Canva วิดีโอไม่มีเสียงหลังดาวน์โหลด แก้อย่างไร? วิธีนำเสียงและเพลงกลับมา

Canva วิดีโอไม่มีเสียงหลังดาวน์โหลด มักเกิดจากเลือกประเภทไฟล์ผิด ระดับเสียงของวิดีโอหรือแทร็กเสียงถูกตั้งไว้ที่ 0 เสียงอยู่นอกช่วงเวลาของหน้าที่ดาวน์โหลด หรือไฟล์เสียงต้นฉบับอัปโหลดไม่สมบูรณ์

อีกกรณีที่พบได้บ่อยคือไฟล์ MP4 มีเสียงตามปกติ แต่โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ หรือโปรแกรมเล่นวิดีโอปิดเสียงอยู่ จึงควรทดลองเปิดไฟล์ด้วยโปรแกรมอื่นและตรวจสอบอุปกรณ์เสียงก่อนกลับไปแก้โปรเจกต์ใน Canva

วิธีแก้ Canva ดาวน์โหลดวิดีโอแล้วไม่มีเสียงแบบเร่งด่วน

ให้ตรวจสอบตามลำดับต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบว่าเลือกดาวน์โหลดเป็น MP4 Video
  2. กดเล่นงานใน Canva และฟังเสียงตั้งแต่ต้นจนจบ
  3. เลือกวิดีโอแล้วตรวจสอบ Volume
  4. เลือกแทร็กเพลงหรือเสียงแล้วตรวจสอบ Volume
  5. ตรวจสอบตำแหน่งของเสียงบน Timeline
  6. รอให้ไฟล์เสียงและวิดีโออัปโหลดครบ
  7. ดาวน์โหลดเฉพาะหนึ่งหน้าหรือช่วงสั้นๆ เพื่อทดสอบ
  8. เปิด MP4 ด้วยโปรแกรมเล่นวิดีโออื่น
  9. ตรวจสอบเสียงของเครื่องและอุปกรณ์ Bluetooth
  10. สร้างสำเนางานแล้วดาวน์โหลดใหม่

ถ้าเสียงดังปกติใน Canva แต่หายเฉพาะไฟล์ที่ดาวน์โหลด ให้เน้นตรวจประเภทไฟล์ Timeline ไฟล์ต้นฉบับ และโปรแกรมเล่นวิดีโอ

สาเหตุที่วิดีโอ Canva ไม่มีเสียงหลังดาวน์โหลด

1. ดาวน์โหลดเป็น GIF

GIF ไม่รองรับเสียง แม้งานใน Canva จะมีเพลงหรือเสียงพูด เมื่อดาวน์โหลดเป็น GIF ผลลัพธ์จะเป็นภาพเคลื่อนไหวแบบไม่มีเสียง

หากต้องการทั้งภาพและเสียง ให้เลือก MP4 Video

2. ระดับเสียงถูกตั้งไว้ที่ 0

วิดีโอและแทร็กเสียงแต่ละรายการสามารถมีระดับเสียงของตัวเองได้ วิดีโออาจเปิดเสียง แต่เพลงถูกลดไว้ที่ 0 หรือเกิดในทางกลับกัน

3. ปิดเสียงวิดีโอต้นฉบับ

วิดีโอที่นำเข้ามาอาจถูกปิดเสียงไว้ใน Canva แม้ไฟล์ต้นฉบับบนเครื่องจะมีเสียงก็ตาม

4. แทร็กเสียงอยู่นอกช่วงเวลาของวิดีโอ

เพลงอาจเริ่มหลังจากช่วงที่เลือกดาวน์โหลด หรือถูกตัดจนเหลือช่วงเงียบ หากดาวน์โหลดเฉพาะบางหน้า เสียงที่อยู่ในหน้าอื่นอาจไม่ติดมาด้วย

5. ไฟล์เสียงอัปโหลดไม่สมบูรณ์

ไฟล์อาจปรากฏใน Timeline แล้ว แต่ยังอัปโหลดหรือซิงค์ไม่ครบ เมื่อนำไปประมวลผล Canva จึงไม่สามารถใส่เสียงลงในวิดีโอได้สมบูรณ์

6. ไฟล์ต้นฉบับมีปัญหา

ไฟล์เสียงหรือวิดีโออาจเสีย ใช้รูปแบบการเข้ารหัสที่ Canva ประมวลผลได้ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีแทร็กเสียงจริงตั้งแต่ต้น

7. เสียงสั้นกว่าวิดีโอ

หากเพลงหรือเสียงพูดสิ้นสุดก่อนวิดีโอ ช่วงท้ายของไฟล์จะไม่มีเสียง ซึ่งอาจทำให้เข้าใจว่าเสียงหายทั้งหมดเมื่อเปิดตรวจเฉพาะช่วงท้าย

8. เปิดไฟล์ด้วยโปรแกรมที่มีปัญหา

โปรแกรมเล่นวิดีโอบางตัวอาจไม่ถอดรหัสเสียง หรือถูกตั้งให้ปิดเสียงไว้ การเปลี่ยนโปรแกรมเล่นจึงเป็นขั้นตอนที่ควรทดลองก่อนส่งออกใหม่

9. เสียงออกไปยังอุปกรณ์อื่น

คอมพิวเตอร์อาจส่งเสียงไปยังหูฟัง Bluetooth จอ HDMI หรือลำโพงอีกตัว ทำให้ดูเหมือนว่าวิดีโอไม่มีเสียง

10. ไฟล์ถูกแปลงหลังส่งผ่านแชตหรือเว็บไซต์

แอปหรือเว็บไซต์บางแห่งอาจบีบอัด แปลง หรือตรวจสอบลิขสิทธิ์เสียง ส่งผลให้ไฟล์หลังอัปโหลดไม่มีเสียง แม้ MP4 ต้นฉบับจาก Canva จะมีเสียง

วิธีที่ 1 ตรวจสอบเสียงภายใน Canva

ก่อนดาวน์โหลด ให้กดเล่นงานตั้งแต่ต้นจนจบโดยใช้หูฟังหรือลำโพงที่ทราบว่าใช้งานได้

ตรวจสอบว่า

  • เสียงเริ่มตรงเวลา
  • ได้ยินเสียงทุกหน้า
  • ไม่มีช่วงเงียบผิดปกติ
  • เพลงไม่จบก่อนวิดีโอ
  • เสียงพูดไม่ถูกเพลงกลบ
  • วิดีโอต้นฉบับมีเสียง
  • ไม่มีสัญลักษณ์ผิดพลาดบนไฟล์

ถ้าภายใน Canva ไม่มีเสียง การดาวน์โหลดใหม่เพียงอย่างเดียวมักไม่ช่วย ต้องแก้แทร็กเสียงหรือไฟล์ต้นฉบับก่อน

วิธีที่ 2 เพิ่มระดับเสียงของวิดีโอ

  1. เลือกวิดีโอในหน้าออกแบบ
  2. เปิดเมนู Volume
  3. ตรวจสอบว่าไม่ได้ตั้งไว้ที่ 0
  4. เพิ่มระดับเสียงทีละน้อย
  5. กดเล่นเพื่อตรวจสอบ
  6. ดาวน์โหลดช่วงสั้นๆ เพื่อทดสอบ

ถ้ามีวิดีโอหลายคลิป ต้องตรวจสอบระดับเสียงของแต่ละคลิป เพราะการปรับคลิปหนึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกคลิปจะถูกปรับพร้อมกัน

วิธีที่ 3 เพิ่มระดับเสียงของเพลงหรือเสียงพูด

  1. เลือกแทร็กเสียงบน Timeline
  2. เปิด Volume
  3. เพิ่มระดับเสียง
  4. ตรวจสอบ Fade in และ Fade out
  5. ตรวจสอบจุดเริ่มและจุดสิ้นสุดของแทร็ก
  6. กดเล่นงานอีกครั้ง
  7. ดาวน์โหลดเป็น MP4

หากใช้เพลงเป็นพื้นหลังร่วมกับเสียงพูด ไม่ควรเพิ่มเพลงจนดังกลบเสียงหลัก ให้ทดสอบด้วยหูฟังและลำโพงโทรศัพท์ด้วย

วิธีที่ 4 ตรวจสอบ Timeline

ขยาย Timeline แล้วดูว่าแทร็กเสียงครอบคลุมหน้าหรือช่วงที่ต้องการหรือไม่

ปัญหาที่อาจพบ ได้แก่

  • เพลงเริ่มช้าเกินไป
  • แทร็กถูกลากไปอยู่นอกหน้า
  • เสียงถูกตัดเหลือช่วงเงียบ
  • เสียงสิ้นสุดก่อนวิดีโอ
  • ดาวน์โหลดเฉพาะหน้าที่ไม่มีเสียง
  • มีช่องว่างระหว่างแทร็ก
  • แทร็กเสียงซ้อนกันหลายรายการ

ทดลองเลื่อนแทร็กเสียงให้เริ่มตั้งแต่วินาทีแรก แล้วดาวน์โหลดหนึ่งหน้าเพื่อทดสอบ

วิธีที่ 5 เลือกดาวน์โหลดเป็น MP4 Video

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. เลือกแชร์
  2. เลือกดาวน์โหลด
  3. เลือกประเภทไฟล์ MP4 Video
  4. เลือกหน้าที่ต้องการ
  5. ตรวจสอบว่างานบันทึกครบแล้ว
  6. กดดาวน์โหลด
  7. เปิดไฟล์ MP4 ที่ได้เพื่อตรวจสอบ

อย่าเลือก GIF หากต้องการเสียง เพราะรูปแบบ GIF ไม่มีแทร็กเสียง

วิธีที่ 6 รอให้ไฟล์อัปโหลดครบ

หากเพิ่งเพิ่มวิดีโอหรือเสียงขนาดใหญ่ ให้รอจนการอัปโหลดและการบันทึกเสร็จ

สัญญาณว่าไฟล์อาจยังไม่พร้อม ได้แก่

  • มีไอคอนกำลังอัปโหลด
  • เล่นเสียงไม่ได้
  • วิดีโอขึ้นภาพดำ
  • งานขึ้น Saving หรือ Reconnecting
  • ไฟล์เปิดได้เฉพาะอุปกรณ์เดิม
  • ดาวน์โหลดแล้วองค์ประกอบหาย

อย่าปิดแท็บ ล้าง Cache หรือถอนการติดตั้งแอป ขณะที่ไฟล์ยังอัปโหลดหรือซิงค์ไม่เสร็จ

วิธีที่ 7 อัปโหลดไฟล์เสียงใหม่

ถ้าแทร็กเดิมไม่มีเสียงหรือทำให้ดาวน์โหลดผิด ให้ใช้ไฟล์สำเนาสำหรับทดสอบ

  1. สร้างสำเนางาน
  2. ลบแทร็กที่มีปัญหาออกจากสำเนา
  3. ตรวจสอบไฟล์ต้นฉบับบนเครื่อง
  4. อัปโหลดไฟล์ใหม่
  5. รอให้อัปโหลดครบ
  6. วางแทร็กบน Timeline
  7. ปรับระดับเสียง
  8. ดาวน์โหลดช่วงสั้นเพื่อทดสอบ

ควรเก็บไฟล์เสียงต้นฉบับไว้ในเครื่องหรือพื้นที่สำรอง ไม่ควรเก็บไว้ใน Canva เพียงแห่งเดียว

วิธีที่ 8 แยกเสียงออกจากวิดีโอ

ถ้าวิดีโอมีเสียงในตัว แต่ส่งออกแล้วเสียงหาย สามารถทดลองแยกเสียงออกมาเป็นแทร็กใน Canva

  1. เลือกวิดีโอที่อัปโหลด
  2. เปิดเมนูเพิ่มเติมหรือคลิกขวา
  3. เลือก Extract audio หรือแยกเสียง
  4. ตรวจสอบแทร็กเสียงบน Timeline
  5. ปรับตำแหน่งให้ตรงกับวิดีโอ
  6. ปิดเสียงของวิดีโอต้นฉบับหากเสียงซ้ำ
  7. ดาวน์โหลด MP4 ทดสอบ

ถ้าเสียงกับภาพไม่ตรงหลังแยก ให้จัดตำแหน่งเริ่มต้นและตรวจสอบว่าความยาวของวิดีโอไม่ได้ถูกเปลี่ยน

วิธีที่ 9 ดาวน์โหลดเฉพาะหน้าเดียว

การดาวน์โหลดช่วงสั้นช่วยค้นหาว่าปัญหาอยู่ที่หน้าใด

  1. เลือกหน้าที่มีเสียงแน่นอน
  2. ดาวน์โหลดเฉพาะหน้านั้นเป็น MP4
  3. เปิดไฟล์ตรวจสอบ
  4. ถ้ามีเสียง ให้เพิ่มหน้าทีละชุด
  5. ถ้าไม่มีเสียง ให้ตรวจแทร็กของหน้านั้น
  6. ทดลองนำเสียงออกแล้วเพิ่มใหม่

หากบางหน้ามีเสียงแต่บางหน้าไม่มี ปัญหาน่าจะเกี่ยวข้องกับ Timeline หรือองค์ประกอบในหน้าที่มีปัญหา ไม่ใช่ระบบเสียงของเครื่อง

วิธีที่ 10 เปิดวิดีโอด้วยโปรแกรมอื่น

ถ้า MP4 ไม่มีเสียงในโปรแกรมหนึ่ง ให้ทดลองเปิดด้วย

  • โปรแกรมเล่นวิดีโอของระบบ
  • เบราว์เซอร์
  • โปรแกรมเล่นวิดีโออื่น
  • โทรศัพท์อีกเครื่อง
  • คอมพิวเตอร์อีกเครื่อง

ถ้าโปรแกรมอื่นมีเสียง แสดงว่าไฟล์น่าจะปกติ ให้ตรวจสอบระดับเสียง การตั้งค่า หรือการรองรับไฟล์ของโปรแกรมเดิม

วิธีที่ 11 ตรวจสอบ Volume Mixer และอุปกรณ์เสียง

บน Windows

  1. เปิด Volume Mixer
  2. ตรวจสอบว่าโปรแกรมเล่นวิดีโอไม่ได้ถูกปิดเสียง
  3. ตรวจสอบอุปกรณ์ Output
  4. เลือกลำโพงหรือหูฟังที่ใช้งานจริง
  5. ถอดและเชื่อมต่อ Bluetooth ใหม่หากจำเป็น

บนโทรศัพท์

  1. เพิ่มระดับเสียง Media
  2. ปิดโหมดเงียบหากแอปได้รับผลกระทบ
  3. ปิด Bluetooth ชั่วคราว
  4. ตรวจสอบว่าหูฟังไม่ได้เชื่อมต่ออยู่
  5. ทดลองเล่นวิดีโออื่น

ถ้าวิดีโออื่นไม่มีเสียงด้วย ปัญหาอาจอยู่ที่อุปกรณ์ ไม่ใช่ Canva

Canva มีเสียง แต่ส่ง TikTok, Facebook หรือ YouTube แล้วเสียงหาย

ให้เปิดไฟล์ MP4 ต้นฉบับบนเครื่องก่อนอัปโหลด

หาก MP4 ต้นฉบับมีเสียง

ปัญหาเกิดหลังอัปโหลด อาจเกี่ยวกับ

  • การตรวจสอบลิขสิทธิ์เพลง
  • แพลตฟอร์มปิดเสียง
  • รูปแบบเสียงที่ถูกประมวลผลใหม่
  • แอปอัปโหลดวิดีโอไม่สมบูรณ์
  • วิดีโอถูกบันทึกเป็นฉบับร่างผิดเวอร์ชัน

ควรตรวจสอบข้อความแจ้งเตือนและสิทธิ์การใช้เพลงในแพลตฟอร์มนั้น

หาก MP4 ต้นฉบับไม่มีเสียง

ต้องกลับไปแก้ใน Canva โดยตรวจสอบ Volume, Timeline, ประเภทไฟล์ และไฟล์ต้นฉบับ

เพลงจาก Canva หายหลังดาวน์โหลด

เพลงบางรายการอาจมีเงื่อนไขการใช้งานหรือการออกใบอนุญาตแตกต่างกัน หาก Canva แสดงข้อความเกี่ยวกับเพลงพรีเมียม การซื้อสิทธิ์ หรือการยืนยันบัญชี ควรทำตามขั้นตอนที่ระบบแสดง

หากไม่ต้องการใช้เพลงนั้น สามารถเปลี่ยนเป็น

  • เพลงที่มีสิทธิ์ใช้งานชัดเจน
  • เพลงจากคลังที่บัญชีเข้าถึงได้
  • เพลงที่สร้างหรือบันทึกเอง
  • เพลงที่ลูกค้าให้มาและมีสิทธิ์ใช้งาน

การดาวน์โหลดสำเร็จไม่ได้รับประกันว่าแพลตฟอร์มอื่นจะอนุญาตให้ใช้เพลงนั้น ต้องตรวจสอบเงื่อนไขของทั้ง Canva และแพลตฟอร์มปลายทาง

Canva ไม่มีเสียงเฉพาะบนโทรศัพท์

ให้ทดลองดังนี้

  1. เพิ่มเสียง Media
  2. ปิด Bluetooth
  3. อัปเดตแอป Canva
  4. ตรวจสอบสิทธิ์เข้าถึงไฟล์
  5. ดาวน์โหลดไฟล์ลงเครื่องก่อนเปิด
  6. เปิดด้วยแอปเล่นวิดีโออื่น
  7. ทดลองผ่านเบราว์เซอร์
  8. ดาวน์โหลดใหม่ผ่านคอมพิวเตอร์

หากไฟล์เดียวกันมีเสียงบนคอมพิวเตอร์ แสดงว่าปัญหาอาจอยู่ที่แอปเล่นวิดีโอหรือการตั้งค่าเสียงของโทรศัพท์

Canva ไม่มีเสียงเฉพาะบนคอมพิวเตอร์

ตรวจสอบ

  • Volume Mixer
  • อุปกรณ์เสียง Output
  • ลำโพงของจอ HDMI
  • หูฟัง Bluetooth
  • ระดับเสียงในโปรแกรมเล่น
  • ไดรเวอร์เสียง
  • โปรแกรมเล่นวิดีโอ
  • แท็บเบราว์เซอร์ที่ถูกปิดเสียง

ทดลองเปิดวิดีโออื่นเพื่อยืนยันว่าระบบเสียงของเครื่องทำงานปกติ

เสียงมีเฉพาะบางช่วง แก้อย่างไร

เปิด Timeline แล้วตรวจสอบความยาวและตำแหน่งของทุกแทร็ก

หากเพลงสั้นกว่าวิดีโอ สามารถ

  • เลื่อนเพลงให้เริ่มตรงเวลา
  • ทำสำเนาเพลงต่อในช่วงถัดไปเมื่อสิทธิ์อนุญาต
  • เลือกเพลงที่ยาวขึ้น
  • ตัดวิดีโอให้พอดีกับเสียง
  • เพิ่มเสียงใหม่ในช่วงที่ว่าง

ควรฟังบริเวณรอยต่อเพื่อป้องกันเสียงสะดุด ดังขึ้นกะทันหัน หรือเกิดช่วงเงียบ

เสียงพูดเบามากจนเหมือนไม่มีเสียง

เลือกแทร็กเสียงพูดแล้วเพิ่ม Volume จากนั้นลดเพลงพื้นหลังลง

ถ้ามีเสียงรบกวน สามารถทดลองใช้เครื่องมือปรับเสียงพูดที่บัญชีรองรับ แต่ควรฟังผลลัพธ์หลังประมวลผล เพราะการลดเสียงรบกวนมากเกินไปอาจทำให้เสียงพูดบางส่วนเปลี่ยนไป

ทดสอบด้วยทั้งหูฟัง ลำโพงคอมพิวเตอร์ และลำโพงโทรศัพท์ เพื่อให้ระดับเสียงเหมาะกับอุปกรณ์ทั่วไป

ไฟล์วิดีโอต้นฉบับไม่มีเสียงหรือไม่

ก่อนแก้ Canva ให้เปิดไฟล์วิดีโอต้นฉบับจากเครื่อง

ถ้าต้นฉบับไม่มีเสียง Canva ไม่สามารถสร้างเสียงที่ไม่มีอยู่ในไฟล์ได้ ต้องใช้ไฟล์ต้นฉบับอีกชุด เพิ่มเสียงแยก หรือบันทึกเสียงใหม่

ถ้าต้นฉบับมีเสียง แต่ Canva ไม่มี ให้ทดลองอัปโหลดใหม่หรือแยกเสียงออกจากวิดีโอ

ต้องเตรียมข้อมูลอะไรเมื่อติดต่อ Canva Support

หากลองทุกวิธีแล้วยังไม่มีเสียง ให้เตรียม

  • ลิงก์งาน
  • อีเมลบัญชี
  • ชื่อทีม
  • ชื่อไฟล์เสียงหรือวิดีโอ
  • ประเภทไฟล์ที่ดาวน์โหลด
  • หน้าที่มีปัญหา
  • ช่วงเวลาที่เสียงหาย
  • ภาพหน้าจอ Timeline
  • ข้อความผิดพลาด
  • อุปกรณ์และระบบปฏิบัติการ
  • เบราว์เซอร์หรือเวอร์ชันแอป
  • ผลการทดสอบบนอุปกรณ์อื่น

ไม่ควรส่งรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันบัญชีให้บุคคลอื่น

วิธีป้องกันวิดีโอ Canva ไม่มีเสียง

  • ตรวจสอบเสียงใน Canva ก่อนดาวน์โหลด
  • ใช้ MP4 เมื่อต้องการเสียง
  • รอให้ไฟล์อัปโหลดครบ
  • ตรวจสอบ Volume ทุกแทร็ก
  • ตรวจสอบ Timeline ทุกหน้า
  • ดาวน์โหลดทดสอบช่วงสั้นก่อน
  • เก็บไฟล์เสียงต้นฉบับไว้
  • สร้างสำเนาก่อนแก้ไขครั้งใหญ่
  • ตรวจ MP4 ต้นฉบับก่อนอัปโหลดไปโซเชียล
  • ตรวจสอบสิทธิ์การใช้เพลง
  • ฟังผ่านหลายอุปกรณ์ก่อนเผยแพร่

คำถามที่พบบ่อย

Canva ดาวน์โหลด GIF แล้วมีเสียงได้ไหม

ไม่ได้ เพราะ GIF ไม่รองรับแทร็กเสียง หากต้องการเสียงให้ดาวน์โหลดเป็น MP4 Video

ทำไมใน Canva มีเสียง แต่ MP4 ไม่มี

อาจเกิดจากแทร็กอยู่นอกช่วงดาวน์โหลด ไฟล์เสียงอัปโหลดไม่ครบ หรือโปรแกรมเล่นวิดีโอมีปัญหา ให้ทดลองดาวน์โหลดหนึ่งหน้าและเปิดด้วยโปรแกรมอื่น

ทำไมวิดีโอมีเสียงบนคอม แต่ไม่มีบนมือถือ

โทรศัพท์อาจปิดเสียง Media เชื่อมต่อ Bluetooth หรือแอปเล่นวิดีโอมีปัญหา ให้ดาวน์โหลดไฟล์ลงเครื่องและเปิดด้วยแอปอื่น

แยกเสียงออกจากวิดีโอช่วยได้ไหม

อาจช่วยได้เมื่อเสียงที่อยู่ภายในวิดีโอไม่ทำงานตามปกติ หลังแยกแล้วต้องจัดตำแหน่งเสียงให้ตรงกับภาพและตรวจสอบว่าไม่มีเสียงซ้ำ

ลบไฟล์ออกจาก Uploads แล้วเสียงจะหายไหม

ไฟล์ที่ถูกลบหรืออัปโหลดไม่สมบูรณ์อาจไม่ปรากฏในผลลัพธ์ที่ดาวน์โหลด จึงควรเก็บไฟล์ต้นฉบับและตรวจสอบองค์ประกอบก่อนส่งออก

ส่งผ่านแชตทำให้เสียงหายได้หรือไม่

อาจเกิดขึ้นหากแอปแปลงหรือบีบอัดไฟล์ ควรส่ง MP4 เป็นไฟล์ต้นฉบับและตรวจสอบไฟล์ก่อนกับหลังส่ง

เพลงถูกปิดเสียงหลังลงโซเชียลเป็นปัญหาจาก Canva หรือไม่

หาก MP4 ต้นฉบับมีเสียง แต่หายหลังอัปโหลด ปัญหามักเกิดในแพลตฟอร์มปลายทาง เช่น การตรวจสอบสิทธิ์เพลง ไม่ใช่ขั้นตอนส่งออกจาก Canva

สรุป

Canva วิดีโอไม่มีเสียงหลังดาวน์โหลด ให้ตรวจสอบก่อนว่าเลือก MP4 Video ไม่ใช่ GIF จากนั้นกดเล่นงานใน Canva ตรวจ Volume ของวิดีโอและแทร็กเสียง รวมถึงตำแหน่งเสียงบน Timeline

หากเสียงใน Canva ปกติ ให้ดาวน์โหลดเฉพาะหนึ่งหน้าเพื่อทดสอบ แล้วเปิด MP4 ด้วยโปรแกรมหรืออุปกรณ์อื่น หากไฟล์ยังไม่มีเสียง ให้ตรวจว่าไฟล์ต้นฉบับอัปโหลดครบหรือไม่ และทดลองเพิ่มเสียงใหม่ในสำเนางาน

หาก MP4 ต้นฉบับมีเสียง แต่เสียงหายหลังส่งผ่านแชตหรืออัปโหลดโซเชียล ควรตรวจสอบการบีบอัดไฟล์และสิทธิ์การใช้เพลงของแพลตฟอร์มปลายทาง ไม่จำเป็นต้องแก้โปรเจกต์ Canva ทันที