Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือสายหลุดเองระหว่างคุย อาจเกิดขึ้นหลังเริ่มสนทนาไม่กี่วินาที คุยไปหลายนาทีแล้วสายตัด หรือสายหลุดเฉพาะเมื่อเดินทางและเปลี่ยนพื้นที่ แม้หน้าจอจะแสดงสัญญาณอยู่ก็ตาม
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ สัญญาณมือถือไม่เสถียร โทรศัพท์สลับระหว่าง 5G กับ 4G บ่อย VoLTE ทำงานผิดปกติ ซิมเสื่อม เครือข่ายมีผู้ใช้งานหนาแน่น หรือระบบโทรศัพท์ค้าง บางกรณีอาจเกิดจากแอปบันทึกสาย หูฟัง Bluetooth หรือฮาร์ดแวร์รับสัญญาณภายในเครื่อง
ควรเริ่มแก้จากการทดสอบพื้นที่ สัญญาณ และซิมก่อน แล้วจึงตรวจสอบการตั้งค่าเครือข่ายและตัวโทรศัพท์ตามลำดับ
ผู้ใช้อาจพบอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
หากอาการเกิดกับผู้ใช้เครือข่ายเดียวกันหลายคนในพื้นที่เดียวกัน ปัญหามีแนวโน้มมาจากเครือข่ายมากกว่าตัวโทรศัพท์
ลองทำตามลำดับนี้ก่อน
❶ เปิดโหมดเครื่องบินประมาณ 30 วินาทีแล้วปิด
❷ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❸ ย้ายไปยังพื้นที่เปิดโล่งหรือใกล้หน้าต่าง
❹ ทดลองปิด 5G แล้วใช้ 4G ชั่วคราว
❺ เปิด VoLTE หรือการโทรผ่าน 4G
❻ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
❼ เปิดการเลือกผู้ให้บริการเครือข่ายอัตโนมัติ
❽ ถอดซิมแล้วใส่กลับใหม่
❾ ปิดแอปบันทึกสายและแอปจัดการสายชั่วคราว
❿ ทดลองโทรโดยไม่ใช้หูฟัง Bluetooth
⓫ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
⓬ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากสายหลุดในทุกพื้นที่และทุกซิมเฉพาะโทรศัพท์เครื่องเดิม ควรนำเครื่องไปตรวจสอบช่องซิม เสาอากาศ หรือโมเด็มภายใน
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือความแรงของสัญญาณเปลี่ยนแปลงระหว่างสนทนา โทรศัพท์อาจมีสัญญาณตอนเริ่มโทร แต่หลุดจากเครือข่ายเมื่อคุณภาพสัญญาณลดลง
พื้นที่ที่มักเกิดปัญหา ได้แก่
หากสายหลุดเฉพาะภายในอาคาร แต่โทรได้นานเมื่ออยู่นอกอาคาร ปัญหาน่าจะเกี่ยวข้องกับพื้นที่รับสัญญาณ
เมื่อผู้ใช้เดิน ขับรถ หรือนั่งรถโดยสาร โทรศัพท์ต้องสลับการเชื่อมต่อจากเสาสัญญาณหนึ่งไปยังอีกเสาหนึ่ง
หากกระบวนการเปลี่ยนเสาไม่สมบูรณ์ สายอาจขาดทันที โดยเฉพาะในพื้นที่ดังนี้
หากสายหลุดเฉพาะขณะเดินทาง แต่โทรได้ปกติเมื่ออยู่กับที่ อาจไม่ได้เกิดจากซิมเสีย
หากพื้นที่มีสัญญาณ 5G ไม่ครอบคลุม โทรศัพท์อาจสลับระหว่าง 5G กับ 4G ตลอดเวลา ซึ่งอาจทำให้บริการเสียงสะดุดหรือสายหลุดในบางรุ่น
อาการที่อาจพบร่วมกัน ได้แก่
ควรทดลองปิด 5G และใช้ 4G/LTE ชั่วคราว หากสายเสถียรขึ้น แสดงว่า 5G ในพื้นที่อาจยังไม่เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่อง
VoLTE เป็นบริการโทรศัพท์ผ่านเครือข่าย 4G หากเครื่อง ซิม หรือเครือข่ายจัดการ VoLTE ไม่สมบูรณ์ อาจเกิดอาการโทรติดแต่สายหลุดระหว่างสนทนา
อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับ VoLTE ได้แก่
ควรตรวจสอบว่าเปิด VoLTE อยู่ และตั้งประเภทเครือข่ายเป็นโหมดอัตโนมัติ
ช่วงที่มีผู้ใช้พร้อมกันจำนวนมาก อาจทำให้บริการเสียงไม่เสถียร แม้แถบสัญญาณยังเต็ม
มักเกิดในช่วงหรือสถานที่ต่อไปนี้
หากสายหลุดเฉพาะช่วงเวลาเดิมทุกวัน อาจเกิดจากความหนาแน่นของเครือข่าย
เสาสัญญาณอาจมีปัญหา อยู่ระหว่างบำรุงรักษา หรือระบบบริการเสียงขัดข้องชั่วคราว
สัญญาณที่บอกว่าอาจเป็นปัญหาจากผู้ให้บริการ ได้แก่
ไม่ควรรีเซ็ตโทรศัพท์ทันที หากหลายเครื่องมีปัญหาพร้อมกัน
หากซิมวางไม่ตรง ถาดซิมหลวม หรือหน้าสัมผัสซิมไม่แน่น โทรศัพท์อาจหลุดจากเครือข่ายระหว่างสนทนา
อาการที่อาจพบร่วมกัน ได้แก่
ควรปิดเครื่องก่อนถอดซิม และใส่กลับให้ตรงตำแหน่ง
ซิมที่ใช้งานมานานอาจมีรอยขีดข่วน งอ หรือหน้าสัมผัสเสื่อม ทำให้การเชื่อมต่อกับเครือข่ายไม่ต่อเนื่อง
วิธีแยกปัญหาคือทดลองนำซิมไปใส่โทรศัพท์อีกเครื่อง
โทรศัพท์สองซิมหลายรุ่นใช้โมเด็มและเสาอากาศร่วมกัน เมื่ออีกซิมค้นหาเครือข่ายหรือมีสายเข้า อาจรบกวนการทำงานของซิมที่กำลังสนทนาในบางสถานการณ์
ควรทดลอง
หากปิดอีกซิมแล้วสายไม่หลุด อาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบสองซิม
ในบางกรณี เมื่อมีสายที่สองโทรเข้าระหว่างสนทนา ระบบอาจจัดการสายเรียกซ้อนไม่สมบูรณ์ ทำให้สายเดิมหลุด
ควรตรวจสอบ
หากสายหลุดทุกครั้งเมื่อมีสายอื่นโทรเข้ามา ควรตรวจสอบ Call Waiting เป็นพิเศษ
แอปบันทึกสาย แอประบุเบอร์ และแอปจัดการโทรศัพท์บางชนิดอาจขัดแย้งกับแอปโทรศัพท์ของระบบ
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรปิดหรือถอนการติดตั้งแอปที่เกี่ยวข้องกับการโทรชั่วคราว แล้วทดสอบใหม่
แอปโทรศัพท์อาจทำงานผิดปกติหลังอัปเดตหรือหลังใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน
อาการที่พบได้ ได้แก่
ควรตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น และล้างเฉพาะแคชก่อนล้างข้อมูล
หากเซ็นเซอร์ตรวจจับระยะใกล้ไม่ทำงาน หน้าจออาจไม่ดับเมื่อแนบโทรศัพท์กับใบหน้า ทำให้แก้มหรือหูสัมผัสปุ่มวางสายโดยไม่ตั้งใจ
สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่
ควรถอดฟิล์มหรือเคสที่บังเซ็นเซอร์ชั่วคราว แล้วทดสอบโทรใหม่
โทรศัพท์บางรุ่นมีตัวเลือกให้กดปุ่มเปิด–ปิดเพื่อวางสาย หากผู้ใช้เผลอกดปุ่มขณะถือเครื่อง สายจะถูกตัดทันที
ควรตรวจสอบเมนูการช่วยเหลือพิเศษหรือการตั้งค่าการโทร และปิดตัวเลือก ปุ่มเปิด–ปิดวางสาย ชั่วคราวเพื่อทดสอบ
หูฟัง Bluetooth บางรุ่นอาจส่งคำสั่งวางสายเองเมื่อการเชื่อมต่อหลุด ปุ่มค้าง หรือแบตเตอรี่ต่ำ
ควรทดลองโทรโดย
หากโทรโดยไม่ใช้หูฟังแล้วสายไม่หลุด ปัญหาน่าจะอยู่ที่อุปกรณ์ Bluetooth
หากเครื่องร้อนมาก ระบบอาจลดประสิทธิภาพโมเด็มหรือรีสตาร์ตบริการบางส่วน ส่งผลให้สายหลุดได้
สาเหตุที่ทำให้เครื่องร้อนระหว่างโทร ได้แก่
ควรหยุดชาร์จ ปิดแอปที่ไม่จำเป็น และพักเครื่องให้เย็นก่อนทดสอบใหม่
หลังอัปเดต Android หรือ iOS การตั้งค่า VoLTE โมเด็ม หรือแอปโทรศัพท์อาจเปลี่ยนไป
ควรตรวจสอบ
หากปัญหาเริ่มทันทีหลังอัปเดต ควรรีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่ายก่อนรีเซ็ตเครื่องทั้งหมด
หากทุกซิมสายหลุดเฉพาะโทรศัพท์เครื่องเดียว แม้ใช้งานในพื้นที่สัญญาณดี ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ
อาการนี้มักเกิดหลังเครื่องตก กระแทก โดนน้ำ หรือผ่านการซ่อมมาก่อน
ทดลองโทรในตำแหน่งต่อไปนี้
① ภายในห้องเดิม
② ใกล้หน้าต่าง
③ นอกอาคาร
④ พื้นที่อื่นที่ห่างออกไป
⑤ จุดที่โทรศัพท์เครื่องอื่นมีสัญญาณดี
ผลที่ได้ช่วยวิเคราะห์ดังนี้
ขั้นตอน:
① ปัดเปิดเมนูการตั้งค่าด่วน
② เปิดโหมดเครื่องบิน
③ รอประมาณ 30 วินาที
④ ปิดโหมดเครื่องบิน
⑤ รอชื่อเครือข่ายกลับมา
⑥ ทดลองโทรอย่างน้อย 5 นาที
วิธีนี้ช่วยให้โทรศัพท์ลงทะเบียนเครือข่ายและบริการเสียงใหม่
การรีสตาร์ตจะเริ่มระบบซิม โมเด็ม แอปโทรศัพท์ และบริการเสียงใหม่ทั้งหมด
หลังเปิดเครื่องควรรอประมาณ 2–3 นาที แล้วทดลองโทรใหม่โดยยังไม่เปิดแอปอื่นจำนวนมาก
หากสายหลุดขณะเครื่องสลับ 5G กับ 4G ให้ทดลองใช้ 4G/LTE ชั่วคราว
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > โหมดเครือข่าย > เลือก 4G/LTE
บน iPhone โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล > LTE หรือ 4G
หากใช้ 4G แล้วสายไม่หลุด ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับสัญญาณ 5G ในพื้นที่หรือการสลับเครือข่าย
บน Android ชื่อเมนูอาจเป็น
ตำแหน่งโดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > เปิด VoLTE
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล
หากเปิดอยู่แล้ว ให้ลองปิดและเปิดใหม่ แล้วรีสตาร์ตเครื่องหนึ่งครั้ง
เลือกตัวเลือก เช่น
ไม่ควรล็อกเครือข่ายเป็น 5G Only หรือ LTE Only หากไม่แน่ใจว่าเครือข่ายและ VoLTE รองรับอย่างสมบูรณ์
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > ผู้ให้บริการเครือข่าย > เลือกอัตโนมัติ
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > การเลือกเครือข่าย > เปิดอัตโนมัติ
หลังเปิดให้รอประมาณ 1–3 นาที ก่อนทดลองโทรอีกครั้ง
เข้าเมนูตั้งค่าการโทร แล้วตรวจสอบ
① เปิดสายเรียกซ้อน
② ปิดการโอนทุกสาย
③ ตรวจสอบการโอนเมื่อสายไม่ว่าง
④ ตรวจสอบการโอนเมื่อไม่รับสาย
⑤ ตรวจสอบการโอนไปกล่องข้อความเสียง
⑥ ปิดการระงับสายที่ไม่จำเป็น
หากสายหลุดเมื่อมีสายที่สองโทรเข้ามา ควรตรวจสอบ Call Waiting กับผู้ให้บริการ
ทดลองปิดหรือถอนการติดตั้งชั่วคราว
จากนั้นตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้นและทดสอบใหม่
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > ที่เก็บข้อมูล > ล้างแคช
จากนั้น
① ตรวจสอบสิทธิ์โทรศัพท์
② อัปเดตแอปโทรศัพท์
③ ตั้งเป็นแอปเริ่มต้น
④ ปิดการจำกัดแบตเตอรี่
⑤ รีสตาร์ตเครื่อง
ควรล้างเฉพาะแคชก่อน ไม่ควรล้างข้อมูลทันทีหากยังไม่ได้สำรองข้อมูลสำคัญ
ปิด Bluetooth แล้วโทรโดยใช้ลำโพงและไมโครโฟนของโทรศัพท์โดยตรง
หากสายไม่หลุด ให้ตรวจสอบ
ระหว่างโทร ให้สังเกตว่าหน้าจอดับเมื่อแนบเครื่องกับหูหรือไม่
หากหน้าจอไม่ดับ ให้ลอง
① เช็ดบริเวณเซ็นเซอร์ด้านบนหน้าจอ
② ถอดเคสและฟิล์มชั่วคราว
③ ปิดตัวเลือกปุ่มเปิด–ปิดวางสาย
④ ทดลองใช้ลำโพงสนทนา
⑤ ตรวจสอบว่าปุ่มเปิด–ปิดไม่ค้าง
หากใช้ลำโพงแล้วสายไม่หลุด อาจเกี่ยวข้องกับหน้าจอหรือเซ็นเซอร์ระยะใกล้
ขั้นตอนที่แนะนำ:
① ปิดโทรศัพท์
② ถอดถาดซิมอย่างระมัดระวัง
③ ตรวจสอบว่าซิมงอ แตก หรือมีรอยลึกหรือไม่
④ เช็ดหน้าสัมผัสด้วยผ้าแห้งสะอาด
⑤ วางซิมให้ตรงตำแหน่ง
⑥ ใส่ถาดกลับจนสุด
⑦ เปิดเครื่องและรอสัญญาณ
⑧ ทดลองโทรใหม่
⚠️ ไม่ควรใช้น้ำ น้ำยา หรือของมีคมขูดหน้าสัมผัสซิม
หากใช้มือถือสองซิม ให้สลับตำแหน่งซิมแล้วทดสอบ
ควรใช้ซิมเดิมโทรในพื้นที่เดียวกันและนานใกล้เคียงกัน
ผลการทดสอบ:
① ซิมสายหลุดในทุกเครื่อง — ตรวจสอบซิมหรือเครือข่าย
② ซิมโทรได้นานในเครื่องอื่น — เครื่องเดิมอาจมีปัญหา
③ ซิมอื่นใช้เครื่องเดิมแล้วไม่หลุด — ซิมใบแรกอาจเสื่อม
④ ทุกซิมหลุดเฉพาะเครื่องเดิม — ตรวจสอบฮาร์ดแวร์หรือระบบ
เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วตรวจสอบ
หลังอัปเดตให้รีสตาร์ตเครื่อง แล้วทดสอบโทรอีกครั้ง
การรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายช่วยล้างค่าซิม VoLTE และการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ แอป วิดีโอ หรือไฟล์ส่วนตัว
แต่อาจลบข้อมูลต่อไปนี้
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > ระบบหรือการจัดการทั่วไป > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
บน iPhone:
การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หลังรีเซ็ตให้รีสตาร์ตเครื่อง และทดลองโทรอีกครั้ง
หากซิม 1 โทรได้ปกติ แต่ซิม 2 สายหลุด ให้ตรวจสอบดังนี้
❶ เปิด VoLTE ของซิม 2 หรือไม่
❷ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติหรือไม่
❸ ซิม 2 มีสัญญาณเสถียรหรือไม่
❹ ปิดการสลับข้อมูลมือถืออัตโนมัติ
❺ ปิดซิม 1 ชั่วคราวเพื่อทดสอบ
❻ สลับช่องแล้วอาการย้ายตามซิมหรือไม่
❼ ซิม 2 โทรได้นานในโทรศัพท์เครื่องอื่นหรือไม่
❽ ช่อง SIM 2 มีปัญหาหรือไม่
หากสลับช่องแล้วอาการยังอยู่ที่ SIM 2 เดิม ปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่ซิมหรือหมายเลข
อาการนี้มักเกิดจากโทรศัพท์เปลี่ยนเสาสัญญาณระหว่างเคลื่อนที่
แนวทางลดปัญหา ได้แก่
① ใช้ 4G หาก 5G สลับบ่อย
② เปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ
③ หลีกเลี่ยงการโทรในอุโมงค์หรือพื้นที่ไม่มีสัญญาณ
④ วางโทรศัพท์ในจุดที่รับสัญญาณได้ดี
⑤ ถอดเคสโลหะหรืออุปกรณ์แม่เหล็ก
⑥ ตรวจสอบเครือข่ายอื่นในเส้นทาง
⑦ ใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรีที่เชื่อมต่อเสถียร
ไม่ควรถือโทรศัพท์หรือปรับการตั้งค่าขณะขับรถ ควรจอดในที่ปลอดภัยก่อนดำเนินการ
หากโทรได้นานนอกบ้านแต่สายหลุดภายในบ้าน ให้ลองทำดังนี้
❶ เดินไปใกล้หน้าต่าง
❷ ทดลองชั้นบนหรือนอกอาคาร
❸ ปิด 5G แล้วใช้ 4G
❹ เปิด Wi-Fi Calling หากรองรับ
❺ ถอดเคสที่มีโลหะหรือแม่เหล็ก
❻ เปรียบเทียบกับมือถือเครือข่ายเดียวกัน
❼ แจ้งผู้ให้บริการตรวจสอบพื้นที่
หาก Wi-Fi Calling ใช้งานได้เสถียร อาจใช้เป็นทางเลือกในจุดที่สัญญาณมือถืออ่อน
ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้
① ปิด Bluetooth แล้วโทรผ่านเครื่อง
② ชาร์จหูฟังให้เพียงพอ
③ ตรวจสอบว่าปุ่มวางสายไม่ค้าง
④ ลบการจับคู่แล้วเชื่อมต่อใหม่
⑤ ปิดการเชื่อมต่ออุปกรณ์เครื่องอื่น
⑥ ทดลองหูฟังอีกชุด
⑦ อัปเดตระบบโทรศัพท์และหูฟัง
หากสายไม่หลุดเมื่อปิด Bluetooth ปัญหาน่าจะอยู่ที่หูฟังหรือการเชื่อมต่อ
ให้ลองทำตามลำดับนี้
❶ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❷ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
❸ เปิด VoLTE
❹ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
❺ ทดลองใช้ 4G แทน 5G
❻ ตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น
❼ ปิดแอปบันทึกสายชั่วคราว
❽ ตรวจสอบการอัปเดตรอบใหม่
❾ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากซิมโทรได้นานในเครื่องอื่น แต่เครื่องเดิมเริ่มสายหลุดหลังอัปเดต ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับระบบหรือโมเด็ม
โดยทั่วไป APN ไม่ใช่สาเหตุหลักของสายโทรศัพท์หลุด เพราะ APN ใช้สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมือถือ
ควรตรวจสอบ APN เมื่อ
หากสายโทรศัพท์หลุด ควรตรวจสอบสัญญาณ VoLTE ประเภทเครือข่าย ซิม และระบบเสียงก่อน
ยังไม่ควรรีเซ็ตเครื่องเป็นวิธีแรก เพราะอาจลบข้อมูลทั้งหมดโดยไม่แก้ต้นเหตุ
ก่อนรีเซ็ตควรทำให้ครบดังนี้
❶ ทดสอบโทรในพื้นที่อื่น
❷ ทดลองใช้ 4G แทน 5G
❸ เปิด VoLTE
❹ ปิดแอปบันทึกสาย
❺ ทดสอบโดยไม่ใช้ Bluetooth
❻ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
❼ ติดต่อผู้ให้บริการ
❽ รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
หากสายหลุดจากปัญหาเครือข่ายหรือซิมเสื่อม การรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานจะไม่ช่วย
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ
ผู้ให้บริการสามารถตรวจสอบคุณภาพสัญญาณ เสาสัญญาณ บริการเสียง และสถานะซิมได้โดยตรง
ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ
ไม่ควรแกะเครื่องหรือซ่อมวงจรเสาอากาศด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น
จำนวนขีดสัญญาณไม่ได้แสดงคุณภาพบริการเสียงทั้งหมด อาจมีผู้ใช้งานหนาแน่น VoLTE ขัดข้อง หรือโทรศัพท์กำลังสลับเสาสัญญาณ
ผนัง คอนกรีต กระจกเคลือบโลหะ และตำแหน่งเสาสัญญาณอาจทำให้ความแรงของคลื่นเปลี่ยนทันที แม้ระยะทางจะไม่ไกล
ช่วยได้ในพื้นที่ที่ 5G อ่อนหรือโทรศัพท์สลับระหว่าง 5G กับ 4G บ่อย การใช้ 4G อาจให้บริการเสียงที่เสถียรกว่า
ได้ หากซิมมีรอยเสียหาย หน้าสัมผัสเสื่อม หรืออ่านข้อมูลได้ไม่ต่อเนื่อง ควรทดลองกับเครื่องอื่นและเปลี่ยนซิมหากจำเป็น
หูฟังอาจเชื่อมต่อไม่เสถียร ปุ่มวางสายค้าง หรือแบตเตอรี่ต่ำ ควรทดลองโทรโดยปิด Bluetooth เพื่อแยกสาเหตุ
โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ แอป และไฟล์ส่วนตัว แต่จะลบรหัสผ่าน Wi-Fi อุปกรณ์ Bluetooth, VPN และค่าการเชื่อมต่อบางรายการ
มือถือสายหลุดเองระหว่างคุย อาจเกิดจากสัญญาณอ่อน การเปลี่ยนเสาสัญญาณ การสลับระหว่าง 5G กับ 4G, VoLTE ผิดปกติ ซิมเสื่อม เครือข่ายหนาแน่น หรือแอปบันทึกสายรบกวนระบบ
ควรเริ่มจากทดสอบโทรในพื้นที่อื่น เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน รีสตาร์ตเครื่อง ทดลองใช้ 4G เปิด VoLTE และตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ จากนั้นถอดซิมใส่ใหม่และทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
แนวทางของ comsiam คือควรแยกให้ได้ก่อนว่าสายหลุดตามพื้นที่ ตามซิม หรือตามโทรศัพท์ หากซิมมีปัญหาในทุกเครื่อง ควรติดต่อผู้ให้บริการหรือเปลี่ยนซิม แต่หากทุกซิมสายหลุดเฉพาะเครื่องเดิม ควรตรวจสอบช่องซิม เสาอากาศ โมเด็ม และเซ็นเซอร์ของเครื่อง
ไม่ควรรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานทันที โดย comsiam แนะนำให้รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่ายเป็นขั้นตอนท้ายๆ ก่อนนำโทรศัพท์เข้าศูนย์บริการ