Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

วันที่และเวลาในรูปมือถือผิด เช่น ถ่ายวันนี้แต่ Gallery แสดงเป็นเมื่อวาน รูปใหม่ไปอยู่รวมกับรูปเก่าหลายเดือน หรือรายละเอียดภาพระบุปีและเวลาไม่ตรง อาจเกิดจาก วันที่และเวลาของมือถือผิด, Time Zone ไม่ถูกต้อง, ปิดการตั้งเวลาอัตโนมัติ, Metadata ของรูปถูกแก้ไข, รูปผ่านแอปตัดต่อหรือ Social Media หรือไฟล์ถูกย้ายจากเครื่องอื่น
วิธีแก้ที่ควรเริ่มก่อนคือ ตรวจ Date & Time และ Time Zone ของมือถือให้ถูกต้อง แล้วถ่ายรูปใหม่เพื่อทดสอบ เพราะการแก้เวลาของเครื่องจะช่วยให้ “รูปที่ถ่ายใหม่” มีวันที่ถูกต้อง แต่รูปเก่าที่บันทึก Metadata ผิดไปแล้วอาจต้องแก้วันที่ของไฟล์แยกต่างหาก
บทความนี้จาก comsiam จะช่วยแยกว่าเวลาผิดจากตัวมือถือ, Gallery หรือข้อมูล Metadata ในรูป พร้อมวิธีแก้ทั้ง Android และ iPhone อย่างเป็นขั้นตอน
เข้า
การตั้งค่า > วันที่และเวลา
จากนั้นตรวจว่า
หากเวลาในเครื่องผิดตอนกดชัตเตอร์ รูปที่ถ่ายอาจบันทึกเวลาผิดตามไปด้วย
วิธีที่ง่ายที่สุดคือเปิด
Automatic date and time
หรือชื่อใกล้เคียง เช่น
เมื่อเปิด ระบบจะใช้ข้อมูลเวลาจากเครือข่ายหรือบริการของระบบเพื่อช่วยตั้งเวลาให้ถูกต้อง
นอกจากเวลาแล้ว ควรตรวจ
Automatic time zone
ด้วย
เพราะแม้นาฬิกาจะดูใกล้เคียง แต่ถ้า Time Zone ผิด วันที่ของรูปอาจคลาดเคลื่อนหลายชั่วโมง
โดยเฉพาะช่วงใกล้เที่ยงคืน
ประเทศไทยใช้เวลา
UTC+7
หากเลือกเมืองหรือ Time Zone ให้มองหาตัวเลือกที่สอดคล้องกับ
Bangkok / GMT+7 / UTC+7
ชื่ออาจแตกต่างตามระบบ
หากตั้งเป็น Time Zone ประเทศอื่น รูปอาจถูกจัดวันผิดได้
หลังแก้วันที่ เวลา และ Time Zone แล้ว ให้ถ่ายรูปทดสอบใหม่หนึ่งรูป
จากนั้นเปิดรายละเอียดภาพและตรวจ
ปัญหาการตั้งเวลาได้รับการแก้แล้ว
ให้ตรวจ Gallery, Camera และ Metadata ต่อ
โดยทั่วไป ไม่เปลี่ยนอัตโนมัติ
เพราะรูปที่ถ่ายไปแล้วมักมี Metadata วันที่และเวลาถูกบันทึกอยู่ในไฟล์
ดังนั้นหากเคยถ่ายตอนนาฬิกาเครื่องผิด รูปเก่านั้นอาจยังแสดงวันที่ผิดแม้แก้เวลาเครื่องแล้ว
ต้องแก้ Date/Time ของรูปเก่าแยกต่างหากหากต้องการ
ไฟล์รูปสามารถเก็บข้อมูลประกอบที่เรียกว่า Metadata
ตัวอย่างเช่น
ข้อมูลวันที่ใน Gallery จึงอาจไม่ได้มาจากชื่อไฟล์อย่างเดียว
EXIF เป็นข้อมูลประเภทหนึ่งที่ฝังอยู่ในไฟล์ภาพจาก Camera
สามารถมีข้อมูล เช่น
Gallery หลายแอปจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการเรียงรูปตามวันที่ถ่าย
ได้
ตัวอย่างเช่นไฟล์ชื่อ
IMG_20260809_103000.jpg
แต่ EXIF ภายในระบุวันที่อื่น
Gallery อาจเรียงตาม EXIF มากกว่าชื่อไฟล์
ดังนั้นการดูชื่อไฟล์อย่างเดียวอาจไม่พอ
เปิดรูปใน Gallery แล้วเลือก
ตรวจว่าแอปแสดง
อะไรบ้าง
วันที่เหล่านี้อาจไม่ใช่ค่าเดียวกัน
วันที่รูปถูกถ่ายตาม Camera Metadata
วันที่ไฟล์ถูกแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงล่าสุด
ตัวอย่างเช่นรูปถ่ายปี 2025 แต่ถูกแต่งในปี 2026
Date Taken อาจยังเป็นปี 2025 ขณะที่ Date Modified เป็นปี 2026
Gallery แต่ละตัวอาจเลือกใช้ข้อมูลไม่เหมือนกัน
ถ้าถ่ายรูปวันนี้แต่ Date Taken ถูกบันทึกเป็นปีเก่า รูปอาจไปอยู่ตรงปีนั้นใน Timeline
จึงดูเหมือนว่า
ถ่ายแล้วรูปหาย
ทั้งที่ไฟล์ยังอยู่
ใช้ Search หรือ File Manager เรียงตาม Date Modified เพื่อช่วยหา
หาก Time Zone ถูกตั้งเร็วกว่าเวลาจริงหลายชั่วโมง รูปช่วงค่ำอาจถูกมองว่าเป็นวันถัดไป
ตัวอย่างเช่น
เวลาไทยยัง 22:00 น.
แต่ระบบตั้ง Time Zone ที่เร็วกว่าไทยหลายชั่วโมง รูปอาจถูกบันทึกเป็นวันพรุ่งนี้
ตรวจ Time Zone เป็นอันดับแรก
เหตุผลตรงกันข้ามคือ Time Zone ของเครื่องอาจช้ากว่าเวลาจริง
โดยเฉพาะรูปที่ถ่ายช่วงหลังเที่ยงคืน
ให้ตรวจ
แล้วถ่ายใหม่
ถ้าคลาดเพียงประมาณหนึ่งชั่วโมง อาจเกี่ยวกับ Time Zone หรือ Daylight Saving Time ของประเทศที่ถูกเลือกผิด
ประเทศไทยไม่มีการปรับเวลา Daylight Saving แบบหลายประเทศ
ดังนั้นควรตั้ง Time Zone ให้ตรงกับประเทศไทยจริง
เป็นไปได้หากระบบรับข้อมูล Time Zone หรือ Network Time ใหม่แล้วตั้งค่าผิด
หากปัญหาเริ่มหลัง
ให้ตรวจวันที่ เวลา และ Time Zone
เมื่อเดินทาง ระบบสามารถปรับ Time Zone ตามพื้นที่ใหม่
ปัญหาอาจเกิดเมื่อ
หากต้องการให้เวลารูปตรงกับเวลาท้องถิ่น ควรตรวจนาฬิกาก่อนเริ่มถ่าย
หากเดินทางกลับมาแต่ Time Zone ยังเป็นประเทศเดิม รูปใหม่อาจบันทึกเวลาคลาดเคลื่อน
เข้า Date & Time แล้วตั้งเป็น
Bangkok / UTC+7
หรือเปิด Automatic Time Zone
จากนั้นทดสอบ Camera ใหม่
ถ้าระบบแสดงเวลาผิดทั้งที่เปิด Auto อยู่ ให้ลอง
จากนั้นรีสตาร์ตมือถือหากจำเป็น
การรีสตาร์ตช่วยให้
โหลดค่าใหม่
หลังเปิดเครื่องให้ถ่ายรูปทดสอบหนึ่งรูปและตรวจ Details
Camera App มาตรฐานส่วนใหญ่ใช้วันที่และเวลาจากระบบมือถือ
จึงไม่จำเป็นต้องตั้งเวลาภายใน Camera แยก
หาก Camera App ภายนอกมีระบบ Timestamp ของตัวเอง ต้องตรวจ Settings ของแอปนั้นเพิ่มเติม
เป็นไปได้
แอป Camera บางตัวอาจ
ถ้า Camera มาตรฐานวันที่ถูก แต่แอปอื่นผิด ให้แก้ที่แอปนั้น
เพื่อแยกปัญหา ให้ถ่ายรูปจาก Camera ที่ติดมากับระบบก่อน
ปัญหาอาจเกิดจาก Third-party Camera App
ควรตรวจ System Time และ Metadata เพิ่มเติม
Gallery บางแอปใช้
ไม่เหมือนกัน
ดังนั้นไฟล์เดียวกันอาจอยู่คนละตำแหน่งเมื่อเปิดผ่าน Gallery คนละตัว
ลองเปรียบเทียบกับ Gallery มาตรฐานหรือ Google Photos
หาก Google Photos แสดงวันที่ผิด ให้เปิดรายละเอียดรูปและตรวจข้อมูล Date/Time
ถ้าข้อมูลต้นฉบับผิดตั้งแต่ไฟล์ การเรียง Timeline ก็จะผิดตาม
ในบางกรณี Google Photos มีเครื่องมือแก้วันที่และเวลาของรูปที่รองรับ
ควรตรวจว่าไฟล์เป็น
หรือไม่
Cloud Service อาจมีข้อมูลเวลาเพิ่มเติมของตัวเอง
ให้เปิด Details ของรูปเดียวกันทั้งสองแอปเพื่อเปรียบเทียบ
ใน Photos รุ่นที่รองรับ ผู้ใช้สามารถเปิดรูปแล้วใช้ตัวเลือกปรับวันที่และเวลาของภาพได้
เหมาะสำหรับรูปที่
ควรแก้เฉพาะรูปที่ทราบวันที่จริง
ขึ้นอยู่กับ Gallery หรือ Photos App ที่ใช้
บางแอปรองรับ Edit Date & Time โดยตรง
ถ้าไม่มี สามารถใช้เครื่องมือจัดการ Metadata ที่เชื่อถือได้
แต่ควร Backup รูปต้นฉบับก่อนแก้ Metadata จำนวนมาก
ถ้ามีรูปจำนวนมากผิด ควรทดสอบกับสำเนาไม่กี่รูปก่อน
ตรวจว่า
แล้วจึงค่อยทำเป็นชุด
การเปลี่ยน Date/Time ของไฟล์จำนวนมากถือเป็นการแก้ข้อมูลไฟล์
สำหรับรูปสำคัญควรมี Backup ก่อน
โดยเฉพาะหากใช้แอป Third-party
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้
ไฟล์ที่ Download จากแอปอาจได้รับ
Date Modified หรือ Date Created ใหม่
ตามวันที่ดาวน์โหลด
แม้ภาพต้นฉบับจะถูกถ่ายหลายปีก่อน
หาก Metadata ต้นฉบับถูกตัดออกระหว่างการส่ง Gallery อาจไม่มีวันที่ถ่ายเดิมให้ใช้อ้างอิง
ได้ในบางแอปหรือวิธีส่ง
แอปอาจ
เพื่อประหยัดพื้นที่หรือเพิ่มความเป็นส่วนตัว
ผลคือวันที่ต้นฉบับอาจหายไป
บางบริการมีตัวเลือกส่ง
ซึ่งอาจรักษาข้อมูลไฟล์ได้มากกว่าการส่งเป็นภาพแบบบีบอัด
แต่ขึ้นอยู่กับแอป
หาก Metadata สำคัญ ควรเก็บต้นฉบับไว้แยกต่างหาก
รูปที่ได้รับจาก WhatsApp อาจถูกจัดตามวันที่ดาวน์โหลดหรือวันที่ของไฟล์ที่ถูกสร้างใหม่
หากต้องการรู้วันที่ถ่ายจริง ต้องตรวจ EXIF ว่ายังมีอยู่หรือไม่
หากไม่มี Metadata เดิม ก็ไม่สามารถรู้วันที่ถ่ายจากตัวไฟล์ได้อย่างแน่นอนเสมอไป
เหตุผลคล้ายกัน
ภาพจาก Social Media อาจถูก
ดังนั้น Date Created บนมือถือไม่จำเป็นต้องตรงกับวันที่ Camera ถ่ายต้นฉบับ
Screenshot จะมีวันที่ตามเวลาที่ Capture หน้าจอ
ไม่ใช่วันที่ของรูปที่อยู่ภายใน Screenshot
ตัวอย่างเช่น Screenshot รูปปี 2020 ในปี 2026 ไฟล์ Screenshot จะมีวันที่ปี 2026
นี่เป็นเรื่องปกติ
แอปแต่งภาพบางตัวสร้างไฟล์ใหม่เมื่อ Export
จึงมี
แม้ภาพต้นฉบับจะเก่ากว่า
บางแอปอาจรักษา Date Taken เดิม แต่ไม่ใช่ทุกแอป
ได้ ขึ้นกับ Gallery หรือ Editor
บางระบบแก้ไฟล์โดยไม่ทำลายต้นฉบับและยังรักษา Date Taken
บางแอป Export เป็นไฟล์ใหม่ ทำให้วันที่ Creation เปลี่ยน
ตรวจ Details เพื่อดูว่าค่าใดเปลี่ยน
เมื่อ Copy จากมือถือเก่ามาเครื่องใหม่ Date Modified สามารถเปลี่ยนได้
หาก EXIF Date Taken ยังอยู่ Gallery ที่รองรับมักยังเรียงตามวันที่ถ่ายเดิม
แต่ถ้า Metadata หาย รูปอาจไปเรียงตามวันที่ Copy
เครื่องมือย้ายข้อมูลบางแบบรักษา Metadata ได้ดีกว่าการ Copy ทั่วไป แต่ผลอาจแตกต่างตาม
หากเพิ่งย้ายเครื่องแล้วรูปบางส่วนเรียงผิด ให้ตรวจ Details ของไฟล์ก่อนแก้วันที่
Date Created หรือ Date Modified อาจเปลี่ยนระหว่าง Copy
แต่ EXIF Date Taken อาจยังอยู่
ดังนั้นอย่าดูเพียง Date Created ใน File Manager
ควรตรวจ Metadata ภายในรูปด้วย
ถ้าใช้มือถือถ่ายภาพเก่าหรือ Scanner App รูปใหม่จะมีวันที่ตามวันที่สแกน
ไม่ใช่วันที่เหตุการณ์ในภาพเกิดขึ้น
หากต้องการจัด Timeline ตามปีจริง ต้องแก้ Date Taken ด้วยตนเอง
หากไฟล์ไม่มี Date Taken Gallery อาจใช้ข้อมูลอื่น เช่น
แทน
นี่เป็นเหตุผลที่รูปดาวน์โหลดหรือรูปจาก Social Media บางภาพเรียงผิดจากภาพ Camera
Gallery ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ชื่อไฟล์เป็นเกณฑ์หลักในการสร้าง Timeline
ดังนั้นแม้ชื่อเป็น
2020-01-01.jpg
Gallery อาจแสดงในปี 2026 หาก Metadata หรือ File Date เป็นปี 2026
โดยทั่วไป ไม่ได้
Rename เปลี่ยนเพียง Filename
ไม่เปลี่ยน EXIF Date Taken หรือ Timestamp อื่นโดยอัตโนมัติ
หากต้องการแก้ Timeline ต้องแก้ Metadata หรือข้อมูลวันที่ที่ Gallery ใช้จริง
ถ้ารูปใหม่เปิด Details แล้ว Date Taken ถูก แต่ Gallery เรียงผิด อาจเป็น Gallery Index หรือ Cache
ลอง
จากนั้นตรวจใหม่
ช่วยได้เฉพาะกรณี Gallery แสดงข้อมูลจาก Cache หรือ Database ผิด
บน Android สามารถลอง
การตั้งค่า > แอป > Gallery > ที่เก็บข้อมูล > ล้างแคช
การล้าง Cache ไม่ได้แก้ EXIF ที่ผิดในตัวไฟล์
ถ้าปัญหาเป็นเพียงรูปเรียงผิด ไม่ควรเริ่มจาก Clear Data หรือ Factory Reset
ให้ตรวจ Metadata ก่อน
เพราะหาก Date Taken ในไฟล์ผิดจริง การล้าง Gallery ก็ไม่ทำให้วันที่ต้นฉบับเปลี่ยน
SD Card ไม่ได้กำหนดเวลาของ Camera โดยตรง
แต่ถ้าไฟล์ถูก
วันที่ File Modified อาจเปลี่ยน
ควรตรวจ EXIF Date Taken เพื่อหาวันถ่ายจริง
โปรแกรม Recovery บางประเภทสามารถกู้ข้อมูลภาพได้ แต่
อาจไม่เหมือนเดิม
ถ้า EXIF ยังอยู่ สามารถใช้ Date Taken ช่วยจัดรูป
หาก EXIF หาย อาจต้องจัดวันที่ด้วยตนเอง
เมื่อ Restore จาก Trash ตามปกติ หลายระบบจะพยายามคืนข้อมูลเดิม
แต่พฤติกรรมขึ้นอยู่กับ Gallery และ Cloud Service
เปิด Details หลัง Restore เพื่อยืนยัน
Cloud Photo Service ที่ออกแบบสำหรับรูปมักพยายามรักษา Date Taken
แต่หากไฟล์ต้นฉบับไม่มี Metadata หรือถูกส่งผ่านวิธีที่สร้างไฟล์ใหม่ วันที่อาจแตกต่าง
ดังนั้น Backup ไม่สามารถสร้างวันถ่ายจริงที่ไม่เคยมีอยู่ในไฟล์ขึ้นมาอย่างแม่นยำได้เสมอไป
อาจเกิดจาก Google Photos ใช้ข้อมูลใน Cloud ขณะที่ Local Gallery ใช้ File Timestamp ที่เกิดใหม่ตอน Download
ให้เปิด Details ของ Local File และเปรียบเทียบ Metadata
ถ้าต้องการจัด Gallery แบบเดิม อาจต้องปรับวันที่ของ Local File
มีได้
Metadata บางรูปเก็บวันเวลาโดยไม่มีข้อมูล Time Zone ที่ชัดเจน
เมื่อ Import ไปยังระบบอื่น ซอฟต์แวร์อาจตีความต่างกัน
จึงอาจคลาดเคลื่อนหลายชั่วโมง แม้วันที่โดยรวมยังใกล้เคียง
หากทั้งรูปและวิดีโอใหม่มีวันที่ผิดพร้อมกัน ให้สงสัย System Date/Time และ Time Zone มากขึ้น
เพราะปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่ที่ Camera Photo เพียงอย่างเดียว
แก้เวลาระบบแล้วทดสอบทั้งภาพและวิดีโอใหม่
หาก Screenshot, Camera Photo และ Download ใหม่ทั้งหมดมีวันที่ผิด ให้ตรวจนาฬิกาของระบบทันที
นี่เป็นสัญญาณว่าปัญหาอยู่ระดับ System Time มากกว่า Camera App
ในมือถือบางกรณี หลัง
วันที่หรือ Time Zone อาจต้อง Sync ใหม่
เปิด Automatic Date & Time แล้วเชื่อมต่อเครือข่ายเพื่อให้ระบบอัปเดต
หลัง Reset ควรตรวจ
ระหว่าง Setup
หากเลือก Region หรือ Time Zone ผิด รูปใหม่อาจถูกบันทึกวันเวลาผิดตั้งแต่ต้น
หากอาการเริ่มหลัง Update ให้ลอง
① เปิด Automatic Date & Time
② เปิด Automatic Time Zone
③ รีสตาร์ตมือถือ
④ ตรวจ Region
⑤ ถ่ายรูปใหม่
⑥ ตรวจ System Update เพิ่มเติม
หากรูปใหม่ยังผิดทั้งที่เวลาหน้าจอถูก ต้องตรวจ Metadata และ Gallery ต่อ
ให้ทดสอบ Camera App มาตรฐาน
จากนั้นเปิด File Details
Gallery มีแนวโน้มเป็นต้นเหตุ
Camera/System Metadata อาจมีปัญหา
ควรตรวจ Camera App และ System Update
หากมี Update ของ
ให้ติดตั้ง
เพราะการเขียนและอ่าน Metadata เป็นหน้าที่ร่วมกันของหลายส่วนของระบบ
หลัง Update ควรรีสตาร์ตมือถือ
ถ้าปัญหาเกิดเฉพาะหลังติดตั้งแอป
สามารถทดลอง Safe Mode ใน Android หลายรุ่น
หาก Camera มาตรฐานใน Safe Mode สร้างรูปวันที่ถูก แอปภายนอกอาจเกี่ยวข้อง
ได้
หากใช้ Batch Metadata Editor แล้วตั้ง
ผิด อาจทำให้รูปหลายพันไฟล์ย้ายไปคนละปีใน Gallery
ก่อนแก้แบบ Batch ต้อง Backup และทดสอบเพียงไม่กี่ไฟล์ก่อน
ตัวอย่างเช่นรูปทั้งหมดเร็วกว่า 7 ชั่วโมงเท่ากัน
กรณีนี้อาจเป็นปัญหาการตีความ Time Zone มากกว่าการที่แต่ละไฟล์เสีย
ควรตรวจต้นทางของรูปและโปรแกรมที่ใช้ Import
มักเกิดเมื่อ Metadata Date Taken หาย และไฟล์ทั้งหมดได้รับ Date Created ใหม่ในวันเดียว เช่นวันที่ Copy หรือ Restore
หากยังมีต้นฉบับในเครื่องเก่าหรือ Backup ที่รักษา Metadata ควรใช้ต้นฉบับนั้นเป็นแหล่งอ้างอิง
ถ้าชื่อไฟล์มีวันที่ที่เชื่อถือได้ เช่น
20240815_143000.jpg
อาจใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการแก้ Metadata ได้
แต่ไม่ควรทำอัตโนมัติกับไฟล์ทั้งหมดโดยไม่ตรวจ เพราะรูปบางชุดอาจใช้ชื่อที่ไม่ตรงกับวันที่จริง
ไม่ควรเดาวันที่แบบละเอียดเกินไป
อาจจัดรูปตาม
ที่มั่นใจแทน
การใส่วันที่ผิดใหม่อาจทำให้การจัดเก็บในอนาคตสับสนกว่าเดิม
Location และ Date เป็น Metadata คนละส่วน
GPS ผิดไม่จำเป็นต้องทำให้เวลาในรูปผิด
แต่ Time Zone สามารถเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่ระบบเลือกอัตโนมัติได้
ดังนั้นควรตรวจแยกกัน
ไม่ควร
Camera สามารถบันทึกวันที่และเวลาได้จาก System Clock โดยไม่ต้องเปิด GPS
Location Permission มีหน้าที่หลักเกี่ยวกับการบันทึกตำแหน่งลงรูป
ถ้าเวลาของเครื่องตั้งถูกอยู่แล้ว Camera สามารถถ่ายรูปพร้อมเวลาได้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต
แต่ถ้านาฬิกาเครื่องผิดและพึ่ง Automatic Network Time อาจต้องเชื่อมต่อเครือข่ายเพื่อ Sync ใหม่
ไม่ควร Factory Reset เป็นขั้นตอนแรก
ปัญหาวันที่ในรูปมักแก้ได้จาก
Factory Reset ไม่สามารถแก้ Date Taken ของรูปเก่าที่ถูกบันทึกผิดไปแล้ว
ทำตามลำดับนี้
① Backup รูปต้นฉบับ
② ตรวจ Date Taken จริงจาก Details
③ เลือกรูปทดสอบ 1–5 รูป
④ แก้ Date & Time ด้วย Gallery/Photos ที่รองรับ
⑤ ตรวจ Timeline หลังแก้
⑥ หากถูกต้องจึงค่อยทำรูปชุดใหญ่
อย่าแก้หลายพันไฟล์ในครั้งแรก
ควรทำดังนี้
① เปิด Automatic Date & Time
② เปิด Automatic Time Zone
③ ตรวจเวลาเมื่อเดินทางต่างประเทศ
④ ตรวจเวลาอีกครั้งหลัง Factory Reset หรือซ่อมเครื่อง
⑤ เก็บ Camera Original ไว้
⑥ Backup รูปพร้อม Metadata
⑦ ระวังแอปที่ลบ EXIF ระหว่างส่งหรือ Export
การแยกสามกรณีนี้จะช่วยแก้ได้ตรงจุดมากที่สุด
ให้ไล่ตรวจตามลำดับนี้
① ตรวจวันที่และเวลาของมือถือ
② เปิด Automatic Date & Time
③ เปิด Automatic Time Zone
④ ตั้ง Time Zone ประเทศไทยเป็น UTC+7/Bangkok หากอยู่ไทย
⑤ รีสตาร์ตมือถือ
⑥ ถ่ายรูปใหม่เพื่อทดสอบ
⑦ เปิด Details ตรวจ Date Taken
⑧ เปรียบเทียบ Date Taken กับ Date Modified
⑨ ตรวจ Camera App มาตรฐาน
⑩ ตรวจ Gallery หรือ Google Photos ว่าใช้ข้อมูลวันใดในการเรียง
⑪ หากผิดเฉพาะรูปที่ Download ให้ตรวจ Metadata ต้นฉบับ
⑫ หากต้องแก้รูปเก่า ให้ Backup ก่อนแก้ Date/Time
⑬ อัปเดต Camera, Gallery และระบบ หากรูปใหม่ยังผิด
⑭ อย่า Factory Reset เพื่อแก้วันที่ของรูปเก่า
ถ้าแก้ Date & Time และ Time Zone ของมือถือแล้ว รูปที่ถ่ายใหม่แสดงวันถูกต้อง แสดงว่าปัญหาหลักได้รับการแก้แล้ว ส่วนรูปเก่าที่ถ่ายตอนเวลาเครื่องผิดต้องแก้ Metadata แยกเป็นรายรูปหรือเป็นชุด
แต่ถ้า System Clock ถูกต้องและ EXIF ของรูปก็ถูก ขณะที่ Gallery ยังเรียงผิด ควรแก้ที่ Gallery Cache, Media Database หรือ Gallery App มากกว่าการแก้ Camera
comsiam แนะนำให้ใช้วิธีทดสอบง่ายที่สุดคือ ตรวจนาฬิกาเครื่อง → ถ่ายรูปใหม่ → เปิด Details ดู Date Taken เพราะสามขั้นตอนนี้ช่วยบอกได้ทันทีว่าปัญหาเกิดจากเวลาของมือถือ หรือเกิดจากรูปเก่าและ Gallery