Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือรับสายไม่ได้แต่ยังโทรออกได้ แสดงว่าซิมและโทรศัพท์ยังเชื่อมต่อเครือข่ายอยู่ แต่บริการสายเรียกเข้าอาจถูกจำกัด สายถูกโอนไปหมายเลขอื่น โทรศัพท์บล็อกเบอร์โดยไม่ตั้งใจ หรือระบบไม่แสดงหน้าจอรับสายอย่างถูกต้อง
อาการที่พบอาจแตกต่างกัน เช่น คนโทรเข้าได้ยินเสียงสายไม่ว่าง โทรแล้วตัดทันที ถูกส่งเข้ากล่องข้อความเสียง หรือได้ยินเสียงเรียกตามปกติ แต่หน้าจอโทรศัพท์ของเราไม่แสดงสายเข้า
ควรเริ่มจากตรวจสอบโหมดห้ามรบกวน การบล็อกสาย การโอนสาย และสถานะหมายเลข ก่อนรีเซ็ตเครื่องหรือเปลี่ยนซิมใหม่
ผู้ใช้อาจพบอาการดังต่อไปนี้
การแยกอาการให้ชัดเจนจะช่วยระบุได้ว่าปัญหาเกิดจากเครือข่าย การตั้งค่า หรือแอปโทรศัพท์
ลองทำตามลำดับต่อไปนี้ก่อน
❶ ปิดโหมดเครื่องบิน
❷ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❸ ปิดโหมดห้ามรบกวน
❹ ตรวจสอบว่าไม่ได้บล็อกหมายเลขผู้โทร
❺ ปิดการโอนสายชั่วคราว
❻ ปิดการระงับสายเรียกเข้า
❼ ตรวจสอบว่าเปิดใช้งานซิมอยู่
❽ เปิด VoLTE หรือการโทรผ่าน 4G
❾ ตั้งประเภทเครือข่ายเป็นอัตโนมัติ
❿ ทดลองให้หลายหมายเลขโทรเข้า
⓫ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
⓬ ติดต่อผู้ให้บริการหากยังรับสายไม่ได้
หากรับสายได้เมื่อย้ายซิมไปเครื่องอื่น ปัญหาน่าจะอยู่ที่การตั้งค่าหรือระบบของโทรศัพท์เครื่องเดิม
โหมดห้ามรบกวนอาจปิดเสียงสายเรียกเข้า ซ่อนการแจ้งเตือน หรืออนุญาตเฉพาะหมายเลขที่กำหนดไว้
ผู้ใช้อาจเข้าใจว่าไม่มีสายเข้า ทั้งที่โทรศัพท์รับสายไว้ในระบบแล้ว แต่ไม่แสดงเสียงหรือหน้าจอเตือนตามปกติ
ควรตรวจสอบตัวเลือกต่อไปนี้
บางเครื่องจะเปิดโหมดนี้เองตามตารางเวลา เช่น ช่วงกลางคืนหรือเวลาทำงาน
หากรับสายไม่ได้เฉพาะบางเบอร์ หมายเลขนั้นอาจถูกบล็อกไว้ในแอปโทรศัพท์ แอประบุเบอร์ หรือระบบป้องกันสแปม
ควรตรวจสอบ
โทรศัพท์บางรุ่นอาจบล็อกหมายเลขที่ระบบมองว่าเป็นสแปมโดยอัตโนมัติ แม้ผู้ใช้ไม่ได้กดบล็อกเอง
หากเปิด Call Forwarding หรือการโอนสาย สายเรียกเข้าอาจถูกส่งไปยังหมายเลขอื่นก่อนที่โทรศัพท์จะดัง
การโอนสายอาจทำงานในกรณีต่อไปนี้
หากตั้งค่าหมายเลขปลายทางผิด ผู้โทรอาจไม่สามารถติดต่อเราได้ แม้เราจะยังโทรออกได้ตามปกติ
Call Barring สามารถระงับเฉพาะสายเรียกเข้าได้ โดยยังอนุญาตให้โทรออกตามปกติ
ตัวเลือกที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
การยกเลิกบางรายการอาจต้องใช้รหัสจากผู้ให้บริการ ไม่ควรเดารหัสซ้ำหลายครั้ง
หมายเลขบางประเภทอาจถูกระงับบริการบางส่วน แต่ยังอนุญาตให้โทรออกชั่วคราวได้ ขึ้นอยู่กับสถานะบัญชีและเงื่อนไขของผู้ให้บริการ
สาเหตุอาจมาจาก
หากรับสายไม่ได้ทุกเครื่อง ควรติดต่อผู้ให้บริการเพื่อตรวจสอบสถานะหมายเลขโดยตรง
หากปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ โทรศัพท์อาจเชื่อมต่อกับเครือข่ายที่ไม่รองรับบริการสายเรียกเข้าของซิมอย่างสมบูรณ์
ปัญหานี้มักเกิดหลังจาก
ควรเปิดการเลือกผู้ให้บริการแบบอัตโนมัติ แล้วรอให้เครื่องลงทะเบียนใหม่
โทรศัพท์อาจใช้ข้อมูลมือถือและโทรออกได้ แต่รับสายเข้าไม่สมบูรณ์ หาก VoLTE หรือบริการเสียงของเครือข่ายทำงานผิดปกติ
อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับ VoLTE ได้แก่
ควรเปิด VoLTE และตั้งประเภทเครือข่ายเป็นโหมดอัตโนมัติ
การบังคับใช้ 5G Only หรือ LTE Only อาจทำให้บริการเสียงทำงานผิดปกติในบางพื้นที่หรือบางรุ่น
ควรเลือกโหมดเครือข่าย เช่น
โหมดอัตโนมัติช่วยให้โทรศัพท์เลือกเครือข่ายที่รองรับสายเรียกเข้าได้เหมาะสมกว่า
มือถือสองซิมส่วนใหญ่ใช้ระบบ Dual SIM Dual Standby หมายความว่าเมื่อซิมหนึ่งกำลังใช้สาย อีกซิมอาจไม่พร้อมรับสายชั่วคราว
ผู้โทรเข้าอีกซิมอาจพบว่า
โทรศัพท์บางรุ่นมีตัวเลือกเปิดใช้ข้อมูลของอีกซิมหรือ Dual SIM Always On แต่ความสามารถขึ้นอยู่กับรุ่น เครื่อง และผู้ให้บริการ
หากกำลังคุยสายอยู่และมีอีกสายโทรเข้ามา แต่ไม่ได้เปิด Call Waiting ผู้โทรรายที่สองอาจได้ยินเสียงสายไม่ว่าง
ปัญหานี้ไม่ถือว่าโทรศัพท์รับสายไม่ได้ทั้งหมด แต่จะเกิดเฉพาะขณะกำลังสนทนา
ควรตรวจสอบตัวเลือก
โทรศัพท์บางรุ่นสามารถปิดเสียงสายจากหมายเลขที่ไม่ได้บันทึกไว้ ผู้โทรยังโทรเข้าได้ แต่โทรศัพท์อาจไม่ดังและส่งสายไปยังรายการสายที่ไม่ได้รับ
ควรตรวจสอบตัวเลือก เช่น
หากรับสายจากรายชื่อได้ แต่รับจากเบอร์ใหม่ไม่ได้ สาเหตุนี้มีโอกาสสูง
โทรศัพท์อาจมีเสียงเรียกเข้า แต่หน้าจอรับสายไม่ปรากฏ หากแอปโทรศัพท์ไม่มีสิทธิ์แสดงการแจ้งเตือนเต็มหน้าจอหรือแสดงทับแอปอื่น
อาการที่พบได้ ได้แก่
ควรตรวจสอบสิทธิ์การแจ้งเตือน หน้าจอล็อก และการแสดงสายเรียกเข้าแบบเต็มหน้าจอ
แอปป้องกันสแปม แอประบุเบอร์ แอปบันทึกสาย หรือแอปควบคุมโทรศัพท์ อาจปฏิเสธสายเรียกเข้าโดยอัตโนมัติ
ควรทดลองปิดแอปต่อไปนี้ชั่วคราว
หากรับสายได้หลังปิดแอป ควรตรวจสอบกฎการบล็อกและสิทธิ์ของแอปนั้น
แอปโทรศัพท์อาจทำงานผิดปกติหลังอัปเดต มีแคชเสียหาย หรือถูกแทนที่ด้วยแอปจากผู้พัฒนารายอื่น
อาการที่อาจพบ ได้แก่
ควรตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น แล้วล้างเฉพาะแคชก่อนล้างข้อมูลทั้งหมด
โทรศัพท์อาจโทรออกได้ในบางจังหวะ แต่ผู้โทรเข้าติดต่อไม่ได้ เนื่องจากสัญญาณไม่เสถียรหรือเครื่องหลุดจากเครือข่ายเป็นช่วงๆ
อาการที่ควรสังเกต ได้แก่
หากปัญหาเกิดเฉพาะตำแหน่งเดิม ควรทดสอบใกล้หน้าต่างหรือพื้นที่เปิดโล่ง
แม้ยังโทรออกได้ แต่ซิมที่สัมผัสไม่แน่นอาจหลุดจากเครือข่ายเป็นบางช่วง ทำให้ผู้โทรเข้าติดต่อไม่ได้
ควรตรวจสอบว่า
หากอาการย้ายตามซิม ควรติดต่อผู้ให้บริการเพื่อเปลี่ยนซิมใหม่
หลังอัปเดต Android หรือ iOS การตั้งค่า VoLTE การแจ้งเตือนสายเข้า และแอปโทรศัพท์อาจทำงานผิดปกติ
ควรลอง
หากทุกซิมรับสายไม่ได้เฉพาะโทรศัพท์เครื่องเดียว แต่รับสายได้ในเครื่องอื่น ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับ
กรณีนี้ควรนำเครื่องเข้าตรวจสอบ โดยเฉพาะหากปัญหาเริ่มหลังเครื่องตกหรือโดนน้ำ
การรีสตาร์ตช่วยเริ่มระบบซิม โมเด็ม แอปโทรศัพท์ และบริการแจ้งเตือนใหม่ทั้งหมด
ขั้นตอน:
① ปิดแอปที่กำลังใช้งาน
② กดรีสตาร์ตโทรศัพท์
③ รอให้เครื่องเปิดสมบูรณ์
④ รอชื่อเครือข่ายกลับมา 2–3 นาที
⑤ ให้ผู้อื่นทดลองโทรเข้า
หากเป็นเพียงระบบค้างชั่วคราว สายเรียกเข้าอาจกลับมาทำงานทันที
วิธีนี้ช่วยให้โทรศัพท์ลงทะเบียนบริการเสียงใหม่
① เปิดแถบการตั้งค่าด่วน
② แตะเปิดโหมดเครื่องบิน
③ รอประมาณ 30 วินาที
④ ปิดโหมดเครื่องบิน
⑤ รอให้สัญญาณกลับมา
⑥ ให้ผู้อื่นทดลองโทรเข้า
ตรวจสอบเมนูต่อไปนี้
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > การแจ้งเตือนหรือเสียง > ห้ามรบกวน
บน iPhone:
การตั้งค่า > โฟกัส > ห้ามรบกวน
ปิดโหมดชั่วคราว แล้วให้หมายเลขที่เคยโทรไม่เข้าทดลองใหม่
บน Android โดยทั่วไป:
แอปโทรศัพท์ > การตั้งค่า > หมายเลขที่บล็อก
บน iPhone:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > รายชื่อที่บล็อก
ตรวจสอบว่าไม่มีหมายเลขสำคัญอยู่ในรายการ และปิดการบล็อกหมายเลขไม่รู้จักชั่วคราวเพื่อทดสอบ
บน Android โดยทั่วไป:
แอปโทรศัพท์ > การตั้งค่า > บริการเสริมหรือบัญชีการโทร > การโอนสาย
บน iPhone:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > การโอนสาย
ตรวจสอบและปิดตัวเลือกต่อไปนี้ชั่วคราว
① โอนทุกสาย
② โอนเมื่อสายไม่ว่าง
③ โอนเมื่อไม่รับสาย
④ โอนเมื่อติดต่อไม่ได้
หลังปิด ให้รีสตาร์ตเครื่องแล้วทดลองโทรเข้าอีกครั้ง
ค้นหาตัวเลือก Call Barring หรือการระงับสายในการตั้งค่าโทรศัพท์
ตรวจสอบว่าไม่ได้เปิด
⚠️ หากระบบถามรหัส ควรสอบถามผู้ให้บริการ ไม่ควรเดารหัสเองหลายครั้ง
หากรับสายไม่ได้เฉพาะตอนกำลังคุยสาย ให้เปิด Call Waiting
บน Android โดยทั่วไป:
แอปโทรศัพท์ > การตั้งค่า > บริการเสริม > สายเรียกซ้อน
บน iPhone:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > สายเรียกซ้อน
เมื่อเปิดแล้ว โทรศัพท์จะแจ้งเตือนเมื่อมีสายที่สองโทรเข้าระหว่างสนทนา
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > การเชื่อมต่อหรือเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต > ตัวจัดการซิม
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์หรือข้อมูลมือถือ
ตรวจสอบว่า
① สายโทรศัพท์เปิดอยู่
② ซิมไม่ได้ถูกปิด
③ eSIM ยังแสดงในระบบ
④ เลือกซิมหลักอย่างถูกต้อง
⑤ ซิม 1 และซิม 2 มีสถานะพร้อมใช้งาน
บน Android ชื่อเมนูอาจเป็น
ตำแหน่งโดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > เลือกซิม > เปิด VoLTE
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ > เสียงและข้อมูล
หากเปิดอยู่แล้ว ให้ลองปิดและเปิดใหม่หนึ่งครั้ง จากนั้นรีสตาร์ตเครื่อง
เลือกตัวเลือก เช่น
หากรับสายไม่ได้เมื่อใช้ 5G ให้ทดลองใช้ 4G/LTE ชั่วคราว หากรับสายได้ อาจเกี่ยวข้องกับความครอบคลุมของ 5G หรือ VoLTE
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > เครือข่ายมือถือ > ผู้ให้บริการเครือข่าย > เลือกอัตโนมัติ
บน iPhone:
การตั้งค่า > เซลลูลาร์ > การเลือกเครือข่าย > เปิดอัตโนมัติ
หลังเปิดอัตโนมัติ ให้รอประมาณ 1–3 นาที แล้วทดลองรับสายใหม่
หากได้ยินเสียงแต่หน้าจอรับสายไม่ขึ้น ให้ตรวจสอบ
① เปิดการแจ้งเตือนของแอปโทรศัพท์
② อนุญาตแสดงบนหน้าจอล็อก
③ อนุญาตการแจ้งเตือนเต็มหน้าจอ
④ อนุญาตแสดงทับแอปอื่น หากระบบต้องใช้
⑤ ไม่ได้ปิดหมวดสายเรียกเข้า
⑥ ไม่ได้จำกัดการทำงานเบื้องหลัง
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > การแจ้งเตือน
หากติดตั้งแอปโทรศัพท์หรือแอประบุเบอร์อื่นไว้ ให้ตั้งแอปของระบบเป็นค่าเริ่มต้นชั่วคราว
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > แอป > แอปเริ่มต้น > แอปโทรศัพท์
จากนั้นปิดแอปบันทึกสายและแอปป้องกันสแปมชั่วคราว แล้วทดลองรับสายอีกครั้ง
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > แอป > โทรศัพท์ > ที่เก็บข้อมูล > ล้างแคช
จากนั้นรีสตาร์ตเครื่อง
📌 ควรเริ่มจากล้างแคช ไม่ควรล้างข้อมูลทันที เพราะอาจกระทบประวัติและการตั้งค่าบางรายการ
ขั้นตอนที่แนะนำ:
① ปิดโทรศัพท์
② ถอดถาดซิมอย่างระมัดระวัง
③ ตรวจสอบว่าซิมงอ แตก หรือมีรอยลึกหรือไม่
④ เช็ดหน้าสัมผัสด้วยผ้าแห้งสะอาด
⑤ วางซิมให้ตรงตำแหน่ง
⑥ ใส่ถาดซิมกลับจนสุด
⑦ เปิดเครื่องและรอสัญญาณ
⑧ ให้ผู้อื่นทดลองโทรเข้า
⚠️ ไม่ควรใช้น้ำ น้ำยา หรือของมีคมขูดหน้าสัมผัสซิม
ให้ทดลองอย่างน้อย 3 แบบ
① หมายเลขที่บันทึกในรายชื่อ
② หมายเลขที่ไม่ได้บันทึก
③ หมายเลขจากคนละเครือข่าย
ผลที่ได้ช่วยวิเคราะห์ดังนี้
ผลการทดสอบช่วยแยกปัญหาได้ชัดเจน
เชื่อมต่อ Wi-Fi แล้วตรวจสอบ
หลังอัปเดตให้รีสตาร์ตเครื่อง แล้วทดลองรับสายอีกครั้ง
การรีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่ายอาจช่วยแก้ค่าซิม VoLTE และการเชื่อมต่อที่ผิดปกติ โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ แอป วิดีโอ หรือไฟล์ส่วนตัว
แต่อาจลบ
บน Android โดยทั่วไป:
การตั้งค่า > ระบบหรือการจัดการทั่วไป > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
บน iPhone:
การตั้งค่า > ทั่วไป > ถ่ายโอนหรือรีเซ็ต iPhone > รีเซ็ต > รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากรับสายจากคนในรายชื่อได้ แต่รับจากหมายเลขใหม่ไม่ได้ ให้ตรวจสอบ
❶ ปิดเสียงผู้โทรที่ไม่รู้จัก
❷ บล็อกหมายเลขที่ไม่อยู่ในรายชื่อ
❸ แอปป้องกันสแปม
❹ โหมดโฟกัสที่อนุญาตเฉพาะรายชื่อ
❺ การตั้งค่าปฏิเสธหมายเลขส่วนตัว
❻ แอประบุเบอร์โทร
❼ โปรไฟล์องค์กรหรือการควบคุมโดยผู้ปกครอง
หลังปิดตัวเลือกเหล่านี้ ให้ใช้หมายเลขที่ไม่บันทึกโทรเข้าเพื่อทดสอบ
ให้ตรวจสอบดังนี้
① เปิดใช้งานซิม 2 แล้วหรือไม่
② ซิม 2 ถูกระงับหรือไม่
③ เปิด VoLTE ของซิม 2 หรือไม่
④ ตั้งประเภทเครือข่ายถูกต้องหรือไม่
⑤ ปิดการโอนสายของซิม 2 หรือยัง
⑥ เครื่องรองรับสองซิมพร้อมกันหรือไม่
⑦ รับสายซิม 2 ไม่ได้เฉพาะขณะซิม 1 โทรหรือไม่
⑧ สลับช่องแล้วอาการย้ายตามซิมหรือไม่
หากรับสายซิม 2 ไม่ได้เฉพาะตอนซิม 1 กำลังใช้สาย อาจเป็นข้อจำกัดของ Dual SIM Dual Standby ไม่ใช่ซิมเสีย
หากโทรศัพท์มีเสียง แต่ต้องปลดล็อกก่อนจึงรับสายได้ ให้ตรวจสอบ
❶ การแจ้งเตือนแอปโทรศัพท์
❷ การแสดงบนหน้าจอล็อก
❸ การแจ้งเตือนเต็มหน้าจอ
❹ สิทธิ์แสดงทับแอปอื่น
❺ โหมดประหยัดแบตเตอรี่
❻ การจำกัดแอปทำงานเบื้องหลัง
❼ แอปโทรศัพท์เริ่มต้น
❽ แอปล็อกหน้าจอจากผู้พัฒนารายอื่น
ไม่ควรปิดสิทธิ์การแจ้งเตือนของแอปโทรศัพท์ เพราะอาจทำให้หน้าจอสายเข้าไม่ปรากฏ
สาเหตุหลักมักเป็นการปิดสายเรียกซ้อน หรือข้อจำกัดของโทรศัพท์สองซิม
ให้ตรวจสอบ
① เปิด Call Waiting
② ตรวจสอบบริการสายเรียกซ้อนกับผู้ให้บริการ
③ เปิด VoLTE
④ ตรวจสอบว่าเป็นสายเข้าอีกซิมหรือไม่
⑤ ปิดซิมหนึ่งชั่วคราวเพื่อทดสอบ
⑥ ตรวจสอบ Dual SIM Always On หากมี
⑦ อัปเดตระบบโทรศัพท์
หากเป็นสายเข้าอีกซิมขณะซิมแรกกำลังโทร อาจต้องใช้ฟังก์ชันเฉพาะที่ทั้งเครื่องและผู้ให้บริการรองรับ
ให้ลองตามลำดับนี้
❶ รีสตาร์ตโทรศัพท์
❷ เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
❸ ตรวจสอบโหมดห้ามรบกวน
❹ ตรวจสอบการแจ้งเตือนแอปโทรศัพท์
❺ ตั้งแอปโทรศัพท์ของระบบเป็นค่าเริ่มต้น
❻ เปิด VoLTE
❼ ปิดการโอนสาย
❽ อัปเดตระบบรอบใหม่
❾ รีเซ็ตการตั้งค่าเครือข่าย
หากซิมรับสายได้ในเครื่องอื่น แต่เครื่องเดิมเริ่มมีปัญหาหลังอัปเดต สาเหตุน่าจะเกี่ยวข้องกับระบบหรือแอปโทรศัพท์
โทรศัพท์อาจยังจำเครือข่ายต่างประเทศหรือเปิดการระงับสายขณะโรมมิ่งไว้
ให้ทำดังนี้
① เปิดและปิดโหมดเครื่องบิน
② รีสตาร์ตเครื่อง
③ เปิดการเลือกเครือข่ายอัตโนมัติ
④ ปิดการระงับสายเรียกเข้า
⑤ ตรวจสอบการโอนสาย
⑥ เลือกซิมหลักให้ถูกต้อง
⑦ ปิด Data Roaming หากไม่จำเป็น
⑧ ติดต่อผู้ให้บริการหากยังไม่ได้
โดยทั่วไป APN ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้รับสายไม่ได้ เพราะ APN ใช้สำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมือถือ
ควรตรวจสอบ APN เมื่อ
หากรับสายไม่ได้ ควรตรวจสอบการบล็อก การโอนสาย Call Barring, VoLTE และสถานะหมายเลขก่อน
ยังไม่ควรรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานเป็นวิธีแรก เพราะอาจลบข้อมูลทั้งหมดโดยไม่แก้ต้นเหตุ
ก่อนรีเซ็ตควรทำให้ครบดังนี้
❶ ปิดโหมดห้ามรบกวน
❷ ตรวจสอบหมายเลขที่บล็อก
❸ ปิดการโอนสาย
❹ ปิดการระงับสายเรียกเข้า
❺ ตรวจสอบ VoLTE
❻ ทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่อง
❼ ติดต่อผู้ให้บริการ
❽ รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่าย
หากปัญหาเกิดจากสถานะหมายเลขหรือข้อจำกัดสองซิม การรีเซ็ตเครื่องจะไม่ช่วย
ควรติดต่อผู้ให้บริการเมื่อ
ผู้ให้บริการสามารถตรวจสอบสถานะสายเรียกเข้า การโอนสาย การระงับบริการ และระบบเครือข่ายได้โดยตรง
ควรนำเครื่องไปตรวจสอบเมื่อ
หากหน้าจอสัมผัสเสียเฉพาะบริเวณปุ่มรับสาย อาจดูเหมือนเป็นปัญหาเครือข่าย ทั้งที่จริงเป็นปัญหาหน้าจอ
อาจเกิดจากการโอนสาย การระงับสายเรียกเข้า หมายเลขถูกบล็อก VoLTE ผิดปกติ หรือสถานะบริการรับสายของซิมมีปัญหา
หมายเลขนั้นอาจถูกบล็อก ถูกจัดเป็นสแปม หรือโทรจากหมายเลขที่ไม่แสดงตัวตน ควรตรวจสอบรายการบล็อกและแอปป้องกันสแปม
อาจเปิดโหมดห้ามรบกวน ปิดเสียงหมายเลขที่ไม่รู้จัก ลดเสียงเรียกเข้าจนสุด หรือปิดการแจ้งเตือนของแอปโทรศัพท์
มือถือสองซิมหลายรุ่นใช้ระบบ Dual SIM Dual Standby เมื่อซิมหนึ่งกำลังโทร อีกซิมอาจไม่พร้อมรับสายชั่วคราว
ไม่จำเป็นเสมอไป แต่การรีสตาร์ตช่วยให้เครื่องลงทะเบียนการตั้งค่าใหม่กับเครือข่ายได้สมบูรณ์ขึ้น
โดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ แอป และไฟล์ส่วนตัว แต่จะลบรหัสผ่าน Wi-Fi อุปกรณ์ Bluetooth และค่าการเชื่อมต่อบางรายการ
มือถือรับสายไม่ได้แต่โทรออกได้ อาจเกิดจากโหมดห้ามรบกวน การบล็อกหมายเลข การโอนสาย การระงับสายเรียกเข้า VoLTE ผิดปกติ หรือข้อจำกัดของมือถือสองซิม
ควรเริ่มจากรีสตาร์ตเครื่อง ปิดโหมดห้ามรบกวน ตรวจสอบหมายเลขที่บล็อก ปิดการโอนสาย เปิดสายเรียกซ้อน และตรวจสอบ VoLTE จากนั้นทดลองให้หลายหมายเลขโทรเข้าเพื่อแยกว่าปัญหาเกิดกับบางเบอร์หรือทุกเบอร์
แนวทางของ comsiam คือควรทดลองซิมกับโทรศัพท์อีกเครื่องก่อนรีเซ็ตข้อมูลทั้งหมด หากซิมรับสายไม่ได้ในทุกเครื่อง ให้ติดต่อผู้ให้บริการ แต่หากรับสายได้ในเครื่องอื่น ควรตรวจสอบแอปโทรศัพท์ การแจ้งเตือน และการตั้งค่าของเครื่องเดิม
ไม่ควรรีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงานทันที เพราะปัญหาส่วนใหญ่มักเกิดจากการบล็อก การโอนสาย หรือการตั้งค่าเครือข่าย ซึ่งสามารถแก้ได้โดยไม่ลบข้อมูล โดย comsiam แนะนำให้รีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเครือข่ายเป็นขั้นตอนท้ายๆ ก่อนนำเครื่องเข้าศูนย์บริการ