ Contacts Account
9. เปิด Store ดูแอปที่ยัง Download
10. Login แอปสำคัญ
11. Restore แชตจากระบบของแอป
12. ตรวจ Documents และ Downloads
13. ตรวจ SD Card
14. ถ้าเครื่องเก่ายังอยู่ ห้ามล้าง
15. Copy ข้อมูลที่ขาดจากเครื่องเก่า
วิธีนี้ลดความเสี่ยงได้มากกว่าการ Factory Reset และ Restore ใหม่ทันที
หากข้อมูลบางรายการยังขาด ให้ถาม 3 คำถาม
ข้อมูลนี้เคยถูก Backup จริงหรือไม่?
Backup ที่เลือกสร้างก่อนหรือหลังข้อมูลนี้?
แอปหรือบริการนั้นรองรับ Restore ข้อมูลประเภทนี้หรือไม่?
บน Android Google ระบุว่าไม่ใช่ทุกแอปจะ Backup หรือ Restore ข้อมูลทั้งหมดได้ (support.google.com)
บน iPhone Apple แนะนำให้ตรวจว่าข้อมูลที่หายเป็นข้อมูลประเภทที่รวมอยู่ใน Backup หรือ Sync ผ่าน iCloud แยกต่างหาก (support.apple.com)
คำตอบของสามข้อนี้มักบอกได้ว่าควรค้นต่อจากที่ใด
เมื่อ Restore แล้วข้อมูลไม่ครบ อย่ารีบ
ควรเก็บต้นฉบับและ Backup เดิมไว้จนกว่าจะรู้ว่าข้อมูลที่ขาดอยู่ตรงไหน
ถ้า กู้คืนข้อมูลมือถือแล้วข้อมูลมาไม่ครบ อย่าเพิ่งรีเซ็ตเครื่องซ้ำ เพราะบางข้อมูลอาจยังอยู่ระหว่าง Restore หรือ Sync
สำหรับ Android ให้ตรวจ
Google ระบุว่าไม่ใช่ทุกแอปสามารถ Backup หรือ Restore Settings และ Data ทั้งหมดได้ และการ Transfer ข้อมูลอาจใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่นาทีถึงหลายชั่วโมง (support.google.com) (support.google.com)
สำหรับ iPhone ให้ตรวจว่า iCloud Restore ยังทำงานอยู่หรือไม่ และตรวจว่าข้อมูลที่หายเป็นข้อมูลใน iCloud Backup หรือเป็นข้อมูลที่ Sync ผ่านบริการ iCloud อื่น เช่น iCloud Photos (support.apple.com) (support.apple.com)
หากเครื่องเก่ายังอยู่ อย่าเพิ่ง Factory Reset เครื่องเก่า ให้ใช้เป็นแหล่งตรวจและ Copy ข้อมูลที่ขาดจนกว่าเครื่องใหม่จะครบ
หลักที่ comsiam แนะนำคือ รอ Restore → ตรวจบัญชี → ตรวจ Cloud → ตรวจแอป → ตรวจเครื่องเก่า → Copy สิ่งที่ขาด → แล้วค่อยลบเครื่องเดิม
และต้องจำไว้ว่า Restore สามารถนำกลับมาได้เฉพาะข้อมูลที่เคยถูก Backup หรือ Sync ไว้จริงเท่านั้น หากข้อมูลไม่เคยถูกสำรองตั้งแต่ต้น การ Restore ไม่สามารถสร้างข้อมูลนั้นขึ้นมาใหม่ได้