Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือเปิด Wi-Fi Calling ไม่ได้หรือโทรผ่าน Wi-Fi ไม่ได้ เป็นปัญหาที่พบเมื่อโทรศัพท์มีเมนูการโทรผ่าน Wi-Fi แต่เปิดแล้วไม่ทำงาน ปุ่มเปิดปิดเอง ไม่มีสัญลักษณ์ Wi-Fi Calling หรือโทรออกไม่ได้ในพื้นที่ที่สัญญาณมือถืออ่อน แม้โทรศัพท์จะเชื่อมต่อ Wi-Fi และใช้อินเทอร์เน็ตได้ตามปกติ
Wi-Fi Calling คือบริการที่ช่วยให้โทรศัพท์โทรออกและรับสายด้วยหมายเลขซิมผ่านเครือข่าย Wi-Fi เหมาะสำหรับบ้าน อาคาร ห้องใต้ดิน หรือจุดที่สัญญาณมือถืออ่อน แต่มีอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ที่เสถียร
บริการนี้ไม่ได้ทำงานจากโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว เพราะต้องได้รับการรองรับจากโทรศัพท์ ซิม ผู้ให้บริการ แพ็กเกจ ซอฟต์แวร์ และเครือข่าย Wi-Fi หากส่วนใดส่วนหนึ่งไม่พร้อม เมนูอาจหาย เปิดไม่ได้ หรือโทรผ่าน Wi-Fi ไม่สำเร็จ
ผู้ใช้อาจพบอาการต่อไปนี้
การไม่มีสัญลักษณ์ Wi-Fi Calling ไม่ได้ยืนยันเสมอไปว่าบริการไม่ทำงาน เพราะโทรศัพท์บางรุ่นแสดงชื่อเครือข่ายหรือไอคอนเฉพาะตอนสัญญาณมือถืออ่อนเท่านั้น
ลองทำตามลำดับต่อไปนี้ก่อน
❶ ตรวจสอบว่าโทรศัพท์และผู้ให้บริการรองรับ Wi-Fi Calling
❷ ตรวจสอบว่าซิมเปิดบริการ VoLTE และ Wi-Fi Calling แล้ว
❸ เชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ใช้อินเทอร์เน็ตได้จริง
❹ ปิด VPN, Proxy และ Private DNS ชั่วคราว
❺ เปิด Wi-Fi Calling ในเมนูซิม
❻ เปิดและปิดโหมดเครื่องบินประมาณ 30 วินาที
❼ รีสตาร์ตโทรศัพท์และเราเตอร์
❽ ตั้งซิมนั้นเป็นซิมโทรหลัก
❾ อัปเดตระบบและ Carrier Settings
❿ ทดลองใช้ Wi-Fi เครือข่ายอื่น
⓫ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
⓬ ติดต่อผู้ให้บริการให้ตรวจสอบ IMS และ Wi-Fi Calling Provisioning
ไม่ควรรีเซ็ตโทรศัพท์กลับค่าโรงงานหรือเปลี่ยนค่าเราเตอร์ขั้นสูงทันที เพราะสาเหตุส่วนใหญ่มักอยู่ที่สิทธิ์บริการ ซอฟต์แวร์ หรือข้อจำกัดของเครือข่าย Wi-Fi
Wi-Fi Calling หรือการโทรผ่าน Wi-Fi เป็นบริการที่ให้โทรศัพท์ใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต Wi-Fi เพื่อส่งบริการโทรเสียงของหมายเลขซิมผ่านระบบของผู้ให้บริการ
บริการนี้ต่างจากการโทรผ่านแอป เพราะ
Wi-Fi Calling เหมาะเมื่อสัญญาณมือถืออ่อน แต่ Wi-Fi มีความเร็วและความเสถียรเพียงพอ
ดังนั้น การที่แอปโทรผ่านอินเทอร์เน็ตใช้งานได้ ไม่ได้ยืนยันว่า Wi-Fi Calling ของซิมต้องใช้งานได้ด้วย
แม้โทรศัพท์รองรับและมีเมนู แต่หมายเลขอาจยังไม่ได้รับ Wi-Fi Calling Provisioning
อาการที่ควรสงสัย ได้แก่
ควรติดต่อผู้ให้บริการและขอให้ตรวจสอบบริการ Wi-Fi Calling ของหมายเลขโดยตรง
โทรศัพท์อาจรองรับ Wi-Fi Calling ในทางฮาร์ดแวร์ แต่ซอฟต์แวร์ไม่ได้รองรับผู้ให้บริการที่ใช้งาน
มักพบกับ
จึงควรตรวจสอบรหัสรุ่นเต็ม ไม่ใช่ดูเพียงชื่อรุ่น
Wi-Fi Calling อาศัย Carrier Settings และระบบ IMS หากซอฟต์แวร์เก่าอาจไม่มีเมนูหรือเปิดแล้วไม่ลงทะเบียน
ควรอัปเดต
หลังอัปเดตควรรีสตาร์ตเครื่อง
Wi-Fi Calling และ VoLTE มักใช้ระบบ IMS ร่วมกัน หาก VoLTE ยังไม่ได้รับการเปิด บริการ Wi-Fi Calling อาจไม่ทำงานด้วย
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรแก้ VoLTE ให้ทำงานก่อนหรือพร้อมกัน
ซิมที่ใช้งานมานานอาจไม่รองรับบริการเสียงสมัยใหม่อย่างสมบูรณ์
ควรตรวจสอบว่า
การเปลี่ยนซิมทดแทนมักสามารถคงหมายเลขเดิมได้
ซิมใหม่ ซิมทดแทน ซิมหลังย้ายค่าย หรือ eSIM อาจเปิดข้อมูลมือถือได้ก่อน แต่บริการเสียงและ Wi-Fi Calling ยังไม่พร้อม
ควรรอให้ระบบดำเนินการครบ และรีสตาร์ตหลังผู้ให้บริการยืนยันว่าเปิดบริการแล้ว
หมายเลขอาจยังใช้อินเทอร์เน็ตได้ แต่โทรออกหรือใช้ Wi-Fi Calling ไม่ได้ หากบริการเสียงถูกระงับ
สาเหตุอาจเป็น
ควรตรวจสอบ Voice Provisioning และสถานะบัญชี
มือถือสองซิมอาจเปิด Wi-Fi Calling เฉพาะซิมที่ถูกเลือกเป็นสายโทรหลัก
ควรตรวจสอบ
โทรศัพท์บางรุ่นรองรับ Wi-Fi Calling เฉพาะ SIM 1 หรือรองรับเพียงหนึ่งซิมในเวลาเดียวกัน
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรทดลองย้ายซิมไป SIM 1 และปิดซิมรองชั่วคราว
โทรศัพท์บางรุ่นสามารถเปิด Wi-Fi Calling ได้เพียงหนึ่งหมายเลขพร้อมกัน
หากเปิดสองซิม อาจเกิดว่า
นี่อาจเป็นข้อจำกัดของรุ่น ไม่ใช่ความผิดปกติ
โทรศัพท์อาจแสดงว่าเชื่อมต่อ Wi-Fi แต่เครือข่ายไม่มีอินเทอร์เน็ตหรือมีระบบล็อกอินที่ยังไม่ผ่าน
มักเกิดกับ
ควรเปิดเว็บไซต์เพื่อยืนยันว่า Wi-Fi ใช้งานได้จริง
Wi-Fi Calling ต้องการการเชื่อมต่อที่มีความหน่วงต่ำและไม่หลุดบ่อย
หาก Wi-Fi อ่อน อาจเกิดว่า
ควรย้ายเข้าใกล้เราเตอร์และทดสอบใหม่
เราเตอร์หรือไฟร์วอลล์บางระบบอาจบล็อกการเชื่อมต่อที่ Wi-Fi Calling ใช้
มักพบใน
หากใช้ได้บน Wi-Fi อื่น แต่ไม่ได้เฉพาะเครือข่ายหนึ่ง สาเหตุมีแนวโน้มอยู่ที่เราเตอร์หรือไฟร์วอลล์
VPN อาจเปลี่ยนเส้นทางหรือบล็อกการเชื่อมต่อ IMS ทำให้ Wi-Fi Calling ลงทะเบียนไม่ได้
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรปิด VPN ชั่วคราวเพื่อทดสอบ
Private DNS หรือ Proxy ที่ตั้งเองอาจทำให้การเชื่อมต่อบางส่วนล้มเหลว
ควรทดลองตั้ง
เครือข่ายสาธารณะบางแห่งต้องเปิดหน้าเว็บเพื่อกดยอมรับหรือเข้าสู่ระบบก่อน
หากยังไม่ผ่าน Captive Portal
ควรเปิดเบราว์เซอร์และเข้าสู่ระบบเครือข่ายให้เสร็จ
เราเตอร์บางรุ่นอาจจัดการ IPv6, NAT หรือ DNS ได้ไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปได้ แต่ Wi-Fi Calling ไม่ทำงาน
ผู้ใช้ทั่วไปควรทดลองรีสตาร์ตเราเตอร์และใช้ Wi-Fi เครือข่ายอื่นก่อน ไม่ควรเปลี่ยนค่าขั้นสูงหลายรายการพร้อมกัน
โหมดประหยัดพลังงานอาจจำกัดการทำงานเบื้องหลังของ Wi-Fi และบริการโทร
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรปิด Battery Saver ชั่วคราวเพื่อทดสอบ
โทรศัพท์บางรุ่นหรือแอปประหยัดแบตเตอรี่อาจตัด Wi-Fi เมื่อไม่ได้ใช้งาน
ควรตรวจสอบ
ผู้ใช้บางคนเปิดโหมดเครื่องบินเพื่อบังคับใช้ Wi-Fi Calling แต่ลืมเปิด Wi-Fi กลับ
ขั้นตอนที่ถูกต้องคือ
① เปิดโหมดเครื่องบิน
② เปิด Wi-Fi แยกอีกครั้ง
③ เชื่อมต่อเครือข่าย Wi-Fi
④ รอไอคอน Wi-Fi Calling
⑤ ทดลองโทรออก
หากโทรศัพท์หรือผู้ให้บริการไม่รองรับการโทรในโหมดเครื่องบิน วิธีนี้อาจใช้ไม่ได้
ในบางประเทศหรือบางผู้ให้บริการ อาจต้องยืนยันหรือกรอกที่อยู่สำหรับบริการฉุกเฉินก่อนเปิด Wi-Fi Calling
หากขั้นตอนนี้ยังไม่เสร็จ ปุ่มอาจเปิดไม่ได้หรือปิดกลับเอง
ควรทำตามขั้นตอนในแอปหรือเว็บไซต์ทางการของผู้ให้บริการ
เครื่องนำเข้าอาจรองรับ Wi-Fi Calling เฉพาะค่ายหรือประเทศเดิม
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ไม่ควรแฟลชรอมแบบสุ่มเพื่อเปิดเมนู
เครื่องที่ติด Network Lock อาจรองรับ Wi-Fi Calling เฉพาะค่ายเดิม
หากเปลี่ยนค่าย อาจเกิดว่า
ควรปลดล็อกผ่านผู้ให้บริการเดิมอย่างถูกต้อง
หากผู้ใช้หลายคนไม่สามารถใช้ Wi-Fi Calling พร้อมกัน อาจเกิดจากระบบ IMS หรือบริการหลังบ้านขัดข้อง
ควรทดลอง
หากทุกซิมไม่มี VoLTE และ Wi-Fi Calling เฉพาะโทรศัพท์เครื่องเดิม อาจเกี่ยวข้องกับระบบโมเด็ม
อาการที่ควรสงสัย ได้แก่
ควรนำเครื่องเข้าศูนย์บริการ
ชื่อเมนูอาจแตกต่างกันตามยี่ห้อและเวอร์ชันของระบบ
เส้นทางที่พบบ่อย ได้แก่
การตั้งค่า > การเชื่อมต่อ > Wi-Fi Calling
หรือ
การตั้งค่า > ซิมและเครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > การโทรผ่าน Wi-Fi
หรือ
การตั้งค่า > เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต > ซิม > Wi-Fi Calling
ขั้นตอนทั่วไป:
❶ เลือกซิมที่ต้องการ
❷ เปิด Wi-Fi Calling
❸ เลือกการโทรผ่าน Wi-Fi เป็นลำดับแรก หากมี
❹ เปิด VoLTE
❺ เชื่อมต่อ Wi-Fi
❻ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❼ รอระบบลงทะเบียน
❽ ทดลองโทรออก
หากไม่มีเมนู ควรอัปเดตระบบและติดต่อผู้ให้บริการก่อนใช้วิธีอื่น
เข้าเมนู
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > เลือกหมายเลข > การโทรผ่าน Wi-Fi
จากนั้นเปิด
การโทรผ่าน Wi-Fi บน iPhone เครื่องนี้
ระบบอาจให้
หากใช้สองซิม ควรเลือกหมายเลขให้ถูกก่อนเปิด
ค้นหาคำว่า
หากไม่มีเมนู ให้ตรวจรุ่น ซอฟต์แวร์ และผู้ให้บริการก่อน
เข้าเมนูซิมและเปิด
จากนั้นรีสตาร์ตเครื่อง
ในมือถือสองซิม ให้เลือกซิมที่ต้องการใช้ Wi-Fi Calling เป็นสายโทรหลัก
ควรทดลองตั้งซิมเดียวกันเป็นซิมข้อมูลด้วยชั่วคราว เพื่อให้ระบบลงทะเบียนง่ายขึ้น
ทดสอบโดย
① ปิดข้อมูลมือถือ
② เปิด Wi-Fi
③ เปิดเว็บไซต์หลายแห่ง
④ ทดลองวิดีโอหรือแอปแชต
⑤ ตรวจสอบว่าไม่ต้องล็อกอินเพิ่ม
⑥ ดูว่าสัญญาณ Wi-Fi เสถียรหรือไม่
ปิดชั่วคราว
แล้วรอประมาณ 1–2 นาทีเพื่อให้ Wi-Fi Calling ลงทะเบียนใหม่
วิธีทดสอบ:
① เปิดโหมดเครื่องบิน
② เปิด Wi-Fi กลับ
③ เชื่อมต่อเครือข่าย
④ รอไอคอน Wi-Fi Calling
⑤ ทดลองโทรออก
⑥ ปิดโหมดเครื่องบินหลังทดสอบ
หากไม่มีไอคอน อาจเป็นเพราะผู้ให้บริการไม่รองรับการทำงานในโหมดเครื่องบิน หรือบริการยังไม่เปิด
หลังเปิด Wi-Fi Calling หรือเปลี่ยนซิม ควรรีสตาร์ตเพื่อโหลด Carrier Settings และ IMS ใหม่
ปิดเราเตอร์ รอประมาณ 30 วินาที แล้วเปิดใหม่
จากนั้นรอให้ Wi-Fi และอินเทอร์เน็ตกลับมาสมบูรณ์ก่อนทดสอบโทร
ผลการทดสอบ:
ปิดเครื่องก่อนสลับซิม จากนั้นเปิดเครื่องและตรวจเมนู Wi-Fi Calling ใหม่
หากใช้ได้ใน SIM 1 แต่ไม่ได้ใน SIM 2 แสดงว่าโทรศัพท์อาจมีข้อจำกัด
เปิดใช้งานเพียงซิมที่ต้องการใช้ Wi-Fi Calling แล้วรีสตาร์ต
หากบริการกลับมา แสดงว่าโทรศัพท์อาจไม่รองรับ Dual Wi-Fi Calling
เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วตรวจสอบการอัปเดตทั้งหมด
หลังอัปเดตให้รีสตาร์ตและรอระบบประมาณ 2–5 นาที
ผลที่ได้ช่วยแยกสาเหตุ:
① ซิมใช้ Wi-Fi Calling ได้ในเครื่องอื่น — ตรวจเครื่องเดิม
② ซิมใช้ไม่ได้ทุกเครื่อง — ติดต่อผู้ให้บริการ
③ ซิมอื่นใช้ได้ในเครื่องเดิม — ซิมหรือบัญชีเดิมมีปัญหา
④ ทุกซิมใช้ไม่ได้ในเครื่องเดิม — ตรวจรุ่น ซอฟต์แวร์ หรือฮาร์ดแวร์
ใช้เมื่อเครื่องเคยใช้ Wi-Fi Calling ได้ แต่ภายหลังเปิดไม่ได้
โดยทั่วไปไม่ลบ
แต่อาจลบ
หลังรีเซ็ตให้เชื่อมต่อ Wi-Fi เปิด VoLTE และ Wi-Fi Calling ใหม่
ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
① Wi-Fi Calling เปิดให้หมายเลขหรือไม่
② VoLTE และ IMS Provisioning ทำงานหรือไม่
③ ซิมรองรับหรือควรเปลี่ยนใหม่
④ รุ่นโทรศัพท์อยู่ในรายการรองรับหรือไม่
⑤ หมายเลขถูกระงับบริการเสียงหรือไม่
⑥ เพิ่งย้ายค่ายหรือเปลี่ยนซิมหรือไม่
⑦ ต้องยืนยันที่อยู่ฉุกเฉินหรือไม่
⑧ ต้องรีเฟรชบริการหรือไม่
สาเหตุที่พบบ่อยคือ
ควรอัปเดตระบบและติดต่อผู้ให้บริการ ไม่ควรเปิดซ้ำต่อเนื่องหลายครั้ง
ให้ตรวจสอบ
❶ Wi-Fi ใช้อินเทอร์เน็ตได้จริง
❷ สัญญาณมือถือยังแรงมากหรือไม่
❸ โทรศัพท์แสดงชื่อค่ายแทนไอคอนหรือไม่
❹ เปิด Wi-Fi Preferred หรือไม่
❺ VoLTE ทำงานหรือไม่
❻ VPN เปิดอยู่หรือไม่
❼ ซิมเป็นซิมโทรหลักหรือไม่
❽ ผู้ให้บริการเปิดสิทธิ์แล้วหรือไม่
โทรศัพท์บางรุ่นจะแสดง Wi-Fi Calling เฉพาะเมื่อสัญญาณมือถืออ่อน
ให้ลอง
① ปิด VPN
② ตรวจอินเทอร์เน็ต Wi-Fi
③ รีสตาร์ตโทรศัพท์
④ รีสตาร์ตเราเตอร์
⑤ เปิด VoLTE
⑥ ตั้งซิมโทรหลัก
⑦ ทดลอง Wi-Fi อื่น
⑧ ติดต่อผู้ให้บริการ
หากโทรผ่านสัญญาณมือถือได้ แต่ผ่าน Wi-Fi ไม่ได้ ปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่ Wi-Fi Calling หรือเครือข่าย Wi-Fi
อาการนี้อาจเกิดจาก
ควรลอง
❶ ปิด Bluetooth
❷ ปิด VPN
❸ ย้ายใกล้เราเตอร์
❹ โทรผ่าน Wi-Fi อื่น
❺ รีสตาร์ตเครื่อง
❻ โทรผ่านสัญญาณมือถือเปรียบเทียบ
❼ ทดลองหูฟังหรือโหมดลำโพง
❽ แจ้งผู้ให้บริการหากเกิดทุก Wi-Fi
อาจเป็นการทำงานปกติ หากโทรศัพท์เห็นว่าสัญญาณมือถือดีกว่า หรือ Wi-Fi อ่อนลง
ควรตรวจสอบ
หากสลับแล้วสายไม่หลุด ถือว่าระบบอาจทำงานปกติ
มีแนวโน้มว่าเครือข่ายนั้นบล็อกการเชื่อมต่อที่ Wi-Fi Calling ต้องใช้
ควร
① ทดลอง Wi-Fi อื่น
② ปิด VPN
③ ตรวจหน้าเข้าสู่ระบบ Wi-Fi
④ สอบถามผู้ดูแลเครือข่าย
⑤ หลีกเลี่ยงการแก้เราเตอร์ที่ไม่ใช่ของตน
⑥ ใช้สัญญาณมือถือแทนเมื่อจำเป็น
ผู้ใช้ทั่วไปไม่ควรพยายามข้ามไฟร์วอลล์ของโรงเรียนหรือสำนักงาน
ให้ลอง
❶ ตั้งซิมที่ต้องการเป็นสายโทรหลัก
❷ เปิด VoLTE ให้ทั้งสองซิม
❸ ปิดซิมรองชั่วคราว
❹ ย้ายซิมไป SIM 1
❺ อัปเดตระบบ
❻ ตรวจสอบว่าเครื่องรองรับ Dual Wi-Fi Calling หรือไม่
❼ ทดลองใช้แต่ละซิมแยกกัน
❽ ติดต่อผู้ให้บริการของซิมที่ใช้ไม่ได้
โทรศัพท์บางรุ่นรองรับ Wi-Fi Calling เพียงหนึ่งซิมในเวลาเดียวกัน
ให้ทำดังนี้
① ตรวจสอบว่าซิมใหม่เปิดบริการเสียงแล้ว
② ตั้งเป็นซิมโทรหลัก
③ เปิด VoLTE
④ รีสตาร์ตโทรศัพท์
⑤ อัปเดต Carrier Settings
⑥ ทดลอง SIM 1
⑦ ทดลองซิมในเครื่องอื่น
⑧ ติดต่อผู้ให้บริการ
ซิมทดแทนอาจต้องเปิด IMS และ Wi-Fi Calling ใหม่ในระบบ
ควรตรวจสอบ
❶ การย้ายค่ายเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือไม่
❷ ซิมใหม่เปิด VoLTE หรือยัง
❸ Carrier Settings เปลี่ยนเป็นค่ายใหม่หรือไม่
❹ เครื่องรองรับ Wi-Fi Calling ของค่ายใหม่หรือไม่
❺ เมนู Wi-Fi Calling เปิดอยู่หรือไม่
❻ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❼ ทดลอง Wi-Fi อื่น
❽ ให้ค่ายใหม่ตรวจสอบ IMS Provisioning
การที่เคยใช้ได้กับค่ายเดิมไม่ได้รับประกันว่าจะใช้ได้กับค่ายใหม่ในทันที
ให้ตรวจสอบ
① eSIM รองรับการโทรหรือเป็น Data Only
② eSIM เป็นสายโทรหลักหรือไม่
③ เปิด VoLTE แล้วหรือไม่
④ ผู้ให้บริการเปิด Wi-Fi Calling หรือไม่
⑤ EID และ IMEI ผูกถูกต้องหรือไม่
⑥ ใช้สองซิมแล้วเกิดข้อจำกัดหรือไม่
⑦ โปรไฟล์ eSIM เปิดอยู่หรือไม่
⑧ Carrier Settings อัปเดตแล้วหรือไม่
eSIM ท่องเที่ยวแบบ Data Only ไม่สามารถใช้ Wi-Fi Calling ด้วยหมายเลขโทรศัพท์ปกติของ eSIM นั้นได้
ขึ้นอยู่กับโทรศัพท์และผู้ให้บริการ บางเครือข่ายรองรับ SMS ผ่านระบบ IMS ขณะที่บางกรณียังต้องมีสัญญาณมือถือ
หากโทรผ่าน Wi-Fi ได้แต่รับ OTP ไม่ได้ ควร
❶ ทดสอบรับ SMS ปกติ
❷ ตรวจสอบสัญญาณมือถือ
❸ ปิดและเปิดโหมดเครื่องบิน
❹ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❺ ตั้งซิมรับ SMS ให้ถูก
❻ ติดต่อผู้ให้บริการให้ตรวจบริการ SMS
❼ หลีกเลี่ยงการขอ OTP ซ้ำจำนวนมาก
❽ ใช้ช่องทางยืนยันตัวตนสำรองเมื่อจำเป็น
การโทรฉุกเฉินผ่าน Wi-Fi อาจมีข้อจำกัดด้านตำแหน่งและการส่งข้อมูลที่อยู่ ผู้ใช้ไม่ควรพึ่ง Wi-Fi Calling เพียงอย่างเดียวในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ควร
เหมาะเมื่อ
เหมาะเมื่อ
หากสายหลุดบ่อย ควรทดลองเปลี่ยนลำดับความสำคัญแล้วเปรียบเทียบ
ยังไม่ควรเปลี่ยนเป็นวิธีแรก เพราะอาจทำให้ Wi-Fi และอุปกรณ์อื่นมีปัญหา
ก่อนแก้เราเตอร์ควรทำให้ครบดังนี้
❶ ทดลอง Wi-Fi อื่น
❷ ปิด VPN
❸ รีสตาร์ตเราเตอร์
❹ ตรวจอินเทอร์เน็ต
❺ อัปเดตโทรศัพท์
❻ ติดต่อผู้ให้บริการมือถือ
❼ ตรวจสอบกับผู้ดูแลเครือข่าย
❽ สำรองค่าก่อนแก้ทุกครั้ง
หากเป็นเราเตอร์ของสำนักงาน โรงเรียน หรือพื้นที่สาธารณะ ไม่ควรแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต
ไม่แนะนำ เพราะอาจเปลี่ยนค่า IMS, VoLTE หรือการโทรฉุกเฉิน ทำให้บริการโทรผิดปกติ
ควรใช้เมนูปกติ อัปเดตระบบ และให้ผู้ให้บริการเปิดสิทธิ์แทน
ไม่ควร เพราะอาจทำให้
ควรใช้ซอฟต์แวร์ทางการหรือให้ศูนย์บริการตรวจสอบ
ยังไม่ควรรีเซ็ตเครื่อง เพราะไม่ช่วยหาก
ก่อนรีเซ็ตควรทำให้ครบดังนี้
❶ เปิด VoLTE
❷ ปิด VPN
❸ ทดลอง Wi-Fi อื่น
❹ ทดลอง SIM 1
❺ ปิดซิมรอง
❻ อัปเดตระบบ
❼ ติดต่อผู้ให้บริการ
❽ รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ
ควรแจ้งหมายเลข รุ่นและรหัสโทรศัพท์ ระบบปฏิบัติการ ผลการทดลอง Wi-Fi อื่น และผลการทดลองซิมในเครื่องอื่น
ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ
ไม่ควรแก้ไข IMEI หรือ Baseband ด้วยเครื่องมือที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
ไม่จำเป็น การคิดค่าบริการขึ้นอยู่กับแพ็กเกจและเงื่อนไขของผู้ให้บริการ แม้จะใช้ Wi-Fi เป็นเส้นทางการเชื่อมต่อ
อาจเกิดจากผู้ให้บริการยังไม่เปิดสิทธิ์ VoLTE ไม่ทำงาน VPN บล็อก หรือ Wi-Fi นั้นจำกัดการเชื่อมต่อ
ไม่เสมอไป บางรุ่นซ่อนเมนูหรือเปิดอัตโนมัติ แต่ควรตรวจสอบรหัสรุ่น ซอฟต์แวร์ และผู้ให้บริการ
บางรุ่นและบางผู้ให้บริการทำได้ เมื่อเปิด Wi-Fi กลับหลังเปิดโหมดเครื่องบิน แต่ไม่รองรับเหมือนกันทุกเครือข่าย
ไม่เสมอไป เครือข่ายองค์กร โรงเรียน โรงแรม หรือ Wi-Fi สาธารณะบางแห่งอาจบล็อกการเชื่อมต่อที่จำเป็น
ทำให้ใช้ไม่ได้ได้ หาก VPN เปลี่ยนเส้นทางหรือบล็อกระบบ IMS ควรปิดชั่วคราวเพื่อทดสอบ
โทรศัพท์บางรุ่นรองรับ Wi-Fi Calling เฉพาะ SIM 1 หรือรองรับเพียงหนึ่งซิมในเวลาเดียวกัน
โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ แอป และเอกสาร แต่จะลบรหัสผ่าน Wi-Fi อุปกรณ์ Bluetooth, VPN, APN และค่าการเชื่อมต่อบางรายการ
มือถือเปิด Wi-Fi Calling ไม่ได้หรือโทรผ่าน Wi-Fi ไม่ได้ มักเกิดจากหมายเลขยังไม่ได้รับสิทธิ์ VoLTE หรือ IMS ไม่ทำงาน โทรศัพท์ไม่รองรับผู้ให้บริการ หรือเครือข่าย Wi-Fi มี VPN ไฟร์วอลล์ หรือระบบล็อกอินขัดขวางการเชื่อมต่อ
ควรเริ่มจากเปิด VoLTE ตั้งซิมเป็นสายโทรหลัก ปิด VPN เชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ใช้งานได้จริง และทดลอง Wi-Fi เครือข่ายอื่น จากนั้นอัปเดต Carrier Settings และรีสตาร์ตโทรศัพท์
แนวทางของ comsiam คือควรทดลองซิมเดิมในโทรศัพท์อีกเครื่อง และทดลองโทรศัพท์เครื่องเดิมกับ Wi-Fi หลายเครือข่าย เพื่อแยกว่าปัญหาอยู่ที่ซิม โทรศัพท์ หรือเราเตอร์
หากซิมใช้ Wi-Fi Calling ไม่ได้ทุกเครื่อง ควรให้ผู้ให้บริการตรวจสอบ IMS และ Wi-Fi Calling Provisioning แต่หากทุกซิมมีปัญหาเฉพาะเครื่องเดิม comsiam แนะนำให้ตรวจสอบรหัสรุ่น ซอฟต์แวร์ภูมิภาค Network Lock, Baseband และฮาร์ดแวร์เครือข่าย