Discord เสียงเกมเข้าคู่สนทนา แก้อย่างไร

Discord เสียงเกมเข้าคู่สนทนา มักเกิดจากเลือก Stereo Mix หรืออุปกรณ์เสียงเสมือนเป็น Input เปิด Listen to this device ตั้งโปรแกรมสตรีมหรือบันทึกเสียงผิด หรือไมโครโฟนรับเสียงจากลำโพงและหูฟังที่เปิดดังเกินไป

วิธีตรวจสอบที่เร็วที่สุดคือปิดสวิตช์ Mute บนไมโครโฟนขณะเปิดเสียงเกม หากเพื่อนยังได้ยินเสียงเกม แสดงว่าเสียงถูกส่งเข้าด้วยการตั้งค่าซอฟต์แวร์ แต่ถ้าเสียงเกมหายพร้อมไมโครโฟน แสดงว่าไมค์รับเสียงจากหูฟัง ลำโพง หรือเกิดการรั่วของสัญญาณจากสายและพอร์ต

สารบัญ

  • เสียงเกมเข้า Discord เกิดจากอะไร
  • วิธีแยกปัญหาซอฟต์แวร์กับเสียงรั่ว
  • เลือก Input Device ให้ถูกต้อง
  • ปิด Stereo Mix และ Listen to this device
  • ตรวจอุปกรณ์เสียงเสมือน
  • ลดเสียงที่รั่วเข้าไมโครโฟน
  • ตั้งค่า Noise Suppression และ Echo Cancellation
  • คำถามที่พบบ่อย

❶ เสียงเกมเข้า Discord มีอาการอย่างไร

อาการที่พบได้มีหลายลักษณะ เช่น

  • เพื่อนได้ยินเสียงเกมของเรา
  • เสียงวิดีโอหรือเพลงเข้าไปในห้องสนทนา
  • เพื่อนได้ยินเสียงตัวเองย้อนกลับ
  • ปิดไมค์แล้วเสียงเกมยังเข้า
  • เสียงเกมเข้าชัดเหมือนส่งจากระบบโดยตรง
  • เสียงเกมเข้าเฉพาะเมื่อเปิดโปรแกรมสตรีม
  • เสียงเข้ามากขึ้นเมื่อเร่งระดับหูฟัง
  • เกิดเฉพาะช่องเสียบหน้าเคส
  • เกิดหลังติดตั้งโปรแกรมปรับเสียง
  • เกิดเมื่อเปิด Share Screen หรือ Streaming

ปัญหาอาจมาจากการส่งสัญญาณเสียงภายในคอมพิวเตอร์หรือเกิดจากไมโครโฟนรับเสียงจริง จึงต้องแยกสาเหตุก่อนเปลี่ยนการตั้งค่า

❷ วิธีทดสอบว่าเสียงเกมเข้าจากซอฟต์แวร์หรือไมโครโฟน

ให้ทำตามขั้นตอนนี้

  1. เปิดเกมหรือวิดีโอที่ทำให้เกิดปัญหา
  2. เข้าห้องสนทนากับผู้ที่ช่วยทดสอบได้
  3. ใช้สวิตช์ Mute บนหูฟังหรือไมโครโฟน
  4. เปิดเสียงเกมต่อไป
  5. สอบถามว่ายังได้ยินเสียงเกมหรือไม่
  6. ทดลองลดเสียงหูฟังจนเกือบเงียบ
  7. เปรียบเทียบผล

แปลผลได้ดังนี้

ผลการทดสอบสาเหตุที่เป็นไปได้
ปิดไมค์แล้วเสียงเกมยังเข้าStereo Mix, Virtual Audio หรือการ Routing
ปิดไมค์แล้วเสียงเกมหายไมโครโฟนรับเสียงหรือสัญญาณรั่ว
ลดเสียงหูฟังแล้วอาการลดลงเสียงรั่วจากหูฟังเข้าไมค์
ใช้ USB Headset แล้วอาการหายพอร์ต 3.5 มม. หรือสายเดิมมีสัญญาณรั่ว
ปิดโปรแกรมสตรีมแล้วหายตั้งค่า Monitoring หรือ Virtual Output ผิด
เกิดเฉพาะ Share Screenตรวจการแชร์เสียงและไมโครโฟน

การทดสอบนี้ช่วยลดเวลาตรวจสอบได้มาก เพราะสองสาเหตุใช้วิธีแก้แตกต่างกัน

❸ เลือก Input Device ใน Discord ให้ถูกต้อง

Discord อาจเลือกไมโครโฟนผิด เช่น Stereo Mix, Line In, เว็บแคม หรือ Virtual Audio Cable

วิธีแก้คือ

  1. เปิด Discord
  2. เข้า User Settings
  3. เปิดหมวด Voice & Video
  4. ตรวจ Input Device
  5. เลือกชื่อไมโครโฟนที่ใช้งานจริง
  6. อย่าเลือก Stereo Mix
  7. อย่าเลือก What U Hear
  8. อย่าเลือก Virtual Output หากไม่ได้ตั้งใจใช้
  9. ตรวจ Input Volume
  10. ทดสอบไมโครโฟน
  11. ปิดและเปิด Discord ใหม่

หากเลือก Default ควรตรวจด้วยว่าไมโครโฟนที่ถูกต้องถูกตั้งเป็น Default Input และ Default Communication Device ในระบบแล้ว

❹ ตั้งไมโครโฟนเป็น Default Communication Device

โปรแกรมสนทนามักใช้ Default Communication Device ซึ่งอาจไม่ใช่อุปกรณ์เดียวกับ Default Input

วิธีตั้งค่าทั่วไปคือ

  1. เปิด Settings
  2. เข้า System
  3. เลือก Sound
  4. เลือกไมโครโฟนที่ต้องการในหัวข้อ Input
  5. เปิด More Sound Settings
  6. เข้าแท็บ Recording
  7. คลิกขวาที่ไมโครโฟน
  8. เลือก Set as Default Device
  9. เลือก Set as Default Communication Device
  10. ปิดและเปิด Discord ใหม่

จากนั้นกลับไปที่ Voice & Video แล้วเลือกไมโครโฟนตัวเดียวกันโดยตรงอีกครั้ง

❺ ปิด Stereo Mix

Stereo Mix เป็นอุปกรณ์บันทึกเสียงที่สามารถรับเสียงทั้งหมดที่คอมพิวเตอร์กำลังเล่น หาก Discord เลือก Stereo Mix เป็น Input เพื่อนจะได้ยินเสียงเกม เพลงและวิดีโอโดยตรง

วิธีปิดคือ

  1. เปิด More Sound Settings
  2. เข้าแท็บ Recording
  3. หา Stereo Mix หรือ What U Hear
  4. คลิกขวาแล้วเลือก Disable
  5. ตั้งไมโครโฟนจริงเป็น Default
  6. เปิด Discord
  7. เลือกไมโครโฟนจริงเป็น Input
  8. ทดสอบเสียงเกมใหม่

หากต้องใช้ Stereo Mix กับงานอื่น สามารถเปิดกลับภายหลังได้ แต่ไม่ควรตั้งเป็น Input ของ Discord ขณะเล่นเกม

❻ ปิด Listen to this device

ฟังก์ชัน Listen to this device จะส่งเสียงจากอุปกรณ์บันทึกไปยังอุปกรณ์ Playback หากตั้งค่าร่วมกับ Stereo Mix หรือ Virtual Device ผิด อาจเกิดเสียงวนหรือเสียงเกมเข้าสนทนา

วิธีปิดคือ

  1. เปิด More Sound Settings
  2. เข้าแท็บ Recording
  3. เปิด Properties ของไมโครโฟน
  4. เข้าแท็บ Listen
  5. ปิด Listen to this device
  6. ทำเช่นเดียวกันกับ Stereo Mix และ Line In
  7. กด Apply
  8. ปิดและเปิด Discord ใหม่

ควรเปิดฟังก์ชันนี้เฉพาะเมื่อเข้าใจเส้นทางเสียงที่กำลังใช้งาน เพราะอาจทำให้เกิดเสียงซ้ำและเสียงสะท้อน

❼ ตรวจ App Volume และ Device Preferences

ระบบสามารถกำหนด Input และ Output แยกให้ Discord กับเกมได้ หากเคยตั้งอุปกรณ์เสียงเสมือน อาจทำให้เสียงเกมวิ่งเข้าช่องเดียวกับไมโครโฟน

ให้ตรวจสอบดังนี้

  1. เปิดเกมและ Discord
  2. เปิด Volume Mixer
  3. ตรวจ Output ของเกม
  4. ตรวจ Output ของ Discord
  5. ตรวจ Input ของ Discord
  6. เลือกไมโครโฟนจริง
  7. เปลี่ยนอุปกรณ์ที่ไม่แน่ใจกลับเป็น Default
  8. ใช้ Reset หากต้องการคืนค่ารายแอป
  9. เปิดเกมและ Discord ใหม่

เกมควรส่งเสียงไปยังหูฟังหรือลำโพง ส่วน Discord Input ควรรับจากไมโครโฟน ไม่ควรใช้อุปกรณ์เสมือนเดียวกันโดยไม่ได้ตั้งเส้นทางแยกอย่างถูกต้อง

❽ ตรวจโปรแกรม Virtual Audio และโปรแกรมปรับเสียง

โปรแกรมบางประเภทสร้างอุปกรณ์เสียงเสมือน เช่น

  • Virtual Audio Cable
  • โปรแกรมผสมเสียง
  • โปรแกรมเปลี่ยนเสียง
  • โปรแกรมปรับไมโครโฟน
  • โปรแกรมสตรีม
  • โปรแกรมบันทึกเกม
  • โปรแกรมควบคุมหูฟัง
  • โปรแกรมตัดเสียงรบกวน

หากปัญหาเริ่มหลังติดตั้งโปรแกรมเหล่านี้ ให้ทดลอง

  1. ปิดโปรแกรมทั้งหมด
  2. เปลี่ยน Discord Input เป็นไมโครโฟนจริง
  3. เปลี่ยน Output เป็นหูฟังจริง
  4. ปิดอุปกรณ์เสมือนชั่วคราว
  5. รีสตาร์ต Discord
  6. ทดสอบเสียงเกม
  7. เปิดโปรแกรมกลับทีละตัว

หากอาการกลับมาเมื่อเปิดโปรแกรมตัวใด ให้ตรวจ Routing, Monitoring และ Input/Output ของโปรแกรมนั้น

❾ ตรวจ Audio Monitoring ในโปรแกรมสตรีม

Audio Monitoring ใช้ฟังเสียงจากแหล่งที่กำลังบันทึก หากตั้งเป็น Monitor and Output ผิดช่อง เสียงอาจถูกส่งกลับเข้าไมโครโฟนเสมือน

ควรตรวจสอบ

  • Desktop Audio
  • Microphone/Auxiliary Audio
  • Monitor Off
  • Monitor Only
  • Monitor and Output
  • Monitoring Device
  • Virtual Microphone
  • Stream Mix
  • Chat Mix

หากไม่ได้ต้องการส่งเสียงเกมเข้า Discord ให้เลือกไมโครโฟนจริงใน Discord และอย่าเลือก Stream Mix หรือ Broadcast Mix เป็น Input

❿ ปิด Screen Share เพื่อทดสอบ

Discord สามารถส่งเสียงของโปรแกรมระหว่างการแชร์หน้าจอได้ หากเพื่อนได้ยินเสียงเกมเฉพาะตอน Share Screen อาจเป็นการทำงานของการแชร์เสียง ไม่ใช่เสียงรั่วเข้าไมโครโฟน

วิธีแยกคือ

  1. หยุด Share Screen
  2. เปิดเสียงเกมต่อ
  3. ปิดไมโครโฟน
  4. ถามว่ายังได้ยินเสียงหรือไม่
  5. เริ่ม Share Screen โดยไม่แชร์เสียงเพื่อเปรียบเทียบ
  6. ตรวจว่าเลือกแชร์โปรแกรมหรือหน้าจอใด

หากเสียงหายเมื่อหยุดแชร์ แสดงว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับการตั้งค่าการแชร์ ไม่ใช่ Input Device หลัก

⓫ ลดเสียงที่รั่วจากหูฟังเข้าไมโครโฟน

หูฟังที่เปิดดังมากอาจปล่อยเสียงออกมาจนไมโครโฟนรับเข้าไป โดยเฉพาะหูฟังแบบเปิดหรือไมโครโฟนที่อยู่ใกล้ดอกหูฟัง

วิธีแก้คือ

  • ลด Headphone Volume
  • ขยับไมโครโฟนมาใกล้ปาก
  • หันด้านรับเสียงของไมค์ให้ถูกต้อง
  • ลด Microphone Gain
  • ลด Microphone Boost
  • ใช้ฟองน้ำครอบไมค์
  • เปิด Noise Suppression
  • เปิด Echo Cancellation
  • ใช้ Push to Talk
  • หลีกเลี่ยงการวางไมโครโฟนตรงหน้าลำโพง

ตำแหน่งไมโครโฟนที่เหมาะสมช่วยให้ใช้ Gain ต่ำลง จึงลดโอกาสรับเสียงจากหูฟังและเสียงรอบข้าง

⓬ ลำโพงทำให้เสียงเกมเข้าไมโครโฟน แก้อย่างไร

หากใช้ลำโพงภายนอก ไมโครโฟนมีโอกาสรับเสียงเกมได้มากกว่าการใช้หูฟัง

วิธีลดอาการคือ

  1. ลดระดับเสียงลำโพง
  2. ใช้หูฟังระหว่างสนทนา
  3. วางไมโครโฟนให้ห่างจากลำโพง
  4. หันไมค์ออกจากลำโพง
  5. เปิด Echo Cancellation
  6. เปิด Noise Suppression
  7. ลด Input Gain
  8. ใช้ Push to Talk
  9. วางลำโพงด้านหลังไมโครโฟนตามรูปแบบการรับเสียง
  10. ปิด Stereo Mix

Echo Cancellation ช่วยได้กับเสียงจากลำโพง แต่ไม่ควรใช้แทนการจัดตำแหน่งและระดับเสียงที่เหมาะสมทั้งหมด

⓭ ตรวจสาย Splitter และแจ็ก 3.5 มม.

หูฟังที่ใช้แจ็ก 3.5 มม. อาจเกิดสัญญาณรั่วระหว่างช่องเสียงออกกับไมโครโฟน โดยเฉพาะเมื่อใช้ Splitter ที่คุณภาพไม่เหมาะสม เสียบไม่สุด หรือพอร์ตมีปัญหา

ให้ทดลองดังนี้

  • ถอดและเสียบหัวต่อใหม่
  • ตรวจว่าหัวหูฟังอยู่ช่องสีเขียว
  • ตรวจว่าหัวไมโครโฟนอยู่ช่องสีชมพู
  • ใช้ Headset Splitter ที่รองรับไมโครโฟน
  • ทดลองพอร์ตด้านหลังเมนบอร์ด
  • หลีกเลี่ยงพอร์ตหน้าเคสเพื่อทดสอบ
  • เปลี่ยน Splitter
  • ทดลอง USB Sound Adapter
  • ทดสอบหูฟังอีกชุด

หากเปลี่ยนไปใช้หูฟัง USB แล้วอาการหาย มีความเป็นไปได้ว่าปัญหาเกิดจากพอร์ต สาย Splitter หรือวงจรเสียงอนาล็อกเดิม

⓮ พอร์ตหน้าเคสทำให้เสียงเกมเข้ามิกได้หรือไม่

เป็นไปได้ หากสายเสียงภายในเคส การต่อกราวด์หรือช่องหน้าเคสมีสัญญาณรั่ว

วิธีทดสอบคือ

  1. ย้ายหัวหูฟังและไมโครโฟนไปพอร์ตหลังเมนบอร์ด
  2. ปิด Stereo Mix
  3. ตั้ง Input ใหม่
  4. เปิดเสียงเกม
  5. ปิดไมโครโฟนเพื่อทดสอบ
  6. เปรียบเทียบกับพอร์ตหน้าเคส

หากพอร์ตหลังใช้งานปกติแต่พอร์ตหน้ามีเสียงเกมรั่ว ควรใช้พอร์ตหลังหรือให้ผู้ที่มีความชำนาญตรวจสาย Audio ภายในเคส

⓯ ปรับ Noise Suppression อย่างไรไม่ให้ตัดเสียงพูด

Noise Suppression ช่วยลดเสียงพื้นหลังและเสียงเกมที่รั่วเข้าไมโครโฟน แต่หากตั้งแรงเกินไปอาจตัดเสียงต้นประโยคหรือเสียงพูดเบา

แนวทางตั้งค่าคือ

  1. วางไมโครโฟนใกล้ปากในระยะเหมาะสม
  2. ลด Gain ให้รับเสียงพูดได้ชัด
  3. เปิด Noise Suppression
  4. เปิด Echo Cancellation
  5. พูดในระดับปกติ
  6. ทดสอบช่วงเริ่มและจบประโยค
  7. ลดระดับการตัดเสียงหากคำพูดขาด
  8. ใช้ Push to Talk หากห้องมีเสียงดัง

ควรแก้ตำแหน่งไมค์และระดับเสียงก่อนเพิ่มระบบตัดเสียง เพราะการประมวลผลไม่สามารถแก้สัญญาณรั่วที่ดังมากได้สมบูรณ์เสมอไป

⓰ ปิด Automatically Determine Input Sensitivity เพื่อทดสอบ

การตรวจจับเสียงอัตโนมัติอาจเปิดไมโครโฟนเมื่อเสียงเกมรั่วเข้ามาถึงระดับที่กำหนด

สามารถทดลองตั้งค่า Input Sensitivity ด้วยตนเอง โดย

  • พูดแล้วไมโครโฟนเปิด
  • เงียบแล้วไมโครโฟนปิด
  • เปิดเสียงเกมโดยไม่พูดแล้วไมโครโฟนไม่ทำงาน
  • เสียงต้นประโยคไม่ถูกตัด

หากหาเกณฑ์ที่เหมาะสมไม่ได้ ให้ลด Microphone Gain และใช้ Push to Talk ชั่วคราว

⓱ รีเซ็ต Voice Settings

หากเปลี่ยนหลายค่าแล้วไม่ทราบว่ารายการใดผิด สามารถคืนค่าการตั้งค่าเสียงของ Discord แล้วตั้งใหม่

หลังรีเซ็ตควรตั้ง

  1. Input Device เป็นไมโครโฟนจริง
  2. Output Device เป็นหูฟังจริง
  3. Input Volume ระดับเหมาะสม
  4. Output Volume ตามต้องการ
  5. Input Mode เป็น Voice Activity หรือ Push to Talk
  6. Noise Suppression ตามสภาพแวดล้อม
  7. Echo Cancellation เมื่อใช้ลำโพง
  8. ทดสอบไมโครโฟน
  9. เข้า Voice Channel ใหม่

การรีเซ็ตไม่แก้ปัญหาสัญญาณรั่วจากสายหรือพอร์ต แต่ช่วยแก้การเลือกอุปกรณ์และค่าประมวลผลที่ผิดพลาด

⓲ อัปเดตไดรเวอร์เสียง

หากเสียงรั่วเกิดหลังอัปเดตระบบ หรือ Stereo Mix ทำงานผิดปกติ ให้ตรวจไดรเวอร์

แนวทางคือ

  1. เปิด Device Manager
  2. ตรวจ Audio inputs and outputs
  3. ตรวจ Sound, video and game controllers
  4. อัปเดตไดรเวอร์เสียง
  5. ใช้ไดรเวอร์ที่ตรงกับเมนบอร์ดหรือคอมพิวเตอร์
  6. รีสตาร์ตเครื่อง
  7. ตั้งไมโครโฟนเป็น Default
  8. ปิด Stereo Mix
  9. ทดสอบ Discord

หากปัญหาเริ่มหลังอัปเดตไดรเวอร์ ให้ตรวจตัวเลือก Roll Back Driver หากระบบยังมีรุ่นก่อนหน้า

⓳ ลำดับแก้ปัญหาที่แนะนำ

  1. ปิดไมโครโฟนเพื่อแยกซอฟต์แวร์กับเสียงรั่ว
  2. เลือกไมโครโฟนจริงใน Discord
  3. ปิด Stereo Mix
  4. ปิด Listen to this device
  5. ตรวจ Volume Mixer
  6. ปิด Virtual Audio Device
  7. ปิดโปรแกรมสตรีมเพื่อทดสอบ
  8. ลด Headphone Volume
  9. ลด Microphone Gain
  10. เปิด Noise Suppression
  11. เปิด Echo Cancellation
  12. ตรวจสาย Splitter
  13. ย้ายจากพอร์ตหน้าไปพอร์ตหลัง
  14. ทดสอบหูฟัง USB
  15. รีเซ็ต Voice Settings

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเสียงเกมเข้า Discord

ปิดไมค์แล้วเพื่อนยังได้ยินเสียงเกมเกิดจากอะไร

แสดงว่าเสียงเกมถูกส่งผ่าน Stereo Mix, Virtual Audio Device, โปรแกรมสตรีมหรือการแชร์เสียง ไม่ได้เข้าจากไมโครโฟนจริง

ปิดไมค์แล้วเสียงเกมหายเกิดจากอะไร

มีแนวโน้มว่าไมโครโฟนรับเสียงจากหูฟังหรือลำโพง หรือมีสัญญาณรั่วระหว่างสายเสียงกับไมโครโฟน

ใช้ Push to Talk ช่วยได้หรือไม่

ช่วยลดเสียงเกมเข้าสนทนาในช่วงที่ไม่พูด แต่ควรแก้ Input Device, Stereo Mix และสัญญาณรั่วที่เป็นต้นเหตุด้วย

ทำไมเสียงเกมเข้าเฉพาะตอนเปิดโปรแกรมสตรีม

โปรแกรมอาจสร้าง Virtual Microphone หรือเปิด Audio Monitoring ให้ตรวจ Stream Mix, Monitoring Device และ Input ของ Discord

เปลี่ยนเป็นหูฟัง USB ช่วยได้หรือไม่

อาจช่วยได้หากสาเหตุเกิดจากสาย Splitter พอร์ตหน้าเคสหรือสัญญาณรั่วในระบบเสียง 3.5 มม. แต่ไม่ช่วยหาก Discord ยังเลือก Stereo Mix เป็น Input

Noise Suppression แก้ได้ทั้งหมดหรือไม่

ไม่ทั้งหมด ระบบตัดเสียงช่วยลดเสียงที่ไมค์รับเข้ามา แต่ไม่สามารถแก้การ Routing ที่ส่งเสียงเกมเข้า Discord โดยตรงได้

สรุป

Discord เสียงเกมเข้าคู่สนทนาเกิดได้ทั้งจากการส่งเสียงภายในคอมพิวเตอร์และไมโครโฟนรับเสียงจากหูฟังหรือลำโพง วิธีแยกที่เร็วที่สุดคือปิดไมค์ขณะเปิดเสียงเกม

หากปิดไมค์แล้วเสียงเกมยังเข้า ให้เลือกไมโครโฟนจริง ปิด Stereo Mix, Listen to this device และตรวจ Virtual Audio หากปิดไมค์แล้วเสียงเกมหาย ให้ลดเสียงหูฟัง ลด Gain เปิด Echo Cancellation และตรวจสาย Splitter กับพอร์ต 3.5 มม.

แนวทางจาก comsiam คือแยกสาเหตุก่อนปรับ Noise Suppression เพราะหากเสียงถูกส่งผ่านซอฟต์แวร์โดยตรง การเพิ่มระบบตัดเสียงไมโครโฟนจะไม่สามารถแก้ปัญหาต้นเหตุได้