วิธีตรวจสอบลิขสิทธิ์เพลงก่อนใช้ในวิดีโอออนไลน์ ป้องกันคลิปถูกปิดเสียงและถูกลบ

วิธีตรวจสอบลิขสิทธิ์เพลงก่อนนำไปใช้ในวิดีโอออนไลน์ คือค้นหาแหล่งที่มาของเพลง อ่านเงื่อนไขใบอนุญาต และตรวจให้ครบว่าอนุญาตให้ใช้เชิงพาณิชย์ ใช้บนแพลตฟอร์มที่ต้องการ ใช้ในประเทศเป้าหมาย และนำไปตัดต่อประกอบวิดีโอได้หรือไม่ ควรบันทึกใบอนุญาต ใบเสร็จ และภาพหน้าจอเงื่อนไขไว้เป็นหลักฐานก่อนเผยแพร่

การซื้อเพลง ดาวน์โหลดไฟล์ หรือพบเพลงอยู่ในคลิปของผู้อื่นไม่ได้แปลว่ามีสิทธิ์นำมาใช้ได้ทุกกรณี บทความจาก comsiam จะแนะนำวิธีแยกประเภทสิทธิ์ ตรวจเพลงจาก TikTok, Instagram และ YouTube รวมถึงวิธีเลือกเพลงสำหรับคลิปทั่วไป คอนเทนต์ธุรกิจ และโฆษณา

ลิขสิทธิ์เพลงมีอะไรบ้าง

เพลงหนึ่งเพลงอาจมีสิทธิ์เกี่ยวข้องมากกว่าหนึ่งส่วน โดยทั่วไปควรแยกอย่างน้อยสองส่วนหลัก

ลิขสิทธิ์งานประพันธ์เพลง

ครอบคลุมทำนอง เนื้อร้อง และองค์ประกอบของเพลง ผู้ถือสิทธิ์อาจเป็นผู้แต่ง ผู้ประพันธ์ สำนักพิมพ์เพลง หรือบุคคลที่ได้รับโอนสิทธิ์

ลิขสิทธิ์สิ่งบันทึกเสียง

ครอบคลุมไฟล์เสียงหรือการบันทึกเพลงเวอร์ชันนั้น ผู้ถือสิทธิ์อาจเป็นศิลปิน ค่ายเพลง ผู้ผลิต หรือเจ้าของการบันทึก

แม้แต่งเพลงนั้นขึ้นใหม่หรือเล่น Cover เอง ก็อาจยังต้องพิจารณาสิทธิ์ในส่วนของทำนองและเนื้อร้อง ส่วนการนำไฟล์ต้นฉบับของศิลปินมาใช้จะเกี่ยวข้องกับสิทธิ์ในสิ่งบันทึกเสียงเพิ่มเติม

สิทธิ์และข้อยกเว้นแตกต่างกันตามประเทศ การใช้งาน และข้อเท็จจริง หากเป็นโครงการเชิงพาณิชย์ที่มีความเสี่ยงสูงควรตรวจสัญญาหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา

คำว่าใช้เพลงฟรีไม่ได้หมายความว่าไม่มีลิขสิทธิ์

คำที่พบบ่อยบนเว็บไซต์เพลงมีความหมายต่างกัน

Royalty-Free

โดยทั่วไปหมายถึงการได้รับสิทธิ์ใช้ตามใบอนุญาตโดยไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ทุกครั้ง แต่เพลงยังมีเจ้าของลิขสิทธิ์ และอาจมีข้อจำกัดเรื่องแพลตฟอร์ม โฆษณา จำนวนโปรเจกต์ หรือระยะเวลา

Copyright-Free

คำนี้ถูกใช้ในความหมายที่ไม่สม่ำเสมอ บางแหล่งอาจหมายถึงเพลงที่ให้ใช้ตามเงื่อนไข ไม่ได้หมายความว่าไม่มีลิขสิทธิ์จริง ควรอ่านใบอนุญาตแทนการเชื่อเพียงชื่อหมวด

Free Download

หมายถึงดาวน์โหลดได้ฟรีเท่านั้น ไม่ได้ยืนยันสิทธิ์ในการใช้ประกอบวิดีโอ เผยแพร่ สร้างรายได้ หรือใช้ในโฆษณา

Licensed Music

เป็นเพลงที่ผู้ใช้ได้รับใบอนุญาตตามเงื่อนไขที่กำหนด ต้องตรวจว่าครอบคลุมการใช้งานที่ต้องการหรือไม่

Public Domain

หมายถึงงานที่ไม่มีลิขสิทธิ์คุ้มครองแล้วหรือถูกนำเข้าสู่สาธารณสมบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องแยกงานประพันธ์ออกจากไฟล์บันทึกเสียง เพราะเพลงเก่าอาจเป็นสาธารณสมบัติแล้ว แต่การบันทึกเวอร์ชันใหม่ยังมีลิขสิทธิ์

วิธีตรวจสอบลิขสิทธิ์เพลงก่อนใช้ในวิดีโอออนไลน์

❶ ระบุชื่อเพลงและเจ้าของให้ถูกต้อง

บันทึกข้อมูลอย่างน้อยดังนี้

  • ชื่อเพลง
  • ชื่อศิลปิน
  • ชื่อผู้แต่ง
  • ชื่อค่ายหรือผู้เผยแพร่
  • เวอร์ชันของเพลง
  • แหล่งที่ดาวน์โหลด
  • วันที่ดาวน์โหลด
  • เลขที่ใบอนุญาตหรือคำสั่งซื้อ
  • บัญชีผู้ให้บริการเพลง

เพลงชื่อเดียวกันอาจมีหลายเวอร์ชันและคนละเจ้าของ จึงควรตรวจไฟล์ที่นำมาใช้จริง ไม่ใช่ตรวจเฉพาะชื่อเพลง

❷ ตรวจสอบแหล่งที่มา

ควรใช้เพลงจากแหล่งที่ระบุผู้ให้สิทธิ์และมีเงื่อนไขชัดเจน เช่น

  • คลังเพลงของแพลตฟอร์ม
  • เว็บไซต์เจ้าของเพลง
  • ผู้ให้บริการเพลงแบบมีใบอนุญาต
  • เพลงที่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
  • เพลงที่สร้างขึ้นเองและถือสิทธิ์ครบถ้วน
  • ผู้ผลิตเพลงที่ทำสัญญาให้ใช้งาน

ไม่ควรดาวน์โหลดเพลงจากวิดีโอ บัญชีรีโพสต์ เว็บไซต์แปลงไฟล์ หรือแหล่งที่ไม่มีข้อมูลเจ้าของ เพราะไม่สามารถยืนยันสิทธิ์ได้

❸ อ่านหน้า License ไม่ใช่อ่านแค่คำว่า Free

เปิดหน้าใบอนุญาตหรือข้อกำหนดการใช้งาน แล้วค้นหาคำที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • Commercial use
  • Personal use
  • Social media
  • Advertising
  • Paid media
  • Client work
  • Monetization
  • Attribution
  • Territory
  • Duration
  • Modification
  • Sublicensing
  • Content ID
  • Broadcast
  • Podcast
  • Application
  • Website

หากไม่พบข้อความที่อนุญาตการใช้งานอย่างชัดเจน ไม่ควรสรุปเองว่าใช้ได้

❹ แยกการใช้ส่วนตัวกับเชิงพาณิชย์

คอนเทนต์อาจถือเป็นการใช้เชิงพาณิชย์เมื่อเกี่ยวข้องกับ

  • การขายสินค้า
  • การโปรโมตบริการ
  • รีวิวที่ได้รับค่าตอบแทน
  • Affiliate Marketing
  • การรับงานจากลูกค้า
  • โฆษณาแบบชำระเงิน
  • คอนเทนต์ของแบรนด์
  • การโปรโมตธุรกิจของตนเอง
  • วิดีโอที่สร้างรายได้
  • การนำเสนอสินค้าโดยมีประโยชน์ทางธุรกิจ

เพลงที่อนุญาตเฉพาะ Personal Use อาจไม่ครอบคลุมกรณีเหล่านี้

❺ ตรวจว่าใช้บนแพลตฟอร์มใดได้บ้าง

ใบอนุญาตบางประเภทอนุญาตเฉพาะแพลตฟอร์มเดียว เช่น ใช้ได้บน YouTube แต่ไม่ครอบคลุม TikTok, Instagram, Facebook เว็บไซต์ หรือโฆษณา

ก่อนดาวน์โหลดควรวางแผนว่าจะนำวิดีโอไปเผยแพร่ที่ไหนบ้าง ได้แก่

  • TikTok
  • Instagram Reels
  • Instagram Stories
  • Facebook
  • YouTube
  • YouTube Shorts
  • เว็บไซต์
  • แอป
  • งานนำเสนอ
  • โฆษณา
  • โทรทัศน์หรือสื่ออื่น

หากต้องโพสต์หลายแพลตฟอร์ม ต้องให้ใบอนุญาตครอบคลุมทุกแห่ง

❻ ตรวจประเทศและพื้นที่ที่อนุญาต

สิทธิ์ของเพลงอาจแตกต่างกันตามภูมิภาค เพลงที่เปิดให้ใช้ในประเทศหนึ่งอาจไม่มีสิทธิ์ในอีกประเทศ หรือวิดีโออาจถูกปิดเสียงเฉพาะบางพื้นที่

หากผู้ชมอยู่หลายประเทศ ควรเลือกเพลงที่มีสิทธิ์ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด

❼ ตรวจระยะเวลาของใบอนุญาต

ใบอนุญาตบางรายการให้ใช้ได้ตลอดไปสำหรับโปรเจกต์ที่สร้างในช่วงสมาชิกยังทำงานอยู่ ขณะที่บางรายการกำหนดให้สิทธิ์สิ้นสุดเมื่อยกเลิกสมาชิกหรือครบสัญญา

ควรตรวจว่า

  • ใช้ได้ตลอดไปหรือไม่
  • ต้องเผยแพร่ก่อนวันใด
  • ต้องมีสมาชิกอยู่ตลอดเวลาหรือไม่
  • ใบอนุญาตผูกกับวิดีโอหรือบัญชีใด
  • ใช้ซ้ำได้กี่โปรเจกต์
  • โอนให้ลูกค้าได้หรือไม่
  • เก็บวิดีโอเดิมไว้ได้หรือไม่เมื่อหมดสมาชิก

❽ ตรวจว่าต้องให้เครดิตหรือไม่

เพลงบางเพลงใช้ได้ฟรีเมื่อใส่เครดิตตามข้อความที่กำหนด ควรคัดลอกชื่อเพลง ศิลปิน แหล่งที่มา และข้อความใบอนุญาตให้ครบ

อย่าเปลี่ยนรูปแบบเครดิตเองหากผู้ให้สิทธิ์กำหนดข้อความไว้ชัดเจน และควรวางเครดิตในตำแหน่งที่ผู้ชมมองเห็นได้ เช่น คำอธิบายวิดีโอหรือพื้นที่ที่ใบอนุญาตกำหนด

❾ ตรวจสิทธิ์การตัดต่อเพลง

การตัดเพลง ลดความยาว วนซ้ำ เปลี่ยนความเร็ว หรือผสมเสียงอาจถูกกำหนดไว้ในใบอนุญาต ควรตรวจคำว่า Edit, Modify, Adapt, Remix หรือ Derivative Works

ไม่ควรคิดว่าการใช้เพียงไม่กี่วินาที เปลี่ยนระดับเสียง หรือเร่งความเร็วจะทำให้ไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์โดยอัตโนมัติ

❿ ตรวจสิทธิ์ในโฆษณาและ Paid Media

ใบอนุญาตสำหรับโพสต์ทั่วไปอาจไม่ครอบคลุมการนำคลิปไปยิงโฆษณา บูสต์โพสต์ หรือใช้เป็น Sponsored Content

หากวิดีโออาจถูกนำไปโฆษณาภายหลัง ควรตรวจสิทธิ์ Paid Advertising, Digital Ads, Paid Media และ Branded Content ตั้งแต่ต้น

⓫ ตรวจว่าใช้กับงานของลูกค้าได้หรือไม่

หากรับทำวิดีโอให้ผู้อื่น ต้องตรวจว่าใบอนุญาตอนุญาต Client Work หรือการโอนสิทธิ์การใช้งานให้ลูกค้าหรือไม่

บางบริการกำหนดให้ลูกค้าต้องซื้อใบอนุญาตเอง หรือกำหนดให้ลงทะเบียนชื่อโปรเจกต์และช่องที่จะเผยแพร่

⓬ ตรวจเงื่อนไข Content ID

เพลงแบบมีใบอนุญาตบางรายการยังถูกลงทะเบียนใน Content ID ผู้ใช้อาจต้องเพิ่มชื่อช่องในรายการอนุญาต ส่งเลขใบอนุญาต หรือโต้แย้งการอ้างสิทธิ์ด้วยหลักฐาน

ควรตรวจว่า

  • ต้องลงทะเบียนช่องก่อนหรือไม่
  • มีระบบ Whitelist หรือไม่
  • ต้องเก็บเลขใบอนุญาตใด
  • ต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อได้รับ Claim
  • ใบอนุญาตครอบคลุมช่องจำนวนเท่าใด

⓭ บันทึกหลักฐานก่อนนำเพลงมาใช้

ควรเก็บหลักฐานไว้ในโฟลเดอร์เดียวกับโปรเจกต์ ได้แก่

  • ไฟล์ใบอนุญาต
  • ใบเสร็จ
  • อีเมลยืนยัน
  • ภาพหน้าจอหน้าเพลง
  • ภาพหน้าจอข้อกำหนด
  • วันที่ดาวน์โหลด
  • URL ของหน้าเพลง
  • ชื่อบัญชีที่ซื้อ
  • เลขโปรเจกต์
  • ข้อความเครดิต
  • ประวัติการสนทนากับเจ้าของสิทธิ์

ข้อกำหนดบนเว็บไซต์อาจเปลี่ยนภายหลัง การเก็บเอกสารของวันที่ดาวน์โหลดจึงมีความสำคัญ

⓮ ตรวจเพลงอีกครั้งก่อนเผยแพร่

ก่อนโพสต์ ให้ตรวจว่าเพลงในโปรเจกต์เป็นไฟล์เดียวกับที่มีใบอนุญาต ไม่ใช่เวอร์ชันอื่นที่ชื่อเหมือนกัน และตรวจว่าการใช้งานจริงยังอยู่ในขอบเขตที่อนุญาต

หากเพิ่มโฆษณา สปอนเซอร์ หรือเปลี่ยนจากงานส่วนตัวเป็นงานธุรกิจ ต้องตรวจใบอนุญาตใหม่

วิธีตรวจลิขสิทธิ์เพลงใน TikTok

เพลงจากคลังทั่วไปของ TikTok

การพบเพลงในคลังของ TikTok ไม่ได้หมายความว่าสามารถดาวน์โหลดคลิปที่มีเพลงนั้นไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์มอื่น หรือใช้ในโฆษณาได้ทุกกรณี

สิทธิ์อาจขึ้นอยู่กับ

  • ประเภทบัญชี
  • ประเทศ
  • ประเภทคอนเทนต์
  • การใช้แบบออร์แกนิกหรือโฆษณา
  • ข้อตกลงของเพลงแต่ละรายการ
  • ตำแหน่งที่ใช้เพลง
  • การนำวิดีโอออกนอก TikTok

ควรเพิ่มเพลงผ่านเครื่องมือของ TikTok และใช้ภายในขอบเขตที่แพลตฟอร์มกำหนด

TikTok Commercial Music Library

หากเป็นบัญชีธุรกิจ หรือวิดีโอที่โปรโมตแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ควรเลือกเพลงจาก Commercial Music Library และตรวจภูมิภาคกับตำแหน่งการใช้งานของเพลงนั้น

เพลงในคลังดังกล่าวถูกจัดเตรียมสำหรับกิจกรรมเชิงพาณิชย์บน TikTok แต่ไม่ควรสรุปว่าสามารถนำไฟล์เพลงไปใช้ภายนอก TikTok ได้โดยอัตโนมัติ

เพลง Original Sound ของผู้อื่น

คำว่า Original Sound ไม่ได้ยืนยันว่าผู้อัปโหลดเป็นเจ้าของเพลง อาจเป็นเสียงที่บันทึกจากเพลง ภาพยนตร์ โทรทัศน์ หรือสื่ออื่น

หากใช้ในคอนเทนต์ธุรกิจหรือโฆษณา ควรตรวจสิทธิ์จากเจ้าของเสียงและเจ้าของผลงานต้นฉบับ ไม่ควรอาศัยเพียงชื่อ Original Sound

การยืนยัน Music Usage

เมื่อ TikTok ขอให้ยืนยันการใช้เพลง ผู้โพสต์ต้องยืนยันว่าไม่มีเพลงที่มีลิขสิทธิ์ในโพสต์ หรือได้รับใบอนุญาตที่จำเป็นแล้ว

ไม่ควรกดยืนยันหากยังไม่มีหลักฐาน เพราะการเลือกตัวเลือกดังกล่าวไม่ได้สร้างสิทธิ์ให้กับเพลง

คอนเทนต์โปรโมตสินค้าและบริการ

หากโพสต์โปรโมตแบรนด์ สินค้า หรือบริการ ต้องเปิดการเปิดเผยคอนเทนต์เชิงพาณิชย์ตามเงื่อนไขของ TikTok และเลือกเพลงที่มีสิทธิ์เหมาะกับการใช้งาน

การเปิดป้าย Promotional content หรือ Paid partnership ไม่ได้แทนที่การขอสิทธิ์เพลง ต้องทำทั้งสองส่วนให้ถูกต้อง

วิธีตรวจลิขสิทธิ์เพลงใน Instagram Reels

เพลงจาก Licensed Music Library

เพลงในคลังเพลงที่ได้รับอนุญาตของ Instagram มีไว้ให้ใช้ผ่านฟีเจอร์ของแพลตฟอร์มภายใต้ข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง การเข้าถึงเพลงอาจแตกต่างตามบัญชี ประเทศ และประเภทคอนเทนต์

บัญชีธุรกิจบางประเภทอาจเข้าถึงเพลงยอดนิยมน้อยกว่าบัญชีทั่วไป เนื่องจากข้อจำกัดด้านการใช้เชิงพาณิชย์

ไม่ควรบันทึกวิดีโอที่มีเพลงจาก Instagram แล้วนำไปใช้ภายนอกแพลตฟอร์มโดยคิดว่าสิทธิ์ติดไปกับไฟล์โดยอัตโนมัติ

Meta Sound Collection

ผู้สร้างและธุรกิจสามารถตรวจเพลงกับเสียงประกอบจาก Sound Collection สำหรับการใช้งานที่ Meta ระบุว่ารองรับ ควรตรวจข้อกำหนดล่าสุดและตำแหน่งที่อนุญาตก่อนใช้

หากจะนำวิดีโอเดียวกันไปโพสต์บนแพลตฟอร์มอื่น ต้องตรวจว่าสิทธิ์ครอบคลุมแพลตฟอร์มนั้นหรือไม่

เพลงที่บันทึกติดมาจากสถานที่

การถ่ายวิดีโอในร้าน งานแสดง หรือสถานที่ที่เปิดเพลง อาจทำให้ระบบตรวจพบเพลง แม้ผู้ถ่ายไม่ได้ตั้งใจใช้เพลงเป็นเสียงหลัก

หากเสียงเพลงดังและต่อเนื่อง ควร

  • ลดหรือตัดเสียงต้นฉบับ
  • ใช้เสียงพากย์ใหม่
  • ใช้เพลงที่มีสิทธิ์แทน
  • เลือกช่วงที่ไม่มีเพลง
  • ขออนุญาตเมื่อจำเป็น

การได้รับอนุญาตให้ถ่ายในสถานที่ไม่ได้แปลว่าได้รับสิทธิ์เพลงที่เปิดอยู่ในสถานที่นั้นด้วย

วิธีตรวจลิขสิทธิ์เพลงบน YouTube และ YouTube Shorts

YouTube Audio Library

เพลงและเอฟเฟกต์เสียงใน YouTube Audio Library ถูกจัดไว้สำหรับการใช้งานบน YouTube ควรตรวจคอลัมน์ License และ Attribution ของเพลงแต่ละรายการ

บางเพลงต้องใส่เครดิตตามข้อความที่กำหนด หากจะนำไปใช้บน TikTok, Instagram หรือแพลตฟอร์มอื่น ควรอ่านใบอนุญาตของรายการนั้นโดยตรง ไม่ควรสรุปจากคำว่าใช้ได้บน YouTube

Shorts Audio Library

เพลงที่เลือกผ่านเครื่องมือสร้าง YouTube Shorts มีสิทธิ์ใช้งานตามข้อตกลงของ Shorts และอาจจำกัดระยะเวลาตามเพลง

การดาวน์โหลด Short แล้วนำไปเผยแพร่ที่อื่นไม่ได้หมายความว่าสิทธิ์เพลงจะตามไปด้วย

Creator Music

Creator Music มีเพลงที่สามารถซื้อใบอนุญาตหรือแบ่งรายได้ตามข้อกำหนด แต่สิทธิ์อาจจำกัดไว้กับวิดีโอแบบยาว ช่อง และแพลตฟอร์มที่กำหนด

ใบอนุญาตบางรายการใช้ได้เพียงวิดีโอเดียวและไม่สามารถโอนไปใช้บนแพลตฟอร์มอื่น จึงต้องอ่าน Usage Details ของเพลงแต่ละรายการก่อนซื้อ

Copyright Checks

ระหว่างอัปโหลด YouTube อาจตรวจพบเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ แต่การที่ระบบไม่พบปัญหาในเวลานั้นไม่ได้รับประกันว่าไม่มีเจ้าของสิทธิ์หรือไม่มี Claim ในภายหลัง

เครื่องมือตรวจสอบช่วยค้นหาความเสี่ยง แต่ไม่ใช่ใบอนุญาตและไม่แทนที่การตรวจสิทธิ์

วิธีตรวจเพลงจากเว็บไซต์ Royalty-Free

ก่อนดาวน์โหลดควรตรวจคำถามต่อไปนี้

  1. เพลงใช้เชิงพาณิชย์ได้หรือไม่
  2. ใช้กับวิดีโอที่สร้างรายได้ได้หรือไม่
  3. ใช้บน TikTok, Instagram และ YouTube ได้หรือไม่
  4. ใช้กับโฆษณาได้หรือไม่
  5. ใช้กับงานลูกค้าได้หรือไม่
  6. ต้องให้เครดิตหรือไม่
  7. ตัดต่อและลดความยาวได้หรือไม่
  8. ใช้ได้กี่โปรเจกต์
  9. ใบอนุญาตหมดอายุหรือไม่
  10. ต้องลงทะเบียนช่องหรือไม่
  11. เพลงอยู่ใน Content ID หรือไม่
  12. มีขั้นตอนแก้ Claim อย่างไร

หากคำตอบไม่ชัด ควรติดต่อผู้ให้บริการและขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนใช้

วิธีตรวจ Creative Commons

Creative Commons มีใบอนุญาตหลายแบบและแต่ละแบบมีเงื่อนไขต่างกัน ตัวอักษรที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • BY ต้องให้เครดิต
  • SA อาจกำหนดให้เผยแพร่ผลงานดัดแปลงภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน
  • NC จำกัดการใช้เชิงพาณิชย์
  • ND จำกัดการดัดแปลง

ต้องตรวจใบอนุญาตฉบับเต็มและพิจารณาว่าการนำเพลงมาประกอบ ตัด หรือปรับในวิดีโอเข้าข่ายที่อนุญาตหรือไม่

หากเป็นคอนเทนต์ธุรกิจ โฆษณา หรือมีรายได้ ไม่ควรใช้เพลงที่มีเงื่อนไข NC โดยไม่ตรวจสอบให้ชัดเจน

ซื้อเพลงแล้วนำมาใส่วิดีโอได้หรือไม่

การซื้อเพลงจากร้านเพลงดิจิทัลหรือสมัครบริการฟังเพลงโดยทั่วไปให้สิทธิ์ในการฟังส่วนบุคคล ไม่ได้ให้สิทธิ์นำเพลงไปประกอบวิดีโอ เผยแพร่ หรือใช้โฆษณา

หากต้องการใช้ในวิดีโอ ต้องมีใบอนุญาตที่ครอบคลุมการ Synchronization หรือการใช้เพลงร่วมกับภาพ รวมถึงสิทธิ์ในไฟล์บันทึกเสียงเมื่อใช้เพลงต้นฉบับ

ใช้เพลงกี่วินาทีจึงไม่ติดลิขสิทธิ์

ไม่มีจำนวนวินาทีสากลที่ทำให้เพลงใช้ได้โดยอัตโนมัติ การใช้เพียงไม่กี่วินาทีก็อาจถูกตรวจพบหรือมีปัญหาได้

ความชอบด้วยกฎหมายขึ้นอยู่กับสิทธิ์ ใบอนุญาต วัตถุประสงค์ ปริมาณที่ใช้ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรใช้แนวคิดว่าใช้ต่ำกว่า 5, 10 หรือ 30 วินาทีแล้วปลอดภัยเสมอ

เปลี่ยนความเร็วหรือระดับเสียงช่วยหลบลิขสิทธิ์ได้หรือไม่

ไม่ควรใช้วิธีเร่งเพลง ลดความเร็ว เปลี่ยนคีย์ ใส่เสียงทับ หรือปรับระดับเสียงเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ การดัดแปลงไม่ได้ทำให้มีสิทธิ์ในเพลง และยังอาจละเมิดเงื่อนไขเพิ่มเติม

แนวทางที่ถูกต้องคือขอใบอนุญาต เปลี่ยนไปใช้เพลงที่มีสิทธิ์ หรือสร้างเพลงต้นฉบับที่ถือสิทธิ์ครบถ้วน

อัปโหลดแบบส่วนตัวเพื่อทดสอบลิขสิทธิ์ได้หรือไม่

สามารถใช้การอัปโหลดแบบร่าง ส่วนตัว หรือไม่เป็นสาธารณะเป็นการตรวจสอบทางเทคนิคได้ในบางแพลตฟอร์ม แต่ผลว่าไม่พบปัญหาไม่ได้ยืนยันว่ามีสิทธิ์

เจ้าของสิทธิ์อาจเพิ่มเพลงเข้าสู่ระบบภายหลัง เปลี่ยนนโยบาย หรือส่งคำร้องด้วยตนเอง จึงต้องมีใบอนุญาตอยู่ดี

ตารางเลือกแหล่งเพลงตามประเภทคอนเทนต์

คลิปส่วนตัวบนแพลตฟอร์มเดียว

ใช้เพลงผ่านคลังของแพลตฟอร์มนั้นและปฏิบัติตามขอบเขตที่กำหนด ไม่ควรส่งออกไปใช้ที่อื่นโดยอัตโนมัติ

คอนเทนต์ธุรกิจบน TikTok

ใช้ TikTok Commercial Music Library หรือเพลงที่ได้รับใบอนุญาตเชิงพาณิชย์ครบถ้วน

คอนเทนต์ธุรกิจบน Instagram

ใช้เพลงที่บัญชีเข้าถึงและได้รับอนุญาตตามประเภทคอนเทนต์ หรือเลือกจาก Sound Collection โดยตรวจข้อกำหนดล่าสุด

YouTube Shorts

ใช้เพลงผ่าน Shorts Audio Library หรือเพลงที่มีใบอนุญาตครอบคลุม Shorts

วิดีโอ YouTube แบบยาว

ใช้ YouTube Audio Library, Creator Music ตามสิทธิ์ที่ระบุ หรือเพลงจากผู้ให้บริการภายนอกที่ครอบคลุม YouTube และการสร้างรายได้

คลิปเดียวใช้หลายแพลตฟอร์ม

เลือกเพลงจากผู้ให้บริการที่ออกใบอนุญาตครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม หรือส่งออกวิดีโอแบบไม่มีเพลง แล้วเพิ่มเพลงภายในแต่ละแพลตฟอร์มแยกกัน

โฆษณาและงานลูกค้า

ใช้ใบอนุญาตที่ระบุ Commercial Use, Paid Advertising และ Client Work อย่างชัดเจน พร้อมเก็บหลักฐานทั้งหมด

วิธีทำคลิปเดียวลงหลายแพลตฟอร์มอย่างปลอดภัย

แนวทางที่ใช้งานง่ายคือ

  1. ตัดต่อวิดีโอต้นฉบับโดยยังไม่ใส่เพลง
  2. เก็บไฟล์ Master แบบไม่มีเพลง
  3. อัปโหลดไปยังแต่ละแพลตฟอร์ม
  4. เพิ่มเพลงจากคลังของแพลตฟอร์มนั้น
  5. ตรวจว่าเพลงใช้ได้กับประเภทบัญชีและคอนเทนต์
  6. เก็บเวอร์ชันแยกตามแพลตฟอร์ม
  7. ห้ามนำเวอร์ชันที่มีเพลงจากแพลตฟอร์มหนึ่งไปใช้ในอีกแพลตฟอร์มโดยไม่ตรวจสิทธิ์

หากต้องการให้ทุกแพลตฟอร์มใช้เพลงเดียวกัน ควรซื้อหรือขอใบอนุญาตจากแหล่งที่ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มตั้งแต่ต้น

หากคลิปถูกปิดเสียงหรือแจ้งลิขสิทธิ์ควรทำอย่างไร

❶ อ่านรายละเอียดการแจ้งเตือน

ตรวจว่าเพลงใดถูกตรวจพบ เจ้าของสิทธิ์คือใคร และแพลตฟอร์มดำเนินการอย่างไร เช่น ปิดเสียง จำกัดประเทศ แบ่งรายได้ หรือนำคลิปออก

❷ ตรวจใบอนุญาต

เปรียบเทียบชื่อเพลง เวอร์ชัน โปรเจกต์ แพลตฟอร์ม และวันที่ใช้งานกับใบอนุญาตที่มี

❸ ใช้ช่องทางโต้แย้งเมื่อมีสิทธิ์จริง

หากมีใบอนุญาตหรือเป็นเจ้าของเพลง สามารถส่งข้อมูลตามกระบวนการของแพลตฟอร์ม พร้อมแนบหลักฐานที่ถูกต้อง

ไม่ควรยื่นโต้แย้งโดยอ้างว่าให้เครดิต ใช้เพลงสั้น หรือไม่รู้ว่ามีลิขสิทธิ์ หากไม่มีสิทธิ์รองรับ

❹ เปลี่ยนหรือลบเพลง

หากไม่มีสิทธิ์ ควรใช้เครื่องมือปิดเสียง เปลี่ยนเพลง ตัดช่วง หรืออัปโหลดเวอร์ชันใหม่ด้วยเพลงที่มีสิทธิ์

❺ ติดต่อผู้ให้บริการเพลง

หากซื้อใบอนุญาตจากคลังเพลง ให้ส่งรายละเอียด Claim ไปยังฝ่ายสนับสนุน เพื่อขอ Whitelist หรือเอกสารเพิ่มเติม

ข้อผิดพลาดที่ทำให้คลิปมีปัญหาลิขสิทธิ์เพลง

  • คิดว่าเพลงบนอินเทอร์เน็ตใช้ฟรีทั้งหมด
  • ซื้อไฟล์เพลงแล้วคิดว่าใช้ในวิดีโอได้
  • ใช้เพลงจากบัญชีผู้อื่นที่ระบุว่า Original Sound
  • เชื่อว่าการให้เครดิตเพียงอย่างเดียวเพียงพอ
  • ใช้เพลงไม่เกินจำนวนวินาทีที่ได้ยินต่อกันมา
  • เร่งหรือเปลี่ยนคีย์เพลงเพื่อหลบระบบ
  • ใช้เพลงส่วนตัวในคอนเทนต์ธุรกิจ
  • นำเพลงจากแพลตฟอร์มหนึ่งไปใช้อีกแพลตฟอร์ม
  • ไม่ตรวจสิทธิ์โฆษณา
  • ไม่ตรวจ Client Work
  • ไม่เก็บใบเสร็จและใบอนุญาต
  • ใช้ไฟล์คนละเวอร์ชันกับที่ได้รับสิทธิ์
  • ไม่ใส่เครดิตตามที่กำหนด
  • คิดว่าการตรวจไม่พบครั้งแรกหมายถึงปลอดภัยตลอดไป
  • ยื่นโต้แย้งทั้งที่ไม่มีสิทธิ์

เช็กลิสต์ตรวจลิขสิทธิ์เพลงก่อนโพสต์

  • ทราบชื่อเพลงและศิลปิน
  • ทราบแหล่งที่มาของไฟล์
  • ระบุเจ้าของหรือผู้ให้สิทธิ์ได้
  • อ่านใบอนุญาตฉบับเต็มแล้ว
  • ใช้ส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์ได้
  • ใช้กับแพลตฟอร์มที่ต้องการได้
  • ใช้ในประเทศเป้าหมายได้
  • ใช้กับวิดีโอที่สร้างรายได้ได้
  • ใช้ในโฆษณาได้หากจำเป็น
  • ใช้กับงานลูกค้าได้หากจำเป็น
  • ตัดต่อเพลงได้
  • ใส่เครดิตครบถ้วน
  • ตรวจเงื่อนไข Content ID แล้ว
  • เก็บใบเสร็จและใบอนุญาตแล้ว
  • เก็บภาพหน้าจอเงื่อนไขแล้ว
  • ตรวจไฟล์และเวอร์ชันเพลงแล้ว
  • ตรวจสิทธิ์อีกครั้งก่อนเผยแพร่

คำถามที่พบบ่อย

เพลงใน TikTok ใช้ลง Instagram ได้หรือไม่

ไม่ควรสรุปว่าใช้ได้ สิทธิ์เพลงใน TikTok อาจจำกัดอยู่ภายใน TikTok ควรใช้เพลงจากคลังของ Instagram หรือมีใบอนุญาตที่ครอบคลุมทั้งสองแพลตฟอร์ม

เพลงใน Instagram ใช้ยิงโฆษณาได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับเพลง ประเภทบัญชี และข้อตกลง การใช้แบบออร์แกนิกไม่ได้หมายความว่าครอบคลุม Paid Advertising ต้องตรวจสิทธิ์โฆษณาแยกต่างหาก

ให้เครดิตเจ้าของเพลงแล้วใช้ได้หรือไม่

การให้เครดิตไม่ได้สร้างสิทธิ์หากเจ้าของไม่ได้อนุญาต เครดิตมีผลเมื่อเป็นเงื่อนไขของใบอนุญาตที่ได้รับมาอย่างถูกต้อง

เพลง Royalty-Free ใช้ได้ทุกที่หรือไม่

ไม่เสมอไป ต้องอ่านข้อจำกัดของใบอนุญาต เช่น แพลตฟอร์ม โฆษณา งานลูกค้า จำนวนโปรเจกต์ และระยะเวลา

เพลงเก่าไม่มีลิขสิทธิ์แล้วใช่หรือไม่

ไม่สามารถสรุปจากอายุเพลงเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจทั้งงานประพันธ์ ประเทศที่ใช้ และลิขสิทธิ์ของไฟล์บันทึกเสียงเวอร์ชันนั้น

เล่นเพลง Cover เองปลอดภัยหรือไม่

การบันทึกเสียงเป็นของผู้เล่นเอง แต่ทำนองและเนื้อร้องอาจยังมีลิขสิทธิ์ ต้องตรวจสิทธิ์ในงานประพันธ์และกฎของแพลตฟอร์ม

ใช้เพลงไม่เกิน 10 วินาทีได้หรือไม่

ไม่มีหลักทั่วไปว่าต่ำกว่า 10 วินาทีแล้วใช้ได้โดยอัตโนมัติ ควรมีใบอนุญาตหรือสิทธิ์ที่ชัดเจนเสมอ

แอปตรวจไม่เจอหมายความว่าเพลงใช้ได้หรือไม่

ไม่หมายความเช่นนั้น ระบบตรวจจับไม่ใช่ฐานข้อมูลสิทธิ์ที่สมบูรณ์และไม่ใช่ใบอนุญาต เจ้าของสิทธิ์อาจดำเนินการภายหลังได้

ใช้เพลง AI ได้โดยไม่มีลิขสิทธิ์หรือไม่

ขึ้นอยู่กับบริการที่สร้างเพลง ชุดข้อมูล เงื่อนไขบัญชี และสิทธิ์เชิงพาณิชย์ ต้องอ่านข้อกำหนดของเครื่องมือและเก็บหลักฐานการสร้างกับใบอนุญาตไว้

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคลิปธุรกิจคืออะไร

ใช้เพลงจากคลังเชิงพาณิชย์ของแพลตฟอร์ม หรือเพลงจากผู้ให้บริการที่ออกใบอนุญาตครอบคลุม Social Media, Commercial Use, Paid Ads และ Client Work ตามการใช้งานจริง

สรุปวิธีตรวจลิขสิทธิ์เพลงก่อนใช้ในวิดีโอ

ก่อนนำเพลงมาใช้ ต้องตรวจเจ้าของ แหล่งที่มา ใบอนุญาต ประเภทการใช้งาน แพลตฟอร์ม ประเทศ ระยะเวลา การสร้างรายได้ โฆษณา การตัดต่อ และข้อกำหนดเครดิตให้ครบ อย่าเชื่อเพียงคำว่า Free, Royalty-Free หรือ Original Sound โดยไม่อ่านเงื่อนไข

สำหรับคอนเทนต์ธุรกิจบน TikTok ควรใช้ Commercial Music Library ส่วน Instagram และ YouTube ควรใช้คลังที่แพลตฟอร์มจัดให้ตามขอบเขตของแต่ละบริการ หากต้องใช้คลิปเดียวกันหลายแพลตฟอร์ม ให้เลือกใบอนุญาตที่ครอบคลุมทั้งหมดหรือเพิ่มเพลงแยกในแต่ละแอป การเก็บหลักฐานอย่างเป็นระบบจะช่วยลดความเสี่ยงที่คลิปของ comsiam ถูกปิดเสียง จำกัดการมองเห็น หรือถูกร้องเรียนภายหลัง