Face ID คืออะไร ใช้ยังไง ปลอดภัยไหม และมีข้อดีอะไรบ้าง

Face ID คือระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าของ Apple ที่ใช้ปลดล็อก iPhone หรือ iPad รุ่นที่รองรับ รวมถึงยืนยันการซื้อสินค้า เข้าสู่ระบบแอปธนาคาร กรอกรหัสผ่าน และอนุมัติการทำรายการต่างๆ โดยผู้ใช้เพียงมองไปที่หน้าจอ ไม่จำเป็นต้องพิมพ์รหัสผ่านทุกครั้ง

ระบบนี้ไม่ได้อาศัยกล้องหน้าถ่ายภาพใบหน้าแบบธรรมดาเพียงอย่างเดียว แต่ใช้อุปกรณ์ตรวจจับหลายส่วนในระบบกล้อง TrueDepth เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างและความลึกของใบหน้า จากนั้นจึงเปรียบเทียบกับข้อมูลใบหน้าที่บันทึกไว้ในเครื่อง

Face ID ช่วยให้ใช้งานโทรศัพท์ได้สะดวกและรวดเร็ว แต่ยังต้องตั้งรหัสเครื่องที่คาดเดายาก เพราะในบางสถานการณ์ iPhone จะบังคับให้กรอกรหัสผ่านแทนการสแกนใบหน้า

📌 Face ID ใช้ทำอะไรได้บ้าง

Face ID สามารถใช้กับฟังก์ชันต่างๆ ได้ เช่น

  • ปลดล็อก iPhone หรือ iPad
  • ยืนยันการดาวน์โหลดแอป
  • ยืนยันการซื้อผ่าน App Store
  • อนุมัติการชำระเงินผ่าน Apple Pay
  • เข้าสู่ระบบแอปธนาคาร
  • เปิดแอปที่รองรับการล็อกด้วยใบหน้า
  • กรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านอัตโนมัติ
  • เปิดดูรหัสผ่านที่บันทึกไว้
  • ยืนยันการเปลี่ยนการตั้งค่าความปลอดภัย
  • เปิดบันทึกหรือไฟล์ที่มีการป้องกัน
  • ยืนยันตัวตนในเว็บไซต์ที่รองรับ
  • ซ่อนรายละเอียดการแจ้งเตือนจนกว่าจะมองหน้าจอ
  • ลดเสียงเตือนเมื่อผู้ใช้กำลังมองโทรศัพท์
  • ป้องกันบุคคลอื่นเข้าถึงข้อมูลในเครื่อง
  • ยืนยันรายการซื้อภายในแอป

ความสามารถบางอย่างขึ้นอยู่กับรุ่นอุปกรณ์ เวอร์ชันระบบ แอป และการตั้งค่าของผู้ใช้

🔍 Face ID ทำงานอย่างไร

เมื่อผู้ใช้มองไปที่หน้าจอ ระบบ TrueDepth จะตรวจสอบใบหน้าและสร้างข้อมูลเชิงลึกสำหรับการเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ลงทะเบียนไว้

กระบวนการโดยทั่วไปประกอบด้วย

❶ ตรวจว่ามีใบหน้าอยู่ด้านหน้าอุปกรณ์
❷ ตรวจตำแหน่งและลักษณะของใบหน้า
❸ วิเคราะห์ข้อมูลความลึกของใบหน้า
❹ ตรวจว่าผู้ใช้กำลังมองหน้าจอหรือไม่
❺ เปรียบเทียบกับข้อมูลใบหน้าที่บันทึกไว้
❻ อนุญาตหรือปฏิเสธการเข้าถึง
❼ ขอรหัสเครื่องเมื่อระบบไม่สามารถยืนยันได้

Face ID จึงแตกต่างจากระบบปลดล็อกด้วยภาพใบหน้าแบบพื้นฐานที่อาศัยเพียงภาพจากกล้องหน้า

🔐 Face ID ปลอดภัยไหม

Face ID ถือเป็นระบบยืนยันตัวตนที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อใช้งานร่วมกับรหัสเครื่องที่แข็งแรงและการตั้งค่าความปลอดภัยที่เหมาะสม

ข้อมูลใบหน้าที่ใช้ยืนยันตัวตนจะถูกประมวลผลภายในอุปกรณ์ ไม่ได้ทำงานเหมือนการอัปโหลดรูปถ่ายใบหน้าทั่วไปไปเก็บไว้ในแกลเลอรีหรือบัญชีออนไลน์

อย่างไรก็ตาม ไม่มีระบบยืนยันตัวตนใดปลอดภัยแบบสมบูรณ์ในทุกสถานการณ์ ผู้ใช้ยังควร

  • ตั้งรหัสเครื่องที่คาดเดายาก
  • ไม่บอกรหัสเครื่องแก่บุคคลอื่น
  • เปิดการตรวจจับความสนใจ
  • อัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการลงทะเบียนใบหน้าของผู้อื่น
  • ตรวจสอบแอปที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ Face ID
  • เปิดระบบค้นหาอุปกรณ์
  • ระวังข้อความและเว็บไซต์หลอกขอรหัสผ่าน
  • ไม่ปลดล็อกเครื่องให้บุคคลที่ไม่รู้จัก
  • กดล็อกเครื่องทันทีเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย

Face ID ช่วยป้องกันการเข้าถึงเครื่อง แต่ไม่สามารถป้องกันผู้ใช้จากการเปิดเผยรหัสผ่าน OTP หรือข้อมูลบัญชีให้มิจฉาชีพด้วยตนเองได้

🔍 Face ID เก็บรูปใบหน้าไว้หรือไม่

Face ID ไม่ได้ทำงานด้วยการเก็บรูปเซลฟีธรรมดาไว้ในอัลบั้มรูป แต่สร้างข้อมูลทางคณิตศาสตร์จากลักษณะใบหน้าเพื่อใช้เปรียบเทียบในอนาคต

ข้อมูลนี้แตกต่างจาก

  • รูปถ่ายในแกลเลอรี
  • วิดีโอจากกล้องหน้า
  • รูปโปรไฟล์
  • ภาพที่อัปโหลดบนโซเชียลมีเดีย
  • รูปที่ส่งผ่านแอปแชต

การลบรูปถ่ายในเครื่องจึงไม่ได้ลบข้อมูล Face ID ส่วนการรีเซ็ต Face ID จะลบข้อมูลใบหน้าที่ลงทะเบียนไว้และให้ผู้ใช้ตั้งค่าใหม่

🔍 รูปถ่ายสามารถหลอก Face ID ได้หรือไม่

ระบบ Face ID ถูกออกแบบให้ตรวจวิเคราะห์โครงสร้างและความลึกของใบหน้า ไม่ได้พิจารณาเพียงภาพสองมิติจากกล้องหน้าเท่านั้น

ดังนั้น รูปถ่ายธรรมดาหรือภาพที่แสดงบนหน้าจอจึงไม่ควรทำงานเหมือนใบหน้าจริงในระบบที่ทำงานปกติ

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ไม่ควรทดสอบระบบด้วยวิธีเสี่ยง ไม่ควรมอบอุปกรณ์และรหัสผ่านให้บุคคลอื่น และควรเปิดตัวเลือกตรวจจับความสนใจเพื่อให้ระบบตรวจว่าผู้ใช้กำลังมองอุปกรณ์อยู่

👀 การตรวจจับความสนใจคืออะไร

การตรวจจับความสนใจช่วยให้ Face ID ตรวจว่าดวงตาของผู้ใช้เปิดและกำลังมองไปที่หน้าจอก่อนอนุญาตให้ปลดล็อก

ฟังก์ชันนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ เช่น

  • มีคนยกโทรศัพท์มาสแกนขณะผู้ใช้หลับ
  • ผู้ใช้ไม่ได้ตั้งใจปลดล็อกเครื่อง
  • ผู้ใช้หันหน้าไปทางอื่น
  • โทรศัพท์วางอยู่ใกล้ใบหน้าโดยไม่ได้ใช้งาน
  • บุคคลอื่นพยายามนำเครื่องมาจ่อหน้า

บางคนอาจต้องปิดตัวเลือกนี้ด้วยเหตุผลด้านการเข้าถึง แต่ควรเข้าใจว่าการปิดอาจลดระดับการตรวจสอบก่อนปลดล็อก

📱 อุปกรณ์ใดรองรับ Face ID

Face ID ใช้กับ iPhone และ iPad บางรุ่นที่มีระบบกล้อง TrueDepth

โทรศัพท์ Android ที่มีการปลดล็อกด้วยใบหน้าไม่ได้เรียกระบบของตนว่า Face ID อย่างเป็นทางการ แม้ผู้ใช้ทั่วไปอาจเรียกรวมกันว่า “สแกนหน้า”

ระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าของ Android แต่ละรุ่นอาจแตกต่างกัน เช่น

  • ใช้กล้องหน้าธรรมดา
  • ใช้ข้อมูลสองมิติ
  • ใช้เซนเซอร์ความลึก
  • ใช้อินฟราเรด
  • อนุญาตเฉพาะปลดล็อกหน้าจอ
  • ไม่อนุญาตให้ยืนยันแอปธนาคาร
  • มีระดับความปลอดภัยแตกต่างกัน

จึงไม่ควรสรุปว่าระบบสแกนหน้าทุกยี่ห้อมีความสามารถและระดับความปลอดภัยเท่ากับ Face ID

🛠️ วิธีตั้งค่า Face ID ครั้งแรก

ชื่อเมนูอาจแตกต่างเล็กน้อยตามเวอร์ชันระบบ แต่โดยทั่วไปทำได้ดังนี้

❶ เปิดแอปการตั้งค่า
❷ เข้าเมนู Face ID และรหัส
❸ กรอกรหัสเครื่อง
❹ เลือกตั้งค่า Face ID
❺ ถืออุปกรณ์ในแนวตั้งตามคำแนะนำ
❻ วางใบหน้าให้อยู่ในกรอบ
❼ ขยับศีรษะช้าๆ ให้ระบบเก็บข้อมูลรอบใบหน้า
❽ ทำการสแกนรอบที่สอง
❾ กดเสร็จสิ้น
❿ ทดลองล็อกและปลดล็อกเครื่อง

ขณะตั้งค่าควรอยู่ในตำแหน่งที่ถือโทรศัพท์ได้มั่นคง และไม่ควรให้วัตถุปิดบังดวงตา จมูก หรือส่วนสำคัญของใบหน้ามากเกินไป

📐 วิธีสแกน Face ID ให้ติดง่ายขึ้น

ควรปฏิบัติดังนี้

  • ถืออุปกรณ์ห่างจากใบหน้าในระยะเหมาะสม
  • มองตรงไปยังหน้าจอ
  • ให้ดวงตา จมูก และปากอยู่ในมุมที่ระบบมองเห็น
  • เช็ดบริเวณกล้องด้านหน้าให้สะอาด
  • ถอดฟิล์มหรือเคสที่บังชุดเซนเซอร์
  • หลีกเลี่ยงการถือโทรศัพท์ชิดใบหน้าเกินไป
  • อย่าเอียงเครื่องมากเกินไป
  • รอให้หน้าจอตื่นก่อนสแกน
  • หลีกเลี่ยงการใช้งานขณะเลนส์เปียก
  • ตั้งค่าใหม่หากรูปลักษณ์เปลี่ยนไปมาก

Face ID สามารถทำงานในสภาพแสงหลายแบบ เพราะไม่ได้อาศัยแสงจากกล้องหน้าธรรมดาเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งสกปรกหรือวัตถุที่บังชุดเซนเซอร์ยังทำให้สแกนไม่สำเร็จได้

🔄 วิธีใช้ Face ID ปลดล็อกหน้าจอ

ขั้นตอนโดยทั่วไปคือ

① ยกหรือแตะอุปกรณ์เพื่อปลุกหน้าจอ
② มองไปที่หน้าจอ
③ รอให้สัญลักษณ์ล็อกเปิด
④ ปัดหน้าจอขึ้นเพื่อเข้าสู่หน้าหลัก

หากสแกนไม่สำเร็จหลายครั้ง ระบบจะให้กรอกรหัสเครื่อง

การที่สัญลักษณ์ล็อกเปิดแต่ยังอยู่หน้าจอล็อกไม่ได้หมายความว่า Face ID เสีย ผู้ใช้ยังต้องปัดหน้าจอขึ้นตามรูปแบบการใช้งานของระบบ

🛍️ วิธีใช้ Face ID ดาวน์โหลดหรือซื้อแอป

โดยทั่วไปผู้ใช้ต้องเปิดการอนุญาตสำหรับการซื้อและดาวน์โหลดก่อน

เมื่อซื้อหรือดาวน์โหลด ระบบอาจให้

❶ ตรวจสอบชื่อแอปและราคา
❷ ยืนยันคำสั่งซื้อด้วยปุ่มด้านข้าง
❸ มองไปที่หน้าจอ
❹ รอให้ Face ID ยืนยัน
❺ ตรวจว่ารายการสำเร็จ

ไม่ควรกดยืนยันก่อนอ่านชื่อแอป ราคา และบริการสมัครสมาชิก เพราะ Face ID มีหน้าที่ยืนยันว่าเป็นผู้ใช้ แต่ไม่ได้ตัดสินว่ารายการนั้นเหมาะสมหรือปลอดภัยแทนผู้ใช้

💳 วิธีใช้ Face ID กับการชำระเงิน

เมื่อใช้การชำระเงินที่รองรับ ผู้ใช้อาจต้อง

① ตรวจสอบร้านค้าและยอดเงิน
② เรียกใช้ระบบชำระเงิน
③ เลือกบัตรที่ถูกต้อง
④ ยืนยันด้วย Face ID
⑤ นำอุปกรณ์เข้าใกล้เครื่องรับชำระ
⑥ รอผลยืนยันรายการ

ก่อนยืนยันควรตรวจยอดเงิน สกุลเงิน ชื่อร้านค้า และบัตรที่กำลังใช้งานทุกครั้ง

🔑 วิธีใช้ Face ID กรอกรหัสผ่าน

Face ID สามารถช่วยยืนยันก่อนแสดงหรือกรอกรหัสผ่านที่บันทึกไว้

เมื่อเว็บไซต์หรือแอปขอเข้าสู่ระบบ ผู้ใช้อาจเลือกบัญชีที่บันทึกไว้ แล้วมองหน้าจอเพื่อยืนยัน

ข้อควรระวัง:

  • ตรวจสอบชื่อเว็บไซต์ให้ถูกต้อง
  • ระวังโดเมนเลียนแบบ
  • ไม่กรอกรหัสบนลิงก์ที่ไม่รู้จัก
  • ไม่ยืนยันการเข้าสู่ระบบที่ไม่ได้เริ่มเอง
  • ใช้รหัสผ่านไม่ซ้ำกัน
  • เปิดการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน
  • ไม่ส่งรหัสผ่านหรือ OTP ให้ผู้อื่น

Face ID ช่วยปลดล็อกข้อมูลรหัสผ่านในเครื่อง แต่ไม่สามารถตรวจสอบว่าเว็บไซต์ปลายทางเป็นของจริงได้ทุกกรณี

🏦 Face ID ใช้กับแอปธนาคารได้อย่างไร

แอปธนาคารที่รองรับอาจให้ผู้ใช้เปิดการเข้าสู่ระบบด้วยใบหน้าจากเมนูความปลอดภัยของแอป

การเปิดใช้งานอาจต้อง

  • เข้าสู่ระบบด้วยรหัสเดิมก่อน
  • ยอมรับเงื่อนไข
  • ยืนยันอุปกรณ์
  • รับ OTP
  • ตั้ง PIN ของแอป
  • เปิดสิทธิ์ Face ID
  • ยืนยันด้วย Face ID

แม้ใช้ Face ID แล้ว ผู้ใช้ยังควรจำ PIN และรหัสผ่านของตนเอง เพราะแอปอาจขอรหัสอีกครั้งหลังอัปเดต เปลี่ยนเครื่อง หรือพบความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

🔐 แอปขอใช้ Face ID ปลอดภัยไหม

ควรพิจารณาว่าแอปนั้นมีเหตุผลจำเป็นหรือไม่ เช่น แอปธนาคาร แอปจัดการรหัสผ่าน หรือแอปที่มีข้อมูลส่วนตัว

ผู้ใช้ควรตรวจ

  • แอปมาจากผู้พัฒนาที่เชื่อถือได้หรือไม่
  • ดาวน์โหลดจากแหล่งทางการหรือไม่
  • แอปต้องการ Face ID เพื่อทำอะไร
  • มีรีวิวหรือประวัติผิดปกติหรือไม่
  • มีการเก็บข้อมูลอะไรเพิ่มเติม
  • สามารถปิดสิทธิ์ภายหลังได้หรือไม่
  • แอปมีรหัสสำรองหรือไม่
  • มีการยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนหรือไม่

ไม่ควรอนุญาตแอปที่ไม่รู้จักให้เข้าถึงข้อมูลสำคัญเพียงเพราะแอปแสดงหน้าต่างขอสิทธิ์

⚙️ วิธีตรวจว่าแอปใดได้รับอนุญาตให้ใช้ Face ID

โดยทั่วไปสามารถตรวจสอบได้จากเมนู Face ID และรหัส หรือการตั้งค่าของแอปแต่ละตัว

ควรตรวจเป็นระยะ โดยเฉพาะหลัง

  • ติดตั้งแอปใหม่
  • เปลี่ยนแอปธนาคาร
  • ย้ายข้อมูลจากเครื่องเก่า
  • ให้บุคคลอื่นยืมโทรศัพท์
  • พบแอปที่ไม่รู้จัก
  • เปลี่ยนการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว
  • อัปเดตระบบครั้งใหญ่

หากไม่ใช้แอปนั้นแล้ว ควรถอนการติดตั้งหรือปิดสิทธิ์ที่ไม่จำเป็น

👓 ใส่แว่นแล้ว Face ID ใช้ได้ไหม

โดยทั่วไป Face ID สามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ตามธรรมชาติ เช่น การใส่แว่นธรรมดา การไว้หนวด หรือการเปลี่ยนทรงผม

แต่การสแกนอาจยากขึ้นเมื่อ

  • แว่นบดบังดวงตา
  • เลนส์สะท้อนแสงหรือรังสีบางชนิด
  • แว่นมีขนาดใหญ่
  • มีสิ่งสกปรกบนเลนส์
  • ผู้ใช้ก้มหน้าหรือหันออกจากกล้อง
  • ชุดเซนเซอร์ถูกบัง

หากใช้แว่นหลายแบบและสแกนไม่ติดบ่อย อาจตั้งค่ารูปลักษณ์เพิ่มเติมเมื่อระบบรองรับ

😷 ใส่หน้ากากแล้ว Face ID ใช้ได้ไหม

ความสามารถในการใช้ Face ID ขณะใส่หน้ากากขึ้นอยู่กับรุ่นอุปกรณ์และเวอร์ชันระบบที่รองรับ

หากมีตัวเลือกดังกล่าว ผู้ใช้อาจต้องเปิดใช้งานและสแกนใบหน้าเพิ่มเติม

เพื่อให้สแกนง่ายขึ้นควร

  • มองตรงที่หน้าจอ
  • ไม่ให้หน้ากากสูงจนบังดวงตามากเกินไป
  • เช็ดกล้องและเซนเซอร์
  • หลีกเลี่ยงแว่นที่บังดวงตา
  • ตั้งค่ารูปลักษณ์เพิ่มเติมตามคำแนะนำ
  • ใช้รหัสเครื่องเมื่อระบบไม่สามารถยืนยันได้

ไม่ควรลดการตั้งค่าความปลอดภัยทั้งหมดเพียงเพื่อให้ปลดล็อกได้เร็วขึ้น

👒 ใส่หมวกหรือเปลี่ยนทรงผมยังใช้ได้ไหม

การเปลี่ยนทรงผม สีผม หนวด เครา หรือการสวมหมวกทั่วไปไม่ควรทำให้ข้อมูลโครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การสแกนอาจล้มเหลวหากหมวก

  • ปิดบังดวงตา
  • กดต่ำลงมาบริเวณใบหน้า
  • ทำให้เกิดเงาหรือการบังเซนเซอร์
  • ใช้ร่วมกับหน้ากากและแว่นขนาดใหญ่
  • ทำให้ผู้ใช้ต้องก้มหน้ามาก

ควรทดลองถอดสิ่งที่บังใบหน้าก่อนสรุปว่าระบบเสีย

👥 สามารถเพิ่มใบหน้าคนอื่นใน Face ID ได้ไหม

ไม่ควรเพิ่มใบหน้าของบุคคลอื่นลงในอุปกรณ์ส่วนตัว เพราะบุคคลนั้นอาจสามารถ

  • ปลดล็อกโทรศัพท์
  • เปิดแอปที่รองรับ
  • ดูรหัสผ่าน
  • เข้าถึงข้อมูลส่วนตัว
  • ยืนยันการซื้อ
  • เปิดดูการแจ้งเตือน
  • เข้าถึงบัญชีบางประเภท

ตัวเลือกรูปลักษณ์เพิ่มเติมควรใช้เพื่อช่วยให้ระบบจดจำเจ้าของเครื่องในลักษณะที่แตกต่าง ไม่ควรใช้เป็นช่องทางแบ่งปันสิทธิ์เข้าถึงเครื่อง

👨‍👩‍👧 ฝาแฝดหรือคนหน้าคล้ายกันปลดล็อกได้ไหม

บุคคลที่มีลักษณะใบหน้าใกล้เคียงกันมากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการยืนยันผิดเมื่อเทียบกับบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะฝาแฝดหรือพี่น้องที่มีใบหน้าคล้ายกันมาก

ผู้ใช้ที่อยู่ในสถานการณ์นี้ควรพิจารณา

  • ใช้รหัสเครื่องที่แข็งแรง
  • ไม่แบ่งปันรหัส
  • เปิดการตรวจจับความสนใจ
  • หลีกเลี่ยงการเพิ่มรูปลักษณ์ของผู้อื่น
  • ล็อกแอปสำคัญเพิ่มเติม
  • ตรวจสอบการแจ้งเตือนและรายการเข้าสู่ระบบ
  • ใช้รหัสผ่านหรือ PIN กับข้อมูลที่สำคัญมาก

🔄 Face ID เรียนรู้ใบหน้าที่เปลี่ยนไปหรือไม่

ระบบสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงบางอย่างของใบหน้าตามการใช้งาน เช่น

  • ทรงผม
  • หนวดหรือเครา
  • การแต่งหน้า
  • แว่นบางประเภท
  • การเปลี่ยนแปลงตามอายุ
  • การเปลี่ยนรูปลักษณ์เล็กน้อย

หากการเปลี่ยนแปลงมีมาก ระบบอาจขอรหัสเครื่องเพื่อยืนยันก่อนปรับข้อมูล

หากสแกนไม่ติดอย่างต่อเนื่อง ควรรีเซ็ต Face ID และตั้งค่าใหม่ในสภาพใบหน้าปัจจุบัน

🔢 ทำไม Face ID ขอรหัสผ่านแทนการสแกนหน้า

นี่อาจเป็นการทำงานปกติของระบบความปลอดภัย ไม่ได้หมายความว่า Face ID เสียเสมอไป

ระบบอาจขอรหัสเมื่อ

  • เพิ่งเปิดหรือรีสตาร์ตอุปกรณ์
  • ไม่ได้ปลดล็อกเป็นเวลาหนึ่ง
  • สแกนใบหน้าผิดหลายครั้ง
  • ผู้ใช้เริ่มโหมดฉุกเฉิน
  • มีการเปลี่ยนการตั้งค่าความปลอดภัย
  • ระบบต้องยืนยันเจ้าของเครื่องอีกครั้ง
  • Face ID ถูกปิดชั่วคราว
  • อุปกรณ์ได้รับคำสั่งล็อกจากระยะไกล
  • มีการอัปเดตระบบหรือแอปสำคัญ

ผู้ใช้ต้องจำรหัสเครื่องเสมอ แม้ใช้ Face ID เป็นประจำ

🚨 วิธีปิด Face ID ชั่วคราวเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย

ผู้ใช้ควรทราบวิธีทำให้อุปกรณ์กลับไปขอรหัสเครื่อง โดยไม่ต้องเข้าไปลบข้อมูล Face ID

วิธีที่ระบบรองรับอาจเกี่ยวข้องกับการเรียกหน้าจอปิดเครื่องหรือโหมดฉุกเฉิน จากนั้นอุปกรณ์จะขอรหัสก่อนปลดล็อกครั้งถัดไป

ควรเรียนรู้วิธีที่ถูกต้องจากเมนูของอุปกรณ์ตนเอง และหลีกเลี่ยงการทดลองโทรฉุกเฉินโดยไม่จำเป็น

หากโทรศัพท์สูญหาย ควรใช้ระบบค้นหาอุปกรณ์เพื่อล็อกเครื่องและปกป้องบัญชีโดยเร็ว

🛠️ Face ID สแกนไม่ติด แก้อย่างไร

ลองทำตามลำดับต่อไปนี้

❶ เช็ดชุดกล้องด้านหน้า
❷ ถอดเคสหรือฟิล์มที่บังเซนเซอร์
❸ มองตรงไปยังหน้าจอ
❹ ถือเครื่องในระยะเหมาะสม
❺ ถอดสิ่งที่บังดวงตาและใบหน้า
❻ ล็อกหน้าจอแล้วทดลองใหม่
❼ รีสตาร์ตอุปกรณ์
❽ ตรวจว่า Face ID เปิดสำหรับฟังก์ชันนั้น
❾ อัปเดตระบบ
❿ รีเซ็ต Face ID แล้วตั้งค่าใหม่

หากขึ้นข้อความว่า Face ID ไม่พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง อาจต้องตรวจชุดกล้อง TrueDepth และฮาร์ดแวร์

📷 กล้องหน้าใช้ได้ แต่ Face ID ใช้ไม่ได้ เป็นเพราะอะไร

กล้องหน้าสำหรับถ่ายภาพกับระบบ TrueDepth ไม่ได้มีส่วนประกอบเหมือนกันทั้งหมด

ดังนั้น อาจเกิดกรณี

  • ถ่ายเซลฟีได้
  • วิดีโอคอลได้
  • แต่ Face ID ใช้ไม่ได้

สาเหตุอาจมาจาก

  • เซนเซอร์บางส่วนถูกบัง
  • ชุด TrueDepth ผิดปกติ
  • เครื่องเคยตก
  • เครื่องเคยโดนน้ำ
  • หน้าจอหรือชุดกล้องเคยซ่อม
  • สายแพภายในมีปัญหา
  • ชิ้นส่วนไม่ตรงกับเครื่อง
  • ระบบตรวจพบข้อผิดพลาดด้านความปลอดภัย

ไม่ควรสรุปว่าฮาร์ดแวร์ทั้งหมดปกติเพียงเพราะกล้องเซลฟียังถ่ายได้

🔧 Face ID ใช้ไม่ได้หลังเปลี่ยนหน้าจอ

หลังเปลี่ยนหน้าจอ Face ID อาจมีปัญหาหาก

  • ชุดเซนเซอร์ได้รับความเสียหาย
  • สายแพถูกกระทบ
  • ชิ้นส่วนติดตั้งไม่ตรงตำแหน่ง
  • กาวหรือฝุ่นบังเซนเซอร์
  • ใช้อะไหล่ไม่เหมาะสม
  • เครื่องได้รับความเสียหายระหว่างซ่อม

ควรนำกลับไปยังศูนย์หรือร้านที่ซ่อม พร้อมใบรับซ่อมและอธิบายว่า Face ID ใช้งานได้หรือไม่ได้ก่อนเปลี่ยนหน้าจอ

ไม่ควรแกะหรือขยับชุดเซนเซอร์ด้วยตนเอง

💧 Face ID ใช้ไม่ได้หลังเครื่องโดนน้ำ

น้ำหรือความชื้นอาจกระทบกล้อง TrueDepth สายแพ และวงจรภายใน

ควรทำดังนี้

① หยุดใช้งานเมื่อพบความผิดปกติ
② หลีกเลี่ยงการชาร์จหากเครื่องยังเปียก
③ ไม่ใช้ไดร์ร้อน
④ ไม่วางกลางแดดจัด
⑤ ไม่ใส่ตู้เย็น
⑥ สำรองข้อมูลเมื่อทำได้อย่างปลอดภัย
⑦ นำเครื่องเข้าตรวจสอบ
⑧ แจ้งประวัติโดนน้ำตามจริง

การรีเซ็ต Face ID ซ้ำไม่สามารถซ่อมฮาร์ดแวร์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำได้

📱 Face ID ใช้ไม่ได้หลังเครื่องตก

แรงกระแทกอาจทำให้ชุดเซนเซอร์หรือสายเชื่อมต่อผิดตำแหน่ง แม้หน้าจอและกล้องหน้าจะยังทำงาน

ควรตรวจอาการร่วม เช่น

  • กล้องหน้าสั่น
  • ภาพเบลอ
  • หน้าจอแตก
  • ชุดกล้องขยับ
  • มีข้อความ Face ID ไม่พร้อมใช้งาน
  • ตั้งค่า Face ID ไม่สำเร็จ
  • เครื่องร้อนผิดปกติ
  • เซนเซอร์ระยะใกล้ไม่ทำงาน

หากอาการเริ่มทันทีหลังตก ควรนำเข้าศูนย์มากกว่าการรีเซ็ตเครื่องหลายครั้ง

🔄 วิธีรีเซ็ต Face ID

เมื่อสแกนไม่ติดบ่อยหรือรูปลักษณ์เปลี่ยนไปมาก สามารถรีเซ็ตและลงทะเบียนใหม่ได้

ขั้นตอนโดยทั่วไป:

❶ เปิดการตั้งค่า
❷ เข้า Face ID และรหัส
❸ กรอกรหัสเครื่อง
❹ เลือกรีเซ็ต Face ID
❺ ตรวจว่ากล้องและเซนเซอร์สะอาด
❻ เริ่มตั้งค่าใหม่
❼ สแกนใบหน้าตามคำแนะนำ
❽ ทดลองปลดล็อก

การรีเซ็ตจะลบข้อมูลใบหน้าที่ลงทะเบียนไว้ แต่ไม่ควรลบรูปภาพ แอป เอกสาร หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นในเครื่อง

👤 รูปลักษณ์เพิ่มเติมคืออะไร

ตัวเลือกรูปลักษณ์เพิ่มเติมช่วยให้ระบบจดจำเจ้าของเครื่องในลักษณะที่แตกต่างจากการตั้งค่าหลัก เช่น รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างมากจากงานหรืออุปกรณ์ที่สวมเป็นประจำ

ไม่ควรใช้เพื่อลงทะเบียนบุคคลอื่น เพราะจะให้สิทธิ์เข้าถึงเครื่องและแอปที่ใช้ Face ID

หากไม่แน่ใจว่าเคยเพิ่มใบหน้าของใครไว้ ควรรีเซ็ต Face ID และตั้งค่าใหม่ด้วยใบหน้าของเจ้าของเครื่องเท่านั้น

🔒 Face ID กับรหัสผ่าน แบบไหนปลอดภัยกว่า

ทั้งสองระบบทำงานร่วมกัน ไม่ได้แทนกันทั้งหมด

Face ID ช่วยให้

  • ปลดล็อกได้รวดเร็ว
  • ลดการพิมพ์รหัสในที่สาธารณะ
  • ยืนยันแอปและการซื้อได้สะดวก
  • ลดโอกาสใช้รหัสสั้นเพราะขี้เกียจพิมพ์

รหัสเครื่องช่วยให้

  • ปลดล็อกเมื่อ Face ID ใช้ไม่ได้
  • ยืนยันตัวตนหลังรีสตาร์ต
  • เปลี่ยนการตั้งค่าความปลอดภัย
  • กู้คืนการเข้าถึงบางสถานการณ์
  • ป้องกันเครื่องเมื่อระบบชีวมิติถูกปิด

การตั้ง Face ID แต่ใช้รหัสเครื่องที่เดาง่ายยังถือว่าเสี่ยง เพราะบุคคลที่รู้รหัสอาจเข้าถึงข้อมูลและเปลี่ยนการตั้งค่าบางอย่างได้

🔢 ควรตั้งรหัสเครื่องแบบไหน

ควรหลีกเลี่ยงรหัสที่เดาง่าย เช่น

  • 123456
  • 000000
  • 111111
  • วันเกิด
  • เลขโทรศัพท์
  • เลขเรียงกัน
  • เลขทะเบียนรถ
  • รหัสเดียวกับบัญชีอื่น

ควรใช้รหัสที่ยาวและไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัวที่คนใกล้ตัวเดาได้

ไม่ควรเขียนรหัสติดไว้หลังโทรศัพท์หรือเก็บไว้ในข้อความที่ไม่ได้ล็อก

👁️ Face ID ทำงานตอนหลับไหม

เมื่อเปิดการตรวจจับความสนใจ ระบบควรตรวจว่าดวงตาเปิดและผู้ใช้กำลังมองหน้าจอ

เพื่อเพิ่มความปลอดภัยควร

  • เปิดการตรวจจับความสนใจ
  • ไม่แบ่งปันรหัสเครื่อง
  • ล็อกเครื่องก่อนนอน
  • ไม่วางเครื่องในจุดที่ผู้อื่นหยิบได้ง่าย
  • ใช้การล็อกแอปสำคัญ
  • ตรวจสอบบุคคลที่เข้าถึงอุปกรณ์

หากมีความกังวลเฉพาะสถานการณ์ สามารถทำให้อุปกรณ์ขอรหัสแทน Face ID ชั่วคราวได้

📵 Face ID ใช้ไม่ได้เมื่อปิดเครื่องหรือแบตเตอรี่หมด

หลังเปิดเครื่องใหม่ ระบบจะขอรหัสเครื่องอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนอนุญาตให้ใช้ Face ID ตามปกติ

นี่เป็นมาตรการความปลอดภัย ไม่ใช่อาการเสีย

ผู้ใช้จึงต้องจำรหัสเครื่อง แม้จะปลดล็อกด้วยใบหน้าเป็นประจำทุกวัน

🔋 Face ID ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วไหม

การใช้ Face ID ตามปกติไม่ควรทำให้แบตเตอรี่ลดผิดปกติอย่างชัดเจน เพราะระบบทำงานช่วงสั้นๆ ขณะต้องยืนยันตัวตน

หากแบตเตอรี่ลดเร็ว ควรตรวจสาเหตุอื่น เช่น

  • หน้าจอสว่างมาก
  • สัญญาณมือถืออ่อน
  • แอปทำงานเบื้องหลัง
  • GPS ทำงานต่อเนื่อง
  • แบตเตอรี่เสื่อม
  • เปิดฮอตสปอต
  • เครื่องร้อน
  • ระบบกำลังประมวลผลหลังอัปเดต

การปิด Face ID โดยไม่มีเหตุผลจึงอาจไม่แก้ปัญหาแบตเตอรี่

🧹 ต้องทำความสะอาดกล้อง Face ID อย่างไร

ใช้ผ้าแห้งนุ่มเช็ดบริเวณด้านบนของหน้าจออย่างเบามือ

ไม่ควร

  • ใช้ของมีคมขูด
  • ฉีดน้ำยาลงบนเครื่องโดยตรง
  • ใช้ผ้าหยาบ
  • กดชุดกล้องแรง
  • แกะฟิล์มด้วยเครื่องมือโลหะ
  • เป่าความร้อน
  • ใช้สารเคมีรุนแรง

หากฟิล์มกระจกบังเซนเซอร์ ควรเปลี่ยนเป็นรุ่นที่ออกแบบตรงกับอุปกรณ์

⚠️ ข้อเสียและข้อจำกัดของ Face ID

แม้สะดวก แต่ Face ID มีข้อจำกัด เช่น

  • ต้องหันหน้าเข้าหาอุปกรณ์
  • อาจสแกนยากเมื่อใบหน้าถูกบัง
  • ต้องกรอกรหัสหลังรีสตาร์ต
  • อาจมีความเสี่ยงเพิ่มกับฝาแฝดหรือคนหน้าคล้ายมาก
  • ใช้ไม่ได้เมื่อชุด TrueDepth เสีย
  • การซ่อมชุดเซนเซอร์อาจซับซ้อน
  • แอปบางตัวไม่รองรับ
  • ต้องตั้งรหัสเครื่องควบคู่
  • บางสถานการณ์ต้องยืนยันซ้ำ
  • ไม่สามารถป้องกันการหลอกให้ผู้ใช้ยืนยันรายการเอง

ความสะดวกไม่ควรทำให้ผู้ใช้ละเลยการตรวจสอบรายการซื้อ ยอดเงิน เว็บไซต์ และแอปที่กำลังยืนยัน

✅ ข้อดีของ Face ID

ข้อดีที่สำคัญ ได้แก่

❶ ปลดล็อกอุปกรณ์ได้รวดเร็ว
❷ ไม่ต้องพิมพ์รหัสต่อหน้าคนอื่นบ่อยๆ
❸ ใช้ยืนยันการซื้อและชำระเงินได้
❹ ใช้กับแอปธนาคารและแอปสำคัญได้
❺ ช่วยกรอกรหัสผ่านที่บันทึกไว้อย่างปลอดภัย
❻ ทำงานร่วมกับระบบความเป็นส่วนตัวของอุปกรณ์
❼ ปรับตัวกับการเปลี่ยนรูปลักษณ์บางอย่าง
❽ ลดความยุ่งยากในการใช้รหัสผ่านยาว
❾ ช่วยซ่อนข้อมูลแจ้งเตือนจากบุคคลอื่น
❿ ใช้งานได้สะดวกในชีวิตประจำวัน

ข้อดีเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อผู้ใช้ตั้งรหัสเครื่องที่แข็งแรงและดูแลบัญชีของตนอย่างเหมาะสม

⚠️ สิ่งที่ไม่ควรทำ

ไม่ควรทำสิ่งต่อไปนี้

  • บอกรหัสเครื่องให้ผู้อื่น
  • เพิ่มใบหน้าของบุคคลอื่น
  • ยืนยันการซื้อโดยไม่ดูยอดเงิน
  • กดอนุญาตแอปที่ไม่รู้จัก
  • ปิดระบบตรวจจับความสนใจโดยไม่เข้าใจผล
  • ติดตั้งโปรไฟล์หรือแอปความปลอดภัยจากแหล่งไม่น่าเชื่อถือ
  • ใช้รหัสเครื่องที่เดาง่าย
  • ส่ง OTP หรือรหัสผ่านให้บุคคลอื่น
  • แกะหรือซ่อมชุด TrueDepth เอง
  • เชื่อบุคคลที่อ้างว่าสามารถปลดล็อก Face ID จากระยะไกล
  • เปิดเผยหมายเลขบัญชีและข้อมูลส่วนตัวเพื่อให้ช่วยซ่อม
  • รีเซ็ตเครื่องก่อนสำรองข้อมูล

Face ID ไม่มีระบบที่ต้องให้ผู้ใช้บอกรหัส OTP แก่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดใช้งาน หากมีผู้ติดต่อมาขอรหัส ควรหยุดการสนทนาและตรวจสอบผ่านช่องทางทางการ

☎️ เมื่อใดควรติดต่อฝ่ายสนับสนุนหรือศูนย์บริการ

ควรนำอุปกรณ์ไปตรวจสอบเมื่อ

  • ขึ้นข้อความ Face ID ไม่พร้อมใช้งานตลอด
  • ไม่สามารถตั้งค่า Face ID ใหม่ได้
  • กล้อง TrueDepth มีข้อความผิดพลาด
  • ปัญหาเริ่มหลังเครื่องตก
  • ปัญหาเริ่มหลังโดนน้ำ
  • ปัญหาเริ่มหลังเปลี่ยนหน้าจอ
  • กล้องหน้าและเซนเซอร์ทำงานผิดปกติร่วมกัน
  • หน้าจอดับเมื่อโทรผิดปกติ
  • รีสตาร์ตและอัปเดตแล้วยังไม่หาย
  • ทุกแอปไม่สามารถใช้ Face ID
  • ระบบขอรหัสทุกครั้งโดยไม่มีเหตุผล
  • ชุดกล้องมีฝุ่นหรือความชื้นภายใน
  • เครื่องเคยผ่านการซ่อมชุดกล้อง
  • การตั้งค่า Face ID หายจากเมนู

ควรสำรองข้อมูลก่อนส่งซ่อม และไม่ควรมอบรหัสบัญชี รหัสผ่าน หรือ OTP ให้บุคคลอื่นโดยไม่จำเป็น

❓ คำถามที่พบบ่อย

Face ID คือการถ่ายรูปใบหน้าไว้ใช่ไหม

ไม่ใช่การเก็บรูปเซลฟีธรรมดา ระบบสร้างข้อมูลจากลักษณะและความลึกของใบหน้าเพื่อใช้เปรียบเทียบในการยืนยันตัวตน

รูปถ่ายปลดล็อก Face ID ได้ไหม

Face ID ถูกออกแบบให้ใช้ข้อมูลเชิงลึกของใบหน้า ไม่ได้อาศัยภาพสองมิติธรรมดาเพียงอย่างเดียว

หลับตาแล้ว Face ID ปลดล็อกได้ไหม

เมื่อเปิดการตรวจจับความสนใจ ระบบจะตรวจว่าผู้ใช้กำลังมองอุปกรณ์อยู่ อย่างไรก็ตาม การตั้งค่าและความสามารถด้านการเข้าถึงอาจมีผลต่อพฤติกรรมนี้

Face ID ใช้ในที่มืดได้ไหม

ระบบได้รับการออกแบบให้ทำงานได้ในสภาพแสงหลากหลาย แต่เซนเซอร์ต้องไม่ถูกบัง สกปรก หรือเสียหาย

เปลี่ยนทรงผมหรือไว้หนวดต้องตั้งค่าใหม่ไหม

โดยทั่วไปไม่จำเป็น ระบบสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงบางอย่างได้ หากสแกนไม่ติดเป็นประจำจึงค่อยตั้งค่าใหม่

สามารถเพิ่ม Face ID สองคนได้ไหม

ไม่ควรใช้รูปลักษณ์เพิ่มเติมเพื่อลงทะเบียนผู้อื่น เพราะบุคคลนั้นอาจเข้าถึงเครื่อง แอป และข้อมูลสำคัญได้

รีเซ็ต Face ID ทำให้รูปหรือข้อมูลหายไหม

ไม่ การรีเซ็ต Face ID ลบเฉพาะข้อมูลใบหน้าที่ลงทะเบียน ไม่ควรลบรูปภาพ แอป และเอกสารในเครื่อง

กล้องหน้าใช้ได้แต่ Face ID เสียได้ไหม

ได้ เพราะชุด TrueDepth มีส่วนประกอบมากกว่ากล้องเซลฟีทั่วไป บางส่วนอาจเสียแม้กล้องหน้ายังถ่ายภาพได้

Face ID แทนรหัสเครื่องได้ทั้งหมดไหม

ไม่ได้ ระบบยังขอรหัสในบางสถานการณ์ เช่น หลังรีสตาร์ต สแกนผิดหลายครั้ง หรือเปลี่ยนการตั้งค่าความปลอดภัย

Face ID ป้องกันการถูกหลอกออนไลน์ได้ไหม

ไม่ทั้งหมด ระบบช่วยยืนยันตัวตนบนเครื่อง แต่ผู้ใช้ยังอาจถูกหลอกให้กรอกรหัสผ่าน เปิดลิงก์ปลอม หรือยืนยันรายการที่ไม่ถูกต้องได้

📝 สรุป

Face ID คือระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้าของ Apple ที่ใช้ข้อมูลจากชุดกล้อง TrueDepth เพื่อปลดล็อกอุปกรณ์ เข้าสู่ระบบแอป กรอกรหัสผ่าน และอนุมัติการซื้อหรือชำระเงิน

ระบบมีความสะดวกและปลอดภัยเมื่อใช้งานร่วมกับรหัสเครื่องที่แข็งแรง การตรวจจับความสนใจ และการอัปเดตระบบอย่างสม่ำเสมอ แต่ผู้ใช้ยังต้องตรวจสอบแอป เว็บไซต์ ยอดเงิน และรายการที่กำลังยืนยันทุกครั้ง

แนวทางของ comsiam คือไม่ควรเพิ่มใบหน้าของบุคคลอื่น ไม่ควรใช้รหัสเครื่องที่เดาง่าย และไม่ควรเปิดเผยรหัสผ่านหรือ OTP แม้ผู้ติดต่อจะอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่

หาก Face ID ใช้ไม่ได้หลังเครื่องตก โดนน้ำ หรือเปลี่ยนหน้าจอ comsiam แนะนำให้หยุดแกะหรือซ่อมชุด TrueDepth ด้วยตนเอง สำรองข้อมูล และนำอุปกรณ์เข้าตรวจสอบกับศูนย์บริการที่เชื่อถือได้