ไมโครโฟนมีเสียงซ่า แก้อย่างไร ให้เสียงพูดกลับมาชัด

ไมโครโฟนมีเสียงซ่า มักเกิดจาก Microphone Boost หรือ Gain สูงเกินไป สายและหัวต่อ 3.5 มม. มีปัญหา พอร์ตหน้าเคสรับสัญญาณรบกวน ไฟเลี้ยง USB ไม่เสถียร หรือเปิดระบบปรับเสียงหลายชั้นพร้อมกัน

วิธีแก้เบื้องต้นคือขยับไมโครโฟนให้ใกล้ปาก ลด Gain และ Microphone Boost ทดลองพอร์ตด้านหลังเมนบอร์ดหรือพอร์ต USB อื่น แล้วปิด Audio Enhancement ชั่วคราว หากเสียงซ่าหายเมื่อใช้พอร์ตอื่น สาเหตุมีแนวโน้มอยู่ที่พอร์ต สายหรือไฟรบกวน ไม่ใช่ตัวไมโครโฟน

สารบัญ

  • เสียงซ่าจากไมโครโฟนเกิดจากอะไร
  • วิธีแยกปัญหาฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์
  • ปรับ Gain และ Microphone Boost
  • ตรวจสายและพอร์ต 3.5 มม.
  • แก้ปัญหาไมโครโฟน USB
  • ลดไฟรบกวนและเสียงฮัม
  • ตั้งค่า Noise Suppression
  • คำถามที่พบบ่อย

❶ เสียงซ่าจากไมโครโฟนมีลักษณะอย่างไร

เสียงรบกวนจากไมโครโฟนอาจมีหลายลักษณะ ซึ่งบอกสาเหตุได้แตกต่างกัน

ลักษณะเสียงสาเหตุที่เป็นไปได้
เสียงซ่าคงที่Gain, Boost หรือคุณภาพวงจร
เสียงฮัมต่ำต่อเนื่องระบบไฟหรือกราวด์
เสียงแตกเมื่อพูดดังGain สูงหรือไมค์อยู่ใกล้เกินไป
เสียงขาดเมื่อขยับสายสายหรือหัวต่อหลวม
เสียงรบกวนตามการขยับเมาส์USB หรือไฟรบกวนจากคอม
เสียงพัดลมดังไมค์อยู่ไกลและใช้ Gain สูง
เสียงคลิกเป็นช่วงUSB, สายหรือ Sample Rate
เสียงซ่าเฉพาะในเกมการตั้งค่าแอปหรือ Voice Chat
เสียงซ่าเฉพาะพอร์ตหน้าสายหน้าเคสหรือการรบกวน
เสียงหายเมื่อใช้โน้ตบุ๊กด้วยแบตเตอรี่อะแดปเตอร์ไฟหรือกราวด์

ควรระบุลักษณะเสียงและช่วงเวลาที่เกิดก่อนปรับ Noise Suppression เพราะระบบตัดเสียงช่วยได้ไม่เท่ากันในแต่ละสาเหตุ

❷ ทดสอบบันทึกเสียงโดยไม่เปิดเกมหรือ Discord

ให้บันทึกเสียงในโปรแกรมพื้นฐานของระบบก่อน เพื่อแยกปัญหาจากเกมหรือโปรแกรมสนทนา

ขั้นตอนคือ

  1. ปิดเกมและโปรแกรม Voice Chat
  2. เลือกไมโครโฟนที่ต้องการเป็น Input
  3. ตั้งระดับเสียงไว้ปานกลาง
  4. บันทึกช่วงเงียบประมาณ 10 วินาที
  5. พูดในระดับปกติ
  6. หยุดพูดอีกประมาณ 10 วินาที
  7. ฟังไฟล์ด้วยหูฟัง
  8. เปรียบเทียบกับการใช้งานในเกม

หากไฟล์บันทึกมีเสียงซ่าด้วย ปัญหาอยู่ที่ไมโครโฟน พอร์ต สาย ไดรเวอร์หรือระบบ หากไฟล์ปกติแต่เสียงซ่าเฉพาะ Discord หรือเกม ให้ตรวจการตั้งค่าของโปรแกรมนั้น

❸ เลือก Input Device ให้ถูกต้อง

ระบบอาจเลือกไมโครโฟนโน้ตบุ๊ก เว็บแคม จอยเกม หรือ Virtual Microphone แทนอุปกรณ์ที่ต้องการ

วิธีตรวจสอบคือ

  1. เปิด Settings
  2. เข้า System
  3. เลือก Sound
  4. ตรวจหัวข้อ Input
  5. เลือกไมโครโฟนที่ใช้งานจริง
  6. พูดและดูแถบระดับเสียง
  7. ตั้งเป็น Default Input
  8. ตั้งเป็น Default Communication Device
  9. เปิดโปรแกรมใหม่
  10. ทดสอบอีกครั้ง

หากมีไมโครโฟนหลายตัว สามารถปิดอุปกรณ์ที่ไม่ใช้งานชั่วคราวเพื่อป้องกันเกมและโปรแกรมเลือกผิด

❹ ขยับไมโครโฟนให้ใกล้ปากก่อนเพิ่ม Gain

หากไมโครโฟนอยู่ไกล ผู้ใช้มักเพิ่ม Gain หรือ Boost เพื่อให้เสียงพูดดังขึ้น แต่การเพิ่มระดับจะขยายเสียงซ่า พัดลมและเสียงห้องไปพร้อมกัน

ตำแหน่งที่เหมาะสมควร

  • อยู่ใกล้ปากในระยะที่เสียงชัด
  • ไม่อยู่ตรงลมหายใจ
  • หันด้านรับเสียงเข้าหาผู้พูด
  • ไม่วางชิดคีย์บอร์ด
  • ไม่วางหลังจอหรือสิ่งกีดขวาง
  • ใช้ขาตั้งหรือก้านไมค์ที่มั่นคง
  • ไม่ให้สายเสียดสีกับโต๊ะหรือเสื้อผ้า

เมื่อไมค์อยู่ใกล้ปาก สามารถลด Gain ลงได้ ทำให้อัตราส่วนระหว่างเสียงพูดกับเสียงรบกวนดีขึ้น

❺ ลด Microphone Gain

Gain ควบคุมความแรงของสัญญาณที่ไมโครโฟนรับเข้า หากตั้งสูงเกินไปจะได้ทั้งเสียงพูดและเสียงพื้นหลังดังขึ้น

วิธีปรับคือ

  1. เปิดโปรแกรมควบคุมไมโครโฟนหรือ Sound Settings
  2. พูดในระดับปกติ
  3. ลด Gain ทีละน้อย
  4. ขยับไมค์เข้ามาใกล้ปาก
  5. บันทึกเสียงทดสอบ
  6. เพิ่มเล็กน้อยหากเสียงพูดเบา
  7. หยุดเมื่อเสียงชัดและไม่แตก
  8. ตรวจช่วงเงียบว่ายังมีเสียงซ่ามากหรือไม่

ไม่ควรตั้ง Gain ตามความดังสูงสุดเพียงอย่างเดียว ควรฟังเสียงพื้นหลังในช่วงที่ไม่ได้พูดด้วย

❻ ลด Microphone Boost

Microphone Boost เป็นการขยายสัญญาณเพิ่มเติมในระบบ หากตั้งสูงอาจทำให้เสียงซ่าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. เปิด More Sound Settings
  2. เข้าแท็บ Recording
  3. เปิด Properties ของไมโครโฟน
  4. เข้าแท็บ Levels
  5. ลด Microphone Boost
  6. ปรับ Microphone Level ให้เหมาะสม
  7. กด Apply
  8. บันทึกเสียงทดสอบ

ควรเริ่มจาก Boost ระดับต่ำที่สุดที่ยังทำให้เสียงพูดชัด หากต้องใช้ Boost สูงมากจึงจะได้ยินเสียง อาจต้องตรวจตำแหน่งไมค์ สาย พอร์ตหรืออุปกรณ์ขยายสัญญาณ

❼ ปิด Audio Enhancement ชั่วคราว

ระบบและโปรแกรมเสียงอาจเปิดการประมวลผลหลายรายการพร้อมกัน เช่น

  • Noise Suppression
  • Automatic Gain Control
  • Voice Enhancement
  • Equalizer
  • Echo Cancellation
  • Beamforming
  • Loudness
  • AI Noise Removal
  • Compressor
  • Limiter

บางฟังก์ชันอาจขยายเสียงซ่าหรือเกิดความขัดแย้งกัน

ให้ปิดทั้งหมดชั่วคราวแล้วบันทึกเสียงใหม่ หากเสียงสะอาดขึ้น ให้เปิดกลับทีละรายการเพื่อหาฟังก์ชันที่เป็นสาเหตุ

❽ Automatic Gain Control ทำให้เสียงซ่าได้หรือไม่

Automatic Gain Control หรือ AGC จะเพิ่มระดับเสียงเมื่อผู้พูดเบาหรือหยุดพูด จึงอาจขยายเสียงพื้นหลังในช่วงเงียบจนได้ยินเสียงซ่าชัดขึ้น

หากเสียงซ่าดังขึ้นเมื่อหยุดพูด ให้ทดลองปิด AGC แล้วตั้ง Gain ด้วยตนเอง

แนวทางคือ

  • วางไมค์ใกล้ปาก
  • ตั้ง Input Level ให้เสียงพูดชัด
  • ปิด AGC
  • บันทึกช่วงพูดและช่วงเงียบ
  • ใช้ Compressor ระดับเหมาะสมหากจำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการเพิ่ม Gain หลายชั้น

❾ ตรวจสายและหัวต่อ 3.5 มม.

หากใช้ไมโครโฟนหรือหูฟังแบบ 3.5 มม. ให้ตรวจสอบ

  • หัวต่อเสียบสุดหรือไม่
  • เสียบเข้าช่องไมโครโฟนถูกต้องหรือไม่
  • สายมีรอยหักหรือบิดหรือไม่
  • Splitter รองรับไมโครโฟนหรือไม่
  • หัวต่อมีคราบสกปรกหรือไม่
  • สายอยู่ใกล้อะแดปเตอร์ไฟหรือไม่
  • พอร์ตโยกหรือหลวมหรือไม่
  • ใช้หัว TRRS ตรงกับอุปกรณ์หรือไม่

หากเสียงซ่าเปลี่ยนเมื่อขยับสาย มีความเป็นไปได้สูงว่าสาย หัวต่อหรือพอร์ตมีปัญหา

❿ ทดลองพอร์ตด้านหลังเมนบอร์ด

พอร์ตเสียงหน้าเคสอาจรับสัญญาณรบกวนจากสายไฟ อุปกรณ์ภายใน หรือการต่อกราวด์

ให้ทดสอบดังนี้

  1. ปิดโปรแกรมที่ใช้ไมโครโฟน
  2. ถอดไมโครโฟนจากหน้าเคส
  3. เสียบเข้าช่องไมโครโฟนด้านหลังเมนบอร์ด
  4. เลือก Input Device ใหม่
  5. ตั้ง Gain เท่าเดิม
  6. บันทึกเสียงเปรียบเทียบ
  7. ขยับสายเพื่อตรวจความเสถียร

หากพอร์ตหลังมีเสียงสะอาดกว่า ควรใช้พอร์ตหลังต่อไปหรือตรวจสาย Audio ภายในเคสโดยผู้ที่มีความชำนาญ

⓫ ตรวจ Headset Splitter

หูฟังที่มีหัว TRRS เส้นเดียวต้องใช้ Headset Splitter ที่ถูกประเภทเมื่อต่อกับคอมซึ่งแยกช่องหูฟังและไมโครโฟน

Splitter ที่ผิดประเภทอาจทำให้

  • เสียงซ่า
  • ไมโครโฟนเบามาก
  • เสียงเกมรั่วเข้าไมค์
  • ได้ยินเสียงข้างเดียว
  • ไมค์ไม่ทำงาน
  • ต้องขยับหัวต่อจึงมีเสียง

ควรใช้อะแดปเตอร์ที่แยก Headphone และ Microphone โดยเฉพาะ ไม่ใช่อุปกรณ์แบ่งเสียงหูฟังออกสองชุด

⓬ ไมโครโฟน USB มีเสียงซ่า แก้อย่างไร

หากใช้ไมโครโฟน USB ให้ทดลองตามลำดับดังนี้

  1. เสียบเข้าพอร์ต USB โดยตรง
  2. หลีกเลี่ยง USB Hub
  3. เปลี่ยนพอร์ต USB
  4. ทดลองพอร์ตคนละกลุ่มบนเครื่อง
  5. เปลี่ยนสาย USB หากถอดได้
  6. ถอดอุปกรณ์ USB ที่ไม่จำเป็น
  7. ลด Gain บนตัวไมโครโฟน
  8. ปิดโปรแกรมควบคุมเสียงชั่วคราว
  9. อัปเดตเฟิร์มแวร์
  10. ทดลองกับคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง

หากเสียงซ่าเกิดเฉพาะพอร์ตหนึ่ง อาจมาจากไฟเลี้ยงหรือการรบกวนของ USB Controller ไม่ใช่ตัวไมโครโฟน

⓭ USB Hub ทำให้ไมค์มีเสียงซ่าได้หรือไม่

เป็นไปได้ โดยเฉพาะ Hub ที่จ่ายไฟไม่เสถียรหรือมีอุปกรณ์หลายตัวใช้ร่วมกัน เช่น กล้อง เว็บแคม ไฟ RGB และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล

วิธีทดสอบคือ

  • ต่อไมโครโฟนเข้าคอมโดยตรง
  • ถอด Hub ชั่วคราว
  • ถอดอุปกรณ์ USB ที่ใช้ไฟมาก
  • เปลี่ยนพอร์ต
  • ใช้สาย USB สั้นลง
  • ทดสอบโดยไม่ชาร์จอุปกรณ์อื่นพร้อมกัน

หากต่อโดยตรงแล้วเสียงซ่าหาย แสดงว่า Hub หรืออุปกรณ์ที่ต่อร่วมกันอาจเป็นแหล่งรบกวน

⓮ อะแดปเตอร์ไฟทำให้เกิดเสียงฮัมได้หรือไม่

หากใช้โน้ตบุ๊กแล้วเสียงรบกวนหายเมื่อถอดสายชาร์จ อะแดปเตอร์ไฟ ระบบกราวด์หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อร่วมกันอาจมีผล

วิธีตรวจสอบที่ปลอดภัยคือ

  • ทดลองใช้งานด้วยแบตเตอรี่ชั่วคราว
  • ใช้อะแดปเตอร์ที่ถูกต้องและสภาพสมบูรณ์
  • เสียบคอมและอุปกรณ์เสียงกับแหล่งจ่ายไฟที่เหมาะสม
  • ถอดอุปกรณ์ต่อพ่วงทีละชิ้นเพื่อทดสอบ
  • หลีกเลี่ยงอะแดปเตอร์หรือปลั๊กที่ชำรุด
  • ให้ช่างตรวจสอบหากมีไฟรั่วหรือความผิดปกติ

ไม่ควรดัดแปลงปลั๊ก ตัดสายกราวด์ หรือเปิดอะแดปเตอร์ไฟเพื่อแก้เสียงรบกวน เพราะมีความเสี่ยงต่ออุปกรณ์และความปลอดภัย

⓯ สายไฟและสายเสียงควรวางอย่างไร

สายไมโครโฟนที่อยู่ชิดกับสายไฟ อะแดปเตอร์หรืออุปกรณ์กำลังสูงอาจรับสัญญาณรบกวน

ควรจัดสายดังนี้

  • แยกสายเสียงออกจากสายไฟ
  • ไม่ม้วนสายเสียงรวมกับอะแดปเตอร์
  • หลีกเลี่ยงการวางสายบนปลั๊กพ่วง
  • ไม่วางไมโครโฟนชิดเราเตอร์หรือโทรศัพท์
  • ใช้สายที่มีฉนวนสมบูรณ์
  • หลีกเลี่ยงสายต่อที่ยาวเกินจำเป็น
  • ไม่ให้หัวต่อรับแรงดึง
  • จัดสายให้ไม่เสียดสีกับโต๊ะ

หากต้องให้สายไฟกับสายเสียงตัดกัน ควรให้ตัดกันในมุมใกล้เคียงตั้งฉากแทนการวางขนานเป็นระยะยาว

⓰ ตั้ง Sample Rate ให้เหมาะสม

Sample Rate ที่ไม่ตรงกันระหว่างไมโครโฟน โปรแกรมและอุปกรณ์เสียงเสมือนอาจทำให้เกิดเสียงคลิกหรือความผิดปกติ

ค่าที่ควรทดลอง ได้แก่

  • 16 bit, 44100 Hz
  • 16 bit, 48000 Hz
  • 24 bit, 48000 Hz หากอุปกรณ์รองรับ

วิธีตั้งค่าคือ

  1. เปิด More Sound Settings
  2. เข้า Recording
  3. เปิด Properties ของไมโครโฟน
  4. เข้าแท็บ Advanced
  5. เลือก Default Format
  6. กด Apply
  7. ปิดและเปิดโปรแกรมใหม่
  8. บันทึกเสียงทดสอบ

ควรตั้งอุปกรณ์เสมือนและโปรแกรมสตรีมให้ใช้ Sample Rate เดียวกันเมื่อทำงานร่วมกัน

⓱ Noise Suppression ช่วยลดเสียงซ่าได้หรือไม่

Noise Suppression ช่วยลดเสียงซ่าที่คงที่ในช่วงเงียบได้ แต่ไม่ควรใช้แทนการแก้สาเหตุจาก Gain, สายหรือพอร์ต

ลำดับที่เหมาะสมคือ

  1. จัดตำแหน่งไมโครโฟน
  2. ลด Gain และ Boost
  3. ตรวจสายและพอร์ต
  4. แก้ไฟรบกวน
  5. ตั้ง Sample Rate
  6. จึงเปิด Noise Suppression
  7. ทดสอบต้นและท้ายประโยค
  8. ลดระดับการตัดเสียงหากคำพูดขาด

หากตั้ง Noise Suppression แรงเกินไป เสียงพูดอาจฟังไม่เป็นธรรมชาติหรือถูกตัดเป็นช่วง

⓲ Noise Gate ควรตั้งอย่างไร

Noise Gate ปิดไมโครโฟนเมื่อเสียงต่ำกว่า Threshold จึงช่วยซ่อนเสียงซ่าในช่วงที่ไม่ได้พูด แต่ไม่ได้กำจัดเสียงซ่าขณะพูด

การตั้งค่าที่เหมาะสมคือ

  • เสียงพูดปกติเปิด Gate ได้ทันที
  • ต้นประโยคไม่หาย
  • ท้ายประโยคไม่ถูกตัด
  • เสียงพื้นหลังไม่เปิด Gate ตลอด
  • Release ไม่สั้นเกินไป
  • Threshold ไม่สูงเกินระดับเสียงพูดเบา

หากต้องตั้ง Gate สูงมากเพื่อปิดเสียงซ่า ควรย้อนกลับไปลด Gain และแก้แหล่งรบกวนก่อน

⓳ เสียงซ่าเฉพาะใน Discord หรือเกม

หากไฟล์บันทึกเสียงปกติ แต่เสียงซ่าเฉพาะโปรแกรม ให้ตรวจ

  • Input Device
  • Input Volume
  • Automatic Gain Control
  • Noise Suppression
  • Echo Cancellation
  • Voice Processing
  • Virtual Microphone
  • โปรแกรมเปลี่ยนเสียง
  • Exclusive Mode
  • Sample Rate

ให้คืนค่าการตั้งค่าเสียงของโปรแกรมแล้วเลือกไมโครโฟนจริง จากนั้นเปิดระบบประมวลผลกลับทีละรายการ

⓴ อัปเดตไดรเวอร์และเฟิร์มแวร์

หากเสียงซ่าเริ่มหลังอัปเดตระบบหรือเชื่อมต่อไม่เสถียร ให้ตรวจ

  1. Device Manager
  2. Audio inputs and outputs
  3. Sound, video and game controllers
  4. USB Controller
  5. ไดรเวอร์เสียงของเมนบอร์ด
  6. ไดรเวอร์หรือโปรแกรมของไมโครโฟน
  7. Firmware ของไมโครโฟน USB
  8. เฟิร์มแวร์ของหูฟังไร้สาย

หลังอัปเดตควรรีสตาร์ตเครื่อง ตั้ง Input Device ใหม่ และบันทึกเสียงเปรียบเทียบโดยยังไม่เปิดระบบปรับเสียงเพิ่มเติม

㉑ ทดสอบไมโครโฟนกับอุปกรณ์อื่น

การทดสอบไขว้ช่วยระบุต้นเหตุได้ชัดเจน

  • ไมค์เดิมกับคอมอีกเครื่อง
  • ไมค์อีกตัวกับคอมเดิม
  • พอร์ตหน้าเทียบกับพอร์ตหลัง
  • USB Hub เทียบกับพอร์ตตรง
  • สายเดิมเทียบกับสายอื่น
  • ขณะเสียบชาร์จเทียบกับใช้แบตเตอรี่
  • โปรแกรมบันทึกเสียงเทียบกับ Discord

ถ้าไมโครโฟนมีเสียงซ่ากับทุกเครื่องแม้ลด Gain และเปลี่ยนสายแล้ว ตัวไมโครโฟนอาจมีข้อจำกัดหรือความผิดปกติ หากมีปัญหาเฉพาะเครื่องเดิม ควรตรวจพอร์ต ไดรเวอร์และระบบไฟ

㉒ ลำดับแก้ปัญหาที่แนะนำ

  1. บันทึกเสียงเพื่อยืนยันอาการ
  2. เลือก Input Device ให้ถูกต้อง
  3. ขยับไมค์เข้าใกล้ปาก
  4. ลด Gain
  5. ลด Microphone Boost
  6. ปิด Automatic Gain Control
  7. ปิด Audio Enhancement
  8. ตรวจสายและหัวต่อ
  9. ทดลองพอร์ตด้านหลัง
  10. เปลี่ยน Headset Splitter
  11. ต่อ USB โดยตรง
  12. เปลี่ยนสาย USB
  13. แยกสายเสียงออกจากสายไฟ
  14. ตั้ง Sample Rate
  15. เปิด Noise Suppression ระดับเหมาะสม
  16. ตั้ง Noise Gate เป็นขั้นตอนท้าย
  17. อัปเดตไดรเวอร์
  18. ทดสอบกับอุปกรณ์อื่น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไมโครโฟนมีเสียงซ่า

ทำไมลด Gain แล้วเสียงพูดเบา

ควรขยับไมโครโฟนเข้าใกล้ปากก่อนเพิ่ม Gain หากยังเบาจึงเพิ่ม Input Level ทีละน้อย โดยหลีกเลี่ยง Microphone Boost ระดับสูง

Noise Suppression กำจัดเสียงซ่าได้หมดหรือไม่

อาจลดเสียงได้ แต่ไม่ควรใช้แทนการแก้สาย พอร์ต ไฟรบกวนและ Gain เพราะเสียงซ่าอาจยังได้ยินขณะพูด

ทำไมเสียงซ่าดังขึ้นตอนหยุดพูด

Automatic Gain Control อาจเพิ่มระดับเสียงในช่วงเงียบ ให้ปิด AGC แล้วตั้ง Gain ด้วยตนเอง

พอร์ตหน้าเคสทำให้เกิดเสียงซ่าได้หรือไม่

ได้ เนื่องจากสายภายใน พอร์ตหรือสัญญาณรบกวน ควรทดลองพอร์ตด้านหลังเมนบอร์ดเพื่อเปรียบเทียบ

ใช้ USB Sound Adapter ช่วยได้หรือไม่

อาจช่วยแยกวงจรเสียงออกจากพอร์ต 3.5 มม. เดิม แต่ควรตรวจสาย Splitter, Gain และพอร์ตอื่นก่อนเลือกใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม

ไมโครโฟนราคาสูงจะไม่มีเสียงซ่าหรือไม่

ไม่รับประกัน เพราะเสียงซ่าอาจมาจาก Gain, พอร์ต, สาย, ไฟเลี้ยงและสภาพแวดล้อม ไม่ใช่ตัวไมโครโฟนเพียงอย่างเดียว

สรุป

ไมโครโฟนมีเสียงซ่า ส่วนใหญ่มาจาก Gain หรือ Microphone Boost สูงเกินไป ตำแหน่งไมค์อยู่ไกล สายและพอร์ตมีปัญหา หรือไฟเลี้ยง USB ไม่เสถียร

ให้เริ่มจากขยับไมค์เข้าใกล้ปาก ลด Gain และ Boost ปิด Audio Enhancement แล้วบันทึกเสียงทดสอบ หากใช้ 3.5 มม. ให้ลองพอร์ตด้านหลัง หากใช้ USB ให้ต่อกับคอมโดยตรงและเปลี่ยนพอร์ตหรือสายเพื่อเปรียบเทียบ

แนวทางจาก comsiam คือแก้สัญญาณต้นทางให้สะอาดก่อนเปิด Noise Suppression และ Noise Gate เพราะระบบตัดเสียงสามารถซ่อนเสียงซ่าในช่วงเงียบได้ แต่ไม่สามารถชดเชยสายเสีย ไฟรบกวน หรือ Gain ที่สูงเกินไปได้อย่างสมบูรณ์