ทีวีขึ้น Audio Format Not Supported แก้อย่างไร ให้เสียงกลับมาใช้งานได้

ทีวีขึ้น Audio Format Not Supported หมายถึง Smart TV หรืออุปกรณ์เสียงไม่รองรับรูปแบบ Codec ของเสียงที่กำลังเล่น เช่น DTS, Dolby TrueHD, เสียงหลายช่องบางประเภท หรือไฟล์ที่เข้ารหัสไม่สมบูรณ์ จึงอาจมีภาพแต่ไม่มีเสียง

วิธีแก้ที่ควรลองก่อนคือเปลี่ยน Digital Audio Output เป็น Auto หรือ PCM เลือกแทร็กเสียงอื่น ปิด Pass-through แล้วทดลองใหม่ หากปัญหาเกิดจากไฟล์ใน USB ให้ใช้ไฟล์ที่เข้ารหัสเสียงเป็น AAC หรือ Dolby Digital หรือเปิดผ่านเครื่องเล่นภายนอกที่รองรับ Codec นั้น

สารบัญ

  • Audio Format Not Supported คืออะไร
  • สาเหตุที่ทีวีไม่รองรับเสียง
  • วิธีแก้แบบรวดเร็ว
  • วิธีตั้งค่า PCM, Auto และ Pass-through
  • วิธีแก้เมื่อเปิดไฟล์จาก USB
  • วิธีแก้เมื่อใช้ Soundbar
  • วิธีตรวจสอบ Codec ของไฟล์
  • คำถามที่พบบ่อย

❶ Audio Format Not Supported คืออะไร

ข้อความ Audio Format Not Supported, Unsupported Audio Format หรือ Audio Codec Not Supported หมายถึงอุปกรณ์ไม่สามารถถอดรหัสหรือเล่นข้อมูลเสียงที่ได้รับ

อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • มีภาพแต่ไม่มีเสียง
  • ทีวีแสดงข้อความว่าไม่รองรับรูปแบบเสียง
  • เสียงออกจากทีวีแต่ไม่ออก Soundbar
  • มีเสียงเฉพาะบางไฟล์
  • เปลี่ยนภาษาเสียงแล้วเสียงหาย
  • แอปหนึ่งมีเสียง แต่อีกแอปไม่มีเสียง
  • Soundbar แสดง Unsupported
  • เปิด Pass-through แล้วเสียงหาย
  • เสียงขาดหรือดังเป็นช่วงสั้น ๆ

ข้อความนี้ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าลำโพงเสีย เพราะส่วนใหญ่มาจากรูปแบบเสียง การตั้งค่า หรือเส้นทางการเชื่อมต่อไม่เข้ากัน

❷ Codec เสียงคืออะไร

Codec คือเทคโนโลยีที่ใช้เข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูลเสียง เพื่อให้จัดเก็บหรือส่งสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รูปแบบเสียงที่พบบ่อย ได้แก่

  • AAC
  • MP3
  • PCM
  • Dolby Digital
  • Dolby Digital Plus
  • Dolby TrueHD
  • Dolby Atmos
  • DTS
  • DTS-HD
  • DTS:X
  • FLAC
  • Opus

Smart TV แต่ละรุ่นรองรับ Codec ไม่เหมือนกัน แม้ทีวีจะเปิดไฟล์วิดีโอ MP4 หรือ MKV ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรองรับแทร็กเสียงทุกชนิดที่บรรจุอยู่ภายในไฟล์นั้น

❸ สาเหตุที่ทีวีขึ้น Audio Format Not Supported

สาเหตุหลักที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • ไฟล์ใช้ Codec เสียงที่ทีวีไม่รองรับ
  • แทร็กเสียงเป็น DTS แต่ทีวีไม่ถอดรหัส DTS
  • เสียงเป็น Dolby TrueHD แต่เชื่อมต่อผ่าน ARC หรือ Optical
  • Soundbar ไม่รองรับรูปแบบเสียงที่ทีวีส่งผ่าน
  • เปิด Pass-through แล้วอุปกรณ์ปลายทางถอดรหัสไม่ได้
  • ตั้งเครื่องเล่นเป็น Bitstream ที่ไม่เข้ากับทีวี
  • แอปหรือระบบปฏิบัติการทีวีไม่รองรับ Codec
  • ไฟล์วิดีโอเสียหรือดาวน์โหลดไม่สมบูรณ์
  • สาย HDMI มีปัญหา
  • เฟิร์มแวร์ทีวีหรือ Soundbar มีข้อผิดพลาด
  • เลือกแทร็กเสียงที่อุปกรณ์ไม่รองรับ
  • ใช้อุปกรณ์แปลงสัญญาณที่ไม่รองรับรูปแบบเสียง

ควรสังเกตว่าปัญหาเกิดกับทุกคอนเทนต์หรือเฉพาะบางไฟล์ เพราะช่วยแยกได้อย่างรวดเร็วว่าสาเหตุอยู่ที่การตั้งค่าหรือไฟล์นั้นโดยเฉพาะ

❹ วิธีแก้ Audio Format Not Supported แบบรวดเร็ว

ให้ทดลองตามลำดับต่อไปนี้

  1. ลดเสียงก่อนเปลี่ยนการตั้งค่า
  2. เปลี่ยนแทร็กเสียงหรือภาษาของวิดีโอ
  3. เปลี่ยน Digital Audio Output เป็น Auto
  4. หากยังไม่มีเสียง ให้เลือก PCM
  5. ปิด Pass-through ชั่วคราว
  6. รีสตาร์ตทีวีและ Soundbar
  7. ถอดและเสียบสาย HDMI ใหม่
  8. ทดลองคอนเทนต์หรือไฟล์อื่น
  9. อัปเดตซอฟต์แวร์ทีวี
  10. อัปเดตเฟิร์มแวร์ Soundbar
  11. ต่อเครื่องเล่นเข้ากับ Soundbar โดยตรง
  12. หากเป็นไฟล์ USB ให้ใช้เครื่องเล่นภายนอกหรือแปลง Codec เสียง

ควรเปลี่ยนการตั้งค่าครั้งละหนึ่งรายการ แล้วทดสอบเสียงทุกครั้ง เพื่อให้ทราบว่าสาเหตุเกิดจากจุดใด

❺ เปลี่ยน Digital Audio Output เป็น PCM

PCM เป็นตัวเลือกที่ช่วยแก้ปัญหาความเข้ากันได้ เพราะทีวีหรือเครื่องเล่นจะถอดรหัสเสียงก่อนส่งไปยังอุปกรณ์ปลายทาง

วิธีตั้งค่าโดยทั่วไปคือ

  1. เปิด Settings
  2. เข้า Sound หรือ Audio
  3. เลือก Expert Settings หรือ Advanced Settings
  4. เลือก Digital Audio Output
  5. เปลี่ยนเป็น PCM
  6. เปิดคอนเทนต์เดิมอีกครั้ง

หากเลือก PCM แล้วเสียงกลับมา แสดงว่า Soundbar หรือการเชื่อมต่อไม่รองรับ Bitstream ที่ส่งมาก่อนหน้านี้

ข้อจำกัดคือ PCM ผ่าน Optical หรือ HDMI ARC บางรุ่นอาจเหลือเพียง Stereo หากต้องการเสียง 5.1 หรือ Dolby Atmos ควรตรวจสอบ Codec ที่อุปกรณ์รองรับและใช้ Auto หรือ Pass-through เมื่อระบบเข้ากันได้

❻ เปลี่ยนจาก Pass-through เป็น Auto

Pass-through ส่งรูปแบบเสียงต้นฉบับไปยัง Soundbar หาก Soundbar ไม่รองรับ Codec นั้นจะเกิดอาการไม่มีเสียงหรือขึ้นข้อความไม่รองรับ

การเปลี่ยนเป็น Auto จะให้ทีวีเลือกรูปแบบเสียงที่เหมาะกับอุปกรณ์ปลายทาง และอาจแปลงเป็นรูปแบบที่ Soundbar รองรับ

แนวทางการเลือกคือ

อาการค่าที่ควรทดลอง
เปิด Pass-through แล้วไม่มีเสียงAuto
Auto แล้วยังไม่มีเสียงPCM
ต้องการ Dolby AtmosPass-through หรือ Auto
Soundbar รุ่นเก่าAuto หรือ PCM
ใช้ลำโพงทีวีPCM หรือ Auto
ใช้ OpticalDolby Digital, Auto หรือ PCM

หาก Auto ใช้งานได้แต่ Pass-through ใช้ไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าทีวีเสีย แต่หมายถึงมี Codec บางรูปแบบที่อุปกรณ์ปลายทางถอดรหัสไม่ได้

❼ เปลี่ยนแทร็กเสียงหรือภาษาของวิดีโอ

ภาพยนตร์หนึ่งเรื่องอาจมีแทร็กเสียงหลายรูปแบบ เช่น

  • เสียงต้นฉบับ Dolby Atmos
  • เสียงพากย์ Dolby Digital 5.1
  • เสียงบรรยาย AAC Stereo
  • แทร็กเสียง DTS
  • เสียงสำหรับผู้บกพร่องทางการมองเห็น

หากแทร็กหนึ่งไม่มีเสียง ให้เปิดเมนู Audio หรือ Language แล้วเลือกแทร็กอื่น โดยควรเริ่มจาก Stereo, AAC หรือ Dolby Digital เพราะรองรับได้กว้างกว่า

กรณีที่วิดีโอมีภาพแต่ไม่มีเสียงเฉพาะภาษาหนึ่ง ส่วนใหญ่เกิดจาก Codec ของแทร็กภาษานั้น ไม่ใช่ไฟล์ภาพหรือระบบลำโพงของทีวี

❽ เปิดไฟล์จาก USB แล้วมีภาพแต่ไม่มีเสียง

ไฟล์วิดีโอประกอบด้วยหลายส่วน เช่น

  • Container: MP4, MKV, MOV หรือ AVI
  • Video Codec: H.264, H.265 หรือ AV1
  • Audio Codec: AAC, AC-3, E-AC-3, DTS หรือ TrueHD
  • Subtitle: SRT, PGS หรือรูปแบบอื่น

ทีวีอาจรองรับ Container และ Video Codec จึงแสดงภาพได้ แต่ไม่รองรับ Audio Codec ภายในไฟล์ จึงไม่มีเสียง

แนวทางแก้คือ

  1. ทดลองเลือกแทร็กเสียงอื่นในไฟล์
  2. เปิดไฟล์เดียวกันบนคอมพิวเตอร์เพื่อตรวจสอบ
  3. ทดลองไฟล์วิดีโออีกไฟล์
  4. ใช้เครื่องเล่นมีเดียภายนอกที่รองรับ Codec
  5. ใช้โปรแกรมแปลงเฉพาะเสียงเป็น AAC หรือ Dolby Digital
  6. ตรวจสอบว่าไฟล์คัดลอกมาครบและไม่เสียหาย

ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ก่อนแปลง และทดลองกับสำเนาเพื่อป้องกันไฟล์เสียหรือคุณภาพลดลงโดยไม่ตั้งใจ

❾ ทำไมไฟล์ MKV เปิดได้แต่ไม่มีเสียง

MKV เป็น Container ไม่ใช่ Codec จึงสามารถบรรจุวิดีโอและเสียงได้หลายรูปแบบ

ไฟล์ MKV สองไฟล์อาจมีลักษณะแตกต่างกัน เช่น

  • ไฟล์แรกใช้ H.264 กับ AAC จึงเล่นได้ทั้งภาพและเสียง
  • ไฟล์ที่สองใช้ H.265 กับ DTS จึงมีภาพแต่ไม่มีเสียง
  • ไฟล์ที่สามใช้ H.265 กับ Dolby TrueHD ซึ่งทีวีอาจไม่รองรับ
  • ไฟล์ที่สี่มีหลายแทร็ก โดยแทร็กแรกไม่รองรับแต่แทร็กที่สองรองรับ

วิธีแก้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนนามสกุล MKV เป็น MP4 เพราะการเปลี่ยนชื่อไฟล์ไม่ได้เปลี่ยน Codec ภายใน ต้องเลือกแทร็กที่รองรับ แปลงเสียง หรือใช้เครื่องเล่นภายนอก

❿ ใช้ Soundbar แล้วขึ้น Unsupported Audio

หากทีวีมีเสียงแต่ Soundbar ไม่มีเสียง ให้ตรวจสอบการตั้งค่าดังนี้

  • Sound Output เลือก HDMI ARC/eARC
  • HDMI-CEC เปิดอยู่
  • eARC Mode ตั้งเป็น Auto หรือ On
  • Digital Audio Output ตั้งเป็น Auto
  • Soundbar เลือกอินพุต TV ARC/eARC
  • สายเสียบอยู่ในช่อง ARC/eARC ทั้งสองด้าน
  • Soundbar รองรับ Codec ที่กำลังเล่น

จากนั้นทดลองเปลี่ยน Auto เป็น PCM หากเสียงกลับมา แสดงว่า Soundbar ไม่รองรับรูปแบบที่ทีวีส่งผ่าน หรือเส้นทาง ARC/eARC ไม่สามารถส่งรูปแบบนั้นได้

⓫ เชื่อมต่อผ่าน Optical แล้วเสียงไม่รองรับ

Optical มีแบนด์วิดท์จำกัด โดยทั่วไปเหมาะกับ

  • PCM Stereo
  • Dolby Digital 5.1
  • DTS แบบบีบอัดในอุปกรณ์ที่รองรับ

Optical ไม่เหมาะกับ

  • Dolby TrueHD
  • Dolby Atmos จาก Smart TV
  • Multichannel PCM จำนวนหลายช่อง
  • DTS-HD
  • DTS:X

หากต่อ Optical แล้วไม่มีเสียง ให้ตั้ง Digital Audio Output เป็น PCM ก่อน หากต้องการเสียง 5.1 ให้ทดลอง Dolby Digital หรือ Bitstream โดยต้องตรวจสอบว่า Soundbar รองรับด้วย

⓬ เชื่อมต่อผ่าน HDMI ARC แล้วไม่รองรับเสียง

HDMI ARC รองรับรูปแบบเสียงมากกว่า Optical บางส่วน แต่ยังมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับ eARC

รูปแบบที่มักใช้ได้ผ่าน ARC ได้แก่

  • PCM Stereo
  • Dolby Digital
  • Dolby Digital Plus
  • Dolby Atmos ผ่าน Dolby Digital Plus ในระบบที่รองรับ

รูปแบบที่มักต้องใช้ eARC หรือการต่อเครื่องเล่นเข้ากับ Soundbar โดยตรง ได้แก่

  • Dolby TrueHD
  • Dolby Atmos ผ่าน Dolby TrueHD
  • Multichannel PCM แบนด์วิดท์สูง
  • DTS-HD
  • DTS:X ในบางระบบ

หากไฟล์มีเสียง Dolby TrueHD แต่ทีวีใช้ ARC ให้เลือกแทร็ก Dolby Digital หรือ Dolby Digital Plus หากมี หรือใช้เครื่องเล่นภายนอกต่อเข้ากับ Soundbar โดยตรง

⓭ เครื่องเล่นเกมขึ้น Audio Format Not Supported

หากปัญหาเกิดหลังเปลี่ยนการตั้งค่าเสียงของเครื่องเล่นเกม ให้เปลี่ยนกลับเป็นรูปแบบที่ทีวีและ Soundbar รองรับ

ค่าที่ควรทดลอง ได้แก่

  1. Linear PCM
  2. Dolby Digital
  3. Dolby Atmos เฉพาะระบบที่รองรับ
  4. ตั้ง HDMI Device Type ให้ตรงกับอุปกรณ์
  5. ปิด DTS หากทีวีหรือ Soundbar ไม่รองรับ
  6. ตั้งทีวีเป็น Auto แทน Pass-through

หากใช้ HDMI ARC แล้ว Linear PCM ออกเพียง Stereo แต่ต้องการเสียงหลายช่อง อาจต้องเลือก Dolby Digital หรือใช้ HDMI eARC

⓮ แอปสตรีมมิงมีภาพแต่ไม่มีเสียง

หากปัญหาเกิดเฉพาะแอป ไม่ควรรีบสรุปว่า Soundbar เสีย ให้ตรวจสอบดังนี้

  1. เปลี่ยนภาพยนตร์หรือรายการ
  2. เปลี่ยนภาษาเสียง
  3. ปิดและเปิดแอปใหม่
  4. รีสตาร์ต Smart TV
  5. อัปเดตแอป
  6. อัปเดตระบบทีวี
  7. ล้างแคชแอปหากมีตัวเลือก
  8. เปลี่ยน Digital Audio Output เป็น Auto
  9. ทดลองใช้ลำโพงทีวี
  10. ถอนและติดตั้งแอปใหม่เป็นขั้นตอนท้าย

หากแอปอื่นมีเสียงตามปกติ ปัญหามีแนวโน้มอยู่ที่แอป คอนเทนต์ หรือแทร็กเสียงของรายการนั้น

⓯ วิธีตรวจสอบ Codec เสียงของไฟล์

การตรวจสอบ Codec ช่วยให้ทราบว่าทำไมไฟล์หนึ่งเล่นได้ แต่อีกไฟล์ไม่มีเสียง

ข้อมูลที่ควรตรวจสอบ ได้แก่

  • Audio Codec
  • จำนวนช่องเสียง
  • Sample Rate
  • Bit Depth
  • Bitrate
  • จำนวนแทร็กเสียง
  • รูปแบบ Container

ชื่อที่อาจพบ เช่น

ชื่อที่แสดงรูปแบบเสียง
AACAdvanced Audio Coding
AC-3Dolby Digital
E-AC-3Dolby Digital Plus
TrueHDDolby TrueHD
DTSDTS Digital Surround
DTS-HD MADTS-HD Master Audio
PCM/LPCMเสียงที่ไม่บีบอัดหรือถอดรหัสแล้ว
FLACเสียงบีบอัดแบบไม่สูญเสียข้อมูล

จากนั้นนำข้อมูลไปเปรียบเทียบกับคู่มือหรือรายละเอียด Codec ที่ทีวีและ Soundbar รองรับ

⓰ แปลงไฟล์เสียงช่วยได้หรือไม่

ช่วยได้ในกรณีที่เปิดไฟล์จาก USB หรือระบบเครือข่ายภายในบ้านแล้วทีวีไม่รองรับ Audio Codec

รูปแบบที่รองรับได้กว้างสำหรับการใช้งานทั่วไปคือ

  • AAC Stereo
  • Dolby Digital 5.1 ในอุปกรณ์ที่รองรับ
  • MP3 สำหรับไฟล์เสียงทั่วไป
  • PCM Stereo สำหรับความเข้ากันได้สูง

ไม่จำเป็นต้องแปลงวิดีโอใหม่ทั้งหมด หากโปรแกรมรองรับการคัดลอกวิดีโอเดิมและแปลงเฉพาะเสียง วิธีนี้จะประหยัดเวลาและไม่ลดคุณภาพภาพ

ควรสำรองไฟล์ต้นฉบับ และตรวจสอบสิทธิ์ในการใช้งานไฟล์ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

⓱ รีเซ็ตเสียง Smart TV เมื่อแก้แล้วยังไม่หาย

หากข้อความยังปรากฏกับทุกแอปและทุกอุปกรณ์ สามารถรีเซ็ตเฉพาะการตั้งค่าเสียงก่อนรีเซ็ตทีวีทั้งหมด

ขั้นตอนทั่วไปคือ

  1. เปิด Settings
  2. เข้า Sound
  3. เลือก Expert Settings หรือ Advanced Settings
  4. เลือก Reset Sound
  5. ตั้ง Sound Output ใหม่
  6. เปิด HDMI-CEC
  7. เปิด ARC/eARC
  8. ตั้ง Digital Audio Output เป็น Auto
  9. ทดสอบด้วยคอนเทนต์ที่เคยใช้งานได้

การคืนค่าโรงงานควรเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพราะอาจลบแอป บัญชี การตั้งค่าภาพ Wi-Fi และข้อมูลการตั้งค่าอื่นของทีวี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Audio Format Not Supported

ทำไมวิดีโอมีภาพแต่ไม่มีเสียง

เพราะทีวีรองรับ Video Codec แต่ไม่รองรับ Audio Codec ที่อยู่ภายในไฟล์ ควรเลือกแทร็กเสียงอื่น ใช้เครื่องเล่นภายนอก หรือแปลงเสียงเป็นรูปแบบที่รองรับ

เปลี่ยนจาก MKV เป็น MP4 แล้วเสียงจะกลับมาหรือไม่

การเปลี่ยนนามสกุลไฟล์เพียงอย่างเดียวไม่ช่วย เพราะ Codec ภายในยังเหมือนเดิม ต้องแปลง Audio Codec หรือสร้างไฟล์ Container ใหม่อย่างถูกต้อง

ตั้ง PCM แล้วคุณภาพเสียงลดลงหรือไม่

ไม่จำเป็นเสมอไป แต่ Optical และ HDMI ARC บางรุ่นส่ง PCM ได้เพียง Stereo จึงอาจทำให้เสียงหลายช่องลดเหลือสองช่อง

ทำไมเปิด Pass-through แล้วขึ้น Unsupported

เพราะทีวีส่ง Codec ต้นฉบับไปยัง Soundbar แต่ Soundbar ไม่สามารถถอดรหัส Codec นั้น ให้เปลี่ยนเป็น Auto หรือ PCM

ต้องเปลี่ยน Soundbar ใหม่หรือไม่

ยังไม่ควรเปลี่ยนทันที ควรตรวจสอบ Codec การตั้งค่า สาย HDMI และเส้นทางการเชื่อมต่อก่อน หาก Soundbar ไม่รองรับรูปแบบที่ใช้งานเป็นประจำจริง จึงพิจารณาอุปกรณ์ที่รองรับมากกว่าเดิม

อัปเดตซอฟต์แวร์ช่วยเพิ่ม Codec ได้หรือไม่

อาจช่วยแก้ข้อผิดพลาดหรือเพิ่มความเข้ากันได้บางส่วน แต่ไม่รับประกันว่าจะเพิ่มการรองรับ Codec ใหม่ เพราะอาจมีข้อจำกัดจากฮาร์ดแวร์และสิทธิ์การใช้งานเทคโนโลยีของอุปกรณ์

สรุป

ทีวีขึ้น Audio Format Not Supported เพราะ Smart TV หรืออุปกรณ์เสียงไม่สามารถถอดรหัส Codec ที่ได้รับ สาเหตุอาจมาจากไฟล์ แทร็กเสียง แอป เครื่องเล่น Soundbar หรือข้อจำกัดของ ARC, eARC และ Optical

ให้เริ่มจากเปลี่ยนแทร็กเสียง ตั้ง Digital Audio Output เป็น Auto และเปลี่ยนเป็น PCM หากยังไม่มีเสียง หากปัญหาเกิดเฉพาะไฟล์ USB ให้ตรวจสอบ Audio Codec แล้วเลือกใช้เครื่องเล่นภายนอกหรือแปลงเฉพาะแทร็กเสียงเป็นรูปแบบที่ทีวีรองรับ

แนวทางจาก comsiam คือแยกทดสอบทีละส่วน ได้แก่ ไฟล์ ลำโพงทีวี Soundbar และเครื่องเล่น เพื่อค้นหาจุดที่ไม่รองรับโดยไม่ต้องรีเซ็ตหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งหมดโดยไม่จำเป็น