Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือโทรเข้าไม่ติดทั้งที่หน้าจอยังแสดงสัญญาณ อาจทำให้ผู้โทรได้ยินข้อความว่าไม่สามารถติดต่อได้ สายไม่ว่าง โทรแล้วตัดทันที หรือถูกส่งไปยังกล่องข้อความเสียง ทั้งที่เจ้าของโทรศัพท์ยังโทรออกและใช้อินเทอร์เน็ตได้ตามปกติ
จำนวนขีดของสัญญาณบอกเพียงว่าโทรศัพท์กำลังรับคลื่นจากเครือข่าย แต่ไม่ได้ยืนยันว่าบริการสายเรียกเข้าทำงานสมบูรณ์ ปัญหาอาจเกิดจากโหมดห้ามรบกวน การบล็อกหมายเลข การโอนสาย การระงับสายเรียกเข้า VoLTE ผิดปกติ ซิมหลุดจากเครือข่ายชั่วคราว หรือข้อจำกัดของระบบสองซิม
ควรเริ่มจากให้หลายหมายเลขทดลองโทรเข้า แล้วตรวจสอบว่าปัญหาเกิดกับทุกเบอร์ เฉพาะบางเบอร์ หรือเฉพาะช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อเลือกวิธีแก้ได้ตรงสาเหตุ
ผู้ใช้อาจพบอาการต่อไปนี้
แต่ละอาการอาจมีต้นเหตุต่างกัน จึงไม่ควรรีเซ็ตโทรศัพท์กลับค่าโรงงานทันที
ลองทำตามลำดับนี้ก่อน
❶ เปิดโหมดเครื่องบินประมาณ 30 วินาทีแล้วปิด
❷ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❸ ปิดโหมดห้ามรบกวนและโหมดโฟกัส
❹ ตรวจสอบรายการหมายเลขที่บล็อก
❺ ปิดการโอนสายชั่วคราว
❻ ปิดการระงับสายเรียกเข้า
❼ ตรวจสอบว่าเปิดใช้งานซิมอยู่
❽ เปิด VoLTE หรือการโทรผ่าน 4G
❾ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
❿ เปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ
⓫ ทดลองให้หลายหมายเลขโทรเข้า
⓬ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
หากซิมโทรเข้าไม่ติดในโทรศัพท์ทุกเครื่อง ควรติดต่อผู้ให้บริการเพื่อตรวจสอบสถานะหมายเลข การโอนสาย และระบบสายเรียกเข้า
โทรศัพท์อาจแสดงแถบสัญญาณ แต่ระบบบริการเสียงยังลงทะเบียนกับเครือข่ายไม่สมบูรณ์ ทำให้โทรออกได้บางครั้ง แต่สายเรียกเข้าเข้ามาไม่ถึงเครื่อง
อาการนี้อาจเกิดหลังจาก
การเปิดและปิดโหมดเครื่องบินหรือรีสตาร์ตเครื่อง ช่วยให้โทรศัพท์ลงทะเบียนกับเครือข่ายใหม่อีกครั้ง
โหมดห้ามรบกวนอาจไม่ทำให้ผู้โทรโทรไม่ติดจริงทุกกรณี แต่สามารถปิดเสียง ซ่อนการแจ้งเตือน หรืออนุญาตเฉพาะสายจากบางรายชื่อได้
ผู้ใช้อาจเข้าใจว่าโทรเข้าไม่ติด เพราะโทรศัพท์ไม่ดังและหน้าจอไม่แสดง แม้สายอาจปรากฏในประวัติภายหลัง
ควรตรวจสอบตัวเลือกต่อไปนี้
หากโทรเข้าไม่ติดเฉพาะบางเบอร์ หมายเลขนั้นอาจอยู่ในรายการบล็อกของโทรศัพท์หรือแอปป้องกันสแปม
ควรตรวจสอบ
หากหมายเลขอื่นโทรเข้าได้ตามปกติ แต่เบอร์เดิมโทรไม่ได้ ปัญหามีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับการบล็อกมากกว่าสัญญาณมือถือ
เมื่อเปิดการโอนสาย สายเรียกเข้าอาจถูกส่งไปยังหมายเลขอื่นก่อนถึงโทรศัพท์
การโอนสายที่พบบ่อย ได้แก่
หากหมายเลขปลายทางของการโอนสายใช้งานไม่ได้ ผู้โทรอาจได้ยินข้อความว่าไม่สามารถติดต่อได้
Call Barring หรือการระงับสายสามารถปิดเฉพาะสายเรียกเข้าได้ แม้โทรศัพท์ยังโทรออกและแสดงสัญญาณตามปกติ
ตัวเลือกที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
หากเมนูถามรหัสการระงับสาย ควรสอบถามผู้ให้บริการ ไม่ควรเดารหัสหลายครั้ง
โทรศัพท์บางรุ่นสามารถส่งสายจากเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกไปยังรายการสายที่ไม่ได้รับหรือกล่องข้อความเสียง โดยไม่ส่งเสียงเรียกเข้า
อาการที่สังเกตได้คือ
ควรปิดฟังก์ชันนี้ชั่วคราว แล้วใช้เบอร์ที่ไม่ได้บันทึกทดลองโทรเข้าอีกครั้ง
หมายเลขอาจถูกระงับบริการบางส่วน แม้โทรศัพท์ยังมีสัญญาณหรือใช้อินเทอร์เน็ตได้
สาเหตุที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
หากซิมโทรเข้าไม่ติดในโทรศัพท์ทุกเครื่อง ควรตรวจสอบสถานะหมายเลขกับผู้ให้บริการ
ปัจจุบันหลายเครือข่ายใช้ VoLTE สำหรับบริการโทรศัพท์ผ่าน 4G หาก VoLTE ทำงานไม่สมบูรณ์ อาจมีอินเทอร์เน็ตและแถบสัญญาณ แต่สายเรียกเข้าเข้ามาไม่ได้
อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับ VoLTE ได้แก่
ควรเปิด VoLTE และตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
หากตั้งเครื่องเป็น 5G Only หรือ LTE Only โทรศัพท์อาจไม่สามารถสลับไปยังระบบที่รองรับบริการเสียงในบางพื้นที่ได้
ควรเลือกตัวเลือก เช่น
โหมดอัตโนมัติช่วยให้เครื่องเลือกเครือข่ายที่เหมาะสมกับสายเรียกเข้าและอินเทอร์เน็ต
หากปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ โทรศัพท์อาจเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ไม่รองรับซิมอย่างสมบูรณ์
ปัญหานี้พบได้หลังจาก
ควรเปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ แล้วรอประมาณ 1–3 นาทีให้ระบบลงทะเบียนใหม่
จำนวนขีดสัญญาณสามารถเปลี่ยนได้รวดเร็ว โทรศัพท์อาจแสดงสัญญาณในขณะที่ผู้ใช้ดูหน้าจอ แต่หลุดจากเครือข่ายในช่วงที่มีสายเรียกเข้า
อาการที่พบร่วมกัน ได้แก่
ให้ทดลองใช้งานนอกอาคารหรือพื้นที่อื่น หากสายเรียกเข้ากลับมาปกติ ปัญหาน่าจะเกี่ยวข้องกับความครอบคลุมของเครือข่าย
ช่วงที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก เครือข่ายอาจรับสายเรียกเข้าไม่สมบูรณ์ แม้โทรศัพท์แสดงสัญญาณเต็ม
มักเกิดในสถานที่หรือช่วงเวลาดังนี้
หากผู้ใช้เครือข่ายเดียวกันมีอาการพร้อมกัน ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนซ่อมโทรศัพท์
มือถือสองซิมจำนวนมากใช้ระบบ Dual SIM Dual Standby เมื่อซิมหนึ่งกำลังโทร อีกซิมอาจไม่พร้อมรับสายชั่วคราว
ผู้โทรเข้าอีกซิมอาจพบว่า
อาการนี้อาจเป็นข้อจำกัดของเครื่อง ไม่ได้หมายความว่าซิมเสีย
หากโทรเข้าไม่ติดเฉพาะตอนที่เจ้าของเครื่องกำลังคุยสาย อาจเกิดจากไม่ได้เปิด Call Waiting หรือสายเรียกซ้อน
เมื่อปิดสายเรียกซ้อน ผู้โทรรายที่สองอาจได้ยินเสียงสายไม่ว่างหรือถูกส่งไปยังบริการอื่น
ควรเปิดสายเรียกซ้อนจากเมนูแอปโทรศัพท์หรือสอบถามผู้ให้บริการ
บางครั้งสายเข้าถึงโทรศัพท์แล้ว แต่ผู้ใช้ไม่เห็นหน้าจอรับสาย เพราะแอปโทรศัพท์ถูกปิดสิทธิ์การแจ้งเตือนเต็มหน้าจอ
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรเปิดสิทธิ์การแจ้งเตือน หน้าจอล็อก และการแจ้งเตือนเต็มหน้าจอ
แอปป้องกันสแปม แอปบันทึกสาย แอประบุหมายเลข และแอปรักษาความปลอดภัย อาจปฏิเสธสายเรียกเข้าโดยอัตโนมัติ
ควรทดลองปิดแอปต่อไปนี้ชั่วคราว
หากโทรเข้าได้หลังปิดแอป ควรปรับกฎการบล็อกหรือถอนการติดตั้งแอปที่มีปัญหา
ซิมที่สัมผัสไม่แน่นอาจหลุดจากเครือข่ายเป็นช่วงๆ แม้โทรศัพท์ยังแสดงสัญญาณในบางเวลา
ควรตรวจสอบว่า
หากปัญหาย้ายตามซิมไปยังเครื่องอื่น ควรเปลี่ยนซิมใหม่โดยรักษาหมายเลขเดิม
หลังอัปเดต Android หรือ iOS การตั้งค่า VoLTE แอปโทรศัพท์ โหมดโฟกัส หรือสิทธิ์แจ้งเตือนอาจเปลี่ยนไป
ควรตรวจสอบ
หากทุกซิมโทรเข้าไม่ติดเฉพาะเครื่องเดิม แต่ซิมเหล่านั้นรับสายได้ในโทรศัพท์อื่น ปัญหาอาจอยู่ที่
อาการนี้มักเกิดหลังโทรศัพท์ตก กระแทก โดนน้ำ หรือผ่านการซ่อมมาก่อน
ก่อนเปลี่ยนการตั้งค่า ควรให้หมายเลขอย่างน้อย 3 ประเภททดลองโทรเข้า
① เบอร์ที่บันทึกไว้ในรายชื่อ
② เบอร์ที่ไม่ได้บันทึก
③ เบอร์จากเครือข่ายอื่น
ผลที่ได้ช่วยวิเคราะห์ดังนี้
วิธีนี้ช่วยให้โทรศัพท์ลงทะเบียนบริการเสียงใหม่
ขั้นตอน:
① ปัดเปิดเมนูการตั้งค่าด่วน
② แตะเปิดโหมดเครื่องบิน
③ รอประมาณ 30 วินาที
④ ปิดโหมดเครื่องบิน
⑤ รอให้ชื่อเครือข่ายกลับมา
⑥ ให้ผู้อื่นทดลองโทรเข้า
หากระบบเครือข่ายค้าง อาการอาจหายได้ทันที
การรีสตาร์ตจะเริ่มระบบซิม โมเด็ม แอปโทรศัพท์ และการแจ้งเตือนใหม่ทั้งหมด
หลังเปิดเครื่องควรรอประมาณ 2–3 นาที แล้วทดลองโทรเข้าอีกครั้ง
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > การแจ้งเตือนหรือเสียง > ห้ามรบกวน
บน iPhone:
การตั้งค่า > โฟกัส > ห้ามรบกวน
ตรวจสอบและปิดตัวเลือกต่อไปนี้ชั่วคราว
① ห้ามรบกวน
② โหมดนอน
③ โหมดโฟกัส
④ ตารางเปิดอัตโนมัติ
⑤ อนุญาตเฉพาะรายชื่อโปรด
⑥ ปิดเสียงผู้โทรที่ไม่รู้จัก
หลังปิด ให้ล็อกหน้าจอแล้วทดลองโทรเข้าอีกครั้ง
บน Android โดยทั่วไป:
แอปโทรศัพท์ > การตั้งค่า > หมายเลขที่บล็อก
บน iPhone:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > รายชื่อที่บล็อก
ลบหมายเลขที่ไม่ควรถูกบล็อกออก แล้วตรวจสอบแอปป้องกันสแปมเพิ่มเติมด้วย
บน Android โดยทั่วไป:
แอปโทรศัพท์ > การตั้งค่า > บริการเสริมหรือบัญชีการโทร > การโอนสาย
บน iPhone:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > การโอนสาย
ปิดรายการต่อไปนี้ชั่วคราว
① โอนทุกสาย
② โอนเมื่อสายไม่ว่าง
③ โอนเมื่อไม่รับสาย
④ โอนเมื่อติดต่อไม่ได้
หลังปิดให้รีสตาร์ตโทรศัพท์ แล้วทดลองโทรเข้าอีกครั้ง
ค้นหาเมนู Call Barring, การระงับสาย หรือ บริการเสริม ในแอปโทรศัพท์
ตรวจสอบว่าไม่ได้เปิด
⚠️ หากระบบถามรหัส ควรติดต่อผู้ให้บริการ ไม่ควรทดลองรหัสแบบสุ่ม
หากโทรเข้าไม่ติดเฉพาะตอนกำลังสนทนา ให้เปิด Call Waiting
บน Android โดยทั่วไป:
แอปโทรศัพท์ > การตั้งค่า > บริการเสริม > สายเรียกซ้อน
บน iPhone:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > สายเรียกซ้อน
หลังเปิด ให้โทรออกหนึ่งสาย แล้วใช้หมายเลขอื่นทดลองโทรเข้าซ้ำ
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > การเชื่อมต่อหรือเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต > ตัวจัดการซิม
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์หรือข้อมูลมือถือ
ตรวจสอบว่า
① สายโทรศัพท์เปิดอยู่
② ซิมไม่ได้ถูกปิด
③ eSIM ยังอยู่ในระบบ
④ ซิมหลักถูกเลือกอย่างถูกต้อง
⑤ ซิม 1 และซิม 2 พร้อมใช้งาน
บน Android ชื่อเมนูอาจเป็น
ตำแหน่งโดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > เปิด VoLTE
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล
หากเปิดอยู่แล้ว ให้ลองปิดและเปิดใหม่ จากนั้นรีสตาร์ตเครื่อง
ควรเลือกตัวเลือก เช่น
หากโทรเข้าไม่ติดเฉพาะเมื่อใช้ 5G ให้ทดลองเลือก 4G/LTE ชั่วคราว
หากโทรเข้าได้บน 4G ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับความครอบคลุม 5G หรือ VoLTE ในพื้นที่
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > ผู้ให้บริการเครือข่าย > เลือกอัตโนมัติ
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > การเลือกเครือข่าย > เปิดอัตโนมัติ
หลังเปิดให้รอประมาณ 1–3 นาที ก่อนทดลองโทรเข้าใหม่
หากผู้โทรแจ้งว่าโทรติด แต่เครื่องไม่แสดงหน้าจอรับสาย ให้ตรวจสอบ
① เปิดการแจ้งเตือนของแอปโทรศัพท์
② อนุญาตแสดงบนหน้าจอล็อก
③ เปิดการแจ้งเตือนเต็มหน้าจอ
④ อนุญาตทำงานเบื้องหลัง
⑤ ปิดการประหยัดแบตเตอรี่สำหรับแอปโทรศัพท์
⑥ ตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > การแจ้งเตือน
ลองปิดหรือถอนการติดตั้งชั่วคราว
จากนั้นรีสตาร์ตเครื่องและทดลองโทรเข้า
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > ที่เก็บข้อมูล > ล้างแคช
จากนั้นรีสตาร์ตโทรศัพท์
📌 ควรล้างเฉพาะแคชก่อน ไม่ควรล้างข้อมูลทันที เพราะอาจกระทบการตั้งค่าและประวัติการโทรบางส่วน
ขั้นตอนที่แนะนำ:
① ปิดโทรศัพท์
② ถอดถาดซิมอย่างระมัดระวัง
③ ตรวจสอบว่าซิมงอ แตก หรือมีรอยลึกหรือไม่
④ เช็ดหน้าสัมผัสด้วยผ้าแห้งสะอาด
⑤ วางซิมให้ตรงตำแหน่ง
⑥ ใส่ถาดซิมกลับจนสุด
⑦ เปิดเครื่องและรอสัญญาณ
⑧ ทดลองโทรเข้าอีกครั้ง
⚠️ ไม่ควรใช้น้ำ น้ำยา หรือของมีคมขูดหน้าสัมผัสซิม
ผลการทดสอบช่วยแยกสาเหตุได้ชัดเจน
ควรทดสอบในพื้นที่เดียวกัน เพื่อลดความคลาดเคลื่อนจากความแรงของสัญญาณ
ควรสอบถามข้อมูลต่อไปนี้
① หมายเลขยังเปิดใช้งานหรือไม่
② ถูกระงับสายเรียกเข้าหรือไม่
③ มีการโอนสายค้างอยู่หรือไม่
④ ซิมเติมเงินหมดอายุหรือยัง
⑤ มีค่าบริการค้างชำระหรือไม่
⑥ อยู่ระหว่างการย้ายค่ายหรือไม่
⑦ VoLTE เปิดในระบบหรือไม่
⑧ มีเหตุเครือข่ายขัดข้องหรือไม่
⑨ ซิมต้องเปลี่ยนใหม่หรือไม่
หากปัญหาอยู่ในระบบผู้ให้บริการ การเปลี่ยนการตั้งค่าในโทรศัพท์จะไม่สามารถแก้แทนได้
เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วตรวจสอบ
หลังอัปเดตให้รีสตาร์ตเครื่อง และทดลองรับสายอีกครั้ง
การรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายอาจช่วยแก้ค่า VoLTE ซิม และการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ แอป วิดีโอ และไฟล์ส่วนตัว
แต่อาจลบข้อมูลต่อไปนี้
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > ระบบหรือการจัดการทั่วไป > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
บน iPhone:
การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หลังรีเซ็ต ให้รีสตาร์ตโทรศัพท์แล้วทดลองโทรเข้าอีกครั้ง
หากเบอร์อื่นโทรเข้าได้ แต่มีเพียงบางหมายเลขโทรไม่ได้ ให้ตรวจสอบดังนี้
❶ ตรวจสอบรายการหมายเลขที่บล็อก
❷ ตรวจสอบแอปป้องกันสแปม
❸ ปิดการปฏิเสธหมายเลขส่วนตัว
❹ ปิดเสียงผู้โทรที่ไม่รู้จัก
❺ ให้ผู้โทรเปิดการแสดงหมายเลข
❻ ลบหมายเลขออกจากรายการสแปม
❼ ทดลองให้ผู้โทรใช้ซิมอื่นโทรเข้า
หากหมายเลขหนึ่งโทรไม่ได้จากหลายเครื่อง แต่หมายเลขอื่นโทรได้ ปัญหาอาจอยู่ที่ต้นทางหรือการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย
ให้ตรวจสอบตามลำดับนี้
① เปิดใช้งานซิม 2 แล้วหรือไม่
② ซิม 2 ถูกระงับหรือหมดอายุหรือไม่
③ เปิด VoLTE ของซิม 2 หรือไม่
④ ปิดการโอนสายของซิม 2 หรือยัง
⑤ ตั้งประเภทเครือข่ายเหมาะสมหรือไม่
⑥ เครื่องรองรับสองซิมพร้อมกันหรือไม่
⑦ โทรเข้าไม่ติดเฉพาะตอนซิม 1 กำลังโทรหรือไม่
⑧ สลับช่องแล้วอาการย้ายตามซิมหรือไม่
หากซิม 2 รับสายไม่ได้เฉพาะระหว่างซิม 1 กำลังโทร อาจเป็นข้อจำกัดของ Dual SIM Dual Standby
ให้ตรวจสอบ
❶ เปิดสายเรียกซ้อน
❷ ตรวจสอบ Call Waiting กับผู้ให้บริการ
❸ เปิด VoLTE
❹ ตรวจสอบว่าเป็นสายเข้าซิมเดียวกันหรืออีกซิม
❺ ทดลองปิดซิมที่ไม่ได้ใช้งาน
❻ ตรวจสอบ Dual SIM Always On หากเครื่องมี
❼ รีสตาร์ตโทรศัพท์
หากผู้โทรรายที่สองได้ยินสายไม่ว่าง แสดงว่าสายเรียกซ้อนอาจยังไม่เปิด
สาเหตุอาจเกิดจากสัญญาณภายในอาคารอ่อน แม้หน้าจอจะแสดงสัญญาณบางขีด
ให้ลองทำดังนี้
① เดินไปใกล้หน้าต่าง
② ทดลองนอกบ้าน
③ ปิด 5G แล้วใช้ 4G
④ เปิด Wi-Fi Calling หากรองรับ
⑤ ถอดเคสโลหะหรือแม่เหล็ก
⑥ เปรียบเทียบกับโทรศัพท์เครือข่ายเดียวกัน
⑦ แจ้งผู้ให้บริการตรวจสอบพื้นที่
หากสายเข้าได้ทันทีเมื่อนอกบ้าน ปัญหามีแนวโน้มมาจากความครอบคลุมของเครือข่าย
ให้ลองตามลำดับนี้
❶ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❷ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
❸ ตรวจสอบโหมดห้ามรบกวน
❹ ตรวจสอบรายการบล็อก
❺ ตรวจสอบสิทธิ์แอปโทรศัพท์
❻ เปิด VoLTE
❼ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
❽ ตรวจสอบการอัปเดตรอบใหม่
❾ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากซิมรับสายได้ในโทรศัพท์เครื่องอื่น แต่เครื่องเดิมมีปัญหาหลังอัปเดต สาเหตุน่าจะเกี่ยวข้องกับระบบหรือแอปโทรศัพท์
โทรศัพท์อาจยังจำเครือข่ายต่างประเทศหรือเปิดการระงับสายขณะโรมมิ่งไว้
ให้ทำดังนี้
① เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
② รีสตาร์ตโทรศัพท์
③ เปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ
④ ปิดการระงับสายเรียกเข้า
⑤ ปิดการโอนสายที่ไม่ต้องการ
⑥ เลือกซิมหลักให้ถูกต้อง
⑦ ปิด Data Roaming หากไม่จำเป็น
⑧ ติดต่อผู้ให้บริการหากยังรับสายไม่ได้
โดยทั่วไป APN ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้สายเรียกเข้าไม่ถึงเครื่อง เพราะ APN ใช้สำหรับเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมือถือ
ควรตรวจสอบ APN เมื่อ
หากโทรเข้าไม่ติด ควรตรวจสอบการบล็อก การโอนสาย Call Barring, VoLTE และสถานะหมายเลขก่อน
ยังไม่ควรรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานเป็นวิธีแรก เพราะอาจลบข้อมูลทั้งหมดโดยไม่แก้ต้นเหตุ
ก่อนรีเซ็ตควรทำให้ครบดังนี้
❶ ปิดโหมดห้ามรบกวน
❷ ตรวจสอบหมายเลขที่บล็อก
❸ ปิดการโอนสาย
❹ ปิดการระงับสายเรียกเข้า
❺ เปิด VoLTE
❻ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
❼ ติดต่อผู้ให้บริการ
❽ รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
หากปัญหาเกิดจากสถานะหมายเลขหรือข้อจำกัดสองซิม การรีเซ็ตเครื่องจะไม่ช่วย
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ
ผู้ให้บริการสามารถตรวจสอบสถานะสายเรียกเข้า การโอนสาย การระงับบริการ และเหตุขัดข้องของเครือข่ายได้โดยตรง
ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ
ไม่ควรแกะเครื่องหรือดัดแปลงระบบเครือข่ายด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้ความเสียหายเพิ่มขึ้นและกระทบการรับประกัน
แถบสัญญาณแสดงว่ารับคลื่นได้ แต่บริการเสียงอาจยังมีปัญหา เช่น VoLTE ไม่ทำงาน หมายเลขถูกระงับ เปิดการโอนสาย หรือโทรศัพท์หลุดจากเครือข่ายชั่วคราว
หมายเลขที่โทรไม่ได้อาจถูกบล็อก ถูกจัดเป็นสแปม ไม่แสดงหมายเลข หรือใช้เครือข่ายที่กำลังมีปัญหาในการเชื่อมต่อกับเครือข่ายของเรา
อาจเกิดจากการระงับสายเรียกเข้า VoLTE ผิดปกติ สัญญาณไม่เสถียร การโอนสายผิดหมายเลข หรือบริการเครือข่ายขัดข้อง
หากเกิดเฉพาะตอนใช้ข้อมูลมือถือ อาจเกี่ยวข้องกับ VoLTE ประเภทเครือข่าย หรือเครื่องไม่สามารถใช้เสียงและข้อมูลพร้อมกันได้อย่างสมบูรณ์
ช่วยได้เมื่อซิมเดิมเสื่อม อ่านได้ไม่ต่อเนื่อง หรือไม่รองรับบริการปัจจุบัน แต่ไม่ช่วยหากปัญหาเกิดจากการโอนสาย การบล็อก หรือเครือข่ายในพื้นที่
โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ แอป และไฟล์ส่วนตัว แต่จะลบรหัสผ่าน Wi-Fi อุปกรณ์ Bluetooth, VPN และค่าการเชื่อมต่อบางรายการ
มือถือโทรเข้าไม่ติดทั้งที่มีสัญญาณ อาจเกิดจากระบบเครือข่ายค้าง โหมดห้ามรบกวน หมายเลขถูกบล็อก เปิดการโอนสายหรือระงับสายเรียกเข้า VoLTE ผิดปกติ ซิมถูกระงับ หรือข้อจำกัดของโทรศัพท์สองซิม
ควรเริ่มจากให้หลายหมายเลขทดลองโทรเข้า เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน รีสตาร์ตเครื่อง ปิดโหมดห้ามรบกวน ตรวจสอบรายการบล็อก และปิดการโอนสาย จากนั้นเปิด VoLTE และตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
แนวทางของ comsiam คือควรทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่องก่อนรีเซ็ตข้อมูลทั้งหมด หากซิมโทรเข้าไม่ติดในทุกเครื่อง ให้ติดต่อผู้ให้บริการ แต่หากซิมรับสายได้ในเครื่องอื่น ควรตรวจสอบแอปโทรศัพท์ การแจ้งเตือน และระบบเครือข่ายของเครื่องเดิม
ไม่ควรดูเฉพาะจำนวนขีดสัญญาณ เพราะสัญญาณเต็มไม่ได้หมายความว่าบริการสายเรียกเข้าทำงานสมบูรณ์เสมอไป โดย comsiam แนะนำให้รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่ายเป็นขั้นตอนท้ายๆ ก่อนพิจารณารีเซ็ตเครื่องหรือส่งศูนย์บริการ