มือถือรับสายไม่ได้แต่โทรออกได้ เกิดจากอะไร แก้อย่างไรไม่ให้พลาดสายสำคัญ

มือถือรับสายไม่ได้แต่ยังโทรออกได้ แสดงว่าซิมและโทรศัพท์ยังเชื่อมต่อเครือข่ายอยู่ แต่บริการสายเรียกเข้าอาจถูกจำกัด สายถูกโอนไปหมายเลขอื่น โทรศัพท์บล็อกเบอร์โดยไม่ตั้งใจ หรือระบบไม่แสดงหน้าจอรับสายอย่างถูกต้อง

อาการที่พบอาจแตกต่างกัน เช่น คนโทรเข้าได้ยินเสียงสายไม่ว่าง โทรแล้วตัดทันที ถูกส่งเข้ากล่องข้อความเสียง หรือได้ยินเสียงเรียกตามปกติ แต่หน้าจอโทรศัพท์ของเราไม่แสดงสายเข้า

ควรเริ่มจากตรวจสอบโหมดห้ามรบกวน การบล็อกสาย การโอนสาย และสถานะหมายเลข ก่อนรีเซ็ตเครื่องหรือเปลี่ยนซิมใหม่

📌 อาการรับสายไม่ได้แต่โทรออกได้ที่พบบ่อย

ผู้ใช้อาจพบอาการดังต่อไปนี้

  • คนอื่นโทรเข้าแล้วตัดสายทันที
  • คนโทรเข้าได้ยินเสียงสายไม่ว่าง
  • โทรเข้าแล้วเข้าสู่กล่องข้อความเสียง
  • โทรเข้าไม่ติดเฉพาะบางเบอร์
  • โทรเข้าไม่ติดทุกเบอร์
  • โทรศัพท์มีเสียงเรียกเข้า แต่หน้าจอรับสายไม่ขึ้น
  • โทรศัพท์ไม่ดังและไม่มีการแจ้งเตือน
  • สายเข้าไปปรากฏในประวัติสายที่ไม่ได้รับภายหลัง
  • รับสายไม่ได้เฉพาะตอนล็อกหน้าจอ
  • รับสายไม่ได้เฉพาะซิม 1 หรือซิม 2
  • รับสายไม่ได้ระหว่างใช้อินเทอร์เน็ต
  • รับสายอีกซิมไม่ได้ขณะกำลังโทร
  • สายเรียกเข้าถูกปฏิเสธเอง
  • ปัญหาเริ่มหลังอัปเดตระบบ
  • คนโทรเข้าได้ยินข้อความว่าไม่สามารถติดต่อได้

การแยกอาการให้ชัดเจนจะช่วยระบุได้ว่าปัญหาเกิดจากเครือข่าย การตั้งค่า หรือแอปโทรศัพท์

✅ วิธีแก้แบบเร่งด่วน

ลองทำตามลำดับต่อไปนี้ก่อน

❶ ปิดโหมดเครื่องบิน
❷ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❸ ปิดโหมดห้ามรบกวน
❹ ตรวจสอบว่าไม่ได้บล็อกหมายเลขผู้โทร
❺ ปิดการโอนสายชั่วคราว
❻ ปิดการระงับสายเรียกเข้า
❼ ตรวจสอบว่าเปิดใช้งานซิมอยู่
❽ เปิด VoLTE หรือการโทรผ่าน 4G
❾ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
❿ ทดลองให้หลายหมายเลขโทรเข้า
⓫ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
⓬ ติดต่อผู้ให้บริการหากยังรับสายไม่ได้

หากรับสายได้เมื่อย้ายซิมไปเครื่องอื่น ปัญหาน่าจะอยู่ที่การตั้งค่าหรือระบบของโทรศัพท์เครื่องเดิม

🔍 มือถือรับสายไม่ได้แต่โทรออกได้ เกิดจากอะไร

① เปิดโหมดห้ามรบกวนไว้

โหมดห้ามรบกวนอาจปิดเสียงสายเรียกเข้า ซ่อนการแจ้งเตือน หรืออนุญาตเฉพาะหมายเลขที่กำหนดไว้

ผู้ใช้อาจเข้าใจว่าไม่มีสายเข้า ทั้งที่โทรศัพท์รับสายไว้ในระบบแล้ว แต่ไม่แสดงเสียงหรือหน้าจอเตือนตามปกติ

ควรตรวจสอบตัวเลือกต่อไปนี้

  • ห้ามรบกวน
  • โหมดเงียบ
  • โหมดนอน
  • โหมดโฟกัส
  • อนุญาตเฉพาะรายชื่อโปรด
  • ปิดเสียงสายจากหมายเลขที่ไม่รู้จัก
  • กำหนดเวลาห้ามรบกวนอัตโนมัติ

บางเครื่องจะเปิดโหมดนี้เองตามตารางเวลา เช่น ช่วงกลางคืนหรือเวลาทำงาน

② บล็อกหมายเลขผู้โทรไว้

หากรับสายไม่ได้เฉพาะบางเบอร์ หมายเลขนั้นอาจถูกบล็อกไว้ในแอปโทรศัพท์ แอประบุเบอร์ หรือระบบป้องกันสแปม

ควรตรวจสอบ

  • รายการหมายเลขที่บล็อก
  • หมายเลขสแปม
  • เบอร์ที่ถูกปฏิเสธอัตโนมัติ
  • การบล็อกหมายเลขไม่แสดงตัวตน
  • แอปป้องกันสายรบกวน
  • แอประบุชื่อผู้โทร
  • การตั้งค่าของผู้ให้บริการ

โทรศัพท์บางรุ่นอาจบล็อกหมายเลขที่ระบบมองว่าเป็นสแปมโดยอัตโนมัติ แม้ผู้ใช้ไม่ได้กดบล็อกเอง

③ เปิดการโอนสายไว้

หากเปิด Call Forwarding หรือการโอนสาย สายเรียกเข้าอาจถูกส่งไปยังหมายเลขอื่นก่อนที่โทรศัพท์จะดัง

การโอนสายอาจทำงานในกรณีต่อไปนี้

  • โอนทุกสาย
  • โอนเมื่อสายไม่ว่าง
  • โอนเมื่อไม่รับสาย
  • โอนเมื่อติดต่อไม่ได้
  • โอนไปกล่องข้อความเสียง
  • โอนไปหมายเลขเก่าที่เลิกใช้แล้ว

หากตั้งค่าหมายเลขปลายทางผิด ผู้โทรอาจไม่สามารถติดต่อเราได้ แม้เราจะยังโทรออกได้ตามปกติ

④ เปิดการระงับสายเรียกเข้า

Call Barring สามารถระงับเฉพาะสายเรียกเข้าได้ โดยยังอนุญาตให้โทรออกตามปกติ

ตัวเลือกที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • ระงับสายเรียกเข้าทั้งหมด
  • ระงับสายขณะโรมมิ่ง
  • ระงับสายจากต่างประเทศ
  • จำกัดสายจากโปรไฟล์องค์กร
  • จำกัดสายด้วยระบบควบคุมโดยผู้ปกครอง

การยกเลิกบางรายการอาจต้องใช้รหัสจากผู้ให้บริการ ไม่ควรเดารหัสซ้ำหลายครั้ง

⑤ ซิมถูกระงับบริการรับสาย

หมายเลขบางประเภทอาจถูกระงับบริการบางส่วน แต่ยังอนุญาตให้โทรออกชั่วคราวได้ ขึ้นอยู่กับสถานะบัญชีและเงื่อนไขของผู้ให้บริการ

สาเหตุอาจมาจาก

  • ค่าบริการค้างชำระ
  • หมายเลขอยู่ระหว่างย้ายค่าย
  • การลงทะเบียนซิมไม่สมบูรณ์
  • ระบบตรวจพบการใช้งานผิดปกติ
  • ผู้ใช้แจ้งระงับซิมไว้
  • ซิมเพิ่งเปิดใช้งาน
  • eSIM ยังเปิดสายไม่สมบูรณ์

หากรับสายไม่ได้ทุกเครื่อง ควรติดต่อผู้ให้บริการเพื่อตรวจสอบสถานะหมายเลขโดยตรง

⑥ เลือกเครือข่ายผิด

หากปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ โทรศัพท์อาจเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ไม่รองรับบริการสายเรียกเข้าของซิมอย่างสมบูรณ์

ปัญหานี้มักเกิดหลังจาก

  • เดินทางต่างประเทศ
  • กลับจากต่างประเทศ
  • เปลี่ยนซิม
  • อยู่ใกล้ชายแดน
  • เลือกเครือข่ายด้วยตนเอง
  • ย้ายค่ายเบอร์เดิม

ควรเปิดการเลือกผู้ให้บริการแบบอัตโนมัติ แล้วรอให้เครื่องลงทะเบียนใหม่

⑦ VoLTE ทำงานผิดปกติ

โทรศัพท์อาจใช้ข้อมูลมือถือและโทรออกได้ แต่รับสายเข้าไม่สมบูรณ์ หาก VoLTE หรือบริการเสียงของเครือข่ายทำงานผิดปกติ

อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับ VoLTE ได้แก่

  • คนโทรเข้าแล้วตัดทันที
  • โทรเข้าไม่ติดขณะเครื่องขึ้น 4G หรือ 5G
  • รับสายไม่ได้หลังเปิด 5G
  • รับสายไม่ได้เฉพาะบางพื้นที่
  • โทรศัพท์จากต่างประเทศมีปัญหา
  • ไม่มีเมนู VoLTE
  • ปัญหาเริ่มหลังอัปเดตระบบ

ควรเปิด VoLTE และตั้งประเภทเครือข่ายเป็นโหมดอัตโนมัติ

⑧ ตั้งประเภทเครือข่ายไม่เหมาะสม

การบังคับใช้ 5G Only หรือ LTE Only อาจทำให้บริการเสียงทำงานผิดปกติในบางพื้นที่หรือบางรุ่น

ควรเลือกโหมดเครือข่าย เช่น

  • 5G Auto
  • 5G/4G/3G/2G อัตโนมัติ
  • LTE/3G/2G อัตโนมัติ
  • 4G/3G/2G อัตโนมัติ

โหมดอัตโนมัติช่วยให้โทรศัพท์เลือกเครือข่ายที่รองรับสายเรียกเข้าได้เหมาะสมกว่า

⑨ รับสายอีกซิมไม่ได้ระหว่างโทร

มือถือสองซิมส่วนใหญ่ใช้ระบบ Dual SIM Dual Standby หมายความว่าเมื่อซิมหนึ่งกำลังใช้สาย อีกซิมอาจไม่พร้อมรับสายชั่วคราว

ผู้โทรเข้าอีกซิมอาจพบว่า

  • สายไม่ว่าง
  • ติดต่อไม่ได้
  • ถูกส่งไปกล่องข้อความเสียง
  • โทรแล้วตัด
  • ไม่มีแจ้งเตือนสายซ้อน

โทรศัพท์บางรุ่นมีตัวเลือกเปิดใช้ข้อมูลของอีกซิมหรือ Dual SIM Always On แต่ความสามารถขึ้นอยู่กับรุ่น เครื่อง และผู้ให้บริการ

⑩ ปิดสายเรียกซ้อน

หากกำลังคุยสายอยู่และมีอีกสายโทรเข้ามา แต่ไม่ได้เปิด Call Waiting ผู้โทรรายที่สองอาจได้ยินเสียงสายไม่ว่าง

ปัญหานี้ไม่ถือว่าโทรศัพท์รับสายไม่ได้ทั้งหมด แต่จะเกิดเฉพาะขณะกำลังสนทนา

ควรตรวจสอบตัวเลือก

  • สายเรียกซ้อน
  • Call Waiting
  • การแจ้งเตือนสายที่สอง
  • บริการเสริมของผู้ให้บริการ

⑪ ปิดเสียงหมายเลขที่ไม่รู้จัก

โทรศัพท์บางรุ่นสามารถปิดเสียงสายจากหมายเลขที่ไม่ได้บันทึกไว้ ผู้โทรยังโทรเข้าได้ แต่โทรศัพท์อาจไม่ดังและส่งสายไปยังรายการสายที่ไม่ได้รับ

ควรตรวจสอบตัวเลือก เช่น

  • ปิดเสียงผู้โทรที่ไม่รู้จัก
  • บล็อกเบอร์ที่ไม่ได้บันทึก
  • ปฏิเสธหมายเลขส่วนตัว
  • ป้องกันสายสแปม
  • เฉพาะรายชื่อที่อนุญาต

หากรับสายจากรายชื่อได้ แต่รับจากเบอร์ใหม่ไม่ได้ สาเหตุนี้มีโอกาสสูง

⑫ แอปโทรศัพท์ไม่ได้รับสิทธิ์แสดงบนหน้าจอ

โทรศัพท์อาจมีเสียงเรียกเข้า แต่หน้าจอรับสายไม่ปรากฏ หากแอปโทรศัพท์ไม่มีสิทธิ์แสดงการแจ้งเตือนเต็มหน้าจอหรือแสดงทับแอปอื่น

อาการที่พบได้ ได้แก่

  • ได้ยินเสียงแต่ไม่เห็นปุ่มรับสาย
  • ต้องปลดล็อกเครื่องก่อนจึงเห็นสายเข้า
  • สายเข้าแสดงเป็นการแจ้งเตือนขนาดเล็ก
  • หน้าจอไม่ติดเมื่อมีสายเข้า
  • แอปโทรศัพท์ไม่แสดงบนหน้าจอล็อก
  • รับสายได้จากแถบแจ้งเตือนเท่านั้น

ควรตรวจสอบสิทธิ์การแจ้งเตือน หน้าจอล็อก และการแสดงสายเรียกเข้าแบบเต็มหน้าจอ

⑬ แอปบล็อกสายหรือแอปรักษาความปลอดภัยรบกวน

แอปป้องกันสแปม แอประบุเบอร์ แอปบันทึกสาย หรือแอปควบคุมโทรศัพท์ อาจปฏิเสธสายเรียกเข้าโดยอัตโนมัติ

ควรทดลองปิดแอปต่อไปนี้ชั่วคราว

  • แอปบล็อกสาย
  • แอประบุชื่อผู้โทร
  • แอปป้องกันสแปม
  • แอปบันทึกสาย
  • แอปควบคุมโดยผู้ปกครอง
  • แอปรักษาความปลอดภัย
  • แอปจัดการเครื่องขององค์กร

หากรับสายได้หลังปิดแอป ควรตรวจสอบกฎการบล็อกและสิทธิ์ของแอปนั้น

⑭ แอปโทรศัพท์ค้าง

แอปโทรศัพท์อาจทำงานผิดปกติหลังอัปเดต มีแคชเสียหาย หรือถูกแทนที่ด้วยแอปจากผู้พัฒนารายอื่น

อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • มีเสียงเรียกเข้าแต่หน้าจอไม่ขึ้น
  • แตะรับสายแล้วแอปปิด
  • รับสายแล้ววางทันที
  • หน้าจอโทรศัพท์ค้าง
  • ประวัติสายเข้าไม่แสดง
  • ปัญหาเกิดหลังอัปเดตแอป

ควรตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น แล้วล้างเฉพาะแคชก่อนล้างข้อมูลทั้งหมด

⑮ พื้นที่สัญญาณอ่อน

โทรศัพท์อาจโทรออกได้ในบางจังหวะ แต่ผู้โทรเข้าติดต่อไม่ได้ เนื่องจากสัญญาณไม่เสถียรหรือเครื่องหลุดจากเครือข่ายเป็นช่วงๆ

อาการที่ควรสังเกต ได้แก่

  • รับสายไม่ได้เฉพาะในบ้าน
  • สัญญาณหายๆ มาๆ
  • ผู้โทรแจ้งว่าติดต่อไม่ได้บางเวลา
  • โทรออกต้องรอนาน
  • เครื่องสลับ 5G กับ 4G บ่อย
  • ปัญหาหายเมื่อเดินออกนอกอาคาร

หากปัญหาเกิดเฉพาะตำแหน่งเดิม ควรทดสอบใกล้หน้าต่างหรือพื้นที่เปิดโล่ง

⑯ ซิมใส่ไม่แน่นหรือซิมเสื่อม

แม้ยังโทรออกได้ แต่ซิมที่สัมผัสไม่แน่นอาจหลุดจากเครือข่ายเป็นบางช่วง ทำให้ผู้โทรเข้าติดต่อไม่ได้

ควรตรวจสอบว่า

  • ซิมวางตรงช่อง
  • ถาดซิมปิดสนิท
  • ซิมไม่มีรอยแตก
  • หน้าสัมผัสไม่เสียหาย
  • อาการเกิดหลังเครื่องตก
  • ซิมใช้งานได้ในโทรศัพท์เครื่องอื่น

หากอาการย้ายตามซิม ควรติดต่อผู้ให้บริการเพื่อเปลี่ยนซิมใหม่

⑰ ระบบผิดปกติหลังอัปเดต

หลังอัปเดต Android หรือ iOS การตั้งค่า VoLTE การแจ้งเตือนสายเข้า และแอปโทรศัพท์อาจทำงานผิดปกติ

ควรลอง

  • รีสตาร์ตเครื่อง
  • เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
  • ตรวจสอบ VoLTE
  • ตรวจสอบแอปโทรศัพท์เริ่มต้น
  • ตรวจสอบสิทธิ์การแจ้งเตือน
  • อัปเดตระบบรอบใหม่
  • รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย

⑱ ฮาร์ดแวร์หรือโมเด็มมีปัญหา

หากทุกซิมรับสายไม่ได้เฉพาะโทรศัพท์เครื่องเดียว แต่รับสายได้ในเครื่องอื่น ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ

  • ช่องอ่านซิม
  • เสาอากาศ
  • โมเด็ม
  • วงจรเครือข่าย
  • ระบบเสียงเรียกเข้า
  • ปุ่มรับสาย
  • หน้าจอสัมผัส
  • เมนบอร์ด

กรณีนี้ควรนำเครื่องเข้าตรวจสอบ โดยเฉพาะหากปัญหาเริ่มหลังเครื่องตกหรือโดนน้ำ

🛠️ วิธีแก้มือถือรับสายไม่ได้แต่โทรออกได้ทีละขั้นตอน

❶ รีสตาร์ตโทรศัพท์

การรีสตาร์ตช่วยเริ่มระบบซิม โมเด็ม แอปโทรศัพท์ และบริการแจ้งเตือนใหม่ทั้งหมด

ขั้นตอน:

① ปิดแอปที่กำลังใช้งาน
② กดรีสตาร์ตโทรศัพท์
③ รอให้เครื่องเปิดสมบูรณ์
④ รอชื่อเครือข่ายกลับมา 2–3 นาที
⑤ ให้ผู้อื่นทดลองโทรเข้า

หากเป็นเพียงระบบค้างชั่วคราว สายเรียกเข้าอาจกลับมาทำงานทันที

❷ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน

วิธีนี้ช่วยให้โทรศัพท์ลงทะเบียนบริการเสียงใหม่

① เปิดแถบการตั้งค่าด่วน
② แตะเปิดโหมดเครื่องบิน
③ รอประมาณ 30 วินาที
④ ปิดโหมดเครื่องบิน
⑤ รอให้สัญญาณกลับมา
⑥ ให้ผู้อื่นทดลองโทรเข้า

❸ ปิดโหมดห้ามรบกวน

ตรวจสอบเมนูต่อไปนี้

  • ห้ามรบกวน
  • โหมดโฟกัส
  • โหมดนอน
  • โหมดเงียบ
  • ตารางเวลาอัตโนมัติ
  • อนุญาตสายเฉพาะบางคน

บน Android โดยทั่วไป:

การตั้งค่า > การแจ้งเตือนหรือเสียง > ห้ามรบกวน

บน iPhone:

การตั้งค่า > โฟกัส > ห้ามรบกวน

ปิดโหมดชั่วคราว แล้วให้หมายเลขที่เคยโทรไม่เข้าทดลองใหม่

❹ ตรวจสอบรายการหมายเลขที่บล็อก

บน Android โดยทั่วไป:

แอปโทรศัพท์ > การตั้งค่า > หมายเลขที่บล็อก

บน iPhone:

การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > รายชื่อที่บล็อก

ตรวจสอบว่าไม่มีหมายเลขสำคัญอยู่ในรายการ และปิดการบล็อกหมายเลขไม่รู้จักชั่วคราวเพื่อทดสอบ

❺ ปิดการโอนสายชั่วคราว

บน Android โดยทั่วไป:

แอปโทรศัพท์ > การตั้งค่า > บริการเสริมหรือบัญชีการโทร > การโอนสาย

บน iPhone:

การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > การโอนสาย

ตรวจสอบและปิดตัวเลือกต่อไปนี้ชั่วคราว

① โอนทุกสาย
② โอนเมื่อสายไม่ว่าง
③ โอนเมื่อไม่รับสาย
④ โอนเมื่อติดต่อไม่ได้

หลังปิด ให้รีสตาร์ตเครื่องแล้วทดลองโทรเข้าอีกครั้ง

❻ ปิดการระงับสายเรียกเข้า

ค้นหาตัวเลือก Call Barring หรือการระงับสายในการตั้งค่าโทรศัพท์

ตรวจสอบว่าไม่ได้เปิด

  • ระงับสายเรียกเข้าทั้งหมด
  • ระงับสายเรียกเข้าขณะโรมมิ่ง
  • จำกัดสายจากต่างประเทศ

⚠️ หากระบบถามรหัส ควรสอบถามผู้ให้บริการ ไม่ควรเดารหัสเองหลายครั้ง

❼ เปิดสายเรียกซ้อน

หากรับสายไม่ได้เฉพาะตอนกำลังคุยสาย ให้เปิด Call Waiting

บน Android โดยทั่วไป:

แอปโทรศัพท์ > การตั้งค่า > บริการเสริม > สายเรียกซ้อน

บน iPhone:

การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > สายเรียกซ้อน

เมื่อเปิดแล้ว โทรศัพท์จะแจ้งเตือนเมื่อมีสายที่สองโทรเข้าระหว่างสนทนา

❽ ตรวจสอบว่าเปิดใช้งานซิม

บน Android โดยทั่วไป:

การตั้งค่า > การเชื่อมต่อหรือเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต > ตัวจัดการซิม

บน iPhone:

การตั้งค่า > เซลลูลาร์หรือข้อมูลมือถือ

ตรวจสอบว่า

① สายโทรศัพท์เปิดอยู่
② ซิมไม่ได้ถูกปิด
③ eSIM ยังแสดงในระบบ
④ เลือกซิมหลักอย่างถูกต้อง
⑤ ซิม 1 และซิม 2 มีสถานะพร้อมใช้งาน

❾ เปิด VoLTE

บน Android ชื่อเมนูอาจเป็น

  • VoLTE
  • การโทรผ่าน 4G
  • 4G Calling
  • HD Voice
  • Enhanced 4G LTE Mode

ตำแหน่งโดยทั่วไป:

การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > เปิด VoLTE

บน iPhone:

การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล

หากเปิดอยู่แล้ว ให้ลองปิดและเปิดใหม่หนึ่งครั้ง จากนั้นรีสตาร์ตเครื่อง

❿ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ

เลือกตัวเลือก เช่น

  • 5G Auto
  • 5G/4G/3G/2G Auto
  • LTE/3G/2G Auto
  • 4G/3G/2G Auto

หากรับสายไม่ได้เมื่อใช้ 5G ให้ทดลองใช้ 4G/LTE ชั่วคราว หากรับสายได้ อาจเกี่ยวข้องกับความครอบคลุมของ 5G หรือ VoLTE

⓫ เปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ

บน Android โดยทั่วไป:

การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > ผู้ให้บริการเครือข่าย > เลือกอัตโนมัติ

บน iPhone:

การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > การเลือกเครือข่าย > เปิดอัตโนมัติ

หลังเปิดอัตโนมัติ ให้รอประมาณ 1–3 นาที แล้วทดลองรับสายใหม่

⓬ ตรวจสอบการแจ้งเตือนแอปโทรศัพท์

หากได้ยินเสียงแต่หน้าจอรับสายไม่ขึ้น ให้ตรวจสอบ

① เปิดการแจ้งเตือนของแอปโทรศัพท์
② อนุญาตแสดงบนหน้าจอล็อก
③ อนุญาตการแจ้งเตือนเต็มหน้าจอ
④ อนุญาตแสดงทับแอปอื่น หากระบบต้องใช้
⑤ ไม่ได้ปิดหมวดสายเรียกเข้า
⑥ ไม่ได้จำกัดการทำงานเบื้องหลัง

บน Android โดยทั่วไป:

การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > การแจ้งเตือน

⓭ ตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น

หากติดตั้งแอปโทรศัพท์หรือแอประบุเบอร์อื่นไว้ ให้ตั้งแอปของระบบเป็นค่าเริ่มต้นชั่วคราว

บน Android โดยทั่วไป:

การตั้งค่า > แอป > แอปเริ่มต้น > แอปโทรศัพท์

จากนั้นปิดแอปบันทึกสายและแอปป้องกันสแปมชั่วคราว แล้วทดลองรับสายอีกครั้ง

⓮ ล้างแคชแอปโทรศัพท์

บน Android โดยทั่วไป:

การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > ที่เก็บข้อมูล > ล้างแคช

จากนั้นรีสตาร์ตเครื่อง

📌 ควรเริ่มจากล้างแคช ไม่ควรล้างข้อมูลทันที เพราะอาจกระทบประวัติและการตั้งค่าบางรายการ

⓯ ปิดเครื่องแล้วถอดซิมใส่ใหม่

ขั้นตอนที่แนะนำ:

① ปิดโทรศัพท์
② ถอดถาดซิมอย่างระมัดระวัง
③ ตรวจสอบว่าซิมงอ แตก หรือมีรอยลึกหรือไม่
④ เช็ดหน้าสัมผัสด้วยผ้าแห้งสะอาด
⑤ วางซิมให้ตรงตำแหน่ง
⑥ ใส่ถาดซิมกลับจนสุด
⑦ เปิดเครื่องและรอสัญญาณ
⑧ ให้ผู้อื่นทดลองโทรเข้า

⚠️ ไม่ควรใช้น้ำ น้ำยา หรือของมีคมขูดหน้าสัมผัสซิม

⓰ ทดลองหลายหมายเลขโทรเข้า

ให้ทดลองอย่างน้อย 3 แบบ

① หมายเลขที่บันทึกในรายชื่อ
② หมายเลขที่ไม่ได้บันทึก
③ หมายเลขจากคนละเครือข่าย

ผลที่ได้ช่วยวิเคราะห์ดังนี้

  • รับไม่ได้เฉพาะเบอร์เดียว: ตรวจสอบการบล็อก
  • รับไม่ได้เฉพาะเบอร์ใหม่: ตรวจสอบการปิดเสียงเบอร์ไม่รู้จัก
  • รับไม่ได้ทุกเบอร์: ตรวจสอบเครือข่าย ซิม และการโอนสาย
  • รับไม่ได้เฉพาะเครือข่ายหนึ่ง: อาจเป็นปัญหาการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย

⓱ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง

ผลการทดสอบช่วยแยกปัญหาได้ชัดเจน

  • ซิมรับสายไม่ได้ทุกเครื่อง: ตรวจสอบซิม หมายเลข และผู้ให้บริการ
  • ซิมรับสายได้ในเครื่องอื่น: ตรวจสอบเครื่องเดิม
  • ซิมอื่นรับสายได้ในเครื่องเดิม: ซิมใบแรกอาจมีปัญหา
  • ทุกซิมรับสายไม่ได้เฉพาะเครื่องเดิม: ระบบหรือฮาร์ดแวร์อาจผิดปกติ

⓲ อัปเดตระบบและแอปโทรศัพท์

เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วตรวจสอบ

  • การอัปเดต Android หรือ iOS
  • การอัปเดตแอปโทรศัพท์
  • การอัปเดตแอปบริการเครือข่าย
  • การอัปเดตการตั้งค่าผู้ให้บริการ

หลังอัปเดตให้รีสตาร์ตเครื่อง แล้วทดลองรับสายอีกครั้ง

⓳ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย

การรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายอาจช่วยแก้ค่าซิม VoLTE และการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ แอป วิดีโอ หรือไฟล์ส่วนตัว

แต่อาจลบ

  • เครือข่าย Wi-Fi ที่บันทึก
  • รหัสผ่าน Wi-Fi
  • อุปกรณ์ Bluetooth
  • VPN
  • การตั้งค่าเครือข่ายมือถือ
  • การตั้งค่า APN บางรายการ

บน Android โดยทั่วไป:

การตั้งค่า > ระบบหรือการจัดการทั่วไป > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย

บน iPhone:

การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย

📱 รับสายไม่ได้เฉพาะเบอร์ที่ไม่บันทึก

หากรับสายจากคนในรายชื่อได้ แต่รับจากหมายเลขใหม่ไม่ได้ ให้ตรวจสอบ

❶ ปิดเสียงผู้โทรที่ไม่รู้จัก
❷ บล็อกหมายเลขที่ไม่อยู่ในรายชื่อ
❸ แอปป้องกันสแปม
❹ โหมดโฟกัสที่อนุญาตเฉพาะรายชื่อ
❺ การตั้งค่าปฏิเสธหมายเลขส่วนตัว
❻ แอประบุเบอร์โทร
❼ โปรไฟล์องค์กรหรือการควบคุมโดยผู้ปกครอง

หลังปิดตัวเลือกเหล่านี้ ให้ใช้หมายเลขที่ไม่บันทึกโทรเข้าเพื่อทดสอบ

📲 รับสายไม่ได้เฉพาะซิม 2

ให้ตรวจสอบดังนี้

① เปิดใช้งานซิม 2 แล้วหรือไม่
② ซิม 2 ถูกระงับหรือไม่
③ เปิด VoLTE ของซิม 2 หรือไม่
④ ตั้งประเภทเครือข่ายถูกต้องหรือไม่
⑤ ปิดการโอนสายของซิม 2 หรือยัง
⑥ เครื่องรองรับสองซิมพร้อมกันหรือไม่
⑦ รับสายซิม 2 ไม่ได้เฉพาะขณะซิม 1 โทรหรือไม่
⑧ สลับช่องแล้วอาการย้ายตามซิมหรือไม่

หากรับสายซิม 2 ไม่ได้เฉพาะตอนซิม 1 กำลังใช้สาย อาจเป็นข้อจำกัดของ Dual SIM Dual Standby ไม่ใช่ซิมเสีย

🔒 รับสายไม่ได้ตอนล็อกหน้าจอ

หากโทรศัพท์มีเสียง แต่ต้องปลดล็อกก่อนจึงรับสายได้ ให้ตรวจสอบ

❶ การแจ้งเตือนแอปโทรศัพท์
❷ การแสดงบนหน้าจอล็อก
❸ การแจ้งเตือนเต็มหน้าจอ
❹ สิทธิ์แสดงทับแอปอื่น
❺ โหมดประหยัดแบตเตอรี่
❻ การจำกัดแอปทำงานเบื้องหลัง
❼ แอปโทรศัพท์เริ่มต้น
❽ แอปล็อกหน้าจอจากผู้พัฒนารายอื่น

ไม่ควรปิดสิทธิ์การแจ้งเตือนของแอปโทรศัพท์ เพราะอาจทำให้หน้าจอสายเข้าไม่ปรากฏ

📞 รับสายไม่ได้ขณะกำลังโทร

สาเหตุหลักมักเป็นการปิดสายเรียกซ้อน หรือข้อจำกัดของโทรศัพท์สองซิม

ให้ตรวจสอบ

① เปิด Call Waiting
② ตรวจสอบบริการสายเรียกซ้อนกับผู้ให้บริการ
③ เปิด VoLTE
④ ตรวจสอบว่าเป็นสายเข้าอีกซิมหรือไม่
⑤ ปิดซิมหนึ่งชั่วคราวเพื่อทดสอบ
⑥ ตรวจสอบ Dual SIM Always On หากมี
⑦ อัปเดตระบบโทรศัพท์

หากเป็นสายเข้าอีกซิมขณะซิมแรกกำลังโทร อาจต้องใช้ฟังก์ชันเฉพาะที่ทั้งเครื่องและผู้ให้บริการรองรับ

🔄 รับสายไม่ได้หลังอัปเดตระบบ

ให้ลองตามลำดับนี้

❶ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❷ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
❸ ตรวจสอบโหมดห้ามรบกวน
❹ ตรวจสอบการแจ้งเตือนแอปโทรศัพท์
❺ ตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น
❻ เปิด VoLTE
❼ ปิดการโอนสาย
❽ อัปเดตระบบรอบใหม่
❾ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย

หากซิมรับสายได้ในเครื่องอื่น แต่เครื่องเดิมเริ่มมีปัญหาหลังอัปเดต สาเหตุน่าจะเกี่ยวข้องกับระบบหรือแอปโทรศัพท์

🌍 รับสายไม่ได้หลังกลับจากต่างประเทศ

โทรศัพท์อาจยังจำเครือข่ายต่างประเทศหรือเปิดการระงับสายขณะโรมมิ่งไว้

ให้ทำดังนี้

① เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
② รีสตาร์ตเครื่อง
③ เปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ
④ ปิดการระงับสายเรียกเข้า
⑤ ตรวจสอบการโอนสาย
⑥ เลือกซิมหลักให้ถูกต้อง
⑦ ปิด Data Roaming หากไม่จำเป็น
⑧ ติดต่อผู้ให้บริการหากยังไม่ได้

⚙️ เปลี่ยน APN ช่วยแก้รับสายไม่ได้หรือไม่

โดยทั่วไป APN ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้รับสายไม่ได้ เพราะ APN ใช้สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมือถือ

ควรตรวจสอบ APN เมื่อ

  • มีสัญญาณ
  • โทรเข้าและโทรออกได้
  • มีไอคอน 4G หรือ 5G
  • เปิดข้อมูลมือถือแล้วไม่มีอินเทอร์เน็ต

หากรับสายไม่ได้ ควรตรวจสอบการบล็อก การโอนสาย Call Barring, VoLTE และสถานะหมายเลขก่อน

⚠️ ควรรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานหรือไม่

ยังไม่ควรรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานเป็นวิธีแรก เพราะอาจลบข้อมูลทั้งหมดโดยไม่แก้ต้นเหตุ

ก่อนรีเซ็ตควรทำให้ครบดังนี้

❶ ปิดโหมดห้ามรบกวน
❷ ตรวจสอบหมายเลขที่บล็อก
❸ ปิดการโอนสาย
❹ ปิดการระงับสายเรียกเข้า
❺ ตรวจสอบ VoLTE
❻ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
❼ ติดต่อผู้ให้บริการ
❽ รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย

หากปัญหาเกิดจากสถานะหมายเลขหรือข้อจำกัดสองซิม การรีเซ็ตเครื่องจะไม่ช่วย

☎️ เมื่อใดควรติดต่อผู้ให้บริการ

ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ

  • ซิมรับสายไม่ได้ในโทรศัพท์ทุกเครื่อง
  • รับสายไม่ได้ทุกหมายเลข
  • ผู้โทรได้ยินข้อความจากระบบเครือข่าย
  • หมายเลขอาจถูกระงับ
  • อยู่ระหว่างย้ายค่าย
  • เพิ่งเปลี่ยนซิมหรือ eSIM
  • ยกเลิกการโอนสายไม่ได้
  • ไม่ทราบรหัส Call Barring
  • เปิด VoLTE หรือสายเรียกซ้อนไม่ได้
  • รับสายไม่ได้หลังกลับจากต่างประเทศ
  • ผู้ใช้เครือข่ายเดียวกันมีปัญหาพร้อมกัน

ผู้ให้บริการสามารถตรวจสอบสถานะสายเรียกเข้า การโอนสาย การระงับบริการ และระบบเครือข่ายได้โดยตรง

🧰 เมื่อใดควรนำมือถือเข้าศูนย์บริการ

ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ

  • ทุกซิมรับสายไม่ได้เฉพาะเครื่องเดิม
  • ซิมเดียวกันรับสายได้ในโทรศัพท์เครื่องอื่น
  • หน้าจอรับสายไม่ขึ้นตลอด
  • แตะรับสายแล้วหน้าจอไม่ตอบสนอง
  • เครื่องรีสตาร์ตเมื่อมีสายเข้า
  • ปัญหาเกิดหลังเครื่องตกหรือโดนน้ำ
  • ช่องใส่ซิมหลวมหรือเสีย
  • ระบบไม่แสดงข้อมูลเครือข่าย
  • อัปเดตและรีเซ็ตเครือข่ายแล้วไม่หาย
  • เครื่องเคยซ่อมหรือเปลี่ยนหน้าจอ

หากหน้าจอสัมผัสเสียเฉพาะบริเวณปุ่มรับสาย อาจดูเหมือนเป็นปัญหาเครือข่าย ทั้งที่จริงเป็นปัญหาหน้าจอ

❓ คำถามที่พบบ่อย

ทำไมคนอื่นโทรหาเราไม่ติด แต่เราโทรออกได้

อาจเกิดจากการโอนสาย การระงับสายเรียกเข้า หมายเลขถูกบล็อก VoLTE ผิดปกติ หรือสถานะบริการรับสายของซิมมีปัญหา

รับสายไม่ได้เฉพาะบางเบอร์ เกิดจากอะไร

หมายเลขนั้นอาจถูกบล็อก ถูกจัดเป็นสแปม หรือโทรจากหมายเลขที่ไม่แสดงตัวตน ควรตรวจสอบรายการบล็อกและแอปป้องกันสแปม

ทำไมโทรเข้าแล้วไม่ดัง แต่มีสายที่ไม่ได้รับ

อาจเปิดโหมดห้ามรบกวน ปิดเสียงหมายเลขที่ไม่รู้จัก ลดเสียงเรียกเข้าจนสุด หรือปิดการแจ้งเตือนของแอปโทรศัพท์

ทำไมรับสายอีกซิมไม่ได้ขณะกำลังโทร

มือถือสองซิมหลายรุ่นใช้ระบบ Dual SIM Dual Standby เมื่อซิมหนึ่งกำลังโทร อีกซิมอาจไม่พร้อมรับสายชั่วคราว

ปิดการโอนสายแล้วต้องรีสตาร์ตหรือไม่

ไม่จำเป็นเสมอไป แต่การรีสตาร์ตช่วยให้เครื่องลงทะเบียนการตั้งค่าใหม่กับเครือข่ายได้สมบูรณ์ขึ้น

รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายทำให้รูปหายไหม

โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ แอป และไฟล์ส่วนตัว แต่จะลบรหัสผ่าน Wi-Fi อุปกรณ์ Bluetooth และค่าการเชื่อมต่อบางรายการ

📝 สรุป

มือถือรับสายไม่ได้แต่โทรออกได้ อาจเกิดจากโหมดห้ามรบกวน การบล็อกหมายเลข การโอนสาย การระงับสายเรียกเข้า VoLTE ผิดปกติ หรือข้อจำกัดของมือถือสองซิม

ควรเริ่มจากรีสตาร์ตเครื่อง ปิดโหมดห้ามรบกวน ตรวจสอบหมายเลขที่บล็อก ปิดการโอนสาย เปิดสายเรียกซ้อน และตรวจสอบ VoLTE จากนั้นทดลองให้หลายหมายเลขโทรเข้าเพื่อแยกว่าปัญหาเกิดกับบางเบอร์หรือทุกเบอร์

แนวทางของ comsiam คือควรทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่องก่อนรีเซ็ตข้อมูลทั้งหมด หากซิมรับสายไม่ได้ในทุกเครื่อง ให้ติดต่อผู้ให้บริการ แต่หากรับสายได้ในเครื่องอื่น ควรตรวจสอบแอปโทรศัพท์ การแจ้งเตือน และการตั้งค่าของเครื่องเดิม

ไม่ควรรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานทันที เพราะปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากการบล็อก การโอนสาย หรือการตั้งค่าเครือข่าย ซึ่งสามารถแก้ได้โดยไม่ลบข้อมูล โดย comsiam แนะนำให้รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่ายเป็นขั้นตอนท้ายๆ ก่อนนำเครื่องเข้าศูนย์บริการ