Alight Motion Export ไม่ได้ แก้อย่างไร? วิธีแก้ค้าง เด้ง และ Export เกิน 100%

Alight Motion Export ไม่ได้ Export ค้าง แอปเด้ง หรือแถบความคืบหน้าเกิน 100% มักเกิดจาก RAM ไม่เพียงพอ โปรเจกต์มีความละเอียดสูงเกินไป ใช้เอฟเฟกต์หนักหลายชั้น มีไฟล์ต้นฉบับเสีย หรือเลือกการตั้งค่า Export สูงกว่าที่โทรศัพท์สามารถประมวลผลได้

วิธีแก้ที่ควรลองก่อนคือรีสตาร์ตโทรศัพท์ ปิดแอปอื่นทั้งหมด อัปเดต Alight Motion แล้ว Export จากหน้ารายการโปรเจกต์ หากยังไม่สำเร็จให้ลด Resolution, Frame Rate และ Quality ก่อนตรวจสอบ Layer ที่ทำให้เกิดปัญหา

ข้อควรระวังสำคัญคืออย่าถอนการติดตั้งหรือล้างข้อมูล Alight Motion ก่อนสำรองโปรเจกต์ เพราะโปรเจกต์และองค์ประกอบที่เก็บอยู่ภายในเครื่องอาจถูกลบถาวร

วิธีแก้ Alight Motion Export ไม่ได้แบบรวดเร็ว

ให้ทดลองตามลำดับจากวิธีที่ปลอดภัยและง่ายที่สุด

  1. บันทึกงานและออกจากโปรเจกต์
  2. ปิดแอปอื่นที่ทำงานอยู่ทั้งหมด
  3. ปิดโปรแกรมอัดหน้าจอและเครื่องเล่นวิดีโอ
  4. รีสตาร์ตโทรศัพท์
  5. ตรวจสอบพื้นที่เก็บข้อมูลให้เพียงพอ
  6. อัปเดต Alight Motion จากร้านค้าแอปทางการ
  7. Export จากหน้ารายการโปรเจกต์
  8. ลดความละเอียดจาก 4K หรือ 2K เป็น 1080p
  9. ลดจาก 60 FPS เป็น 30 FPS
  10. ลดแถบ Quality หรือ Bitrate
  11. เปลี่ยน Codec ระหว่าง H.264 กับ H.265 หากมี
  12. ทำสำเนาโปรเจกต์แล้วตรวจหา Layer ที่เสีย
  13. ลดเอฟเฟกต์ Blur, Glow และ Shadow
  14. Export เป็นช่วงสั้นหรือแยกโปรเจกต์เป็นหลายส่วน

หลังทำแต่ละข้อให้ทดลอง Export ใหม่ เพื่อให้ทราบว่าวิธีใดแก้ปัญหาได้จริง

สาเหตุที่ Alight Motion Export ไม่ได้

RAM ของเครื่องไม่เพียงพอ

ระหว่าง Export แอปต้องประมวลผลวิดีโอ รูปภาพ เสียง ตัวหนังสือ เอฟเฟกต์ และ Layer พร้อมกัน หากโปรเจกต์ต้องใช้หน่วยความจำมากกว่า RAM ที่เครื่องมี แอปอาจค้าง เด้ง หรือแสดงข้อผิดพลาด Insufficient RAM

แม้โทรศัพท์จะมีพื้นที่เก็บข้อมูลว่างมาก แต่ยัง Export ไม่ได้ เพราะ RAM กับพื้นที่เก็บข้อมูลเป็นคนละส่วนกัน

โปรเจกต์มีความละเอียดสูงเกินไป

โปรเจกต์ 2K หรือ 4K ต้องใช้ทรัพยากรมากกว่า 1080p อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อใช้ 60 FPS และเอฟเฟกต์หลายชั้นพร้อมกัน

Alight Motion แนะนำให้หลีกเลี่ยงความละเอียดสูงกว่า 1080p หากไม่ได้จำเป็นกับงานจริง

ใช้เอฟเฟกต์หนักหลาย Layer

เอฟเฟกต์ที่อาจใช้ทรัพยากรมาก ได้แก่

  • Blur หลายรูปแบบ
  • Glow และ Inner Glow
  • Shadow ขนาดใหญ่
  • Long Shadow
  • Radial Shadow
  • Glass
  • Smooth Bevel
  • Matte Choker
  • Motion Blur
  • Contour Gradient
  • Contour Lines

การใช้เอฟเฟกต์หนึ่งรายการอาจไม่มีปัญหา แต่หากใช้พร้อมกันในหลาย Layer อาจทำให้ RAM ไม่เพียงพอในบางช่วงของ Timeline

มีวิดีโอหรือเสียงหลายชั้นพร้อมกัน

โทรศัพท์แต่ละรุ่นมีขีดจำกัดในการถอดรหัสวิดีโอและเสียงพร้อมกัน แม้ Alight Motion จะไม่ได้กำหนดจำนวน Layer ตายตัว แต่อุปกรณ์อาจไม่สามารถประมวลผลสื่อหลายไฟล์ในเวลาเดียวกันได้

ไฟล์ต้นฉบับเสียหรือไม่รองรับ

วิดีโอ รูปภาพ เสียง หรือฟอนต์บางไฟล์อาจเสีย ดาวน์โหลดไม่ครบ หรือใช้รูปแบบที่ Alight Motion ประมวลผลไม่ได้ ส่งผลให้ Export หยุดตรงตำแหน่งเดิมทุกครั้ง

พื้นที่เก็บข้อมูลไม่เพียงพอ

การ Export ต้องมีพื้นที่สำหรับสร้างไฟล์ชั่วคราวและไฟล์วิดีโอปลายทาง หากพื้นที่ใกล้เต็ม การ Export อาจล้มเหลวแม้ไฟล์ปลายทางมีขนาดไม่ใหญ่มาก

ควรเหลือพื้นที่ว่างมากกว่าขนาดไฟล์ที่คาดว่าจะได้หลายเท่า เพื่อให้ระบบและแอปมีพื้นที่ทำงาน

ห้ามถอนการติดตั้งก่อนสำรองโปรเจกต์

การถอนการติดตั้งหรือล้างข้อมูล Alight Motion อาจลบโปรเจกต์ องค์ประกอบ และไฟล์ภายในแอปอย่างถาวร การเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีเดิมไม่ได้หมายความว่าโปรเจกต์ทั้งหมดจะกลับมาอัตโนมัติ

ก่อนดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการลบแอป ให้สำรองด้วย Project Package

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. เปิดโปรเจกต์
  2. แตะปุ่ม Export
  3. เลือก Project Package
  4. เริ่ม Export
  5. รอให้อัปโหลดสำเร็จ
  6. เก็บ Alight Link และ QR Code ไว้ในที่ปลอดภัย
  7. ทดลองเปิดลิงก์เพื่อยืนยันว่าสามารถเข้าถึงได้

ควรสำรองลิงก์และ QR Code มากกว่าหนึ่งแห่ง เพราะหากสูญหาย อาจไม่สามารถกู้โปรเจกต์กลับมาได้

วิธี Export จากหน้ารายการโปรเจกต์

Alight Motion แนะนำให้ Export จากหน้ารายการโปรเจกต์ เพราะใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการเปิดโปรเจกต์ค้างไว้แล้ว Export

ทำตามขั้นตอนนี้

  1. เปิด Alight Motion
  2. เข้าแท็บรายการโปรเจกต์
  3. แตะค้างที่ภาพตัวอย่างของโปรเจกต์
  4. เลือก Export ที่มุมล่าง
  5. แตะลูกศรข้างตัวเลือก Video
  6. ปรับ Resolution, Frame Rate และ Quality
  7. ทดลอง Export ใหม่

หาก Export จาก Timeline ไม่ผ่าน แต่ Export จากรายการโปรเจกต์ผ่าน แสดงว่าปัญหาน่าจะเกี่ยวกับทรัพยากรของเครื่อง

ตั้งค่า Export ให้ผ่านบนโทรศัพท์สเปกไม่สูง

ให้เริ่มทดสอบด้วยค่าที่ไม่หนักเกินไป

  • Resolution: 720p
  • Frame Rate: 30 FPS
  • Quality: Medium
  • Codec: H.264
  • Audio: AAC

หาก Export ผ่านแล้วและต้องการคุณภาพสูงขึ้น ให้เพิ่มค่าทีละรายการ เช่น เปลี่ยน 720p เป็น 1080p โดยยังคง 30 FPS ก่อน

ไม่ควรเพิ่ม Resolution, Frame Rate และ Quality พร้อมกัน เพราะจะไม่ทราบว่าค่าใดทำให้แอป Export ไม่ผ่าน

ตั้งค่า Export 1080p ที่เหมาะกับงานทั่วไป

หลังแก้ปัญหาและยืนยันว่าโปรเจกต์ Export ได้ สามารถใช้ค่าต่อไปนี้

  • Resolution: 1080p
  • Frame Rate: 30 FPS หรือตรงกับต้นฉบับ
  • Codec: H.264
  • Quality: High
  • Format: MP4
  • Audio: AAC

หากโปรเจกต์มีเอฟเฟกต์จำนวนมากหรือโทรศัพท์ RAM ไม่สูง ให้ใช้ 30 FPS ก่อน ส่วน 60 FPS เหมาะเมื่อไฟล์ต้นฉบับเป็น 60 FPS และอุปกรณ์สามารถประมวลผลได้จริง

Alight Motion Export ค้างที่เปอร์เซ็นต์เดิม

หาก Export ค้างหรือเด้งที่เปอร์เซ็นต์เดิมทุกครั้ง มีโอกาสสูงว่ามี Layer หรือเอฟเฟกต์ผิดปกติอยู่ในตำแหน่งนั้น

วิธีตรวจสอบคือ

  1. จดเปอร์เซ็นต์ที่ Export หยุด
  2. ประมาณตำแหน่งเวลาใน Timeline
  3. เปิดสำเนาของโปรเจกต์
  4. ไปยังช่วงเวลาดังกล่าว
  5. ตรวจสอบวิดีโอ เสียง รูป ฟอนต์ และเอฟเฟกต์
  6. ปิดการมองเห็น Layer ทีละรายการ
  7. ทดลอง Export ใหม่
  8. หาก Export ผ่าน ให้สร้าง Layer ที่มีปัญหาใหม่

ตัวอย่างเช่น วิดีโอยาว 60 วินาทีและ Export หยุดที่ประมาณ 50% ควรเริ่มตรวจสอบบริเวณใกล้วินาทีที่ 30

การคำนวณนี้เป็นเพียงแนวทาง เพราะขั้นตอนบางส่วนอาจใช้เวลาประมวลผลไม่เท่ากัน

Alight Motion Export เกิน 100% แก้อย่างไร

หากแถบ Export เกิน 100% แล้วยังไม่เสร็จ ให้ตรวจหาไฟล์หรือ Layer ที่เสียตามแนวทางนี้

  1. ทำสำเนาโปรเจกต์ก่อน
  2. เปิดโปรเจกต์ที่ทำสำเนา
  3. ลบวิดีโอหรือเสียงออกหนึ่ง Layer
  4. จดชื่อ Layer ที่ลบ
  5. ตั้ง Resolution เป็น 180p
  6. เลือก Frame Rate ต่ำ
  7. ลด Quality ลงต่ำ
  8. ทดลอง Export
  9. หากยังไม่ผ่าน ให้ย้อนกลับและทดลองกับ Layer อื่น
  10. ทำซ้ำจนพบ Layer ที่ทำให้ Export ผ่านเมื่อนำออก

เมื่อพบต้นเหตุแล้ว ให้ทำสำเนาจากโปรเจกต์ต้นฉบับอีกครั้ง ลบหรือสร้าง Layer ที่มีปัญหาใหม่ แล้วจึง Export ด้วยคุณภาพที่ต้องการ

ไม่ควรแก้ไขโปรเจกต์ต้นฉบับโดยตรง เพราะอาจลบ Layer ผิดและกู้กลับได้ยาก

Error 1285 Insufficient RAM แก้อย่างไร

ข้อผิดพลาด 1285 หมายถึงช่วงใดช่วงหนึ่งของ Timeline ต้องใช้ RAM มากกว่าที่อุปกรณ์มีอยู่

วิธีแก้คือ

  1. อัปเดต Alight Motion
  2. รีสตาร์ตโทรศัพท์
  3. ปิดแอปอื่นทั้งหมด
  4. Export จากรายการโปรเจกต์
  5. ลด Resolution
  6. ลด Frame Rate
  7. ลด Quality
  8. ดู Timecode ที่แสดงหลังเครื่องหมาย @
  9. ไปยังตำแหน่งดังกล่าวใน Timeline
  10. ลดจำนวนวิดีโอและเอฟเฟกต์ที่ทำงานพร้อมกัน
  11. ลด Blur, Glow และเอฟเฟกต์ขอบ
  12. แยกช่วงที่หนักออกเป็นวิดีโอสำเร็จรูป

หากช่วงหนึ่งมีเอฟเฟกต์จำนวนมาก สามารถ Export เฉพาะช่วงนั้นเป็นวิดีโอ แล้วนำวิดีโอที่ได้กลับมาใช้แทน Layer จำนวนมาก วิธีนี้ช่วยลดภาระตอน Export รอบสุดท้าย แต่ควรเก็บโปรเจกต์ต้นฉบับไว้เผื่อแก้ไข

Error 1037 Codec Init Failed แก้อย่างไร

ข้อผิดพลาด 1037 มักเกิดเมื่ออุปกรณ์ไม่สามารถเริ่มประมวลผล Video Layer ได้ เช่น มีวิดีโอหลายชั้นพร้อมกัน หรือมีแอปอื่นกำลังใช้ทรัพยากรสำหรับวิดีโอ

แนวทางแก้คือ

  • รีสตาร์ตโทรศัพท์
  • ปิดโปรแกรมอัดหน้าจอ
  • ปิดเครื่องเล่นวิดีโอ
  • Export จากรายการโปรเจกต์
  • ตรวจสอบ Timecode ในข้อความ Error
  • ลดจำนวน Video Layer ในตำแหน่งดังกล่าว
  • ปิดหรือลบ Layer ที่ไม่จำเป็น
  • แปลงไฟล์ต้นฉบับให้อยู่ในรูปแบบมาตรฐาน
  • ทดลอง Export ด้วย H.264

หาก Layer ซ้อนกันแต่ถูก Layer ด้านบนปิดบังอยู่ ไฟล์ด้านล่างอาจยังใช้ทรัพยากรระหว่างประมวลผล จึงควรนำ Layer ที่ไม่ใช้จริงออกจากโปรเจกต์ทดสอบ

Failed Starting Asset Reader แก้อย่างไร

ข้อความ Failed Starting Asset Reader มักเกี่ยวข้องกับไฟล์สื่อที่ไม่รองรับ ไฟล์เสีย ไฟล์หนักเกินไป หรืออุปกรณ์มี RAM ไม่พอ

ให้ทำตามขั้นตอนนี้

  1. รีสตาร์ตอุปกรณ์
  2. Export จากรายการโปรเจกต์
  3. ลด Resolution, Frame Rate และ Quality
  4. ทำสำเนาโปรเจกต์
  5. ปิด Layer สื่อทีละรายการ
  6. ทดลอง Export หลังปิดแต่ละ Layer
  7. เมื่อพบไฟล์ที่มีปัญหา ให้นำไฟล์ต้นฉบับเข้ามาใหม่
  8. หากยังไม่ได้ ให้แปลงไฟล์เป็น MP4 แบบ H.264 ก่อนนำเข้า

ควรหลีกเลี่ยงไฟล์วิดีโอที่ดาวน์โหลดไม่สมบูรณ์ หรือไฟล์ที่เปลี่ยนนามสกุลโดยไม่ได้แปลง Codec จริง

AVFoundationError บน iPhone และ iPad

หากพบ AVFoundationError ให้ทดลองดังนี้

  1. อัปเดต Alight Motion จาก App Store
  2. รีสตาร์ต iPhone หรือ iPad
  3. ปิดแอปอื่น โดยเฉพาะเครื่องเล่นวิดีโอและโปรแกรมอัดหน้าจอ
  4. Export จากหน้ารายการโปรเจกต์
  5. ลด Resolution, Frame Rate และ Quality
  6. เปลี่ยน Codec จาก H.264 เป็น H.265
  7. หากยังไม่ได้ ให้เปลี่ยนจาก H.265 กลับเป็น H.264
  8. ตรวจสอบพื้นที่ว่างของเครื่อง

Codec ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และไฟล์ในโปรเจกต์ หากตัวเลือกหนึ่งไม่ผ่าน การสลับ Codec อาจช่วยได้

ลดเอฟเฟกต์หนักโดยไม่ทำให้งานเสีย

หากโปรเจกต์มีเอฟเฟกต์จำนวนมาก ให้ลดภาระด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ลดค่า Radius ของ Blur
  • ลดขนาด Shadow
  • ใช้ Glow เฉพาะ Layer สำคัญ
  • หลีกเลี่ยง Motion Blur หลายชั้น
  • ใช้ Stroke แทน Border ในกรณีที่ให้ผลใกล้เคียงกัน
  • รวมองค์ประกอบที่เสร็จแล้วเป็นวิดีโอหนึ่งชั้น
  • ลบ Layer ที่ซ่อนและไม่ใช้งาน
  • ลดความละเอียดของภาพต้นฉบับที่ใหญ่เกินความจำเป็น
  • แยกฉากที่มีเอฟเฟกต์หนักออกจากโปรเจกต์หลัก

ควรทำทุกอย่างบนสำเนาโปรเจกต์ เพื่อรักษาเวอร์ชันต้นฉบับที่ยังแก้ไขได้

Export แบบแบ่งช่วงเมื่อโปรเจกต์ยาวหรือหนัก

หากโปรเจกต์ Export ไม่ผ่านทั้งงาน สามารถแบ่งออกเป็นหลายช่วง

  1. ทำสำเนาโปรเจกต์ตามจำนวนช่วง
  2. ในสำเนาแรกเก็บเฉพาะช่วงต้น
  3. ในสำเนาที่สองเก็บช่วงถัดไป
  4. Export แต่ละช่วงด้วยการตั้งค่าเดียวกัน
  5. สร้างโปรเจกต์ใหม่
  6. นำวิดีโอแต่ละช่วงมาต่อกัน
  7. Export รอบสุดท้ายโดยไม่ใส่เอฟเฟกต์เพิ่ม

ควรใช้ Resolution, Frame Rate และระบบสีเดียวกันทุกช่วง เพื่อป้องกันภาพกระตุก ขนาดไม่ตรง หรือสีเปลี่ยนบริเวณรอยต่อ

ล้าง Cache ช่วยแก้ Export ไม่ได้หรือไม่

การล้าง Cache อาจช่วยเมื่อไฟล์ชั่วคราวผิดปกติหรือแอปทำงานไม่เสถียร แต่ต้องแยกให้ออกจากการล้างข้อมูลแอป

  • ล้าง Cache: โดยทั่วไปลบไฟล์ชั่วคราว
  • ล้างข้อมูลแอป: อาจลบโปรเจกต์และการตั้งค่า
  • ถอนการติดตั้ง: อาจลบโปรเจกต์ภายในเครื่อง

ชื่อเมนูและผลลัพธ์อาจต่างกันตามอุปกรณ์ ก่อนกดล้างข้อมูลหรือถอนการติดตั้งต้องสำรอง Project Package ให้เรียบร้อย

อัปเดตแอปแล้วโปรเจกต์จะหายหรือไม่

การอัปเดตตามปกติจากร้านค้าแอปไม่ควรมีจุดประสงค์เพื่อลบโปรเจกต์ แต่ข้อมูลภายในเครื่องอาจมีความเสี่ยงได้จากข้อผิดพลาด พื้นที่เต็ม หรือกระบวนการอัปเดตที่ไม่สมบูรณ์

โปรเจกต์สำคัญควรสำรองเป็น Project Package ก่อนอัปเดตระบบหรือแอปเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

Alight Motion Export ค้างที่ 99% ต้องรอนานแค่ไหน

หากเปอร์เซ็นต์ยังเคลื่อนหรือโทรศัพท์ยังประมวลผลอยู่ สามารถรอต่อได้ แต่หากหยุดตำแหน่งเดิมเป็นเวลานานทุกครั้ง ควรตรวจสอบ Layer ใกล้ส่วนท้ายของ Timeline และลดการตั้งค่า Export

ทำไม Export 720p ได้ แต่ 1080p ไม่ได้

1080p ต้องประมวลผลจำนวนพิกเซลมากกว่า จึงใช้ RAM และทรัพยากรมากกว่า หาก 720p ผ่านแต่ 1080p ไม่ผ่าน แสดงว่าโปรเจกต์อาจอยู่ใกล้ขีดจำกัดของอุปกรณ์

ทำไม Export 30 FPS ได้ แต่ 60 FPS ไม่ได้

60 FPS มีจำนวนเฟรมที่ต้องประมวลผลมากกว่า 30 FPS เกือบสองเท่า จึงใช้เวลา RAM และพื้นที่มากขึ้น ควรใช้ 60 FPS เมื่อต้นฉบับและลักษณะงานต้องการจริง

Alight Motion Export ไม่มีเสียงแก้อย่างไร

ตรวจสอบว่า Audio Layer ไม่ถูกปิด ระดับเสียงไม่เป็นศูนย์ และไฟล์เสียงยังอยู่ในเครื่อง หากใช้ Audio Resampling ระดับต่ำระหว่างตัดต่อ ให้ปรับกลับเป็น High หรือ Ultra ก่อน Export ตามความเหมาะสม

เปลี่ยน H.264 เป็น H.265 ช่วยได้หรือไม่

อาจช่วยในบางอุปกรณ์และบางข้อผิดพลาด แต่ H.265 ไม่ได้รองรับได้ดีกว่าทุกเครื่อง หาก H.265 ไม่ผ่าน ให้กลับมาใช้ H.264 ซึ่งมีความเข้ากันได้กว้างกว่า

Export เป็น GIF แทนวิดีโอได้หรือไม่

ทำได้ในงานที่ไม่ต้องใช้เสียงและมีช่วงสั้น แต่ GIF ไม่เหมาะกับวิดีโอทั่วไป เนื่องจากสีจำกัด ไฟล์อาจใหญ่ และไม่มีเสียง จึงไม่ใช่วิธีแก้หลักสำหรับการ Export วิดีโอไม่ได้

โทรศัพท์ร้อนทำให้ Export ล้มเหลวหรือไม่

อาจเกี่ยวข้องได้ เมื่อเครื่องร้อน ระบบอาจลดประสิทธิภาพเพื่อควบคุมอุณหภูมิ ควรหยุดพัก ถอดเคสหากผู้ผลิตอนุญาต วางเครื่องในบริเวณอากาศถ่ายเท และหลีกเลี่ยงการชาร์จพร้อม Export หากเครื่องร้อนผิดปกติ

ไม่ควรนำโทรศัพท์ไปแช่เย็นหรือวางบนพื้นผิวเปียก เพราะอาจเกิดความเสียหายจากความชื้น

วิธีป้องกัน Alight Motion Export ไม่ได้

  • ตั้งโปรเจกต์ไม่เกินความละเอียดที่จำเป็น
  • ใช้ 1080p แทน 4K สำหรับงานทั่วไป
  • เลือก Frame Rate ให้ตรงกับต้นฉบับ
  • ลดเอฟเฟกต์หนักที่ซ้อนกันหลายชั้น
  • ลบ Layer ที่ไม่ใช้งาน
  • ใช้ไฟล์ต้นฉบับรูปแบบมาตรฐาน
  • หลีกเลี่ยงไฟล์ที่ดาวน์โหลดไม่สมบูรณ์
  • เหลือพื้นที่ว่างในเครื่องให้เพียงพอ
  • ปิดแอปอื่นก่อน Export
  • ไม่อัดหน้าจอระหว่าง Export
  • อัปเดตแอปและระบบปฏิบัติการ
  • ทำสำเนาก่อนตรวจหา Layer ที่เสีย
  • สำรอง Project Package เป็นระยะ
  • เก็บ Alight Link และ QR Code อย่างปลอดภัย
  • อย่าล้างข้อมูลหรือถอนแอปโดยไม่มีไฟล์สำรอง

สรุป

หาก Alight Motion Export ไม่ได้ ให้เริ่มจากรีสตาร์ตเครื่อง ปิดแอปอื่น ตรวจสอบพื้นที่ว่าง อัปเดตแอป และ Export จากหน้ารายการโปรเจกต์ หากยังไม่ได้ให้ลด Resolution, Frame Rate และ Quality โดยเริ่มทดสอบที่ 720p, 30 FPS และ H.264

หาก Export หยุดตำแหน่งเดิม แถบเกิน 100% หรือพบ Error 1285, 1037 และ Failed Starting Asset Reader ให้ทำสำเนาโปรเจกต์แล้วตรวจหา Layer ที่มีปัญหา ลดจำนวนวิดีโอ เอฟเฟกต์ Blur, Glow, Shadow และองค์ประกอบที่ทำงานพร้อมกัน

ก่อนล้างข้อมูลหรือถอนการติดตั้ง Alight Motion ต้องสำรองโปรเจกต์เป็น Project Package และเก็บลิงก์กับ QR Code ไว้ เพราะการเข้าสู่ระบบใหม่ไม่ได้รับประกันว่าโปรเจกต์ที่เก็บในเครื่องจะกลับมา