มือถือปิดเครื่องไม่ได้ หน้าจอไม่ตอบสนอง ต้องกดปุ่มไหน

มือถือปิดเครื่องไม่ได้และหน้าจอไม่ตอบสนอง ให้กดปุ่ม Power ค้างประมาณ 20–30 วินาที หากเป็น Android และยังไม่ทำงาน ให้ลองกด Power พร้อมปุ่มลดเสียงค้างประมาณ 10–20 วินาที ส่วน iPhone รุ่นใหม่ให้กดเพิ่มเสียงแล้วปล่อย กดลดเสียงแล้วปล่อย จากนั้นกดปุ่มด้านข้างค้างจนเห็นโลโก้ Apple

โทรศัพท์ส่วนใหญ่จะ “บังคับรีสตาร์ท” แทนการปิดค้าง เมื่อเครื่องกลับมาทำงานแล้วจึงใช้เมนู Power เพื่อปิดเครื่องตามปกติ การบังคับรีสตาร์ทโดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ แอป หรือข้อมูลส่วนตัว แต่อาจทำให้งานที่ยังไม่ได้บันทึกในแอปสูญหาย

ทำไมมือถือถึงปิดเครื่องไม่ได้

อาการปิดเครื่องไม่ได้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่

  • ระบบปฏิบัติการค้าง
  • แอปหยุดตอบสนอง
  • หน้าจอสัมผัสใช้งานไม่ได้
  • เครื่องร้อนและประมวลผลหนัก
  • RAM หรือพื้นที่เก็บข้อมูลไม่เพียงพอ
  • ปุ่ม Power เสียหรือค้าง
  • เคสกดทับปุ่ม
  • ระบบค้างหลังอัปเดต
  • อุปกรณ์ชาร์จทำให้ทัชสกรีนผิดปกติ
  • หน้าจอหรือฮาร์ดแวร์ได้รับความเสียหาย

ควรเริ่มจากรอสักครู่ แล้วใช้ชุดปุ่มที่ตรงกับรุ่น ไม่ควรกดปุ่มหลายชุดแบบสุ่ม

① รอประมาณ 1–2 นาที

หากโทรศัพท์ค้างขณะเปิดกล้อง บันทึกวิดีโอ อัปเดตแอป หรือเล่นเกม ระบบอาจกำลังประมวลผลหนักและกลับมาตอบสนองได้เอง

ระหว่างรอให้หยุดแตะหน้าจอและสังเกตว่า

  • ภาพบนหน้าจอเปลี่ยนหรือไม่
  • นาฬิกายังเดินหรือไม่
  • เสียงยังเล่นอยู่หรือไม่
  • เครื่องร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วหรือไม่
  • มีข้อความว่าแอปไม่ตอบสนองหรือไม่
  • ปุ่มเพิ่มหรือลดเสียงยังทำงานหรือไม่

ถ้าเครื่องกลับมาตอบสนอง ให้บันทึกงานและปิดแอปที่มีปัญหา ก่อนเลือกปิดหรือรีสตาร์ทตามปกติ

② ถอดสายชาร์จและอุปกรณ์เสริม

หากหน้าจอค้างระหว่างชาร์จ ให้ถอดสายชาร์จและอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อออกชั่วคราว เช่น

  • สายข้อมูล
  • หูฟังแบบใช้สาย
  • อะแดปเตอร์ USB
  • แฟลชไดรฟ์
  • อุปกรณ์เล่นเกม
  • เคสที่กดปุ่ม
  • อุปกรณ์เสริมที่ต่อกับพอร์ต

สายหรือหัวชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้ระบบสัมผัสผิดปกติหรือเครื่องร้อน หากถอดสายแล้วหน้าจอกลับมาใช้งานได้ ควรเปลี่ยนอุปกรณ์ชาร์จ

③ วิธีบังคับปิดหรือรีสตาร์ทมือถือ Android

โทรศัพท์ Android แต่ละยี่ห้ออาจใช้ชุดปุ่มต่างกัน ให้ลองจากวิธีพื้นฐานตามลำดับ

วิธีที่ 1: กดปุ่ม Power ค้าง

  1. กดปุ่ม Power ค้างประมาณ 20–30 วินาที
  2. อย่าปล่อยแม้เมนู Power จะปรากฏ หากหน้าจอยังแตะไม่ได้
  3. รอจนหน้าจอดับ เครื่องสั่น หรือโลโก้ปรากฏ
  4. ปล่อยปุ่มและรอเครื่องเริ่มระบบใหม่

วิธีที่ 2: กด Power พร้อมลดเสียง

หากกด Power อย่างเดียวไม่สำเร็จ ให้ลองดังนี้

  1. กดปุ่ม Power พร้อมปุ่มลดเสียง
  2. กดค้างประมาณ 10–20 วินาที
  3. รอจนหน้าจอดับ เครื่องสั่น หรือโลโก้ปรากฏ
  4. ปล่อยทั้งสองปุ่ม

บางรุ่นอาจใช้ Power พร้อมปุ่มเพิ่มเสียงแทน จึงควรใช้วิธีที่ตรงกับยี่ห้อและรุ่น

หากเข้าสู่ Recovery Mode ให้เลือก Reboot System Now หากต้องการเริ่มเครื่องใหม่ ห้ามเลือก Wipe Data หรือ Factory Reset หากยังต้องการข้อมูล

④ วิธีบังคับรีสตาร์ท iPhone รุ่นใหม่

สำหรับ iPhone 8, iPhone SE รุ่นที่ 2 หรือใหม่กว่า และ iPhone ที่ใช้ Face ID ให้ทำตามลำดับนี้

  1. กดปุ่มเพิ่มเสียงแล้วปล่อยทันที
  2. กดปุ่มลดเสียงแล้วปล่อยทันที
  3. กดปุ่มด้านข้างค้างไว้
  4. กดต่อจนโลโก้ Apple ปรากฏ
  5. ปล่อยปุ่มแล้วรอเครื่องเปิด

ต้องกดเพิ่มเสียงและลดเสียงอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงกดปุ่มด้านข้างค้าง หากปล่อยเร็วเกินไปเครื่องอาจไม่รีสตาร์ท

⑤ วิธีบังคับรีสตาร์ท iPhone รุ่นเก่า

iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

กดปุ่มด้านข้างพร้อมปุ่มลดเสียงค้างไว้จนโลโก้ Apple ปรากฏ

iPhone 6s, iPhone SE รุ่นแรก และรุ่นที่มีปุ่มโฮมแบบเดิม

กดปุ่มโฮมพร้อมปุ่มด้านข้างหรือปุ่มด้านบนค้างไว้จนโลโก้ Apple ปรากฏ

ชุดปุ่มเหล่านี้เป็นการบังคับรีสตาร์ท ไม่ใช่การ Factory Reset และไม่ควรทำให้ข้อมูลส่วนตัวถูกลบ

⑥ ทำไมกดแล้วเครื่องเปิดใหม่แทนที่จะปิดค้าง

มือถือสมัยใหม่หลายรุ่นออกแบบให้ชุดปุ่มฉุกเฉินบังคับระบบเริ่มใหม่ทันที ไม่ได้ปิดแล้วค้างอยู่ในสถานะดับ วิธีนี้ช่วยให้กลับมาควบคุมเครื่องได้เมื่อหน้าจอไม่ตอบสนอง

หากต้องการปิดเครื่องจริง ให้รอจนระบบเปิดเสร็จ แล้วใช้เมนูบนหน้าจอตามปกติ

ไม่ควรพยายามหยุดเครื่องระหว่างโลโก้กำลังปรากฏด้วยการกดปุ่มซ้ำ เพราะอาจทำให้เข้าสู่ Recovery Mode หรือโหมดอื่นโดยไม่ตั้งใจ

⑦ ปิดเครื่อง Android หลังระบบกลับมาทำงาน

เมื่อหน้าจอกลับมาตอบสนอง สามารถปิดเครื่องได้จากเมนู Power

ใช้ปุ่ม Power

กดปุ่ม Power ค้างตามปกติ แล้วแตะปิดเครื่อง

ใช้ไอคอน Power บนหน้าจอ

Android บางรุ่นมีไอคอน Power ในแผงการตั้งค่าด่วน

  1. ปัดหน้าจอลงจากด้านบน
  2. ปัดลงอีกครั้งเพื่อดูเมนูทั้งหมด
  3. แตะไอคอน Power
  4. เลือกปิดเครื่อง

ใช้ Accessibility Menu

หากปุ่ม Power เสีย ให้เปิดเมนูช่วยการเข้าถึงหรือ Assistant Menu แล้วเลือกคำสั่ง Power หากรุ่นนั้นรองรับ

ก่อนปิดเครื่องต้องแน่ใจว่าสามารถเปิดกลับมาได้ โดยเฉพาะเมื่อปุ่ม Power มีปัญหา

⑧ ปิด iPhone โดยไม่ใช้ปุ่ม

เมื่อหน้าจอกลับมาใช้งานได้ สามารถปิด iPhone ผ่านการตั้งค่า

ไปที่

การตั้งค่า > ทั่วไป > ปิดเครื่อง

จากนั้นลากแถบเลื่อนเพื่อปิด

หากปุ่มด้านข้างเสีย สามารถใช้ AssistiveTouch โดยไปที่

การตั้งค่า > การช่วยการเข้าถึง > สัมผัส > AssistiveTouch

เปิดปุ่มลอยเพื่อใช้ล็อกหน้าจอหรือรีสตาร์ทเครื่อง อย่างไรก็ตาม ก่อนปิดสนิทควรตรวจว่าสามารถเปิดกลับได้ด้วยการเสียบชาร์จหรือซ่อมปุ่มแล้ว

⑨ ถ้าหน้าจอเสียแต่เครื่องยังทำงาน ต้องทำอย่างไร

หากโทรเข้าได้ มีเสียง และเครื่องสั่น แต่หน้าจอดำหรือทัชสกรีนไม่ตอบสนอง ปัญหาอาจอยู่ที่ชุดหน้าจอ ไม่ใช่ระบบค้าง

ให้ตรวจว่า

  • โทรเข้าติดหรือไม่
  • มีเสียงเมื่อเสียบชาร์จหรือไม่
  • ปุ่มระดับเสียงยังตอบสนองหรือไม่
  • คอมพิวเตอร์ตรวจพบโทรศัพท์หรือไม่
  • อาการเกิดหลังเครื่องตกหรือไม่
  • หน้าจอเคยมีเส้นหรือกะพริบหรือไม่

ไม่ควรแตะหน้าจอแบบสุ่มหรือ Factory Reset ควรนำไปตรวจหน้าจอและแจ้งว่าต้องการรักษาข้อมูล

⑩ ถ้าปุ่ม Power เสียและหน้าจอค้าง

เมื่อทั้งหน้าจอและปุ่ม Power ใช้งานไม่ได้ ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่สามารถบังคับปิดเครื่องได้อย่างปลอดภัย

ควรทำดังนี้

  • ถอดเคสที่กดทับปุ่ม
  • ถอดสายชาร์จ
  • วางเครื่องในบริเวณที่อากาศถ่ายเท
  • หลีกเลี่ยงการกดปุ่มแรง
  • ไม่ใช้ของแหลมแคะปุ่ม
  • ไม่แกะเครื่อง
  • นำไปตรวจชุดปุ่มและหน้าจอ

หากเครื่องร้อนจัด ผิดรูป หรือมีกลิ่นผิดปกติ ให้หยุดจับและขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่หรือช่างที่มีความรู้

⑪ หากเครื่องร้อนมาก ควรทำอย่างไร

หากมือถือค้างและร้อน ให้ถอดสายชาร์จ ถอดเคส และวางในบริเวณที่อากาศถ่ายเท จากนั้นรอให้อุณหภูมิลดลงตามธรรมชาติ

ไม่ควรใช้

  • ตู้เย็น
  • น้ำ
  • ไดร์เป่าผม
  • เครื่องปรับอากาศจ่อใกล้มาก
  • น้ำแข็งหรือวัสดุเปียก
  • การวางกลางแดด

เมื่อเครื่องกลับสู่อุณหภูมิปกติแล้ว จึงลองบังคับรีสตาร์ทอีกครั้ง

⑫ หากโทรศัพท์เพิ่งตกน้ำ ห้ามเสียบชาร์จ

หากหน้าจอไม่ตอบสนองหลังโดนน้ำ ไม่ควรเสียบชาร์จหรือกดเปิดซ้ำ หากเครื่องยังเปิดและสามารถปิดตามปกติได้ ให้ปิดเพียงครั้งเดียว

ถ้าหน้าจอค้างและไม่สามารถปิดได้ ไม่ควรทดลองกดปุ่มหลายชุดซ้ำ ๆ ให้ถอดอุปกรณ์ภายนอก เช็ดด้านนอก และนำเครื่องไปตรวจสอบ

ไม่ควรใช้ข้าวสาร ความร้อน หรือลมแรงกับโทรศัพท์ที่เปียก

⑬ หลังเปิดได้ ให้หาสาเหตุที่ทำให้เครื่องค้าง

การบังคับรีสตาร์ทช่วยให้กลับมาใช้เครื่องได้ แต่ไม่ได้แก้ต้นเหตุทั้งหมด หลังเปิดได้ควรตรวจดังนี้

  • พื้นที่เก็บข้อมูลเหลือเท่าไร
  • แอปใดกำลังทำงานก่อนค้าง
  • เครื่องร้อนหรือไม่
  • อาการเกิดระหว่างชาร์จหรือไม่
  • มีการอัปเดตล่าสุดหรือไม่
  • แอปและระบบเป็นรุ่นปัจจุบันหรือไม่
  • แบตเตอรี่ลดผิดปกติหรือไม่
  • เครื่องเคยตกหรือโดนน้ำหรือไม่

ควรสำรองข้อมูลทันทีหากเครื่องค้างมากกว่าหนึ่งครั้ง

⑭ ตรวจพื้นที่เก็บข้อมูลและแอป

หากพื้นที่ใกล้เต็ม ระบบอาจไม่มีพื้นที่สร้างไฟล์ชั่วคราวจนค้างและปิดไม่ได้

หลังกลับเข้าเครื่อง ให้พิจารณาลบหรือย้าย

  • ไฟล์ดาวน์โหลดเก่า
  • วิดีโอที่สำรองแล้ว
  • แอปที่ไม่ได้ใช้งาน
  • ไฟล์ซ้ำ
  • ข้อมูลออฟไลน์ที่ดาวน์โหลดใหม่ได้
  • ไฟล์ติดตั้งที่ไม่จำเป็น

หากค้างเฉพาะตอนเปิดแอปหนึ่ง ให้ปิด อัปเดต หรือติดตั้งแอปนั้นใหม่หลังสำรองข้อมูลภายในแอปแล้ว

บังคับปิดเครื่องทำให้ข้อมูลหายหรือไม่

การบังคับรีสตาร์ทโดยทั่วไปไม่ลบรูปภาพ วิดีโอ รายชื่อ หรือแอป แต่ข้อมูลที่ยังไม่ถูกบันทึกอาจหาย เช่น

  • ข้อความที่ยังไม่ได้ส่ง
  • เอกสารที่กำลังแก้ไข
  • วิดีโอที่กำลังบันทึก
  • เกมที่ยังไม่บันทึกความคืบหน้า
  • การดาวน์โหลดที่ยังไม่เสร็จ

คำสั่งที่ลบข้อมูลทั้งเครื่องคือ Factory Reset, Wipe Data, Restore หรือ Erase ไม่ใช่การบังคับรีสตาร์ท

กดปุ่มแล้วเข้า Recovery Mode ต้องทำอย่างไร

หาก Android เข้า Recovery Mode หลังลองชุดปุ่ม ให้มองหาคำสั่ง Reboot System Now ซึ่งโดยทั่วไปเป็นการเริ่มระบบใหม่โดยไม่ลบข้อมูล

ห้ามเลือกคำสั่งต่อไปนี้หากยังต้องการข้อมูล

  • Wipe Data
  • Factory Reset
  • Erase All Data
  • Format Data

หากไม่แน่ใจว่าเมนูใดปลอดภัย ควรหยุดและขอให้ผู้มีความรู้ช่วยตรวจสอบ ไม่ควรกดเลือกแบบสุ่ม

มือถือปิดไม่ได้แต่ใช้งานได้ตามปกติ เกิดจากอะไร

ถ้าหน้าจอใช้งานได้ แต่กดปุ่ม Power แล้วไม่มีเมนู อาจเกิดจาก

  • ปุ่ม Power เสีย
  • ตั้งค่าปุ่มให้เรียกผู้ช่วยเสียง
  • เคสกดหรือบังปุ่ม
  • ระบบเปลี่ยนวิธีเรียกเมนู Power
  • ต้องกด Power พร้อมปุ่มระดับเสียง
  • แอปหรือระบบรบกวนเมนู

สามารถใช้ไอคอน Power ในแผงตั้งค่าด่วน หรือปิดผ่านการตั้งค่าแทนได้

จำเป็นต้อง Factory Reset หรือไม่

ไม่จำเป็นต้อง Factory Reset เพียงเพราะมือถือค้างและปิดไม่ได้ ควรลองตามลำดับนี้ก่อน

  1. รอให้ระบบตอบสนอง
  2. ถอดอุปกรณ์เสริม
  3. บังคับรีสตาร์ท
  4. ตรวจพื้นที่เก็บข้อมูล
  5. อัปเดตระบบและแอป
  6. ถอนแอปที่ทำให้ค้าง
  7. ตรวจอุณหภูมิและแบตเตอรี่
  8. สำรองข้อมูล

Factory Reset ควรเป็นทางเลือกท้าย ๆ หลังสำรองข้อมูลและตรวจแล้วว่าไม่ใช่ปัญหาฮาร์ดแวร์

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • ไม่กดหน้าจอรัว ๆ
  • ไม่กดปุ่มหลายชุดแบบสุ่ม
  • ไม่ใช้ของแหลมแคะปุ่ม
  • ไม่แกะโทรศัพท์หรือถอดแบตเตอรี่เอง
  • ไม่เลือก Wipe Data
  • ไม่รีบ Factory Reset
  • ไม่ชาร์จต่อเมื่อเครื่องร้อนจัด
  • ไม่ใช้ความร้อนหรือความเย็นเร่ง

เมื่อใดควรนำมือถือไปตรวจสอบ

ควรนำเครื่องไปตรวจเมื่อพบว่า

  • บังคับรีสตาร์ทแล้วไม่ตอบสนอง
  • ปุ่ม Power จมหรือกดไม่ได้
  • หน้าจอสัมผัสเสียหลังเครื่องตก
  • เครื่องค้างซ้ำหลายครั้ง
  • เครื่องร้อนผิดปกติ
  • แบตเตอรี่บวมหรือฝาหลังเผยอ
  • เครื่องโดนน้ำ
  • ค้างแม้เพิ่งรีเซ็ตหรืออัปเดต
  • เปิดได้เฉพาะตอนเสียบชาร์จ
  • มีข้อมูลสำคัญที่ยังไม่ได้สำรอง

ควรแจ้งว่าเครื่องค้างในแอปใด ปุ่มใดใช้งานไม่ได้ และเกิดหลังอัปเดต ตก หรือโดนน้ำหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

Android ปิดเครื่องไม่ได้ต้องกดอะไร

ให้เริ่มจากกด Power ค้าง 20–30 วินาที หากไม่สำเร็จให้ลอง Power พร้อมลดเสียงค้างประมาณ 10–20 วินาที โดยวิธีอาจต่างกันตามรุ่น

iPhone หน้าจอค้างต้องกดปุ่มไหน

iPhone รุ่นใหม่ให้กดเพิ่มเสียงแล้วปล่อย กดลดเสียงแล้วปล่อย จากนั้นกดปุ่มด้านข้างค้างจนโลโก้ Apple ปรากฏ

ทำไมกดแล้วเครื่องรีสตาร์ทแทนที่จะปิด

ชุดปุ่มฉุกเฉินของโทรศัพท์ส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้บังคับรีสตาร์ท เมื่อกลับเข้าเครื่องแล้วจึงใช้เมนู Power เพื่อปิดตามปกติ

บังคับรีสตาร์ทแล้วข้อมูลหายหรือไม่

ข้อมูลส่วนตัวโดยทั่วไปไม่หาย แต่อาจสูญเสียงานที่ยังไม่ได้บันทึกในแอปที่ค้างอยู่

กดแล้วเข้า Recovery Mode ควรเลือกอะไร

ให้เลือก Reboot System Now หากมีและต้องการเริ่มเครื่องโดยไม่ลบข้อมูล ห้ามเลือก Wipe Data หรือ Factory Reset

สรุป

มือถือปิดเครื่องไม่ได้และหน้าจอไม่ตอบสนอง ควรเริ่มจากกด Power ค้าง หรือ Power พร้อมลดเสียงบน Android ส่วน iPhone ให้ใช้ชุดปุ่มบังคับรีสตาร์ทตามรุ่น เมื่อระบบกลับมาตอบสนองแล้วจึงใช้เมนู Power เพื่อปิดเครื่องจริง

ไม่ควรกดปุ่มแบบสุ่มหรือเลือก Wipe Data แนวทางของ comsiam เน้นบังคับรีสตาร์ทโดยรักษาข้อมูลก่อน แล้วตรวจแอป พื้นที่เก็บข้อมูล อุณหภูมิ และฮาร์ดแวร์ สามารถติดตามคู่มือแก้ปัญหามือถือจาก comsiam เพื่อแก้อาการค้างและปิดเครื่องไม่ได้อย่างถูกลำดับ