Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือกินอินเทอร์เน็ตเองทั้งที่ไม่ได้ใช้งาน เป็นอาการที่ปริมาณข้อมูลมือถือถูกใช้ต่อเนื่องแม้ไม่ได้เปิดดูวิดีโอ เล่นเกม หรือดาวน์โหลดไฟล์ ผู้ใช้อาจพบว่าแพ็กเกจหมดเร็วกว่าปกติ ยอดเงินถูกหัก หรือโทรศัพท์แสดงการใช้ข้อมูลจำนวนมากในช่วงที่วางเครื่องไว้เฉยๆ
สาเหตุส่วนใหญ่มาจากแอปทำงานอยู่เบื้องหลัง เช่น สำรองรูปภาพ อัปเดตแอป ซิงก์อีเมล ดาวน์โหลดไฟล์อัตโนมัติ เล่นวิดีโออัตโนมัติ หรือใช้ฮอตสปอตโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการตั้งค่ารอบการใช้ข้อมูลไม่ตรงกับรอบแพ็กเกจ ทำให้ตัวเลขในโทรศัพท์ดูเหมือนใช้เน็ตมากกว่าความจริง
การแก้ปัญหาควรเริ่มจากตรวจสอบว่าแอปใดใช้ข้อมูลมากที่สุด แยกการใช้งานระหว่างข้อมูลเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จากนั้นปิดสิทธิ์เฉพาะแอปที่ไม่จำเป็น ไม่ควรปิดข้อมูลเบื้องหลังทั้งหมดโดยไม่ตรวจสอบ เพราะอาจทำให้ข้อความ อีเมล การแจ้งเตือน และบริการสำคัญไม่ทำงาน
ผู้ใช้อาจพบอาการต่อไปนี้
หากข้อมูลเพิ่มขึ้นรวดเร็วทั้งที่ไม่ได้ใช้โทรศัพท์ ควรปิดข้อมูลมือถือชั่วคราว แล้วตรวจสอบแอปที่ใช้ข้อมูลทันที
ทำตามลำดับต่อไปนี้ก่อน
❶ เปิดเมนูการใช้ข้อมูลมือถือ
❷ เรียงแอปตามปริมาณข้อมูลที่ใช้
❸ ตรวจสอบข้อมูลเบื้องหลังของแต่ละแอป
❹ ปิดข้อมูลเบื้องหลังให้แอปที่ไม่จำเป็น
❺ ปิดการอัปเดตแอปผ่านข้อมูลมือถือ
❻ ปิดการสำรองรูปและวิดีโอผ่านข้อมูลมือถือ
❼ ปิดการเล่นวิดีโออัตโนมัติ
❽ ตรวจสอบว่าฮอตสปอตปิดอยู่
❾ ปิด Wi-Fi Assist หรือการสลับข้อมูลอัตโนมัติ
❿ ตั้งคำเตือนและขีดจำกัดข้อมูล
⓫ ตรวจสอบรอบแพ็กเกจให้ตรงกับโทรศัพท์
⓬ ปิดข้อมูลมือถือชั่วคราวหากยอดลดผิดปกติ
ไม่ควรติดตั้งแอปประหยัดเน็ตจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะบางแอปอาจใช้ VPN เก็บข้อมูลการเชื่อมต่อ หรือทำให้โทรศัพท์ใช้ข้อมูลมากกว่าเดิม
แม้ผู้ใช้ไม่ได้เปิดแอป แอปยังอาจเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อ
การใช้ข้อมูลเบื้องหลังเล็กน้อยถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากแอปใดใช้ข้อมูลจำนวนมากผิดปกติ ควรจำกัดสิทธิ์เฉพาะแอปนั้น
บริการรูปภาพและ Cloud อาจอัปโหลดรูปหรือวิดีโอทั้งหมดผ่านข้อมูลมือถือ โดยเฉพาะหลัง
วิดีโอเพียงไม่กี่ไฟล์อาจใช้ข้อมูลจำนวนมาก จึงควรตั้งให้อัปโหลดเฉพาะผ่าน Wi-Fi
โทรศัพท์อาจดาวน์โหลดแอปและเกมเวอร์ชันใหม่ผ่านข้อมูลมือถือ หากตั้งค่าให้อัปเดตผ่านทุกเครือข่าย
แอปหนึ่งอาจมีขนาดตั้งแต่ไม่กี่สิบเมกะไบต์ไปจนถึงหลายกิกะไบต์ โดยเฉพาะเกม แอปวิดีโอ และแอปตัดต่อ
ควรตั้งเป็น
โทรศัพท์บางรุ่นอนุญาตให้ดาวน์โหลดอัปเดตระบบผ่านข้อมูลมือถือ โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมต่อ 5G
การอัปเดตระบบอาจมีขนาดหลายกิกะไบต์ และยังอาจดาวน์โหลดไฟล์ปรับปรุงความปลอดภัย แพ็กภาษา หรือข้อมูลบริการเพิ่มเติม
ควรตรวจสอบเมนูอัปเดตระบบว่าเปิดดาวน์โหลดผ่านข้อมูลมือถือไว้หรือไม่
แอปแชตอาจดาวน์โหลด
หากอยู่ในกลุ่มที่ส่งไฟล์จำนวนมาก ปริมาณข้อมูลอาจเพิ่มขึ้นแม้ไม่ได้เปิดดูทุกข้อความ
ควรตั้งให้ดาวน์โหลดวิดีโอและไฟล์ขนาดใหญ่ผ่าน Wi-Fi เท่านั้น
แอปโซเชียลมีเดียมักโหลดวิดีโอล่วงหน้าและเล่นอัตโนมัติขณะเลื่อนหน้าจอ
แม้ผู้ใช้ดูเพียงไม่กี่วินาที แอปอาจดาวน์โหลดส่วนหนึ่งของวิดีโอไว้แล้ว
ควรเปิด
แอปสตรีมมิงอาจเลือกความละเอียดสูงตามความเร็ว 4G หรือ 5G ทำให้ใช้ข้อมูลมาก
ควรตรวจสอบ
วิดีโอความละเอียดสูงใช้ข้อมูลมากกว่าวิดีโอความละเอียดต่ำอย่างชัดเจน
แอปเพลงอาจดาวน์โหลดเพลง รายการเล่น หรือพอดแคสต์เพื่อฟังออฟไลน์
บางแอปเปิดตัวเลือกดาวน์โหลดอัตโนมัติตามประวัติการฟังหรือรายการที่ติดตาม
ควรตั้งให้ดาวน์โหลดเฉพาะ Wi-Fi และตรวจสอบไฟล์ที่รอดาวน์โหลด
บริการสำรองข้อมูลอาจซิงก์
หากเพิ่งเปลี่ยนเครื่องหรือเปิดสำรองข้อมูลใหม่ การใช้ข้อมูลอาจสูงกว่าปกติชั่วคราว
โทรศัพท์บางรุ่นมีฟังก์ชันที่ใช้ข้อมูลมือถือช่วยเมื่อ Wi-Fi ช้า เช่น
ผู้ใช้อาจคิดว่ากำลังใช้ Wi-Fi แต่ระบบใช้ข้อมูลมือถืออยู่เบื้องหลัง
ควรปิดฟังก์ชันนี้หากต้องการควบคุมปริมาณข้อมูลอย่างเข้มงวด
แม้โทรศัพท์เชื่อมต่อ Wi-Fi อยู่ ข้อมูลมือถืออาจยังเปิดพร้อมกันเพื่อ
หากต้องการมั่นใจว่าไม่ใช้ข้อมูลมือถือ ควรปิดข้อมูลมือถือด้วยตนเองขณะใช้ Wi-Fi
อุปกรณ์อื่นอาจเชื่อมต่อฮอตสปอตแล้วใช้ข้อมูลจำนวนมาก เช่น
ควรตรวจสอบจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อและเปลี่ยนรหัสผ่านฮอตสปอตหากพบอุปกรณ์ไม่รู้จัก
แม้ปิด Wi-Fi Hotspot อยู่ โทรศัพท์อาจยังแชร์อินเทอร์เน็ตผ่าน
ควรตรวจสอบเมนูการแชร์การเชื่อมต่อทั้งหมด ไม่ใช่ดูเฉพาะฮอตสปอต Wi-Fi
Automatic Data Switching อาจเปลี่ยนข้อมูลไปยังซิมรอง ทำให้ยอดเงินหรือแพ็กเกจของอีกซิมถูกใช้โดยไม่ตั้งใจ
มักเกิดเมื่อ
ควรปิดการสลับข้อมูลและตั้งซิมหลักให้ชัดเจน
หากอยู่ต่างประเทศ ใกล้ชายแดน หรือโทรศัพท์จับเครือข่ายต่างประเทศได้ ข้อมูลโรมมิ่งอาจทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ควรตรวจสอบ
หากไม่ได้ใช้โรมมิ่ง ควรปิด Data Roaming
VPN มีข้อมูลส่วนเกินจากการเข้ารหัสและการส่งข้อมูลผ่านเซิร์ฟเวอร์กลาง ทำให้ปริมาณข้อมูลอาจสูงขึ้นเล็กน้อย
หาก VPN เชื่อมต่อใหม่บ่อยหรือแอปทำงานผิดปกติ อาจใช้ข้อมูลมากกว่าปกติ
ควรตรวจสอบ
แอปแผนที่ แอปเดินทาง แอปส่งอาหาร และแอปติดตามตำแหน่งอาจใช้ข้อมูลเพื่อ
ควรจำกัดสิทธิ์ตำแหน่งเป็น “ขณะใช้แอป” เมื่อไม่จำเป็นต้องติดตามตลอดเวลา
วิดเจ็ตอากาศ ข่าว หุ้น กีฬา และโซเชียลมีเดียอาจอัปเดตข้อมูลตลอดวัน
หากมีหลายวิดเจ็ตหรือกำหนดให้รีเฟรชถี่ การใช้ข้อมูลจะเพิ่มขึ้น
ควรลดจำนวนวิดเจ็ตและปิดการอัปเดตเบื้องหลังของรายการที่ไม่จำเป็น
บัญชีอีเมลหลายบัญชีหรือไฟล์แนบขนาดใหญ่อาจใช้ข้อมูลต่อเนื่อง
ควรตรวจสอบ
หากไม่ต้องการรับทันที สามารถปรับให้ตรวจอีเมลเป็นช่วงเวลาได้
หลังติดตั้งเกมแล้ว เกมอาจดาวน์โหลด
การดาวน์โหลดเหล่านี้อาจเริ่มอัตโนมัติเมื่อเปิดเกมและใช้ข้อมูลหลายกิกะไบต์
แท็บเว็บไซต์บางประเภทอาจเล่นวิดีโอ อัปเดตข้อมูล หรือดาวน์โหลดไฟล์ต่อแม้ผู้ใช้เปลี่ยนไปแอปอื่น
ควรปิดแท็บที่ไม่ใช้ ล้างรายการดาวน์โหลด และปิดการเล่นสื่อเบื้องหลังเมื่อจำเป็น
บริการเก็บไฟล์ออนไลน์อาจอัปโหลดหรือดาวน์โหลดโฟลเดอร์ขนาดใหญ่โดยอัตโนมัติ
ควรตรวจสอบ
รายการเช่น Android System, System Services หรือบริการของระบบอาจใช้ข้อมูลจาก
หากใช้ข้อมูลสูงผิดปกติ ควรรีสตาร์ต อัปเดตระบบ และตรวจสอบว่ามีการกู้ข้อมูลหรืออัปเดตค้างอยู่หรือไม่
หากพบแอปที่ไม่รู้จักใช้ข้อมูลสูง หรือโทรศัพท์มีโฆษณาเด้ง เครื่องร้อน และแบตเตอรี่หมดเร็ว อาจมีแอปไม่พึงประสงค์ทำงานอยู่
ควรตรวจสอบ
ควรถอนแอปที่ไม่น่าเชื่อถือและสแกนด้วยระบบความปลอดภัยที่มากับเครื่อง
ตัวเลขอาจต่างกันเพราะ
ควรใช้ข้อมูลจากผู้ให้บริการเป็นหลักสำหรับยอดแพ็กเกจจริง และใช้ข้อมูลในโทรศัพท์เพื่อหาแอปที่ใช้มาก
หากแพ็กเกจเริ่มวันที่ 10 แต่โทรศัพท์นับตั้งแต่วันที่ 1 ตัวเลขจะไม่ตรงกับรอบแพ็กเกจ
ควรตั้ง
ให้ตรงกับข้อมูลของผู้ให้บริการ
บางแอปต้องรักษาการเชื่อมต่อ เช่น
ควรจำกัดเฉพาะแอปที่ไม่จำเป็น ไม่ควรปิดทุกแอปจนการแจ้งเตือนสำคัญหยุดทำงาน
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > การเชื่อมต่อหรือเครือข่าย > การใช้ข้อมูล > การใช้ข้อมูลมือถือ
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์
จากนั้นเลื่อนดูรายชื่อแอปและปริมาณข้อมูลที่ใช้
ก่อนตัดสินว่าแอปใช้ข้อมูลมากผิดปกติ ให้ดูช่วงวันที่ของสถิติ
ควรตั้งวันเริ่มต้นให้ตรงกับรอบแพ็กเกจ เพื่อให้เปรียบเทียบได้ถูกต้อง
บน Android บางรุ่นจะแสดง
หากข้อมูลเบื้องหลังสูง แต่ผู้ใช้แทบไม่ได้เปิดแอป ควรตรวจการซิงก์ ดาวน์โหลดอัตโนมัติ และสิทธิ์เบื้องหลัง
เริ่มจากแอปที่ใช้ข้อมูลสูงสุด แล้วถามว่า
① ใช้งานแอปนี้จริงหรือไม่
② เปิดเล่นวิดีโออัตโนมัติหรือไม่
③ สำรองไฟล์หรือไม่
④ ดาวน์โหลดอัตโนมัติหรือไม่
⑤ ใช้ข้อมูลเบื้องหลังสูงหรือไม่
⑥ เป็นแอปที่รู้จักหรือไม่
เมื่อปิดการใช้งานที่ไม่จำเป็นแล้ว สามารถรีเซ็ตสถิติหรือจดตัวเลขไว้ เพื่อเปรียบเทียบในวันถัดไป
บน iPhone ควรบันทึกวันและเวลาเมื่อกดรีเซ็ตสถิติ เพราะระบบอาจไม่รีเซ็ตตามรอบบิลอัตโนมัติ
ขั้นตอนทั่วไป:
① เข้าเมนูการใช้ข้อมูล
② เลือกการใช้ข้อมูลมือถือ
③ แตะแอปที่ใช้ข้อมูลสูง
④ ปิด Background Data
⑤ ปิด Unrestricted Data Usage หากไม่จำเป็น
⑥ ทดสอบการแจ้งเตือนของแอป
ควรระวังว่าเมื่อปิดข้อมูลเบื้องหลัง แอปอาจ
จึงควรปิดเฉพาะแอปที่ไม่จำเป็นต้องทำงานตลอดเวลา
เข้าเมนู
การตั้งค่า > เซลลูลาร์
จากนั้นเลื่อนลงและปิดสวิตช์ของแอปที่ไม่ต้องการให้ใช้ข้อมูลมือถือ
เมื่อปิดแล้ว แอปนั้นจะใช้อินเทอร์เน็ตได้เฉพาะผ่าน Wi-Fi
ควรตรวจสอบเพิ่มเติมที่
ให้ตรวจสอบในแอปรูปภาพหรือ Cloud ว่า
แนวทางที่ปลอดภัยคือเลือก สำรองผ่าน Wi-Fi เท่านั้น
เข้าแอปร้านค้า แล้วเลือกการตั้งค่าเครือข่าย จากนั้นตั้งเป็น
เข้า
การตั้งค่า > App Store
จากนั้นปิด
ชื่อเมนูอาจต่างกันตามเวอร์ชันของระบบ
ควรเปิดตัวเลือก เช่น
❶ Data Saver
❷ ลดคุณภาพวิดีโอ
❸ ปิด Autoplay บนข้อมูลมือถือ
❹ ปิดการดาวน์โหลดอัตโนมัติ
❺ ปิดการโหลดวิดีโอล่วงหน้า
❻ ปิดเล่นวิดีโอตอนถัดไปอัตโนมัติ
❼ ดาวน์โหลดไว้ผ่าน Wi-Fi
❽ จำกัดการเล่นความละเอียดสูง
แอปแต่ละตัวมีเมนูแตกต่างกัน จึงควรตรวจแยกทีละแอปที่ใช้ข้อมูลสูง
ควรตั้งค่าให้
หากอยู่ในกลุ่มใหญ่ ควรตรวจสอบพื้นที่เก็บข้อมูลด้วย เพราะไฟล์อัตโนมัติใช้ทั้งเน็ตและพื้นที่เครื่อง
เข้าเมนู
การตั้งค่า > ฮอตสปอตและการแชร์อินเทอร์เน็ต
ตรวจสอบ
หากพบอุปกรณ์ไม่รู้จัก ให้เปลี่ยนรหัสผ่านและตัดการเชื่อมต่อทันที
ตรวจสอบเมนูที่อาจใช้ชื่อว่า
เมื่อปิดแล้ว โทรศัพท์อาจอยู่กับ Wi-Fi ที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตจนกว่าผู้ใช้จะสลับเอง แต่ช่วยควบคุมปริมาณข้อมูลมือถือได้ดีขึ้น
ให้ทำดังนี้
❶ ตั้งซิมหลักเป็น Mobile Data
❷ ปิด Automatic Data Switching
❸ ปิด Allow Cellular Data Switching
❹ ตรวจสอบ Data Roaming ของแต่ละซิม
❺ ปิดข้อมูลมือถือของซิมรอง หากระบบรองรับ
❻ ตรวจสอบซิมหลังรีสตาร์ต
❼ ตั้งชื่อซิมให้แยกง่าย
❽ ตรวจยอดทั้งสองหมายเลข
หากโทรด้วยซิมรองแล้วข้อมูลถูกสลับ ควรตรวจสอบ Backup Calling และ Dual SIM Settings
ควรตรวจสอบทันทีว่า
① Data Roaming เปิดอยู่หรือไม่
② ซิมใดเป็นซิมข้อมูล
③ โทรศัพท์จับเครือข่ายประเทศใด
④ มีแพ็กเกจโรมมิ่งหรือไม่
⑤ Wi-Fi Assist เปิดอยู่หรือไม่
⑥ แอปสำรองข้อมูลทำงานหรือไม่
⑦ eSIM ท่องเที่ยวตั้งถูกสายหรือไม่
⑧ ซิมหลักถูกปิดข้อมูลแล้วหรือยัง
หากไม่มีแพ็กเกจโรมมิ่ง ควรปิดข้อมูลมือถือของซิมหลักและใช้ Wi-Fi หรือ eSIM ที่เตรียมไว้
อาการนี้อาจหมายถึงแอปกำลังใช้ข้อมูลและประมวลผลต่อเนื่อง
ควรทำดังนี้
❶ เปิดเมนูการใช้แบตเตอรี่
❷ เปิดเมนูการใช้ข้อมูล
❸ เปรียบเทียบแอปที่อยู่บนสุด
❹ ปิดแอปที่ไม่จำเป็น
❺ หยุดการสำรองและดาวน์โหลด
❻ ปิดฮอตสปอต
❼ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❽ ถอนแอปไม่รู้จัก
หากยังร้อนและใช้ข้อมูลผิดปกติแม้ปิดแอป ควรสำรองข้อมูลสำคัญและให้ศูนย์บริการตรวจสอบ
ควรตรวจสอบ
สำหรับยอดที่ใช้ตัดแพ็กเกจจริง ควรอ้างอิงระบบของผู้ให้บริการ ส่วนเมนูในโทรศัพท์เหมาะสำหรับวิเคราะห์ว่าแอปใดใช้ข้อมูลมาก
บน Android โดยทั่วไปสามารถตั้ง
ควรตั้งคำเตือนต่ำกว่าปริมาณแพ็กเกจเล็กน้อย เพื่อมีเวลาตรวจสอบก่อนเน็ตหมด
⚠️ หากตั้งขีดจำกัดต่ำเกินไป โทรศัพท์อาจปิดข้อมูลทั้งที่แพ็กเกจยังเหลือ
บน iPhone อาจต้องตรวจสถิติด้วยตนเองหรือใช้การแจ้งเตือนจากแอปผู้ให้บริการ
ไม่ควรปิดทั้งหมด เพราะอาจทำให้
ควรจำกัดเฉพาะแอปที่ไม่จำเป็นหรือใช้ข้อมูลสูงผิดปกติ
ไม่จำเป็นในโทรศัพท์ส่วนใหญ่ เพราะ Android และ iPhone มีเครื่องมือควบคุมข้อมูลในระบบอยู่แล้ว
แอปภายนอกบางตัวอาจ
ควรใช้ Data Saver และการจำกัดรายแอปที่มีอยู่ในเครื่องก่อน
ส่วนใหญ่เกิดจากการตั้งค่าและแอปทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าโดนแฮ็กทันที
ควรสงสัยแอปไม่พึงประสงค์เมื่อพบหลายอาการพร้อมกัน เช่น
ควรถอนแอปที่น่าสงสัย เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีสำคัญ และอัปเดตระบบ
ยังไม่ควรรีเซ็ตเป็นวิธีแรก เพราะปัญหาส่วนใหญ่มักแก้ได้ด้วยการระบุแอปที่ใช้ข้อมูลและปิดการดาวน์โหลดอัตโนมัติ
ก่อนรีเซ็ตควรทำให้ครบดังนี้
❶ ตรวจการใช้ข้อมูลรายแอป
❷ ปิดสำรองข้อมูลผ่านมือถือ
❸ ปิดอัปเดตอัตโนมัติ
❹ ปิดฮอตสปอต
❺ ตรวจ Wi-Fi Assist
❻ ถอนแอปไม่รู้จัก
❼ อัปเดตระบบ
❽ ตรวจสอบด้วย Safe Mode หากระบบรองรับ
พิจารณารีเซ็ตเมื่อยังมีแอปไม่พึงประสงค์หรือการใช้ข้อมูลผิดปกติหลังแก้ทุกขั้นตอนแล้ว และต้องสำรองข้อมูลก่อนเสมอ
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ
ควรจดวัน เวลา ปริมาณข้อมูล และภาพหน้าจอจากเมนูการใช้ข้อมูลไว้ก่อนติดต่อ
ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ
หากเป็นเพียงแอปสำรองรูปหรืออัปเดตอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องซ่อมโทรศัพท์
แอปอาจซิงก์ข้อมูล สำรองรูป รับข้อความ อัปเดตแอป หรือดาวน์โหลดไฟล์อยู่เบื้องหลัง
ได้ แอปที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานเบื้องหลังยังสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
เปิดเมนูการใช้ข้อมูลมือถือ แล้วเรียงแอปตามปริมาณข้อมูลที่ใช้ในรอบปัจจุบัน
แอปไม่เสีย แต่ข้อความ การแจ้งเตือน และการซิงก์อาจไม่ทำงานจนกว่าจะเปิดแอป
เป็นไปได้ หากเปิด Wi-Fi Assist การสลับข้อมูลอัตโนมัติ หรือ Wi-Fi ไม่มีอินเทอร์เน็ต
ได้ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออาจอัปเดตระบบ ดาวน์โหลดไฟล์ หรือดูวิดีโอโดยใช้ข้อมูลจากโทรศัพท์
เพิ่มได้เล็กน้อยจากการเข้ารหัส แต่หากใช้สูงมากควรตรวจว่า VPN หรือแอปอื่นทำงานผิดปกติหรือไม่
ใช้ข้อมูลผู้ให้บริการสำหรับยอดแพ็กเกจจริง และใช้ข้อมูลในโทรศัพท์เพื่อดูว่าแอปใดใช้ข้อมูลมาก
มือถือกินอินเทอร์เน็ตเองทั้งที่ไม่ได้ใช้งาน มักเกิดจากแอปทำงานเบื้องหลัง การสำรองรูป การอัปเดตแอป การเล่นวิดีโออัตโนมัติ การดาวน์โหลดไฟล์จากแอปแชต หรือฮอตสปอตที่มีอุปกรณ์อื่นเชื่อมต่ออยู่
ควรเริ่มจากเปิดเมนูการใช้ข้อมูล ตรวจแอปที่ใช้มากที่สุด ปิดการใช้ข้อมูลเบื้องหลังเฉพาะแอปที่ไม่จำเป็น และตั้งการสำรองข้อมูลกับการอัปเดตให้ทำผ่าน Wi-Fi เท่านั้น
แนวทางของ comsiam คือควรตรวจรอบการใช้ข้อมูลให้ตรงกับแพ็กเกจ และปิด Wi-Fi Assist หรือการสลับข้อมูลอัตโนมัติ หากต้องการควบคุมปริมาณเน็ตอย่างแม่นยำ
หากยอดจากผู้ให้บริการลดผิดปกติแต่โทรศัพท์ไม่แสดงแอปที่ใช้ข้อมูล comsiam แนะนำให้ติดต่อผู้ให้บริการเพื่อตรวจประวัติการใช้งาน บริการเสริม การโรมมิ่ง และสถานะของซิมทันที