Contact
Line : comsiam
Contact
Line : comsiam

มือถือรีสตาร์ทไม่ได้ กดปุ่มแล้วไม่มีภาพ ไม่มีเสียง และไม่สั่น อาจเกิดจากแบตเตอรี่หมดสนิท สายหรือหัวชาร์จเสีย ปุ่ม Power ไม่ทำงาน ระบบค้างรุนแรง หน้าจอเสีย หรือวงจรภายในมีปัญหา
ให้เริ่มจากตรวจว่าเครื่องร้อนหรือแบตเตอรี่บวมหรือไม่ จากนั้นชาร์จด้วยอุปกรณ์ที่ใช้งานได้แน่นอนประมาณ 30–60 นาที แล้วใช้ชุดปุ่มบังคับรีสตาร์ทที่ตรงกับรุ่น หากยังไม่มีการตอบสนอง ไม่ควรกดปุ่มซ้ำไม่หยุด แกะเครื่อง หรือ Factory Reset ควรตรวจหน้าจอ ปุ่ม และระบบจ่ายไฟเพิ่มเติม
ควรสังเกตว่าโทรศัพท์อยู่ในลักษณะใด
อาการแต่ละแบบชี้ไปยังสาเหตุแตกต่างกัน จึงไม่ควรสรุปว่าระบบเสียทันที
ก่อนเสียบชาร์จหรือกดปุ่มซ้ำ ให้ถอดเคสและตรวจสภาพเครื่องภายใต้แสงสว่าง
ให้หยุดใช้งานทันทีหากพบว่า
หากพบอาการเหล่านี้ ไม่ควรเสียบชาร์จหรือพยายามรีสตาร์ทต่อ ให้ขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่และนำเครื่องไปตรวจสอบอย่างปลอดภัย
หากสภาพภายนอกปกติ แบตเตอรี่อาจหมดจนเครื่องไม่มีไฟตอบสนองต่อชุดปุ่ม ให้เสียบชาร์จด้วยสายและหัวชาร์จที่ได้มาตรฐาน
ทำตามลำดับนี้
โทรศัพท์ที่แบตเตอรี่หมดลึกอาจไม่แสดงรูปแบตเตอรี่ทันที การกดเปิดซ้ำอาจใช้พลังงานที่เพิ่งสะสมจนหมดอีกครั้ง
หากชาร์จแล้วไม่มีการตอบสนอง ต้องตรวจว่าไฟเข้าตัวเครื่องจริงหรือไม่
ให้เปลี่ยนทีละส่วนดังนี้
ไม่ควรใช้พอร์ต USB ของคอมพิวเตอร์เป็นแหล่งชาร์จหลักในขั้นตอนแรก เพราะอาจจ่ายไฟต่ำกว่าหัวชาร์จ
หากเปลี่ยนชุดชาร์จแล้วเครื่องเริ่มตอบสนอง แสดงว่าปัญหาอาจอยู่ที่อุปกรณ์เดิม
ใช้ไฟส่องดูช่องชาร์จว่า
ห้ามใช้เข็ม ลวด หรือวัตถุโลหะแหย่ช่องชาร์จ เพราะอาจทำให้ขั้วต่อเสียหาย หากมีสิ่งสกปรกติดแน่นหรือช่องเสียรูป ควรให้ช่างทำความสะอาดและตรวจสอบ
วิธีกดแตกต่างกันตามยี่ห้อและรุ่น ให้เริ่มจากวิธีทั่วไปตามลำดับ
โทรศัพท์บางรุ่นใช้ Power พร้อมปุ่มเพิ่มเสียง หากสองวิธีแรกไม่ตรงกับรุ่น ควรตรวจชุดปุ่มของรุ่นนั้นก่อนลองเพิ่มเติม
หากเข้า Recovery Mode ให้เลือก Reboot System Now และหลีกเลี่ยง Wipe Data หรือ Factory Reset
กดปุ่มด้านข้างพร้อมปุ่มลดเสียงค้างไว้จนโลโก้ Apple ปรากฏ
กดปุ่มโฮมพร้อมปุ่มด้านข้างหรือปุ่มด้านบนค้างไว้จนโลโก้ Apple ปรากฏ
หากกดชุดปุ่มไม่ถูกลำดับ iPhone อาจไม่ตอบสนอง จึงควรลองใหม่อย่างช้าและถูกขั้นตอนหลังชาร์จแบตเตอรี่แล้ว
เคสอาจกดทับปุ่ม หรือปุ่ม Power อาจเสียจนชุดคำสั่งรีสตาร์ทไม่ทำงาน
หลังถอดเคส ให้ตรวจว่า
ไม่ควรใช้ของแหลมแคะปุ่มหรือหยอดน้ำยาเข้าไป หากปุ่มเสียจริงควรนำไปตรวจชุดปุ่มและสายแพ
ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องโทรเข้าหมายเลขที่มีปัญหา
โทรศัพท์อาจเปิดอยู่ แต่หน้าจอไม่แสดงภาพ ปัญหาจึงอาจอยู่ที่ชุดหน้าจอ ไม่ใช่การรีสตาร์ท
ระบบสื่อสารอาจยังทำงาน ควรตรวจหน้าจอ สายแพ และวงจรแสดงผล
เครื่องอาจไม่มีไฟ ระบบยังไม่เปิด หรือไม่มีสัญญาณ ต้องตรวจร่วมกับอาการชาร์จและการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์
ไม่ควรกดหน้าจอแบบสุ่มเพื่อรับสาย เพราะอาจป้อนรหัสหรือกดคำสั่งผิดโดยไม่เห็นภาพ
หลังชาร์จเครื่องเพียงพอแล้ว ลองเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ด้วยสายข้อมูลที่ใช้งานได้
หากคอมพิวเตอร์ตรวจพบโทรศัพท์ แต่หน้าจอไม่ขึ้น อาจหมายความว่า
โทรศัพท์ที่ล็อกอยู่อาจไม่อนุญาตให้เข้าถึงไฟล์จนกว่าจะปลดล็อกหน้าจอ การมองไม่เห็นข้อมูลจึงไม่ได้หมายความว่าข้อมูลหาย
อย่าเลือก Restore, Erase หรือ Factory Reset หากยังต้องการข้อมูล
หากโทรศัพท์รองรับการชาร์จไร้สายและไม่มีอาการบวม ร้อน โดนน้ำ หรือผิดรูป สามารถทดลองด้วยแท่นชาร์จที่ได้มาตรฐาน
หากชาร์จไร้สายได้แต่ชาร์จผ่านสายไม่ได้ ปัญหาอาจอยู่ที่ช่องชาร์จหรือขั้วต่อ
หากไม่ตอบสนองทั้งสองแบบ อาจต้องตรวจแบตเตอรี่ วงจรชาร์จ ปุ่ม Power หรือเมนบอร์ด
ไม่ควรทดลองชาร์จไร้สายกับเครื่องที่เพิ่งตกน้ำหรือร้อนผิดปกติ
โทรศัพท์อาจใช้เวลานานในการเปิดครั้งแรกหลังอัปเดต หากมีแถบความคืบหน้าหรือข้อความกำลังติดตั้ง ควรต่อชาร์จและรอ ไม่ควรบังคับรีสตาร์ทซ้ำหลายครั้ง
หากหน้าจอค้างเดิมเป็นเวลานานมากและไม่มีการเปลี่ยนแปลง ให้
สำหรับ iPhone ที่เข้า Recovery Mode ผ่านคอมพิวเตอร์ ควรเลือก Update ก่อน Restore หากต้องการรักษาข้อมูล
แรงกระแทกอาจทำให้
หากโทรเข้าติดหรือคอมพิวเตอร์ตรวจพบ แต่หน้าจอดำ ควรสงสัยชุดหน้าจอ หากไม่มีการตอบสนองใดเลย ควรตรวจแบตเตอรี่ ปุ่ม และวงจรไฟ
ไม่ควรบิด เคาะ หรือกดตัวเครื่องแรงเพื่อให้กลับมาทำงาน
หากโทรศัพท์ไม่ตอบสนองหลังโดนน้ำ ห้ามเสียบชาร์จหรือบังคับเปิดซ้ำ ให้ถอดเคสและอุปกรณ์เสริม เช็ดด้านนอก และวางในบริเวณที่แห้งและอากาศถ่ายเท
ไม่ควร
ควรนำไปตรวจสอบโดยเร็ว โดยเฉพาะหากเป็นน้ำทะเล น้ำหวาน หรือของเหลวที่ทิ้งคราบ
เมื่อโทรศัพท์กลับมาเปิดได้ ควรสำรองข้อมูลก่อนทดสอบใช้งานหนัก
ข้อมูลที่ควรสำรอง ได้แก่
จากนั้นจึงตรวจพื้นที่เก็บข้อมูล อัปเดตระบบและแอป และสังเกตว่าปุ่ม Power หรือแบตเตอรี่ยังผิดปกติหรือไม่
สาเหตุที่เป็นไปได้ ได้แก่
สายหรือหัวชาร์จอาจเสื่อม แม้ดูปกติจากภายนอก
ขั้วอาจสกปรก หลวม หรือเสีย ทำให้ไฟเข้าไม่ต่อเนื่อง
แบตเตอรี่อาจไม่สามารถรับหรือจ่ายไฟสำหรับเริ่มระบบได้
หากปุ่มไม่ส่งคำสั่ง ชุดปุ่มบังคับรีสตาร์ทจะไม่ทำงาน
เครื่องอาจเปิดอยู่แต่ไม่มีภาพ ต้องใช้การโทรเข้าและคอมพิวเตอร์ช่วยแยกอาการ
หากไม่มีการตอบสนองแม้ใช้อุปกรณ์ชาร์จที่ทำงานปกติ อาจต้องตรวจวงจรชาร์จ ระบบจ่ายไฟ หรือเมนบอร์ด
โดยทั่วไปไม่ลบข้อมูลส่วนตัว เพราะเป็นเพียงการเริ่มระบบใหม่ แต่ข้อมูลที่ยังไม่ได้บันทึกในแอปอาจสูญหาย
คำสั่งที่ควรหลีกเลี่ยงหากต้องการข้อมูล ได้แก่
หากเครื่องเข้าเมนูระบบโดยไม่ตั้งใจ ควรเลือก Reboot System Now หรือหยุดก่อนกดคำสั่งที่ไม่แน่ใจ
Factory Reset ไม่ควรเป็นขั้นตอนแรก เพราะไม่สามารถแก้สายชาร์จเสีย ปุ่ม Power เสีย หน้าจอเสีย แบตเตอรี่เสื่อม หรือวงจรไฟมีปัญหา
ควรตรวจตามลำดับนี้ก่อน
หากต้องรีเซ็ตจริงควรสำรองข้อมูลและตรวจบัญชีที่ต้องใช้หลังตั้งค่าเครื่องใหม่ก่อน
ควรนำเครื่องไปตรวจเมื่อพบว่า
ควรแจ้งช่างว่าทดลองสายและหัวชาร์จใดแล้ว ปุ่มใดไม่ตอบสนอง และเครื่องยังโทรเข้าหรือเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ได้หรือไม่
ชาร์จ 30–60 นาที เปลี่ยนสายและหัวชาร์จ จากนั้นลอง Power พร้อมลดเสียงตามวิธีของรุ่น หากยังเงียบควรตรวจปุ่ม แบตเตอรี่ และหน้าจอ
เครื่องอาจทำงานอยู่แต่หน้าจอเสียหรือระบบแสดงผลค้าง ให้โทรเข้าและเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เพื่อแยกอาการ
ไม่เหมือนกัน Android แต่ละรุ่นอาจใช้ปุ่มต่างกัน ส่วน iPhone ก็แบ่งวิธีตามรุ่น จึงควรเลือกขั้นตอนให้ตรงกับโทรศัพท์
ไม่จำเป็น ควรตรวจพลังงาน อุปกรณ์ชาร์จ ปุ่ม หน้าจอ และฮาร์ดแวร์ก่อน เพราะ Factory Reset ไม่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
ข้อมูลส่วนตัวโดยทั่วไปไม่หาย แต่อาจสูญเสียเฉพาะงานที่ยังไม่ได้บันทึกในแอปก่อนระบบค้าง
มือถือรีสตาร์ทไม่ได้และกดปุ่มแล้วไม่ตอบสนอง ควรเริ่มจากตรวจความร้อนและสภาพแบตเตอรี่ ชาร์จ 30–60 นาที เปลี่ยนอุปกรณ์ชาร์จ และใช้ชุดปุ่มที่ตรงกับรุ่น จากนั้นโทรเข้าและเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เพื่อแยกว่าเครื่องไม่มีไฟหรือหน้าจอไม่แสดงภาพ
ไม่ควรกดปุ่มแบบสุ่ม แกะเครื่อง หรือ Factory Reset แนวทางของ comsiam เน้นตรวจพลังงาน ปุ่ม และหน้าจอก่อนล้างข้อมูล สามารถติดตามคู่มือปัญหามือถือจาก comsiam เพื่อวิเคราะห์อาการเปิดและรีสตาร์ทไม่สำเร็จอย่างเป็นขั้นตอน